All Blog
ชีวิตที่ดีต้องมีดราม่าบ้าง(สินะ)


๘ เมษายน ๒๕๕๙

วันนี้คือเจอความดราม่าอ่อน ๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น

เริ่มจากเมื่อเช้าตื่นมาเห็นข้อความในกรุ๊ปไลน์และกรุ๊ปเฟสเป็นร้อย เหตุเพราะพี่ TA ที่ประสานงานกับอาจารย์ลืมบอกนิสิตว่าวันนี้มีการบ้านต้องส่ง (เรียนวันนี้แล้วนางพึ่งบอกเมื่อวานตอนสองทุ่ม ซึ่งเราไม่ได้เช็คมือถือเลย)

พี่ TA บอกให้พวกเราก็อปงานของรุ่นพี่ปีที่แล้วส่ง โดยพี่เขาจะถ่ายรูปไฟล์งานปีก่อนให้ แล้วเอาไปพิมพ์ตาม เป็นงานกลุ่มสี่คน

วุ่นวายกันเลยค่ะทีนี้ เด็กทั้งห้องต้องมานั่งจับจองงานแล้วก็นั่งปั่นให้เสร็จภายในหนึ่งคืน เพราะพี่ลืมบอก...

คราวนี้พอเข้าเรียนตอนสิบโมงเช้า อาจารย์ก็ให้ทุกกลุ่มส่งงาน (อาจารย์ไม่รู้นะว่าเกิดมหกรรมลอกงานขึ้นทั้งห้อง พี่ TA บอกว่าอาจารย์ไม่เช็คเนื้อหาหรอก ดูแค่ชื่อว่ามีใครส่งงานหรือเปล่า)

ฉันว่าแบบนี้มันแย่มาก เพราะมันบังคับให้เราต้องมาลอกงานทั้ง ๆ ที่เราก็มีปัญญาทำเอง แต่เวลามันกระชั้นชิดเกินไป (มันเป็นงานแนวรีเสิร์ชที่ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูลด้วย ให้ทำในคืนเดียวไม่เสร็จ)

ความจริงทางที่ดีคือพี่ TA ควรจะยอมรับผิดว่าตัวเองลืมบอกเด็ก ๆ ไม่ใช่ให้ทุกคนต้องมาเดือดร้อนกันแบบนี้

แล้วอาจารย์ก็ให้ทุกกลุ่มตอบคำถาม (แต่ละกลุ่มได้คำถามไม่เหมือนกัน) แล้วต้องออกไปพรีเซ้นต์คำตอบหน้าห้อง อาจารย์ก็ถามเจาะลึกรายละเอียดเหลือเกิน ราวกับนางเซ้นต์ได้ว่าพวกเราไม่ได้ทำมา แล้วใครตอบไม่ได้อาจารย์ก็จะประชดประชันใส่

ซึ่ง... มันใช่ความผิดเด็กป่าววะ ก็ไม่ใช่งานตัวเองใครมันจะไปตอบคำถามเชิงลึกได้

วันนี้ทุกคนก็เลยนอยกันมาก เพราะเจอเรื่องแย่ ๆ ตั้งแต่เช้า

ภาคบ่ายก็เรียน Advance Audit คาบสุดท้าย อาจารย์ซื้อขนมมาแจกด้วย แล้วก็ให้พรก่อนกลับบ้าน

วันนี้กี้โกรธพราว ความจริงฉันก็โทรไปฟังนางบ่นตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนเช้านางก็โทรมาบ่นต่ออีก พราวนี่เป็นเพื่อนในกลุ่มที่ไร้ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง เป็นเด็กที่โดนสปอยเข้าขั้นที่ว่าทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้แล้ว กี้ว่าพราวแรงถึงขั้นที่ว่าถ้านางมีพฤติกรรมแบบนี้ก็ไม่สมควรที่จะได้รับปริญญา หรือเข้ามาเป็นนิสิตจุฬาฯด้วยซ้ำ

ความไม่รับผิดชอบของพราวนี้รู้กันทั่ว BBA ไม่ว่านางจะทำงานกับใครก็จะส่งงานช้ากว่าdeadlineกลุ่มเสมอ ไม่ว่าใครโทรตามไลน์หาหรืออะไรก็จะไม่ติด ทั้ง ๆ ที่พราวติดมือถือมาก เล่นมือถือตลอดในห้องเรียน (ไม่ค่อยเรียน ชีทกับหนังสือเรียนก็ไม่ค่อยเอามา) พอมาตอบก็จะมีข้ออ้างร้อยแปดพันเก้า ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องครอบครัว วันนี้แม่มาเยี่ยม วันนี้รีโนเวทบ้าน วันนี้ต้องไปเยี่ยมอา วันนี้ต้องไปเดินงานหนังสือกับพ่อ

ทำยังกับคนอื่นไม่มีธุระครอบครัว แต่งานกลุ่มไม่เคยรับผิดชอบ

แล้วกี้ก็เป็นแม่พระ คู่กับพราวตลอด แล้วก็โดนเอาเปรียบตลอด ไม่เคยมีสำนึกจะมาช่วยงานเพื่อน แต่มันถึงจุดที่กี้จะทนได้แล้ว กี้ก็เลยระเบิดใส่พราวไป (ก็พิมพ์ด่าในไลน์ ซึ่งกี้ไม่ได้ใช้คำรุนแรงหยาบคายเลย แต่อ่านแล้วรับรู้ได้ว่าเธอโกรธมาก และก็ประชดประชันขั้นสุด) 

กี้บ่นยาวมาก แล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่าเราแก้ไขพราวไม่ได้หรอก นางโดนเลี้ยงให้โตมาแบบนี้

นี่คือทุกคนใจดีกับพราวมากนะ ยังใส่ชื่อในกลุ่มให้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ทำงานส่งเลย หรือทำส่งมาก็ชุ่ย ๆ ต้องให้เพื่อนมาแก้ให้อีกรอบอยู่ดี (หลายคนบอกว่าถ้าทำงานแบบนี้มาส่งอย่าทำมาเลยดีกว่า ทำให้เพื่อนลำบากกว่าเก่าแทนที่จะช่วยแบ่งเบาภาระ)

ที่พีคก็คือ บางคนเคยแบ่งงานโดยไม่แบ่งให้พราว นางก็ไม่ถามซักคำว่าให้ช่วยอะไรมั้ย ปล่อยให้งานถูกส่งไปโดยแค่เช็คว่ามีชื่อของนางอยู่ด้วย และไอดีถูกต้อง

มันก็เกินไปนะ แล้วทำแบบนี้คิดเหรอว่าชีวิตนี้จะทำงานกับคนอื่นได้ สงสัยพ่อแม่เลี้ยงมาดีเกินไป เลยทำงานกลุ่มไม่เป็น เออ คนแบบนี้ก็มี

ช่างนางเถอะ เราไปแก้นิสัยใจคอใครไม่ได้หรอก มันเป็นที่ตัวบุคคลเอง ถ้าสำนึกเองไม่ได้เราก็ต้องปรับตัว อาจจะปรับตัวให้เข้ากับเพื่อนให้ได้ หรือปรับตัวหนีห่างจากคนนั้นก็ได้ แต่อย่าไปสร้างศัตรู

หลังเลิกเรียนฉันก็ไปฟังดราม่าเรื่องพราวนี่แหล่ะ (จริง ๆ คือไปแบ่งงานกลุ่มกันนั่นแหล่ะ แต่พอแบ่งเสร็จก็มาฟังดราม่าต่อ) อันที่จริงฉันไม่ชอบเรื่องดราม่าเลยสักนิด ถ้าที่ไหนมีดราม่าจะไม่มีฉัน เพราะฉันรู้สึกไม่สบายใจเวลาเห็นคนทะเลาะกัน แต่ฉันก็ฟังกี้บ่น เพราะฉันชอบกี้ อยากให้กี้ระบายออกมา จะได้สบายใจ

พอทำงานกลุ่มเสร็จฉันเช็คเฟซบุ๊คก็เจอดราม่าอีกเรื่อง ซึ่งโพสต์โดยน้องที่สนิทกันที่ญี่ปุ่น เธอเป็นเด็กม.ปลายที่สอบได้ทุนไปเรียนต่อญี่ปุ่นโครงการของโรงเรียน ซึ่งโครงการนี่เป็นโครงการทดลองที่ทำให้เด็กเสียเวลาไปหนึ่งปีเต็ม ๆ พร้อมทรัพย์มากมาย

เท้าความให้ฟังก่อน คือโครงการนี้เขาคัดเอาเด็กม. ๖ ให้ไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น โดยให้ไปอยู่ที่มหาลัยที่ฉันไปอยู่ เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน แล้วสอบ EJU และเอนทรานส์เข้าเรียนที่มหาลัยในญี่ปุ่นภายในหนึ่งปี

ฟังดูหรูหราดีนะ แต่อยากบอกว่านรกมาก นรกของจริง

คือตอนน้องทั้งสี่คนไปถึงญี่ปุ่น (ตอนนั้นฉันแลกเปลี่ยนอยู่ญี่ปุ่นเทอมที่สอง) น้อง ๆ ก็ได้พักอยู่หอที่ใกล้ ๆ มหาลัย มันก็ดี เพียงแต่ว่าพวกน้อง ๆ ต้องเรียนตั้งแต่เช้าจรดเย็นทุกวัน โดยไม่ใช่แค่ภาษาญี่ปุ่นที่ต้องเรียน แต่ยังรวมถึงคณิตศาสตร์แบบญี่ปุ่น ฟิสิกส์เคมีชีวะ เพื่อจะเอาไปสอบ EJU หรือเอนทรานส์ฉันไม่แน่ใจ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่น ตำราญี่ปุ่น อาจารย์ญี่ปุ่น

โรงเรียนออกให้แค่ค่าหอเท่านั้น และค่าเทอมไม่ต้องจ่าย แต่พวกน้อง ๆ ต้องออกค่ากินค่าอยู่เองทั้งหมด และไม่มีสิทธิ์ไปเที่ยวด้วย (ถ้าเที่ยวจะโดนดุจากพวกอาจารย์)

ความเป็นไปได้มันต่ำมาก เพราะน้องส่วนใหญ่มาจากสายศิลป์ภาษา ก็อย่างที่รู้ว่าไม่เคยเรียนวิทย์ม.ปลายเลยซักตัว ความยากก็อย่างที่รู้ ๆ กัน และนี่จะให้ยัดความรู้ที่เด็กญี่ปุ่นเรียนกันสามปีใส่พวกน้องภายในหกเดือน แถมยังมีแต่ตำราภาษาญี่ปุ่นกับติวเตอร์ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นให้ เด็ก ๆ เค้าก็รู้ภาษาญี่ปุ่นอยู่หรอก แต่ฉันว่ามันก็ยังน้อยไปมากที่จะต้องมาเรียนคำศัพท์วิชาการมากมายมหาศาลขนาดนี้ภายในเวลาจำกัด 

มีเพื่อนที่อยู่ญี่ปุ่นคนนึงได้ทุนไปเรียนญี่ปุ่น สอบวิทย์ที่ไทย (เป็นเด็กโอลิมปิกชีวะ เก่งถึงขั้นเหรียญทอง) ได้ทุนไปยังต้องเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งสองปี ถึงสอบเข้ามหาลัยในญี่ปุ่นได้ และเพื่อนคนนี้ก็ขยันมาก ๆ ๆ ๆ ถึงขั้นเอาหนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นมานั่งเขียนคำศัพท์แล้วอ่านทุกวัน เปิดข่าวฟังทุกวัน เขายังต้องใช้เวลาตั้งสองปีถึงจะมีความรู้ไปสอบ EJU ได้ 

โครงการนี้จะเอาอะไรยิ่งกว่านั้นอีกภายในหกเดือน เออ ถ้าน้องฮึดกันมาก ๆ ก็อาจจะทำได้ โอกาสสำเร็จซัก ๑๐% แต่มันจะคุ้มค่ามั้ย ต้องอ่านหนังสือโต้รุ่ง อดไปเที่ยว ไม่ได้เจอหน้าค่าตาใคร ถ้าอ่านแบบฮึดมากๆจะเสียสุขภาพไปเลยก็ได้ มันจะคุ้มเหรอ

น้องเค้ายังอายุไม่ถึง ๑๘ กันเลย บ้านเมืองก็ไม่ชิน ฉันว่าน้อง ๆ ยังเด็กเกินไปที่จะต้องมาเจออะไรแบบนี้

ความจริงน้องคนนี้ก็ขยันที่สุดในบรรดาเด็กทุกคนที่ไปแล้วล่ะ เธอเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มเด็ก ก็เลยมาสนิทกับฉันที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน บางทีก็มาเล่นห้องฉัน บางทีฉันก็ไปเล่นห้องน้อง ฉันก็เห็นน้องเขียนคำศัพท์แปะไว้เต็มโต๊ะ ท่องศัพท์ให้เห็น อ่านหนังสือก็อ่าน

แต่ก็ถูกส่งกลับ เพราะเธอไม่ถนัดเลข

กลับมาพร้อม ๆ กับฉันนี่แหล่ะ แล้วก็เจอกันบ้างตามแต่จะว่าง วันนี้น้องเค้าก็อัพสเตตัสอารมณ์ประมาณว่านี่พวกผู้ใหญ่ยังจะต้องการอะไรจากหนูอีก อยากทดลองหนูก็ไปให้แล้ว อยากให้กลับก็กลับมาให้แล้ว อย่ามาดูถูกกันนักได้มั้ย ไม่ใช่ว่าไม่ได้พยายาม เพียงแต่บางอย่างมันก็เป็นไปไม่ได้

ปล่อยให้เธอเดินไปหาอนาคตซักที

คือจริง ๆ โครงการนี้ควรจะบอกอะไรเด็กมากกว่านี้หน่อย มาบอกว่าจะให้ไปเรียนที่ญี่ปุ่น แต่ไม่บอกว่าจะต้องเรียนแบบนรกแตกอย่างนี้ ใครมันจะไปมีกำลังใจ อากาศก็หนาว ไกลพ่อไกลแม่ อย่างน้อย ๆ ก็ควรจะคัดคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่นระดับ N2 (น้องที่มาหนึ่งคนไม่ได้ภาษาญี่ปุ่นเลย ส่วนอีกสามคนก็ความรู้ประมาณ N4) จะได้ไม่ต้องมาอัดอะไรให้ลำบากลำบนเด็ก เสียเวลาเด็กไปหนึ่งปี แล้วยังเงินค่ากินค่าอยู่อีก ถึงจะไม่ใช่เมืองใหญ่แต่มันก็ไม่ใช่ถูก ๆ นะ

หรืออย่างน้อย ๆ ก็ยืดเวลาเรียนภาษาเรียนอะไรให้เด็กหน่อย มันยากเกินไปที่จะให้เด็กเรียนเนื้อหามากมายให้จบภายในเวลาแค่นี้ แล้วเอาไปสอบสู้กับคนญี่ปุ่นที่เค้าเรียนกันมาสามปี 

มันก็จริงว่าถ้าน้องทำได้มันก็จะดีกับชีวิตของน้องมาก แต่ต้องแลกมากับอะไรบ้างล่ะ ถ้าโดนกดดันขนาดนั้นต่อกันนาน ๆ อาจจะไม่เหลือความสดใสของเด็กอีกต่อไปก็ได้ 

ฉันก็เลยให้กำลังใจน้องในโพสต์ไป เดี๋ยวว่างแล้วจะโทรไปคุยด้วย สงสาร

ตอนเย็นฉันก็ไปซ้อมคอนเสิร์ตที่ชมรม วันนี้ก็เป็นไปด้วยดี โซปราโน่มาครบทุกคนขาดหัวหน้าพาร์ทที่ติดงานกลุ่มด่วนมากส่งพรุ่งนี้ 

ตอนซ้อมเสร็จปรากฏว่าคอนดัคเตอร์ดราม่าใส่ คอนดัคเตอร์จุฬาฯปีนี้เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับฉันเองชื่อปั๊บ ก็เห็นมันมาตั้งแต่เข้าชมรมมาด้วยกัน รักชมรมแค่ไหนก็เข้าใจอยู่

งานคอนดัคเตอร์ไม่ใช่งานสบาย ขาดไม่ได้เด็ดขาด ต้องทุ่มเท ต้องเก่ง ต้องมีจิตสาธารณะ ถึงจะทำเพื่อชมรมได้ขนาดนี้

วันนี้ปั๊บก็คงไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เพราะนี่มันก็ใกล้วันงานมาก ๆ แล้ว เหลือซ้อมอีกแค่ห้าครั้งไม่รวมซ้อมใหญ่ แต่นักร้องก็ยังมาซ้อมแบบขาด ๆ หายๆ ไม่เคยรวมกันได้ครบวงเลยซักครั้ง บางอย่างที่ปรับไปแล้วก็ต้องปรับใหม่

มันเป็นปัญหาที่มีมาตลอด และทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งปั๊บก็เข้าใจดี และไม่อยากดราม่าใส่ เพราะรู้ว่าบางคนถ้าดราม่าใส่มีสิทธิ์หนีหายไม่กลับมาเลย และนั่นจะส่งผลกระทบต่องาน

จริง ๆ ให้ปั๊บระบายออกมาบ้างก็ดีเหมือนกัน เพราะฉันไม่อยากให้มันเก็บไปคิดมากคนเดียว อันที่จริงเขาก็ทำอะไรเพื่อชมรมเยอะมาก เสียสละมาก และฉันเชื่อว่ากุศลในครั้งนี้จะส่งให้นางได้ความสามารถที่จะเอาไปใช้กรุยทางสู่อนาคตที่สดใสได้ เหมือนคอนดัคเตอร์คนก่อน ๆ 

ดราม่าปั๊บก็ไม่ได้ให้อารมณ์ลบอะไรมากมายนะ คนที่ไม่มาบ่อย ๆ ก็คงได้รับผลกระทบเหมือนกันแหล่ะ ฉันก็ขาดบ่อยเหมือนกันติดโน่นติดนี่ สายก็บ่อย ไม่สามารถจะบอกว่าเป็นนักร้องที่ดีได้หรอก แต่ฉันก็ยังไปเพราะรักและผูกพันธ์กับชมรม จบงานนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้มาร้องหรือเปล่า ให้มันเป็นงานสุดท้ายในฐานะนิสิตปัจจุบัน

จบวันนี้ซักที รู้สึกเป็นวันที่ยาวนานเหมือนกันนะ มีแต่เรื่องหนัก ๆ แต่ฉันก็ไม่ได้เอามาหนักในใจหรอกนะ เอาอะไร ๆ มาใส่ไว้ในใจมากเกินไปมันก็ไม่ดีกับสุขภาพจิต

บางคนก็ถามว่านี่ฉันเคยโกรธบ้างมั้ย เคยทุกข์บ้างมั้ย (นี่ฉันดูชิวขนาดนั้นเลยเรอะ) ฉันก็เคยนะ เพียงแต่ว่าเดี๋ยวนี้อารมณ์พวกนั้นมันจางมาก ไม่ค่อยโกรธ ไม่ค่อยเกลียดใคร ทุกข์ก็มีมาบ้างแต่พอหลับตื่นเช้ามันก็หายไป

อันที่จริงเป็นคนชิว ๆ แบบนี้มันก็รู้สึกดีอยู่หรอก แต่บางทีมันก็ทำให้ฉันไม่เข้าใจคนอื่นเหมือนกัน แบบว่าพวกเมิงจะทุกข์ร้อนอะไรกันนักกันหนา ฉันยังไม่ทุกข์ร้อนเลย ทั้ง ๆ ที่เจอสถานการณ์เดียวกัน

แบบอาจารย์ประชดประชันใส่วันนี้ ฉันก็ยังประเมินแกเต็ม ๆ แกก็สอนอยู่ไม่ใช่หรือไง ถึงมันจะไม่รื่นหู แต่มันเป็นความผิด TA ป่าววะ ไม่ใช่ว่าไปลงประเมินอาจารย์ไม่ดีเพราะแกมาดุที่เราตอบคำถามไม่ได้ การดุก็เป็นการสอน โดนดุก็เป็นคนที่ดีขึ้นได้เหมือนกัน

นอนล่ะ เลยเที่ยงคืนอีกละ พรุ่งนี้ต้องตื่นมาอ่านหนังสือให้ได้





Create Date : 09 เมษายน 2559



Create Date : 10 เมษายน 2559
Last Update : 10 เมษายน 2559 21:53:59 น.
Counter : 144 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com