All Blog
วันที่ 1 (เหรอ?)



๓ เมษายน ๒๕๕๙

เราตั้งใจจะเปลี่ยนรูปแบบไดอารี่จาก hard copy มาเป็น digital file ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อัพเป็นบล้อกไปเลยแล้วกัน

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ว่าง ๆ วันนึง จริง ๆ จะว่าว่างก็ไม่ถูกหรอกเพราะมีนัดกับเพื่อนไปดูละครเวที BBA ปีนี้คือเรื่อง แปดเปื้อน เป็นไงเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

ตื่นมาตีห้าครึ่งเพราะเสียงนาฬิกาปลุก ลุกขึ้นไปปิดแล้วนอนต่อ (ก็ตอนเช้าไม่มีธุระนี่นา... ขอนอนนะนะนะ)

ตื่นมาอีกทีเจ็ดโมงเช้า ก็ลุกขึ้นมาทำ oil pulling เป็นกิจวัตรตอนเช้าของเรา แล้วก็ชั่งน้ำหนัก ความจริงเมื่อวานกินเยอะกว่าปกติแถมไม่ได้ออกกำลังกาย ก่อนชั่งนี่ก็คิดไว้เลยว่าขึ้นแน่ ๆ แต่ปรากฏว่าลงมาสี่ขีด งงแป๊บ

ระหว่างทำ oil pulling ก็อาบน้ำไปด้วย อาบน้ำเสร็จก็บ้วนน้ำมันมะพร้าว แล้วแปรงฟัน เสร็จก็เจ็ดโมงครึ่งพอดี ฉันก็ไปนั่งทำงานกลุ่มในคอม

เทอมนี้งานกลุ่มเยอะมากก เป็นเทอมสุดท้ายของการเป็นนิสิตจุฬาแล้ว ทุกคนก็ได้งานกันแล้วถ้วนหน้า งานกลุ่มมาจัดเต็มมาก มีทุกวิชาเลย กลุ่มเดิมทุกวิชา ๕๕๕ นี่ต่างจากตอนปีสองปีสามที่มีงานกลุ่มทีไรก็เปลี่ยนกลุ่มตลอด มีเทอมนึงตอนปีสามเรามีงานกลุ่มห้าวิชา หกกลุ่ม ไม่ซ้ำหน้ากันซักกลุ่ม พอเปลี่ยนกลุ่มเพื่อนพฤติกรรมหมู่ก็เปลี่ยนตาม แปลกดี

การทำงานกลุ่มสมัยนี้ไม่ต้องนัดมาเจอหน้ากันแล้ว มันจะมีเอกสารออนไลน์ google doc เป็นบริการของ google ที่ทุกคนเข้ามาแก้ไขได้แล้วเพื่อนก็จะเห็นด้วยกันหมด ซึ่งสะดวกมากมายก่ายกอง ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก แต่กลุ่มของฉันก็ยังต้องนัดประชุมกันประมาณอาทิตย์ละครั้งเพื่อคุยกันแบบface-to-face เพราะบางทีการทำอะไรออนไลน์ก็ไม่ได้ผลเท่าการคุยกันตัวตัว

หลังจากที่ฉันทำงานกลุ่มจนพอใจแล้ว ฉ้นก็นั่งทำ cheatsheet วิชา EDP/IS ต่อ วิชานี้เนื้อหาเยอะโคตร อาจารย์ให้เอาชีทชีท เข้าได้ 4 หน้า ก็นั่งทำไป มือหงิก อันที่จริงชีทนี่ในห้องสอบก็ไม่ได้ดูหรอก ทำไปทวนไปมันก็จำเข้าหัวได้เอง ที่เอาเข้าไปนี่เอาเข้าไปเช็คเพื่อความแน่ใจเฉย ๆ ว่าเราไม่ได้จำอะไรผิด

ทำไปได้สักพักเน็ตตัด (เน็ตบ้านฉันบางทีก็เป็นยังงี้แหล่ะ เซ็ง ค่าเน็ตก็จ่ายนะ) ฉันก็เลยไปนั่ง ๆ นอน ๆ เล่น  Stop กับเพื่อน แอปนี้กำลังฮิตมากในหมู่เพื่อนชมรม ฉันอยู่ชมรม Chorus ของจุฬาฯ ตอนนี้เล่นกันแทบจะทั้งวงแล้ว ๕๕๕ มันเป็นเกมคิดคำศัพท์แข่งกับเพื่อนน่ะ

สักพักฉันก็เตรียมตัวออกไปโรงละครพระพิฆเนศที่สยามสแควร์วัน เป็นครั้งแรกที่เคยขึ้นไปชั้นเจ็ด โรงละครโก้หรูไฮโซอลังการมาก ละคร BBA ปีนี้ดีมาก รู้สึกอะไรๆก็พัฒนาขึ้นจากปีที่ฉันทำมาก ๆ (ฉันเคยทำละครตอนอยู่ปี ๑) ซึ่งฉันดีใจที่ละครพัฒนาไปในทางที่ดี 

บทละครปีนี้ก็ออกแนวลึกลับสอบสวนสยองขวัญนิดนึง ซึ่งสนุกมาก ข้อคิดก็ดี เพลงก็เพราะ costume ก็เลิศ เอาอีก เอาอีก เรื่องย่อ ๆ ก็เกี่ยวกับคนเจ็ดคนที่ถูกเชิญไปคฤหาสษ์กลางป่าลึก แล้วโดนขัง แล้วก็โดนสถานการณ์บังคับทำให้ฆ่ากันตายไปทีละคนทีละคน แล้วตอนสุดท้ายก็เฉลยออกมาว่าพวกนี้เป็นคนบาปที่รอดความยุติธรรมทางกฏหมายไป ก็เลยมีคนมาตามเก็บพวกนาง 

ครั้งนี้มาดูละครกับเพื่อน แต่ก่อนเราสนิทกับเพื่อนคนนี้มาก แต่เดี๋ยวนี้ไม่รู้มีอะไรทำให้คุยกันได้ไม่เหมือนเดิม เราก็ยังรักนางทุกอย่างนะ แต่เหมือนเรื่องจะคุยมันหมด... หรือเพราะโตแล้วทั้งคู่ก็ไม่รู้ ไม่ได้เกลียดไม่ได้โกรธอะไรหรอก ก็ยังไปเที่ยวยังนัดมาหามาเจอกันตามประสาเพื่อนปกติ แค่รู้สึกว่าคุยแล้วไม่สนุกเหมือนเมื่อก่อน อันนี้เป็นสิ่งที่เราไม่สบายใจ แต่ก็บอกใครไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ว่าเรามีปัญหาอะไรนะ แต่มันก็แค่อธิบายไม่ถูกว่าคืออะไร มันยิ้มได้ไม่เต็มหน้าเหมือนเก่า หรือถ้ายิ้มก็ไม่ได้ยิ้มจากใจ

ดูจบก็แยกกันกลับบ้าน แต่ฉันไม่ได้กลับ เดินไป TK park ไปอ่านหนังสือเรียนทำงานกลุ่มต่อ เจอเฟิร์น(น้องสาว)กับกี้(เพื่อน-รุ่นน้อง)ที่นั่น คือตอนนี้ฉันเรียนกับรุ่นน้อง ก็เลยมีเพื่อนเป็นกลุ่มรุ่นน้อง อันนี้เป็นความสุขีมหาสุขีมาก เพราะเราชอบเด็กกลุ่มนี้มาก เฮฮาปาร์ตี้ร่าเริง แต่ก็ชวนกันเรียนชวนกันเที่ยวตามประสาเด็กมหาลัย อยู่ด้วยแล้วสบายใจและกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

กี้ก็บ่นให้ฟังเรื่องเพื่อนในกลุ่มคนที่ไม่ค่อยทำงานส่ง ไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ คือเธอทนมานานจนสุดจะทนแล้ว เพราะเพื่อนคนนี้ไม่เคยช่วยเหลืองานอะไรทั้งสิ้น มีแต่จะเอาชื่อตัวเองใส่งานกลุ่ม พอแบ่งงานให้ก็ไม่ส่งตามกำหนดเวลา โทรตามก็ไม่เคยติด ไลน์ไปก็ไม่เคยอ่าน พอตามได้ก็ได้งานชุ่ย ๆ พร้อมข้ออ้างร้อยแปดพันเก้า คนอย่างนี้ก็มีแม้ในสังคมเด็กเรียนอย่างจุฬาฯ 

อันที่จริงฉันเป็นมนุษย์โลกสวยนะ คือคิดว่ามันไม่มีใครอยากดูแย่ในสายตาคนอื่นหรอก ถ้ามีคนทำไม่ดีกับเราเราก็จะพยายามคิดว่าเค้าคงมีปัญหาอะไรของเค้าแหล่ะ ถึงทำอะไรแบบนั้นแบบนี้ เพราะถ้าเรามองแต่ในมุมของเรามันก็ไม่ครอบคลุมหรอก แต่บางทีอะไรที่มันเยอะ ๆ มันก็เกินขีดจำกัดเหมือนกันอ่ะนะ

กี้บอกกี้ไม่ไหวแล้ว ต่อไปนี้จะไม่ไปกินข้าวเที่ยงกับเพื่อนคนนี้อีก (ปกตินางไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน) จะไปกินกับพี่ฟ้าแทน

เราก็บอกเราไม่กินข้าวเที่ยง เพราะต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบไม่งั้นไม่ทันแล้ว แต่จะลากนางมาอดด้วยกันมันก็กะไรอยู่อ่ะนะ...

ฟังกี้บ่นได้สักพักเราสามคนก็ช่วยกันทำงานกลุ่มสองสามอย่างเท่าที่อินเตอร์เน็ตมือถือจะอำนวย (พอดีเป็นสายงกไม่ยอมซื้อเน็ต TK park) แล้วก็ลงไปกินข้าวกันเพราะเราหิวจะเป็นลม (ความจริงตอนแรกว่าจะรอให้ TK ปิดก่อนซักสองทุ่มค่อยไปกินข้าวเย็น แต่ไม่ไหวจริง ๆ)

เลือกร้านนานมากเพราะกำลังประหยัดตังค์ ไม่อยากกินอะไรที่เกิน ๑๐๐ บาท ซึ่งใน ctw ถ้าไม่ใช่ food court ก็ไม่ได้หาง่าย ๆ สุดท้ายก็จบลงที่ Yoshinoya

พอกินเสร็จฉันก็ขึ้นมาหาหนังสืออ่าน เพราะภารกิจวันอาทิตย์คืออ่านหนังสืออะไรก็ได้จบ ๑ เล่ม เพราะปีนี้ฉันมีภารกิจอ่านหนังสือ 55 เล่ม ซึ่งตอนนี้ก็ตามเป้าอยู่หลายสิบเล่มเลย ฮือ ต้องอ่านให้ได้อาทิตย์ละสองเล่มเป็นอย่างน้อยถึงจะทัน

เฟิร์นกับกี้กลับบ้านไปก่อน ส่วนฉันก็ติดพันกับหนังสืออยู่ อ่านจน TK park ปืดฉันถึงได้กลับบ้าน

กลับมาบ้านปรากฏว่าน้องสาวยังมาไม่ถึงบ้านเลย นางก็คงไปเถลไถลหาร้านกาแฟที่ไหนสักแห่งอ่านตามประสานางแหล่ะ (ปกติเฟิร์นจะไม่อ่านหนังสือที่บ้าน ต้องไปอ่านที่อื่น บ้านเป็นแค่ที่ซุกหัวนอน)

ตั้งใจจะเขียนไดอารี่ทุกวัน หรือบ่อยที่สุดเท่าที่โอกาสจะอำนวย เพราะซื้อโน้ตบุ๊คมาใหม่ กำลังเห่อมาก  มันเบา มันเร็ว มันดี เสียอย่างเดียวแบตน้อยไปหน่อย แล้วก็เสียงพัดลมดัง ถ้าว่าง ๆ และไม่ขี้เกียจก็คงได้เขียนรีวิวยาว ๆ ลงพันทิพ

ไปอ่านหนังสือต่อละ ขอให้หลับฝันดี



Create Date : 03 เมษายน 2559 << 



Create Date : 10 เมษายน 2559
Last Update : 10 เมษายน 2559 21:49:02 น.
Counter : 101 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Kurobina
Location :
อุบลราชธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ยินดีที่ได้รู้จัก หวังว่าเราจะได้ทำดีต่อกัน

ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใด ทำซ้ำ คัดลอก ดัดแปลง แก้ไข หรือเผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดใน Blog นี้ ทั้งโดยเผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นการส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Motivation and Habits are keys to success.
  •  Bloggang.com