Group Blog
 
All blogs
 

Let's Go...Korea!! ตอน ไปเกาหลีซื้ออะไรดีคะ (1)

“ไปเกาหลีซื้ออะไรดีคะ”
คำถามประโยคนี้ได้ยินบ่อยสุดๆ หลายๆคนคงนึกออกแค่เครื่องสำอาง เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า
แต่จริงๆแล้วเกาหลีไม่ได้มีดีที่แค่พวกแฟชั่นหรือเครื่องสำอางนะคะ
วันนี้ Kirari’s Talk ขอพาสาวๆไปช้อปของดีที่ไม่ควรพลาดกันที่เกาหลีค่า



เมื่อพูดถึงเกาหลี แว้บแรกที่ผุดขึ้นมาก็เป็นพวกเครื่องสำอาง กับสกินแคร์ใช่มั้ยคะ
รู้ตัวอีกทีลิสท์รายการฝากซื้อก็ยาวเป็นหางว่าวซะแล้ว ^ ^’

เครื่องสำอางเกาหลีที่มีชื่อในประเทศไทย เช่น ETUDE, Skinfood, Missha,
The face shop,Beauty Credit, Rojukiss, Laneige,
Natural Republic (น้องใหม่มาแรง)

เครื่องสำอางดังที่กล่าวข้างต้นเนี่ย เป็นเครื่องสำอางเกรดวัยรุ่น
พูดง่ายๆก็คือเป็นเครื่องสำอางที่ราคาไม่แพงมาก (ในเกาหลี) หาซื้อง่ายมากๆ
โดยเฉพาะ ETUDE ไปย่านไหนก็เจอ หาเจอง่ายกว่า 7-11 ซะอีก


คิดดูสิขนาดที่สวนสนุก Everland ยังมีเลย

ซ้าย...ETUDE @SAMSUNG Everland
ขวา...ETUDE @La Provence




เครื่องสำอาง ETUDE เป็นหนึ่งในเครือของ Amore Pacific ซึ่งเป็น
บริษัทผลิตเครื่องสำอางที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี มีมานานกว่า 60 ปี
ผลิตเครื่องสำอางมากกว่า 50 แบรนด์ดัง
และแบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ของเกาหลีก็มาจากบริษัทนี้เช่นกัน
นั่นคือแบรนด์ SULWHASOO ค่ะ



แบรนด์นี้เค้าการันตีว่าใช้แล้วผิวจะสวยตามฉบับของสาวเกาหลี
นั่นคือเปล่งปลั่งจากภายใน
ส่วนผสมหลักของแบรนด์นี้จะเป็นโสมค่ะ แน่นอนว่าราคาไม่ธรรมดาเลย
มีขายเฉพาะห้างดังๆเท่านั้น และทางบริษัทไม่มีนโยบายส่งออก
เพราะค่านิยมของคนเกาหลีอย่างหนึ่งคือ
“ของดีต้องเก็บไว้ในประเทศ หากอยากได้ก็มาซื้อเอง”


สำหรับแบรนด์อันดับ 2 ของเกาหลี คือแบรนด์ HERA ค่ะ
แป้งตลับของยี่ห้อนี้สาวเกาหลีใช้เยอะมากๆ นอกจากปกปิดได้เนียนแล้ว
ก็ผสมสารบำรุงต่างๆ ด้วยการคัดเกรดวัตถุดิบอย่างดี ลองมองที่ราคาแล้ว
ย่อมเยาว์กว่า Sulwhasoo เยอะค่ะ แป้ง Pact ตกตลับละประมาณ 1200 -1500 บาท


หากต้องการซื้อของที่มีชื่อ และได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์อันดับ 1 และ 2 ของเกาหลี
ก็อย่าพลาดสองแบรนด์นี้นะคะ




มาพูดถึงแบรนด์ทั่วไปที่คนไทยชอบซื้อกันดีกว่า

ร้านแรก ETUDE... มีสาขาเยอะสุดๆ แหล่งที่คนไทยชอบซื้อก็มีอยู่ 2 แ่ห่งคือ
ตลาดทงแดมุน กับตลาดเมียงดง
หากไปที่ร้านใหญ่ที่ทงแดมุน ร้านนี้ทาง AMORE มาเปิดเอง ของจะไม่ค่อยขาด
และได้ของแถมชิ้นใหญ่ หากไปที่เมียงดง จะเป็นร้านแฟรนชายส์ซึ่งเค้าจะต้องซื้อของแถม
มาแถมให้ลูกค้า ของแถมส่วนใหญ่จะเป็น Tester ซองๆ
เราเลือกซื้อที่ทงแดมุนค่ะ เพราะพวกเทสเตอร์ซองๆมีล้นบ้านแล้ว
บางคนที่ซื้อที่ทงแดมุนชอบบ่นว่าของแถมน้อยมาก ได้ถุง ได้ร่ม ได้กระจก หรือ Gift set มา
แต่ถ้าหากเทียบกับเมียงดงแล้ง เมียงดงได้เทสเตอร์มาร้อยซอง แต่มูลค่ามันน้อยกว่ากันนะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเพื่อนๆค่ะว่าอยากได้แบบไหน เราเลือกที่ทงแดมุน
ไม่มีเทสเตอร์มาแจกเพื่อนๆเลยอ่ะ ได้แต่กระเป๋า กับ Gift set มา


แต่ถ้าเป็น Skinfood แนะนำให้ซื้อที่เมียงดงค่ะ เพราะให้ของแถมอลังการมากๆ
ถึงเป็นร้านเล็กๆแต่ของไม่เคยขาดค่ะ กูรูเกาหลีเค้าแนะนำที่นี่กันเป็นเสียงเดียว

ส่วนหนึ่งที่ซื้อกลับมาค่ะ



อีกแหล่งที่ขายเครื่องสำอางเหล่านี้ก็ที่ Dongwha duty free ที่นี่แบ่งออกเป็น2 ฝั่ง
คือฝั่งเกาหลี (ฝั่งตึกซ้าย) และฝั่งยุโรป (ฝั่งขวา)
แต่พิเศษสำหรับ Sulwhasooและ HERA เค้าจะอยู่ฝั่งยุโีีรปค่ะ
ใครอยากซื้อสองแบรนด์นี้ลองลงไปดูที่ชั้นใต้ดินฝั่งขวาได้ค่ะ

พวกน้ำหอมซื้อที่นี่ก็ถูกค่ะ ถูกกว่า Kingpower บ้านเรานิดหน่อย
(เรท USD = 33 บาท) ถ้าเรทแพงอาจจะพอๆกันค่ะ



การช้อปปิ้งที่ Dongwha duty free จะพิเศษกว่าที่อื่นค่ะ
เราต้องไปลงทะเบียนเพื่อรับ shopping card
ถ้าหากซื้อของฝั่งเกาหลีก็สามารถรับของได้เลย
แต่ถ้าหากซื้อโซนยุโรปจะต้องไปรับของที่สนามบินค่ะ


หน้าตาช้อปปิ้งการ์ดค่ะ


ที่ Duty Free ส่วนใหญ่จะใช้เรท USD ค่ะ หากไปเจอร้านที่ตั้งเป็น US Dollar
ก็ควรใช้ Credit Card หรือใช้เงินดอลล่าห์จะไ้ด้ราคาที่ถูกกว่าจ่ายเงินวอนค่ะ

ราคาที่นี่จะถูกกว่าไปซื้อข้างนอกนิดหน่อย อย่างของราคา 1000 บาท
จะถูกกว่าประมาณ 70 บาท
แต่เครื่องสำอางที่นี่มีน้อยมากค่ะ และก็ไม่ค่อยได้ของแถมเท่าไหร่จ้ะ
หากใครอยากได้ SAMSUNG mobile phone รุ่นใหม่ๆ หาซื้อได้ที่นี่ค่ะ
เพราะว่าทุกรุ่นสามารถนำมาใช้ที่ไทยได้ (เป็นระบบ 3G ค่ะ)




มาพูดถึงเทคนิคในการซื้อของกันบ้าง
หากเพื่อนๆมีลิสท์ที่อยากได้ หรือมีคนฝากซื้อ เราแนะนำให้จดเป็นรายการ
แยกตามแบรนด์ค่ะ ทำเป็นลิสท์ขึ้นมาเลย โดยจดเป็นภาษาอังกฤษ
พอไปถึงร้านก็ยื่นให้พนักงานเลยค่ะ เค้าจะรีบจัดแจงจัดของตามที่เราสั่ง
ในระหว่างที่รอก็ไปเดินเลือกของต่อ


สำหรับราคาหน้าเวบกับราคาขายที่เกาหลี...เท่ากันค่ะ
ราคาเท่ากันทั่วประเทศ ซื้อเยอะแค่ไหนก็ไม่ได้ลดค่ะ
แต่จะได้เป็นของแถมมากกว่า แนะนำให้คำนวณคร่าวๆกันก่อนซื้อค่ะ
เพราะว่าของพรีเมี่ยมเนี่ย ของ ETUDE จะให้ชิ้นใหญ่เมื่อซื้อครบ 30000 – 50000 วอน


หากไปเจอร้านไหนที่เค้าแพคของขายเป็นแพคแล้ว
อย่าไปต่อรองขอซื้อแยกชิ้นให้เสียเวลาค่ะ เค้าไม่ขาย


ตอนที่เราไปที่ Duty free จะซื้อ BB Missha ซักหลอดนึง
แต่เบอร์ที่อยากได้ มันดันเหลือในรูปของแพค 6 ขอซื้อเค้าแค่กล่องเดียว
ต่อรองยังไงก็ไม่ขายค่ะ ช่างเป็นแม่ค้าที่เที่ยงตรงเหลือเกิน


ก่อนจบเรื่องเครื่องสำอาง แป้งขอแนะนำเครื่องสำอางทั่วไปที่ใช้ดี น่าลองซื้อมาใช้
ซึ่งตอนนี้กลายเป็น MY MUST HAVE items ไปแล้ว ขอแนะนำ 12 ชิ้นดังนี้เลยจ้า

1.Beauty credit Lovely Q10 Sun Pact SPF50+/PA+++
แป้งไม่ผสมรองพื้น ตลับขาวมุกค่ะ คุมมันแถมกันแดดดีเยี่ยม
เราลองเทียบกับตลับเงินแล้ว เนื้อเหมือนกัน แต่อันนี้คุณสมบัติีดีกว่ามากค่ะ

2.Beauty credit lovely face powder
แป้งฝุ่นเนื้อเนียน กระปุกใหญ่มากกก ใช้ได้นานสุดๆ ให้มากถึง 27g
แต่ราคาเบาๆ ที่ชอบคือเนื้อแป้งเนียนละเอียด ไม่เป็นคราบระหว่างวัน
เนื้อแป้งไม่เปลี่ยนสี เกาหลีนี่มีดีที่แป้งจริงๆค่ะ

3.ETUDE Precious BB Mineral (01)
รุ่นนี้ผสมผงไข่มุกใช้แล้วหน้าเนียนเด้ง เหมาะกับคนผิวมันและค่อนข้างขาวค่ะ
ใช้แล้วไม่เปลี่ยนใจเลย เนียนเด้งมากๆ

4.MISSHA Perfect cover BB creamรุ่นนี้กันแดดถึง SPF42 PA+++
ลุยทะเลได้สบายๆค่ะ โดนแดดหรือเหงื่อก็ติดทนไม่เยิ้ม
ปกปิดรอยได้พอสมควร

5.ETUDE secret beam highlighter No.1
ไฮไลท์ตัวนี้วิ้งกำลังสวยค่ะ นำมาปัดบริเวณสันจมูก ใต้ตา หน้าผาก และคาง
จะช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้า

6.Skinfood honey black tea bubble foam
อากาศแห้งๆแบบนี้ โฟมล้างหน้ารุ่นนี้เหมาะสุดๆค่ะ
เพราะหลังล้างแล้วหน้าไม่แห้งตึงเลย
แถมหัวปั๊มก็ใช้ง่ายมากๆ ไม่ต้องเสียเวลาตีฟอง กดปุ๊ปฟองนุ่มปัํป

7.MISSHA BB boomer
บูมเมอร์ตัวนี้ผสมผงไข่มุกค่ะ ทาแล้วหน้าจะวิ้งๆ ทาก่อนลงบีบีจะช่วยให้ติดทนยิ่งขึ้น
แถมทาแล้วหน้าจะผ่องขึ้นอีกระดับ หากซื้อบีบีมาแล้วสีเข้มเกิน
นำมาผสมกับบูมเมอร์จะช่วยให้ขาวขึ้นค่ะ

8.LOTREE Primer Tined Control Base
ลุคฉ่ำเด้งต้องบีบีตัวนี้ค่ะ หน้าเนียนมาก แต่ไม่ปกปิดเท่าไหร่นะคะ
เหมาะกับหน้าหนาวค่ะ ทาแล้วผิวดูชุ่มชื้นไม่ลอกเป็นขุย

9.ETUDE Code B gel liner (super black)
เจลไลน์เนอร์รุ่นล่าสุด และฮิตสุดในร้านเลยค่ะ กันน้ำสุดๆ ลบออกยาก
ต้องใช้ออยล์ แถมแปรงให้ด้วย น่ารักน่าใช้ กรีดง่าย สีสวยค่ะ

10.Skinfood Premium Touch Foundation Brush
แปรงเกลี่ยรองพื้นหรือบีบีตัวนี้เจ๋งสุดแล้ว ตอนนี้เรามีแปรงเกลี่ยรองพื้นประมาณ 8 อัน
สกินฟู้ดรุ่นนี้ใช้ดีที่สุดค่ะ เพราะเนื้อแน่น นุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่เป็นเส้นๆ

11.Jadilla J. Lipstick
ลิปสติกสีสวยหวาน ติดทนมากๆ ไม่แพ้ยี่ห้อดังๆเลยค่ะ แพคเกจน่ารักสุดๆ
แท่งนึงไม่ถึง 300 บาทแต่คุ้มเกินราคามากค่ะ สีแน่นจริงๆ

12.ETUDE nail color
เราชอบยาทาเล็บของอีทูดี้นะ สีน่ารัก ทาง่ายมาก และติดทนกว่า skinfood ค่ะ









จบจากเรื่องเครื่องสำอางมาต่อกันที่เสื้อผ้าดีกว่า
แฟชั่นเกาหลีก็น่ารักดีค่ะ ราคาไม่แพงมาก แต่ก็ไม่ถูกมาก
ย่านดังๆก็คือย่านทงแดมุน และ เมียงดง
ทงแดมุนคือ ออกแนว MBK บ้านเรา มันจะเป็นตึกๆ มีร้านย่อยๆด้านใน
มีห้างดังๆรายรอบไม่ว่าจะเป็น Migliore, Doosan Tower, Freya Town,
Designer Club


เสื้อผ้าของเกาหลีมี 2 เกรดค่ะ คือ Made in KOREA กับ Made in CHINA
ถ้าผลิตที่เกาหลี คุณภาพการตัดเย็บจะดีกว่า และราคาแพงกว่าประมาณ 1-2 เท่าค่ะ


คนเกาหลีซื้อของกันอย่างไร...
หากไม่ได้ซื้อตามร้านในห้างดังๆ
คนเกาหลีเวลาซื้อเสื้อผ้า ไม่ค่อยลองค่ะ เค้าจะแค่ชี้ตัวที่อยากได้
ถามว่ามีไซส์มั้ย มีกี่สี ราคาเท่าไหร่
ถ้าชอบก็ซื้อเลย เค้าจะไม่หยิบมาลองค่ะ และอีกเรื่องคือเค้าไม่ชอบการต่อราคา
เพราะถือว่าเป็นการดูถูกสินค้าของเค้า หาว่าไม่สมราคาที่ตั้ง
เค้าจะไม่ค่อยลดราคาแต่จะให้เป็นของแถมมากกว่าค่ะ


อีกย่านนึงที่เราชอบคือเมียงดงค่ะ
ที่นี่บรรยากาศคล้ายๆ Harajuku ที่ญี่ปุ่น หรือสยามบ้านเราค่ะ
มันเป็นซอยๆเยอะไปหมด
เราแยกตัวออกมาเดินคนเดียวแืทบหลงแน่ะ



เราขอแนะนำให้จำร้าน UNIQLO ค่ะ เป็นร้านเสื้อผ้าญี่ปุ่นที่ใหญ่และดังมากในย่านนี้
ถามใครก็รู้จัก หากหลงจะได้กลับมาถูก เสื้อผ้าที่ Uniqlo ของเกาหลีผลิตที่จีนค่ะ
ดังนั้นราคาจะถูกกว่าที่ญี่ปุ่นพอสมควรเลย แต่เนื้อผ้าดีค่ะ แนะนำค่ะ


ร้านนี้ออกจากรถไฟฟ้าใต้ดินทางออก 2 เดินตรงมาเรื่อยๆก็เจอค่ะ ร้านอยู่ขวามือ
ฝั่งตรงข้ามเป็น MISSHA และ Beauty Credit (หลายคนถามว่า
แป้งม้าโยกอยู่ไหน) หาไม่ยากค่ะ
แป้ง Pact ของ Beauty Credit นี่แนะนำให้ซื้อเลยค่ะ เราติดใจมากๆเลย
รุ่นตลับสีขาวผสมกันแดด SPF50 PA+++ เนียนมากค่ะ 9400 วอนเองนะ


ไปย่านเมียงดงห้ามนัดเจอกันที่ร้าน ETUDE, skinfood เด็ดขาดค่ะ
เพราะมีอยู่หลายร้านมากๆ
ย่านนี้ขายของน่ารักๆเยอะมากค่ะ เราซื้อเครื่องประดับผมซะส่วนใหญ่
พวกอุปกรณ์ทำเล็บ ยาทาเล็บตามร้านก็มีขายทั่วไป



ที่ย่านเมียงดง ตามหน้าร้านเครื่องสำอางต่างๆจะมีพนักงานเรียกเข้าร้าน
โดยเอา Tester มาหลอกล่อค่ะ เค้าจะยื่นให้สาวๆทุกคนที่เดินผ่าน
หากรับของจากเค้าปุ๊บก็จะโดยลากเข้าร้านทันทีค่ะ !


โอ้ว...นี่เพิ่งผ่านไปสองอย่างเอง กินเนื้อที่มาถึงขนาดนี้
ยังเหลืออีกหลาย Item ที่น่าซื้อจากเกาหลี คงต้องมาเม้าท์ต่อครั้งหน้าแล้วล่ะ
รออีกอึดใจเดียวจ้า อย่าพลาดน้า...


Column for : //www.kuteclub.com
Image Hosted by ImageShack.us Image Hosted by ImageShack.us Kirari’s Talk : Let’s Go…KOREA!!!! ตอน ไปเกาหลีซื้ออะไรดีคะ (1) Image Hosted by ImageShack.us


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

02-11-2009 Let’s Go…KOREA!!!! ตอน Autumn in my heart
20-10-2009 เปลี่ยนลุคสาว COOL มาเป็นสาว CUTE
18-10-2009 ก้าวสู่ปีที่ 5 กับ JILL STUART beauty
11-10-2009 อัพเดทก่อนใครกับ A/W outer trend from RAY & PINKY
08-10-2009 DIY เล็บสวยทันใจด้วย Nail Stamper
01-10-2009 Kirari’s How to : Happy Pink Berry


Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 08 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 8 พฤศจิกายน 2552 13:57:07 น.
Counter : 9385 Pageviews.  

Let’s Go…KOREA!!!! ตอน Autumn in my heart



สวัสดีเพื่อนๆทุกคนค่า
หลังจากหนีเที่ยวไปแดนโสมมาอาทิตย์นึง ก็เก็บภาพสวยๆมาฝาก
แถมทริคดีดีในการเตรียมตัวไปเกาหลีค่ะ
และก็จะมาตอบโจทย์สาวๆหลายๆคนที่ว่า ไปเกาหลีซื้ออะไรดีคะ?
ทั้งหมดนี้คงเล่าในไดอารี่เดียวไม่หมด เราขอแบ่งเป็น 2 ตอนด้วยกัน
โดยตอนนี้จะเน้นการเที่ยวชมวิว ส่วนตอนหน้าจะแนะนำสินค้าและย่านช้อปปิ้งค่ะ


ครั้งนี้ที่ไปเราซื้อแพคเกจทัวร์เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะสะดวกกว่าการเดินทางไปเองมาก
ช่วงที่ไปเราเลือกช่วงกลางใบไม้ร่วงซึ่งเป็นช่วงพีคสุดๆในการท่องเที่ยวเกาหลี
เพราะใบไม้จะเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง ส้ม แดงกันทั่วเมือง
แถมอากาศก็กำลังดีค่ะ ไม่หนาวไม่ร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยช่วงที่เราไปประมาณ 7 – 20 องศา


ก่อนที่จะพาเที่ยว เรามาเก็บทริคในการเตรียมตัวไปเกาหลีกันก่อนดีกว่า


1. Passport และเอกสารต่างๆ : สำหรับคนไทยที่จะไปเกาหลีไม่ต้องใช้ VISA ค่ะ
แต่ Passport ต้องเหลืออายุอย่างน้อย 6 เดือนนะคะ
และสำหรับผู้หญิงที่จะเดินทางเข้าเกาหลี ทาง Immigration ค่อนข้างเข้มงวด
เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะมากับทัวร์หรือมาเป็นครอบครัวก็แล้วแต่
หากไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน (ใน Passport โล่งๆ) ก็ควรเตรียมเอกสารรับรอง
จากทางสถาบันหรือทางบริษัทที่ทำงานอยู่ เพราะถ้าหากโดนกักตัวแล้วจะต้อง
เสียเวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงในการสัมภาษณ์ และถ้าหากโดนถูกส่งกลับไทย
ก็จะไม่สามารถเข้าประเทศเกาหลีได้อีกอย่างน้อย 6 ปีค่ะ

2. ของใช้ที่จำเป็นหากไปในช่วงอากาศเย็น : ที่้ เกาหลีเป็นประเทศที่หนาวลมค่ะ
ถ้าเป็นคนที่ขี้หนาวแล้วล่ะก็ แนะนำให้หาแจ๊คเก็ตที่สามารถกันลมได้
หรือถ้าไม่มีก็อาศัยการใส่เสื้อแขนยาวซ้อนกันหลายๆชั้น
เพื่อให้ลมหนาวผ่านเข้าสู่ร่างกายได้น้อยที่สุด

3. อาหาร : ครั้ง นี้ที่ไปเกาหลี อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าซื้อแพคเกจที่เน้นการ
เที่ยวและกินมากกว่าช้อปปิ้ง โปรแกรมการกินจึงถูกคัดสรรมาอย่างดี
เป็นร้านดังๆทั้งนั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม สำหรับเราแล้ว ขนาดหิวแบบสุดๆ
ยังกินไม่อร่อยซักมื้อเลย ก่อนไปเกาหลีเราขอแนะนำให้พกผงโรยข้าว
หรือ ฟุริคาเคะ ไปด้วยค่ะ หรือบางคนชอบกินน้ำพริกเอาไปด้วยก็ดีค่ะ เพราะอาหารเกาหลีเป็นอาหารที่เน้นคุณค่า ไม่เน้นรสชาติ
(กรุณาอย่าเทียบกับอาหารเกาหลีที่ประเทศอื่นๆ เพราะว่าอร่อยกว่า
อาหารที่ประเทศเกาหลีมากค่ะ)

4. เครื่องใช้ไฟฟ้า : ปลั๊กที่เกาหลีเป็นแบบหัวกลมค่ะ
สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าของญี่ปุ่นบางยี่ห้อจะนิยมเป็นหัวแบน
ก่อนนำไปใช้ก็ตรวจดูดีดีค่ะ

5. การแลกเงิน : ที่เกาหลีใช้สกุลเงินวอน ซึ่งเรท ณ ปัจจุบันจะอยู่ที่ 1000 วอน
เท่ากับ 35-38 บาท ในกรุงโซลบางร้านจะตั้งราคาเป็น US dollar
หากเจอร้านประเภทนี้ ใช้บัตรเครดิตรูด หรือใช้เงินดอลล่าห์จะถูกกว่าค่ะ

6. เตรียมใจ : สำหรับเราต้องเตรียมใจกับค่านิยมหรือนิสัยของ
คนเกาหลีพอสมควร คนเกาหลีเป็นคนตรงมากๆ มารยาทหรือการบริการของ
คนเกาหลีไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆในเอเชีย หากใครประทับใจกับ
บริการของชาวญี่ปุ่นที่เทคแคร์และให้เกียรติลูกค้าสุดๆ หากไปเกาหลีต้องทำใจ
เล็กน้อย เพราะเค้าทำได้แค่ 1 ใน 5 ค่ะ

เรื่องการบริการหรือวิธีการขายของของคนเกาหลีขอเก็บไปคุยในไดอารี่หน้า
แล้วกันนะจ้ะ

เตรียมตัวเสร็จแล้วก็... Let’s Go!!!

ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี สถานที่ยอดฮิตที่ทั้งชาวไทยและชาวเกาหลี
ต่างมาเที่ยวคงหนีไม่พ้น...เกาะนามิ(Nami Island)

การเดินทางเข้าสู่เกาะนามิต้องนั่งเรือเฟอร์รี่ค่ะ เกาะแห่งนี้โด่งดังมากในเรื่อง
“Winter Love Song” หรือ เพลงรักในสายลมหนาว เกาะนามิจะมีรูปร่างคล้าย
ใบไม้ลอยอยู่ในแม่น้ำฮั่นทางตอนเหนือ จุดเด่นของเกาะนี้คือจะปลูกต้นแปะก๊วย
เป็นแนวยาวตลอดทาง
มองไปทางไหนก็เห็นคนมาเป็นคู่ๆ เห็นแล้วอิจฉาจริงๆ (> <)




The National Folk Museum of Korea
หากต้องการไปชมวัฒนธรรมพื้นเมืองสมัยก่อนของเกาหลี
ก็ไปเดินชมได้ที่นี่เลยค่ะ




อีกที่หนึ่งที่เราชอบมากๆในเกาหลีคือ...ฟาร์มเลี้ยงแกะแทควัลยอง (Daegwallyeong Sheep Farm)

ที่ฟาร์มแห่งนี้มีเนื้อที่มากถึง 155 ไร่ ใช้เวลาเดินขึ้นเขาที่ค่อนข้างชัน (มาก)
ประมาณ 10-15 นาทีก็จะพบกับฝูงแกะมากกว่า 200 ตัว
ที่นี่เลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติเปิดเพลงให้ฟัง
และมีกิจกรรมให้อาหารแกะกับมือ และที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่ใช้ถ่ายทำละคร Autumn in my heart หรือละครต่างๆมากมาย



ไม่ไกลจากฟาร์มแกะมากนัก ก็จะมี Teddy Bear Farm
เป็นฟาร์มเล็กๆของเจ้าหมีTeddy bear ที่นี่ได้รวมเอาหมีเท็ดดี้จากทั่วทุกมุมโลก
มาจัดแสดงไว้ค่ะ



น้องหมีน่ารักน่าหิ้วกลับทุกตัวเลย





หากมาเกาหลีช่วง Autumn ก็ต้องห้ามพลาดไป อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน
สถานที่แห่งนี้ชาวเกาหลีนิยมมาในช่วง Autumn –Winter ค่ะ
โดยมีความเชื่อที่ว่า อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีิวิตจะต้องขึ้นมาที่ยอดเขาแห่งนี้
เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เทือกเขาแห่งนี้จัดว่าเป็นแนวเขาที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง
ในเกาหลี ในบริเวณอุทยานก็จะมี วัดชินฮึงซา ซึ่งสงบร่มเย็นมากๆ



มาเกาหลีกี่ทีก็ต้องแวะมาสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีแห่งนี้ทุกที
SAMSUNG EVERLAND

ช่วงที่ไปเป็นช่วงเทศกาลฮัลโลวีน ภายในตกแต่งด้วยฟักทองน่ารักๆเต็มไปหมด
หากใครจะมาเที่ยวที่นี่แนะนำให้มาวันธรรมดานะคะ
ขนาดเราไปวันธรรมดาตั้งแต่เปิดสวนสนุกคนยังเยอะเลย
เครื่องเล่นดังๆอย่าง T-Express ที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน
คนเข้าคิวยาวเหยียด เราได้เป็นคิวแรกเพราะไปรอตั้งแต่ 10.30 (มันเปิด 11.00)
หลังจากเล่นแล้วติดใจเลยไปต่อคิวอีกที คราวนี้รอไปอีก 40 นาทีเลยค่ะ
กว่าจะได้เล่นอีกรอบ เสน่ห์ของเครื่องเล่นนี้อยู่ที่ความ Classic
เนื่องจากเป็นรางไม้ และที่สำคัญวิ่งนานมาก ใช้เวลานั่งเกือบๆ 3 นาทีแน่ะ !!!
รถไฟเหาะรางไม้อีกที่ที่โหดไม่แพ้กันนึกถึง Fujiyama ที่ Fuji Q Highland ที่ญี่ปุ่น





นี่ล่ะโฉมหน้า T-Express สำหรับสาวชอบเล่นแนวฮาร์ดคอร์อย่างเรา
ถือว่าสอบผ่านค่ะ แต่ถ้าเทียบความเสียวแล้วที่โน่นโหดกว่าอีกนะ




ICE Gallery
สถานที่แห่งนี้มีกิจกรรมสนุกๆโดยให้แต่ละคนแกะสลักก้อนน้ำแข็งให้เป็นแก้ว
ใส่น้ำหวาน
สำหรับคนที่ชนะก็จะได้เหรียญรางวัลด้วย (รอบนี้น้องชายเราได้ไป)
ส่วนเราแกะได้ห่วยสุดๆเลย ฮ่าๆ

หลังจากแกะน้ำแข็งแล้วก็ลงไปชั้นใต้ดินเข้าชมแกลลอลี่น้ำแข็งแกะสลักในอุณหภูมิติดลบ ไม่ต้องกลัวหนาวนะคะ เค้าเตรียมเสื้อไว้ใ้ห้ครบทุกคนเลย




ปิดท้ายสถานที่ท่องเที่ยวด้วย...หมู่บ้านฝรั่งเศสแห่งเกาหลี(La Provence)
ที่นี่มีบรรยากาศในแบบเมือง Provence ในประเทศฝรั่งเศส ตึกสีสันพาสเทล
มีทั้ง Café,ร้านขายของต่างๆ และแน่นอนว่าสถานที่น่ารักๆแห่งนี้ก็โด่งดังมาก
จากภาำำพยนต์เรื่อง Bithoven Virus




ครั้งหน้ายังคงอยู่ที่เกาหลีค่ะ
แต่จะพาเพื่อนๆไปเลือกซื้อของที่ควรซื้อในประเทศเกาหลีกัน
จะมีอะไรบ้างติดตามครั้งหน้าค่ะ


Column for : //www.kuteclub.com
Image Hosted by ImageShack.us Image Hosted by ImageShack.us Kirari’s Talk : Let’s Go…KOREA!!!! ตอน Autumn in my heart Image Hosted by ImageShack.us


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

20-10-2009 เปลี่ยนลุคสาว COOL มาเป็นสาว CUTE
18-10-2009 ก้าวสู่ปีที่ 5 กับ JILL STUART beauty
11-10-2009 อัพเดทก่อนใครกับ A/W outer trend from RAY & PINKY
08-10-2009 DIY เล็บสวยทันใจด้วย Nail Stamper
01-10-2009 Kirari’s How to : Happy Pink Berry


Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 02 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2552 21:43:38 น.
Counter : 4205 Pageviews.  

I ❤ T o k y o : Part IV : 吉祥寺 X 下北沢 ลัลล้าก่อนกลับบ้าน


มาอัพแล้วจ้า...หายไปซะนานเลย
วันนี้ภาคจบแล้วล่ะสำหรับ Tokyo Trip ของปีนี้

Photobucket

วันเสาร์ที่ 9 พค วันนี้นัดกันครบ Girl Gang เลย สน รุ้ง ออม แถมด้วยอุ้มที่ตามมาเจอกันช่วงค่ำ
วันนี้เราแพลนว่าช่วงเช้าไปเดินเล่นที่ 吉祥寺(Kichijoji) ย่านนี้มีของน่ารักๆ ร้านน่ารักๆ
แถมมีสวนสาธารณะให้เดินเล่นด้วย

นัดออมที่สถานี กรี๊ดดด...เปลี่ยนไป๋ Photobucket オシャレนะยะ
วันนี้แต่งตัวน่ารักโพด หลังจากกรี๊ดกร๊าดกับลุคใหม่ของเพื่อนสาวเสร็จแล้วก็เดินเล่นกันแว้บนึง

Photobucket

มื้อเที่ยงตั้งใจไปทานหมูมิฟเฟิลที่รุ้งเอามายั่วไว้ในบลอคก่อนๆ ต้องลองให้ได้
ร้านชื่อ ゲンカツ(Genkatsu)
ค่ะ เดินวนหากันหลายรอบมาก สงสัยเป็นแผนของรุ้ง
ให้เดินกันจนหิวระดับนึง อิอิ

ร้านอยู่บนตึก F&F ค่ะ ชั้น B1 ตึกนี้อยู่ติดๆกับ Loft

Photobucket

ีที่ร้านเปิด 11 โมงค่ะ เราไป 11 โมงนิดหน่อย คนยังไม่ค่อยเยอะ ดีจังไม่ต้องรอคิว
หลังจากเดินเข้าร้านแล้วก็สะดุดกะ staff หนุ่มๆแต่ละคน คัดมาป่าวเนี่ย อ่ะแหนะๆ
เพื่อนสาวแต่ละคนกรี๊ดกร๊าดกันใช่ย่อย แต่ลองสังเกตๆแล้ว พ่อหนุ่มรูปงามท่าทางจะชอบ
สาวน้อยน่ารักสไตล์รุ้ง เห็นมองบ่อยมากกก เพื่อนชั้นก็ฮอตไม่เบานะเนี่ย Photobucket

Photobucket

เมนูที่นี่มีให้เลือกหลายแบบมาก ทีเด็ดคือการ slide หมูชิ้นให้บางๆซ้อนๆกัน 25 ชั้น
แล้วค่อยนำไปทอด ส่วนข้าวเนี่ยก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน
เค้า made to order คือสั่งแล้วค่อยทำ ข้าวก็เช่นกัน ทุกคนจะได้ข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จหมาดๆ
หม้อที่ใช้หุงไม่รู้ว่าใช้หม้อไม้ไผ่แบบที่เสริฟมาเลยหรือเปล่า แต่เราว่ามันหอมอร่อยมากๆ

Photobucket

เห็นเมนูปั๊บก็เลือกได้ทันทีว่า ต้องเซทนี้เลย Cheese Tonkatsu set

ผ่านไปประมาณ 20-25 นาที เมนูที่เราสั่งไปก็มาส่งที่โต๊ะ (หากใครจะไปทานที่ร้านนี้ต้องใจเย็นๆ
เพราะเค้ารอให้สั่งเสร็จแล้วค่อยทำน่ะค่ะ)

Photobucket

Photobucket

กรี๊ดด ชีสอย่างเยิ้ม หมูอย่างนิ่ม ข้าวก็หอม สลัดก็อร่อย
เกิดมาไม่เคยกินหมูทอดอร่อยขนาดนี้ มันคือสุดยอด Tonkatsu ของจริง
ต้องขอบคุณรุ้งมากๆเลยที่ทำให้เรารู้จักร้านนี้ น่าเสียดายน่าจะรู้จักเร็วกว่านี้หน่อย
เพราะเราคงได้ไปกินทุกอาทิตย์แน่ๆ เราชอบกินทงคัตทซึมากๆเลยอ่ะ Photobucket

หม่ำๆกันเรียบร้อยก็ check bill หมดกันไปคนละ 1950 เยน หรือประมาณ 720 บาท
ถ้าเทียบกับความอร่อยระดับนี้ถือว่าไม่แพงค่ะ
พอเดินออกจากร้าน โอ้ววว...คนรอเพียบเลย สมแล้วที่เป็นร้านดัง
ของอร่อย แถมพนักงานก็หน้าตาดี 555

เดินเล่นย่อยอาหารที่ถนนคนเดินกันซักหน่อย steak ร้านนี้เนี่ยสุดยอดจริงๆ
คนต่อคิวยาวมากกกก เท่าที่กะๆเอา น่าจะประมาณ 70-100 คิวได้ แถวยาวมากกก

Photobucket

ผ่านมาทีไรก็เห็นคิวแบบนี้ทุกที เลยไม่ได้กินซักกะที ขี้เกียจรอ กลัวกินแล้วติดใจ อิอิ

เดินไปเรื่อยๆก็ถึงสวนสาธารณะ ร่มรื่นมาก คนก็เยอะมากเช่นกัน
(น้องหมารูปขวาล่างพันธุ์อะไรไม่รู้ ตัวใหญ่มากกกก)

Photobucket

หลังจากเดิน shopping ที่คิจิโจจิแล้วก็เดินทางต่อไปที่ย่าน 下北沢(Shimokitazawa)
เป็นย่านที่ของแนวๆหน่อย ราคาไม่ถูก แต่ของไม่โหลแน่ๆ ร้านน่ารักเพียบบบ

Photobucket
Photobucket พอไปถึงก็ตั้งใจแวะจิบกาแฟกันที่ร้าน ericafe ที่ดังเรื่อง coffee art ลงตามแมกกาซีน
แต่ๆๆๆๆ ไม่ประทับใจพนักงานและร้านเลยอ่ะ ข้ามแระกันไม่เล่า Photobucket

เดินๆๆๆกันต่อ เพื่อนสาวแต่ละคนเริ่มมีถุงหอบกันแล้ว ช้อปกระจาย
รู้สึกว่าออมจะเยอะสุดเลยนะ ได้ยูกะตะสวยมากกกก ไปช่วยกันเลือก ชุดแบบว่าถูกใจเรามาก
เชียร์ออกนอกหน้า ฮ่าๆ กรี๊ดดช่วง Hanabi อย่าลืมอวดรูปน้า ชอบมากๆเลยชุดนั้นน่ะ

พอมาถึงช่วงเย็นๆก็นัดอุ้มไว้ เดินขาเดี้ยงมาเลย เพิ่งล้มไป หายไวๆเน้อ
เย็นนี้ dinner กันที่ร้าน Zagara Cafe Restaurant Italian ค่ะ
อ๊ะอย่าเพิ่งสงสัยว่าทำไมต้องเป็นอาหารอิตาเลียน ก็เพราะว่าอาหารอิตาเลียนที่ญี่ปุ่นเนี่ย
ไม่ธรรมดานะคะ อร่อยสุดๆ

ระหว่างทางที่เดินไป ก็สะดุดกับร้านเสื้อผ้าผู้ชาย ร้าน News ค่ะ เสื้อน่ารักดี
เลยสอยมาให้คุณแฟนตัวนึง

Photobucket

มื้อนี้สั่งกันเยอะมากก และที่สำคัญอร่อยทุกจานค่ะ
จานแรกที่มาก็เป็น Pasta หอยลาย(หอยลายป่าวหว่า) ออกเค็มนิดๆ แต่อร่อยมาก

Photobucket

จานที่สองก็นี่เลย ไข่เจียวชีส Cheese Omelet คือเรารีเควสขออะไรที่มันชีสๆหน่อย
รุ้งเลยจัดให้ โอ๊ยยยมันอร่อยสุดๆไปเลย
ตอนแรกมาถึงหน้าตาไม่ดีไม่สวย แต่ขอบอกว่ารสชาตเร้าใจมาก

Photobucket

ต่อกันที่ Spaghetti Carbonara ใส่เบคอนหอมมากก อร่อยเกินห้ามใจ
ส่วนออมรีเควส สปาเกตตี้หมึกดำ กินไปขำไปจนเจ้าของร้านแอบอมยิ้ม
ฟันดำกันทั้งโต๊ะ แถมถ่ายรูปกันไปขำไป สนขำจนน้ำตาร่วง ฮาแตกกะเพื่อนอุ้มมากๆ

Photobucket

Photobucket

หลังจากอิ่มอร่อยในราคาที่ไม่แพงแล้ว ก็เดินออกมาถ่ายพุริกัน ด้วยความที่อยากถ่ายมากๆๆๆ
เลยถ่ายเล่นกันสองใบ หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้านก่อนรถไฟจะหมด

Photobucket

PhotobucketPhotobucket


วันรุ่งขึ้นก็เก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน รู้สึกว่า 1 สัปดาห์เนี่ยผ่านไปเร็วมากๆ
ยังไม่ทันไรต้องกลับแล้ว
ขากลับเนี่ยรู้สีกเลยว่ากระเป๋าหนักมากๆ มารู้อีกทีคือตอนไปชั่งที่สนามบิน
ปาเข้าไป 19.5 kg เกือบไปแล้ว
มิน่าล่ะแบกลงบันไดมันถึงหนักจนแทบปวดแขน
สังเกตชุดเราหรือเปล่า ว่าช่างต่างจากมาวันแรก...
เมื่อ 1 อาทิตย์ก่อนช่วงเช้าๆยัง 12-13 องศาอยู่เลย
พอขากลับเนี่ย 28 ร้อนเหงื่อซึมนิดๆ

และแล้วก็ถึงเวลาต้องแยกจาก...ต้องขอบคุณเพื่อนๆทุกคนเลยที่ช่วยทำให้วันหยุดเรา
เป็น Happy vacation แบบนี้ ขอบใจรุ้งมากๆเลยนะสำหรับที่พักแสนเร้าใจ บ้านรุ้งสะอาดมาก
สน กะออมก็เที่ยว ช๊อปกันมันส์เช่นเคย ถ้าเราลาได้อีกคงไปเที่ยวด้วยกันอีกแน่นอนจ้ะ

Photobucket

ขากลับพอเหวี่ยงกระเป๋าเข้าไป Load ได้แล้ว ตัวก็เบา หาไรหม่ำดีกว่า
วันนี้รู้สึกอยากกิน Gyudon (ข้าวหน้าเนื้อ) มากๆ เดินหาหลายร้านไม่มี
เลยขึ้นไป cabin canteen ชั้นบนสุดของ Terminal 1 มีแต่พวก staff มาทานน่ะค่ะ
เจอร้านนึง ใช่เลย Gyudon!!!! ร้านนี้มีคุณลุงคุณป้าเป็นเจ้าของร้าน
ร้านเค้าติดอยู่กับร้านอาหารไทยน่ะค่ะ
ค่าอาหารก็ไม่แพงเลย 680 เยนเท่านั้น อร่อยมากก!

หลังจากอิ่มแล้วเดินช๊อปต่ออีก (ของที่คนอื่นฝากเพียบ) แถมขนมที่อยากซื้อก็มีอีกเพียบ
ชอบ Ichigo Daifuku มากค่ะ ซื้อมาหลายกล่องใหญ่
มันจะคล้ายๆโมจิสตอเบอร์รี่ใส้ชอคโกแลตน่ะค่ะ
อีกอันที่พลาดไม่ได้คือ Wasabi Pitachio ซื้อมา 2 ถุงใหญ่เลย (ถุงนึง 1200 เยน
แพงเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ชอบมากเลยเอามาแบบไม่คิด)
ส่วน Tokyo banana ที่บ้านไม่มีคนชอบอ่ะ เลยไม่ได้ซื้อมา

กลับถึงไทย คุณแฟนก็ทำตัวน่ารักมารับ อิอิ น่าร๊ากกกPhotobucket

แต่ก่อนหน้านั้นเนี่ย...มีเรื่องโก๊ะอีกแล้ว
คือตอนรับกระเป๋าเดินทางน่ะ กระเป๋าเรามันขึ้นไปซ้อนกับอีกใบนึงบนสายพาน
ทำให้เอาลงมายากมาก แถมหนักมากอีก พอเหวี่ยงลงพื้นได้ก็...จ๊ากกก...Photobucket
เฉี่ยวหัวแม่โป้งข้างขวาถุงน่องขาดไปเลย ซวยมาก เล็บเพิ่งขึ้นได้ครึ่งเดียวเอง
(ไปถอดเล็บมาน่ะค่ะ) เสียวมาก กลัวว่าจะหลุดอีก เห้อๆๆๆๆ แต่นี่ผ่านมาก็ยังไม่หลุด แค่ช้ำๆ
เกือบไปแล้วเรา...

ครั้งหน้าจะอัพเรื่องอะไรต่อ ขอไปคิดซักแว้บนะคะ Photobucket


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

22-05-2009 I ❤ T o k y o : Part III : 創価大学 & ประสบการณ์สยองๆกะผีญี่ปุ่น อ๊ากก
17-05-2009 I ❤ T o k y o : Part II : Roppongi Hills & Tokyo Midtown
14-05-2009 I ❤ T o k y o : Part I 新宿・渋谷・原宿・八王子 ♪
01-05-2009 ✿Shibasakura @ chichibu-saitama✿
29-04-2009 三 (/ ^∇^)/ ♪ Travel Plan in Tokyo
27-04-2009 [日本語版] Wish list from @cosme Ranking (→ܫ←)♥♥


Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 31 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 4 มิถุนายน 2552 16:53:52 น.
Counter : 1897 Pageviews.  

I ❤ T o k y o : Part III : 創価大学 & ประสบการณ์สยองๆกะผีญี่ปุ่น อ๊ากก

Haloo~
หลังจากอัพ Part II แล้วก็หายหน้าไปพักนึง ช่วงนี้กลับบ้านดึกทุกวันเลย
ไม่ค่อยมีเวลาอัพซักเท่าไหร่ แต่ในที่สุดก็คลอดภาค 3 มาจนได้
ไม่เสียเวลาแระ ขอเล่าเรื่องต่อเลยดีกว่า...

PhotobucketPhotobucket


วันที่ 7 พค. ตื่นเช้ามาอากาศมัวๆ ฝนก็ตก เฮ้ออ นี่ตกติดต่อกันหลายวันแระนะ พยากรณ์อากาศที่ดูมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อนผิดพลาดหมดเลย
แต่อย่างว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศเกาะ ลมมรสุมช่วงนี้มันเยอะ
ฝนที่ญี่ปุ่นเนี่ยน่ารำคาญที่สุด เพราะมันตกนิดๆแต่ตกทั้งวัน
แถมบางวันลมแรงมากๆ พัดเอาละอองฝนโดนหน้า โดนตัวไปหมด
กางร่มหรือไม่กางก็มีค่อพอๆกัน

Photobucket
มหาลัยเราร่มรื่นมากๆค่ะ สองรูปบนเนี่ยเป็นซากุระ ตอน spring นี่สวยสุดๆเลย
เคยลงรูปไว้ในบลอคเก่าๆด้วยล่ะ สวยมากก


วันนี้เราตั้งใจไปเยี่ยมอาจารย์และเดินเล่นที่มหาลัยที่เราเคยมาเรียน
Soka University เป็นมหาลัยนึงที่น่าเรียนและคณะอาจารย์ดูแลนศ.ดีมากๆ
เราไม่ได้กลับไปเยี่ยมมหาลัยเกือบๆ 2 ปีแล้ว รอบนี้ที่ไป เห็นอะไรเปลี่ยนไปเยอะ
เหมือนกัน ตึกใหม่ๆ ร้านอาหารใหม่ๆ ก็เยอะขึ้นด้วย
โรงอาหารที่ชั้น 2ของ学生ホール (Student Hall) เป็นอีกที่ที่เราชอบไปนั่งทานมาก
ก็ข้าวหน้าเนื้อนี่มันอร่อยสุดๆ แถมไม่แพงด้วย มีหลายขนาด ทั้ง S M L
ส่วนมากกเราก็สั่งใหญ่สุด เพราะอร่อยจริงๆ
แต่ไปคราวนี้น่าเสียดายมาก เพราะกลายเป็นร้าน Subway ไปซะแล้ว
มื้อเที่ยงเลยเปลี่ยนจุดหมายไปทานข้าวที่ตึก 本部 โรงอาหารอยู่ที่ชั้น 13
ถ้าวันไหนอากาศดีๆ ก็จะมองเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ไกลๆด้วยล่ะ

Photobucket
ขวา...新世紀橋 (Shinsekibashi)
ซ้าย...ตึึก 本部 (Honbu) เป็นอาคารเรียนที่ทันสมัยมากๆค่ะ


มื้อเที่ยงเราก็เลือกทาน ข้าวหน้าแกงกะหรี่ของโปรด ราคาถูกมากก
230 เยนเอง ถุกมั้ย เนื้อเยอะด้วยนะ

Photobucket
เวลาซื้อข้าวก็ต้องกดคูปองด้านหน้าเอาค่ะ จ่ายตังค์ที่ตู้เลย


หลังจากทานเสร็จก็เดินย่อยค่ะ
ลงมาชั้นล่างของตึกก็จะเจอกับนิทรรศการพวกภาพวาด รูปถ่าย รวมถึงเกียรติประวัติของ
อาจารย์อิเคดะผู้ก่อตั้งลัทธิโซกะ รวมถึงมหาลัยโซกะด้วย

Photobucket
ขวาบน...เป็นรูปปั้นดาวินชี่ค่ะ

Photobucket

เดินเเว้บๆเจอรูปในหลวงของเราด้วย ถ่ายคู่กับอาจารย์อิเคดะ

Photobucket

Photobucket
ขวาบน... Student Hall ค่ะ ชั้นล่างเป็น super market ขายทุกอย่างทั้งของกิน
ของ premium ของมหาลัย
ซ้ายล่าง...ตึกนี้นักเรียนต่างชาติทุกคนต้องมาเรียนภาษาที่นี่ค่ะ
ขวาล่าง...อาจารย์ยามาโมโตะ อาจารย์ประจำคลาสที่เราเรียน ใจดีมากๆ
และก็ชอบประเทศไทยมากๆ อาจารย์รอบรู้มากๆ ดูจากหนังสือด้านหลังได้


Photobucket
หอประชุมใหญ่ของมหาลัยค่ะ ข้างในนี่สวยสุดๆอ่ะ แต่จะเปิดให้เข้าเฉพาะวันสำคัญๆเท่านั้น


Photobucket
เดินไปทางด้านหลังก็มีทางเดินเข้าสวนหย่อมค่ะ
ยังกะป่าเลยอ่ะ ธรรมชาติมากๆ รูปซ้ายล่างจะมีศาลาเอาไว้นั่งเล่นได้ แถมปลาคาร์ฟเนี่ย เยอะมาก
ตัวใหญ่มากๆค่ะ


หลังจากเดินเล่นที่มหาลัยซักพัก ก็เดินลงเขากลับบ้าน (มหาลัยเราอยู่บนเขาค่ะ)
เวลาเดินไปมหาลัยตอนเช้าๆเนี่ย เป็นการออกกำลังกายที่ดีเลยล่ะ
ตั้งแต่มาอยู่มหาลัยนี้เปลี่ยนรองเท้าหลายคู่มากๆ เพราะส้นมันสึกหมดเลย
555 เดินเยอะไปหน่อย ทางเท้าของเค้ามันเดินง่าย ไม่ตะปุ่มตะป่ำ เดินไปไม่ต้องกลัวคว่ำแบบไทย
ตอนแรกๆก็ใส่ผ้าใบ หลังๆเริ่มกระแดะใส่บู้ทส้นสูง
ปรากฏว่า ส้นสูงนั้นอยู่ได้แค่ 2 เดือนส้นก็สึกหมดแล้ว ต้องเอาไปซ่อม 55+



หลังจากกลับบ้านก็นั่งดู シバトラที่เทปเปคุงเล่นเป็นตำรวจ กรี๊ดๆๆๆ น่ารักค่อด
โนโซมิบ้าเทปเปคุงมากๆ มากกว่าเราหลายเท่านัก คริๆ
เสร็จสรรพก็ลากกระเป๋าใบโตๆหิ้วลงมาชั้นล่าง เหนื่อยแทบแย่ (รอบแรก)
ฝนก็ตกอีก ทางที่เราจะไปป้ายรถเมล์มันต้องเดินขึ้นเขาเล็กน้อย
ใช้แรงแขนน่าดู เลยเปลี่ยนจากการลาก มาดันกระเป๋าแทน อีกมือก็ถือร่ม
เดินไปได้ซักพัก เอ๊ะ...เสียงเหมือนรถเมล์มา

เห้ย...มาแล้วๆ คราวนี้ล่ะหุบร่มวิ่งลากกระเป๋าเลย รองเท้าที่ใส่ก็ดันสูง 10 เซน
วิ่งลำบาก แต่ก็ฮึดวิ่ง เพราะขี้เกียจรออีก15 นาที
พี่คนขับก็ใจดีหยุดรถรอด้วย


หลังจากนั้นก็ขึ้น JR ไปลงที่ 品川 (Shinagawa) เพราะนัดเจอเพื่อนอีกคน
ที่มาจากโอกินาว่าเอาไว้ (อังริจัง) หน้าเหมือนคนไทยเลยเนาะ (รูปขวา)

Photobucket


นั่งแม้วๆกันเกือบ 2 ชม.แน่ะ เสร็จแล้วก็ไปรอเจอรุ้ง กะ สน
บ้านรุ้งอยู่ที่สถานีที่ไม่ไกลจากสถานีนี้เลย
นั่ง Local train สาย 京急 ไปลงที่ 梅屋敷駅 แล้วเดินไปนิดเดียวเอง


มื้อเย็นก็แวะไปทานร้านไก่ย่างที่รุ้งแนะนำว่าอร่อยสุดๆ
พอถึงที่ร้านก็ให้รุ้งจัดการสั่งเลย เอาแบบที่อร่อยๆ
เมนูที่เลิฟมากๆเนี่ย ก็ไก่ย่างชีส ชีสอย่างเยิ้ม อร่อยจนตั้องสั่งอีกจาน
ซ้อสที่ใช้ราดก็ไม่ธรรมดา อร่อยมากๆ ไก่ย่างจานอื่นๆก็อร่อย

Photobucket
Photobucket

PhotobucketPhotobucket

ทานกันเสร็จแล้วเข้าห้องอาบน้ำ แล้วก็เม้าท์ๆๆๆ กันสามคน Photobucket
เกือบๆ ตี 1 ก็ได้เวลานอน รุ้งให้เรานอนบนเตียง ส่วนรุ้งก็นอนข้างล่าง
(แอบเกรงใจ) หลังจากปิดไฟนอนไปพักนึง เราก็นอนไม่ค่อยหลับเลยพลิกตัวไปมาตลอด
ด้วยความที่ห้องมันเงียบมาก กลัวเพื่อนตื่น นอนคิดอะไรเพลินๆซักแว้บก็เผลอหลับไป
สะดุ้งตื่นอีกทีก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนนึงพูดขึ้นว่า
「トイレ行ってきます」ไปห้องน้ำเดี๋ยวมานะ ในใจก็คิดว่า เห้ยแกจะไปห้องน้ำแล้วทำไมต้องบอกชั้นวะ
เลยลืมตาตื่นขึ้นมาแว้บนึง เห็นเป็นผู้หญิงผมยาวสีดำถึงกลางหลัง
ใส่ชุดนอนเสื้อแขนยาวสีโทนกรมท่า แล้วก็กางเกงนอนสีครีมๆ
ยืนหันหลังอยู่ปลายเท้ารุ้ง ซึ่งก็คือข้างเตียงเรา
ตอนนั้นยังงัวเงียอยู่ สมองเบลอๆเพราะง่วง แต่...สักพักก็เริ่มประมวลความคิดได้ว่า
ก่อนนอนรุ้งไม่ได้ใส่ชุดนอนนี้นี่หว่า
แล้วจังหวะที่ผู้หญิงคนนั้นเดินไปทางห้องน้ำ เราก็ยังได้ยินเสียงหายใจรุ้งข้างๆอยู่เลย
แว๊กกกกกก...นี่เจอผีต่างแดนเลยเหรอ Photobucket


จังหวะนั้นรู้ตัวว่าตกใจมาก ตัวเย็นๆแต่เหงื่อซึม เอาผ้าห่มมาปิดตา
ในใจก็ท่องคาถาไล่ผีที่แม่หมอที่ท่าพระจันทร์คนนึงเคยให้ไว้
เค้าจะฟังออกหรือเปล่าไม่รู้ ท่องในใจไว้แล้ว
ซักพักก็ได้ยินเค้าพุดอีกประโยค ซึ่งฟังไม่ชัด
บอกประมาณว่า “ต้องรีบไปเอากุหลาบแล้ว” แล้วเสียงนั้นก็หายไป
เราคิดในใจว่า ขาไปนี่ยังเดินหันหลังให้ แต่ขากลับเนี่ยคงไม่มีใครเดินหันหลังกลับมาช่ายมะ
ไม่อยากเห็นหน้าอ่ะ กลัว...
อย่ากลับมาเลยนะ ขอร้อง เรานอนไม่ได้อ่ะ Photobucket

หลังจากเจอเรื่องไม่คาดฝันครั้งนั้นก็นอนไม่ได้ไป 1 คืน กว่าจะหลับอีกทีไม่รู้ว่ากี่โมง
แต่รู้ว่าฟ้าเริ่มสว่างแล้วแล้วก็เผลอหลับไป

(คือเราเป็นคนเจอเรื่องผีๆค่อนข้างบ่อย ยิ่งช่วงอยู่หอแถวท่าพระจันทร์ Room mate
เราแต่ละคนก็เหมือนจะรู้กันดี บางทีก็มาหาเฉยๆ บางทีก็มาบอกเลข
หุหุ จะบอกว่าถูก 2 งวดติดเลยนะ แต่เราไม่ได้เล่นหวยอ่ะ เพื่อนเราเล่น เลยบอกเพื่อนไป
ตอนแรกก็บอกเล่นๆ ไม่คิดว่าจะถุก แต่พอ 2 งวดติดๆนี่ ชักยังไง
สงสัยผีตนนั้นคงชอบเพื่อนเรา พอย้ายหอก็ไม่ได้ยินเสียงแปลกๆแบบนั้นอีก 55 อดเลย)


PhotobucketPhotobucket

ตื่นมาอีกทีก็ 9 โมงกว่าๆ ยังแอบหลอนนิดหน่อย ตาเป็นแพนด้า Photobucket
โบ๊ะคอนซีลเลอร์เต็มกำลัง โบกแป้งเข้าไปเอาให้มิด
หนามยอกให้เอาหนามบ่ง วันนี้ smokey eyes กรีดไลน์หนากลบเกลื่อน

Photobucket

สายๆก็ออกไปเดินช๊อปปิ้งที่ 原宿 (Harajuku) อีกรอบ
ครั้งนี้คนว่างสุดๆ ว่างมากๆ ต่างจากวันก่อนที่เดินเข้าไปไม่ได้
วันนี้ก็ได้ของมาเพียบอีกเช่นเคย แวะร้าน ダイゾdaiso
สาขาใหญ่ที่ถนน Takeshita street ก่อนหลับ ของเยอะมากๆ
หมดไปอีก 3000 กว่าเยน (30 กว่าชิ้น)

ตอนเย็นก็นัดกินข้าวกับแก๊งค์เดิม วันนี้รุ้งพาไปทาน Steak ที่ไม่ธรรมดา
เนื้อนุ้มนุ่ม ซ้อสก็อร่อย ข้าวก็อร่อย แถมไม่แพงด้วย กี่เยนหว่า
800 กว่าเยนเองมั้ง
นึกๆแล้วก็อิจฉานะ ถนนหน้าบ้านรุ้งเนี่ยของกินอร่อยๆเยอะจัง

Photobucket

หลังจากอิ่มกันแล้วก็กลับเข้าห้องพัก พออาบน้ำทำไรกันเสร็จ
เพื่อนเราอีกคนก็ขึ้นมานั่งเล่นด้วย คนนี้กะนอนกัน 3 คน
รุ้งก็นั่งเลทเนท อัพบลอคไปซักพัก ก็หันมาบอกพวกเราว่า
“เห้ยวันนี้เรานอนเฝ้าพวกแกเอง 555+ กลัวว”
ทำเอาเรากะสนขำกันกลิ้งเลย ใครจะรู้ไอ้รุ้งกลัวผีแบบสุดๆ
สุดท้ายก็เข้านอนกัน 3 คน เรากะรุ้งนอนเตียง ส่วนสนนอนข้างล่าง
แต่ปิดไฟนอนเงียบๆก็หลอนไปนิด รุ้งก็เลยเปิดคอนเสิร์พี่ Hyde(L’Arc en Ciel)
กล่อมจนเราหลับ (แต่ก่อนหลับได้ยินเสียงฮัมเพลงกะเสียงกรี๊ดเป็นระยะๆ 555)
ด้วยความที่เราไม่ได้นอนเมื่อคืนเลยหลับสนิท หลับคนแรกเลย
ตื่นเช้ามาด้วยพลังเต็มเปี่ยม ชาร์ตแบตเต็มแล้ว 55+ Photobucket

PhotobucketPhotobucket


วันที่ 9 พค วันนี้นัดกันครบ The gangเลย
ไปเดินเล่นย่าน 吉祥寺 (Kichijoji) และ下北沢 (Shimokitazawa)กันค่ะ
มื้อเที่ยง และ มื้อเย็นเนี่ย ปลื้มสุดๆ เอาไว้มาต่อภาคจบของ Tokyo Trip
ในตอนหน้านะคะ

Photobucket


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

17-05-2009 I ❤ T o k y o : Part II : Roppongi Hills & Tokyo Midtown
14-05-2009 I ❤ T o k y o : Part I 新宿・渋谷・原宿・八王子 ♪
01-05-2009 ✿Shibasakura @ chichibu-saitama✿
29-04-2009 三 (/ ^∇^)/ ♪ Travel Plan in Tokyo
27-04-2009 [日本語版] Wish list from @cosme Ranking (→ܫ←)♥♥


Image Hosted by ImageShack.us




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 22:56:57 น.
Counter : 2929 Pageviews.  

I ❤ T o k y o : Part II : Roppongi Hills & Tokyo Midtown


Photobucket Photobucket


เข้าสู่วันที่ 3 ที่อยู่ที่โตเกียว ตามแพลนเลย เราจะไปย่าน Roppongi ค่ะ
ย่านนี้เป็นย่านไฮโซมากๆ ค่าที่ดินนี่แพงแบบสุดๆ อะไรๆก็แพงไปหมด
ในความรู้สึกเรา เมื่อพูดถึงย่านไฮโซในญี่ปุ่นก็จะนึกถึง Roppongi (六本木)และ
Ginza (銀座)แต่...ในความรู้สึกเรานะ มันคนละฟิลเลย
Roppongi เป็นย่านไฮโซแต่เต็มไปด้วย modern art เป็นย่านสมัยใหม่มากกว่ากินซ่าเยอะ
ด้านกินซ่าเป็นย่านไฮๆที่ค่อนข้างผู้ใหญ่นิดนึง ไปเดินตามห้างใหญ่ๆก็จะเห็นคนวัยกลางคนซะเยอะ
แต่ว่างๆเราก็ชอบไปเดินเหมือนกันนะคะ เพราะว่ามีร้าน Chocolate หรือ ร้านCafe
สวยๆเยอะเหมือนกัน

PhotobucketPhotobucket

การเดินทางไปที่ย่าน Roppongi จุดเริ่มต้นเราเริ่มที่บ้านเพื่อนค่ะ
นั่งรถเมล์ไปหน้าสถานี 300 yen
จาก Keio Hachioji --> Shinjuku 350 yen
เปลี่ยนเป็นใต้ดินสาย Toei Oedo (都営大江戸線) 210 yen
พอถึงสถานี Roppongi ก็ออกที่ทางออก 3 ค่ะ เดินไปทาง Roppongi Hills
เดินชิลๆก็ 5-6 นาที


PhotobucketPhotobucket

ขอเล่าถึงตอนที่เราไปรอเพื่อนอีกคนที่หน้าสถานี Roppongi ก่อน
จังหวะที่ออกจากใต้ดินก็มีผู้หญิง 2 คนเดินตรงมาหาแล้วก็ชวนให้ไปเป็น Hair model ใ้ห้
อยากจะกรี๊ดด อยากทำนะเนี่ย เพราะร้านเค้าอยู่ฝั่งตรงข้ามเอง แต่เพราะนัดเพื่อนกันเที่ยว
เลยต้อง say no ไป จริงๆจะนัดแล้วทำวันอื่นก็ได้ แต่ก็ขี้เกียจมาแล้วอ่ะ ไกล..
คอร์สที่เค้าเสนอมาก็มีตัด ต่อผม ทำสี และดัด ทุกอย่างฟรี มีข้อแม้อย่างเดียวคือ
ยอมให้เค้าถ่ายรูประหว่างทำผมและ Before after คอร์สนี้โดยรวมแล้วน่าจะถึงหลักหมื่นบาท
เพราะเวลาทำผมที่ร้านดังๆที่ญี่ปุ่นเนี่ยราคามันมหาโหดเลย ยิ่งต่อผมด้วยเนี่ยแพงมาก

ขอพูดถึงเรื่องในอดีตนิดนึง
ตอนที่เราเรียนอยู่ก็ได้มีโอกาสเป็น Hair model อยู่หลายครั้ง
ทำฟรีทุกอย่าง แล้วก็ถ่ายลงmagazine โปรโมตร้านและทรงใหม่ๆให้เค้าเเค่นั้นเอง
การต่อผมที่โน่นจะใช้แบบเปีย ไม่มีใช้กาวแบบไทยทำหรอก
เราเองแอบตกใจที่ไทยใช้กาวอยู่เหมือนกัน เพราะลูกพี่ลูกน้องเราไปต่อผมมาที่สยาม
ข้อต่อเป็นกาว เวลารวบผมแล้วไม่น่ารักเหมือนเปียอ่ะ
แต่บางร้านก็ต่อแบบเปียก็มี แต่เห็นราคาแล้วแทบเป็นลม แพงจัง

เราต่อผมบ่อยนะตอนหน้าหนาว แต่ต่อได้ไม่นานเราก็แกะทิ้ง ไอ้น้องเราก็ยังว่ามาจนปัจจุบันว่า
พี่แป้งทิ้งผมเหรอ ทิ้งทำไมเสียดายอ่ะ ทำไมไม่เก็บกลับมา รู้มั้ยมันแพงมากๆๆๆๆๆๆ
ใครจะรู้ฟระว่าอยากได้ จะว่าไปก็เสียดายเนาะ เอามาขายต่อที่ไทยคงได้หลายพันบาท
ทิ้งไปเยอะด้วยสิ


ต่อๆเรื่องไปเที่ยวดีกว่า นอกเรื่องซะนาน...

พอออกจากสถานีปุ๊บฝนก็เริ่มตกปั๊ป ให้มันได้อย่างนี่สิ เห้อออออ...

เดินๆฝ่าฝนไปที่ Roppongi Hills ตึกสูงๆ มีแมงมุมเป็นสัญลักษณ์

Photobucket
ไอติม Cold stone ได้ยินว่าอร่อยมากกกก ผ่านหลายทีแระ เอาไว้รอบหน้าค่อยลอง
ส่วนไอ้ตึกส้มๆ คาดว่าคงเป็นคอนโดระดับ Hiที่โน่น เห็นในแมกกาซีนบ่อยมาก
เพื่อนญี่ปุ่นเองก็บอกว่าเหมือนเป็น Landmark อีกที่ของย่านนี้เลยนะ


Photobucket
รูปซ้าย...ตอนแรกนึกว่าจะเป็นที่กันฝนได้ สรุปมันทำสวยเกิน กันฝนไม่ได้ค่ะ
มันทำเป็นซี่เว้นซี่ ตอนแรกๆก็ไม่ได้สังเกต ก็หุบร่มแล้วเดินตามชายคานี้ไป
เดินไปซักพักเอ๊ะทำไมมันเปียกอ่ะ เลยมองขึ้นไป อืม...อาร์ทไปป้ะ
รูปขวา...สวนด้านหลังสวยดี มองเห็น Tokyo Tower ไกลๆด้วยล่ะ


Photobucket
อีกซักรูป

Photobucket
แมงมุมยักษ์ ถ้ามาย่านนี้ต้องถ่ายซักหน่อย
แถมเราโดนแอบถ่ายอีกแน่ะ เง้อ...


ที่ Roppongi Hills ตอนนี้เค้ามีจัดนิทรรศกาลของ Cassina ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอยู่
เลยแวะขึ้นไปดูซักกะหน่อย จัดที่ชั้น 52 วิวดีแต่มองอะไรไม่เห็นเพราะฝนตก
ค่าเข้าชมคนละ 1000 เยน


Photobucket

Photobucket
ที่ซื้อตั๋วขึ้นชมด้านบนยังกะโรงหนังแน่ะ ห้องน้ำก็สวยมากๆเลย
ทุกอย่างในตึกนี้ดูดีไปซะหมด
ภายในนิทรรศกาลเค้าห้ามถ่ายรูปนะคะ เท่าที่เดินดูก็ได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ตั้งแต่รุ่นแรกๆ
ในใจยังคิดเลยว่า โอ้โห..สมัยก่อนเนี่ยเค้าดีไซน์กันแรงขนาดนี้เลยเหรอ
มีอยู่ยุคนึงที่เก้าอี้แบบหมอฟันฮิตมากๆ ไม่รู้หรอกนะว่าเรียกว่าทรงอะไร
แต่มันเหมือนเก้าอี้ที่เรานั่งทำฟันมากๆเลยอ่ะ

จริงๆแล้วที่ Roppongi Hills มีหลายชั้นให้เดินมากๆเลยค่ะ
เป็น Shop เยอะมากๆ แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปมา เดินดูได้อย่างเดียว ซื้อไม่ค่อยลง
ไปซื้อพวก Postcard ที่ร้านของที่ระลึก เขียนส่งกลับให้คุณชายที่เมืองไทย
เหะๆ

Photobucket
สัญลักษณ์กลมๆตรงพื้น เป็นสัญลักษณ์ของ Roppongi Hills ค่ะ


PhotobucketPhotobucket



เปลี่ยนฝั่งเดินกันมั่ง ย้ายมาที่ Tokyo Midtown ที่เพิ่งสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา
เราเพิ่งเคยมาครั้งแรกค่ะ ค่อนข้างตื่นตาตื่นใจพอสมควร ตัวตึกใช้เส้นตรงพุ่งขึ้นข้างบน
มองแล้วให้ความรู้สึกที่ดี ตัวตึกเป็นกระจกเยอะมากๆ โปร่งดี แต่ก็เสียวๆเวลาแผ่นดินไหวเหมือนกัน
แต่เค้าออกแบบมาดี ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่

Photobucket

Photobucket
ตรงพื้นที่ด้านล่างเป็น Free show ค่ะ มีคนมาแสดงเรื่อยๆ

Photobucket
ด้านข้างๆก็มีสวนประดับด้วยผลงานศิลปะแนวใหม่ทั้งหลาย
เราไม่ได้เดินไปดูอ่ะเพราะฝนเริ่มตกหนักแล้ว เลยเข้าตึกดีกว่า

Photobucket

Photobucket
ห้างด้านในก็อลังมากๆ ใช้ไฟโทนส้ม อบอุ่นดี เดินสบายๆ ไม่สว่างเกิน

Photobucket

Photobucket
รูปขวาบน...ตามเสาแต่ละต้นในห้างนี้เค้าจะประดับพวกของประดับ หรือผลงานศิลปะ
พร้อมคำบรรยายไว้ เดินดูไปเรื่อยๆเพลินดี

รูปขวาล่าง...เป็น 7-11 ที่ตึกนี้ค่ะ อยู่ชั้นใต้ดิน โอ้วว...มันอลังมาก
เพิ่งเคยเห็นเซเว่นที่สวยๆก็ที่นี่แหละนะ

รูปซ้ายบน...ร้่านนี้อย่างเท่ ชอบๆแต่ไม่กล้าเดินเข้าอ่ะ ฮ่าๆ


Photobucket
เดินกันเหนื่อยแระ พักทานข้าวเที่ยงกันตอนบ่ายสอง
ที่ร้านดังร้านนี้ เดินวนอยู่นาน หาไม่เจอ
Hayashiya Cha en (林屋茶園) ร้านนี้ดังเรื่องมัตจะ 抹茶มากๆค่ะ
แต่ด้วยความหิวเลยสั่ง 鮭お茶付け แซลมอน โอะจะทซึเกะ
คือจะกินข้าวใส่พวกเครื่องเคียงและราดน้ำชาลงไป อารมณ์ประมาณข้าวต้ม แต่หอมชาด้วย
ร้านนี้ไม่แพงค่ะ ชาหอมดี เสียไปคนละ 900 กว่าเยน

Photobucket
หลังจากอิ่มแล้วก็เดินเล่นต่ออีกนิด เจ้าน้ำตกอันนี้เป็นจุดนัดพบอีกที่ของตึกเลย สวยดี


Photobucket
หลังจากนั้นก็เดินแถวๆ sakurasaka (桜坂)ย่านถนนแบรนด์เนม
เดินไปพักนึงแล้วมองย้อนกลับมาจะเห็น Tokyo Tower เบ้อเริ่มเลย
ร้านแบรนด์ดังเนี่ย สงสัยคัดพนักงานอย่างดี แต่ละคนยังกะนายแบบนางแบบ สูงหุ่นดีมากๆ

มองดูเวลาอีกที อ๋า...4 โมงแล้ว ต้องรีบเผ่นอย่างด่วนเพราะมื้อเย็นนัดเพื่อนเก่าไปทานซูชิกัน
วันนี้ทานไปน้อย แค่ 10 จานเอง เพราะยังไม่หายอิ่มจากมื้อบ่ายเลย
แต่ก็แอบคิดในใจนะว่า คงทานเยอะแบบแต่ก่อนที่ขึ้นหลัก 20 จานไม่ไหวแล้วมั้ง
อ้วนแน่ๆ แบบว่าแก่ขึ้นหลายปีแระ ระบบเผาผลาญคงแย่ขึ้น

Photobucket

วันนี้ได้เจอ Yuko สาวลูกครึ่งอิตาลี Yoko สาวลูกครึ่งออสเตรีย
น้องดา น้องนักเรียนไทยปีล่าสุด
และก็ Nozomi เหะๆ เห็นกันทุกวัน
นั่งกินไปเม้าท์แตกไป สนุกสนานมากๆ เสียดายที่หลายคนมาไม่ได้ ติดฝน
ฝนตกหนักมากกก

PhotobucketPhotobucket


วันพรุ่งนี้ไปเยี่ยมมหาลัยเก่าค่ะ Soka University
และก็ย้ายบ้านไปบ้านรุ้งแล้ว นอกจากเจอเพื่อนเก่าๆสุดที่ร้าก ทั้งรุ้งทั้งสนแล้ว
ยังไปเจอผีบ้านรุ้งอีก แง๊....
รุ้งพาไปทานมื้อเย็นที่ร้านไก่ย่างสุดอร่อย ชีสเยิ้มๆกรี๊ดดด เอาอีกๆๆๆๆ
เอาไว้จะมาเล่าต่อที่ Part III นะคะ

Photobucket


Image Hosted by ImageShack.us

Image Hosted by ImageShack.us

14-05-2009 I ❤ T o k y o : Part I 新宿・渋谷・原宿・八王子 ♪
01-05-2009 ✿Shibasakura @ chichibu-saitama✿
29-04-2009 三 (/ ^∇^)/ ♪ Travel Plan in Tokyo
27-04-2009 [日本語版] Wish list from @cosme Ranking (→ܫ←)♥♥


Image Hosted by ImageShack.us



Believe - 嵐




 

Create Date : 17 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 18 พฤษภาคม 2552 9:41:26 น.
Counter : 2848 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  

KiRaRi
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 98 คน [?]






สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539 ห้ามผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน
หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน
KiRaRi blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และ
เพื่อการอ้างอิงโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็น
ลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่
กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

กฎหมายพรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทาง
คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ให้ความคุ้มครอง
สำหรับผู้เสียหายจากการสวมรอย
สำหรับการโพสข้อความรูปภาพโดยแอบอ้าง
ว่าเป็นบุคคลอื่นเท่ากับเป็นการนำเข้าข้อมูล
ที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และทำให้
ผู้อื่นเสียหายแล้วมีความผิดตามมาตรา 14 (1)
มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน
1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


"พรบ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์"




เพื่อนๆสามารถค้นหาทุกสิ่งใน blog
โดยการพิมพ์ keyword เพื่อค้นหาได้ที่นี่ค่ะ

Custom Search






Created since: 23 JAN 2009



KiRaRi on Thailand Blog Award 2010

Bloggang Popular Award 201





ในหน้าของ Kirarista Fanpage จะเป็นการอัพเดท
Blog entry, Kirari TV, Kirarista item
หากอยากติดตามการอัพเดท สามารถแอดที่หน้านี้ค่ะ

Kirarista

Promote Your Page Too



Kirarista Instagram

Kirari on twitter



Ads by Google
Friends' blogs
[Add KiRaRi's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.