Group Blog
 
All blogs
 

สารทจีนปีนี้สนใจทำ “ขนมเทียน” มั๊ยค่ะ

สวัสดีค่ะ มาแล้ววันนี้มาซะดึกเลย หลายวันก่อนยังคงวุ่ยวายกับการเย็บชุดตุ๊กตาเหมือนเคยค่ะ ยังชอบอยู่.......ไม่เบื่อ อาจได้แวะเวียนมาหาต่อเมื่อว่างหรือทำเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งน้อยใจกันไปนะค่ะ แอนยังคงคิดถึงทุกๆ คนอยู่ เหมื่อนเดิมค่ะ


เข้าเรื่องเลยดีกว่านะค่ะ มีใครสนใจทำขนมเทียน – ขนมเข่ง ไหว้เจ้ากันมั๊ยค่ะ



แอนเองก็เพิ่งทำเสร็จค่ะ ทำมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วหล่ะ แต่เพิ่งทำเสร็จเรียบร้อยในวันนี้ ใช้เวลามากๆ เลยค่ะ ทำคนเดียว ไหนจะทำขนมเข่งด้วย เหนื่อยเชียวแหละค่ะ ใครไม่สะดวกซื้อเอาก็ได้นะค่ะแรกๆ แอนไม่แน่ใจว่าจะทำหรือซื้อดี แต่บังเอิญมีพี่ที่รู้จักสั่งให้ทำเผื่อด้วย จากที่ลังเลว่าจะทำดีมั๊ยกลายเป็นต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ


เริ่มแรกเลยจดสูตรกันก่อนดีกว่าค่ะ

ตัวขนมเทียน
แป้งข้าวเหนียว 2 กิโลกรัม (ใครต้องการทำน้อยๆ ลดสูตรเอานะค่ะ )
น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม
น้ำตาลทราย 3 ขีด
น้ำเปล่า 51/2 - 6 ถ้วย
น้ำมัน 4 ช้อนโต๊ะ
ชิกคั๊ก 2-3 กำมือ ( ชอบมาใส่มาก ชอบน้อยใส่น้อย )



ไส้ขนมเทียน
ถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม
รากผักชี 1 ขีด
กระเทียม 2 ขีด
หอมแดง 4 ขีด
น้ำตาลทราย 3 ขีด
เกลือ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 3 ช้อนโต๊ะ ( สูตรนี้ไม่เผ็ดมาก ต้องการเผ็ดมากเพิ่มอีกได้ค่ะ )




เริ่มแรกเลยเอาเจ้าชิกคั๊กนี่มาคั่วก่อนค่ะ หน้าตาเป็นอย่างไรไปดูกัน








นี่ค่ะ หน้าตาเป็นอย่างนี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างนึงว่า “หญ้านางนวล” สนนราคามีหลายเกรด ของแอนขีดละ 80 บาทเวลาซื้อไม่ต้องเยอะขีดเดียวก็เยอะแยะตาแป๊ะไก่ หาได้ที่ตลาด เยาวราช เมื่อได้มาแล้วเอามาคั่วแห้งๆ ในกะทะ พอหอม ยกขึ้นจากเตาแล้วพักไว้ พอเย็นแล้วเอามาดึงก้านแข็งๆ ออกแล้วฉีกแป็นเส้นๆ เตรียมไว้





จากนั้นมาทำตัวแป้งกันค่ะ




แป้งข้าวเหนียว ยี่ห้อ ช้างสามเศียร










แกะถุงออกเทใส่กาละมัง










ใส่น้ำตาลปี๊บลงไปแล้วนวดๆ










นวดๆ แล้วใส่น้ำตาลทรายนวดจนน้ำตาลละลาย จะได้เป็นแบบในภาพ









พอได้ที่แล้ว ใส่ ชิกคั๊ก ที่ฉีกเป็นเส้นๆ แล้วลงไป นวดๆ อีกทีให้เข้ากัน








ได้ออกมาเป็นแบบนี้ จากนั้นพักทิ้งไว้ 1 คืน หาผ้าปิดไว้ ( ขอแนะนำให้ทำช่วงหัวค่ำแล้วพักทิ้งไว้ถึงพรุ่งนี้เช้า)








อย่างต่อไปนำถั่วเหลืองมาแช่น้ำไว้











ระหว่างนี้ว่าง นำใบตองมาเช็ด ทำความสะอาด ตัดแล้วผึ่ง ตัดขนาดประมาณ 6 x 8 นิ้ว




เช้าวันต่อมา




นำถั่วที่แช่ มาต้มน้ำให้เดือด แล้วนำไปนึ่ง











ระหว่างนึ่ง ปอกเปลือกกระเทียมและหอมแดง ให้เรียบร้อย








นำรากผักชีมาล้างทำความสะอาด ตำโขลกกับกระเทียมพริกไทย









นำหอมแดงมาเจียว ใส่รากผักชีกระเทียมพริกไทยผัดให้หอม











ใส่ถั่วที่นึ่งสุกแล้วกวนให้แห้ง จากนั้นยกขึ้นนำมาผึ่งให้เย็น แล้วปั้นเป็นลูกๆ เตรียมไว้









นำตัวแป้งที่ทำค้างคืนไว้แล้วมาห่อใส่ไส้แล้วห่อใบตองให้เรียบร้อย จากนั้นจัดวางเรียงในซึ้งเตรียมนึ่ง










นึ่งด้วยไฟแรงๆ ใช้เวลาประมาณ 25- 30 นาที ยกลงจากเตา ผึ่งให้เย็นเป็นอันเสร็จเรียบร้อย




เสร็จแล้วค่ะ หน้าตาเป็นอย่างนี้ดูดีมั๊ยค่ะ สารทจีนปีนี้ไม่ต้องซื้อประหยัดไปได้เลยค่ะ แถมยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีก แต่สำหรับพี่ๆ เพื่อน สารทจีนคราวนี้ทำไม่ทันไม่เป็นไร คราวหน้า ลองดูนะค่ะ

ขอบคุณๆ พี่ๆ เพื่อนๆ ทุกท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมและทักทายๆ มีความสุขกันถ้วนหน้า ไปเยี่ยมช้าหวังว่าคงไม่งอนกันนะค่ะ
คืนนี้นอนหลับฝันดีทุกท่านค่ะ







 

Create Date : 03 กันยายน 2552    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 21:04:02 น.
Counter : 3995 Pageviews.  

" กุ้ยช่าย" อาแอนมาแว้วววววจ้า




สวัสดีค๊า
วันนี้แวะมาอัพบล็อกแว้ววววว
สืบเนื่องจากเมื่อเดือนที่แล้ว มีพี่เพื่อนบ้านชวนออกไปเดินเล่นแถวหลังการบินไทย อยากจะไปแต่ไม่ได้ไป พอพี่สาวเพื่อนบ้านพูดถึงเป็นต้องนึกถึงกุ้ยช่ายค่ะ เวลาไปกันทีใครจะซื้ออะไรไม่ว่าไม่สน แยกๆ กันเดิน ตัวแอนเองมักจะตรงดิ่งไปซื้อของกินก่อนค่ะ ด้วยเห็นคนเยอะ ขีเกียจรอคิวหากติดเที่ยง คราวนี้ก้อเหมือนกันพี่สาวเพื่อนบ้านไปแต่ไม่มีเวลาไปด้วย งานนี้อยากทาน บวกกับความดันทุรังสูง เลยกลองหัดทำกินเองบ้าง แอบงกเวลาซื้อมาทานที่ไรยังไม่ทันอิ่มเป็นอันต้องหมดซะก่อน ครั้นจะซื้อหลายกล่องก้อปาเข้าไปเป็นร้อย กับแค่กุ้ยช่ายแค่นี้เอง งั้นเราจะมาลองทำกันสักตั้งซิจะเป็นไร

ว่าแล้วคิดได้ดังนั้นวันรุ่งขึ้นขับรถไป makro อันที่จริงแวะไปเดอะมอลล์มาแล้วค่ะ แต่ไม่มี ช่วงเวลานั้นตัดสินใจออกจากเดอะมอลล์สตาร์ทรถ เลี้ยวปร๊าดเข้า makro ซะเลยมีแน่นอน ก้าวฉับๆ เดินตรงไปยังผักคว้าใบกุ้ยช่ายมาหนึ่งกิโลค่ะ อ้อ....ไปแล้วซื้อวัตถุดิบจำพวกอาหารอย่างอื่นมาด้วยเลยนะค่ะ







นี่อย่างไรค่ะ สนนราคาไม่มากมาย ทำทานได้หลายก้อนอยู่ สองห่อ กิโลกว่าๆ ราคาเกือบ 40 บาท นั่นสะใจ !!!










เอากลับบ้านมาแล้ว โยนลงอ่างซิงค์ แช่น้ำล้างให้เรียบร้อยเลยค่ะ








เมื่อล้างเสร็จสะเด็ดน้ำแล้วก็บรรจงหั่น หั่น แล้วก็หั่น










จากนั้นก้อไปเตรียมกะทะ ตั้งไฟใส่น้ำมัน พอน้ำมันร้อน ก็ผัด ผัด ผัด ปรุงแต่งรสชาติด้วยเกลือ น้ำตาล อ้อ...ใส่กระเทียมด้วยน๊า




จากนั้นมาเตรียมส่วนผสมของน้ำจิ้ม

น้ำส้มสายชู
น้ำตาลทราย
ซี้อิ้วขาว
เกลือ
ซีอิ้วดำ
พริกตำ ตำด้วยค่ะ
นำส่วนผสมทั้งหมดตั้งไฟเคี่ยวให้พอเดือด






เสร็จออกมาหน้าตาแบบนี้ สัดส่วนกะๆ เอานะค่ะ ใครชอบเปรี้ยว ใครชอบหวานมากน้อยแล้วแต่ความชอบแต่ละคนเลยน๊า






สำเร็จไปสองอย่างแล้ว
ต่อไปมาดูส่วนประกอบของตัวแป้งกุ้ยช่ายกันค่ะ

ใช้แป้งตั้งหมิ่น 3 ถ้วยตวง
แป้งมัน 2 ถ้วยตวง
แป้งท้าว 6 ถ้วยตวง
น้ำมัน 6 ช้อนโต๊ะ
น้ำ 4 ¼ ถ้วย

วิธีทำ




เอาแป้งที่ตวงไว้ใส่กาละมัง นวดๆ แล้วค่อยๆ ใส่น้ำใส่น้ำมัน











พอเข้ากันดีก็เอาไปใส่กระทะทองเหลืองแล้วเอาไปตั้งไฟ กวนจนแป้งร่อนจากกระทะ









ตักออกมาพักใส่กะละมังไว้ พออุ่นแล้วจึงนวด








นวดๆ คลึงๆ ให้แป้งอ่อนตัวลง จากนั้นคลึงให้เป็นแผ่นบางๆ









จากนั้นหาฝาอะไรก้อได้กลมๆ มากดลงบนแป้ง กะขนาดให้พอเหมาะตามใจชอบ ชอบกินกุ้ยช่ายลูกใหญ่ให้หาฝาใหญ่หน่อย ชอบลูกเล็กก้อหาฝาเล็ก










กดออกมาแล้วหากาละมังใส่แป้งที่ตัดแล้วลงไป ใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำคลุมไว้ด้วย









นำแป้งมาวางที่ฝามือ ตักใส่ผักที่ผัดเตรียมไว้ แล้วก้อห่อ ออกมาแบบนี้ค่ะ








ห่อกันไปหน้ามืดพอดูกว่าจะได้เท่านี้ เพราะของแอนทำชิ้นเล็ก กว่าจะเสร็จ ท้องร้องเชียวค่ะ จะให้ดีทำลูกใหญ่ กินอิ่มเร็วดีด้วยนะค่ะ








ทำเสร็จแล้วหิวหน้ามืด ทยอยนำลงลังถึง นึ่งให้สุก









เสร็จออกมาของแอนลูกเล็กทำได้ประมาณ 65 ถึง 70 ลูก จัดแจงโซ้ย โซ้ย ไม่รีรอ......






ขอบคุณพี่ๆ เพื่อนๆ ทุกคนที่ติดตามมาเยี่ยมมาชม มาจดสูตร เดี๋ยวจะทยอยไปเยี่ยมนะค่ะ




 

Create Date : 03 สิงหาคม 2552    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 21:03:35 น.
Counter : 621 Pageviews.  

✿✿✿ทาโกะ _ TaKoyaKi ha ha daisuki ✿✿✿

สวัสดีค่ะทุกๆ คน มาแล้วค่ะ มารายงานตัวแล้ว หลังจากเงียบหายไปหลายวัน ทำอย่างกับว่าไม่อยู่บ้านงั้นแหระ แต่อันที่จริงอยู่แทบทุกวัน เป็นไงกันบ้างค่ะสงกรานต์ปีนี้เพื่อนๆพี่ๆ มีใครไปเที่ยวไหนหรือเปล่าค่ะ ครอบครัวแอนไม่ได้ไปไหน นอกจากอยู่บ้านเล่นเกมส์ ดูทีวี จะมีบ้างก้อออกไปห้างสรรพสินค้าค่ะ ไปเดินเล่นและหาซื้ออาหารทาน



 หลังจากที่ไปเดินเล่นแล้วทำให้รู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยออกไปไหน ได้แต่เฝ้าดูสถานการณ์บ้านเมืองอยู่ที่บ้าน อีกอย่างหากจะไปไหนก้อเกรงว่าจะไม่สะดวกเนาะ สู้อยู่บ้านเปิดแอร์เย็นๆ นั่งสบายๆ อยู่ที่บ้านดีกว่า



แล้วก้อเป็นที่น่ายินดีนะค่ะที่เหตุการณ์ต่างๆ ผ่านพ้นคลี่คลายไปไหนทางที่ดี แต่หลังจากนี้คงต้องหันมาดูเศรษฐกิจบ้านเราว่าจะดำเนินไปในทิศทางใดค่ะ .หลังจากที่เฝ้าดูข่าวก้อต้องแอบถอนหายใจค่ะ......เฮ้อ......แรงๆ



 อย่างที่บอกค่ะว่าแอนและครอบครัวไม่ได้ไปไหน อยู่บ้านดูทีวี มีแผ่น dvd ที่ซื้อมามากมายที่ยังไม่ได้ดูค่ะ แต่ในวันหยุดที่ผ่านมา คุณพ่อบ้าน ตะลุยดูหนังค่ะ





นี่อย่างไรค่ะ เรื่องที่ดู ห้าภาคกะเรื่องนี้ ตาฉ่ำแฉะและใจลุ้นระทึกไปตลอดเลยค่ะ ไม่ขอเล่านะค่ะ เด็กๆ แอบกลัวไม่มีใครดูเลย ก้อดีแล้วหล่ะค่ะไม่งั้นคงมีหวังนอนไม่หลับแน่นอน ชัวร์






ระหว่างที่ดุหนัง หรือเล่นเกมส์ แม่บ้านอย่างแอน ต้องเตรียมอาหารหรือของว่างให้ทานค่ะ เมนูนี้สาวน้อยเรียกร้องอยากทานและอยากทำ อันที่จริงแอนเคยทำนานแล้ว แต่ไม่ได้ถ่ายรูปเก็บไว้ คราวนี้ก้อเลยเถ่ายภาพเก็บไว้อ่ะค่ะ เลยถือโอกาสนี้เอามาลงบล็อกแก้ขัดไปก่อนค่ะ อิ อิ






ส่วนประกอบ

แป้งสาลีเอนกประสงค์ 1 ถ้วย( หรือแป้งทาโกะสำเร็จรูป ของแอนซื้อที่ UFM สุขุวิท 33/1 )
ไข่ไก่ 1 ฟอง
เกลือป่นนิดหน่อย
น้ำสะอาด 1 3/ 4 ถ้วย
ดาชิ(ซุปปลายี่ปุ่น ½ ซอง)
ขิงดองญี่ปุ่นหั่นฝอย
ทาโกะหั่นชิ้นเล็กๆ
เนงิ ต้นหอมซอย
ปลาแห้งญี่ปุ่น( ปลาคัตสิโอะ)
ทาโกะยากิซอสสึ
สาหร่าย
มายองเนส
น้ำมันพืชนิดหน่อย



*** แต่ที่แอนทำคราวนี้ สาวน้อยไม่กินขิงดองเลยไม่ใส่ค่ะ ผักก้อไม่ใส่ >*<







ใช้แป้งสำเร็จรูปอันนี้ค่ะ










ซอสหน้าตาเป็นแบบนี้ แอนเลือกยี่ห้อนี้










ส่วนปลาคัตซึโอะก้อเลือกเอาแบบนี้ มีหลายซองดี ใช้ง่ายสะดวก หยิบทีละซอง










มายองเนส มีติดบ้านไว้ ทำได้หลายอย่าง ไม่ว่าข้าวปั้นเอย หยอดหน้าโอโคโนฯเอย หรือไว้ใส่ในสลัดทานกะน้ำลสัดยี่ห้อคิวพีที่เป็นกระเทียมกะหอมก้ออร่อยเหาะน๊า










ส่วนอันนี้ที่จิ้มกลับด้านของทาโกะฯค่ะ ไม่มี ก้อใช้ไม้เสียบลูกชิ้นได้นะ










ขาดไม่ได้ เตานี่ สำคัญนักแล เปิดเตา ทาด้วยน้ำมันพืชเล็กน้อย










เตรียมแป้งผสมน้ำ ไข่ไก่ และก้อดาชิ ตีให้เข้ากัน หยอดลงหลุม










หยอดแล้วหล่ะ จากนั้นก้อใส่ ปลาหมึก หรือปูอัด ผัก ก้อได้แล้วแต่จะใส่นะ ชอบอะไรก้อใส่ลงไปเถอะ รวมไปถึงขิงดองด้วย










ใส่ให้เต็มทุกหลุม แล้วก้อโบ๊ะแป้งที่เหลือลงไปด้วย รอเวลานิดนึง










ผลิกกลับด้านแล้วนา......ลุ้นๆ ว่าจะเละมั๊ย อิอิ









แคะออกมาจากหลุมใส่เต็มจานพูนๆ กลิ่นหอมฉุยเลยคร๊า หนึ่งซองกินกันทั้งบ้านเลยจ้า










ราดซอสชุ่มๆ










ตามด้วยมายองเนส










จากนั้นโรยด้วยปลาป่น หนึ่งซองเล็กๆ ค่ะ น่ากินมั๊ย น่ากินมั๊ยค๊ะ







เป็นไงบ้างค่ะ ของว่างน่าทานใช่มั๊ย ทำง่ายอิ่มอร่อย สนุกไปเลยค่ะ ใครสนใจไปหาซื้อนะค่ะเตาไม่แพงค่ะ


ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมค่ะ เหมือนเดินว่างแล้วจะแวะไปเยี่ยมค๊า







ขอขอบคุณ อุปกรณ์แต่งบ้านสวยจากเพื่อนชาว bloggang คุณ KungGuenter , คุณกุ๊กไก่ ฯลฯ ค่ะ




 

Create Date : 18 เมษายน 2552    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 21:06:41 น.
Counter : 527 Pageviews.  

♨♨♨ หมูแดง..... หอม.... หอม....น่าเจี๊ยะ.....♨♨♨

เผลอ แป๊บๆ นี่ก้อวันศุกร์ต้นเดือนเมษาแล้ว
ช่วงนี้อากาศร้อน มีฝนประปรายค่ะ แอนกับเด็กๆ ไม่ได้ไปไหน เพราะแอนยุ่งๆ มัวแต่เย็บชุดตุ๊กตา blythe อยู่ค่ะ

แอบสงสัยกันสิค่ะ ว่าเย็บไปถึงไหนแล้ว ยังไม่ได้เยอะเท่าไหร่หรอกค่ะ เพราะมีงานบ้านต้องทำ ไปทำธุระให้คุณพ่อบ้านบ้าง ซ้ำเด็กๆ ปิดเทอมต้องหุงหาอาหารให้ทานครบสามมื้อนี่ ยุ่งสุด ๆ แต่เรื่องยุ่งๆไม่เท่าไหร่ค่ะ ปวดขมองว่าจะทำอะไรให้ทานนี่สิค่ะหนักกว่าค่ะ

พยายามคิดว่าทานอาหารจานเดียว หรือจะทำกับข้าวที่เป็นหม้อๆ ตักราดข้าวทานได้หลายๆ มื้อ แต่เด็กๆ ไม่ค่อยชอบค่ะ ทานมื้อแรกก็อร่อยดีอยู่ ทานมื้อที่สองก้องั้นๆ ทานสามมื้อบ่นว่าเบื่อนะซิค่ะ นี่ก้อยังมึนๆ อยู่ว่าจะทำอะไรทานดี

ในระหว่างที่รอดูแอนว่าจะเย็บเสื้อผ้าเป็นอย่างไรบ้างนั้น มาขั้นจังหวะกันกับบะหมี่ฝีมือแอนกันก่อนนะค่ะ

เมื่อช่วงปลายเดือนกุมภาที่ผ่านมา เด็กเรียกร้องให้แอนทำบะหมี่ให้ทานค่ะ แอนจัดซื้อหาวัตถุดิบไว้ได้ที แล้วรีบจัดแจงเลยค่ะ ทำบะหมี่คราวนั้น ทานไปหลายมื้อ ไม่ต้องปวดหัวคิดเมนูอาหารไปได้หลายมื้อค่ะ รอดตายไปเลยค่ะ 555

มาค่ะ มาดูส่วนประกอบกัน
เนื้อหมูส่วนสะโพก ประมาณ 1 กิโล
น้ำผึ้ง 1/4 ถ้วย
พริกไทยป่น 1/2 ชต
เกลือป่น 1 ชช
ซอสปรุงรส 2 ชต

วิธีทำ
1.ล้างเนื้อหมูให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง ใช้ส้อมจิ้มชิ้นหมูให้ทั่วเพื่อให้น้ำหมักซึมเข้าไปถึงข้างใน


2.ผสมพริกไทย เกลือ ซอสปรุงรส ซอสมะเขือเทศ น้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน นำมาคลุกเคล้ากับเนื้อหมูให้ทั่ว หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง

3.นั้นนำเนื้อหมูที่หมักไว้ในตู้เย็นมาห่อด้วยอลูมินั่มฟอยล์ นำเข้าอบไฟ 350 องศาฟาเรนไฮ ประมาณ 35 นาที


4.แกะฟอยล์ออก ใช้ส้อมจิ้มหมูให้ทั่ว ๆ อีกครั้งแล้วทาด้วยน้ำผึ้งที่เหลือให้ทั่วหมู ห่อด้วยฟอยล์ นำเข้าอบต่ออีกกประมาณ 15-20 นาทีจนหมูสุกเหลือง








อบออกมาได้ดังนี้แล









อ้อ....ระหว่างที่รอหมูสุก แอนเตรียมต้มน้ำซุบค่ะ โดยใช้กระดูกหมู ไชเท้า รากผ้าชี ต้มด้วยกันค่ะ









เราจะทานบะหมี่กัน ไม่ทานข้าวหมูแดง ใช้กระเทียมเจียวด้วยค่ะ









เตรียมนวดบะหมี่ค่ะ หาซื้อตามซุปเปอร์ค่ะ เพราะทำไม่เป็น ฮี่ ฮี่









ต้มน้ำลวกเส้นบะหมี่และผักกวางตุ้ง จากนั้นใส่กระเทียมเจียวค่ะ









หมูแดงอบเสร็จแล้ว หั่นใส่ชามได้เลยค่ะ









เติมน้ำชุบ ใส่พริกไทย โรยผักชีต้นหอมอีกทีค่ะ









เอ๊า....เสริฟค่ะ เสร็จแล้วที่นึง.....ปาดเหงื่อไปหนึ่งรอบ









เสร็จจากของหนุ่มน้อยด้านบน มาเป็นของสาวน้อยคะ หนูอยากกินเกี๊ยวน้ำหมูแดง กำจริง ๆ ทานไม่เหมือนกัน ยังดีนะค่ะมีแค่สองคน ขืนมีเยอะ ตายกันพอดี หลายคนหลายแบบ หลายอย่างเอาใจยากจริงๆค่ะ ในรูปภาพ ถ่ายแต่ตอนทำที่ยังไม่เติมน้ำซุป พอใส่น้ำซุปแล้วดันลืมถ่ายค่ะ ขออภัย









ของคุณลูกเสร็จแล้วก้อตามด้วยของคุณพ่อบ้านค่ะ นั่นปะไร เอาทั้งเกี๊ยวและบะหมี่ เหมาหมดค่ะ









เอาหมูแดงเยอะๆ ไม่ต้องยั้ง......กลายเป็นบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงแบบแห้งค่ะ โดนบ่นมานิดโหนย น่าจะมีปูด้วย !!!>.<









ส่วนนี้ของแอนเองเป็นคนสุดท้าย ฟาดไปสองเลยค่ะ บะหมี่แห้งหนึ่ง









แล้วก้อน้ำอีกหนึ่งค่ะ




รวมเสร็จสรรพ ฟาดบะหมี่ไปคนละสองชาม รวมเป็นแปดชาม ทานอิ่มอร่อย เก็บล้างหน้ามืดไปเลยค่ะ แต่ยังดีที่ทานได้หลายมื้อ 555

เป็นไงค่ะ ปิดเทอมนี้ ใครมีเด็กๆ ในครอบครอง ลองทำดูไม่ออกไปข้างนอกร้อน อิ่มอร่อย ประหยัดดีค่ะ

เหมือนเดิมนะค่ะ มีเวลาว่างจะทยอยไปเยี่ยมค่ะ เดี๋ยวแอนไปล้างจานก่อนค๊า ไปช้านิดหน่อย รอนะ รอด้วยคร๊า......
อ้อ....หากไปไม่ทันไม่ต้องงอน พรุ่งนี้สาวน้อยมีมอบตัว ค่ะ เสร็จจะแวะไปค่ะ มีความสุขมากๆ กับร้อนนี้เดือนเมษาค่ะ




ขอขอบคุณ กรอบรูปสวยๆ จากคุณ Kung Guenter ค่ะ ส่วนบีจี ขออภัยค่ะจำไม่ได้ ต้องขอโทษด้วย




 

Create Date : 03 เมษายน 2552    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 21:09:13 น.
Counter : 449 Pageviews.  

วันนี้วันหยุด......ทำก๋วยเตี๋ยวหลอดแบบง่ายๆกันมั๊ย...

สวัสดีค่ะ วันนี้วันหยุด หากพี่ๆ เพือนๆ ไม่ได้ไปเที่ยวไหน จะมาชวนไปทำก๋วยเตี๋ยวหลอดทานกันค่ะ


ก่อนอื่นเลย ส่วนประกอบทั้งหลายค่ะ



อย่างแรกเลย หมูค่ะ หมูสามชั้น ใครชอบแบบไหน เลือกเอาตามความพอใจค่ะ อิ อิ





เห็ดหอมเอาไปล้างให้สะอาดแล้วแช่น้ำ





ปลาหมึกแห้ง เช่นกัน ล้างให้สะอาด เอาไปแช่ แล้วหั่นเป็นชิ้นๆ







เต้าหู้ หั่นเป็นสีเหลี่ยมผืนผ้า ขนาดพอเหมาะ







กระเทียมซอยให้ละเอียด








ถั่วงอก ล้างให้สะอาด ผึ่งไว้








ก่อนอื่น นำหมูสามชั้นไปต้ม แล้วนำไปผึ่งให้แห้ง จากนั้นเอาส้อมจิ้มๆๆๆๆ ให้น้ำมันไหลออกมาก แล้วเอาไปทอดให้เหลืองกรอบ พักใส่จานไว้ค่ะ







ออกมาได้ดังนี้ค่ะ






ปลาหมึกแห้ง สูตรของแอนก้อเอาไปทอดเหมือนกันค่ะ ได้ออกมาดังนี้







นอกจากปลาหมึกแล้วเต้าหูก้อทอดอีก







อ้อ....เกือบลืมค่ะ กระเทียมเจียว อย่าลืมเอาไปเจียวหล่ะค่ะ ไว้ใส่โรยหน้าหอมอร่อยดีค่ะ (( แต่ทานเสร็จแล้วต้องไปแปรงฟันค่ะ หุ หุ ))







เครื่องปรุงมีดังนี้ค่ะ








วิธีทำ
เอาน้ำที่ต้มหมูสามชั้นไปตั้งไฟให้เดือด ใส่หมูสามชั้น(( หมูกรอบ)) เห็ดหอม ปลาหมึกและเต้าหูที่ทอด รากผักชีลงไป เติมเครื่องปรุงๆ ต่างๆ ตามชอบ ใส่น้ำตาลกรวดลงไปด้วย ไม่มีใส่น้ำตาลทรายแดงค่ะ ของแอนใส่พวกเครื่องยาจีน โป๊ยกั๊กด้วยค่ะ แต่ไม่ต้องใส่เยอะนะค่ะ เด๋วฉุน







ระหว่างทำเอาเส้นเก๋วยเตี๋ยว มานึ่งด้วยค่ะ ของแอนใช้แบบสำเร็จมีกุ้งแห้งมาแล้วค่ะ เอาแบบง่ายๆ






เสร็จเรียบร้อย เอาถั่วงอกไปลวก ใส่ถั่วงอก เส้นก๋วยเตี๋ยว แล้วตั้งเครื่องพะโล้ราดลงไป โรยหน้าด้วยผักชี ราดกระเทียมเจียวหอมฉุยๆ พร้อมเสริฟ ทานได้







อย่าลืม พริกน้ำส้มด้วยนะค่ะ เผื่อใครชอบ







วันหยุดแบบนี้ อิ่มอร่อย ประหยัด คุ้มจริงๆ ทานกันทั้งบ้านค่ะ ขอให้เพื่อนๆ พี่ๆ ทุกคนมีความสุขกับวันหยุดนะค่ะ




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2551    
Last Update : 16 ตุลาคม 2557 21:05:49 น.
Counter : 568 Pageviews.  

1  2  3  

BlogGang Popular Award#13


 
ann_269
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 15 คน [?]




.. Anne Kamome

Create Your Badge
New Comments
Friends' blogs
[Add ann_269's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.