นาน นาน ที บล๊อก - ยินดีที่ผ่านมาพบนะ ปล.ช่วงนี้ หนี้เยอะ งดเที่ยว พักหนังสือ มารับจ้างทำงานก่อนนนนน
space
space
space
space

6.1 Risk For ISO9001:2015 ข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร 4/4
 
Risk based thinking กับ Risk Management ( ตอนที่ 4 ) 
Writer : Jv.Legal.Alliance

Editor : P.p2s ; p2spartnershiptosuccess@gmail.com

 

กล่าวโดยสรุป เมื่อ ข้อกำหนด ISO 9001:2015 ( Quality Management System ) ไม่ใช่ ISO 31000 ( Risk Management System ) ไม่ได้กำหนดให้ต้องประเมินความเสี่ยง เพียงใช้หลัก Risk based thinking และนำเสนอได้ ก็เพียงพอ แต่หากองค์กรประสงค์จะนำระบบ Risk Management มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ก็ไม่ผิดข้อกำหนดแต่อย่างใด แต่เมื่อจัดทำเป็นข้อกำหนดขององค์กรซึ่งผูกพันตนเองแล้ว ต้องปฏิบัติให้ได้ตามนั้น ระดับของการพิจารณาเรื่อง Risk นี้จึงควรพิจารณาบริบทขององค์กรร่วมกับหลักคิด Risk based thinking

1 Risk Management เป็นเรื่องที่มีข้อกำหนดขององค์กรหรือผู้มีส่วนได้เสีย ผูกพันให้ต้องปฏิบัติหรือไม่ เช่น องค์กรของท่านเป็นสถาบันการเงิน ต้องปฏิบัติตา ประกาศ ธปท. ที่ สกส. 3/2559 ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง กำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยง หรือ หากองค์กรของท่านเป็นองค์กรของรัฐ ผูกพันกับการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงที่ต้องดำเนินการไปตามกรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตาม คำรับรองการปฏิบัติราชการ

 

 

2 หากไม่มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือประเด็นภายในภายนอกใดที่องค์กรของเราผูกพัน ควรใช้หลัก Risk based thinking ในการกำหนดนโยบายเรื่อง Risk ในองค์กรของท่านตั้งแต่การออกแบบระบบการจัดการ
2.1 ถ้าเลือกทำ Formal Risk management ( เช่น ISO 31000, FMEA, HACCP ) เป็นเรื่องบังคับสำหรับธุรกิจของท่านหรือไม่ บุคลากรมีความพร้อมหรือไม่ หากนำมาใช้จะเพิ่มภาระงานเพียงใด ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในกระบวนการอย่างไร ก่อให้เกิดผลดีเสียอย่างไรกับขนาดของธุรกิจ
2.2 ถ้าจะเลือกทำ เพียง Risk based thinking แม้ข้อกำหนดระบุให้มี Information แต่ไม่ได้กำหนดให้ต้องทำเป็น Documented Information เราควรต้องให้ทำเป็นหลักฐาน ( Documented information ) ไว้ หรือไม่ โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคลากรที่สามารถจะถ่ายทอดความคิดนี้ ( Thinking ) ได้อย่างชัดเจนต่อผู้มาประเมิน 
 
*********ไม่ว่าองค์กรของท่านจะเลือกใช้ Risk Management ที่มีการชี้บ่งประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบหรือ Risk based thinking ที่ระบุความเสี่ยงในแต่ละเอกสาร แต่ละกระบวนการ หรือเพียงแค่ตารางแสดงรายการความเสี่ยงแบบพื้นฐานที่รวบรวมหัวข้อความเสี่ยงและโอกาส และวิธีการจัดการความเสี่ยงและโอกาส ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานในการแสดงต่อผู้ตรวจประเมินได้เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ความจำเป็น และผลประโชยน์ มูลค่าที่จะเกิดขึ้นจาก ประยุกต์ใช้แนวคิดนี้ ที่องค์กรของท่านเป็นผู้เลือกและกำหนดเข้าไว้ในระบบการองค์กรของท่าน

 

อย่างไรก็ดี.....ตารางความเสี่ยงของท่านอาจมีมากมายแต่อาจไม่พบความเสี่ยงที่แท้จริงเลยก็เป็นได้.........หากว่าท่านไม่มี Risk based thinking ผลลัพธ์ของความเสี่ยงที่ได้ในรูปแบบเอกสาร ( Documented information ) ที่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า อะไรคือความเสี่ยง อะไรคือแหล่งที่มา อะไรคือปัจจัยของความเสี่ยง ปัจจัยของความเสี่ยงนั้น ๆ มาจากบริบทขององค์รหรือไม่ และมันเป็นปัจจัยหรือประเด็นภายนอก,ภายใน เรื่องใด และอะไรคือ วิธีการในการจัดการ ควบคุม แก้ไข ป้องกัน ความเสี่ยงที่แหล่งความเสี่ยง หรือ ที่ผลของความเสี่ยง อะไรคือสิ่งใหม่ที่องค์กรจะทำ อะไรคือสิ่งที่องค์กรทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นความเสี่ยงธรรมดา ที่ไม่ใช่ความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดมูลค่า เมื่อเวลาผ่านไป ISO 9001:2015 ถูกใช้ไปๆ ทะเบียนความเสี่ยงก็จะกลายเป็นเอกสารอีกฉบับที่ทำกันจนเคยชิน เช่นเดียวกับบันทึกหลายๆ ฉบับที่จัดทำกันในคืนก่อน Auditor มาตรวจเท่านั้น

 

****เพียงระบุความเสี่ยงให้ชัดเจน ยอมรับมัน แก้ไขถ้าทำได้ ป้องกันถ้าทำได้ ปรับปรุงเมื่อเห็นว่ามันเป็นโอกาส Risk based thinking หรือ Risk Management ก็จะเป็นเรื่องน่าสนุก น่าตื่นเต้น และอาจนำไปสู่การปรับปรุงองค์กรของท่านให้ต่างไปจากการทำเอกสารต่างๆ เพื่อตรวจรับรองอย่างที่ผ่านมา ประโยชน์ที่เกิดขึ้นคงมิใช่เพียงเพี่อใบรับรองเพียงเท่านั้น.....................****

 

 

หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างแม้เพียงเล็กน้อย

 




 

Create Date : 23 มกราคม 2561   
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2564 14:32:59 น.   
Counter : 1727 Pageviews.  
space
space
6.1Risk For ISO9001:2015 ข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร 3/4
 
  #6.1ISO9001:2015
การปฏิบัติตามข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร 3/4
Risk based thinking กับ Risk Management ( ตอนที่ 3) 
Writer : Jv.Legal.Alliance
Editor : P.p2s ; p2spartnershiptosuccess@gmail.com
 
ตามข้อกำหนด ISO 9001:2015 ในข้อที่ 6.1 Actions to address risks and opportunities การปฏิบัติการเพื่อดำเนินการกับความเสี่ยงและโอกาส และในข้อย่อยที่ 6.1.1 ที่กล่าวไว้ดังนี้ 
When planning for the quality management system, the organization shall consider the issues referred to in 4.1 and the requirements referred to in 4.2 and determine the risks and opportunities that need to be addressed to: 
a) give assurance that the quality management system can achieve its intended result(s); 
b) enhance desirable effects; 
c) prevent, or reduce, undesired effects; 
d) achieve improvement. 
 
จากข้อกำหนด ISO 9001:2015 ข้างต้นกล่าวถึงเพียงการ Determine ซึ่งตามคำจำกัดความใน ISO 9000:2015 กล่าวถึง คำว่า Determination (3.11.1) ไว้ว่า activity to find out one or more characteristics and their characteristic values และก่อนหน้านี้ในข้อกำหนดบทนำที่ 0.3.3 และ Annex a.4 ก็ได้กล่าวถึง Risk based thinking ไว้อย่างชัดเจน
 
********โดยไม่มีข้อกำหนดให้ต้องใช้หลัก Risk Management เข้ามาจัดการ 
*******ไม่มีข้อกำหนดใดกำหนดให้องค์กรต้องประเมินความเสี่ยงด้วยตัวเลข 
 
เป็นเรื่องที่องค์กรใช้ดุลพินิจพิจารณาเองว่าจะกำหนด จัดการกับความเสี่ยง ในรูปแบบใด จะทำแบบเต็มรูปแบบการบริหารหรือเพียงใช้หลักคิดเชิงความเสี่ยง ดังนั้นแม้จะไม่มีการประเมินความเสี่ยง เพียงแค่แสดงหลักฐานผ่านการสัมภาษณ์ได้ว่ามีกระบวนการคิดเชิงความเสี่ยง ตามที่ได้รับการสนับสนุนวิธีคิดจากฝ่ายบริหารสูงสุด ก็เพียงพอตามข้อกำหนดแล้ว 
 
🚩🚩🚩ที่สำคัญไปกว่านั้น หากพบว่า องค์กรมีผลการปฏิบัติ (Performance) ที่ชัดเจนในการลดของเสีย ลดข้อผิดพลาด ซึ่งถือเป็นการป้องกันความเสี่ยง หรือพบว่ามีการพัฒนา การเพิ่มช่องทางโอกาสในการเพิ่มผลประโชน์ต่างๆ ขึ้นภายในองค์กร ก็เป็นการชัดเจนในการบริหารองค์กรด้วยแนวคิดความเสี่ยง
 
เมื่อข้อกำหนดระบุเพียงเรื่อง Risk based thinking องค์กรสามารถนำหลักความคิดนี้ไปใช้ได้ทุกกระบวนการ โดยใช้หลักคิดพื้นฐานที่เรียกว่า What if และอาจบันทึกขยายความไว้เป็นหลักฐาน ตัวอย่างเช่น
- ทำไมต้องกำหนดความถี่ ในการตรวจสอบ บางจุดมากกว่า ระบุเหตุผลดังกล่าวลงไป ในแผน
- ทำไมต้อง Internal audit บางหน่วยงานมากกว่า ต้องกำหนดความถี่ไว้เท่าใด ใครที่เป็น Internal audit ได้บ้าง ระบุเหตุผลไว้ในแผนการตรวจ
- ทำไมต้องมี Supplier มากขึ้นไม่ผูกขาดเพียงรายเดียว ระบุเหตุผลลงไปในผลการประเมินผู้ขาย หรือ บันทึกการประชุม
- ทำไมต้องทำเอกสารคู่มือกำกับการทำงานในบางขั้นตอน ขณะที่บางขั้นตอนไม่จำเป็นต้องมีเอกสารประกอบ 
- ทำไมต้อง แก้ไขเอกสารเปลียนแปลง ทดทอน เพิ่มเติม อธิบายเหตุผลลงไปในใบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมเอกสาร
- ทำไมต้องแก้ไขประเด็นที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด มีความเสี่ยงอะไรหลงเหลืออยู่ และ มีโอกาสอะไรที่ปรับปรุงได้อีก
- จัดทำระเบียบปฏิบัติมาเพื่อวัตถุประสงค์แท้จริงใด
- ทำไมต้องกำหนด KPI เรื่องนั้นเรื่องนี้ 
- ในการเปลี่ยนแปลง (Changes) ได้ลงบันทึกประชุมไว้ ว่า มันมี Risk หรือ Opportunity ใด ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ 
- การจัดหาทรัพยากร จะตัดสินใจใช้คน เครื่องจักร ในองค์กรหรือจัดจ้างช่วง มีหลักคิดยังไง
- เครื่องมือใดควรสอบเทียบ และความถี่ควรเป็นเช่นไร ตัดสินใจอย่างไรในการกำหนดแผน 
- ในการออกแบบ มีความเสี่ยงอะไรในการนำไปใช้งานบ้าง
- ฯลฯ
 
ซึ่งปัญหาที่พบตามคือ ความเสี่ยงนั้นมีอยู่มากมาย ความเสี่ยงที่สำคัญ ความเสี่ยงที่ส่งผลเล็กน้อย หรือการไม่ทราบความเสี่ยงที่แท้จริง การไม่ทราบปัจจัยแห่งความเสี่ยง ดังนั้นกระบวนการในการถ่ายทอดผ่านทางความคิด ในการระบุความเสี่ยง จึงไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งในองค์กรอาจมีเพียงบุคลากรบางคนเท่านั้นที่สามารถถ่ายทอดความคิด ให้เห็นได้ว่าได้คิดเชิงความเสี่ยงแล้ว ดังนั้นแม้ข้อกำหนดไม่ได้กำหนดว่าต้องมีเอกสารหลักฐาน ( Documented Information ) ของการ Determine Risk and Opportunity แต่ในเรื่อง Risk based thinking หากนำเสนอไม่ได้ เพราะ Competent หรือ Knowledge ของบุคลากรไม่เพียงพอ โดยเฉพาะทักษะการนำเสนอ ย่อมมีผลต่อองค์กรที่นำระบบ ISO 9001:2015 ไปใช้เพื่อขอรับการรับรอง ( Certification ) อย่างมาก เพราะหลักฐานเชิงประจักษ์ไม่ปรากฏ และเปิดช่องในการใช้ดุลพินิจของผู้ตรวจประเมินได้โดยไม่มีขอบเขต 
 
********ดังนั้น การนำเสนอเป็น Information ที่จับต้องได้ ให้เป็น Documented Information จึงมีประโยชน์ ทั้งกับการตรวจรับรองและการทำ Internal audit ของ Internal auditor และสำคัญไปกว่านั้น คือการระบุความเสี่ยงที่แท้จริง ความเสี่ยงที่สำคัญ อันเกิดจาก บริบทขององค์กร สิ่งที่องค์กรเป็น ลักษณะธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ กระบวนการ ภาวะการตลาด รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลต่อความล้มเหลวของระบบบริหารคุณภาพ และที่ไม่อาจมองข้ามได้ คือ กลยุทธ์ของผู้นำองค์กรเอง ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง หรือ ก่อให้เกิดโอกาสในการดำเนินธุรกิจ........
 
การเลือกใช้ Risk based thinking ถึงแม้ว่าจะคล้ายกับว่ามีความซับซ้อนน้อยกว่า Risk Management และสามารถนำเสนอเป็นหลักฐานได้ตามข้อกำหนด ISO 9001:2015 แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายในการเลือกใช้ และนำไปสื่อสาร กับบุคคลากรภายในองค์กร
..............อีกทั้งข้อกำหนด ISO 9001:2015 ก็มิได้กล่าวไว้ถึงวิธีการในการกำหนด Risk based thinking จึงเป็นเรื่องที่องค์กรต้องพิจารณาเลือกวิธีการกำหนดการจัดการความเสี่ยงด้วยองค์กรเอง
...........ทำอย่างไรละให้ Risk based thinking ที่องค์กรจัดทำตามข้อกำหนด ISO 9001:2015 นั้นสามารถตอบ Auditor เพื่อขอการรับรองได้และก่อให้เกิดประโยชน์จากการทำระบบ ISO 9001:2015 มิใช่เพียงแค่ เอกสารควบคุม อีกฉบับหนึ่งที่จัดทำขึ้นมาเพียงเพื่อให้ Auditor ตรวจเท่านั้น
...................ติดตามต่อในตอนที่ 4
 
Ploenploen Standard
P2s partnership to success
ร่วมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ข้อกำหนด ISO




 

Create Date : 22 มกราคม 2561   
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2564 14:33:32 น.   
Counter : 2624 Pageviews.  
space
space
6.1Risk For ISO9001:2015 ข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร 2/4
 
  #6.1ISO9001:2015การปฏิบัติตามข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร
2/4
Risk based thinking กับ Risk Management ( ตอนที่ 2 ) 
Writer : Jv.Legal.Alliance
Editor : P.p2s ; p2spartnershiptosuccess@gmail.com
 
Risk Management เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งระบบ ตั้งแต่การชี้บ่ง ประเมิน วิเคราะห์ จัดลำดับ วางแผน จัดการ ติดตาม ควบคุม ความเสี่ยง เป็นการจัดการที่มีความซับซ้อนมากว่าเพียงหลักคิดที่เรียกว่า Risk based thinking 
 
หลายองค์กรมีข้อกำหนดขององค์กรหรือผูกพันกับข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้เสีย ให้ต้องปฏิบัติ Formal Risk Management เช่น สถาบันการเงิน ต้องปฏิบัติตาม ประกาศ ธปท. ที่ สกส. 3/2559 ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง กำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยง หรือหากเป็นองค์การภาครัฐ การบริหารความเสี่ยงสำหรับการบริหารราชการของประเทศไทย ก็มีรูปแบบที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 
(1) การบริหารความเสี่ยงในเชิงยุทธศาสตร์ จัดทำโดยสำนักงาน ก.พ.ร. อันเนื่องมาจาก พระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 
(2) ระบบการควบคุมภายในภาคราชการ โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (ส.ต.ง.) กำหนดให้ภาครัฐ จัดทำระบบควบคุมภายในที่มีรูปแบบเหมาะสมกับการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งการบริหารความเสี่ยงนี้เป็นการบริหารความเสี่ยง ระดับพันธกิจ 
(3) การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงที่ต้องดำเนินการไปตามกรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตาม คำรับรองการปฏิบัติราชการ 
(4) การบริหารความเสี่ยงตามหลักธรรมาภิบาล โดยสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและสำนักงานปลัด นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันกำหนดขึ้นเพื่อนำผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงพร้อมกับการของบประมาณตามแผนงาน / โครงการ
 
🔊🔊🔊เช่นนี้แล้ว องค์กรที่มีข้อกำหนดเฉพาะในการบริหารงานด้วยกระบวนการบริหารความเสี่ยง ย่อมมีความจำเป็นที่จะต้องประยุกต์ใช้ Risk Management ในการบริหารองค์กรอยู่แล้ว ในกรณีที่องค์กรใดมีข้อกำหนดเฉพาะว่าด้วยการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดจากหน่วยงานราชการ หรือลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นที่องค์กรนำมาปฏิบัติใช้ องค์กรนั้นๆ ย่อมต้องมีการใช้ Risk Management อยู่ในระบบแล้ว
 
🦁🦁🦁 อย่างไรก็ดี ในการขอการรับรอง ISO 9001:2015 สำหรับองค์กรทั่วๆ ไปที่มิได้มีกฎ ข้อบังคับในเรื่อง Risk Management นั้น มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ในการประยุกต์ใช้ Risk Management เพื่อขอการรับรอง ISO 9001:2015
 
 ...........................ติดตามต่อในตอนที่ 3
 
 
FACEBOOK; Ploenploen Standard, P2S PARTNERSHIP TO SUCCESS




 

Create Date : 21 มกราคม 2561   
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2564 14:34:14 น.   
Counter : 806 Pageviews.  
space
space
6.1Risk For ISO9001:2015;1/4
 
#6.1ISO9001:2015การปฏิบัติตามข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร 1/4

 

Risk based thinking กับ Risk Management ( ตอนที่ 1 ) 
Writer : Jv.Legal.Alliance
Editor : P.p2s ; p2spartnershiptosuccess@gmail.com

 

แนวคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงกับการบริหารความเสี่ยง (Risk based thinking กับ Risk Management ) สองคำนี้ เป็นทั้งคำถามและข้อถกเถียงที่กำลังเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในองค์กรที่ขอรับการรับรอง (Certification) ISO 9001:2015 หรือมาตรฐานข้อกำหนดระบบบริหารคุณภาพ ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดจากปี 2008 ในช่วงปลายปี 2015 คำว่า ความเสี่ยง (Risk) ก็ได้ถูกกำหนดไว้ในข้อกำหนดที่ 6.1.1 นำมาสู่การตีความ การนำไปปฏิบัติ และแนวทางการตรวจที่ยังคงไม่ชัดเจน

 

 
ทั้งที่จริงแล้วในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เราจะพบเห็นการประยุกต์ใช้ Risk based thinking และ Risk Management อยู่มากมาย เช่น กรมสรรพากรได้พัฒนา “ระบบการคัดเลือกผู้เสียภาษีเพื่อกำกับและตรวจสอบ (Risk Based Audit System : RBA)” เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคัดเลือกผู้เสียภาษีที่มีความเสี่ยงและเลือกใช้เครื่องมือตรวจสอบที่มีความเหมาะสมกับพฤติการณ์ของผู้เสียภาษี เพื่อให้มีความเป็นกลาง โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ระบบนี้เป็นการใช้ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งข้อมูลภายใน และข้อมูลภายนอกกรมสรรพากร มารวบรวมเพื่อประเมินความเสี่ยง แล้วส่งให้หน่วยปฏิบัติดำเนินการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับผู้เสียภาษีแต่ละราย

 

 

 
เมื่อไม่นานมานี้ ศาลยุติธรรมมีการนำระบบประเมินความเสี่ยงในการปล่อยตัวชั่วคราวมาทดลองใช้ โดยหลักการของระบบนี้คือ เมื่อตำรวจจับตัวคนร้ายได้ก็จะนำมาฝากขัง และผู้ต้องหาก็มักที่จะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลจะพิจารณาอนุญาตโดยอาศัย พฤติการณ์แห่งคดีของผู้ต้องหา จะมีเจ้าหน้าที่สืบเสาะข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย และประเมินเป็น "คะแนน" ออกมาว่าจำเลยมีความเสี่ยงที่จะหลบหนีหรือไม่ เช่น บุคคลที่เป็นโสดโอกาสหนีจะมีมากกว่าบุคคลที่มีครอบครัวแล้ว หรือบุคคลนั้นเคยกระทำความผิดหรือไม่ ทำงานอะไรอยู่ งานประจำหรือไม่มีอาชีพที่แน่นอน คะแนนก็จะแตกต่างกันออกไป เมื่อมีการเอาตัวเลขมาประเมิน ตัวเลขก็จะบอกได้ว่าจำเลยมีความเสี่ยงที่จะหนีมากหรือน้อย ซึ่งคะแนนก็จะแตกต่างกัน ถ้าคะแนนประเมินความเสี่ยงบอกว่าบุคคลนี้ไม่มีโอกาสหนีหรือโอกาสหนีน้อยมาก ก็จะให้ปล่อยชั่วคราวไปโดยไม่มีมีหลักประกันก็ได้

 

 

 
แล้วข้อกำหนด ในเรื่องความเสี่ยงที่อ้างอิงตามข้อกำหนด ISO 9001:2015 ข้อ 6.1.1 นั้น ได้กล่าวถึง Risk based thinking หรือ Risk Management กันแน่ องค์กรต่างๆ จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องประยุกต์ใช้กระบวนการที่คล้างคลึงกับ กระบวนการของสรรพากร หรือ ศาลยุติธรรม......ติดตามต่อในตอนที่ 2
 
p2s partnership to success
ploenploen standard

 




 

Create Date : 20 มกราคม 2561   
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2564 14:34:37 น.   
Counter : 654 Pageviews.  
space
space
ISO9001:2008 change To 2015



 สรุปการเปลี่ยนแปลงโดยย่อ สำหรับผู้ที่ทำระบบ ISO 9001:2008 อยู่แล้ว





2015 สิ่งที่ชัดเจนจากแผนผังคือ

•ข้อแรกใน 4 ไม่ได้เริ่มด้วยการทำเอกสาร แต่เริ่มด้วย การพิจารณา
ทบทวน สถานะขององค์กรขององค์กร ส่วนข้อกำหนดเอกสารย้ายไปเป็นข้อกำหนดสนับสนุน 7.5
•
•ข้อ 5 ฝ่ายบริหารผู้บริหารสูงสุดเพิ่มเติมด้วย ความเป็นผู้นำ โดยการชี้นำระบบ การตัดสินใจการมอบหมายอำนาจ วิสัยทัศน์ ทิศทางองค์กร กลยุทธ์ และชักนำให้ฝ่ายบริหารลำดับถัดไปในการเป็นผู้นำของหน่วยงานนั้นๆ แม้ว่าในข้อ 5ใหม่นี้ไม่มีคำว่า QMR (จากเดิมที่ 5.2.2) แต่ ใน 5.3 ยังมีการมอบหมายงานด้าน ข้อกำหนด ISO คล้ายกับงานที่ QMR ทำอยู่เดิม เช่น การสรุปรายงาน KPI, INTERNAL AUDIT เป็นต้น ความสัมพันธ์ของกระบวนการข้อ 5 ใหม่นี้ ให้มีการกระจายอำนาจ งานไปในทุกทิศทาง (ไปในข้อ 6,7,8,9,10ตามผังข้อกำหนดใหม่)มีความคล้ายคลึงกับผังองค์กรนั่นตามปกตินั่นเอง
•
•ข้อ 6 การวางแผน นำมาจากข้อ 5 เดิมใน 2008 จากข้อการวางแผนกำหนดวัตถุประสงค์เป้าหมายobjective (5.4) เปลี่ยนเป็น 6.2 และเพิ่มเติมการพิจารณาจัดการความเสี่ยง ใน 6.1 ก่อนการกำหนดเป้าหมายคุณภาพ ซึ่งเป็นข้อที่พบข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในการนำ 6.1 ไปปฏิบัติใช้ (จะกล่าวในครั้งถัดไป)
•
•ข้อ 7 นำมาจากข้อ 6 เดิมใน 2008 เรื่องทรัพยากรบุคคล เครื่องจักรสภาพแวดล้อม และเพิ่มทรัพยากรการวัด (จาก 7.6 เดิมของ 2008)
•
•ข้อ 8 กระบวนการปฏิบัติ นำมาจากข้อ 7 เดิม การทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ ในทุกข้อจาก 7.1 to 7.5 เลื่อนมาเป็น 8.1 to 8.5 และนำข้อการตรวจปล่อยสินค้า มาต่อท้ายที่ 8.6 และการจัดการ NC ที่ข้อ 8.7 ให้ครบขั้นตอนการผลิตและบริการ(มีการเพิ่มเติมข้อย่อย การควบคุมการเปลี่ยนแปลง control of change 8.5.6)
•
•ข้อ 9 การประเมินสมรรถนะ มาจากข้อ 8 เดิม การวัด วิเคราะห์ ปรับปรุงนำมาคือ การวัดความพึงพอใจลูกค้า การตรวจติดตามภายใน และนำการทบทวนโดยฝ่ายบริหารในข้อ 5.6เดิมมาใส่ในข้อการประเมินสมรรถนะองค์กร ตัดการปรับปรุงจากข้อ 8.5 เดิม ไปไว้ในข้อ 10(2015)


ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ facebook/ ploenploen standard
ร่วมสนับสนุนการใช้ ISO ให้สะดวก อร่อย ตามบริบทของท่าน




 

Create Date : 18 มกราคม 2561   
Last Update : 21 มกราคม 2561 12:34:29 น.   
Counter : 5678 Pageviews.  
space
space
1  2  

normalization
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




"ขอทุกท่านจง ปกติสุข ในทุกวัน"
วันแรกสร้าง : 25 กุมภา.54

เป็นเพียงการบอกกล่าว เล่าเรื่อง ตามที่ข้าพเจ้าเข้าใจ
หากว่ามีประโยชน์บ้างแม้เพียงเล็กน้อย ข้าพเจ้าก็ยินดียิ่ง
หากว่าส่วนใดผิดพลาด ฝากข้อความไว้ได้เสมอ
@comeback 18/1/18

free counters สำหรับธงขอขอบคุณ blog paradijs
space
space
space
space
[Add normalization's blog to your web]
space
space
space
space
space