6.1Risk For ISO9001:2015 ข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร 2/4


  #6.1ISO9001:2015การปฏิบัติตามข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร
2/4
Risk based thinking กับ Risk Management ( ตอนที่ 2 ) 
Writer : Jakkrit Vipatikom 
วิสามัญสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา
Editor : P.p2s ; p2spartnershiptosuccess@gmail.com

Risk Management เป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งระบบ ตั้งแต่การชี้บ่ง ประเมิน วิเคราะห์ จัดลำดับ วางแผน จัดการ ติดตาม ควบคุม ความเสี่ยง เป็นการจัดการที่มีความซับซ้อนมากว่าเพียงหลักคิดที่เรียกว่า Risk based thinking 

หลายองค์กรมีข้อกำหนดขององค์กรหรือผูกพันกับข้อกำหนดของผู้มีส่วนได้เสีย ให้ต้องปฏิบัติ Formal Risk Management เช่น สถาบันการเงิน ต้องปฏิบัติตาม ประกาศ ธปท. ที่ สกส. 3/2559 ธรรมาภิบาลของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ กำหนดให้มีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง กำหนดนโยบายบริหารความเสี่ยง หรือหากเป็นองค์การภาครัฐ การบริหารความเสี่ยงสำหรับการบริหารราชการของประเทศไทย ก็มีรูปแบบที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 
(1) การบริหารความเสี่ยงในเชิงยุทธศาสตร์ จัดทำโดยสำนักงาน ก.พ.ร. อันเนื่องมาจาก พระราชกฤษฏีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 
(2) ระบบการควบคุมภายในภาคราชการ โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (ส.ต.ง.) กำหนดให้ภาครัฐ จัดทำระบบควบคุมภายในที่มีรูปแบบเหมาะสมกับการปฏิบัติงานของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งการบริหารความเสี่ยงนี้เป็นการบริหารความเสี่ยง ระดับพันธกิจ 
(3) การประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ โดยสำนักงาน ก.พ.ร. สังกัด สำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารความเสี่ยงที่ต้องดำเนินการไปตามกรอบการประเมินผลการปฏิบัติราชการตาม คำรับรองการปฏิบัติราชการ 
(4) การบริหารความเสี่ยงตามหลักธรรมาภิบาล โดยสำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการและสำนักงานปลัด นายกรัฐมนตรี ได้ร่วมกันกำหนดขึ้นเพื่อนำผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงพร้อมกับการของบประมาณตามแผนงาน / โครงการ

🔊🔊🔊เช่นนี้แล้ว องค์กรที่มีข้อกำหนดเฉพาะในการบริหารงานด้วยกระบวนการบริหารความเสี่ยง ย่อมมีความจำเป็นที่จะต้องประยุกต์ใช้ Risk Management ในการบริหารองค์กรอยู่แล้ว ในกรณีที่องค์กรใดมีข้อกำหนดเฉพาะว่าด้วยการบริหารความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดจากหน่วยงานราชการ หรือลูกค้า หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นที่องค์กรนำมาปฏิบัติใช้ องค์กรนั้นๆ ย่อมต้องมีการใช้ Risk Management อยู่ในระบบแล้ว

🦁🦁🦁 อย่างไรก็ดี ในการขอการรับรอง ISO 9001:2015 สำหรับองค์กรทั่วๆ ไปที่มิได้มีกฎ ข้อบังคับในเรื่อง Risk Management นั้น มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ในการประยุกต์ใช้ Risk Management เพื่อขอการรับรอง ISO 9001:2015

 ...........................ติดตามต่อในตอนที่ 3


FACEBOOK; Ploenploen Standard, P2S PARTNERSHIP TO SUCCESS



Create Date : 21 มกราคม 2561
Last Update : 22 มกราคม 2561 11:17:10 น.
Counter : 250 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
6.1Risk For ISO9001:2015;1/4


#6.1ISO9001:2015การปฏิบัติตามข้อกำหนดความเสี่ยงที่สอดคล้องกับบริบทองค์กร 1/4

Risk based thinking กับ Risk Management ( ตอนที่ 1 ) 
Writer : Jakkrit Vipatikom 
วิสามัญสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา
Editor : P.p2s ; p2spartnershiptosuccess@gmail.com

แนวคิดบนพื้นฐานความเสี่ยงกับการบริหารความเสี่ยง (Risk based thinking กับ Risk Management ) สองคำนี้ เป็นทั้งคำถามและข้อถกเถียงที่กำลังเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างมากในองค์กรที่ขอรับการรับรอง (Certification) ISO 9001:2015 หรือมาตรฐานข้อกำหนดระบบบริหารคุณภาพ ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนข้อกำหนดจากปี 2008 ในช่วงปลายปี 2015 คำว่า ความเสี่ยง (Risk) ก็ได้ถูกกำหนดไว้ในข้อกำหนดที่ 6.1.1 นำมาสู่การตีความ การนำไปปฏิบัติ และแนวทางการตรวจที่ยังคงไม่ชัดเจน


ทั้งที่จริงแล้วในสถานการณ์ปัจจุบันนั้น เราจะพบเห็นการประยุกต์ใช้ Risk based thinking และ Risk Management อยู่มากมาย เช่น กรมสรรพากรได้พัฒนา “ระบบการคัดเลือกผู้เสียภาษีเพื่อกำกับและตรวจสอบ (Risk Based Audit System : RBA)” เพื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถคัดเลือกผู้เสียภาษีที่มีความเสี่ยงและเลือกใช้เครื่องมือตรวจสอบที่มีความเหมาะสมกับพฤติการณ์ของผู้เสียภาษี เพื่อให้มีความเป็นกลาง โปร่งใส และเป็นมาตรฐานเดียวกัน ระบบนี้เป็นการใช้ข้อมูลต่าง ๆ ทั้งข้อมูลภายใน และข้อมูลภายนอกกรมสรรพากร มารวบรวมเพื่อประเมินความเสี่ยง แล้วส่งให้หน่วยปฏิบัติดำเนินการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับผู้เสียภาษีแต่ละราย


เมื่อไม่นานมานี้ ศาลยุติธรรมมีการนำระบบประเมินความเสี่ยงในการปล่อยตัวชั่วคราวมาทดลองใช้ โดยหลักการของระบบนี้คือ เมื่อตำรวจจับตัวคนร้ายได้ก็จะนำมาฝากขัง และผู้ต้องหาก็มักที่จะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลจะพิจารณาอนุญาตโดยอาศัย พฤติการณ์แห่งคดีของผู้ต้องหา จะมีเจ้าหน้าที่สืบเสาะข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย และประเมินเป็น "คะแนน" ออกมาว่าจำเลยมีความเสี่ยงที่จะหลบหนีหรือไม่ เช่น บุคคลที่เป็นโสดโอกาสหนีจะมีมากกว่าบุคคลที่มีครอบครัวแล้ว หรือบุคคลนั้นเคยกระทำความผิดหรือไม่ ทำงานอะไรอยู่ งานประจำหรือไม่มีอาชีพที่แน่นอน คะแนนก็จะแตกต่างกันออกไป เมื่อมีการเอาตัวเลขมาประเมิน ตัวเลขก็จะบอกได้ว่าจำเลยมีความเสี่ยงที่จะหนีมากหรือน้อย ซึ่งคะแนนก็จะแตกต่างกัน ถ้าคะแนนประเมินความเสี่ยงบอกว่าบุคคลนี้ไม่มีโอกาสหนีหรือโอกาสหนีน้อยมาก ก็จะให้ปล่อยชั่วคราวไปโดยไม่มีมีหลักประกันก็ได้


แล้วข้อกำหนด ในเรื่องความเสี่ยงที่อ้างอิงตามข้อกำหนด ISO 9001:2015 ข้อ 6.1.1 นั้น ได้กล่าวถึง Risk based thinking หรือ Risk Management กันแน่ องค์กรต่างๆ จำเป็นหรือไม่ ที่จะต้องประยุกต์ใช้กระบวนการที่คล้างคลึงกับ กระบวนการของสรรพากร หรือ ศาลยุติธรรม......ติดตามต่อในตอนที่ 2

p2s partnership to success
ploenploen standard




Create Date : 20 มกราคม 2561
Last Update : 22 มกราคม 2561 11:16:10 น.
Counter : 244 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
ISO9001:2008 change To 2015



 สรุปการเปลี่ยนแปลงโดยย่อ สำหรับผู้ที่ทำระบบ ISO 9001:2008 อยู่แล้ว





2015 สิ่งที่ชัดเจนจากแผนผังคือ

•ข้อแรกใน 4 ไม่ได้เริ่มด้วยการทำเอกสาร แต่เริ่มด้วย การพิจารณา
ทบทวน สถานะขององค์กรขององค์กร ส่วนข้อกำหนดเอกสารย้ายไปเป็นข้อกำหนดสนับสนุน 7.5
•
•ข้อ 5 ฝ่ายบริหารผู้บริหารสูงสุดเพิ่มเติมด้วย ความเป็นผู้นำ โดยการชี้นำระบบ การตัดสินใจการมอบหมายอำนาจ วิสัยทัศน์ ทิศทางองค์กร กลยุทธ์ และชักนำให้ฝ่ายบริหารลำดับถัดไปในการเป็นผู้นำของหน่วยงานนั้นๆ แม้ว่าในข้อ 5ใหม่นี้ไม่มีคำว่า QMR (จากเดิมที่ 5.2.2) แต่ ใน 5.3 ยังมีการมอบหมายงานด้าน ข้อกำหนด ISO คล้ายกับงานที่ QMR ทำอยู่เดิม เช่น การสรุปรายงาน KPI, INTERNAL AUDIT เป็นต้น ความสัมพันธ์ของกระบวนการข้อ 5 ใหม่นี้ ให้มีการกระจายอำนาจ งานไปในทุกทิศทาง (ไปในข้อ 6,7,8,9,10ตามผังข้อกำหนดใหม่)มีความคล้ายคลึงกับผังองค์กรนั่นตามปกตินั่นเอง
•
•ข้อ 6 การวางแผน นำมาจากข้อ 5 เดิมใน 2008 จากข้อการวางแผนกำหนดวัตถุประสงค์เป้าหมายobjective (5.4) เปลี่ยนเป็น 6.2 และเพิ่มเติมการพิจารณาจัดการความเสี่ยง ใน 6.1 ก่อนการกำหนดเป้าหมายคุณภาพ ซึ่งเป็นข้อที่พบข้อถกเถียงอย่างกว้างขวางในการนำ 6.1 ไปปฏิบัติใช้ (จะกล่าวในครั้งถัดไป)
•
•ข้อ 7 นำมาจากข้อ 6 เดิมใน 2008 เรื่องทรัพยากรบุคคล เครื่องจักรสภาพแวดล้อม และเพิ่มทรัพยากรการวัด (จาก 7.6 เดิมของ 2008)
•
•ข้อ 8 กระบวนการปฏิบัติ นำมาจากข้อ 7 เดิม การทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ ในทุกข้อจาก 7.1 to 7.5 เลื่อนมาเป็น 8.1 to 8.5 และนำข้อการตรวจปล่อยสินค้า มาต่อท้ายที่ 8.6 และการจัดการ NC ที่ข้อ 8.7 ให้ครบขั้นตอนการผลิตและบริการ(มีการเพิ่มเติมข้อย่อย การควบคุมการเปลี่ยนแปลง control of change 8.5.6)
•
•ข้อ 9 การประเมินสมรรถนะ มาจากข้อ 8 เดิม การวัด วิเคราะห์ ปรับปรุงนำมาคือ การวัดความพึงพอใจลูกค้า การตรวจติดตามภายใน และนำการทบทวนโดยฝ่ายบริหารในข้อ 5.6เดิมมาใส่ในข้อการประเมินสมรรถนะองค์กร ตัดการปรับปรุงจากข้อ 8.5 เดิม ไปไว้ในข้อ 10(2015)


ติดตามเพิ่มเติมได้ที่ facebook/ ploenploen standard
ร่วมสนับสนุนการใช้ ISO ให้สะดวก อร่อย ตามบริบทของท่าน



Create Date : 18 มกราคม 2561
Last Update : 21 มกราคม 2561 12:34:29 น.
Counter : 814 Pageviews.
0 comment
(โหวต blog นี้) 
1  2  

normalization
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



"ขอทุกท่านจง ปกติสุข ในทุกวัน"
วันแรกสร้าง : 25 กุมภา.54

เป็นเพียงการบอกกล่าว เล่าเรื่อง ตามที่ข้าพเจ้าเข้าใจ
หากว่ามีประโยชน์บ้างแม้เพียงเล็กน้อย ข้าพเจ้าก็ยินดียิ่ง
หากว่าส่วนใดผิดพลาด ฝากข้อความไว้ได้เสมอ
@comeback 18/1/18
free counters สำหรับธงขอขอบคุณ blog paradijs
New Comments