Group Blog
 
All Blogs
 

ร่วมฉลองวันปีใหม่จีนที่จัตุรัส Trafalgar ในลอนดอน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2553

เช้านี้ฝนตกพรำๆตั้งแต่เช้าเลย แต่เมื่อวานนัดแนะกันทาง facebook กับเพื่อนร่วมชั้นเรียน ว่าจะไปเที่ยวงานปีใหม่จีนที่จัดที่ Trafalgar square วันนี้ ตอนสายปรึกษากันทาง facebook สรุปว่าเป็นไงเป็นกัน เพราะอยากไปเที่ยว ถ้าไปแล้วฝนตกหนักก็ต่างคนต่างเผ่นกลับบ้านละกัน

ตกลงกันเรียบร้อยดี เจอกันหน้า National Gallery นะเพื่อนนนนนนนน



โอ้โห...คนยังกะมด แถมเพื่อนอีกคน ดันไปรอที่หน้า Portrait Gallery
วุ้ว คนละที่กันเน้ออ ดีที่ทั้งสองที่อยู่ไม่ไกลกัน

เจอเพื่อนแล้วก็ชวนกันไปขอรับลูกโป่งแดงจากคุณตำรวจ
แจกๆๆๆๆ ไม่อั้นๆๆๆ รับมาแล้วก็ขอถ่ายรูปหน้ารถลูกโป่งซะหน่อย



รับลูกโป่งกันเสร็จแล้วก็ชวนกันเดินเข้าไปใกล้ๆเวที ดูการแสดง ระหว่างทางที่ฝ่าฝูงชน ปะกับชายคนนี้ เรากับเพื่อนๆเลยชวนกันขอเค้าถ่ายรูปด้วย เค้าก็ยินดีมาก แต่ไหงทำหน้าแบบนี้ไม่รู้ ที่สำคัญ พอมาดูการแต่งกายของเค้าอย่างละเอียด เอ่อออ กี่เพ้า รองเท้าส้นสูงสีแดง ก็เลยได้แต่กระซิบกันกับเพื่อนว่า ตกลงเราขอใครถ่ายรูปด้วยเนี่ย เอิ่มมม "เค้าบ้าป่าวอะ" สรุปว่าน่าจะใช่



ถ่ายรูปกับเพื่อนสาวที่ไปด้วยกันดีกว่า เป็นชาวฟินแลนด์ กับชาวลิเบีย จริงๆนัดอีกสาวชาวคูเวต เจ้าของของฝากเป็นเสื้อคูเวตที่เคยใส่โชว์ในบล็อคนี้ แต่ตอนนี้เธอยังมาไม่ถึง



ตากล้องรูปตะกี้ คือชายหนุ่มผู้นี้ นาม Shen เพื่อนร่วมคลาสเหมือนกันจากประเทศจีน



เพราะมีเพื่อนชาวจีนมาด้วย เลยโดนยิงคำถามเป็นระยะ ซึ่งก็ช่วยได้มากทีเดียว อย่างเช่น วันตรุษจีนปีนี้ ตรงกันวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี่นา ทำไมเพิ่งมาฉลอง ได้ความว่า สงสัยว่าเค้ากลัวจะตรงกับวาเลนไทน์ และวันที่ 7 หลังตรุษจีน ชาวจีนก็ถือเป็นวันมงคล จึงไม่น่าแปลกที่จัดกิจกรรมฉลองวันปีใหม่ในวันนี้

คุยกันไป ตามองจอ มองเวทีกันไป เริ่มต้นด้วยผู้หลักผู้ใหญ่มากล่าวเปิดงานตอนช่วงเที่ยงวัน เพื่อนบอกว่า งานนี้ Boris Johnson ซึ่งเป็น Mayor 0f London ก็มากล่าวด้วย

การแสดงมีทั้งเชิดสิงโตอยู่ที่หน้าเวที การแสดงบนเวที ตลอดตั้งแต่เปิดงานเที่ยงวันไปถึงหกโมงเย็น โดยจะจบงานด้วยการจุดพลุ แต่พวกเราไม่ได้ตั้งใจอยู่จนเย็น ก็เลยได้แต่ยืนดูการแสดงกันสักพัก


มองไปรอบๆ คนเยอะแยะเลย



สาวน้อยผู้นี้ที่ขี่คอคุณแม่อยู่ มีหมีพูห์เกาะบั้นท้ายอยู่ด้วย น่าร๊ากกก



ทิเบตก็มีการแสดงมาโชว์ด้วย ตอนก่อนแสดง เพื่อนชาวฟินแลนด์ถามย้ำกับเราว่า หา! ทิเบต หรอ รู้มั้ย ปีที่แล้วนะ มีกลุ่มคนมายืนถือป้าย Free Tibet ในงานวันปีใหม่จีนแบบนี้แหละ เค้าเลยต้องจัด security ไว้เพื่อดูแลความปลอดภัย อ่ออ แปลว่าปีนี้ดีกว่าปีที่แล้วสิ ทิเบตขึ้นเวทีเลยย



ดูกันพอใจ ก็ชวนกันออกเดินไปหาอาหารกลางวันกินกัน อะ ถ่ายรูปกับเพื่อนสาวก่อนออกจากบริเวณงานอีกที



เพื่อนหนุ่มชาวจีนอาสาพาไปร้านโปรดของเค้า โอวโนวววว ดูผู้คนสิ! จะเดินฝ่าเข้าไปยังไงกันเนี่ย



หลังจากพยายามกระดืบผ่านฝูงชนไปได้ประมาณสามสิบก้าว ก็ต้องมาตกลงกันใหม่ว่าเอาไงกันดี สรุปว่า แยกย้ายแล้วกัน ไว้ค่อยหาโอกาสมากินละกันเนอะ

มื้อนี้ของเรา จึงเป็นไก่ย่าง Nando's ไก่สุดอร่อยที่เพื่อนหนุ่มชาวจีนคนนี้ ชวนแล้วชวนอีก แล้วไม่ได้มาซักที อืมมม อร่อยจริงแฮะ



อิ่มจนจุก แล้วนั่งรถเมล์กลับหอ

ไว้ไปเที่ยวกันอีกน้า......




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2553 1:50:07 น.
Counter : 1767 Pageviews.  

ขี่จักรยานไปเที่ยวป่าช้า Highgate cemetery ในวันหยุด

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2553

วันนี้อากาศดี ฟ้าใส แดดออก น่าออกจากหอไปเดินสูดอากาศดีๆแบบนี้
องค์หญิงต้า เพื่อนสาวโบ๊งหน่างพันธุ์เดียวกัน เคยบอกไว้ว่า Highgate Cemetery อยู่ในลอนดอน น่าสนใจ อืมม ป่าช้า มันน่าสนใจยังไงเนี่ย

หาข้อมูลอินเตอร์เนทแล้ว //www.highgate-cemetery.org/ น่าสนใจแฮะ

ก่อนเดินทาง เช็คเส้นทางจาก //journeyplanner.tfl.gov.uk ไปโดยรถเมล์ต่อเดียวถึง แต่ใช้เวลา 44 นาที ถ้าขี่จักรยานใช้เวลา 13 นาที
ได้การ จักรยานจ๋า เราไปเที่ยวกันเถอะ!




ควบจักรยานคู่ใจออกจากหอ พร้อมท่องเส้นทาง เลี้ยวซ้าย แล้วก็เลี้ยวขวา แล้วเลี้ยวซ้าย แล้วขวา แล้วขวาอีกที

แต่ไปได้ครึ่งทาง ท้องก็ร้องซะแล้ว เลยแวะนั่งกินแซนด์วิชกับกาแฟก่อน
ร้านนี้เสริฟกาแฟถ้วยใหญ่เหมือนกระถางเลย ชอบๆ


อิ่มแล้ว เดินทางต่อได้ ทางข้างหน้ายังอีกยาว



และแล้วก็ถึงเลี้ยวสุดท้ายแล้ว เย้ๆ ปากทางถนน Swains Lane


เข้าถนน Swains Lane มาได้สักพัก ก็เห็นอาณาบริเวณของสุสานแล้ว
แต่จากจุดนี้ไป เป็นทางลาดชันขึ้น ขี่จักรยานไม่ไหว ได้แต่จูงจักรยานเดิน แฮ่กๆ


ถึงแล้ว! มีคนรอเข้าชมตามรอบเวลาอยู่พอควรทีเดียว เดี๋ยวรีบไปซื้อตั๋วก่อน จักรยานจ๋า รอแป๊บนึงนะจ๊ะ


มีคนเข้ามาซื้อตั๋วเข้าชมเหมือนกันนะ แสดงว่าไม่แปลกที่มาเที่ยวป่าช้า


ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 3 ปอนด์ นักเรียน 2 ปอนด์ เข้าได้เฉพาะด้านตะวันออก ส่วนด้านตะวันตกที่มีคนยืนเข้าแถวรอเป็นรอบทัวร์ มีค่าเข้าชม 7ปอนด์ แหะๆ ดูด้านตะวันออกอย่างเดียวก้อด้ายยย..



ต่อไปนี้ จะมีแต่รูปหลุม และหุ่นประดับหลุม แถ่นแท้นนน..


ไม่รู้ชายสูทเหลืองผู้นี้เค้ามายืนตรงนี้ทำไม แผ่นหินด้านหน้าก็เลือนราง อ่านไม่ออก


ตรงนี้ เป็นพ่อแม่ทำให้บุตรสาวอันเป็นที่รักชื่อ Dray


ระหว่างทางเดิน มีดอกไม้สีขาวทรงน่ารักๆแบบนี้ขึ้นริมทางแล้ว ชื่อ snowdrop ถือว่าเป็นดอกไม้แรกที่บานหลังฤดูหนาว เป็นสัญญาณบอกว่าฤดูใบไม้ผลิเริ่มต้นแล้ว


มีหลุมของคนจีนด้วย เจอประปรายเลย เสียดายที่อ่านไม่ออก


หยุดยืนอ่านอยู่ตรงนี้นานพอสมควรเลยทีเดียว อดไม่ได้ที่จะคิดถึงใครบางคนที่เรารักมากแต่ก็ไม่วายทำให้เค้าโกรธ .. มา หน่งคิดถึงมา ..


เดินคุยกับคุณป้าที่มากับลูกชาย ได้ความรู้มาว่า หุ่นปั้นแบบนี้เป็นสมัยวิคตอเรีย ถ้าเดินดูดีๆ จะเจอหลุมของนักเขียนหญิงในสมัยนั้น แต่ใช้ชื่อเป็นชาย ตามธรรมเนียมของสมัยนั้น อ่า จำชื่อเค้าไม่ได้ ความจำสั้นจริงเรา..


มาถ่ายรูปในป่าช้าเนอะ จะเดิน จะดูอะไร ก็ได้แต่พึมพำในใจ ขอโทษนะคะ ขออนุญาตนะคะ อย่างรูปนี้ ถ่ายแล้วก็ระทึกว่า ภาพที่ได้ จะมีใครนั่งบนเก้าอี้นี้หรือเปล่า


คุณป้ากับคุณลูกชายที่เล่าถึง เธอหยุดยืนมองเจ้านกน้อยสีส้มน้ำตาล ที่เกาะกิ่งไม้ร้องเพลงไม่ไปไหน ใครๆเดินผ่านมา ต้องหยุดยืนดูกันทุกคนเลย


เดินดูป้าย อ่านป้ายไปเรื่อย น่าแปลกใจ อายุน้อยๆกันทั้งนั้นเลย บางคน สิบกว่า บางคนยี่สิบกว่า น่าเศร้าจริงๆ อย่างตรงนี้ 16 เอง


ตรงนี้ 108 ปี แต่ทำไมดูรกร้างจังเลย จะมีญาติเค้ามาเยี่ยมอยู่มั้ยนะ


เอ่อ คนนี้เค้ามาทำอะไรเนี่ย ไม่ได้ประดับอยู่ที่หลุมเลยนะ


เดินไปเรื่อยๆ ดูวังเวงเหมือนกันนะ ดีที่ยังมีคนอยู่ข้างหน้าไกลๆ


แล้วก็มาถึง จุดที่ใครๆที่เข้ามาชม ต้องแวะมา ท่าน Karl Marx ได้ยินชื่อท่านตอนเป็นนักเรียน ท่านเป็นเยอรมันนี่นา แล้วย้ายมาอยู่อังกฤษเมื่อไรหว่า โอว วิชาประวัติศาสตร์ สังคม ไม่แข็งแรงเลยจริงๆ ใครสนใจ อ่านในวิกิพีเดียเอาละกันนะ //en.wikipedia.org/wiki/Karl_Marx



แผ่นป้ายหินหน้าหลุม


ได้คารวะผู้หลักผู้ใหญ่ละ สบายใจ กลับดีกว่า
ระหว่างทางเดินออก มีรูปปั้นสวยๆเป็นระยะ







รูปปั้นหญิงสาวนี้ สวยสมบูรณ์มาก ด้านหน้าเธอ เป็น snowdrop ดอกใหญ่มาก




ถึงทางออกแล้ว มองข้ามรั้วไปเห็นประตูทางเข้าของสุสานด้านตะวันตก


ติดกับสุสาน เป็นสวนสาธารณะ อืม เดินต่ออีกซักหน่อยดีกว่านะ
สวนสาธารณะ Waterlow


ชอบบรรยากาศสวนสาธารณะวันหยุด เพราะจะเห็นครอบครัวพาเจ้าตัวน้อยๆมาวิ่งเล่นเดินเล่น



อย่างคู่นี้ พ่อกับลูกสาวเล่นชิงช้า



คุณแม่กับลูกชายคู่นี้เค้าดูอะไรกัน



อ่อ เค้ามองนกในบึงเล็กๆในสวนนี้
ดูสิ ผิวน้ำเป็นน้ำแข็งเลย บางตัวว่ายน้ำ แต่บางตัวเดินบนผิวน้ำแข็ง ท่าเดินของเค้าตลกมา เพราะมันลื่น เดินแล้วดูเหมือนเค้าติดสเก๊ตน้ำแข็งเลย



แม่ลูกคู่นี้ นั่งผึ่งแดดหยอกล้อกัน น่ารักเชียว



บ่ายวันนี้ อากาศดีจริงๆ ฟ้าใสๆ ตัดกับสีเขียวของต้นหญ้า ที่พื้นหญ้า เริ่มมีดอกไม้สีเหลืองสดใสดอกเล็กๆขึ้นประปรายแล้ว


เห็นดอกไม้เหลืองไม่ชัดใช่มั้ยล่า... อะ เข้าไปถ่ายใกล้ๆให้ดู เอามุมต่ำ มองเห็นคุณลุงนั่งชมวิวดื่มด่ำบรรยากาศสวนอยู่ไกลๆด้วย


อะ ซูมให้เห็นกลีบสวยๆ เหลืองสด


ถ่ายรูปแล้ว ก็อยากรู้จัง ว่าดอกสวยๆนี่ ชื่อว่าดอกอะไร เลยเดินเข้าไปนั่งถามคุณลุง ได้ความว่า Crocus เป็นดอกที่สอง ต่อจาก snowdrop ที่เริ่มบานหลังฤดูหนาว คุณลุงยังบอกอีกว่า หลังจากนี้ ดอกต่อไปก็จะเป็น Daffodil อื้ม เดือนหน้า ตามสวนสาธารณะน่าจะสวยนะ

เลยหาเรื่องนั่งชวนคุณลุงคุยไปเรื่อย สักพักหนึ่ง ได้ความว่า คุณลุงเป็นชาวแคนาดา (มิน่า หนูฟังคุณลุงออก ปกติหนูฟังอังกฤษแท้ๆไม่ออกเลย) ย้ายมาอยู่นี่ตั้งแต่ปี 1960s โอว นั่นหนูเพิ่งเกิดเลยค่ะคุณลุง

คุยไปสักพัก คุณลุงก็ออกเดิน เลยขอเดินตามคุณลุงไปด้วย เพราะว่า ต้องออกไปเอาจักรยานที่จอดไว้อีกด้านหนึ่งอยู่แล้ว เลยได้ความรู้หลายอย่างเลย

อย่างเก้าอี้ตัวนี้ คุณลุงเล่าว่า จะมีคิวบริจาคเก้าอี้ กรณีตัวเก่าชำรุด ก็จะเปลี่ยนตัวใหม่ ผู้บริจาคมักจะใส่ชื่อผู้ล่วงลับ แล้วก็เลยมีการเอาดอกไม้มาวางให้


แล้วคุณลุงก็แนะนำให้รู้จักกับท่าน Waterlow เจ้าของที่ดินแห่งนี้ อดีต Mayor of London บริจาคที่แห่งนี้ให้เป็นของเมือง



เดินคุยกับคุณลุงไปจนถึงทางออกกลับบ้านคุณลุง เลยได้แต่ไหว้ลาตามธรรมเนียมไทย ตามด้วยเชคแฮนด์ตามธรรมเนียมฝรั่ง แล้วก็เดินกลับเข้ามาเพื่อไปออกอีกประตูนึง ... จักรยานจ๋า กลับหอกันเถอะ

ระหว่างทางกลับ มีร้านขายดอกไม้ ดอกไม้กระถางเล็กๆสีสวยๆทั้งนั้นเลย



ว่าแล้ว ทริปหน้า เราไปเที่ยวตลาดดอกไม้กันเถอะ!




 

Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2553 4:30:01 น.
Counter : 1923 Pageviews.  

ไอศครีมถ้วยแรกที่ซื้อกินในลอนดอน

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553

หลังจากคร่ำเคร่งมาทั้งอาทิตย์เพื่อเตรียมนำเสนอรายงานแบบกลุ่มในวันนี้

นำเสนอเสร็จแล้ว ต้องฉลอง!! เพื่อนๆก็เลยชวนกันมากินไอติมโยเกิร์ตร้าน Yog เพื่อนบอกว่าอร่อยมากกกกกก

แบบนี้ต้องลอง
หน้าตาเป็นแบบนี้




กินแล้วถ่ายรูปกับวัวที่กำแพงร้านซะหน่อย



ใครสนใจ ตามไปกินได้ //www.yogyogurt.com/




ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมบล็อคนะคะ

วันนี้วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 ได้รับคะแนนของการเสนอรายงานแบบกลุ่มแล้ว ได้ 85% แน่ะ ดีใจๆๆๆ แบบนี้ต้องชวนเพื่อนไปฉลองกินไอติมกันอีกรอบ




 

Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 23 กุมภาพันธ์ 2553 4:23:27 น.
Counter : 861 Pageviews.  

อวดของฝากที่ได้จากเพื่อนวันเปิดเทอม

วันที่ 14 มกราคม 2553

วันนี้ เปิดเรียนเทอมสอง เป็นวันแรก ได้เจอเพื่อนๆแล้วว
เพื่อนส่วนใหญ่กลับไปเยี่ยมบ้านช่วงปิดเทอม เลยได้รับของฝากจากเพื่อนๆ
คนนึงกลับจากจีน มีสร้อยข้อมือลูกปัดคริสตอล มาฝาก
อีกคนมาจากซาอุดิอาระเบีย มีลูกอมสุขภาพ กินวันละ 7เม็ดแล้วจะสุขภาพดี

คนนี้เด็ดสุด หมอสาวสวยจากคูเวต มีเสื้อสีสันสดใสมาฝาก บอกว่าใช้คลุมเสื้อทั่วไป เพื่อการเต้นระบำ
เห่อจัด...เลยถ่ายรูปมาอวด แต่ไม่ได้เต้นระบำ ลั้นลา ลั้นลา..




 

Create Date : 15 มกราคม 2553    
Last Update : 15 มกราคม 2553 4:09:07 น.
Counter : 872 Pageviews.  

ก่อนเปิดเทอมไปเที่ยว Greenwich ไปดูเส้น Meridian ของโลก

เวลาตั้งเวลาในคอมพิวเตอร์ อยู่บ้านเราต้องตั้ง GMT+7
ก็สงสัยมาตั้งนาน ว่า GMT มันย่อมาจากอะไร
อะ ไหนๆก็อยู่ลอนดอน เราไปดูบ้านของ GMT ที่มาจากคำว่า Greenwich Mean Time กันดีกว่า

ก่อนไป กองทัพต้องเดินด้วยท้องเนอะ .. แวะเติมพลังร้านกาแฟใกล้ๆหอกันก่อนดีกว่า

>

หน้าตาน่าอร่อยอย่างนี้ ชื่อ Chicken Moroccan Pancake สนนราคา 3.85 ปอนด์ กับคาปูชิโนแก้วโต ราคา 1.60 ปอนด์ (ถ้าซื้อถือออกไป จะได้ราคาน้อยกว่านี้รวม 30 เพนนี)

นั่งรถไฟใต้ดิน มาต่อรถไฟสาย DLR ที่ Canary wharf ตึกสวยๆทั้งนั้นเลย


ดูรถไฟวิ่งเข้าระหว่างตึก สวยดี


อะ ลงรถไฟที่ป้าย Cutty Sark for Maritime Greenwich จุดหมายของเรา แต่แวะถามทางก่อนนะ



ได้ความว่า ออกจากตรงนี้ เดินไปทางซ้าย แล้วเลี้ยวซ้ายตามด้วยเลี้ยวขวา ก็จะถึง Greenwich Park จุดที่เราจะไปคือ Royal Observatory ซึ่งอยู่กลางสวนสาธารณะเลย
แป๊บเดียว ก็มาถึง
เอ..ทำไมหนุ่มน้อยสองคนนี้แต่งตัวเหมือนจะไปเล่นสกีเลยนะ



อ๊ะ ในมือพ่อ ที่เดินนำหน้า ถือรถลากพลาสติกนี่นา



แล้วก็ถึงบางอ้อ (นะ จะมากรีนวิช แล้วหลงทางไปบางอ้อได้ไง?!!)



เล่นเลื่อนหิมะกันนี่เอง ดูท่าสนุกสนาน แต่ละคนเล่นกันไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย อะ พ่อหนุ่มสองคนนี้ ช่วยกันหิ้วของแผ่น bob



พ่อลูกคู่นี้ นอนกันมาเลยย



พ่อหนุ่มตัวจิ๋วคนนี้ มาด้วยเลื่อน Sledge ไปเร็วมาก และไกลมาก ไปหยุดเพราะชนต้นไม้ แต่ชนตอนสปีดตก ไม่มีอุบัติเหตใดๆ เราเผลอร้องอุทาน ว๊ายๆๆ พร้อมๆกันก็มีเสียงคนแถวๆนั้นร้องเหมือนกัน แล้วก็ตามด้วยเสียงหัวเราะ เพราะน่าเอ็นดู๊



พ่อหนุ่มคนนี้ ตัวเล็กกว่าคนตะกี๊อีก นั่งbobเล็กๆมาอันเดียว เวลาลงหันหลังลงด้วยแหนะ พอหงายท้องลงจอด ก็ลุกขึ้นถือbob จ้ำอ้าวกลับขึ้นไปไถลงมาใหม่



เล่นกันสนุกสนาน ทั้งตัวเล็กตัวโต เลื่อนลงมากัน ปื๊ด ปื๊ดดดดดด



พ่อหนุ่มที่ชนต้นไม้ เดินลาก Sledge ผ่านขึ้นไปใหม่



สาวน้อยน่ารัก กับ bob พอดีก้น



มีทั้งเดี่ยว มีทั้งคู่



ดูจนพอใจแล้ว เดินต่อดีกว่า เพราะจุดหมายของเราคือตรงนี้ต่างหาก



ถึงแล้ว บ้าน GMT



ที่พื้น จะมีเส้นแบ่ง เส้นนี้แหละ Longtitude ที่แบ่งซ้ายขวาเป็นตะวันออก ตะวันตก กรุงเทพฯ อยู่ 100 องศา 30 ลิบดาตะวันออก




ท่านี้ เป็นท่าเด็ด ที่ใครมา ก็ต้องมายืนคร่อมเส้นศูนย์แบบนี้



อะ มาถึงแล้ว เย้ๆ Prime Meridian of the World - Longtitude 0องศา 0ลิบดา 0พิลิบดา

ยังมีเวลาเหลือ ก่อนจะมืด เดินไป Queen's House หน่อยดีกว่า เสียดายไม่ให้ถ่ายรูปข้างใน



ดูเสร็จเดินกลับออกมา ไปดูพิพธภัณฑ์อีกซักหน่อย เข้าฟรีด้วย



National Maritime Museum


มัวแต่เดินดูไปตามแผนที่ ตามที่เค้าเขียนว่า must see อย่างชั้น G เป็นเสื้อโค้ทยูนิฟอร์มของ Nelson ที่สู้แพ้ที่ Trafalgar เนื่องจากโดนยิงเข้าไหล่ซ้าย สงสัยว่ายิงเข้าที่ไหล่ แล้วตายได้ไง เสื้อก็เป็นรูขนาดเหรียญห้าบาทได้ อ่อออ อ่านรายละเอียดผล autopsy ได้ความว่า กระสุนเข้าไหล่ซ้ายแล้วชนกระดูกไหปลาร้า เข้าไปทะลุผ่านซี่โครงแตกสองซี่ กระสุนทะลุเข้าไปในปอด ผ่าเส้นเลือด Pulmonary artery แล้วเข้าไปฝังใน spine ไอ่หยา สมควรไม่รอด!
ชั้นหนึ่ง ไปดู stained glass แต่ส่วนใหญ่เป็นงานที่ผ่านการบูรณะแล้วจากซากเดิมที่เหลือน้อยมาก
ชั้นสอง เป็น simulator ให้หัดบังคับเรือ พอดีมีคนบังคับอยู่แล้ว เราเลยเข้าไปยืน ได้ความรู้สึกเหมือนยืนในเรือ เห็นวิวข้างเรือ เป็นโอเปร่าของออสเตรเลียด้วย สุดท้าย ตอนเวลาหมด คนบังคับเรือเอาเข้าจอดไม่ทัน เรือเลยลอยเท้งเต้ง ไปไหนต่อไม่ได้ อะ ก็มันซิมูเลเต้อร์ ไปไม่ได้ ก็เดินออก ไม่ต้องว่ายน้ำออกมาซักหน่อย อิอิ

เข้าไปมิวเซียม ถ่ายกังหันเรือมา . ถ่ายทำไม ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน



เหนื่อยแล้ว.. กลับหอ นอนดีกว่า...
โอกาสหน้าไปเที่ยวกันใหม่นะค้า...




//www.4shared.com/file/196285856/6f608072/M4V00114.html
เอาใจพี่สาว ลงรูปตอนเล่นเลื่อนที่สวิสให้ดู นั่งตัวแข็งทื่อเลย

เพื่อนของคุณหมออ๋อยที่อยู่สวิสพาไปเล่นกับลูกชายสุดหล่อคนนี้ค่ะ เล่นbobเก่งมากๆ




 

Create Date : 11 มกราคม 2553    
Last Update : 14 มกราคม 2553 4:09:59 น.
Counter : 1820 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  

หยิบหย่ง
Location :
ลอนดอน Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผ่านอะไรมาก็มากมาย
มีอะไรก็อยากเล่า
เจออะไรก็อยากบอก
เรื่องของเรื่องมันเลยหลากหลาย
จับฉ่ายซะเหลือเกิน
นะ
Friends' blogs
[Add หยิบหย่ง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.