....DID-girl....
Group Blog
 
All Blogs
 

T_T



ฉันลืมตาตื่นบนเตียงนอนหลังจากเข้านอนครั้งที่สองของวันไปแล้ว ฉันไม่แน่ใจว่าวันหยุดสองวันนี้ฉันใช้เวลาหมดไปกับการนอนหรือเปล่า ฉันเข้านอนไม่ใช่เพราะฉันง่วง เพียงแต่ฉันไม่มีอารมณ์ที่จะทำอะไร ไม่อยากดู ไม่อยากกิน ไม่อยากฟัง ไม่อยากทำ เหมือนการนอนหลับเป็นกิจกรรมยามว่างของฉันเท่านั้นเอง น้ำไม่ได้อาบ ผ้าไม่ได้ซัก ข้าวไม่ได้กิน ห้องรกรุงรัง กองรายงานที่ต้องส่งกองสุมอยู่ที่ปลายเตียง ฉันพยายามเรียกกำลังใจตัวเองในการผละออกจากเตียงเมื่อนึกถึงรายงานที่ปลายเท้าฉันสัมผัสอยู่ มันต้องส่งสิ้นเดือนนี้ แต่ฉันยังไม่ได้เริ่มแม้กระทั้งตัวอักษรแรก เรื่องนี้ถ้าหากแม่รู้ต้องไม่วายบ่นจนฉันหูชาแน่เลยว่าขี้เกียจ เอาแต่นอน ไม่รู้จักทำงาน ซึ่งทุกครั้งที่โดนว่าแบบนี้ฉันก็ไม่ได้เถียงอะไร ออกจะยอมรับแบบเนือยๆ ว่ารู้แล้วว่าขี้เกียจ อีกเดี๋ยวจะทำแล้ว แม่ได้แต่ส่ายหัวแล้วบ่นต่อ ถึงแม้ว่าฉันจะรำคาญที่แม่บ่นใส่หู อาจเคยเถียงกลับบ้างแต่ก็ไม่เคยขึ้นเสียงกับแม่ เพราะฉันรู้ว่าถ้าฉันทำแบบนั้นตัวฉันนี้แหละที่จะลงเอยไม่ดี ฉันจำเรื่องราวที่ทะเลาะกับพ่อครั้งล่าสุดได้ดีเล่นเอานอนไม่หลับไปเป็นอาทิตย์เลยทั้งที่ฉันคิดว่าฉันพูดไม่ผิด แต่การการกระทำและการขึ้นเสียงกับพ่อของฉันมันผิด


ฉันเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับอารมณ์ตัวเองแล้วเหมือนกัน ยามกลับบ้านฉันพยายามเลี่ยงพ่อให้ได้มากที่สุด และพ่อเองก็พยายามเลี่ยงฉันเช่นกัน เราต่างคนต่างใช้ชีวิตในเขตพื้นที่ของตัวเอง ไม่ต้องคุยกันอาจจะมีเดินสวนกันบ้างแต่ก็เหมือนต่างคนต่างเลี่ยงที่จะไม่เดินสวนกัน ไม่ต้องกินข้าวพร้อมกัน ฉันเลือกที่จะกินข้าวรอบสองเพราะไม่อยากกินพร้อมพ่อ ไปไหนไม่จำเป็นต้องบอกกล่าว มีเบอร์ก็ไม่จำเป็นต้องโทรหากัน ยามลำบากเดือดร้อนให้โทรหาคนอื่นไม่ต้องโทรหาพ่อเราะมันไม่ช่วยอะไร ดีแต่จะตอกย้ำความเสียใจและผิดหวังของตัวเองมากขึ้นก็เท่านั้น

ลูกเลว




 

Create Date : 27 ธันวาคม 2560    
Last Update : 27 ธันวาคม 2560 3:12:42 น.
Counter : 138 Pageviews.  

ขาลง



เกือบ 30 ปีของการมีชีวิตที่ได้เรียนรู้ว่าคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จากประสบการณ์ที่เขาได้เรียนรู้ ทั้งที่รู้ว่าเป็นอย่างนั้นแต่การรับมือกับประสบการณ์ที่เข้ามานั้นยากยิ่งกว่า ประสบการณ์ที่ฉันได้เรียนรู้ได้รับรู้ มันกลับกลายเป็นสิ่งที่เปลียนแปลงตัวฉันให้ดีขึ้นหรือว่ามันกำลังกัดกินฉันจนฉันเองก็ไม่สามารถให้คำตอบตัวเองได้ว่ามันทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น หรือว่ามันกำลังทำลายชีวิตฉันกันแน่

ความเจ็บปวดจากข้างในที่ฉันโอบกอดมาเกือบ 30 ปี และฉันคิดว่าฉันคงกอดมันไปจนตายแน่ สมัยก่อนเมื่อฉันเจ็บปวดเสียใจฉันสามารถร้องไห้ออกมาได้ดีหรือไม่ก็หาคนคุยได้ แต่ตอนนี้เมื่อฉันโตขึ้นฉันกลายเป็นที่ปรึกษารับฟังคนอื่นคอยปลอบยามที่คนอื่นทุกข์ใจ ในขณะที่ทุกข์ของฉัน ฉันกลับไม่สามารถพูดมันกับใครได้ นัยหนึ่งเพราะตัวฉันที่คิดว่าเพื่อนที่มาปรับทุกข์กับเราเขาคงไม่อยากมาทุกข์เพิ่มด้วยเรื่องของเรา อีกนัยหนึ่งคือปัญหาของเรามันไม่สามารถแก้ไขได้และคำปลอบใจทำให้ฉันรู้สึกเวทนาตัวเองมากขึ้นไปอีก
ฉันในตอนนี้จึงมีชีวิตเหมือนกลับไปช่วงวัยประถมอีกครั้งที่ไม่มีเพื่อน ชีวิตแต่ละวันมีเพียงแค่ฉัน ในอารมณ์ที่วนเวียนอยู่แต่ความรู้สึกเศร้าหมองจนเหมือนจะกลายเป็นภาวะซึมเศร้า ทั้งที่แต่ก่อนตอนที่ฉันรู้สึกแย่ ฉันเพีงแค่หาการ์ตูนตลกซักเรื่องมาดูหรือมาอ่าน แต่ตอนนี้กิจกรรมเหล่านั้นไม่ได้ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นเลย ดูแล้วไม่สนุกเลย ไม่อยากคุยกับเพื่อน ไม่อยากออกไปเจอใคร อยู่แต่ในห้อง หมดไปกับการนอน หรือไม่ก็ฟังเพลง
ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองแย่ลง แย่จริงๆ เดิมทีมันก็เครียดกับการเรียนพอแล้ว บวกกับความกดดันจากความคาดหวังของครัวนักวิชาการหัวโบราณทำให้ฉันยิ่งจมลงไปอีก แต่ก่อนฉันยังคงเลือกที่จะคุยหรือปรับทุกข์กับแม่ได้บ้าง แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากคุยเพราะต่อให้ฉันพูดหรือปรับทุกข์ไป ใช่...ฉันอาจได้คำปลอบใจกลับมาแต่มันก็ตามมาด้วยความกดดันทุกครั้ง ที่ว่า...แม่เข้าใจ....แต่ลูกต้องอย่างนั้น ลูกต้องอย่างนี้ จนบางครั้งฉันคุมตัวเองไม่อยู่เผลอใส่อารมณ์กับแม่ไป สุดท้ายฉันก็ต้องพบกับผลของการกระทำ คือฉันนอนไม่หลับจากความรู้สึกผิดที่ตัวเองเถียงแม่ จนตอนนี้ฉันได้แต่ฟังแม่ปรับทุกข์ด้วย และปลอบแม่ไปด้วย ส่วนความทุกข์ของฉัน...ฉันทำได้เพียงแค่เก็บมันไว้ ไมได้หวังจะระบาย หรือให้ใครเข้าใจ ฉันหวังเพียงแค่ว่าวันหนึ่งฉันจะทนได้ จะไม่เจ็บเมื่อเจอมัน จะไม่รู้สึกรู้สากับมัน และจะข้ามมันไปได้

ลูกเลว




 

Create Date : 24 ธันวาคม 2560    
Last Update : 24 ธันวาคม 2560 12:36:00 น.
Counter : 126 Pageviews.  


DID-girl
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add DID-girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.