Group Blog
 
All Blogs
 

ตอนที่ 3 การเขียน แผนภาพเครือข่ายวิสาหกิจ (Cluster map)

ขอลำดับความจากตอนก่อน ๆ ที่ผ่านมาสักเล็กน้อย หลังจากได้กำหนดกรอบและนิยามของการทำการศึกษาครั้งนี้แล้ว โดยรู้จักเครื่องมือที่เรียกว่า PCM มาใช้ เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับการเก็บข้อมูลประเภทปฐมภูมิ (Primary data) เท่านั้น แต่ขอบเขตของผลที่จะได้ออกมาจำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลที่มีเผยแพร่อยู่ทั่ว ๆ ไป ที่เรียกว่า ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary data) รวมกับการใช้แบบสอบถามที่ต้องออกแบบมาเฉพาะออกไปสัมภาษณ์ เพราะฉะนั้นสรุปว่าข้อมูลที่จะนำมาวิเคราะห์เชิงลึกได้ จะต้องมีที่มาจากสามทาง คือ
1. การศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ
2. การสำรวจข้อมูลปฐมภูมิ โดยใช้ PCM
3. การสำรวจด้วยการใช้แบบสอบถาม สัมภาษณ์
หลังจากได้ข้อมูลมาแล้ว ยังไม่พอ จะต้องค้นหาองค์ประกอบที่สำคัญ ในการที่จะทำให้ คลัสเตอร์ สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย เรียกว่า แผนภาพเครือข่ายวิสาหกิจ ( Cluster map) ซึ่งมีลักษณะโดยทั่วไป ควรจะมีองค์ประกอบ ดังนี้
1. กิจกรรมหลัก (Core activity) จะแบ่งวิสาหกิจเป็น 2 แกนหลัก คือ
ท แกนดิ่ง เป็นวิสาหกิจที่มีความเกี่ยวข้อง และสนับสนุนกัน เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
ท แกนนอน เป็นวิสาหกิจที่ผลิตสินค้า หรือ ให้บริการประเภทเดียวกัน ซึ่งก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุดแก่คลัสเตอร์
2. สถาบันการเงิน เพื่อเป็นพื้นฐานด้านทรัพยากรทุน
3. สถาบันการศึกษา องค์กรผู้ให้บริการ และสถาบันวิจัยและพัฒนา เพื่อการพัฒนาและเสริมสร้างพื้นฐานด้านทรัพยากรมนุษย์และนวัตกรรมของอุตสาหกรรม
4. ภาครัฐบาล ให้การสนับสนุนและร่วมมือผ่านทาง นโยบาย มาตรการ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง













ต้นแบบการเขียนแผนภาพเครือข่ายวิสาหกิจ (Cluster map)












ในที่นี้ จะขอใช้ Cluster map ฉบับร่าง ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป จ.นครศรีธรรมราช ที่กำลังจัดทำ มาให้ดูเป็นตัวอย่าง (แผนภาพนี้ยังไม่สมบูรณ์)

















จากแผนภาพเครือข่ายวิสาหกิจอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้มีการแบ่งส่วนต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป ดังนี้ ส่วนแรกที่เป็นส่วนสำคัญที่สุด คือ กลุ่มกิจกรรมหลัก ซึ่งประกอบไปด้วย 3 กลุ่มกิจกรรมย่อย ซึ่งมีความแตกต่างกันในระดับการใช้เทคโนโลยีและระดับการแปรรูปสินค้า คือ
ท กลุ่มกิจกรรมหลังการเก็บเกี่ยว (Post Harvest) เป็นกลุ่มกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มใน ผลิตภัณฑ์น้อยที่สุด โดยลักษณะกิจกรรมจะใช้เทคโนโลยีระดับพื้นฐาน และอาจต้องผ่านกระบวนการเพิ่มเติมจึงจะสามารถบริโภคได้ สำหรับอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป จังหวัดนครศรีธรรมราช วิสาหกิจที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการเรือประมง , กลุ่มผู้ประกอบการแพปลา/กุ้ง/ปลาหมึก/กั้ง และโบรกเกอร์ (ประมูลราคาสัตว์น้ำ) กล่าวคือ เมื่อสัตว์น้ำถูกเรือประมงจับเข้ามา เรือประมงส่วนหนึ่งจะขึ้นเทียบท่าที่องค์การสะพานปลา อ.ปากพนัง และอีกส่วนหนึ่งจะก็ขึ้นที่ท่าเทียบเรืออำเภออื่น ๆ ที่มีพื้นที่ติดชายทะเลอ่าวไทย สำหรับเรือประมงที่ขึ้นเทียบท่าที่องค์การสะพานปลา จะมี โบรกเกอร์ (ผู้รับซื้อจากแพต่าง ๆ ) มาประมูลราคาสัตว์น้ำแข่งกัน ซึ่งการประมูลราคาก็จะขึ้นกับขนาด และชนิดของสัตว์น้ำนั้น ๆ เมื่อโบรกเกอร์ใดประมูลได้ก็จะส่งต่อสัตว์น้ำเหล่านั้นไปยังแพของตน หรือส่งต่อไปยังตลาดทั้งในประเทศ (ตลาดมหาชัย) และตลาดต่างประเทศ (ประเทศ มาเลเซีย , สิงคโปร์) เป็นต้น
ท กลุ่มกิจกรรมแปรรูปขั้นต้น (Semi Process) เป็นกลุ่มกิจกรรมการแปรรูปสินค้าให้อยู่ในรูปแบบที่พร้อมจะนำไปปรุงเพื่อการบริโภค โดยใช้แรงงานคนเป็นหลัก คือ อาจมีการตกแต่งหรือปรุงแต่งวัตถุดิบให้มี มูลค่าเพิ่มมากขึ้น หรือมีกระบวนการถนอมอาหารให้มีอายุยาวนานขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูป จังหวัดนครศรีธรรมราช วิสาหกิจที่อยู่ในกลุ่มนี้ จะมีจำนวนมาก และมีระดับความแตกต่างของระดับเทคโนโลยีและการลงทุน ที่จะนำมาใช้ในการแปรรูป กล่าวคือ สำหรับการแปรรูปง่าย ๆ เบื้องต้นตามภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยการหมักเป็นน้ำปลา หมักเป็นกะปิ ของกลุ่มแม่บ้าน หรือ ผู้ประกอบการอิสระ ส่วนการถนอมอาหารด้วยการ แช่เย็น (น้ำแข็ง) หรือ การสินค้าแช่แข็ง (ห้องเย็น) ที่แพปลา หรือ โรงงานห้องเย็น จะมีการตัดแต่ง หรือ ไม่มีการตัดแต่งสินค้า มีการคัดเลือกขนาดที่ประณีตกว่าการคัดเลือกที่ท่าเรือประมง เพื่อให้ตรงกับคำสั่งซื้อ และต้องมีการตรวจเชื้อ ตามมาตรฐานของกรมประมงด้วย
ท กลุ่มกิจกรรมแปรรูปขั้นสูง (Process) เป็นกลุ่มกิจกรรมที่ใช้เทคโนโลยีในระดับที่เพิ่มสูงขึ้นเพื่อให้พร้อมกับการบริโภค เป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มากที่สุดในกิจกรรมหลัก แม้ว่าจะมีกระบวนการที่ไม่ซับซ้อน หรือ ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากนัก แต่ต้องอาศัยเครือข่ายทางการตลาด และเงินทุนดำเนินการที่ค่อนข้างสูง วิสาหกิจขนาดนี้ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีจำนวนน้อย ประมาณ 2 ราย


คำอธิบายและข้อกำหนด กิจกรรมหลังเก็บเกี่ยว กิจกรรมแปรรูปขั้นต้น กิจกรรมแปรรูปขั้นสูง
วัตถุดิบ จากการจับจากธรรมชาติหรือเพาะเลี้ยง โดยตรง จากกิจกรรมหลังการเก็บเกี่ยว จากกิจกรรมหลังเก็บเกี่ยวหรือ กิจกรรมแปรรูปขั้นต้น
เทคโนโลยี ไม่มี หรือ ขั้นต่ำ ขั้นต่ำหรือ ปานกลาง ขั้นปานกลางถึงสูง
ผู้ดำเนินกิจกรรม ทำได้เองหรือผ่านโรงงาน ส่วนใหญ่จะดำเนินงานโดยแพ หรือ ห้องเย็น ดำเนินงานโดยโรงงาน
สินค้าหลังผ่านกิจกรรม เป็นอาหารดิบ หากจะบริโภคจะต้องผ่านกระบวนการในการปรุงอาหารก่อน เช่น กุ้งต้องแกะเปลือก หรือ ตัดเป็นชิ้น ๆ ก่อนจึงนำไปปรุงอาหาร อาหารดิบแต่ได้ผ่านการตัดแต่ง พร้อมที่จะนำไปปรุงอาหารได้ทันที เช่น กุ้งที่ผ่านการตัดแต่ง แกะเปลือก ออกแล้ว อยู่ในรูปอาหารพร้อมรับประทาน หรือ นำไปผสมกับวัตถุดิบอย่างอื่น ก่อนนำไปจำหน่าย หรือ บริโภค
สถานที่หรือกระบวนการหลังจากผ่านกิจกรรม สามารถส่งตรงไปยังตลาด กิจกรรมแปรรูปขั้นต้น หรือ ขั้นสูง ส่วนใหญ่ส่งตรงไปยังตลาด และส่วนน้อยส่งต่อไปยังกิจกรรมแปรรูปขั้นสูง ส่งไปยังตลาดทั้งหมด

ส่วนที่สองเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มกิจกรรมหลักข้างต้น คือ กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและสนับสนุนอื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรรมสนับสนุน เช่น ภาคการเกษตร ได้แก่ การประมงธรรมชาติ การเพาะเลี้ยง รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เช่น ตลาดการประมูล บรรจุภัณฑ์ โรงน้ำแข็ง บริการการตรวจสอบคุณภาพของสินค้า และธุรกิจบริการ เป็นต้น
ส่วนที่สาม เป็นส่วนหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารทะเลแปรรูปในจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะมีส่วนในการส่งเสริมและเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรม เป็นสถาบันการศึกษา กลุ่มสมาคม ชมรม องค์กร และหน่วยงานภาครัฐ




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2549 9:40:18 น.
Counter : 1335 Pageviews.  

ทำคลัสเตอร์ ไม่ยากอย่างที่คิด ? ตอนที่ 2 เครื่องมือ PCM

เมื่อมีกรอบ มีทฤษฎีไว้ใช้สำหรับอ้างอิงแล้ว ลำดับต่อไปซึ่งยากยิ่งกว่าก็คือ การนำไปใช้งานอย่างได้ผลตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยผู้ปฏิบัติจะต้องนำเครื่องมือต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อให้การดำเนินการแล้วเสร็จ และเครื่องมือหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในแวดวงของผู้ที่ข้องเกี่ยวในการจัดทำคลัสเตอร์ก็คือ เครื่องมือที่มีชื่อว่า Project cycle management หรือ PCM นั่นเอง
มีผู้แปลความหมายคำนี้ เป็นภาษาไทยว่า การบริหารวงจรของโครงการ ซึ่งผู้เขียนก็ไม่ได้เห็นขัดแย้งแต่ประการใด หากเมื่อศึกษาลึกลงไปในรายละเอียดการใช้งานของเครื่องมือนี้อย่างจริงจัง กลับพบว่าวิธีการนี้ได้ขมวดรูปแบบของการเขียนโครงการแบบ logical Framework เข้าไปเป็นกระบวนการส่วนหนึ่งด้วย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ PCM เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์และได้รับการยอมรับเป็นอย่างมาก สมราคากับการเป็นเครื่องมือที่มีการพัฒนาลิขสิทธิ์ และซื้อขายพัฒนาสืบทอดติดต่อกันมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1960 จนถึงปัจจุบัน ในความเห็นของผู้เขียนอยากจะให้ความหมายใหม่ว่า เป็น การบริหารโครงการแบบครบวงจร น่าจะครอบคลุมได้มากกว่า
เพื่อเป็นการร่นระยะเวลาในการทำความเข้าใจในพัฒนาการของ PCM (Evolution of PCM) ผู้เขียนขอนำแผนภาพมาอธิบายประกอบ ดังนี้

















EVOLUTION OF PCM































ผู้เขียนขอสรุปความหมาย และองค์ประกอบของ PCM จากที่ได้ค้นคว้ามาดังนี้
PCM เป็นเครื่องมือในการบริหารเพื่อสนับสนุนการพัฒนา มีหลายชื่อตั้งแต่เริ่มต้นเป็น Logical Framework มีการพัฒนาและปรับปรุงตลอด และปัจจุบันเป็นลิขสิทธิ์ของ JICA ซึ่งเป็นมูลนิธิภายในการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น
PCM เป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารวงจรทั้งหมดของโครงการ เริ่มตั้งแต่การวางแผน การนำไปปฏิบัติ จนถึงการประเมินผล โดยจัดให้อยู่ในรูปแบบ เมทริกซ์ 4 x 4 หรือ 16 ช่อง (Project Design Matrix) ซึ่งทุกช่องจะมีความสัมพันธ์กันในเชิงตรรกวิทยา
องค์ประกอบของ PCM ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ๆ คือ
1. การวิเคราะห์ปัญหา (Problem Analusis)
2. การวิเคราะห์วัตถุประสงค์ ( Objective Analysis)
3. การเลือกโครงการ (Project Selection)
4. การออกแบบเมทริกซ์ของโครงการ (Project Design Matrix)
แม้ว่า การนำเครื่องมือ PCM มาใช้งานจะทำให้ผู้ที่เริ่มนำมาใช้ พบกับอุปสรรคบ้าง
เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ เพียงพอ แต่หากวิเคราะห์ผลดี ที่จะเกิดขึ้น เมื่อใช้ PCM ครบถ้วนตามองค์ประกอบต่าง ๆ แล้ว น่าจะทำให้การดำเนินการโครงการในระยะต่างๆ มีความร้อยรัดต่อเนื่องกัน ผู้เข้าประชุมสัมมนาแต่ละครั้ง สามารถเข้าใจประเด็นได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การประชุมแต่ละครั้ง มีความคืบหน้า ไม่ต้องหวนกลับมานับหนึ่งหรือทบทวนใหม่ ทุกครั้ง และผลดีของ PCM อีกประการหนึ่ง คือ สามารถนำมาใช้ในการกำหนดแผนกลยุทธ์ของคลัสเตอร์ใหม่ที่จะเกิดขึ้น และ ใช้ในการประเมินโครงการนำร่อง (Pilot Project) ได้ด้วย คุ้มค่า คุ้มราคาที่ไม่ต้องซื้อมาขนาดนี้ ไม่สรุปว่า เครื่องมือนี้ WORK ก็น่าจะใจดำเกินทนล่ะครับ




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2549    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2549 9:38:37 น.
Counter : 527 Pageviews.  

ทำคลัสเตอร์ ไม่ยากอย่างที่คิด ? ตอนที่ 1

แม้ว่า แนวความคิดการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันระดับประเทศ ด้วยเครือข่ายอุตสาหกรรม ที่เรียกว่า คลัสเตอร์ จะมีการนำมาทดลองใช้ในประเทศไทยหลายปีแล้ว ก็ตาม แต่ยัง ปรากฎว่า แนวคิดดังกล่าว ยังไม่ถึงฝั่งฝัน อย่างที่ผู้คนในวงการวาดหวังกัน แต่หากจะด่วนสรุปว่าแนวคิดนี้ ไม่เหมาะสมกับสังคมไทย ก็คงจะเป็นการมองเฉพาะเปลือก ไม่ได้ทำความเข้าใจลึกในระดับกระพี้ เพราะบางครั้ง กระบี่ อาจจะไม่ผิด แต่ผิดที่คนใช้กระบี่ ก็เป็นได้
ผู้เขียนมีโอกาสเข้าไปรับผิดชอบการสร้างคลัสเตอร์อุตสาหกรรมอาหารทะเลสำเร็จรูป จังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณ จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 11 ขณะนี้อยู่ในระยะเวลาดำเนินการ จะสิ้นสุดภายในปีงบประมาณ 2549 ประมาณเดือนกันยายนปีหน้า พร้อมกับทีมงาน น้องตาล และน้องแก้ว แม้ว่า ผู้เขียนเองจะเคยผ่านหลักสูตรการอบรมเป็นผู้ประสานงานคลัสเตอร์ หรือ CDA จากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และมีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการจัดตั้งคลัสเตอร์มาบ้างกับสถาบันต่าง ๆ ก็ตาม แต่ก็ยังพบว่ามีเรื่องตื่นเต้น ท้าทาย ให้ขบคิด ตลอดการทำงานครั้งนี้ และนี่อาจจะเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ผู้ที่มาเกี่ยวข้องกับการสร้างคลัสเตอร์ ทุกคนจะต้องประสบ ก็คือ ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง หรือ ทฤษฎีตายตัว ในการทำงานรูปแบบนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการเรียนรู้ ตลอดเวลา ซึ่งน่าสนุก และท้าทาย
สิ่งแรก ๆ ที่ผู้เขียนมักจะพบตลอดเวลา ที่มาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็คือ การทำความเข้าใจในแนวความคิดนี้ ซึ่งจะต้องไล่เรียงกันมาตั้งแต่ การเปลี่ยนแปลงของกระบวนทัศน์ (Paradigm shift) ความได้เปรียบของประเทศจากเดิม เป็น แนวคิด ความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ ( Comparative Advantage ) ความสามารถในการแข่งขันเกิดจากความได้เปรียบทางด้านปัจจัยการผลิตต่างๆ ที่มีอยู่ ( Factor Endowment ) มาเป็น แนวคิดใหม่ เป็นความได้เปรียบเชิงแข่งขัน ( Comparative Advantage )ความสามารถในการแข่งขัน เกิดจากการ ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยี
ทักษะแรงงาน ระบบการบริหารจัดการที่ดีและ การสร้างมูลค่าเพื่อนำไปสู่การเพิ่มผลผลิต
( Productivity )
และคำสำคัญที่จะต้องอธิบาย เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่ม คือ คำว่า
การเพิ่มผลผลิต ( Productivity ) หมายถึง ความมั่นคงของประเทศในระยะยาว และ
คุณภาพชีวิตของประชาชน จะถูกกำหนดจากความสามารถในการใช้ทรัพยากรมนุษย์ เงินทุน
และทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเพิ่มผลผลิตของ ประเทศนั้น ๆ โดยผู้ที่ให้นิยาม และนำเสนอแนวคิดดังกล่าวนี้ คือ Michael E .Porter
ผู้เขียนไม่อยากให้ถกเถียงกันเรื่องนิยาม ความหมาย ความถูกต้อง ของคำว่า “คลัสเตอร์”นี้อีกแล้ว เนื่องจากทุกคนต่างก็ยึดถือพจนานุกรม และพจนานุกู กัน จนไม่มีเวลาไปปฏิบัติให้เห็นผล เชื่อหรือไม่ ว่า เพียงแค่จะกำหนดคำนิยามของคำว่าคลัสเตอร์ ที่ผู้เขียนเคยได้ทราบมา มีการแลกเปลี่ยนกันข้ามวัน ข้ามคืน ก็ยังไม่จบ จนปรากฎว่าหัวข้ออื่น ๆ ที่เตรียมไว้ในการประชุม ต้องยกเลิกไป ดังนั้น เพื่อให้กรอบแนวคิดและความเข้าใจตรงกัน ผู้เขียนจึงขอใช้ความหมาย ซึ่งนำมาใช้ในการปฏิบัติงานจริง และกรอบการทำงาน ของ UNIDO ที่ผู้เขียนเคยไปศึกษาเป็นตัวอย่าง

คลัสเตอร์ (พจนานุกรม) หมายถึง กลุ่มของคนหรือสิ่งของ เช่น พวง , ช่อ ,กระจุก , หย่อม , ก้อน
คลัสเตอร์ (Michael E. Porter) การกระจุกตัวทางภูมิศาสตร์ของวิสาหกิจ และสถาบันที่เกี่ยวข้องในสาขาใดสาขาหนึ่ง รวมถึง อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องและที่มีความสำคัญต่อสภาพการแข่งขันด้วย

คลัสเตอร์ (องค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ ( United Nations Industrial Development Organization – UNIDO ) หมายถึง
การกระจุกตัว หรือ การรวมกลุ่มของวิสาหกิจที่ตั้งอยู่จึงในท้องถิ่น หรือ พื้นที่ที่ใกล้เคียงกัน โดยที่วิสาหกิจในกลุ่ม ผลิตสินค้า หรือให้บริการที่มีลักษณะเหมือนกัน เกี่ยวข้องกัน หรือ ส่งเสริมกัน จึงเผชิญกับปัญหา อุปสรรค โอกาส และการท้าทายทางธุรกิจที่คล้ายกัน และรวมถึง ผู้ให้บริการ (Service Provider) สถาบันการเงิน (Financial Institutes) สถาบันการสนับสนุนต่าง ๆ (Supporting Institutes) และหน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาของคลัสเตอร์ด้วย
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เลือกใช้คำจำกัดความของ UNIDO เป็นบรรทัดฐานการสร้างคลัสเตอร์ในประเทศไทย
กรอบการดำเนินการและพัฒนาคลัสเตอร์ มีขั้นตอนการดำเนินการ 4 ขั้น ประกอบด้วย
1) การกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มในคลัสเตอร์
ท ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญ และประโยชน์ของการพัฒนาคลัสเตอร์
ท ชักชวนและจูงใจให้เข้าร่วมกลุ่ม
ท การทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่มสมาชิก
2) การวิเคราะห์สถานภาพของคลัสเตอร์
ท ศึกษาขีดความสามารถในการแข่งขันของคลัสเตอร์
ท พิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้องทั้งหมดตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ
ท พิจารณาโครงสร้างและองค์ประกอบของคลัสเตอร์
ท พิจารณาแนวโน้มและช่องทางในการพัฒนาคลัสเตอร์
3) การกำหนดยุทธศาสตร์ของคลัสเตอร์
ท สมาชิกร่วมกันพิจารณาผลการวิเคราะห์สถานภาพของกลุ่ม
ท ร่วมกันกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของกลุ่ม
ท กำหนดแนวทางในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน
4) การปฎิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ของคลัสเตอร์
ท เริ่มต้นดำเนินโครงการนำร่อง เพื่อให้เห็นประโยชน์ของการร่วมกลุ่มในเชิงรูปธรรมอย่างรวดเร็ว
ท ดำเนินการตามแผนกลยุทธ์ของคลัสเตอร์




 

Create Date : 13 มกราคม 2549    
Last Update : 13 มกราคม 2549 15:49:39 น.
Counter : 521 Pageviews.  


ดร.สติ
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ดร.สติ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.