ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนก.ค. ขยายตัว3.73% ส่งสัญญาณศก.ไทยฟื้น



สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนก.ค. 60 ขยายตัวร้อยละ 3.73 จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งสัญญาณการฟื้นตัวขึ้นของเศรษฐกิจไทยอย่างชัดเจน โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก ได้แก่ เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื้อไก่แช่แข็ง และอาหารทะเลแปรรูป

 

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ประจำเดือนกรกฎาคม ขยายตัวขึ้นร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันในปีก่อน ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม 7 เดือนแรกของปี 2560 ขยายตัวร้อยละ 0.62 ส่งสัญญาณบ่งบอกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัว เช่นเดียวกันกับการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำแท่ง) ที่ขยายตัวถึงร้อยละ 14.2 รวมถึงการนำเข้าสินค้าทุนที่ขยายตัวร้อยละ 9.5 และการนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป (ไม่รวมทองคำแท่ง) ที่ขยายตัวถึงร้อยละ 11.5  โดยอุตสาหกรรมสำคัญที่ส่งผลบวก ได้แก่เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เนื้อไก่แช่แข็ง และอาหารทะเลแปรรูป

สำหรับ อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลให้ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) มีการขยายตัว ได้แก่ เครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.72 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์ดีเซลที่ได้ผลิตเครื่องยนต์รุ่นใหม่ จนได้รับความนิยมจากลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยเน้นส่งออกให้กับลูกค้าในกลุ่มประเทศ AEC (อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) เป็นหลัก

ผลิตภัณฑ์ยาง ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.23 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลิตภัณฑ์ยางแผ่น เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนในปีก่อนส่งผลให้วัตถุดิบน้ำยางสำหรับผลิตมีจำนวนน้อยกว่าในปีนี้ อีกทั้งผู้ผลิตบางรายมีการเพิ่มทุนและขยายการผลิต ทำให้การผลิตเพิ่มสูงขึ้นมาก

ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.19 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มความต้องการใช้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นไปตามเทรนด์เทคโนโลยี IOT ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จึงมีคำสั่งซื้อสินค้าจำพวก Other ICs และ PCBA มากขึ้น

เนื้อไก่แช่แข็ง ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.44 จากช่วงเดียวกันในปีก่อนจากผลิตภัณฑ์เนื้อไก่แช่แข็งและแช่เย็นที่ขยายช่องทางจำหน่ายไปยังร้านฟูดส์เซอร์วิส (โรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร) มากขึ้น รวมถึงประเทศผู้ผลิตไก่รายใหญ่อย่างเกาหลีใต้ พบการระบาดของโรคไข้หวัดนก ทำให้หลายประเทศมีความต้องการนำเข้าเนื้อไก่จากไทย

อาหารทะเลแปรรูป ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.32 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากผลิตภัณฑ์ปลาแช่แข็งปลาหมึกแช่แข็ง และกุ้งแช่แข็ง ที่ได้รับคำสั่งซื้อปลาแช่แข็งจำนวนมาก (เนื้อปลาทูน่าขูด) จึงเร่งผลิตและส่งมอบ รวมถึงปีนี้วัตถุดิบกุ้งมีมากขึ้นเนื่องจากเกษตรกรสามารถจัดการปัญหาโรคตายด่วนได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางอุตสาหกรรมที่หดตัว ได้แก่เครื่องปรับอากาศและชิ้นส่วน ปรับตัวลดลงร้อยละ27.82 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนน้อยกว่าปีก่อนและมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในปีนี้

คอนกรีต ซีเมนต์ และปูนปลาสเตอร์ ปรับตัวลดลงร้อยละ 21.47 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากมีโครงการที่ได้เร่งการผลิตเพื่อส่งมอบให้กับผู้รับเหมาก่อสร้างไปแล้ว ส่งผลให้ปีนี้งานก่อสร้างต่าง ลดลงมาก แม้ว่างานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐจะยังคงมีอยู่ก็ตาม เครื่องประดับ ปรับตัวลดลงร้อยละ22.19 จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากการชะลอคำสั่งซื้อจากลูกค้ายุโรปและอเมริกา ภัยก่อการร้ายที่เกิดขึ้นในหลายประเทศที่ส่งผลให้ผู้สั่งซื้อชะลอการนำเข้า เฟอร์นิเจอร์ ปรับตัวลดลงร้อยละ 22.09จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบสำหรับการผลิต


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 01 กันยายน 2560    
Last Update : 1 กันยายน 2560 14:41:23 น.
Counter : 53 Pageviews.  

เปิดปูมที่มาการเรียกร้องค่าเสียหายจากเอกชนในคดีระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) คดีประวัติศาสตร์และคดีบรร



การเรียกร้องให้จำเลยที่ 7 ถึง 28 ที่เป็นเอกชนร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในคดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจี ที่อัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยจำนวน 28 คน ที่มีทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและเอกชนต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น

 

มีที่มาจากการที่คณะกรรมการ ปปช. ได้มีมติชี้มูลความผิด นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวก และแจ้งให้กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการให้เอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ชดใช้ค่าเสียหายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต .. ๒๕๔๒ มาตรา ๗๓/ ซึ่งบัญญัติให้คณะกรรมการ ...แจ้งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเสียหายชดใช้ค่าเสียหาย ในกรณีที่มีการฟ้องคดีอาญาผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายในทางทรัพย์สินหรือเป็นการละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ

แต่เนื่องจากไม่เคยมีหน่วยงานของรัฐยื่นคำร้องขอให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐชดใช้ค่าเสียหายต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่อัยการเป็นโจทก์มาก่อนเลย และศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ไม่เคยมีคำพิพากษาให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐชดใช้ค่าเสียหายให้แก่หน่วยงานของรัฐมาก่อนด้วย ทั้งนี้ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ผ่านมาเป็นการตัดสินลงโทษจำคุก ปรับให้ชดใช้เงินคืน ริบทรัพย์สิน ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ตัดสิทธิทางการเมือง แต่ไม่เคยมีคำพิพากษาให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย

กระทรวงพาณิชย์จึงได้หารือเรื่องนี้มายังสำนักงานอัยการสูงสุดว่า การเรียกค่าเสียหายจากเอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐนั้น หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ เพื่อขอให้บังคับจำเลยที่เป็นเอกชนชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ได้หรือไม่ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดมีความเห็นว่า ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเพื่อขอให้เอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ซึ่งทำให้ต่อมาในวันที่ 20 เมษายน 2559 หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจำนวน 5 ราย เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง ได้ยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่7 ถึง 28 ที่เป็นเอกชนร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

มีข้อกฎหมายที่น่าสนใจว่า หน่วยงานของรัฐดังกล่าวยื่นคำร้องขอให้จำเลยที่ 7 ถึง 28 ที่เป็นเอกชนร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทน โดยใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้ผู้เสียหายมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาเพื่อเรียกค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากการกระทำความผิดของจำเลยในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ได้ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง .. 2542 มาตรา 18 กำหนดว่า หากไม่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีเพื่อใช้แก่การปฏิบัติงานของศาล ให้นำบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับสำหรับคดีอาญาโดยอนุโลม จึงสามารถนำเอาบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ดังกล่าวมาใช้บังคับในคดีนี้ได้

นอกจากนี้ การที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ถือว่าคำร้องดังกล่าวเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งและทำให้หน่วยงานของรัฐอยู่ในฐานะเป็นโจทก์ในคดีส่วนแพ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 วรรคสอง และทำให้คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนี้กลายเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ดังจะเห็นได้จากคำพิพากษาศาลตอนหนึ่งที่กล่าวว่า “รูปคดีจึงกลายเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และให้ฝ่ายจำเลยยื่นคำให้การต่อสู้คดีส่วนแพ่งตามกฎหมาย”

คดีนี้ศาลตัดสินให้จำเลยที่เป็นเอกชนบางรายชดใช้ค่าเสียหายแก่กระทรวงการคลัง และเป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรกที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวางบรรทัดฐานให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสามารถยื่นคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนส่วนแพ่งจากเอกชนที่ร่วมกระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่รัฐเข้ามาในคดีอาญาที่อัยการเป็นโจทก์ได้ และพิพากษาให้จำเลยที่เป็นเอกชนชดใช้ค่าเสียหายแก่หน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผลดีต่อหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องให้ไม่ต้องไปยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นคดีแพ่งต่างหาก และคำร้องขอให้เอกชนชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณีนี้ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 253 บัญญัติไว้ด้วย

มีข้อสังเกตว่า การเรียกค่าสินไหมทดแทนต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีนี้ เป็นการเรียกเฉพาะค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดของเอกชนเท่านั้น ส่วนค่าเสียหายที่เกิดจากการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นไม่ได้มีการยื่นคำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนเข้ามาในคดีด้วย เนื่องจากเป็นความเสียหายที่เกิดจากการกระทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ .. 2542 และกระทรวงพาณิชย์ได้ออกคำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ .. 2542ให้เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำละเมิดได้แก่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ นายภูมิ สาระผล และเจ้าหน้าที่รัฐคนอื่น รวมทั้งสิ้น 6 คน ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร่วม 2 หมื่นล้านบาท จากการจงใจกระทำละเมิดให้ราชการเสียหายในโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐไปแล้ว ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 31 สิงหาคม 2560    
Last Update : 31 สิงหาคม 2560 19:16:47 น.
Counter : 47 Pageviews.  

ไม้ตายสุดท้ายอัยการ ! เปลือยจีทูจีเก๊-ไม่สอบ 'เสี่ยเปี๋ยง'ชนวนเอาผิด‘ปู’ ไม่ยับยั้งทุจริต



“…ทำให้ข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ฟังเป็นที่ยุติว่า การตรวจสอบจีทูจีที่อ้างว่า มีการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง มีเพียงแค่ที่เห็นเป็นละครปาหี่เท่านั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับพวก หามีความจริงใจในการตรวจสอบอย่างเข้มงวดใกล้ชิดไม่ อีกทั้งไม่มีการกระทำใด ๆ ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับพวกให้ฟังขึ้นได้เลยว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการระบายข้าวแบบจีทูจีอย่างจริงจังให้สมกับเป็นนโยบายเร่งด่วนที่แถลง…”

 

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานแล้วว่า ปัญหาเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวตามคำแถลงปิดคดีของฝ่ายพนักงานอัยการ ได้บรรยายให้เห็นพฤติการณ์ของ ..ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรี ทราบถึงคำเตือนข้อท้วงติงจากหน่วยงานต่าง เกี่ยวกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในโครงการรับจำนำข้าว และอาจเปิดช่องให้เกิดการทุจริตขึ้นได้ แต่ ..ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรี กลับไม่หยุดการดำเนินโครงการดังกล่าวแต่อย่างใด

ยังมีอีกประเด็นสำคัญที่ฝ่ายพนักงานอัยการ ชี้ให้เห็นว่าเป็น ‘จุดตาย’ ของคดีนี้ นั่นคือกรณีการปล่อยปละละเลยให้มีการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แต่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อมาว่า ข้าวดังกล่าวไม่ได้ถูกส่งออกไปนอกประเทศ แต่กลับมีการหมุนเวียนขายกันภายในประเทศ เห็นได้จากหลักฐานเป็นแคชเชียร์เช็คจากเอกชนภายในประเทศ สั่งจ่ายกรมการค้าต่างประเทศจำนวนหลายหมื่นล้านบาท

แล้ว ..ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวข้องอย่างไร ?

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org สรุปคำแถลงปิดคดีของฝ่ายพนักงานอัยการเฉพาะประเด็นดังกล่าวดังนี้

คำแถลงปิดคดีของฝ่ายพนักงานอัยการ บรรยายว่า การทุจริตในขั้นตอนการระบายข้าวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญหรือคำตอบสุดท้ายในโครงการรับจำนำข้าวของ ..ยิ่งลักษณ์ ว่า ได้ดำเนินโครงการไปเพื่อประโยชน์สุดท้ายของผู้ใด ปรากฏข้อเท็จจริงว่า โครงการรับจำนำข้าวได้กำหนดขั้นตอนระบายข้าวไว้ 5วิธี หนึ่งในนั้นคือ การระบายข้าวแบบจีทูจี

โดยโครงการรับจำนำข้าวเริ่มต้นเมื่อวันที่ 7 .. 2554 แต่เมื่อวันที่ 6 .. 2554 มีการขายข้าวแบบจีทูจีไป 2 สัญญา รวมปริมาณ 4.195 ล้านตัน แบ่งเป็น 2 สัญญา สัญญาแรกเป็นการขายข้าวเก่าในสต็อกของรัฐบาลที่ผ่านมา (รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ที่ค้างอยู่ 2.195 ล้านตัน และสัญญาที่ 2 ขายข้าวใหม่ที่กำลังเข้ามาในโครงการปี 2554/55 จำนวน 2 ล้านตัน

จากการไต่สวนของคณะกรรมการ ... พยานหลักฐานมีน้ำหนักมั่นคงรับฟังได้ว่า มีการทุจริตอย่างชัดแจ้ง โดยข้อเท็จจริงฟังเป็นที่ยุติปราศจากสงสัยว่า การซื้อขายข้าวแบบจีทูจี โดยมีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ (ขณะนั้น) กับพวก ที่ ..ยิ่งลักษณ์ มีหน้าที่ต้องควบคุมกำกับดูแลการซื้อขายในฐานะที่เป็นประธานกรรมกรนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และเป็นผู้ที่ ..ยิ่งลักษณ์ สั่งการให้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังมีการอภิปรายของพรรคประชาธิปัตย์นั้น มีการทุจริตจริง

โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่า การขายข้าวแบบจีทูจีใน 2 สัญญาดังกล่าว หากไม่มีการตระเตรียมการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อทุจริตในช่องทางระบายข้าวมาแต่ต้น ย่อมไม่สามารถทำได้รวดเร็วขนาดนี้ แสดงว่าย่อมมีการเตรียมการทุจริตของผู้เกี่ยวข้องมาเป็นอย่างดี อีกทั้งโครงการรับจำนำข้าวของ..ยิ่งลักษณ์ เริ่มดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 7 .. 2554 แต่สัญญาได้เร่งชิงดำเนินการไปก่อนตั้งแต่วันที่6 .. 2554 

เมื่อมีข้อท้วงติงว่า มีปัญหาเกิดขึ้น ..ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้สั่งการใด ให้มีการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดใน 2 สัญญานี้เลย โดยจากการไต่สวนตั้งแต่วันที่ 24 .. 2554-28 มี.. 2555 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายหน่วยงานได้ตั้งข้อสังเกต หรือท้วงติง โครงการรับจำนำข้าว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ..ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมกันนำคำเตือนเกี่ยวกับการทุจริตของบริษัท เพรสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด หรือบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ซึ่งเป็นของนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร อดีตพ่อค้าข้าวชื่อดัง (จำเลยคดีระบายข้าวจีทูจี) กับพวก ไปป้องกันหรือระงับยับยั้งการทุจริตที่จะเกิดขึ้น หรือนำไปตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แน่ชัดเป็นรูปธรรมแต่อย่างใด

หลังจากนั้นมีการอภิปรายในรัฐสภา โดยอดีต ..พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งกระทู้ถามถึงปัญหาต่าง ในโครงการรับจำนำข้าว ต่อมาสำนักงาน ... มีหนังสือถึง ..ยิ่งลักษณ์ อีกครั้ง เพื่อเสนอแนะป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยแจ้งไปแบบชัดเจนตรงประเด็น พบว่า การดำเนินโครงการได้ก่อให้เกิดปัญหาต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการทุจริตเชิงนโยบาย และชี้ให้เห็นว่า บริษัท สยามอินดิก้าจำกัด กับพวก ส่อไปในทางทุจริต

..ยิ่งลักษณ์ ย่อมเห็นได้แล้วว่า บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทเดียวกับบริษัท เพสซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้งจำกัด ที่มีปัญหาทุจริตสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชายของ ..ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี และดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในทำนองเดียวกันนี้ ..ยิ่งลักษณ์ จึงควรต้องเร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ไม่มีข้อครหาว่า สมรู้ร่วมคิดสมยอมรู้เห็นเป็นใจให้ผู้อื่น หรือพวกพ้องกระทำการโดยมิชอบหรือโดยทุจริต แต่จากการไต่สวนไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ..ยิ่งลักษณ์ ดำเนินการใดกับคนกลุ่มนี้

(ประเด็นนี้ ..ยิ่งลักษณ์ และพยานฝ่ายจำเลย เคยชี้แจงแก้ต่างในชั้นศาลฎีกาฯว่า เป็นเพราะบริษัทสยามอินดิก้า จำกัด คือเอกชน ทำให้ภาครัฐไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักกับนายอภิชาติ หรือบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด มาก่อน)

ต่อมา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ขณะนั้น) และกระทรวงการคลัง ทำหนังสือเห็นชอบด้วยกับข้อเสนอแนะและข้อตักเตือนของคณะกรรมการ ... และเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีด้วย อันเป็นการเน้นย้ำต่อ..ยิ่งลักษณ์ และคณะรัฐมนตรีให้ตระหนักถึงความสำคัญตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการ ...เนื่องจาก ..ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรัฐมนตรี และในฐานะประธาน กขช. มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการติดตามกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบาย มาตรการ และโครงการอนุมัติก็ยังละเว้น หรืองดเว้นไม่กระทำการปราบปรามและป้องกันการทุจริตของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร กับพวก ให้สมกับที่ ..ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงนโยบายไว้ว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มงวดจริงจังตามที่แถลงไว้เป็นนโยบายเร่งด่วน

ต่อมาเมื่อวันที่ 3 .. และวันที่ 6 .. 2555 มีการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีอีก 2 สัญญา (รวมเป็น4 สัญญา) ถ้านับตั้งแต่วันที่ 30 เม.. 2555 ที่เป็นวันที่คณะกรรมการ ... แจ้งให้ ..ยิ่งลักษณ์ ทราบอย่างชัดเจนตามสมควรแล้วว่า บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด กับพวกมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต นับจากวันนั้นถึงวันนี้ ..ยิ่งลักษณ์ ไม่เคยสั่งการตรวจสอบเอาผิดกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นายอภิชาติ กับพวก ให้สมกับที่เคยแถลงนโยบายไว้ว่าจะป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจังเลย

หลังจากนั้นเมื่อช่วงเดือน .. 2555 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือถึง ..ยิ่งลักษณ์ ชี้ปัญหาและความเสี่ยงสำคัญต่าง ที่ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว รวมถึงการทุจริต และความไม่โปร่งใสในกระบวนการและขั้นตอนต่าง ด้วย หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 25-27 .. 2555 พรรคประชาธิปัตย์ เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ..ยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับการปล่อยปละละเลยรู้เห็นเป็นใจให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว โดยเสนอพยานหลักฐานสำคัญต่าง ที่เกี่ยวกับการทุจริตการระบายข้าวจีทูจีของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นายอภิชาติ กับพวก โดยอภิปรายได้อ้างพยานหลักฐานชัดแจ้งมีน้ำหนักอันควรรับฟัง

ถ้านับตั้งแต่วันที่ 24 .. 2554-27 .. 2555 รวมระยะเวลากว่า 1 ปี 3 เดือน มีการทำสัญญาซื้อขายข้าวจีทูจีโดยทุจริตไปแล้วรวม 4 สัญญา วงเงินประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ประเทศชาติและประชาชนโดยรวม แต่ ..ยิ่งลักษณ์ ยังเพิกเฉยละเว้นไม่ดำเนินการตรวจสอบเอาผิดอย่างจริงจังกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นายอภิชาติ กับพวก

อย่างไรก็ดีในช่วงปี 2556 ..ยิ่งลักษณ์ ปล่อยให้มีการทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีในทำนองเร่งรีบอีก 4 สัญญา ปริมาณข้าวรวม 14 ล้านตัน มูลค่ากว่า 1.4 แสนล้านบาท รวมทั้งหมดตั้งแต่ต้นเป็น 8 สัญญา(ปัจจุบัน 4 สัญญาหลังดังกล่าวอยู่ระหว่างการไต่สวนในชั้นคณะอนุกรรมการไต่สวน ...)

ถ้านับตั้งแต่วันที่ 7 .. 2554 (ช่วงเริ่มโครงการรับจำนำข้าว) ถึง 7 .. 2557 (ช่วงถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง) เป็นเวลากว่า 2 ปี 7 เดือน ที่ ..ยิ่งลักษณ์ ดำรงตำแหน่งประธาน กขช.มีหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบาย มาตรการ และโครงการที่อนุมัติ ที่ต้องควบคุมกำกับดูแลติดตามอย่างเข้มงวดใกล้ชิดให้สมกับเป็นโครงการใหญ่ ใช้เงินสูงมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ..ยิ่งลักษณ์ ต้องพึงตระหนักถึงหน้าที่อันใหญ่หลวงที่ได้รับการไว้วางใจให้เป็นผู้นำประเทศ ที่จะนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง ชอบธรรม อันจะนำความเจริญวัฒนามาสู่ชาติไทยต่อไป

แต่ ..ยิ่งลักษณ์ หาได้ตระหนักอย่างแท้จริง และพึงระมัดระวังอย่างที่ควรจะเป็นไม่ กลับบังอาจงดเว้นหรือเพิกเฉยละเว้นไม่ดำเนินการระงับยับยั้งการทุจริตหรือความเสียหายต่าง ที่เกิดขึ้นอย่างมากมายมหาศาลหลายแสนล้านบาท รวมทั้งไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวดโดยติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจริงจังเพื่อเอาผิดกับบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด นายอภิชาติ แถมยังปล่อยให้มีการทำสัญญาแบบจีทูจี มีการเบิกจ่ายข้าวตามสัญญาต่อไปโดยไม่สั่งระงับยับยั้งและทำการตรวจสอบอย่างจริงจัง เป็นสิ่งที่ผิดวิสัยและผิดมาตรฐานของคนเป็นนายกรัฐมนตรี และประธาน กขช. นับว่ามีพิรุธน่าสงสัยยิ่งนัก

แม้ ..ยิ่งลักษณ์ อ้างว่า มีรายงานการตรวจสอบที่นายบุญทรงไปดำเนินการมาถึง 2 ครั้งก็ตาม แต่การตรวจสอบดังกล่าวเป็นคนละเรื่อง คนละประเด็นกับที่พรรคประชาธิปัตย์อภิปรายไม่ไว้วางใจ และตั้งกระทู้ถามอย่างหนักหน่วง คือ 1.ไม่มีข้าวส่งออก 2.ไม่ได้ทำสัญญากับ COFCO ที่เป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจแต่เพียงผู้เดียวจากรัฐบาลจีนให้ซื้อขายข้าวได้ 3.การจ่ายเงินไม่ได้ผ่าน L/C แต่เป็นการจ่ายโดยแคชเชียร์เช็คจากธนาคารภายในประเทศโดยคนของนายอภิชาติ

แต่นายบุญทรง กลับตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่ไม่ได้เรียกบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด มาสอบทั้งที่มีอำนาจเรียกมาสอบได้ตามกฏหมาย แต่ไม่ทำ พฤติการณ์แห่งการกระทำของคณะกรรมการชุดนายบุ?รงจึงเหมือนละครปาหี่หลอกหลวงประชาชน เป็นเพียงละครตบตาประชาชนฉากหนึ่งเพื่อปิดบังให้ไขว้เขวเท่านั้นเอง และไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า หลักจากผลการตรวจสอบทั้ง 2 ครั้งดังกล่าว ..ยิ่งลักษณ์ได้สั่งการให้ตรวจสอบเอาผิดเสี่ยเปี๋ยงกับพวก และการทุจริตการซื้อขายข้าวจีทูจีอย่างเข้มข้นเพื่อความกระจ่ายชัดอีกแต่อย่างใด

ยิ่งไปกว่านั้นผลการส่งออกข้าวนอกราชอาณาจักรกับกรมศุลกากรช่วงปี 2554-2557 พบความจริงที่สอดรับกับข้อกล่าวหาว่า ในช่วงวันเวลาดังกล่าว การส่งออกข้าวแบบจีทูจีมีเพียงไม่กี่ตันเท่านั้น หากเทียบกับสัญญาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีจำนวน 8 สัญญา ที่มีการระบุว่าขายข้าวไปประมาณ 20 ล้านตันแล้ว จึงเป็นตัวบ่งชี้ได้ชัดเจนที่สุดว่า การซื้อขายข้าวแบบจีทูจีดังกล่าว เป็นการซื้อขายโดยทุจริตจริงปราศจากข้อสงสัย เป็นจีทูจีเก๊หรือจีทูจีปลอมตามที่การโจษกันทั่วไป

เรื่องที่น่าตกใจยิ่งไปกว่านั้นคือ เมื่อตรวจสอบเอกสารการส่งออกข้าว กลับปรากฏว่า ในช่วงวันเวลาดังกล่าว มีข้าวส่งออกไปนอกราชอาณาจักรจริงจำนวนมูลค่าหลายแสนล้านบาท แต่กลับส่งออกในนามบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด ที่เป็นบริษัทของนายอภิชาติ กับพวก โดยนายอภิชาติไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่เดินตามนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย ..ยิ่งลักษณ์ ที่โรงแรมเพนินซูล่า ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นพวกพ้องหรือคนใกล้ชิดของนายทักษิณนั่นเอง ที่ได้ประโยชน์ไปโดยทุจริตตามที่มีการเตือนท้วงติง และอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ขณะเดียวกันพยานฝ่าย ..ยิ่งลักษณ์ ที่นำมาเบิกความคือ ...เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรองนายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ที่เบิกความยืนยันหลายครั้งว่าไม่ได้ตรวจสอบเกี่ยวกับประเด็นการะบายข้าวจีทูจี

ทำให้ข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ฟังเป็นที่ยุติว่า การตรวจสอบจีทูจีที่อ้างว่า มีการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง มีเพียงแค่ที่เห็นเป็นละครปาหี่เท่านั้น ..ยิ่งลักษณ์ กับพวก หามีความจริงใจในการตรวจสอบอย่างเข้มงวดใกล้ชิดไม่ อีกทั้งไม่มีการกระทำใด ของ ..ยิ่งลักษณ์ กับพวกให้ฟังขึ้นได้เลยว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการทุจริตในการระบายข้าวแบบจีทูจีอย่างจริงจังให้สมกับเป็นนโยบายเร่งด่วนที่แถลง หรือได้ทำหน้าที่ติดตามกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายในการระบายข้าวแบบจีทูจีอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความเสียหายและทุจริตที่จะเกิดขึ้น ทั้งการทุจริตย่อมถือเป็นความเสียหายอย่างหนึ่งในตัวของมันเอง กรณีจึงเป็นการงดเว้นหน้าที่เพื่อป้องกันและเป็นการละเว้นหน้าที่ที่ต้องกระทำเพื่อป้องกันผลความเสียหายและทุจริตที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ดีกรณีนี้ศาลฎีกาฯนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 .. 2560 ..ยิ่งลักษณ์ จึงถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 24 สิงหาคม 2560    
Last Update : 24 สิงหาคม 2560 15:43:19 น.
Counter : 197 Pageviews.  

ไร้วี่แววแหล่งกบดาน 'บอส กระทิงแดง'



"รองโฆษกตร." เผยตำรวจสากลประสาน 190 ประเทศ ตามล่าตัว "บอส กระทิงแดง" ระบุยังไร้วี่เเววแหล่งกบดาน ยันไม่มีการดึงเวลาให้ล่าช้า

 

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ...กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงการติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ที่ขับรถชน ..วิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ .สน.ทองหล่อเสียชีวิต ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีว่า ตำรวจกองการต่างประเทศ หรือตำรวจสากลประเทศไทยได้ส่งเอกสารไปยังพนักงานอัยการฝ่ายต่างประเทศ และมีการออกหมายน้ำเงินคือ หมายเพื่อทราบข้อมูลไปยังประเทศต่างๆ 190 ประเทศสมาชิก ทราบว่ามีหลายประเทศได้ตอบกลับมาแล้วยังไม่พบการพักพิงของนายวรยุทธ พร้อมกันนี้ตำรวจสากลไทยได้ยกระดับขอเป็นบุคคลที่ทางการไทยต้องการตัว นอกจากคดีนี้และคดีอื่นๆทางการไทยก็ต้องการตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีไปต่างประเทศทุกคนอยู่แล้ว ก็ต้องทราบว่าผู้ที่หลบหนีคดีไปต่างประเทศเขาก็ต้องศึกษากฎหมายของประเทศไหนมีความปลอดภัย หน้าที่ตำรวจคือติดตามตัวมาดำดเนินคดี

ส่วนประเด็นที่พูดกันว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้การช่วยเหลือ พล...จักรทิพย์ ชัยจินดาผบ.ตร.นำเรียนว่าถ้าทราบเชื่อว่าใครให้การช่วยเหลือให้แจ้งมาได้เลย อย่าไปพูดลอยๆ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดึงเวลาให้ล่าช้า

"ส่วนก่อนหน้านั้นที่พบว่านายวรยุทธ ไปอาศัยอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ก็ขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่างประเทศเรากับประเทศนั้นๆ เมื่อเราถามไปเขาไม่เจอก็แจ้งกลับมา ถ้าเจอก็แจ้งกลับมาเป็นกรอบความร่วมมือในรูปแบบปกติ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่มีการติดตามทวงถามอยู่ตลอดเวลา ประเด็นที่สำคัญคือการทราบที่อยู่ของผู้ต้องหา ถ้าไม่รู้ถิ่นที่อยู่ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ขณะที่ยังไม่ทราบแหล่งพักพิงก็มีการทวงถามตามกรอบระยะเวลามาตรฐานเดียวกันกับผู้ต้องหารายอื่นๆ" รองโฆษก ตร. กล่าว


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2560    
Last Update : 23 สิงหาคม 2560 14:02:42 น.
Counter : 72 Pageviews.  

'กรุงเทพโพลล์' สำรวจเสียงปชช.ครบ 3 ปีรัฐบาล พบคะแนนลดทุกด้าน



'กรุงเทพโพล'เผยผลสำรวจเสียงปชช. ครบรอบ 3 ปีรัฐบาลประยุทธ์ พบคะแนนเต็ม 10 ลดลงจาก 5.83 อยู่ที่ 5.27 คะแนน

 

ในเดือนสิงหาคม 2560 นี้ รัฐบาลพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้บริหารประเทศครบ 3 ปี"กรุงเทพโพลล์"โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง "ประเมินผลงาน 3 ปี รัฐบาล พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา" โดยเก็บข้อมูลจากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,216 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ พบว่าประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจในการบริหารงานของรัฐบาลพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วง 3 ปี เฉลี่ย 5.27 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งลดลงจากการประเมินการทำงานรอบ 2 ปี 6 เดือนที่ได้ 5.83 คะแนน และรอบ 2 ปี ที่ได้ 6.19 คะแนน โดยการสำรวจครั้งนี้รัฐบาลได้คะแนนลดลงทุกด้าน

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ของ พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วง 3 ปี ประชาชนให้คะแนนความพึงพอใจ เฉลี่ย 7.00 คะแนน ซึ่งลดลงจากการประเมินรอบ 2 ปี 6 เดือน ที่ได้ 7.40 คะแนนและรอบ 2 ปี ที่ได้ 7.57 คะแนน โดยการสำรวจครั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้คะแนนลดลงทุกด้าน

ส่วนเรื่องที่ต้องการให้รัฐบาลปฏิรูปให้สำเร็จก่อนจัดให้มีการเลือกตั้งมากที่สุด พบว่า ร้อยละ 32.5 ระบุว่าทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นและมีความมั่นคงกว่านี้ รองลงมามาร้อยละ 12.8 ระบุว่าให้ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นทั้งในวงราชการและการเมือง และร้อยละ 10.0 ระบุว่าให้ดูแลราคาสินค้าเกษตรเช่น ข้าว ยางพารา ไม่ให้ตกต่ำ


ที่มา thaitribune




 

Create Date : 21 สิงหาคม 2560    
Last Update : 21 สิงหาคม 2560 8:35:01 น.
Counter : 91 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  

p_chusaengsri
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 52 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add p_chusaengsri's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.