cat in the cradle
Location :
พนมเปญ Cambodia

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตขึ้นกับจังหวะของช่วงเวลานั้นๆ ตอนนี้เรามา"ฝึกปฏิบัติงาน"ที่พนมเปญ กัมพูชา โดยจะสิ้นสุดในสิ้นเดือนสิงหา ตั้งใจว่าจะพยายามบันทึกสิ่งต่างๆที่ได้พบเห็นพร้อมกับความคิดเห็นส่วนตัว บอกเล่าลงในบล็อกให้มากที่สุด เพื่อให้ทั้งตัวเราและคนที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมได้รู้จักแผ่นดินแห่งนี้ให้มากยิ่งขึ้น
มาทำความรู้จักแผ่นดินที่เคยเป็นสุดยอดอารยธรรมแถบนี้ด้วยกันเถอะทุกคน!
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add cat in the cradle's blog to your web]
Links
 

 

วันแรกในพนมเปญ

ในที่สุด...ในที่สุดก็มาถึงการฝึกงานครั้งสุดท้าย...ฝึกงานในต่างประเทศ...ในที่สุดแมวก็โกอินเตอร์...
...อา...ในที่สุดก็จะมีคนถามแมวว่า “ที่นั่นเวลาเท่าไหร่น่ะ” จนได้...ชีวิตหรูๆจะเริ่มขึ้นแล้ว...
...วะฮ่าฮ่า...
...
...
...
...แมวได้ฝึกงานที่กัมพูชา...
......
...เวลาเท่ากันเป๊ะ ขนาดวินาทียังเท่าเลย...

แมวออกเดินทางเช้าวันศุกร์โดยความช่วยเหลือของเพื่อนคุณพ่อ(ขอบพระคุณมากค่ะ) ไปถึงสนามบินแบบตาโหลเพราะจัดของทั้งคืน ปรากฏว่าต้องไปนั่งรอเกทเปิดอีกสองชั่วโมง ขณะที่เพื่อนที่จะไปด้วยมาเวลากำลังดี แยกไปอีกทางเพราะกะเผื่อกินข้าวสบายๆ
...นี่แหละหนา แมวอยุธยา ถึงจะผ่านมาหนึ่งปีกว่าแล้ว ความเชยก็ยังไม่พัฒนา...

แมวไปเช็คอินเคาเตอร์บางกอกแอร์เวย์ เขาเชิญให้ไปรอที่ Lounge ของเขาก่อน โดยจะมีขนม น้ำท่าและโซฟาไว้หลับสบาย ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจ แมวแลกเงินแล้วล่ำลาเพื่อนคุณพ่อ แม่ หมีน้อย (น้องสาว) เดินเข้าด้านในทันทีเพื่อ Lounge นั่น...ก็แหม อวดตัวว่าเป็น Boutique Airway ทั้งทีต้องลองใช้บริการเสียหน่อย

ครืดๆๆๆ...เสียงลากกระเป๋าผ่าน Duty free ฮึบ...ฮึบ...เสียงยกกระเป๋ากับโน้ตบุ๊คให้ตรวจอาวุธ
...อ๊อออออดดดดดด...สะดุ้งโหยงทั้งเจ้าหน้าที่ แมว และผู้โดยสารคนอื่น
ปรากฏว่าแมวลืมเอามือถืออกจากกระเป๋าเสื้อ น่าน...ยังไม่ทันไรก็โชว์ความเชยอีกครั้ง

ผ่านตรวจอาวุธมาโดยหน้าหนาๆเริ่มมีลายใกล้หลุดลอก มองซ้ายมองขวา โอ ไอ้เจ้าสนามบินสุวรรณภูมิเนี่ยมันช่างสร้างมาเพื่อทำให้คนงงได้ง่ายจริงหนอ แล้ว Lounge บางกอก แอร์เวย์มันอยู่ไหนล่ะนั่น โอ๊ะโอ Air Ground คนสวยเดินผ่านมา ถามเลยดีกว่า
... Lounge ของบางกอก แอร์เวย์ไปทางไหนคะ จะไปนั่งรอเกทเปิดค่ะ(ไปกินกับนอนแล้วก็ถ่ายรูปด้วย)...
สาวน้อยยิ้มแล้วตอบชัดถ้อยชัดคำ
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”

...
...
...
สรุปว่าแมวต้องเศร้านั่งคอตกที่เก้าอี้เหล็กแถวๆทางเดินแบบเหงาๆ จนใกล้เจ็ดโมง เกทของแมวก็เริ่มมีผู้โดยสารโยกย้ายมานั่งรอ โอ้ หัวดำคนไทยทั้งนั้น ไปนั่งด้วยดีกว่า

...แต่...หัวดำทั้งหลายเหล่านั้นเป็นชาวขแมร์ทั้งหมด...
แมวนั่งป่อยได้สิบกว่านาทีก็มีเจ๊ฝรั่งคนหนึ่งมานั่งข้างๆทำให้รู้สึกอุ่นใจ

อุ่นใจได้ไม่นาน เจ๊เริ่มเปิดถุงเฟรนฟรายด์กินพร้อมไขว่ห้างอ่านหนังสือสบายอารมณ์

...คร่อก ครืด คราด คราด...ท้องแมวร้อง หิวเป็นบ้าเลย เข้าใจคำว่าดูแต่ตาก็ตอนนี้จริงๆ ได้แต่ครวญในใจว่าทำไมเราไม่ไปหาข้าวกินก่อนเข้ามาหนอ มัวแต่งจะกินฟรีที่ Lounge ทำไมก็ไม่รู้

ประมาณเจ็ดโมงครึ่งได้ขึ้นเครื่อง แมวลัลล้าเดินตามชาวบ้านเข้าเครื่อง กะจะไปซุกตัวในเก้าอี้แล้วหลับให้หายหิว
...ได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ตื่นเต้ลล์มาก...
...มองออกไปเห็นแต่ภาพมัวๆฝ่าสายฝนที่ตกโปรยปราย...
...นี่ล่ะหรือกำลังใจจากบ้านเกิด...
...ส่งแมวไปกัมพูชาด้วยสายฝนเนี่ยนะ...


รอได้ไม่นานนัก เครื่องบินก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แมวบ๊ายบายไทยแลนด์ในใจเพราะยังไม่รู้ว่าภายในสี่เดือนของการฝึกงานครั้งนี้จะมีโอกาสได้กลับมาไหม
...และถึงจะอยากกลับ “ตอนนี้” ก็ไม่มีอะไรสำคัญพอจะให้แมวกลับไปหาอีกต่อไปแล้ว...

นั่งไปได้สักพัก เสียงประกาศว่าจะมีการเสิร์ฟอาหารเช้า
...กำลังใจแมวมาเต็มเปี่ยม...กองทัพเดินด้วยท้อง...อาหารคือชีวิตของแมวอีกต่างหาก...

สักพักอาหารเช้าก็มาถึง เมนูประกอบไปด้วย ไข่ ไส้กรอก เห็ด มะเขือเทศ มันฝรั่ง ครัวซองและเนย ขนมปังแบบพายไส้หวานๆ พร้อมผลไม้ น้ำเปล่าและกาแฟ



เป็นเมนูอาหารฝรั่งเมนูหนึ่งทีอร่อยที่สุดในชีวิตของแมวตั้งแต่เกิดมา ทั้งที่ปกติแมวเกลียดอาหารฝรั่งอย่างที่สุด
...สงสัยเพราะห้อยท้องมาหลายชั่วโมงอ่ะ กินเรียบเว้นขนมกับแตงโม...

กินยังไม่ทันหมดเรียบร้อย เสียงกัปตันประกาศว่าจะถึงที่หมายในอีกสิบห้านาที

แมวตาลีตาเหลือกซดกาแฟโฮกเพื่อส่งคืนจานชาม แล้วเตรียมตัวลง ใจเต้นตุ๊มต่อม ต่อไปชีวิตดิฉันจะเป็นยังไงหนอ ก่อนมาก็โดนขู่มาเยอะ ทั้งฉกชิงวิ่งราว อาหารเป็นพิษ มนต์ดำไสยศาสตร์ ฯลฯ



ใกล้ถึงที่หมาย เครื่องเริ่มลดเพดานบิน มองเห็นบ้านเรือนในกรุงพนมเปญ
...เมืองสีส้ม...
หลังคาส่วนใหญ่ของบ้านเรือนและตึกแถวในเมืองนี้ใช้สีออกโทนส้มแดงผสมกัน ดูสวยกว่าที่คิด
มองเห็นถนนตัดผ่านเป็นทางอย่างมีระเบียบ แตกต่างจากกรุงเทพฯบ้านเกิดยิ่งนัก

...แต่มองไกลออกไป ยังเห็นถนนเป็นดินอัดชัดเจน...ประมาณว่าเดินอยู่ถนนใหญ่ดีๆ พอเลี้ยวเข้าซอยก็กลายเป็นถนนดินอัดไปเสียแหล่ว...

เครื่องบินลงจอด “ท่าอากาศยานนานาชาติพนมเปญ” โดยสวัสดิภาพ

ท่าอากาศยานขนาดกะทัดรัด เล็กกว่าท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ต้อนรับแมวด้วยอากาศสดใสพอสมควร

แมวกับเพื่อนลากกระเป๋าถือขลุกๆเดินตามชาวบ้านชาวช่องไป
...โครม...
แมวทำเชยอีกครั้งเมื่อจับกระเป๋าไม่แน่น เลยหลุดมือลงไปนอนขวางทางเดินคนอื่น

...ตัดฉากเถอะ อาย...

ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาได้ฉลุย...นี่แหละหนาอิทธิฤทธิ์ของหนังสือเดินทางราชการ ใหญ่กว่าหนังสือเดินทางของ UN อีก วีซ่าก็ไม่ต้องขอ หุหุ

ออกมายืนรอกระเป๋าได้สักพักก็สังเกตเห็นคนกลุ่มหนึ่งท่าทางน่าสนใจ
...ใช่คนมารับหรือเปล่าหนอ คิดแต่ก็อ๊ายอาย ไม่กล้าถาม...
มองกันไปมองกันมา ฝ่ายโน้นเปิดฉากถามก่อน
...จึงได้เก็บกระเป๋าหนีตามไป เอ๊ย ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถตู้สถานทูตเดินทางไปยังที่พัก...

ท่านที่ปรึกษาฯให้เวลาสิบห้านาทีในการเก็บของ แล้วพาพวกเราตรงดิ่งไปยังสถานทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ แมวกับเพื่อนได้ทำความรู้จักกับข้าราชการไทยที่ปฏิบัติงานจนครบ
...มีทั้งหมด 8 คน...
...รวม local staffs เข้าไปยังไม่ถึง 30 คน...
...ทั้งหมดอาศัยอยู่ในสถานฑูตไทยที่ใหญ่ที่สุดในโลก...
...เอาอีกแหล่ว ตอนอยุธยา แมวก็อยู่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ...
...เข้าแบบเดิมเลย พื้นที่เยอะกว่าคนอีกแหล่ว...

มื้อเที่ยงได้รับความกรุณาจากท่าอัครราชฑูตเป็นเจ้ามือเลี้ยงอาหารมื้อแรกของแมวกับเพื่อนที่กัมพูชา
...แมวกินเฝอกับน้ำฟักระป๋องผลิตที่มาเลเซีย...

เอาน่ะ...ยังอยู่อีกตั้งสี่เดือน วันนี้ขอลองของอร่อยของร้านก่อน

เฝอเนื้อร้านนี้อร่อยมาก กินเพลินแป๊บเดียวหมดชามจนลืมฟังว่าคนร่วมโต๊ะสนทนาอะไรบ้าง
...เอาน่า ค่อยๆเรียนรู้ไปคงได้...
ช่วงบ่ายนั่งเล่นได้ไม่นานก็หมดวัน ได้กลับแต่หัววันเพื่อไปจัดข้าวของใส่ห้องพักให้เรียบร้อย

มื้อเย็นแมวกับเพื่อนตัดสินใจลอง “โคคาสุกี้” หน้าที่พักตามที่ท่านอัครราชทูตแนะนำ
แมวสั่ง “ข้าวผัดโคคา” อร่อยจริงๆ แต่แพงพอสมควร จานละสามเหรียญกว่าๆ
...อาหารที่นี่ไม่ได้ถูกตามเงินเดือนคนที่นี่อย่างที่เราคนไทยคิดกันหรอกนะ...

กินอิ่มตาปรือก็แยกย้ายกันเข้าห้องตัวเอง แมวนอนอืดดูทีวีเคเบิ้ล(เถื่อน)สบายใจ อืม...นอกจากช่องไทยแล้ว ช่องที่รู้เรื่องที่สุดก็คือ สทล. ทีวีสีของลาว ฟังสบาย คุ้นเคยดีจัง

จบวันแรกที่พนมเปญ...จ้ะ






 

Create Date : 15 พฤษภาคม 2550    
Last Update : 15 พฤษภาคม 2550 8:27:57 น.
Counter : 482 Pageviews.  

1  2  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.