Group Blog
 
All blogs
 

เคล็ด(ไม่)ลับ กับการอาบน้ำสุนัข

//www.bloggang.com/data/b/bannaifan/picture/1285453775.jpg>
ควรอาบน้ำสุนัขบ่อยแค่ไหน
โดยปกติแล้ว ควรอาบน้ำสุนัขทุก 1-2 สัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากการอาบน้ำด้วยแชมพูสุนัขจะมีผลในการชะไขมันที่ร่างกายสุนัขสร้างขึ้นมาเคลือบผิวหนังและเส้นขน การอาบน้ำบ่อยเกินไปมีผลทำให้ผิวและเส้นขนแห้ง ขาดความเงางาม และอาจทำให้สุนัขมีอาการคันได้ ถ้าจำเป็นต้องอาบน้ำบ่อย ๆ ควรเลือกแชมพูที่เป็นแบบ soap-free เพราะสารทำความสะอาดในตัวสบู่จะเป็นตัวกำจัดไขมันออกไป ทำให้ผิวหนังแห้งได้
ในกรณีที่สุนัขมีปัญหาสะเก็ดรังแคและผิวมันเยิ้ม อาจอาบน้ำได้บ่อยขึ้น เป็นทุก ๆ 3-4 วัน ในช่วงแรกร่วมกับการใช้แชมพูยาเพื่อลดรังแคและความมัน เมื่อผิวมันลดลงแล้วก็ปรับมาอาบน้ำทุก 1-2 สัปดาห์แทน
แชมพูแบบใดจึงจะเหมาะกับผิวของสุนัข
หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูสระผมของคนมาอาบน้ำให้สุนัข เนื่องจากค่าความเป็นกรดด่างของผิวหนังคนกับสุนัขมีค่าไม่เท่ากัน การใช้แชมพูคนในช่วงแรก เจ้าของอาจไม่รู้สึกว่าผิวหนังสุนัขมีปัญหา แต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ ก็จะทำให้ผิวหนังสุนัขขาดความสมดุล และโครงสร้างผิวหนังเสียหาย ก่อให้เกิดโรคผิวหนังตามมาได้
การเลือกแชมพูสำหรับสุนัขโดยทั่วไป โดยเฉพาะในลูกสุนัขหรอสุนัขที่ผิวบอบบาง มีโอกาสแพ้ง่ายอย่างในสุนัขพันธุ์ปั๊ก ให้เลือกสูตรอ่อนโยนที่มีโอกาสก่อให้เกิดความระคายเคืองน้อย (โดยมากมักเขียนที่ข้างขวดว่า Hypoallergenic) และเป็นแชมพูที่ผสมมอยซ์เจอร์ไรเซอร์สูงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหนัง
หลีกเลี่ยงการใช้แชมพูที่ผสมยากำจัดเห็บหมัดในลูกสุนัขและสุนัขที่สุขภาพอ่อนแอ เนื่องจากมีโอกาสเกิดความเป็นพิษได้ ส่วนสุนัขที่มีปัญหากลิ่นตัวจากโรคผิวหนังนั้นให้เลือกแชมพูสูตรที่ลดการแพ้ร่วมกับการใช้แชมพูยาทีสัตวแพทย์เลือกให้
วิธีการอาบน้ำสุนัข
เริ่มจากการใช้น้ำเปล่าราดตัวให้เปียกก่อน เจอจางแชมพูกับน้ำสะอาดเล็กน้อยก่อนราดลงบนตัวสัตว์ ไม่ควรเอาแชมพูสุนัขเข้มข้นราดหลังสุนัขโดยตรง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังบริเวณนั้นได้
ไม่ควรใช้เล็บเกาผิวหนังสุนัขแรง ๆ เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสุนัขได้ ควรใช้วิธีนวดคลึงผิวหนังสุนัขแทนหรืออาจใช้แปรงอาบน้ำที่ที่จากยางนวดเบา ๆ ก็ได้
น้ำที่ใช้อาบสุนัขนั้นควรใช้น้ำอุ่นยกเว้นสุนัขที่มีปัญหาภูมิแพ้ควรอาบด้วยน้ำเย็นแทน เพราะถ้าอาบน้ำอุ่นจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว ทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น สุนัขก็จะคันมากขึ้นด้วย
หลังจากฟอกด้วยแชมพูแล้ว ควรล้างน้ำออกโดยใช้เวลาอย่างน้อย 5 นาที เพื่อลดโอกาสที่จะระคายเคืองจากการล้างแชมพูออกไม่หมดและให้ผิวได้รับน้ำเพียงพอ
เมื่ออาบน้ำเสร็จ ควรเช็ดตัว หรือเป่าให้แห้งทุกครั้ง ไม่ควรเป่าไดร์ด้วยลมร้อนเกินไป โดยเฉพาะสุนัขที่มีปัญหาผิวหนังควรใช้ผ้าเช็ดตัวเช็ดให้แห้งหรือใช้ลมเย็นเป่าเท่านั้น
ในกรณีที่มีปัญหาโรคผิวหนังโดยมากจะแนะนำให้ใช้แชมพูที่สุนัขเคยใช้เป็นประจำที่ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้อาบก่อน เพื่อล้างคราบสกปรกและฝุ่นที่ติดตามขนออกก่อนแล้วล้างออก จากนั้นจึงใช้แชมพูยาที่สัตวแพทย์แนะนำ โดยฟอกทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ให้แชมพูยาออกฤทธิ์ก่อน หลังจากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาดให้เกลี้ยง และเช็ดตัวเป่าขนให้แห้ง
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
โดย สพ.ญ.พรวดี ยังสุขสถาพร Dogazine




 

Create Date : 26 กันยายน 2553    
Last Update : 12 ธันวาคม 2553 11:39:49 น.
Counter : 304 Pageviews.  

บิลลี่ สุนัขอายุมากที่สุดในโลก


ยอร์กเชีย เทอร์เรีย (Yorkshire Terrier) วัย 22 ปี กลายเป็นสุนัขที่มีอายุมากที่สุดในโลก จากสุนัขปกติทั่วไปที่มีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 15 ปีเท่านั้น

นางเบตตี้ โฮลสวอร์ธ คุณยายวัย 71 ปี เจ้าของเจ้าบิลลี่ ได้เปิดเผยว่า เธอรับเจ้าบิลลี่มาจากศูนย์สงเคราะห์สัตว์อายุมากเมื่อปีที่แล้ว เธอเลือกที่จะนำสัตว์อายุมากมาเลี้ยงเพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่กับมันได้อีกนานแค่ไหน และหลังจากที่เจ้าบิลลี่เข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านแล้ว เจ้าบิลลี่ก็ปรับตัวเข้ากับเธอได้อย่างรวดเร็ว มันน่ารักมาก และมันก็แก่มากแล้วเหมือนกัน

มันตาบอดข้างหนึ่ง และฟันก็ร่วงเกือบหมดปากแล้ว แต่มันก็ยังแข็งแรงและกระฉับกระเฉงมาก โดยเธอจะพามันไปวิ่งเล่นวันละ 2 รอบ ซึ่งเจ้าบิลลี่ก็ยังทำตัวอยากรู้อยากเห็นสิ่งต่าง ๆ ราวกับมันยังเป็นลูกสุนัข แถมมันยังขี้อ้อนและชอบมาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ เธอตลอดเวลาอีกด้วย

ทั้งนี้ เจ้าบิลลี่เป็นสุนัขถูกทิ้ง หลังจากเจ้าของคนเดิมของมันได้เสียชีวิตลง เจ้าหน้าที่ศูนย์สงเคราะห์สัตว์อายุมากจึงนำมันมาเลี้ยง และทราบอายุของมันจากบันทึกของเจ้าของคนเดิม ที่ระบุว่าได้รับมันมาเลี้ยงตั้งแต่มันเพิ่งเกิดในปี 1988 และขณะนี้มันก็อายุได้ 22 ปีแล้ว หรือเทียบเท่ากับคนอายุ 154 ปี กลายเป็นสุนัขที่อายุมากที่สุดในโลก ทำลายสถิติของเจ้าออตโต สุนัขวัย 20 ปี 11 เดือน ที่เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งช่องท้องเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา




 

Create Date : 26 กันยายน 2553    
Last Update : 26 กันยายน 2553 5:25:35 น.
Counter : 177 Pageviews.  

การเล่นสำคัญกับลูกสุนัขอย่างไร ?

การเล่นสำคัญกับลูกสุนัขอย่างไร ?

ว่ากันว่าลูกสุนัขก็เหมือนกับเด็ก ๆ ที่รักการเล่น ชอบที่จะซุกซนไปทั่ว ความซุกซนของเด็กถ้ามองในแง่ดีเหมือนที่โบราณเค้าว่าเอาไว้ว่า เด็กที่ซุกซนนั้นเป็นเด็กที่ฉลาด เพราะสามารถเรียนรู้อะไรได้เร็ว แต่ถ้าเป็นเจ้าตัวน้อยสี่ขาของเราล่ะ ถ้าเค้าเป็นลูกสุนัขที่ซุกซนแล้ว เขาจะเป็นสุนัขที่ฉลาดเหมือนโบราณว่าไว้ไหมน๊า

ลูกสุนัขชอบที่จะเล่นซุกซน เมื่อครั้งที่สุนัขยังเป็นสัตว์ป่า การเล่นของลูกสุนัขมีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นการฝึกให้ลูกสุนัขเรียนรู้ทักษะการล่าสัตว์เบื้องต้น แม้ปัจจุบัน สุนัขจะกลายเป็นสัตว์บ้านแล้ว แต่การเล่นก็ยังคงมีความสำคัญ ทั้งนี้เพราะ สุนัขเป็นสัตว์สังคมที่ชอบอยู่ร่วมกันเป็นฝูง การเล่นจึงช่วยพัฒนาให้สุนัขรู้จักการเข้าสังคม และรู้จักที่จะเป็นเพื่อนกับมนุษย์ เพื่อจะได้พัฒนาเป็นสุนัขเต็มวัยที่มีสุขภาพจิตดีต่อไป

ลูกสุนัขอายุ 28-35 วัน จะเริ่มแสดงพฤติกรรมทางสังคม คือ ลูกสุนัขจะเริ่มเล่น หยอกล้อกัน สุนัขที่ตัวโตกว่า จะแสดงการข่มขู่สุนัขตัวเล็ก แสดงความเป็นจ่าฝูงออกมา ระยะนี้ถือเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของพฤติกรรมสุนัข เพราะสุนัขจะมีพฤติกรรมในอนาคตเช่นไร จะเขึ้นกับการเรียนรู้ และจดจดในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ เช่น ลูกสุนัขที่ถูกแกล้งให้ตกใจกลัว เมื่อโตขึ้นอาจกลายเป็นหมาขี้ระแวง หรือถึงขั้นเป็นหมาโรคประสาทได้ หากตกใจมาก ๆ หรือลูกสุนัขที่ตกใจเพราะเสียงดัง โตขึ้นอาจกลัวเสียงฟ้าร้อง หรือประทัด เป็นต้น

ลูกสุนัขที่ถูกกักขัง หรือกีดกันไม่ให้พบปะผู้คน ในช่วงอายุ 3-10 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกสุนัขชอบที่จะเล่นซุกซนที่สุด มักจะไม่สามารถปรับตนให้เข้ากับสังคมทั้งคนและสุนัขด้วยกันเองได้ ที่ร้ายที่สุดคือ เมื่อเติบโตขึ้น มันอาจจะมีอาการทางประสาท ไม่ชอบพบปะผู้คน จนเจ้าของยากจะควบคุม

สำหรับสุนัขเต็มวัยก็ชื่นชอบการเล่นเช่นกัน การเล่นทำให้สุนัขได้ออกกำลังกายไปในตัว และช่วงลดความเครียดของสุนัข อย่าลืมว่า สุนัขนั้นเคยเป็นสัตว์ป่ามาก่อน เคยมีพฤติกรรมที่จะต้องออกล่าหาอาหาร ถ้าให้สุนัขจับเจ่าอยู่กับบ้าน อาจทำให้สุนัขเครียดได้ โดยสุนัขแต่ละพันธุ์มีการเล่นที่โปรดปรานแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นกับพฤติกรรมของบรรพบุรุษของแต่ละสายพันธุ์

สุนัขก็เหมือนกับคน ที่อาจมีทั้งนิสัยดี และไม่ดี สุนัขบางพันธุ์อาจมีนิสัยก้าวร้าว ชอบแสดงพฤติกรรมนักรบ แย่งชิงความเป็นจ่าฝูง ก่อให้เกิดความปวดเศียรเวียนเกล้าให้แก่เจ้าของ ดังนั้น เจ้าของอย่างเรา ๆ จึงควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมสุนัขตั้งแต่ยังเล็กว่า มีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวเมื่อโตขึ้นหรือไม่ เช่น เมื่อนำสุนัขตัวใหญ่มาเลี้ยง มันขู่คำรามไม่เป็นมิตรหรือไม่ หรือเมื่อเจอคนแปลกหน้า มันขู่คำรามหรือไม่ หรือเมื่อออกไปนอกบ้าน มันไปเที่ยวข่มขู่สุนัขที่ตัวเล็กกว่าหรือไม่ ถ้าคำตอบคือ ใช่ แสดงว่าสุนัขของคุณมีแนวโน้มที่จะก้าวร้าวในอนาคต

การฝึกให้สุนัขเชื่อฟังคำสั่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อจะได้ควบคุมสุนัขได้และไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในภายหลัง ซึ่งการแก้ไขปัญหา ขณะสุนัขโตแล้ว ทำได้ยากมาก เพราะพื้นฐานการเลี้ยงดูที่ดีจะนำพาไปซึ่งคุณสมบัติของสุนัขที่ดีได้ การให้ความรัก การดูแลเอาใจใส่ ตั้งแต่เค้ายังเป็นสุนัขตัวเล็ก ๆ โตขึ้นไปเค้าก็จะกลายเป็นสุนัขที่ดีได้(ว่าไหม)
ขอขอบคุณข้อมูลจาก




 

Create Date : 26 กันยายน 2553    
Last Update : 26 กันยายน 2553 5:18:51 น.
Counter : 224 Pageviews.  

หมาลิ้นยาวที่สุดในโลก

หมาลิ้นยาวที่สุดในโลก

ในแต่ละวันมีสิ่งแปลกประหลาด และน่าทึ่งมากมายเกิดขึ้นบนโลกของเรา ทำให้หนังสือบันทึกสถิติโลกอย่าง กินเนสส์บุ๊ค ดูจะไม่เคยว่างเว้นจากการจดสถิติใหม่เลย ยิ่งไปกว่านั้น ทุกๆ วันก็ยิ่งมีผู้คนทั่วโลกต่างพากันสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆ ขึ้นมามากขึ้น เพื่อที่จะได้รับการจดบันทึกลงในหนังสือสถิติระดับโลกเล่มนี้

และในปีนี้ก็เช่นกัน กินเนสส์บุ๊คได้จดบันทึกสิ่งที่เป็น "ที่สุดในโลก" มาแล้วนับไม่ถ้วน วันนี้มจะพาไปดูความเป็น "ที่สุดในโลก" ล่าสุด ที่กินเนสส์บุ๊คเค้าภูมิใจนำเสนอ และเป็น 1 ในเรื่องแปลกที่จะบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊คฉบับปี 2011 กันค่ะ เริ่มกันที่...



เจ้าปั๊กกี้ สุนัขพันธุ์เบ๊กกี้สแตนฟอร์ด เพศผู้ วัย 9 ปี ครองแชมป์สุนัขที่มีลิ้นยาวที่สุดในโลก ด้วยความยาวลิ้นเกือบ 5 นิ้ว เพิ่งได้รับการจดบันทึกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
https://www.youtube.com/watch?v=08RvlZC6zvs
ข้อมูลจาก kapook.com




 

Create Date : 26 กันยายน 2553    
Last Update : 1 ตุลาคม 2553 4:32:14 น.
Counter : 348 Pageviews.  

โรคพยาธิเม็ดเลือด

เมื่อน้องหมาเป็นโรคพยาธิเม็ดเลือด พยาธิเม็ดเลือดจัดเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ซึ่งในสุนัขมีทั้งหมด 3 ชนิด โดยแต่ละชนิดจะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดแตกต่างกันไป แต่วันนี้จะขอกล่าวถึงพยาธิเม็ดเลือดที่พบบ่อยที่สุดในประเทศไทย ซึ่งนั่นคือ ชนิด Ehrlichia canis หรือเรียกกันย่อๆ ว่า E. Canis พยาธิเม็ดเลือดชนิดนี้พบได้ในสุนัขทุกเพศ ทุกพันธุ์ ทุกอายุ โดยมีพาหะนำโรคคือ เห็บ นั่นเอง
ทั้งนี้ หลายท่านก็แอบสงสัยว่าน้องหมาของตัวเองไม่มีเห็บเลย แต่ทำไมถึงเป็นโรคนี้ได้ อาจเพราะมีจำนวนไม่มากพอ เราจึงไม่เห็นมากกว่า หรืออาจจะเป็นช่วงที่เห็บลงจากตัวน้องหมาไปลอกคราบ หรือลงไปวางไข่พอดี ทำหให้เราไม่เจอเห็บบนตัวสุนัขก็เป็นได้ และการเป็นโรคพยาธิในเม็ดเลือดนั้น ไม่จำเป็นต้องมีเห็บเยอะหรือหลายๆ ตัว แม้มีแค่ตัวเดียว แต่ถ้าตัวที่มีกัดมีพยาธิเม็ดเลือดอยู่ ก็สามารถเป็นโรคได้แล้ว
เมื่อเห็บดูดเลือดจากสุนัขที่มีเชื้อ E. Canis เข้าไป เชื้อจะเข้ามาอยู่ในตัวเห็บ จากนั้นถูกปล่อยออกไปกับน้ำลายของเห็บขณะที่กินเลือดสุนัขอีกตัว เมื่อเข้าร่างกายสุนัขแล้ว พยาธิจะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดขาวชนิดโมโนไซต์ และลิมโฟไซต์ และมีระยะฟักตัว 8-20 วัน ก่อนจะปรากฎอาการ
อาการ
สำหรับอาการที่พบทั่วไปมี 2 ระยะ คือ แบบเฉียบพลัน (1-4 สัปดาห์) สุนัขจะมีไข้ขึ้นๆ ลงๆ ซึม เบื่ออาหาร ต่อมน้ำเหลืองโต ม้ามโต บางตัวพบว่าเลือดกำเดาไหลข้างเดียว จุดเลือดออกตามตัว จากนั้นสุนัขที่มีภูมิคุ้มกันดีจะสามารถพัฒนาภูมิคุ้มกันมาทำลายเชื้อได้
แต่ถ้าภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ เชื้อพยาธิเม็ดเลือดจะพัฒนาเข้าสู่อาการในแบบเรื้อรัง (40-120 วัน) ซึ่งจะมีอาการตั้งแต่ ซึม อ่อนแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด เยื่อเมือกซีด มีไข้สูง เลือดกำเดาไหลมาก ปัสสาวะเป็นเลือด หายใจลำบาก จนถึงไขกระดูกทำงานบกพร่อง ภูมิคุ้มกันทำลายกันเอง ทำให้โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดต่ำ ไตวาย ตับอักเสบ ข้ออักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และนำไปสู่การเสียชีวิตได้
การรักษาและวิธีการป้องกัน
วิธีการรักษาส่วนใหญ่คือ การให้ยาฆ่าพยาธิเม็ดเลือดและการรักษาตามอาการ โดยจะต้องรักษาต่อเนื่อง อย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ ร่วมกับตรงจเลือดเพื่อประเมิณค่าเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดเป็นระยะ และต้องติดตามผลต่ออีก 6 เดือน ถึง 1 ปี
การป้องกันพยาธิเม็ดเลือดนั้นจะต้องอาศัยการเอาใจใส่ดูแลจากเจ้าของ โดยการป้องกันการติดเห็บ ปัจจุบันมีหลายวิธีและหลายผลิตภัณฑ์มาให้เลือกตามความเหมาะสม เช่น ตามลักษณะพื้นที่อยู่อาศัยและลักษณะการเลี้ยง เป็นต้น นอกจากนี้ควรตรวจเลือดน้องหมาอย่างน้อยปีละครั้งด้วยค่ะ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ข่าวโลกสัตว์เลี้ยง






 

Create Date : 14 มิถุนายน 2553    
Last Update : 14 มิถุนายน 2553 21:29:39 น.
Counter : 206 Pageviews.  

1  2  

JANTRY
Location :
นครนายก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คลิปปั๊กเนียน
บลูด็อกเล่นสเก็ต







ขอขอบคุณ
pk12th

ดอกหญ้าเมืองเลย
lozocat
ป้ามด
ooh_kk2007
Hawaii_Havaii
beautyswan
nonneeka
ญามี่
รักษ์บ้านเกิด

enter
TOP
Friends' blogs
[Add JANTRY's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.