blog of ...PORLA
02 ออกเดินทางสู่อัมสเตอดัม เนเธอร์แลนด์



วันที่ 24 กันยายน 2558

เรานัดกันที่สุวรรณภูมิเวลา 10.30 น. หลังจากเช็คอินออนไลน์มาแล้ว ก็เข้าไปดรอปกระเป๋า แล้วไปหาที่นั่งรอ เราและน้องมีบัตร SCB KPW กันทั้งคู่  และสามารถพาเพื่อนเข้าได้อีก 1 คน ดังนั้นเรา 4 คนจึงไปหาของกินรองท้องที่เล้าจ์คิงพาวเวอร์ 

เมื่อใกล้ได้เวลาแล้วก็เดินไปเกทซึ่งอยู่ที่ G3 นับว่าไกลมากเมื่อเทียบกับเล้าจ์ ทั้งแวะซื้อยาแก้แพ้ แวะเข้าห้องน้ำ กว่าเราจะรู้ตัวก็เจอประกาศเรียก Final call จึงวิ่งกันอุตลุด ระหว่างทางยังเจอพนักงานวิ่งตามหาพวกเราอีกด้วย "เจอคนไทย 4 คนสุดท้ายแล้ว" เสียงพนักงานวอวิทยุบอกปลายสาย พวกเรายิ่งเร่งฝีเท้าเข้าไปอีก สรุปว่าได้ขึ้นเครื่องเป็นลำดับสุดท้าย ด้วยอาการหอบแฮ่กๆ และเหงื่อเต็มหน้า เริ่มต้นทริปได้อย่างตื่นเต้น

เที่ยวบิน BR 075 สายการบิน EVA ของไต้หวัน จัดที่นั่งแบบ 3-4-3 เราแยกเป็นคู่ๆ และได้ครอบครองที่นั่ง 3 ที่ไปโดยไม่ต้องแชร์กับคนแปลกหน้า สายการบินนี้ที่นั่งสบายใช้ได้ มีหนังและเพลงใหม่ๆ เยอะดี เสิร์ฟถั่วและเครื่องดื่ม แน่นอนต้องลองเบียร์ไต้หวันรสจืดๆ ใสๆ แกล้มถั่ว ลืมเรื่องที่เราต้องวิ่งกันตับแล่บเมื่อกี้นี้



อาหารที่เสิร์ฟก็มีให้เลือก 2 อย่างเป็นแนวเอเชีย รสชาติใช้ได้




แต่บินนานๆ 11 ชั่วโมงแบบนี้ กินเยอะจะอึดอัด นั่งๆ นอนๆ ดูหนังฟังเพลงไป ก็ได้ยินประกาศว่าเราจะแลนด์ดิ้งที่สนามบินสคิปโฮ (Schiphol) กันแล้ว



เวลา 19.30 เราก็แลนด์อย่างเรียบร้อย เดินตามป้ายไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เราเตรียมเอกสารมาพร้อมมากทั้งใบจองโรงแรม ตั๋วเครื่องบินกลับ ฯลฯ ตม.ถามแค่ว่ามากี่วัน มากับใครบ้าง ซึ่งเรายืนต่อแถวเดียวกันหมด ผ่านด่านมาได้ง่ายๆ แอบฟังแถวข้างๆ เป็นเอเชียตอบไม่ได้ว่ามากี่วันจะไปไหนบ้าง หวังว่าเขาคงจะผ่านตม.มาได้นะ จากนั้นเราก็ไปรับกระเป๋า สนามบินนี้ดีมีไวไฟฟรีให้ใช้ได้เลยทันที ก็อัพเดทเช็คอินให้คนที่บ้านสบายใจกันไป

จากสนามบินเข้าจะเข้าเมืองอัมสเตอดัมไปที่สถานี Amsterdam Centraal Station (สะกดแบบดัชช์) จะมีตู้ขายตั๋วอัตโนมัติซึ่งน้อยนักที่จะรับเหรียญ ส่วนใหญ่รับแต่บัตรเครดิตและเดบิต เราเลยไปซื้อตั๋วจากพนักงานซึ่งค่าตั๋วเข้าเมืองคนละ 4.10 ยูโร และบวกค่าเซอร์วิชอีกนิดหน่อย ถ้าใครอยากสะดวกให้ซื้อบัตร OV-Chipkaart จะเป็นบัตรเติมเงินใช้ได้กับขนส่งทุกอย่างในประเทศ ทั้งรถไฟ รถราง รถบัส เวลาใช้ก็ให้แตะที่เครื่องสแกนก่อนเข้าออกสถานีหรือขึ้นลงรถ แต่เราไม่ได้ซื้อเพราะมันมีค่ามัดจำบัตรและดูจากแผนแล้วไม่ได้ขึ้นรถบ่อยขนาดนั้น เราเลยซื้อรายเที่ยวเป็นกระดาษแล้วสแกนที่เครื่องเช่นเดียวกัน
*อ่านข้อมูลการเดินทางในอัมสเตอดัมคร่าวๆ ได้ที่นี่ เว็บ iamsterdam

หลังจากซื้อบัตรให้ดูที่บอร์ดจะระบุว่ารถไป Amsterdam Centraal Station ขึ้นที่ชานชลาไหนรถออกกี่โมง เราก็เดินตามไป สำหรับคนลากกระเป๋าใบใหญ่ที่สถานีมีบันไดเลื่อน (มีเฉพาะสถานีใหญ่ๆเท่านั้น) พอรถไฟมาจอดเทียบก็ขึ้นได้เลย รถออกตรงเวลามากจนขนลุก


ตั๋วรถไฟแบบเที่ยวเดียว เป็นกระดาษต้องสแกนก่อนขึ้นรถและลงรถ

นั่งรถไฟประมาณ 15 นาที ก็ถึงอัมสเตอดัมเซนทรัล คนยังเยอะแยะพลุกพล่านอยู่ แม้เราจะเคยมาแต่นั่นมันก็เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทั้งในสถานีก็มีเปลี่ยนไปบ้าง เดินออกจากสถานีมาก็ได้สูดอากาศเย็นสบายสดชื่น และได้กลิ่นจางๆ ที่คุ้นเคย น่าจะเดากันถูกว่าคือกลิ่นอะไร!!

เราใช้เวลาปรับตัวมองซ้ายขวาหาทิศอยู่สักพักก็มุ่งหน้าไปเก็บกระเป๋าที่โรงแรม ลองเปิดพ็อกเก็ตไวไฟที่เช่ามาเช็คว่าเราอยู่ตรงไหนก็เดินตามไปง่ายๆ โรงแรมนี้อยู่ห่างจากสถานี 750 เมตร ใครลากกระเป๋าอาจจะไม่สนุกตรงที่ถนนเป็นหินปุ่มและยังต้องลากข้ามรางรถแทรมอีก

สิ่งที่เราต้องร้องเตือนกันตลอดเวลาคือ "ระวังรถแทรม" เพราะจะแล่นมาเงียบและเร็วมาก ยืนใกล้ๆรางก็อันตรายจากการโดนเฉี่ยว แล้วหัวและท้ายรถก็ดันหน้าตาเหมือนกัน จะเดาได้ไหมว่านางจะวิ่งไปทิศไหน 

หลบรถ ข้ามถนนได้สักพักก็มาถึงโรงแรมที่จอง Tourist Inn Budget Hotel พนักงานน่ารักมาก ชวนคุยเฟรนด์ลี่สุดๆ เราจองห้อง 4 คน มีเตียง 2 ชั้น  2 เตียง มีห้องน้ำ/อาบน้ำส่วนตัว ห้องน้ำจะอยู่นอกห้องนอน ต้องใช้คีย์การ์ดสแกน ราคานี้รวมอาหารเช้า ฟรีไวไฟ 3 คืน 880 ยูโร


*ภาพจากเว็บโรงแรม ห้องไม่กว้างมาก มีเตียง 2 ชั้น 2 เตียง ต้องเอากระเป๋าใส่ไว้ใต้เตียง ห้องจะได้กว้าง


* ภาพจากเว็บโรงแรม มีห้องอาบน้ำส่วนตัว แต่อยู่ตรงข้ามห้อง ต้องใช้คีย์การ์ดเปิด

เก็บของแล้วก็ออกไปเดินเที่ยวสำรวจกันหน่อย เดินตามทางหน้าโรงแรมจะไปเจอจัตุรัตที่รวมทุกอย่างเอาไว้ Dam Square ดัมสแควร์มีพระราชวัง โบสถ์ ร้านค้า ร้านอาหาร เก็บบรรยากาศกลางคืนไปเรื่อยๆ 



นึกขึ้นได้ว่าถนนดัมรักมีร้านขายมันฝรั่งทอดอยู่หลายร้าน เดินมาหนาวๆ ต้องจัดไป



ไซส์กลาง 3 ยูโร ใส่มายองเนส 0.5 ยูโร ที่นี่จะเป็นมันฝรั่งทอดชิ้นใหญ่หนา กรอบนอกนุ่มใหญ่ มีซอสให้เลือกหลายอย่าง เช่น มะเขือเทศหรือเกรวี่ แต่ที่ฟินสุดๆ คือมายองเนสนี่แหละ อร่อยเข้มข้นไม่เปรี้ยวจี๊ด มันเข้ากับมันฝรั่งได้ดีสุดๆ 



เจอเรียกน้ำย่อยเข้าให้แล้วมันยังไม่สุด ใครว่าญี่ปุ่นเป็นจ้าวแห่งตู้หยอดเหรีญต้องลองแวะ FEBO ร้านหยอดเหรียญ ที่มีช่องๆ ไว้ใส่สแน๊ก ของกินเล่น เบอร์เกอร์ ในราคา 2-3 ยูโร ไม่มีเหรียญก็แลกเหรียญได้กับตู้ในร้านเลย ส่องตู้ที่ต้องการ หยอดเหรียญให้พอดีกับราคาแล้วจะเปิดตู้หยิบของออกมากินได้ร้อน (ตู้จะเก็บความร้อน) หยอดเหรียญเกินมักจะไม่ทอน เราหยอด Kroket (พิมพ์แบบดัชช์) คร็อกเก็ตรสแกงกะหรี่ให้น้องชิม

คืนแรกในอัมสเตอดัมเหมือนมีภาพจำย้อนกลับคืนมา ปนกันความสนุกตื่นเต้นเหมือนว่ามาที่นี่ครั้งแรก ฟินและหนาวในแบบที่รอคอยมานาน เราเดินกลับโรงแรมเพื่อหลับเอาแรงและวางแผนสำหรับพรุ่งนี้ พบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดี

Smiley




Create Date : 22 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 8 ธันวาคม 2558 16:00:56 น. 0 comments
Counter : 213 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

aiyazawa9051
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เริ่มขีดๆ เขียนๆ จากไดอารี่ส่วนตัว พอโตขึ้นได้ท่องโลกกว้างจึงอยากเก็บความทรงจำไว้ด้วยการเขียนลงบล็อคตั้งแต่ปี 2006 จากนั้นก็หยุดเขียนเพราะทำงานและติดเฟสบุ๊ค ช่วงนี้จะเน้นลงภาพที่ IG แต่ในบล็อคนี้จะพยายามอัพบ่อยๆ เท่าที่ความขี้เกียจจะอำนวย ^^
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add aiyazawa9051's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.