creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
บทที่ 3 ความสำคัญของคำกริยาภาษาละติน (ตอนที่ 1)


เรียบเรียงจาก The Everything Learning Latin Book (Richard E. Prior, Ph.D.) โดย ศล


คำกริยาภาษาละตินเป็นระบบและมีองค์ประกอบหลายอย่างซึ่งทำให้สับสนได้พอสมควร ผู้เขียนมีคำเตือนสำหรับผู้เรียนว่าอย่ายัดเยียดทั้งหมดเข้าไปในหัวทีเดียว เพราะคุณอาจย่อยความรู้ไม่ทัน ให้ค่อย ๆ จดจำและใช้แบบฝึกหัดเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนรู้ (ไม่ใช่เครื่องทดสอบการเรียนรู้) คุณจะเก่งขึ้นและเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

จำแนกส่วนประกอบคำกริยาภาษาละติน (The Anatomy of a Latin Verb)

คำกริยาภาษาละตินมีการเติมปัจจัยท้ายคำเพื่อบ่งบอกลักษณะห้าประการ นั่นหมายความว่าเวลาเราเจอคำกริยาภาษาละติน นอกเหนือจากความหมายของคำแล้ว เราจำต้องรู้ลักษณะห้าประการนั้นเพื่อแปลมันด้วย

• บุคคล (Person) เช่นเดียวกับภาษาอังกฤษ ภาษาละตินมีสามบุคคล บุคคลที่ 1 หมายถึงผู้พูด (I, We) บุคคลที่ 2 หมายถึงบุคคลที่เราพูดด้วย (You) และบุคคลที่ 3 หมายถึงบุคคลที่เราพูดถึง (He, She, It, They)

• พจน์ (Number) แบ่งออกเป็นเอกพจน์ (Singular) และพหูพจน์ (Plural) เหมือนภาษาอังกฤษ

• กาล (Tense) คำว่ากาลอ้างถึงเวลาที่เกิดการกระทำ (time reference) และมุมมอง (aspect) โดยภาษาละตินมี 3 เวลาอ้างอิง คือ อดีต (past), ปัจจุบัน (present), อนาคต (future) และมี 2 มุมมอง คือ กำลังกระทำ (action in progress), กระทำเสร็จสมบูรณ์แล้ว (action completed) รวมแล้วจึงมี 6 กาล ได้แก่ present (present + in progress), imperfect (past + in progress), future (future + in progress), perfect (present + complete), pluperfect (past + complete) และ future perfect (future + complete)

• มาลา (Mood) มาลาเป็นการแสดงว่าผู้พูดปฏิบัติ (มีทัศนคติ) ต่อการกระทำนั้นอย่างไร ภาษาละตินมี 3 มาลาได้แก่ indicative (มาลาบอกเล่า, ปฏิบัติต่อการกระทำในฐานะความจริง) เช่น I am opening the window. (ฉันกำลังเปิดหน้าต่าง), subjunctive (มาลาความคิด, ปริกัลปมาลา, ปฏิบัติต่อการกระทำในฐานะความคิด) เช่น I might open a window. (ฉันอาจจะเปิดหน้าต่าง) และ imperative (มาลาคำสั่ง, ปฏิบัติต่อการกระทำในฐานะคำสั่ง) เช่น Open the window! (เปิดหน้าต่างหน่อยซิ) ในภาษาอินโด-ยูโรเปียนยังมีมาลาที่แสดงความปรารถนา เรียกว่า optative mood เช่น I'd like to open the window. (ฉันอยากจะเปิดหน้าต่าง) ภาษาละตินเก่ารวม optative เข้ากับ subjunctive ฉะนั้นปริกัลปมาลานอกจากแสดงความคิดแล้วยังแสดงความปรารถนา

• วาจก (Voice) บอกความสัมพันธ์ระหว่างประธานของประโยคกับกริยา หากประธานเป็นผู้กระทำกริยาเรียกว่า กรรตุวาจก (active voice) เช่น He broke the glass. (เขาทำแก้วแตก), หากประธานถูกกระทำโดยกริยา เรียกว่า กรรมวาจก (passive voice) เช่น The glass was broken. (แก้วแตก) กรรมวาจกมีประโยชน์ตอนที่เราไม่รู้ว่าใครทำ รวมถึงไม่อยากยอมรับว่าใครทำตอนเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา ยังมีวาจกที่สามเรียกว่า middle voice ซึ่งผู้กระทำได้รับผลกระทบในแง่ดีขึ้นหรือแย่ลงจากการกระทำ เช่น I bathed the dogs. เป็น active voice และ The dogs were bathed. เป็น passive voice ในส่วนของ middle voice ภาษาอังกฤษจะพูดว่า I bathed the dogs. (เพราะ I can't stand having stinky dogs hanging around the house.)



Person: บุคคลที่ 3 (They หมายถึงพวกเขา)
Number: พหูพจน์ (They มากกว่าหนึ่งคน)
Tense: imperfect (เหตุการ์เกิดในอดีต และ action in progress)
Mood: indicative (บอกเล่าความจริงที่เป็นไป)
Voice: passive (ประธานถูกกระทำ)




Create Date : 30 กรกฎาคม 2552
Last Update : 30 กรกฎาคม 2552 11:41:11 น. 0 comments
Counter : 665 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.