creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
เมื่อคนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัว (ในทุกสถานการณ์)

จากคำขวัญประจำรายการของคุณคำ ผกา สมมติเรายอมรับว่า คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัวในทุกสถานการณ์ (ผมเคยพูดถึงไปแล้วว่าคำอธิบายของเธอนั้นสมเหตุสมผลในบางสถานการณ์ จากตอน (ในบางสถานการณ์) คนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัว) ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเชิงจิตวิทยาและเชิงลอจิกอีกนิดครับ ในเชิงจิตวิทยา มันมีการสื่อสารในระดับที่เราเรียกว่า psychological level ผมขอยกตัวอย่างหนึ่งจากหนังสือคลาสสิก Games People Play ของคุณหมอ Eric Berne เซลล์แมนพูดกับแม่บ้านว่า "ของชิ้นนี้ดีกว่าครับ แต่มันจะแพงเกินไปสำหรับคุณรึเปล่า?" แม่บ้านตอบ "ดิชั้นจะเอาอันนั้นแหละค่ะ" ซึ่งการสื่อสารในระดับ social level ดูเหมือนเป็นการบอกข้อเท็จจริงและตอบรับข้อเท็จจริงธรรมดา ๆ Berne จะบอกว่าระดับนี้เป็นการคุยกันของ adult state กับ adult state แต่สำหรับ psychological level แล้วนั้น เซลล์แมนกำลังส่งข้อความไปยัง child state ของแม่บ้านเพื่อกระตุ้นต่อมอยากเอาชนะของหล่อน ทีนี้ลองมาดูคำขวัญคนที่ไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัว ซึ่งผมเชื่อว่ามันได้สร้าง psychological message คู่ฝาแฝดขึ้นมาในสมองน้อย ๆ ของผู้ฟังว่า ถ้าเธอไม่อยากเห็นแก่ตัว ก็จงเลือกข้าง! และมันเป็นสิ่งถูกที่จะเลือกข้าง เพราะ ถ้าคนที่ไม่เลือกข้างเป็นคนที่เห็นแก่ตัวแล้วคนที่ไม่เห็นแก่ตัวคือคนที่เลือกข้าง ข้อความที่เชื่อมด้วย 'ถ้า...แล้ว...' หลังคำว่า 'เพราะ' นี้จริงครับ เนื่องจาก ¬p → q สมมูลกับ ¬q → p ทำให้ (¬p → q) → (¬q → p) เป็นจริงทุกกรณี หรือถ้าเราวาดแผนภาพเวนน์กับออยเลอร์ โดยวาดให้วงทุกคนที่ไม่เลือกข้างอยู่ภายในวงคนเห็นแก่ตัว มันจะบังคับให้วงคนที่ไม่เห็นแก่ตัวอยู่ภายในวงคนที่เลือกข้าง

แต่อย่าหลงกลเชียว psychological message ที่ว่า 'ถ้าเธอไม่อยากเห็นแก่ตัว ก็จงเลือกข้าง!' นั้นเป็นการสรุปที่ไม่สมเหตุสมผลนะครับ (ถึงแม้ว่า ถ้าคนที่ไม่เลือกข้างเป็นคนที่เห็นแก่ตัวแล้วคนที่ไม่เห็นแก่ตัวคือคนที่เลือกข้าง จะสมเหตุสมผล) การที่คนที่ไม่เห็นแก่ตัวคือคนที่เลือกข้างมีค่าความจริงเป็นจริง ไม่ได้แปลว่า คนที่เลือกข้างไม่ได้เป็นคนที่ไม่เห็นแก่ตัว นั่นคือ (¬q → p) → (p → ¬q) ไม่ได้เป็นสัจนิรันดร์ มีกรณีที่ p = q = T ที่ ¬q → p จริง แต่ p → ¬q เท็จ หรือกรณีดังแผนภาพด้านล่าง เมื่อ n(เห็นแก่ตัว) + n(ไม่เห็นแก่ตัว) = n(ไม่เลือกข้าง) + n(เลือกข้าง)



นั่นคือ คำพูด "คนไม่เลือกข้างเท่ากับเห็นแก่ตัว" จึงไม่ได้บอกอะไรทางตรรกะว่า "คนที่เลือกข้างไม่ได้เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว" เลยสักนิดเดียว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคำพูดหรือคำขวัญดังกล่าวเป็นคำที่มีอำนาจทำให้คนบางคนฟังแล้วรู้สึกว่าต้องเลือกข้าง อาจจะเพราะความเห็นแก่ตัวของคนเหล่านั้นที่ไม่อยากเป็นคนเห็นแก่ตัว

ใครจะไปรู้ว่าบนโลกแห่งความเป็นจริง จะไม่ใช่ภาพนี้ เมื่อ n(เห็นแก่ตัว) + n(ไม่เห็นแก่ตัว) = n(ไม่เลือกข้าง) + n(เลือกข้าง), และ n(ไม่เห็นแก่ตัว) = 0



ถ้าหากวันใดคุณได้ยินเพื่อนรักกำลังงัดวาทะเด็ดมาจิกกัดคุณว่า "คนไม่เลือกข้างเท่ากับคนเห็นแก่ตัว" ลองถามกลับไปว่า "แล้วคนเลือกข้างล่ะ ไม่เห็นแก่ตัวเหรอ" (อย่าลืมตีหน้าแบ๊ว)


Create Date : 25 ธันวาคม 2554
Last Update : 25 ธันวาคม 2554 18:28:06 น. 1 comments
Counter : 1251 Pageviews.

 
อ่านแล้วซีพียูในสมองผมประมวลไม่ทัน อิอิ แต่ผมก็เลือกข้างครับ คือฝ่ายที่สามซึ่งไม่เลือกทั้งสองฝั่งนั้น


โดย: Nanatakara วันที่: 25 ธันวาคม 2554 เวลา:19:14:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.