creatio ex nihilo

ศล
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 85 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ศล's blog to your web]
Links
 

 
15 พ.ค. 2550

โครงงานของทีมประเทศไทยไม่มีข้อละเมิดกติกา จึงไม่ต้องแก้ไข (Project Violation Clearance) โดยปกติช่วงเวลาตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 10 นาฬิกา Exhibition Hall จะเปิดให้เฉพาะ Finalists ที่ต้องแก้ไขโครงงานเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ และเปิดให้ Finalists คนอื่นๆ เข้าไปดูแลความเรียบร้อยได้อีกครั้งในช่วงเวลา 10.00 – 11.30 น. วันนี้และวันพรุ่งนี้บุคคลที่ไม่ใช่ Finalists ไม่สามารถเข้าไปใน Hall ได้ และหลังจาก 11.30 น. เป็นต้นไป Hall จะปิดเพื่อให้คณะกรรมการได้เดินดูโครงงานที่ตนเองสนใจอย่างอิสระในช่วงบ่าย ดังนั้นทุกอย่างต้องเตรียมให้พร้อมเหมือนวันตัดสินจริง ปัญหาที่เกิดขึ้นกับนักเรียนของเราในวันนี้มี 2 ข้อ แม้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่มากนัก แต่เราน่าจะเตรียมพร้อมได้ในครั้งต่อไป คือ (1) เราไม่ได้เตรียมอุปกรณ์แปลงขนาดหัวปลั๊กไฟมาด้วย ดังนั้นจึงลำบากในการหาอุปกรณ์แปลงที่นี่ (2) นักเรียนที่ต้องการแสดงตัวอย่างโปรแกรม หรือไฟล์วีดีโอสาธิตการใช้งาน ตั้งค่ารักษาหน้าจอคอมพิวเตอร์เอาไว้ ทำให้จอดับ และไม่ได้เขียนข้อความบอกให้กรรมการรู้ว่ามีตัวอย่างแสดง

ในปีนี้มีเหตุการณ์น่ายินดีเรื่องหนึ่ง คือมีนักเรียนไทย นายพีรเดช บางเจริญทรัพย์ หรือน้องโอ ได้ร่วมรับประทานอาหารเที่ยงกับ panelists ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลและนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก เนื่องจากคำถามที่น้องโอส่งเข้าไปถาม panelists ในงาน Excellence in Science and Technology Panel ที่จะจัดขึ้นในตอนบ่ายนั้นได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 36 คำถาม และเป็นเด็กนักเรียน 1 ใน 36 คนจากทั่วโลกที่ได้รับเกียรติ


เวลา 14.00 – 16.00 น. มีงาน Excellence in Science and Technology Panel ซึ่งเป็นรายการถามตอบปัญหาโดยนักเรียนและกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำ สถานที่จัดงานคือ Kiva Auditorium, ACC เป็นงานที่น่าสนใจมาก และน่าเสียดายที่ทีมของเรามีผู้อยู่ร่วมงานเพียงไม่กี่คน

หลังจาก Elizabeth Marincola กล่าวต้อนรับและเปิดงาน ก็เป็นการแนะนำตัวผู้ดำเนินรายการคือ Dr.Joe Palca ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการเผยแพร่ข่าวสารวิทยาศาสตร์ทาง National Public Radio และต่อด้วยการแนะนำ panelists ทั้ง 6 คน ใน 6 คนนี้เป็นNobel Laureate 5 คน และ ผู้ได้รับ Herschel Medal จาก Royal Astronomical Society 1 คน

รูปแบบของงานคือให้นักเรียน 36 คนที่เตรียมคำถามไว้แล้ว ออกไปยืนถามหน้า panel ตามลำดับที่ผู้ดำเนินรายการเรียก ต่างจากปีที่ผ่านมา ซึ่งนักเรียนต้องแย่งกันต่อแถวเพื่อตั้งคำถาม

Jocelyn Bell Burnell

เธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวใน panelists นักดาราศาสตร์ผู้พบสัญญาณวิทยุจาก Pulsars ในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก โดยมี Antony Hewish ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลโนเบลจากการค้นพบ Pulsars เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา (แต่เธอไม่ได้รับส่วนแบ่งในรางวัลนี้ด้วย) คำถามที่เจาะจงถามเธอส่วนใหญ่เกี่ยวกับบทบาทของผู้หญิงในแวดวงวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งดาราศาสตร์ มีคำถามหนึ่งถามว่าเธอจัดเป็นนักวิทยาศาสตร์ประเภทไหน เธอตอบว่าเธอเป็นกลุ่มที่ทำงานหนักเพื่อค้นหาสิ่งที่ต้องการค้นหา และเมื่อมีนักเรียนถามว่าหากเธอมีอำนาจการเมือง เธอจะพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์อย่างไร คำตอบนั้นสั้นกระชับแต่เรียกเสียงปรบมือเฮสนั่น Auditorium “ก็ต้องเริ่มด้วยการขึ้นเงินเดือนให้กับครูสอนวิทยาศาสตร์”

Robert F. Curl

นักเคมีรางวัลโนเบลปี 1996 จากผลงานค้นพบFullerene หรือ Buckyballs (ตั้งตามชื่อ Richard Buckminster Fuller) ซึ่งเป็นตระกูลหนึ่งของรูปร่างคาร์บอน (Carbon allotropes) ซึ่งเป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยคาร์บอนล้วนๆ ในรูปทรงหลากหลาย อาทิ โพลงทรงกลม รูปไข่ (Ellipsoid) หรือเป็นท่อ (Carbon nanotubes) ผมจำประโยคหนึ่งที่น่าสนใจ Curl ตอบคำถามของนักเรียนว่า สิ่งที่แยกความแตกต่างระหว่างนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล กับนักวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่ได้รางวัลโนเบล ส่วนหนึ่งมาจากความบังเอิญว่าใครเข้าไปพบธรรมชาติส่วนนั้นก่อนกัน

Dudley Herschbach

นักเคมีรางวัลโนเบลปี 1986 จากผลงานศึกษาเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการเกิดปฏิกิริยาเคมีของอนุภาคมูลฐาน Joe Palca พูดหยอกล้อว่าเป็นคนที่โชคดีที่สุดในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลที่มาร่วมงานนี้ เพราะเป็นปีสุดท้ายที่เงินรายได้จากรางวัลไม่ต้องนำไปหักภาษี Herschbach เป็นคนตอบคำถามของนักเรียนไทย

น้องโอถาม “คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับรางวัล Ig-Nobel” (มีผู้ร่วมฟังหลายคนโห่ร้องปรบมือชอบใจคำถามนี้) Herschbach ตอบว่า นี่เป็นรางวัลที่แสดงให้คนทั่วไปมองเห็นด้านร่าเริงสนุกสนานของวิทยาศาสตร์ และยกตัวอย่าง Murphy's Law ที่เคยได้รับรางวัล Ig-Nobel สาขาวิศวกรรมศาสตร์ "If there are two or more ways to do something, and one of those ways can result in a catastrophe, someone will do it" (ถ้ามีหนทางสู่ความผิดพลาด ความผิดพลาดจะเกิดขึ้น) นิตยสาร Nature วิจารณ์รางวัลนี้ไว้ว่า งานวิจัยที่เรียกเสียงหัวเราะก่อน แล้วค่อยตามด้วยการชวนให้ใช้ความคิด

Leon Lederman

นักฟิสิกส์รางวัลโนเบลปี 1988 จากงานวิจัยเกี่ยวกับนิวตริโน (neutrinos) คำถามประมาณ 1 ใน 5 จากนักเรียนอเมริกันปีนี้เกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อน (Global Warming) มีทั้งถามความคิดเห็น และถามแนวทางแก้ปัญหา ซึ่ง Joe Palca ได้ออกตัวแทนเหล่า panelists ไปแล้วว่าทั้งหมดไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม มีประเด็นหนึ่งที่ Lederman พูดไว้น่าสนใจคือ วิทยาศาสตร์กับการเมือง การขอทุนวิจัยจากรัฐบาลย่อมหนีนโยบายด้านการเมืองไม่พ้น และอีกหนึ่งคำตอบเมื่อมีนักเรียนถามถึงดาบ 2 คมของวิทยาศาสตร์ ทั้งในแง่การดัดแปลง ทำลายสิ่งแวดล้อม การสร้างอาวุธสงคราม Lederman ตอบติดตลกว่าเขาโชคดี เพราะงานวิจัยของเขานั้นให้ความสำคัญกับอนุภาคที่ไร้ประโยชน์ที่สุดในเอกภพ นั่นคือนิวตริโน และให้เหตุผลที่น่าฟังว่าวิทยาศาสตร์แง่ลบที่พูดถึงนั้นคือการประยุกต์ใช้และเข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยการสอดแทรกของการเมือง การตลาด และเศรษฐกิจ ไม่ใช่พิษภัยที่มาจากวิทยาศาสตร์โดยตัวของมันเอง

Horst Stormer

นักฟิสิกส์รางวัลโนเบลปี 1998 จากการค้นพบการเคลื่อนที่แบบแปลกประหลาดของอิเล็กตรอนในชั้นบางของสารกึ่งตัวนำ มีประมาณ 2-3 คำถามที่นักเรียนถามเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์กับศาสนาหรือพระเจ้า Stormer เป็นคนหนึ่งที่บอกว่าเขาเองยังไม่พอใจสำหรับคำอธิบายบางปรากฏการณ์โดยใช้คำตอบทางศาสนา เขาเชื่อว่ามีคำตอบที่สมเหตุสมผลรออยู่ให้คนค้นพบ อาจต้องใช้เวลาที่ยาวนาน เขาไม่ได้ปฏิเสธศาสนา เพียงแต่กล่าวว่าเราไม่จำเป็นต้องนำ 2 เรื่องนี้เข้ามาคิดร่วมกัน อีกคำถามที่น่าสนใจคือ trend ของวิทยาศาสตร์จากศตวรรษแห่งฟิสิกส์ที่ผ่านพ้นไป สู่ศตวรรษแห่งชีววิทยา นักเรียนถามว่าศตวรรษหน้าจะเป็นยุคของสาขาใด Stormer ตอบว่าแม้กระทั่งปัจจุบันนี้ การศึกษาในระดับลึกแบบเจาะจงนั้นก็อาศัยศาสตร์ร่วมกันหลายแขนง และเชื่อว่าชีววิทยาเป็นวิชาที่มีขอบเขตกว้างขวางและสามารถนำความรู้สาขาอื่นไปผนวกได้อย่างไม่จำกัด

Kurt Wüthrich

นักเคมีรางวัลโนเบลปี 2002 จากงานวิจัย NMR (Nuclear Magnetic Resonance)คำถามอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งนักเรียนชอบถามคือ อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือเริ่มรู้ตัวว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เมื่อไร หรือตอนเด็กนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้อยากเป็นอะไร Kurt Wüthrich บอกว่าเขาอยากเป็นนักยิมนาสติก และเมื่อมีนักเรียนถามต่อว่าเขาต้องทิ้งความฝันการเป็นนักยิมนาสติกเพื่อเป็นนักเคมีหรือไม่ เขาตอบว่าไม่ เพราะปัจจุบันนี้เขาก็ยังสอนยิมนาสติกเมื่อมีเวลาว่าง และย้ำว่าเราไม่จำเป็นต้องทิ้งสิ่งหนึ่งเพื่อเป็นอีกสิ่งหนึ่ง สิ่งสำคัญอยู่ที่การแบ่งเวลา

หลังจากจบ 36 คำถาม และยังมีเวลาเหลืออีกเล็กน้อย Joe Palca เชิญให้นักเรียน Finalists คนอื่นๆ ตั้งคำถาม และมีนักเรียนหลายคนกรูกันออกไปตั้งแถว คำถามส่วนมากจะเป็นคำถามตลก สนุกสนานเช่นนักเรียนหญิงคนหนึ่งถาม Lederman ว่ามีสัตว์เลี้ยงหรือไม่ ถ้ามี เขาชอบสัตว์อะไร Lederman ตอบว่า “poodle” งาน Excellence in Science and Technology Discussion Panel สิ้นสุดเวลา 16.00 น. นักเรียนหลายประเทศเข้าไปถ่ายรูป และขอลายเซนต์

มีเวลาร่วมสองชั่วโมงก่อนเริ่มงานเลี้ยง Welcome Event ผม น้องโอ กับคุณแอ๋ว (สุปราณี) จึงเดินชมนิทรรศการซึ่งจัดขึ้นโดยมหาวิทยาลัยแห่ง New Mexico และหน่วยง่านอื่นๆ

เวลา 19.00 น. มี New Mexico Host Committee Welcome Event จัดขึ้น ณ ลาน Civic Plaza ด้านนอก ACC ซึ่งเป็นงานเลี้ยงที่ทาง Host Committee จัดต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน Intel ISEF 2007 ทั้งหมด นอกจากอาหาร ภายในงานยังมีการแสดงดนตรี และมีการสอนเต้น salsa แบบละติน แต่สภาพอากาศไม่อำนวย ฝนตก เราจึงไม่ได้อยู่จนจบงาน




Create Date : 01 กรกฎาคม 2550
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 23:53:30 น. 1 comments
Counter : 929 Pageviews.

 
โต๊ะจีนป่ะครับเนี่ย


โดย: เจ้าชายไร้เงา วันที่: 8 กรกฎาคม 2550 เวลา:12:21:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.