! ที่นี่ ! เราเลิกเขียนแล้วครับ ..กับเรื่องธรรมดา ที่คุณสามารถหาอ่านที่ไหนก็ได้
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2562
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 ธันวาคม 2562
 
All Blogs
 
ใครสะอื้น



            เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ด้านหน้าจอคอมพิวเตอร์แผดดังขึ้น  ตอนที่มือซ้ายของศันสนีย์กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอยู่บนคีย์บอร์ด  ส่วนมือขวาก็กำลังรัวนิ้วชี้คลิกย้ำถี่ๆ อยู่บนเมาส์อย่างเมามัน  เวลานั้น เป็นช่วงเวลาแห่งความลุ้นระทึก  เพราะชีวิตและความเป็นตายของตัวละครในเกม ขึ้นอยู่กับมือของเธอนั่นเอง

            “เออ  ว่าไง  รีบพูดเร็วๆ  ฉันวอร์อยู่”

            ศันสนีย์ละมือซ้ายออกจากคีย์บอร์ดด้วยความไวภายในเสี้ยววินาที  กดปุ่มรับสายและปุ่มเปิดลำโพงให้เสียงคู่สนทนาดังขึ้น  ด้วยไม่อาจละสมาธิไปจากภาพและเสียง ที่ปรากฏอยู่บนจอคอมพิวเตอร์ในตอนนี้ได้

            “แก..  หอพักฉัน  เขาพูดกันว่า มีผีว่ะ”
            “อ่ะ เจอผีเหรอ  แกไปที่แมพกลางนะ  วิหารเซ็นต์เอเธร่าอ่ะ  จะมีน้ำมนต์กับยันต์ขาย  ช่วยกันผีได้”
            “ยัยศัน!  ตลกมากไหม  ฉันไม่ได้หมายถึงในเกมนะยะ  นี่ผีของจริง”

            เรียบร้อย..  ภาพในจอกลายเป็นสีเทา  ตัวละครของเธอโดนผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามบุกเข้ามาประชิดตัว  และทำการสังหารจนลงไปนอนกองกับพื้น  เป็นอันจบชีวิตของตัวละครในเกม  ศันสนีย์ปล่อยมือออกจากเม้าส์ ชะโงกหน้าเข้าไปเกือบชิดจอ  พร้อมกับเพ่งมองชื่อตัวละครของอีกฝ่าย  GTWahaha  หัวหน้ากิลด์ School Boys คู่ปรับตลอดกาลของกิลด์เธอนี่เอง

          ฝากไว้ก่อนเถอะ  ไว้รอคุยโทรศัพท์เสร็จก่อน  แม่จะกดกลับจุดเกิด  แล้วเป็นฝ่ายมาตามฆ่าบ้าง..

            “อ่ะ ตัวละครฉันตายละ เพราะแกแท้ๆ นังรอย  อยากคุยอะไร คุยมา เต็มที่เลย”

            ศันสนีย์ฟุบหน้าลงแนบไปกับโต๊ะคอมอย่างอ่อนล้า  หลังผ่านสมรภูมิรบในเกมมายาวนานกว่าห้าชั่วโมง  พอเหลือบมองดูนาฬิกาบนจอคอมก็เห็นว่า เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว  ยังพอมีเวลาเหลือสำหรับฝึกเขียนนิยาย  วันนี้ เธอตั้งใจว่าจะใช้พลังสมาธิจดจ่อ ใช้เวลาเขียนสักห้านาที  เอาสักสองสามบรรทัดพอ  ที่เหลือกลับมาเล่นเกมต่อสิ ..รออะไร

            “เรื่องมันเป็นอย่างนี้..  วุ้ย พูดแล้วขนลุก”

            นังรอย หรือชื่อเต็มคือ รอยจันทร์  เพื่อนสาวที่รู้จักกันผ่านเกมออนไลน์  ศันสนีย์ถูกชะตาในนิสัยใจคอของอีกฝ่าย จนพัฒนามิตรภาพคบหาเป็นเพื่อนกันมาหลายปี  รอยจันทร์เป็นสาวโสดเช่าหอพักอยู่ตัวคนเดียว  ฉากหน้ายามกลางวันคือหัวหน้าแผนกบุคคลในบริษัทแห่งหนึ่ง  ส่วนกลางคืน นางสวมบทบาทเป็นหัวหน้ากิลด์เล่นเกมร่วมกับศันสนีย์เพื่อผ่อนคลายตัวเอง

            “ที่หอของฉันน่ะ  ห้องข้างบนมีผู้หญิงสองคน เขาเช่าห้องอยู่ด้วยกัน  แล้วเมื่อกี้นี้เลย ฉันเพิ่งกลับมาจากทำงาน  บังเอิ๊น.. บังเอิญเจอเข้ากับคนห้องข้างบนที่ว่านี่   แกเชื่อป่ะ เห็นหน้ากันมาหลายปี  ฉันเพิ่งรู้ว่า เขาชื่ออรวรรณ”

            “เมื่อไหร่  ผีจะออกมาฟระ  เล่าตอนผีโผล่เลยได้ไหม”
            “ยัยศัน  ถ้าไม่ตั้งใจฟัง  ฉันไล่แกออกกิลด์นะ”
            “อุ้ย.. คุณรอย เล่าต่อเลยค่ะ ชื่ออรวรรรณ แล้วยังไงต่อคะ น่าสนใจมากค่ะ”

            ศันสนีย์ที่กำลังนอนแนบแก้มกับโต๊ะคอม แสร้งทำเสียงตื่นเต้นเอาใจ  ดวงตาเริ่มปรือด้วยรู้สึกง่วงขึ้นมา  สืบเนื่องจากร่างกายเข้าสู่ภาวะงดหลั่งสารอะดรีนาลีนชั่วขณะ

            “ฉันก็เลยยืนคุยกับคุณอรวรรณอยู่ตั้งนาน  ต่างคนต่างเพิ่งเลิกงาน กลับมากันไง  หน้าตาเขาดูกลัวมากเลยนะ ตอนเล่าเรื่องนี้ให้ฉันฟังอ่ะ  เขาเล่าว่า  เมื่ออาทิตย์ก่อน  เขาเจอเรื่องแปลกๆ  ไม่เห็นเป็นตัวเป็นตนหรอกนะ  แต่เขาได้ยินเสียงร้องไห้ให้ได้ยินทั้งคืนเลย”

            “แล้วเขามีได้ถามไหมว่า  ผีจ้ะ  ผีมาร้องหาอะไร”

            “เป็นแกก็ตลกได้สิ  แต่ฉันอยู่ที่นี่นะยะ  พอได้ยินแบบนี้  ฉันก็ชักจะกลัวๆ ขึ้นมาล่ะเนี่ย  เดี๋ยวก่อนนะ! ทำไมเสียงแกเงียบไป  แกเปิดลำโพงใช่ไหม  ปิดเดี๋ยวนี้เลยนะ  เอาโทรศัพท์แนบหู แล้วตั้งใจฟังเดี๋ยวนี้”

            “เยส มาย ลอร์ด”  นังหอยหลอด  ดันรู้ด้วยนะว่า เรากำลังจะหลับ.. 

            นอนอยู่แบบนี้ไม่ดีแน่  อาจมีสิทธิ์เผลอหลับได้  คิดได้แบบนั้นแล้ว ศันสนีย์จึงลุกขึ้นจากโต๊ะคอม  หยิบเอามือถือขึ้นแนบหู  บิดตัวไปมาขับไล่ความเมื่อยล้า  ก่อนเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา  สุนัขที่กำลังนอนอยู่หน้าประตูหันมองหน้าเจ้าของ พลางกระดิกหางอยู่กับที่ให้สองสามที  ก่อนหันกลับไปสนใจนกที่บินมาเกาะอยู่บนรั้วหน้าบ้านต่อ

            “เมื่อไหร่ คุณรอยจะเล่าจบคะ”

            “ยังไม่จบ  มันไม่จบง่ายๆ หรอก  แล้วไม่ใช่แค่เสียงร้องไห้นะ  คุณอรวรรณเขาพูดถึงชั้นไม้โบราณ  ไม่รู้ใครเอามาวางไว้หน้าห้องเขา  แต่คิดว่า น่าจะของห้องตรงข้ามย้ายมาอยู่ใหม่นั่นแหละ  พอไอ้ชั้นนี้มาวางปั๊บ  คืนนั้นเสียงร้องไห้มาปุ๊บเลย”

            “จะบอกว่า ตู้ซ่อนผี  ชั้นวางของซ่อนผี ว่างั้นเหอะ”
            “ฉลาด!  เพิ่งเห็นแกฉลาดก็วันนี่แหละ  นี่ฉันก็คิดเหมือนแกเปี๊ยบเลยนะ  ถ้ามีผีจริง  ผีมันต้องมากับชั้นไม้ตัวนี้แหละ”
            “ถ้ารู้สาเหตุแล้ว  ก็เอาไปทิ้งสิ”

            ศันสนีย์ค่อยๆ เอนตัวพิงไปกับพนักโซฟา  ผ่อนคลายตัวเองจากอิริยาบถเดิมคือ นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์มาเป็นเวลานาน

            “ประเด็นคือ ชั้นวางของนั่น มันหายไปแล้วน่ะสิ  แก๊.. ยัยศัน  ฉันกลัวง่า”

            “ไม่ต้องกลัวนะคะ คุณรอย  ผีน่ะ มันไม่หลอกคนสติไม่ดีหรอก  หรือถ้าจะหลอกจริงๆ  มันก็ต้องตะเวนหลอกพวกที่อยู่ชั้นสองให้ครบทุกห้องก่อน  แล้วค่อยลงมาเดินสายหลอกคนชั้นล่างนะคะ”

            “ยัยศัน! 

            จู่ๆ เสียงของรอยก็แผดดังขึ้นอย่างปุบปับกะทันหัน  ศันสนีย์ผู้ซึ่งเอาเครื่องโทรศัพท์ออกห่างหูไม่ทันถึงกับเบ้หน้า  รู้สึกปวดหูขึ้นมาทันใด เพราะได้ยินเสียงตะโกนกรอกอยู่แนบหู

            “ท่าจะไม่ไหวแล้วล่ะ  มือถือฉันไม่ค่อยดี  มันรวนๆ  เนี่ยปุ่มลำโพงเกิดติดขึ้นมาเองเฉยเลย  หูแทบแตก”  เธอบอกกับปลายสายด้วยน้ำเสียงขอความเห็นใจ

            “ไม่เป็นไร  คุยแบบเปิดลำโพงก็ได้  ห้ามวางสายฉันเด็ดขาด”
            “ทำไม ไอ้เรื่องรู้ทันนี่เก่งนัก  คืนนี้แหละ  แกเจอผีแน่  นังรอย”
            “มาเลย.. ไม่กลัวหรอก  เพราะตอนนี้ ฉันเก็บเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว  คืนนี้จะไปนอนกับแม่จ้า  อยากหลอกใครเชิญหลอกไปก่อน  ยกเว้นนังรอยคนนี้จ้า”
            “อ่า แสดงว่า คืนนี้จะไม่ได้เจอแก เพราะแกไม่ได้เข้าเกมใช่ไหม  ดีใจจุงเบย”
            “อย่าฝัน  เดี๋ยวฉันไปเล่นร้านเน็ตแถวบ้านแม่เอาย่ะ” 

            จากที่แสดงออกก่อนหน้าว่า กำลังตกอยู่ในอาการกลัว  เวลานี้ น้ำเสียงปลายสายกลับมาร่าเริงอีกครั้ง  แว่วได้เสียงปิดประตู พร้อมด้วยเสียงไขแม่กุญแจล็อกห้องดังแทรกมาตามสาย  เป็นอันรับทราบว่า รอยจันทร์ได้ทำการสละฐานที่มั่นของตนเองเป็นที่เรียบร้อย  ทว่าเจ้าตัวยังไม่ยอมวางสาย  เรียกง่ายๆ ว่า ยังไม่ยอมจบ นั่นเอง

            “ไหนๆ ผีมันก็หลอกแกไม่ได้แล้วนี่  งั้นแค่นี้นะ”
            “เดี๋ยวก่อนสิ  แกรีบเหรอ  ฉันยังไม่รีบเลย  แป๊บนะ เรียกแท็กซี่ได้พอดี ขอบอกทางคนขับแป๊บ  แกห้ามวางนะ”

            ศันสนีย์ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวทุกอย่าง  ทั้งเสียงเปิดประตูรถ และเสียงเพื่อนของตนกับคนขับแท็กซี่สนทนากัน  เธอเปลี่ยนอิริยาบถอีกครั้ง  คราวนี้ ปล่อยตัวลงนอนแผ่ไปบนโซฟา  เอาโทรศัพท์วางข้างศีรษะตัวเองบนหมอนอิงที่นำมาหนุนนอน

            “ฮัลโหล  ยัยศัน  ฮัลโหล”
            “เออ  ฟังอยู่”
            “เนี่ย.. แล้วฉันก็นึกอะไรขึ้นมาได้  เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว  แกมาค้างที่ห้องฉันนี่หว่า  ฉันก็เลยอยากจะถามว่า แกได้ยิน หรือ เจออะไรแปลกๆ มั่งไหม  คืนนั้นอ่ะ”

            คำถามของเพื่อนทำให้หัวสมองต้องทำงานหนัก  เธอพยายามย้อนความทรงจำของตัวเองกลับไปในช่วงเวลานั้น  พยายามลำดับภาพเหตุการณ์ขึ้นในหัว ตามประสาคนมีจินตนาการสูง  ทว่าฝีมือการเขียนนิยายช่างตรงกันข้ามสิ้นดี  

 
            คืนนั้น  ศันสนีย์จำได้ว่า ตัวเองออกจากห้องของเพื่อนตอนสี่ทุ่ม  เดินไปยังร้านสะดวกซื้อในละแวกนั้น เพื่อหาซื้อพวกขนมของกินเล่น  แสงไฟยามราตรีสว่างไสว  ผู้คนและรถรายังคงสัญจรกันขวักไขว่  ประสาอะไรกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลที่ยังนั่งเล่นเกมอยู่อย่างเมามัน  ขณะที่เธอเดินกลับมาถึงหอพักของเพื่อน  ทำนองเพลงจากการ์ตูนยอดฮิตซึ่งตั้งเป็นสายเรียกเข้าก็แผดดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบในเวลานั้น

            มีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นดังแว่วมา  ทันทีที่ปลายนิ้วกดโดนปุ่มรับสาย

            “ฮือ ฮือ ฮือ ..ฮืด..ฮืด. ฮือ ..ฮือ.ฮือ ..ฮืด..ฮืด..

            “โทรมาร้องไห้  ไม่พูดอะไร  วางนะ”

            ศันสนีย์ชักสีหน้าระอา  เหลือกตามองบน  รู้สึกเหนื่อยหน่ายจิตใจ  แต่ก็จำต้องรับสายของบุคคลนี้ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ฉันเพื่อนสนิท

            “ฮือ..  ยัยศัน  โก้เขานอกใจฉันอีกแล้ว  เขามีผู้หญิงคนใหม่  ฮือ..

            “ฉันบอกให้แกตัดใจจากมันมากี่ครั้งแล้ว  อุตส่าห์พูดบอกมาตลอด  แกไม่เคยฟังฉันเลยใช่ไหม  ถึงเวลาก็โทรมาร้องห่มร้องไห้  บอกตามตรงนะ  ฉันเบื่อที่จะฟังแกเต็มทีแล้ว  โทรไปหาคนอื่นเถอะ  ยัยปาล์ม”

            “ฉันไม่มีใครจริงๆ ศัน  ..ฮืด..  แกช่วยรับฟังฉันหน่อยเถอะ  ..ฮืด..  ฉันทุกข์ใจจริงๆ นะ”

            เสียงพูดปนสะอื้นจากปลายทางทำให้เธอใจอ่อนตามเคย  หน้าหอพักไม่มีเก้าอี้หรือม้านั่งพัก  ด้วยเหตุนี้  ศันสนีย์จึงเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนขั้นบันได  ทางเดียวที่จะนำไปสู่ชั้นสองของหอพักแห่งนี้

            นั่งฟังไป ตบยุงไปสักพัก ตัวเองก็เริ่มทนไม่ไหว  พลันสายตาไพล่มองขึ้นไปด้านบนเห็นชั้นไม้ตัวหนึ่ง วางตั้งอยู่หน้าห้องของผู้เช่ารายอื่น  ศันสนีย์จึงพาตัวเองเดินขึ้นบันไดไป  ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อสังเกตเห็นตรงส่วนที่ทำเป็นลิ้นชักชั้นล่างสุด  มีกุญแจสำหรับปิดล็อกเสียบคาอยู่

            ความคิดอันบรรเจิดโลดแล่นขึ้นมาทันที  เธอกระซิบกระซาบกับปลายสาย  ด้วยติดเกรงใจผู้เช่าห้องอื่นที่อาจกำลังนอนหลับพักผ่อนกันอยู่ในเวลานั้น

            “ปาล์ม  เอางี้นะ  แกอยากพูด อยากระบายอะไร  จัดมาเต็มที่เลย  ฉันจะรับฟังทั้งหมด แต่ถ้าฉันเงียบไป  แสดงว่าฉันคงหลับนะ  ปวดๆ หัวอ่ะ ไม่ค่อยสบาย กินยาแล้วเนี่ย  ไม่รู้จะหลับไปตอนไหน  ไม่ว่ากันนะ”

            “ฮือ.. ก็ได้  แต่แกต้องไม่วางนะ ศัน  ..ฮึด.. ฟังฉันหน่อยนะ ฉันไม่มีใครแล้วจริงๆ  ฮือ..
            “โอเคๆ  อ่ะ ระบายออกมาซะนะ ฉันฟังอยู่”

            ปากว่า แต่มือค่อยๆ วางโทรศัพท์ใส่ในลิ้นชัก  ก่อนค่อยปิดประตูและหมุนกุญแจปิดล็อกอย่างเบามือที่สุด  เธอค่อยย่องลงบันได พยายามไม่ทำให้เกิดเสียงฝีเท้า  ย้อนกลับไปยังห้องของรอยจันทร์เพื่อเล่นเกมด้วยกันต่ออย่างสนุกสนาน  จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนเกือบสว่าง  ศันสนีย์จึงออกจากห้องอีกครั้ง  เพื่อมาไขกุญแจลิ้นชักนำโทรศัพท์มือถือกลับคืนไป

            ไม่รู้เหมือนกันว่า ปาล์มวางสายไปตอนไหน  แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้อยู่ในความใส่ใจ  มันเกิดขึ้นซ้ำซากเวียนวนอยู่ตลอด  เพื่อนสาวคนนี้โทรมาเกือบทุกเดือน  บางครั้งก็ถี่จนเรียกได้ว่า แทบทุกสัปดาห์  ศันสนีย์ไม่โทษฝ่ายชาย  ถ้าจะมีอะไรผิดก็คงเป็นที่เพื่อนของตน เป็นฝ่ายไม่ยอมตัดใจเองเสียมากกว่า

            พอความคิดไล่มาจนถึงตรงนี้  ศันสนีย์ก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้  ถ้าหากในคืนนั้น  โทรศัพท์เจ้ากรรมดันเกิดรวนขึ้นมา  มันก็มีความเป็นไปได้ ที่เสียงร้องไห้ของปาล์มจะดังโหยหวนขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบสงบของคืนค่ำ  บางที นี่อาจเป็นสาเหตุที่แท้จริงของเสียงปริศนา  เสียงร้องไห้ลึกลับที่เขย่าขวัญสั่นประสาทผู้เช่าที่หอพักแห่งนั้น  จนไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืนเป็นแน่แท้
           

            “..ว่าไงล่ะ ยัยศัน  ฉันถามแกอยู่นะยะ ว่าคืนนั้น  เจออะไรแปลกๆ บ้างไหม”

            เสียงรอยจันทร์ดังขึ้น กระชากศันสนีย์ออกจากภวังค์  หญิงสาวผู้กำลังเอนตัวนอนอยู่อย่างสบาย ส่งเสียงตอบรับกลับไป

            “ไม่เจออะไรเลย  ฉันว่านะ ที่หอแกน่ะ  ไม่มีผีหรอก  สบายใจได้”
            “แต่เขาได้ยินเสียงร้องไห้กันนะ  มันจะไม่มีอะไรได้ยังไง  ว่าแต่..แกเป็นอะไรรึเปล่า  ร้องไห้ทำไม”
            “ใครร้องไห้กัน  ฉันนอนคุยกับแกอยู่เนี่ย”
            “แต่ฉันได้ยินเสียงร้องไห้  แกเปิดทีวีทิ้งไว้หรือ”
            “เปล่า.. เอาเป็นว่า แกเชื่อฉันเถอะ รอย  หอแกไม่มีผีหรอก  เพราะคืนนั้น  ยัยปาล์มมันโทรมาหาฉัน  ฉันเลยเอามือถือไปวางไว้ในลิ้นชักชั้นวางของ  ตัวที่อยู่บนชั้นสองนั่นแหละ  ฝีมือฉันเอง”
            “แกจะบอกว่า เสียงร้องไห้นั่นของยัยปาล์มอย่างนั้นเหรอ”
            “อือ”
            “ปะ ปาล์ม ดะ เดียวกันไหม”
            “มีปาล์มเดียวนั่นแหละ”
            “อึ๋ย! แต่ปาล์มมันเสียไปเป็นปีแล้วนะ  นี่มันยังอยู่อีกเหรอ”
            “มันก็โทรมาหาฉันอยู่เรื่อยๆ นั่นแหละ”
            “งั้นแค่นี้นะ”
            “เดี๋ยวสิ  แล้วคืนนี้ แกจะเข้าเกมมาไหม”
            “ไม่!”

            ปลายสายตัดไปทันทีอย่างไม่รอช้า  ช่วงเวลาแห่งความสงบจึงคืนมาสู่หญิงสาว  ศันสนีย์หลับตาลง รู้สึกงุนง่วงเหมือนจะเคลิ้มหลับ  เลยคิดจะนอนหลับสักตื่นหนึ่ง  พลันหูแว่วได้ยินเสียงร้องไห้คร่ำครวญสะอึกสะอื้นดังมาเข้าโสต

            “ฮือ ฮือ ฮือ ..ฮืด..ฮืด. ฮือ ..ฮือ.ฮือ ..ฮืด..ฮืด..

            “ไปร้องที่อื่นไป  ยัยปาล์ม น่ารำคาญ  รู้เวลาบ้างนะ  บอกให้ตัดใจ ไปผุดไปเกิดเสียทีเถอะ ตามอยู่ได้ผู้ชายน่ะ  วนเวียนอยู่อย่างนี้  มันไม่ได้ช่วยอะไร  ถ้ายังรักเขามาก อยากอยู่กับเขา ค่อยมาเกิดเป็นลูกเขาเอาก็ได้  ถ้ามาวุ่นวายแบบนี้  ฉันจะไม่รับโทรศัพท์แกอีกแล้วนะ  บอกไว้ก่อนเลย”

            หลังพูดทั้งหลับตา  เสียงร้องไห้ปริศนานั้นก็เงียบสนิทเป็นปลิดทิ้ง  ศันสนีย์จึงค่อยยิ้มออกมา ด้วยความพึงพอใจ
 
          ในที่สุด  ก็ได้นอนสักที..
 
 
 
+++++++++++++++++++++



Create Date : 08 ธันวาคม 2562
Last Update : 8 ธันวาคม 2562 20:37:47 น. 0 comments
Counter : 78 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

zionzany
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เขียนนิยาย

ปลดปล่อยจินตนาการ

ไม่ยึดติดกับแนวไหน

เพราะจะไปให้ถึงที่สุด..

เท่าที่เราสามารถแผ่

กิ่งก้านความสามารถ

ออกไปสู่โลกกว้างได้

ยินดีต้อนรับทุกคน

สู่โลกของ zionzany

ที่นี่ .. ตรงนี้นะจ้ะ
แต่งนิยายทำร้ายผู้อ่าน ..Tcell H-A-V.. ..Tacticle Ball.. ..Kiss Myself.. ..ZhuXian จูเซียน.. ..เพียงฝันนี้ ศรีสุวรรณ.. อยากคูล อยากคัลท์ อยากมันส์ ที่สำคัญ อยาก-เขียน-ให้-จบ Let's rock Baby
New Comments
Friends' blogs
[Add zionzany's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.