! ที่นี่ ! เราเลิกเขียนแล้วครับ ..กับเรื่องธรรมดา ที่คุณสามารถหาอ่านที่ไหนก็ได้
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2563
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
8 กรกฏาคม 2563
 
All Blogs
 

ภาวะที่ 33 : ฆ่า


ขอบคุณภาพปกนิยายจาก คุณรัชต์สารินท์ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ



 
            ตอนที่วสันต์วิ่งอย่างกระหืดกระหอบร้อนรน กลับไปยังที่เกิดเหตุนั้น  เสียงปืนและการต่อสู้ได้สิ้นสุดลงแล้ว  เขาเดินผ่านร่างของหน่วยไล่ล่าในชุดลายพรางนับสิบที่นอนล้มคว่ำอยู่ตามพื้น  ธารโลหิตหลั่งไหลเนืองนองไปทั่วต่างน้ำชโลมพื้นผิวดิน  เสียงร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด ดังระงมประสานกันอย่างน่าเวทนา  ตฤณที่ติดตามมาด้านหลัง รีบก้าวเข้าไปหาญาติผู้ใหญ่ของตน ผู้มีสภาพนั่งหงายหลังไปกับพื้น ตัวแข็งค้าง สีหน้าเหม่อลอย นัยน์ตาเบิ่งค้าง คล้ายเกิดอาการช็อกไปชั่วขณะ

            “อาศักดิ์  เกิดอะไรขึ้น !  อาเป็นอะไรรึเปล่าครับ”

            ตฤณเอื้อมมือไปเขย่าตัวของญาติผู้ใหญ่  พร้อมกับส่งเสียงถามด้วยความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของอีกฝ่าย  ขณะที่วสันต์หมุนมองหาธีราไปทั่ว  แต่ไม่พบแม้เพียงเงา !

            ทางเดียวที่จะรู้คำตอบจากเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นตรงนี้ได้ คือ ไต่ถามเอาความจากคนที่ดูเหมือนสติยังกลับมาไม่เต็มร้อย ซึ่งคือ ญาติผู้ใหญ่ของตฤณเท่านั้น

            “อะ เอ้อ ตะ ตฤณ  เอ็งเองเรอะ”

            ชายวัยกลางคนกลับมาได้สติอีกครั้ง  แต่ยังคงมีอาการตัวสั่นงันงก อันเป็นผลจากความหวาดกลัวที่ตกค้างอยู่ในสมอง  วสันต์พยักหน้าเป็นเชิงบังคับ ให้ตฤณสอบถามในสิ่งที่ตนอยากรู้โดยทันที

            “อาครับ  อาเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงนี้ใช่ไหม  แล้วอาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งรึเปล่า  ตัวสูงประมาณนี้  ใส่เสื้อยืดสีขาว  คนพวกนี้ยิงผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม  บอกผมหน่อยครับ อา”

            ผู้อาวุโสได้แต่พยักหน้าแทนคำตอบของทุกคำถาม  ด้วยเหตุนี้ ตฤณจึงจำใจต้องเค้นถามต่อไป เพื่อให้ราชาของตนได้รับทราบข้อมูลที่ต้องการอยากรู้ให้ได้มากที่สุด

            “แล้วเกิดอะไรขึ้น  ผู้หญิงคนนั้นหายไปไหนแล้ว  อาเห็นรึเปล่า”

            “คะ คนพวกนี้ ผะ โผล่มาจากไหน กะ ก็ไม่รู้  แล้ว ยะ ยิงผู้หญิงที่เป็นเพื่อนเอ็ง  แต่  โอย.. น่ากลัวเหลือเกิน  ผู้หญิงคนนั้น มะ มีอะไรบางอย่าง งะ งอกออกมาจากตรงหลัง  แล้วพุ่งเข้าใส่พวกนั้น อะ อาจำได้แค่นี้”

            เพียงพอแล้วสำหรับคำอธิบายเหตุการณ์  วสันต์มองเห็นภาพตามความเข้าใจได้อย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่ง  อีกตัวตนหนึ่งของธีราคงออกมาเพื่อปกป้องเจ้าของร่าง  ลงมือกับคนพวกนี้อย่างโหดร้าย แต่ก็น่าแปลกที่ไม่มีใครตาย  ราวกับยั้งมือไว้เพื่อแสดงความเมตตาปรานี

            ธีรายังคงมีชีวิตอยู่  แต่ราชาน้ำแข็งไม่อาจทราบได้เลยว่า อีกฝ่ายหายไปไหน  หลังจากนี้แล้ว ธีราหรือสิ่งนั้นจะไปยังที่ใด  นั่นเป็นปริศนาใหญ่ที่ตนไม่อาจไขให้กระจ่างได้ในตอนนี้

            ใจหายวูบโหวง  แม้การแยกจากกันอาจเป็นผลดี  แต่ไม่ใช่ในเวลานี้  เวลาที่เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายออกห่างข้างกายหรือจากไปไหน  สำหรับวสันต์ผู้เย็นชา  การก้าวเข้ามาของธีรา ได้เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่างไป  น้ำแข็งภายในหัวใจถูกหลอมละลาย ทำให้เขากลับมา ‘รู้สึก’ ได้เหมือนอย่างที่เคยเป็นอีกครั้ง

            คิดให้ดี  ในเวลาแบบนี้  ธีราจะไปที่ไหนได้บ้าง.. 

            หัวสมองของคนเจ้าแผนการหมุนเร็วจี๋  ขณะที่ตฤณเริ่มผิดสังเกตกับความเป็นไปรอบด้าน  พวกที่ถูกส่งมานั้น เริ่มกลับมาขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวกันอีกครั้ง เตรียมเปลี่ยนเป้ามาที่วสันต์ ผู้เป็นเป้าหมายหลักในท้ายที่สุด

            มือสังหารคนหนึ่งชักปืนสั้นออกจากซองพก  ง้างนกแล้วดึงนิ้วลั่นไกใส่เป้าหมาย โดยไม่ได้เล็งตรงจุดตาย หมายยิงแค่ให้บาดเจ็บ เพื่อจะได้หนีไปไหนไม่ได้เท่านั้น
 
            ปัง !
 
            ตฤณไม่ทันได้ส่งเสียงร้องเตือน  แต่ทันได้ขยับเอาตัวบังราชาของตนจากวิถีกระสุนที่พุ่งตรงมา  ลูกตะกั่วร้อน ๆ นัดหนึ่งจึงเจาะเข้าตรงช่องท้อง บริเวณกลางลำตัวของบริวารผู้แสนภักดี แทนที่จะเป็นวสันต์

            “ตฤณ !”

            ร่างของตฤณทรุดฮวบลงกับพื้น เคียงข้างไปกับผู้เป็นอาของตน  วสันต์ที่กำลังละล้าละลังกำลังจะเข้าช่วยลูกน้องของตน กลับถูกมือเปื้อนเลือดนั้นผลักไส  ตฤณยกมืออันสั่น ล้วงหยิบกุญแจรถจากกระเป๋าเสื้อส่งให้เจ้านาย

            “ระ รถ จอดใน ปั๊มน้ำมัน ตรง ถนนใหญ่  ปะ ไปสิ  ท่าน ต้องรอด นะครับ”
            “ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันจะช่วยนาย..”
            “ไม่  ผม มะ ไม่เป็นไร  ไปสิครับ”

            ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าดังกล่าว ทำให้วสันต์ต้องจำใจรับเอากุญแจรถที่เปื้อนเลือดมาไว้กับตัว  เขาสาวเท้าเข้าหาคนที่ยิงตฤณ  ส่วนของตาขาวพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเรื่อ  ก่อนยื่นมืออันแสนเย็นจับหมับเข้าที่คอของเหยื่อ  ปลดปล่อยอุณหภูมิเย็นจัด ที่สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตหมดสติ หมดความรู้สึกไปได้ในเฉียบพลัน  หากแต่ราชาน้ำแข็งเพิ่มระดับให้รุนแรง มากขึ้นยิ่งกว่านั้น  ในเมื่อคนพวกนี้มาด้วยจุดมุ่งหมายเพื่อสังหาร  ถ้าเช่นนั้นก็คงไม่เป็นไร หากเขาจะตอบโต้กลับไปด้วยเจตนาเดียวกัน  เพราะเดิมที เขาก็ไม่ใช่คนใจอ่อน ขี้สงสารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

            ตายเพราะหลอดลมแข็งตัวไม่ทำงาน  อย่างน้อยก็ทรมานน้อยกว่าวิธีอื่นเป็นไหน ๆ !

            เหล่าผู้ถูกกระทำนัยน์ต่างทำตาเหลือกลาน บ้างดิ้นรนเพียงไม่นานก็ยุติสัญญาณชีวิตไป ภายในเวลาไม่กี่วินาที  ราชาน้ำแข็งก้าวเข้าไปทำแบบเดียวกันนี้กับทุกร่าง  คนพวกนี้จัดการง่าย เพราะได้รับบาดเจ็บหนักมาก่อนหน้าแล้วจากฝีมือของธีรา  วสันต์ลงมือด้วยสีหน้าอันสุดแสนเย็นชา  ทำราวกับการฆ่าเป็นเพียงแค่การดึงทึ้งกลีบดอกไม้เล่นเท่านั้น

            สาเหตุที่ทำก็เพื่อซื้อเวลาให้ตฤณและญาติ ได้มีเวลาหายใจหายคอและตั้งหลัก  จะได้ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อหรือตัวประกันของพวกทีมสังหาร หลังจากที่เขาจากไป

            “_ฝากตฤณด้วยนะครับ  เขาเหมือนคนปกติ  รีบพาเขาไปโรงพยาบาลเถอะ  และพวกลุงเองควรอพยพครอบครัว รีบไปจากที่นี่  หลบไปที่ไหนก่อนก็ได้  อย่างน้อยก็จนกว่าเรื่องจะเงียบไปสักพัก_”

            วสันต์หันไปพูดทิ้งท้ายกับญาติผู้ใหญ่ ผู้กำลังเข้าช่วยประคองหลานตัวเอง  อาของตฤณพยักหน้ารับคำอย่างงกเงิ่นตัวสั่น  ก่อนจะหิ้วปีกหลานชายแยกจากไปทางหนึ่งอย่างไม่รอช้า  แม้ได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ตฤณก็ยังพยายามเหลียวมองเจ้านายหนุ่มของตน จนกระทั่งร่างของคนทั้งคู่ลับหายไปจากสายตาของวสันต์
           
            “_ถ้าหนีไม่ได้  ก็ขอลากแกตายไปด้วยเลย ก็แล้วกัน_”    
 
            ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่า ประโยคสุดท้ายของวสันต์หมายถึงอะไร  แสงแดดแรงร้อนที่สาดส่องในยามบ่าย ฉายรังสีลงมาสู่ใบหน้าที่กลับมาเปี่ยมไปด้วยความอำมหิตเย็นชา  ดวงตาภายใต้กรอบแว่นส่อประกายวิปริต ตามแบบอย่างที่ราชาน้ำแข็งเคยเป็นมาก่อนหน้านี้
           


 
           
+++++++++++++++++++++++++++++
 


 
            บนเตียงพยาบาลหลังใหญ่ ที่รายล้อมไปด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์มากมาย  มีร่างแก่หง่อมในวัยร่วงโรยของชายชราคนหนึ่งกำลังนอนลืมตา มองดูความเป็นไปตรงหน้าด้วยสายตาอันเย็นชา ผิดวิสัยคนแก่เฒ่าทั่วไป

            ประมุขเฒ่า เจ้าตระกูลรวินโชติอังกูร ผู้แสวงหาสารพัดของวิเศษ หรือวิธีที่จะเหนี่ยวรั้งให้ตัวเองยังคงอยู่บนโลกนี้ต่อไป  ส่งสายตาเป็นเชิงมีคำถามไปหาเหลนชาย  ผู้กล้าก้าวล่วงเข้ามาทำลายช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนของตน ในยามบ่ายนี้

            “คุณทวดครับ  ผมมีใครบางคนที่อยากแนะนำ”

            เก่งกาจเอ่ยทักทาย พร้อมรอยยิ้มประดับบนดวงหน้า  เขานั่งมาบนรถเข็นโดยมีคนแปลกหน้าเป็นผู้เข็นพาเข้ามาอีกทีหนึ่ง  ใครคนอื่นที่ไม่ใช่มานพคนสนิทเหมือนเช่นเคย

            “อย่ามารบกวนฉัน ด้วยเรื่องไร้สาระ เจ้าเก่งกาจ”

            ผู้เฒ่าตอบกลับด้วยเสียงแหบแห้งในลำคอ แสดงสีหน้าและท่าทางเหมือนอย่างไม่ใส่ใจ  ทว่าร่างของคนคู่นั้นก็ยังตรงเข้ามาใกล้ จนเข้ามาประชิดแทบติดริมขอบเตียงของตน

            “ไม่ไร้สาระนะครับ  คุณทวดลองดูนี่ซะก่อน”

            เพื่อแสดงหลักฐานประกอบคำพูดของตน  เก่งกาจเปิดผ้าคลุมไหล่ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อสีชมพูจัดที่ได้รับการฟื้นฟูจนขึ้นมาเต็มสัดส่วนของแขน  ทั้งเจ้าตัวยังสามารถขยับเคลื่อนไหวท่อนแขนดังกล่าวได้  ผิดไปจากอาการทุพพลภาพตอนแรกอย่างเห็นได้ชัด

            ผู้ทรงอำนาจบนเตียงพิจารณาดูด้วยความอัศจรรย์ใจ  ในขณะที่เก่งกาจเปิดรอยยิ้มท้าทายขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง  พลางกล่าวแนะนำบุคคลผู้ซึ่งตนพาติดตามมาด้วย

            “คนที่ช่วยรักษาผม คือ ผู้ชายคนนี้  เขามีชื่อว่า เลวี  นอกจากนี้  เขายังมีสิ่งที่คุณทวดต้องการด้วยนะครับ”

            สายตาของผู้เฒ่ามองเลยแขนของเหลนชาย สูงขึ้นไปยังใบหน้าของคนแปลกหน้า  บุคคลดังกล่าวอยู่ในวัยหนุ่มแน่นไล่เลี่ยกับเหลนชาย  ร่างนั้นประกอบด้วยความหล่อเหลาและเยาว์วัย อันเป็นสองสิ่งที่ตนพึงปรารถนามากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก

            นาทีหนึ่ง  ท่านเกรียงไกรรู้สึกคล้ายตัวเองหยุดหายใจไปชั่วขณะ  เมื่อได้มองสบประสานเข้ากับสายตาคู่หนึ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและเย็นชา  ราวกับเป็นสายตาของยมทูตที่ปรากฏกายขึ้น เพื่อมาเก็บเกี่ยววิญญาณบาปในห้องนี้

            “สวัสดีครับ  เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ผมได้มีโอกาสเข้าพบท่านครับ”

            เลวีอาธานกล่าวคำทักทายอย่างนอบน้อม  ท่าทีถ่อมตนของบุคคลดังกล่าว ดึงสติของประมุขเฒ่าให้ถอยกลับมาจากภวังค์ที่เกิดจากอาการเผลอไผลไปชั่วขณะหนึ่ง

            “มีอะไรมาเสนอล่ะ”

            ไม่จำเป็นต้องอารัมภบทหรืออ้อมค้อมให้เสียเวลา  เมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลที่ร่ำรวยมหาศาล ชนิดที่สามารถซื้ออะไรก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องคิดมากมาย  ผู้เฒ่าเองก็ไม่อยากออกแรงพูดให้มากไป  เพราะรู้สึกร่างกายเริ่มเหนื่อยง่ายและทำงานแย่ลง นับตั้งแต่ขาดเลือดวิเศษจากอมินมาหล่อเลี้ยงบำรุงตัว

            “ความเยาว์วัย  สิ่งนี้พอที่จะทำให้ท่านสนใจ ได้หรือไม่กันล่ะครับ”

            ฝ่ายตรงข้ามนำเสนอขึ้น โดยยกกิเลสอันแสนเย้ายวนใจมาใช้เป็นตัวล่อ  จุติราชาจุดยิ้มขึ้นบนใบหน้า  มันเป็นรอยยิ้มของผู้ที่มีความรู้เท่าทัน และไม่มีวันที่จะเสียเปรียบให้แก่ใครเลย

            “ศัลยกรรม  หรือว่า แค่มาเสนอขายพวกยาบำรุงกันล่ะ  ไม่เอาหรอก ของพวกนั้น ไม่ได้เรื่องได้ราว”

            “ไม่ลองรับไว้พิจารณาดูสักหน่อยหรือครับ  ผมรับประกันว่า มันเป็นอะไรที่ดีกว่า เลือดของเด็กผู้ชายที่ไม่มีวันโต เสียอีกนะครับ”

            คำพูดดังกล่าวทำให้หูผึ่งขึ้นมาทันทีทันใด  เจ้าหนุ่มคนนี้พูดเหมือนรู้เห็นอะไร  บางที คงเป็นเจ้าเหลนชายตัวปัญหานี้ ที่บังอาจแพร่งพรายข้อมูลลับให้แก่คนนอกเสียกระมัง

            แต่ก็เอาเถอะ  ถ้าหากมันมีดีจริงดังคำกล่าวอ้าง  ตนจะลองพิจารณาดูก็ไม่เสียหาย..

            “อย่าอ้อมค้อม บอกมาเลยว่า มันคืออะไร”

            “มันคือ สารสกัดจากเลือดงูครับ  งูทะเลสายพันธุ์เก่าแก่ ที่มีตำนานว่า เคยทำให้พระราชาเมืองหนึ่ง มีอายุยืนยาวกว่าร้อยปีมาก่อน” 

            จุติราชาพูดพลางยิ้มขำ กับคำโอ้อวดสรรพคุณที่ฟังดูเหลือเชื่อของตน  เอาความจริงส่วนหนึ่งในอดีตกาลมาใช้เป็นเครื่องจูงใจ  คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไร ถ้าหากตนจะไม่เปิดเผยต่อไปว่า หลังจากนั้น เมืองดังกล่าวก็ล่มสลายหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อถึงเวลาที่พระราชาต้องจ่ายราคาค่าตอบแทนให้แก่งูตัวนั้น

            “ฮึ  นี่คงเกี่ยวกับพวกกลายพันธุ์  พวกที่มีทีเซลล์อะไรนั่นอีกแล้วใช่ไหม  แบบเดียวกับเจ้าวสันต์กับพี่ของมันอีกล่ะสิ”

            ท่านเกรียงไกรพูดด้วยน้ำเสียงหยามเหยียด  สวนทางกับการกระทำของตัวเอง ซึ่งทำเหมือนหลับตาลงข้างหนึ่ง เพราะเจ้าเหลนชายตัวดีเอง ก็จัดเป็นหนึ่งในบรรดาคนพวกนั้นด้วยเช่นกัน

            “ก็ทำนองนั้นแหละครับ  แต่ผมรับรองว่า นี่ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเยอะ  อ้อ พูดเปล่า ๆ ไม่มีตัวอย่างให้ดูก็คงกระไรอยู่  ถ้าอย่างนั้น ขอให้ผมได้แนะนำ คนที่ได้ทดสอบดูก่อนแล้ว ได้ไหมครับ”

            ชายชรารู้สึกอึ้งไปนิด เพราะไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะตระเตรียมการไว้พร้อมสรรพล่วงหน้า ราวกับล่วงรู้ว่า ต้องซื้อความไว้เนื้อเชื่อใจจากตนให้ได้เสียก่อน  ดังนั้น เกรียงไกรจึงผงกศีรษะเป็นเชิงตอบรับ ให้อีกฝ่ายได้ทำตามที่บอกกล่าวไว้

            เลวีอาธานปล่อยมือจากรถเข็น  เดินด้วยสีหน้ายิ้มแย้มย้อนกลับไปเปิดประตู เพื่อให้ใครอีกคนก้าวเข้ามาภายในห้อง  ร่างของผู้หญิงสูงวัยในชุดเครื่องแบบสีดำขาวของพวกคนรับใช้ เดินประสานมือ พยายามตีสีหน้าเรียบนิ่ง ขณะเดินตามชายแปลกหน้าเข้ามา  มองเห็นแค่เพียงแวบเดียว  ชายชราก็จดจำได้ในทันทีว่า นั่นคือ หัวหน้าแม่บ้าน ผู้ทำงานกับตนมายาวนานกว่าหลายสิบปี

            ทว่าเวลานี้ คนตรงหน้ากลับแลดูเปลี่ยนแปลงไป  ใบหน้าและผิวพรรณแลดูอ่อนวัยลงกว่าเดิมมากนัก  ราวกับอายุอานามได้ถอยหลังกลับไปเป็นสิบปี  ทั้งยังแลดูสดใส เปล่งปลั่ง แตกต่างไปจากรูปลักษณ์เดิมที่เคยเห็นจนชินตา

 
            “สร้อย นั่นเธอเองหรือ”

            “เจ้าค่ะ คุณท่าน”  หัวหน้าแม่บ้านตอบกลับเสียงเบา ดวงตาฉายแววหวาดระแวง

            “ดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนี่  เขาทำอะไรกับเธอล่ะ  บอกฉันมาตามตรง”

            “เอ่อ ดิฉันไม่ทราบจริง ๆ เจ้าค่ะ  เมื่อวานเย็น คุณเก่งกาจเรียกดิฉันเข้าไปพบที่ห้อง แล้วก็ เอ่อ..”  นางสร้อยชะงักคำพูดของตนไปนิด เหลือบมองดูบุคคลผู้กระทำบางสิ่งบางอย่างกับร่างกายตน ด้วยแววตาหวั่นหวาด  “แล้วบอกว่า อยากลองให้คุณคนนี้ ทำสวยให้ดิฉันเจ้าค่ะ”

            “ทำสวยงั้นรึ  ทำอย่างไร”

            “ไม่ทราบจริง ๆ เจ้าค่ะ พอคุณคนนี้แค่เข้ามาจับ ๆ ตามใบหน้ากับเนื้อตัว สักพักเดียวเท่านั้น ดิฉันก็เหมือนเคลิ้มหลับไป  ตื่นขึ้นมาอีกที ก็เป็นอย่างนี้แล้วเจ้าค่ะ”

            ประมุขเฒ่าเชื่อในคำพูดของคนรับใช้  นางสร้อยผู้นี้ไม่เคยโกหกแม้เพียงครั้ง  ไม่รู้หรอกว่า คนแปลกหน้าใช้วิธีการไหน  แต่ถ้านี่เป็นแค่ปาหี่หรือกลหลอกเด็กธรรมดา คงไม่สามารถหลอกสายตาได้สมจริงถึงเพียงนี้

            “แล้วมันจะมีผลข้างเคียงไหม”  ประโยคดังกล่าวหันไปทางคนแปลกหน้า เอ่ยถามอย่างให้ความสนใจเต็มที่

            “ถ้าต้องการผลแค่ชั่วคราว ก็คงไม่มีผลข้างเคียงหรอกนะครับ  แต่ถ้าต้องการให้คงทนอยู่นาน  มันก็ค่อนข้างยุ่งยากอยู่สักหน่อย”

            คำพูดกำกวมเหล่านั้น สร้างความรู้สึกขัดใจให้ก่อเกิด  อีกฝ่ายคงหมายเรียกราคาอันแพงลิบให้สมกับตัวสินค้า  แต่เมื่อเทียบเคียงดูแล้ว มันก็คุ้มค่าอยู่ดีกับอายุขัยที่จะยืดยาวออกไป ให้ตนยังคงอยู่ปกครองอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ที่เพียรสร้างขึ้นมา ไปได้อีกหลายปี

            “ฉันไม่เกี่ยงเรื่องเงิน  เท่าไหร่ก็ว่ามา  แต่ถ้ามาหลอกลวงกัน คงรู้ใช่ไหมว่า จะได้เจอกับอะไร”

            หากเป็นคนอื่นทั่วไป  คำขู่นั้นคงทำให้ตัวสั่นหรือหนาวเย็นไปทั้งร่าง  แต่นั่นไม่มีผลกับชีวิตต่างพิภพ  เลวีอาธานแทบจะหลุดหัวเราะออกมา ให้กับถ้อยคำจากลมปากของมนุษย์ที่มีค่าเพียงมดปลวก ในสายตาของตน

            นั่นสิ  จะได้เจอกับอะไร..  จุติราชาคิดไตร่ตรองในใจ พลางนึกถึงความแตกต่างกัน ระหว่างเผ่าพันธุ์ที่ปกครองโลกนี้ กับเผ่าพันธุ์แปลกปลอมจากโลกอื่น  ดูเหมือนชีวิตต่างดาวซึ่งเป็นพวกของตนนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีความคิดและการแสดงออกที่ชัดเจน หรือตรงไปตรงมามากกว่า  ด้วยเหตุนี้ เมื่อได้มาเยือนยังโลกนี้  สิ่งมีชีวิตเก่าแก่อย่างเลวีอาธาน จึงได้ให้ความสนใจกับการศึกษาพฤติกรรมมนุษย์  ทั้งเฝ้ามองดู เลียนแบบ แม้แต่ทำตาม จนกระทั่งผนวกมันเข้ากับพื้นตัวตนเดิม เกิดเป็นภูมิปัญญาใหม่ที่แตกต่างไปจากของเดิมโดยสิ้นเชิง

            ซึมซับมาทั้งหมด ทั้งองค์ความรู้ต่าง ๆ  รับมาแม้ความรู้สึกนึกคิดอันดีงาม หรือแม้กระทั่งอารมณ์และความรู้สึกด้านลบ ซึ่งเป็นสาเหตุแห่งการสูญเสียและการทำลายล้าง ตามวงจรชีวิตมนุษย์บนโลกนี้

            “ผมยังไม่เห็นสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยตรง จากพระเจ้าของยุคนี้  ผมแค่กำลังสนุกกับความพยายามดิ้นรนของใครบางคนอยู่  ผมไม่ได้มาพบท่านเพื่อเสนอขาย  แต่มาเพื่อเสนอการแลกเปลี่ยน  ผมสามารถทำให้ท่านย้อนกลับไปรู้สึก เหมือนตัวเองอ่อนเยาว์ลงหลายปีได้  แต่ข้อแลกเปลี่ยนแรก คือ ผมต้องการตัวคนที่ชื่อ วสันต์  และจากนั้น ผมจะเพิ่มเติมให้อีก เมื่อได้ตัวพวกที่มีทีเซลล์ในระดับราชาขึ้นไป”

            “ไม่ใช่ธีรา หรือ ไคเมร่า อะไรนั่นหรอกหรือ  และอีกอย่างพวกมันก็หนีไปด้วยกัน เราอาจจับได้ทั้งคู่”

            เก่งกาจเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมา  เมื่อได้ยินชื่ออื่นที่ไม่ใช่เป้าหมายหลักของชายผู้นี้

            “ถ้าสิ่งนั้นตื่นขึ้นมาแล้ว  ผมไม่คิดว่า มันจะยอมให้จับหรือฆ่าเอาได้ง่าย ๆ หรอกนะ  ส่วนที่ว่าจะอยู่ด้วยกันนานแค่ไหน มันก็ขึ้นอยู่กับว่า ผู้ชายคนนั้นหมดประโยชน์เมื่อไหร่ต่างหาก  ส่วนข้อแลกเปลี่ยนของคุณ ผมยังรออยู่นะ”

            เก่งกาจผงกศีรษะ แสดงสีหน้าคล้ายยุ่งยากลำบากใจเล็กน้อย  ขณะที่คุณทวดของเขายังคงมีข้อกังขาและมีคำถามต่อไป เมื่อได้ยินชื่อของคนทรยศอย่างวสันต์

            “ทำไมต้องการตัววสันต์  เกี่ยวข้องอะไรกับเจ้านั่นหรืออย่างไร”

            “มิได้ครับ  ผมแค่ต้องการสอบถาม อะไรบางอย่างจากเขาเท่านั้นเอง  และมันง่ายกว่าที่จะออกไปติดตามหาด้วยตัวเอง  เพราะถึงอย่างไร ท่านก็ได้สั่งให้จับตัวกลับมาแล้ว มิใช่หรือครับ”

            คำตอบนั้นสมเหตุสมผล ทั้งยังมีการใช้แววตาชนิดหนึ่งปิดทางเอาไว้ ไม่ให้รุกคืบไต่ถามต่อ  ในชีวิตของท่านเกรียงไกร แทบไม่หลงเหลือใครให้ต้องเห็นแก่หน้า หรือเกรงอกเกรงใจกันอีกแล้ว  เห็นจะมียกเว้นก็แต่พวกผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองในปัจจุบันบางคนเท่านั้น  เพราะยังต้องอาศัยไหว้วาน ร่วมมือแสวงหาและเอื้อผลประโยชน์กันอยู่ ทำนองน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

            แต่ในตอนนี้ บุคคลที่ให้ความรู้สึกลึกลับ น่าเกรงขามปรากฏกายขึ้นต่อหน้า  แผ่รังสีที่คล้ายกับเป็นบารมีออกจากตัวบางเบา  สะกดได้แม้กระทั่งคนที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานอย่างตน จนคล้ายมีแต่ต้องเดินไปตามเกมที่อีกฝ่ายกำหนดช่องทางไว้ให้เดินเท่านั้น

            น่ากลัวก็ส่วนหนึ่ง แต่ก็แฝงเร้นไว้ด้วยความท้าทาย และเปี่ยมด้วยความน่าหลงใหลด้วยเช่นกัน..

 
            ชายชราพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับ แสดงอาการเหนื่อยอ่อน คล้ายหมดเรี่ยวแรงไปกับการสนทนาในครั้งนี้มากพอดู  เก่งกาจยิ้มพอใจกับผลการเจรจา  รู้สึกศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวบุคคลแปลกหน้าขึ้นมากเป็นเท่าทวี  ดูเหมือนการก้าวเข้ามาของเลวี มีแต่ให้ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงที่ดี  นอกจากนี้ ค่าตอบแทนที่อีกฝ่ายร้องขอจากตนเองก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรอีกด้วย

              เลวียื่นข้อเสนอในการรักษาแขน โดยเรียกร้องให้เขาส่งคนไปพาตัวบุคคลผู้หนึ่งมา  เก่งกาจไม่รู้จักบุคคลดังกล่าว  แต่ก็มีสะดุดปนอึ้งไปบ้าง เมื่อรู้ข้อมูลทีหลังว่า คนที่เลวีต้องการตัวเป็นสมาชิกในครอบครัวของธีรา พินิจใจ  พี่ชายคนกลางผู้มีชื่อว่า ธนสรณ์

            แม้ไม่อาจล่วงรู้หรือเข้าใจในความคิดอ่านของชายลึกลับผู้นี้ได้  แต่เก่งกาจก็ยินดีที่จะดำเนินการตามความประสงค์ดังกล่าว โดยไม่อิดเอื้อนอิดออดแต่อย่างใด  ด้วยต้องการซื้อใจเพื่อนใหม่คนนี้ให้ไวที่สุด  เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

            เขาส่งคนกลุ่มหนึ่งไปแล้ว  แม้ไม่ใช่มืออาชีพอย่างกองกำลังทหารรับจ้างที่ทำงานให้คุณทวด  แต่ก็เป็นพวกมือดีที่ผ่านงานอุ้มฆ่ามาอย่างโชกโชนชำนาญการ  ตามคำแนะนำจากพิทักษ์ ทายาทนักการเมืองใหญ่ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ผู้ซึ่งตอนนี้ก็ได้กลายเป็นคนพิการ  เสียขาข้างหนึ่งให้กับปีศาจตัวนั้นเหมือนกับตนด้วยเช่นกัน

            พลัง อำนาจ ฐานะ เงินตรา  สี่อย่างนี้ไม่เข้าใครออกใคร  ตราบใดที่ยังดำรงตนเป็นมนุษย์ผู้คอยเวียนว่ายในธาราแห่งกิเลสตัณหา  บุคคลผู้นั้นก็ไม่มีวันลืมตาขึ้นมองเห็นความจริงของชีวิต หรือที่เรียกกันว่า สัจธรรม เพื่อหาทางหลุดพ้นไปได้เลย
 
 


 
+++++++++++++++++++++++++++++++
           
 


 
            ควันไฟสีดำซึ่งเกิดการเผาไหม้วัสดุกองใหญ่ พวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นอากาศเบื้องบน  เปลวไฟอันร้อนแรงลามเลียกลืนกินไปทั่วกองเชื้อไฟ ซึ่งคือ กางเขนขนาดเล็กใหญ่จำนวนมากมาย  สัญลักษณ์ทางความเชื่อเหล่านี้ถูกขนย้ายลงมาเผาทำลาย ตามความรู้สึกนึกคิดที่เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงของราชาวิปลาส

            สำหรับสิงโต  ไม่มีพระเจ้าสิงสถิตอยู่ในไม้กางเขนอีกแล้ว  พระเจ้าที่แท้จริงของโลกนี้ประทับอยู่ในร่างของผู้หญิงคนหนึ่ง  มนุษย์เพียงคนเดียวที่สามารถวิวัฒนาการ ข้ามขีดกำจัดไปไกลเกินกว่าที่ใครเคยทำได้  ทีเซลล์หรือความสามารถของตน กลายเป็นของกระจอกงอกง่อยไป เมื่อเทียบกับสิ่งที่ตาทั้งสองข้างนี้ ได้เห็นในวันนั้น

            ความร้อนจากกองไฟอาจทำให้ผิวหนังแสบร้อนเมื่อเข้าใกล้  แต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับความเจ็บปวดของแขนซ้าย ที่ถูกราชันย์พิฆาตทำลายด้วยแรงโทสะ  จริงอยู่ที่ทีเซลล์ในร่างตนสามารถรักษา ฟื้นฟู ซ่อมแซมให้กลับมาคืนสภาพได้  แต่สิงโตรู้สึกว่า มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป  ไม่ถึงกับพิการ แต่ก็ขยับเคลื่อนไหวได้ไม่คล่องแคล่วเหมือนเช่นเดิม  

              -- คิงจา.. ไอ้ระยำนั่น สักวันเหอะ กูจะหักแขนหักขามึงให้เป็นไอ้ง่อย เอาหน้าไถไปกับพื้นต่างมือเท้าเลย คอยดูกูบ้างเหอะ ! --
 

            บางที แรงโกรธเกลียดก็เป็นเชื้อเพลิงชั้นดี สำหรับขับเคลื่อนชีวิตอย่างมีจุดมุ่งหมาย  เพียงแต่ในตอนนี้ ราชาวิปลาสไม่อยู่ในภาวะอารมณ์อยากพบเห็นหน้ามนุษย์คนใด  ชายร่างบึกบึนสูงใหญ่ ผิวสีน้ำผึ้ง เจ้าของผมหยิกหนายาวประบ่า และรอยสักรูปกางเขนสีแดงกลับหัวตรงลำคอ ซุ่มรักษาตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ในโรงงานร้าง สถานที่ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นบ้านของตนมาได้สักพักใหญ่แล้ว

            ไม่มีใครโผล่มาบุกรุกที่นี่อีกเลย  หลังเกิดเหตุการณ์ที่ราชินีทีเซลล์ถูกชิงเอาตัวไป  แม้แต่ไอ้เสือที่ปลดพันธนาการและพาตัวเองจากไป ก็ไม่ได้หวนกลับมาเยี่ยมเยือนกันเลยสักหน

            แต่ก็อย่างว่า..  ไอ้เสือกับตนไม่ได้เป็นเพื่อนกัน  เขาก็แค่นึกเวทนาสภาพดูไม่ได้ของมันในตอนนั้น เลยเก็บกลับมาเลี้ยงดูกันไปตามอัตภาพ  อาจเป็นด้วยความเห็นใจ ผนวกกับความเจ็บแค้นของคนที่ต้องตกเป็นรองเหมือนกัน ซึ่งต่างเกิดจากน้ำมือของไอ้คนชั่ว ผู้เต็มไปด้วยความอำมหิตอย่างคิงจา

            สิงโตโยนไม้กางเขนอันสุดท้ายลงในกองไฟ  ใช้สายตาว่างเปล่ามองส่งวัตถุที่กลายเป็นสิ่งไร้ค่าสำหรับตนไปเสียแล้ว  ห้องสารภาพบาปกลับมาว่างเปล่าเหมือนกับห้องขังเสือ  เมื่อไม่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนครวญครางอย่างที่เคยได้ยิน  ชีวิตก็เหมือนขาดอะไรไป  แม้แทบไม่ได้พูดคุยอะไรกัน แต่ความผูกพันบางอย่างก็ก่อเกิดขึ้นมาได้  ความสัมพันธ์ของลูกผู้ชายที่เพียงแค่มองตาก็เข้าใจ ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อสารกับตน

            หลังทรุดตัวนั่งไปบนแคร่ไม้ใกล้แปลงปลูกผัก  เฝ้าสูดดมและมองดูควันไฟล่องลอยอ้อยอิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า  ราชาวิปลาสก็มีอันต้องสะดุ้งตกใจ  เมื่อมองไปเห็นเงาร่างของใครบางคน โผล่พ้นออกมาจากมุมตึก ด้านหลังของตัวอาคารโรงงาน  แม้ร่างนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบโลหิตแดงฉานตั้งแต่หัวจดเท้า  มองเพียงปราดเดียว สิงโตก็จดจำได้ทันทีว่า บุคคลดังกล่าวนี้เป็นใคร

            ธีรา พินิจใจ !

            คำถามเดียวที่ดังอยู่ในหัวของราชาวิปลาส คือ ผู้หญิงคนนี้มาโผล่ที่นี่ ในสภาพนี้ได้อย่างไร หรือต้องการอะไรจากตนกันแน่ !?

 
            ตอนที่ธีรากลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง  เธอลืมตาขึ้นพร้อมด้วยอาการปวดมึนศีรษะ  ทั้งงุนงงต่อทัศนียภาพรอบด้านที่แปรเปลี่ยนไป  ไม่ใช่บ้านสวนของลูกน้องวสันต์  แต่เป็นสถานที่รกร้างแห่งใหม่ ซึ่งให้ความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลา เหมือนตัวเองเคยมาที่นี่แล้วก่อนหน้า แต่จำไม่ได้ว่าเป็นที่ไหน

            ไม่พบเห็นคุณลุงที่เป็นญาติกับเจ้าของบ้าน  ไม่เห็นแม้แต่กลุ่มคนร้ายที่ตามมาไล่ล่า  ท่ามกลางพืชพันธุ์สีเขียวที่ขึ้นรกครึ้มแซมแทรก ร่วมไปกับกองเศษวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ นานา  ธีราพบเพียงตัวเองอยู่ตามลำพังกับร่างกายที่ถูกฉาบทา ด้วยสีแดงของคราบเลือดมากมายตามเสื้อผ้าและเนื้อตัว  รวมถึงกลิ่นคาวคละคลุ้งที่ทำให้ตัวสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

            นาทีนั้น  เธอได้แต่ร้องถามหาความจริง จากอีกตัวตนที่แฝงเร้นอยู่ในกาย  ทว่าไม่มีเสียงหรือคำตอบใดตอบกลับมา  เพื่อยืนยันให้เธอได้รับรู้ว่า เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้กันแน่

            เนิ่นนานพักใหญ่ กว่าหญิงสาวจะกลับมาตั้งสติได้  ธีราจึงเริ่มต้นออกเดินสะเปะสะปะต่อไป  เมื่อมองเห็นตัวอาคารหลังใหญ่กับแนวกำแพงสูงล้อมรอบบริเวณ  สมองถึงค่อยระลึกจดจำขึ้นมาได้ว่า ที่นี่คือโรงงานร้างซึ่งเป็นที่พำนักอาศัยของราชาวิปลาส คนที่เคยจับตัวเธอมานี่เอง

            เมื่อพาตัวเองลัดเลาะมาถึงบริเวณด้านหลังตัวอาคารโรงงาน  หญิงสาวได้กลิ่นเหม็นไหม้และมองเห็นควันไฟตลบลอยขึ้นฟ้าจากอีกด้านหนึ่ง  ดังนั้น เธอจึงเดินไปตามทิศทางดังกล่าว ด้วยใจที่มุ่งหวังว่า คงจะได้เจอกับเจ้าของสถานที่แห่งนี้  เพราะคงต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่าง ที่ทีเซลล์ในร่างนำพาตนมาจนถึงที่นี่

            พอเห็นหน้าราชาวิปลาส  ธีราเองก็ไม่รู้ว่า ควรจะพูดคำใดกับอีกฝ่าย  เพราะหัวสมองในยามนี้เต็มไปด้วยความมึนงงอย่างหนัก  เลยทำได้แต่หยุดยืนนิ่ง รอคอยให้ชายจิตหลุดเป็นฝ่ายเข้ามาหาตนเอง

 
            “เธอ !” 

            สิงโตตะโกนถามมาจากที่ไกล  ยังรีรอไม่กล้าเข้าใกล้ ด้วยยังอ่านเจตนาฝ่ายตรงข้ามไม่ออก 

            “มาที่นี่ได้ยังไง  แล้วมาในสภาพนี้ด้วย  จะมาฆ่ากันเหรอ”
            “เปล่า  ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า มาที่นี่ได้ยังไง  แต่ฉันต้องการให้นายช่วย” 

            เธอปรับเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกอีกฝ่าย ให้ฟังดูกระด้างน้อยลง  อาจต้องลงทุนอ้อนวอนขอร้องให้ผู้ร้ายช่วยเหลือ ในความประสงค์ของทีเซลล์ที่ตนยังไม่อาจทราบได้

            “ช่วยอะไร  เลือดโชกขนาดนี้  ไปฆ่าใครมาล่ะ”

            คำพูดกล่าวหาเหล่านั้นแทบทำให้ธีราร้องไห้ออกมา  ในสายตาของคนอื่นคงมองเห็นตนเป็นฆาตกร หรือไม่ก็สัตว์ประหลาดเต็มตัวไปแล้วอย่างแน่แท้  อีกฝ่ายยังคงรักษาระยะห่าง  ไม่ขยับเข้ามาใกล้  ซ้ำยังแสดงอาการหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัดเจน ผ่านสีหน้าและสายตา

            “ฉันไม่ได้ฆ่าใคร  จริง ๆ นะ  ฉันไม่ได้ฆ่าใคร  ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้วย”
            “หรือว่า เธอเกิดหิวขึ้นมา จนควบคุมตัวเองไม่ได้  แล้วนี่เธอฆ่าไอ้สองตัวนั้น ที่มันมาชิงตัวเธอไปจากฉันแล้วหรือยังล่ะ”

            คำถามของราชาวิปลาส ผลักดันขีดความเครียดให้ทะยานจนแตะถึงระดับสูงสุด  กระทั่ง จิตใจทานรับไม่ไหว  ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง โดยขับอาเจียนพุ่งออกจากปาก  ธีราก้มหน้าก้มตาโก่งคออาเจียนจนน้ำหูน้ำตาไหล  ด้วยไม่เคยรู้สึกขยะแขยงตัวเองมากถึงเพียงนี้มาก่อน

            ทั้งถ่มถุยน้ำลาย  ทั้งพร่ำพูดว่า ตัวเองไม่ได้ฆ่าใครซ้ำไปซ้ำมา  กิริยาอาการดังกล่าวเห็นแล้วชวนให้รู้สึกสมเพชเวทนา  ในสายตาของคนที่ยังพอมีความเมตตาอันน้อยนิด หลงเหลืออยู่บ้างอย่างสิงโต

            “แล้วที่เธอมาหาฉันนี่  เธอต้องการอะไร  ตอนนี้ สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว  ฉันคงไม่จำเป็นต้องเอาตัวเธอไปส่งให้ไอ้จามันอีกหรอก  อยากกลับบ้านไม่ใช่เหรอ  กลับเลยสิ  ฉันไม่รั้งหรอก ไปเลย”

            ราชาวิปลาสทำเป็นพูดเหมือนใจดี  จุดประสงค์เป็นได้ทั้งแสดงความเห็นใจและหยั่งเชิงไปในตัว

            “อยู่ที่นี่..”
            “เธอว่าอะไรนะ”
            “ฉันขอ..อยู่ที่นี่ ก่อนได้ไหม  ฉันกลับไม่ได้  ไม่งั้น ครอบครัวของฉัน พวกเขาจะต้องตาย”

            ธีราอ้อนวอนขอด้วยเหตุผลเพียงหนึ่งเดียว  เชื่อในคำบอกกล่าวของวสันต์อย่างหมดใจ  ประกอบเข้ากับเหตุร้ายที่ตนเพิ่งประสบพบเจอมา  ทว่าสิงโตได้ยินได้ฟังแล้ว กลับไพล่เข้าใจไปอีกทาง  เนื่องจากนึกว่า อีกฝ่ายรื้อฟื้นเรื่องในอดีตที่ตนเคยขู่กระโชกเอาไว้

            “เฮ้ย  เรื่องมันผ่านไปแล้ว  ฉันไม่จำเป็นต้องทำอะไรแบบนั้นหรอก  มันไม่ได้ประโยชน์อะไร”
            “ไม่ใช่.. ไม่ใช่นาย  แต่เป็นคนอื่น  เลือดนี่..ก็ของคนพวกนั้น  มีคนตามไล่ฆ่าฉัน”

            “อ่า..”  สิงโตพ่นลมหายใจออกมาแรง ๆ ทีหนึ่ง  ขมวดคิ้ว ชักสีหน้ายุ่งยากลำบากใจขึ้นบนใบหน้าของตน  “ถ้าอยากให้ช่วย  ต้องเล่าออกมาให้หมดแล้วล่ะ  เธอเอ๋ย”

            หญิงสาวพยักหน้าทั้งน้ำตา  เตรียมจะบอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้อีกฝ่ายได้ฟังอย่างไม่คิดปิดบัง  ทว่าวินาทีนั้นเอง  เสียงในหัวของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง  กระแสเสียงแข็งที่เต็มไปด้วยความดุดันนั้น เป็นของตัวตนที่ชื่อไคเมร่าอย่างแน่นอน
 
            -- บอกให้มันไปตาม ร่างภาชนะของเซราฟ มาพบเจ้า --
            “หมายความว่ายังไง  ใครคือเซราฟ”
            -- คนที่เคยขังตัวเองไว้ที่นี่ --
 
            เสียงในหัวพลันเงียบหายไป  เธอเงยหน้าขึ้น มองตรงไปข้างหน้า หลังหยุดพูดพึมพำกับตัวเองไปชั่วขณะ  ดวงตายังคงพร่าไปด้วยม่านน้ำตา  ทั้งพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะพูดบอกออกไปตามความประสงค์ของสิ่งเร้นลับในกาย

 
            “ต้องตามเสือมา  ฉันขอร้องล่ะ นายช่วยไปตามเขามาหาฉันที  ได้โปรด !”
 


 
 
++++++++++++++++++++++++++++++




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2563
0 comments
Last Update : 8 กรกฎาคม 2563 15:03:10 น.
Counter : 54 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


zionzany
Location :
ปทุมธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เขียนนิยาย

ปลดปล่อยจินตนาการ

ไม่ยึดติดกับแนวไหน

เพราะจะไปให้ถึงที่สุด..

เท่าที่เราสามารถแผ่

กิ่งก้านความสามารถ

ออกไปสู่โลกกว้างได้

ยินดีต้อนรับทุกคน

สู่โลกของ zionzany

ที่นี่ .. ตรงนี้นะจ้ะ
แต่งนิยายทำร้ายผู้อ่าน ..Tcell H-A-V.. ..Tacticle Ball.. ..Kiss Myself.. ..ZhuXian จูเซียน.. ..เพียงฝันนี้ ศรีสุวรรณ.. อยากคูล อยากคัลท์ อยากมันส์ ที่สำคัญ อยาก-เขียน-ให้-จบ Let's rock Baby
New Comments
Friends' blogs
[Add zionzany's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.