แก้วเปล่า





แก้วเปล่า... (New edition 14-2-2561)

ในค่ำคืนแห่งความเมามาย ไม่มีใครอยากจะสนใจหรอกว่า ใคร... จะชื่ออะไร ใคร...จะมาจากไหน
เพราะที่แห่งนี้ ค่ำคืนแห่งนี้ เปิดรับ หัวใจเพื่อความเมามายเท่านั้น

แต่... "เธอ" กลับเป็นคนที่ดูจะสนใจ เธอเหลียวมองไปรอบๆกาย จากโต๊ะหนึ่ง ไปอีกโต๊ะหนึ่ง
ผู้คนที่รายล้อมทั้งที่ใกล้ตัวและห่างออกไป
สายตาค่อยๆสอดส่อง มอง... สังเกตและสนใจในสิ่งละอันพันละน้อย
นั่นเพราะเธอเอง ก็ยังไม่ได้"เมา"

น้ำสีอำพัน แก้วแล้ว แก้วเล่า ที่ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน โดนดื่มกิน บางคนก็ค่อยๆจิบ
เพื่อให้น้ำสีอำพันแก้วนั้น ค่อยๆไหลผ่านเข้าไปในลำคอ แต่บางคนก็ดื่มพรวดเดียวพร้อมด้วยใบหน้าที่ดูตลก
แต่บางคนก็มีใบหน้าที่เข้มขรึม
แต่ก็นั่นอีกแหละ
ไม่มีใครสักคนหรอก ที่จะสนใจนั่งนับ ว่าคนนั้น คนนี้ จะดื่มกินกันไปแล้ว สักคนละกี่แก้ว ... แต่เธอนับ

นั่นเพราะในค่ำคืนคืน ณ ที่แห่งนี้ เธอเอง ก็ไม่ได้รู้สึกอยากจะเมา แม้ความหลัง ความเศร้า ความเดียวดาย มันคล้ายจะวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอ
แต่ในบางทีก็กลับรู้สึกว่า คล้ายมีความห่วงใย ความอบอุ่น คอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆเธอในทุกค่ำคืน...อยู่เช่นกัน
และในค่ำคืนนี้ แม้ว่าเธอจะดื่มไปแล้ว แต่ก็ชะลอการดื่มให้ลดลง
เพราะเธอกลับรู้สึก ไม่อยากจะนำแก้วที่ใส่น้ำสีอำพันใบนี้ เป็นพาหนะให้เธอ เดินทางจาก "โลกความจริง" ไปสู่ "โลกความเมา"...

แต่กระนั้น...มือน้อยๆของเธอเอง ที่ยังคงเกาะกุมแก้วใบเขื่องใบนั้นไว้ อย่างไม่ห่างกาย คล้ายดั่งกับว่า พร้อมจะยกมันขึ้นมาดื่มด่ำ ลิ้มรสชาติขมๆได้ทุกเวลา
การที่เธอจับกุมแก้วที่มีทรวดทรงอันเหมาะมือใบนั้นไว้อย่างแนบแน่น ใช่ว่าเธอจะหวงแหนน้ำสีอำพันในแก้วใบนั้น หรือกลัวว่ามันจะหกหรือทำแก้วตกลงพื้นไป
เมื่อในยามที่เธอ เผลอ เหม่อ หรือ ขยับตัว
แต่มันทำให้เธอได้รู้สึกว่า เมื่อเธอได้จับกุมอะไรไว้สักอย่าง มันช่วยสร้างความอบอุ่นภายในใจให้แก่เธอ
และมันจะทำให้เธอได้รู้สึกว่า เธอเอง...ไม่ได้อยู่...เพียงลำพัง

ภายในค่ำคืนนี้ ที่มีพร้อมทั้งความสงบและความวุ่นวาย ณ ที่ ที่มีทั้งความเงียบ (ความรู้สึกภายในใจ) จนแทบจะนั่งสัปหงก ก็มีเสียงอันอึกทึกครึกโครม
ที่เกิดจากถ้อยคำสนทนาของนักท่องราตรี เสียง ถ้วย ชาม ช้อน ภาชนะ ต่างๆ กระทบกันในยามที่ใช้งาน รวมทั้งเสียงดนตรี ที่มีพร้อมทั้ง ช้า เร็ว และ หนัก เบา
ในค่ำคืนนี้ มีผู้คนผลัดเปลี่ยนกันไปมา มากหน้าหลายตา แต่เอ๊ะ...มีสายตาอยู่คู่หนึ่ง ที่เธอรู้สึกคุ้นเคย
เธอเองรู้สึกเหมือนกับว่า ได้เคยพบ ได้เคยสบตากันมา...มากกว่าหนึ่งครั้ง
หรือนั่นเป็นเพราะว่าความทรงจำของเธอยังดีอยู่...? หรือเพราะมันยังไม่ได้ถูกน้ำสีอำพันในแก้วนั้น ชะล้างไป

แต่สายตาคู่นั้น มันมักจะหลบสายตาเธออยู่เสมอ เมื่อในยามที่ประจวบเหมาะได้สบตากัน แต่ก็เพราะแบบนี้นั่นเอง มันกลับทำให้เธอได้เริ่มสนใจ
เพราะเท่าที่เธอจำได้ ทุกครั้งของค่ำคืน ที่เธอยอมให้น้ำสีอำพันในแก้วทรงสวยเหล่านั้น ไหลรินผ่านริมฝีปากและผ่านลำคอลงไป
โดยที่เธอไม่เคยจะนับแก้ว ว่าดื่มไปแล้วมากมายเท่าไร และนั่นเอง ที่มันทำให้เธอได้คุ้นเคยบรรยากาศแห่งคำคืนที่สุดแสนจะเมามาย
แต่ถึงกระนั้นเอง เธอ...ยังจำได้ว่า...ตัวเธอไม่เคยต้องอยู่อย่างเดียวดายเพียงลำพัง แม้สักครั้งเลย...

ในระหว่างช่องว่างของความครุ่นคิด น้ำสีอำพันภายในแก้วที่เธอประคองอยู่ก็เริ่มลดน้อยลงไปทีละนิดๆ นั่นเพราะเธอเองก็ จิบนิด ดื่มหน่อย อยู่ตลอดเวลา
แต่จู่ๆ เธอกลับหยุดดื่มเสียดื้อๆ แต่ก็ไม่ได้วางแก้วใบนั้นลง...

ตอนนี้เองเธอก็เริ่มรู้สึกว่า ความเมามาย กำลังโบกมือหยอยๆเรียกหาเธอ ให้เข้าไปใกล้ชิดทีละน้อย... ทีละน้อย...
แต่...สายตาคู่นั้น ก็ยังคงแอบมองมาที่เธออยู่เป็นระยะ ความอัดอั้นเริ่มเบียดกับความสงสัย
ทันใดนั้นเอง เธอก็วางแก้วใบนั้นลงดังกึก! แล้วเธอก็ลุกขึ้นจัดแต่งเสื้อผ้า ทรงผมให้เรียบร้อย พอเข้าที่เข้าทาง ก็เดินตรงไปที่ "เขา" คนนั้นทันที

และทันทีที่เขาคนนั้นเริ่มรู้ตัวแล้วว่า หญิงสาวที่เขาคอยเฝ้ามองอยู่ในทุกค่ำคืน กำลังเป็นคนเดียวกันกับ คนที่กำลังย่างเท้าก้าวเข้ามา
เหมือนเขาก็เริ่มจะทำตัวไม่ถูก แต่ร่างกายกลับลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ เพื่อเป็นการให้เกีรติและเป็นการทักทาย...

ต่างคนก็ต่างสบตากัน แต่ภายใต้ใบหน้าหนึ่งที่แสดงออกถึงความฉงน สงสัย กับ ใบหน้าหนึ่งที่แสดงออกชัดเจนว่าประหม่า
แต่ภายในหัวใจ กลับรู้สึกเหมือนกัน มันเต้นแรง! "สวัสดีครับ" เขาเปร่งคำพูดออกมา
มันเป็นแค่คำทักทายธรรมดา แต่มันก็ได้ทลาย"กำแพง"แห่งความเป็นคนแปลกหน้าให้จางหายไป

"ค่ะ" เป็นคำตอบรับที่ดูเรียบง่าย แต่มันคล้ายเหมือนเป็น"สะพาน"แห่งมิตรภาพ ที่กำลังเชื่อมโยง พา เขา และ เธอ ให้เข้าหากัน

ต่างคนต่างก็แนะนำตัว บรรยากาศที่กำลังจะกลายเป็นเหมือนท้องฟ้ายามหน้าฝน ก็กลับกลายเป็นท้องฟ้าแจ่มใจ ในวันที่มีอากาศปลอดโปร่ง
คำสนทนา ต่างพรั่งพรูเข้าหากัน "เธอ" ไม่ได้ถามเรื่องที่ "เขา" ชอบแอบมองเธออยู่บ่อยๆ นั่นเพราะเธออยากจะคิดไปเองว่าก็คงเพราะเขาแอบชอบเธอละมั้ง

แต่"คำถาม"ก็ต้องมี มันเป็นรสชาติในบรรยากาศแห่งการสนทนา
"ฉันมาที่นี่บ่อยนะ ฉันก็ไม่รู้ว่า ฉันชอบอะไรของที่นี่ มาอยู่ที่เดียวนี่แหละ มาอยู่หลายเดือนแล้วด้วย คุณเองก็คงบ่อย ชอบที่นี่เหมือกันเหรอคะ"
เป็นถ้อยคำสนทนา ที่ไม่ต้องเปร่งเสียงออกมาด้วยความดังมากนัก มันเป็นน้ำเสียงที่พอจะได้ยินเพื่อจับใจความกันได้ ระหว่าง คนสองคน

ด้วยเพราะบรรยากาศรอบๆกาย ในเวลานี้ มันวังเวง มันเงียบ ผู้คนเริ่มจางลง ดนตรีเริ่มบางเบา เหมือนเชื้อเชิญให้ผู้คนได้พูดคุยสนทนากัน
"ก็บ่อยนะครับ" "เหมือนกันเลยค่ะ"
ด้วยถ้อยคำสนทนาที่ตอบรับ ที่สอดคล้องกัน มันไปด้วยกันได้ มันก็เหมือน ได้สร้างโอกาสแห่งการทำความรู้จักกัน ได้ต่อเวลาออกไปเรื่อยๆ
ตอนนี้ทั้งสองคน กลายเป็นนั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน และต่างคนต่างก็ จับกุมแก้วของแต่ละคนไว้ในมือ...

น้ำสีอำพันในแก้วทรงสวยตอนนี้ รสชาติมันคงกร่อยเป็นน้ำปะปาเมืองกรุง ถ้าเทียบกับความนัย ในสายตาของทั้งสองคน
สายตาที่กำลังสื่อสารกัน

เธอเอง เริ่มสังเกตเห็นมาสักพักแล้วว่าในแก้วของเขาคนนี้นั้น มันว่างเปล่า... เธอจึงชักชวน เชื้อเชิญ เติมเต็มน้ำสีอำพันให้เต็มแก้ว
คล้ายกับเพื่อฉลองที่หัวใจรู้สึกชุ่มชื่นในค่ำคืนแห่งเรา
แต่เขา กลับทำท่าทีห้ามปรามเอาไว้ พร้อมกับบอกว่า แก้วของเขาว่างเปล่าอยู่ทุกวัน ที่เขามาที่นี่ เขาไม่ได้ต้องการจะมาดื่ม เขาไม่ดื่ม...
มันจึงสร้างความฉงนสงสัย ให้แก่เธออีกคำรบหนึ่ง เธอจึงถามว่า แล้วคุณมาที่นี่ทำไม ถ้าคุณไม่ดื่ม เฮ้อ.....

ก่อนที่บรรยากาศจะกลับกลายพาไปสู่ฟ้าหน้าฝน เขาก็ตอบกลับมาว่า เขามาที่นี่ก็เพราะเธอ เขาพักอยู่ฝั่งตรงข้าม เคยเห็นเธอมาที่นี่หลายครั้ง
เขาเลยคิดว่าเธอคงชอบมาที่นี่
และมีอยู่ครั้งหนึ่ง เขาได้บังเอิญเคยสบตากับเธอ และแค่เพียงการสบตาครั้งเดียว มันกลับกลายเป็นดั่งเวทมนต์แห่งโชคชะตา
ที่มันทำให้เขาต้องคอยเฝ้าติดตามหาเธอในทุกค่ำคืน...

และถ้าเขาอยากจะพบเจอเธออีกให้ใกล้ชิดขึ้นมาหน่อย ไม่ใช่จากฝั่งตรงกันข้าม เขาก็ต้องลองมาที่นี่บ้าง
เขาแค่เพียงอยากได้พบเจอเธอ อยากคอยเฝ้ามองเธอ

<เขา "ชอบ" เธอ เป็นความรู้สึกนึกคิดแบบเบาๆ แต่ถ้าคิดให้ลึกและหนักกว่าเดิม เขา "รัก" เธอ>

[<ในครั้งหนึ่ง ในค่ำคืนหนึ่ง ในตอนที่ "เธอ" ดื่มจนเมามาย "เธอและเขา" ได้เคยเริ่มทำความรู้จักกันมาแล้ว
และมันมากกว่าหนึ่งครั้ง มากกว่าค่ำคืนหนึ่ง เธอและเขา ได้เคยรู้จักกัน ...
และเธอกับเขา ก็เริ่มมีความสนิทสนมกันมากขึ้น มากขึ้น ในตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาเล่นตลกอย่างนั้นหรือ ทำให้ในเวลาที่เธอดื่มจนเมามาย เธอจะกลับจำได้ว่าเขาคนนี้เป็นใคร
นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ทำให้เธอชอบมาที่นี่ และทุกคืนจะเป็นค่ำคืนแห่งความเมามายของเธอ
ด้วยเพราะแก้วใส่น้ำสีอำพันเหล่านั้นมันช่วยเปิด"ประตู"ให้เธอ ได้พบกับเขา

แต่ครั้งนี้เป็นครั้้งแรก ที่ "เธอและเขา" ได้พูดคุย ได้สนทนากัน ในขณะที่สติเธอยังดี ยังไม่ได้เมามาย
บรรยากาศมันจึงเหมือนกับว่า คนแปลกหน้าหนึ่งคน กำลังสนทนากับคนคุ้นหน้าหนึ่งคน และก็กำลังทำความรู้จักกัน อีกคำรบหนึ่ง

ในทุกครั้งที่เธอดื่มจนเมามาย
เป็นเขานั่นเองที่คอยนั่งเป็นเพื่อนเฝ้าดูแล ไมให้ใครมา รังแก หรือ ข้องแวะกับเธอได้
เป็นเขานั่นเอง ที่เป็นคนนั่งฟังเธอ ในเรื่องต่างๆนาๆ และเป็นคนเช็ดคราบน้ำตาให้เธอ ในยามที่เธอพร่ำเพ้อด้วยความเสียใจเหมือนกับได้สูญเสียสิ่งสำคัญไป
เป็นเขานั่นเอง ที่อาสาไปส่งเธอ ไม่ว่าจะวิ่ง จะเดิน จะแบก จะแท็กซี่ เขาทำมาหมดแล้วถ้าเป็นความต้องการของเธอ เพื่อให้เธอถึงบ้านด้วยความปลอดภัย
และใช่
เป็นเขานั่นเอง ที่ทำให้เธอได้รู้สึกว่า เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพัง...
เขารู้สึกว่า
เป็นเธอนั่นเอง ที่เขาอยากจะเป็นคนเดียวเท่านั้น ที่จะเป็นคนคอยดูแล คอยปลอบโยน ช่วยให้เธอได้ก้าวผ่าน ความผิดหวัง ความเศร้า ต่างๆ ให้ได้พบกับรอยยิ้มในทุกวัน >]

ในค่ำคืนนี้เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาระหว่างเขากับกับเธอ เขาไม่ได้เล่าให้เธอได้รับรู้ ... แม้เขาอยากให้เธอได้จดจำได้ แม้เขาอยากพบเจอเธอคนนั้น
แต่เขาก็ขอร้องไม่อยากให้เธอต้อง"ดื่ม" เพราะใครต่างก็รู้ว่ามันจะไม่ดีกับสุขภาพของเธอ...

แต่เรื่องราวต่างๆคุณผู้อ่านจะรู้ ก็เพราะผู้เขียนเป็นคนบอก และเธอเองก็คงจะรับรู้ได้เพียงแค่ความรู้สึกของเขา
ว่าเขารึกสึก นึกคิดอย่างไรกับเธอในตลอดค่ำคืนนี้ ที่ได้พูดคุย สนทนา ได้ทำความรู้จักกัน เธอเองรู้ว่าเขานั้นรู้สึกอย่างไรกับเธอ

ในช่วงเวลานี้ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ให้ได้ยิน มีเพียงสายตาของทั้งสองคน ที่กำลังสื่อสารต่อกันและกัน
เขาส่งยิ้มให้เธอเล็กน้อย และเธอก็ยิ้มตอบเขาเล็กน้อยเช่นกัน
แล้วเธอก็เริ่มรู้สึกว่า ในค่ำคืนนี้ ในเวลานี้ แก้วของเธอเริ่มจะหนักเกินไป เธอจึงยกมันขึ้นมาค่อยๆริน ให้เจ้าน้ำสีอำพันในแก้วไหลลงสู่พื้นอย่างช้าๆ
และถ่ายเทกลับคืนด้วย ความหลัง ความเศร้า ความเดียวดาย ที่เคยฉุดรั้งเธอไว้ ให้มันหลั่งไหลเข้าแทนที่สู่ "แก้วเปล่า" สองใบนั้น...แล้วความทรงจำจางๆ มันก็เริ่มติดๆ ดับๆ ฉายออกมาสู่สมองเธอ อยู่เป็นระยะ...

จบ...

Original --- Kittipong Khunnen : 27-12-2558
#ต้นกลอน #วันแห่งความรัก #ValentinesDay




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2561
3 comments
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2561 21:57:31 น.
Counter : 170 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 

เจิมๆ
น่าอ่านตามไปเรื่อยๆเลยค่ะ
ลุ้นๆ ให้แก้วทั้ง สอง ใบเปล่าต่อไป
เธอและเขาจะได้คุยกันด้วยใจ


ไม่ได้มามือเปล่า
แต่อเอาหัวใจมาแปะ

 

โดย: เริงฤดีนะ 17 กุมภาพันธ์ 2561 21:41:45 น.  

 

ฮ่า ขอบคุณมากครับคุณ เริงฤดีนะ สุขใจยามคำคืนนะครับ

 

โดย: กุมภาพันธ์ 17 กุมภาพันธ์ 2561 21:44:06 น.  

 

คุณได้ทำการแปะ ให้กับคุณ กุมภาพันธ์ เรียบร้อยแล้วนะคะ

คุณเหลือ อีก 9 ดวง สำหรับวันนี้ค่ะ

หากจะหา เหตุผลสักคำ
ว่าสิ่งที่ทำ ให้ฉันรักเธอ

นั่นเป็นเพราะ
ตัวฉันมาเจอ เจอสิ่งดีงาม

ตั้งแต่วันฉันพบเธอ ได้เจอ แต่สิ่งดีงาม


*~*~*~*..แวะมาทักทายจ๊ะ..ขอให้มีความสุข สดใส..หัวใจเบิกบาน..*~*~*~*

..HappY Bright DaY & HappY Valentine's DaY..

 

โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* 18 กุมภาพันธ์ 2561 12:32:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


กุมภาพันธ์
Location :
สมุทรสาคร Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมครับ
*****


TON FOTO


 


ต่อสู้กับอีเมล์ขยะ

New Comments
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2561
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
17 กุมภาพันธ์ 2561
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กุมภาพันธ์'s blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.