tar_cc
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tar_cc's blog to your web]
Links
 

 

ความจำสั้น...แต่รักฉันยาว หนังรักซึ้งๆที่น่าดู (และอยากให้ไปดู)

สวัสดีครับ สำหรับหนังเรื่อง “ความจำสั้น…แต่รักฉันยาว” เป็นหนังเรื่องแรกของปีนี้ที่ผมได้มีโอกาสดูในโรงภาพยนตร์ ก่อนอื่นขออนุญาติยกเรื่องย่อมาให้อ่านทบทวนกันก่อนนะครับ



ความจำสั้น...แต่รักฉันยาว
กำกับโดย ยงยุทธ ทองกองทุน
นำแสดงโดย
อารักษ์ อมรศุภศิริ เก่ง
ญารินดา บุนนาค ฝ้าย
ศันสนีย์ วัฒนานุกูล ป้าสมพิศ
กฤษณ เศรษฐธำรงค์ ลุงจำรัส

เรื่องย่อ
คุณว่า ปลาทอง จำได้กี่วิ? แล้วรักของเรา จำกันได้ นานเท่าไร?

5 มีนาคม 2552 ทุกโรงภาพยนตร์
จดจำความรู้สึกดีๆไว้ด้วยกัน แม้การลืมรักครั้งแรก...ทำได้ไม่ง่าย แต่ไม่ได้แปลว่าการมีรักครั้งใหม่...จะทำไม่ได้

เรื่องราวความรักของคนสองคู่ ที่เวียนมาพบกันในช่วงเวลาสั้นๆหากแต่มันกลับประทับอยู่ในความทรงจำ ซึ่งกันและกันยาวนาน...

ความจำสั้น...แต่รักฉันยาว
ว่ากันว่า ปลาทอง เป็นสัตว์ที่มีความจำสั้นเพียง 3 วินาที
ว่ากันว่า ปลาทอง เป็นสัตว์ไม่มีความรัก เพราะเพียงแค่มันว่ายจากขอบโถด้านหนึ่ง
ถึงขอบโถอีกด้านหนึ่ง มันก็จำหน้าปลาสาวที่มันเพิ่งบอกรักไม่ได้ซะแล้ว
แต่เพราะคนไม่ใช่ปลาทอง เราจึงลืมความรักกันไม่ได้ง่ายๆ !!!

"รักที่อยากลืมกลับจำ"
เก่ง (อารักษ์ อมรศุภศิริ) กลับมาพบกับ ฝ้าย (ญารินดา บุนนาค) รักครั้งแรกของเขาอีกครั้ง เมื่อเธอพาหมามารักษาที่คลินิกของเขา หลายปีที่ไม่ได้เจอกัน เก่งรู้เพียงว่าฝ้ายแต่งงานไปกับเพื่อนสนิทของเขา และทั้งคู่เพิ่งจะหย่ากัน เก่งลังเลที่จะเริ่มต้นใหม่กับรักครั้งเก่า เขาพยายามตัดใจด้วยการแกล้งทำเป็นไม่เคยรู้จักเธอ เพราะเธอเองก็จำเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ

"รักที่อยากจำกลับลืม"
ป้า สมพิศ (ศันสนีย์ วัฒนานุกูล) กับ ลุงจำรัส (กฤษณ เศรษฐธำรงค์) เป็นคู่รักที่พบกันในชมรมคอมพิวเตอร์เพื่อผู้สูงอายุ ทุกๆอาทิตย์ลุงจะขับรถจากสวนที่ชุมพรมาเรียนกับป้าที่กรุงเทพฯ เพียงเพื่อจะได้อยู่ด้วยกันครั้งละสามชั่วโมง นั่นเพราะลูกของป้าไม่เห็นด้วยที่แม่ริมีรักใหม่ในวัยนี้ ทันทีที่รู้ว่าครอบครัวจะย้ายไปเมืองนอก ป้าตัดสินใจฮึดหนีลูกไปหาลุงที่ชุมพร โดยที่ไม่รู้ว่าวันและวัยเป็นอีกแรงที่กำลังพรากทั้งคู่ออกจากกัน

เพราะคนไม่ใช่ปลาทอง เราจึงลืมความรักกันไม่ได้ง่ายๆ
และแม้จะรู้ว่ายิ่งจำยิ่งเจ็บ เราก็ยังเลือกที่จะต่อสู้เพื่อมีรักอันยาวนาน

*******************



"บางสิ่งที่อยากจำ เรากลับลืม บางสิ่งที่อยากลืม เรากลับจำ คนเรานี้ คิดให้ดีก็น่าขำ อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ"

เรื่องราวเริ่มต้นที่ เพื่อนซี้สองคน คือ นายเก่ง (พระเอก) กับเพื่อนซี้คือ นายโอม ที่กลับจากงานเลี้ยงรุ่น แต่แล้วด้วยความเมาทำให้เกิดเหตุถูกตำรวจซิวเข้าห้องขัง เนื่องจากถูกจับที่ด่าน นายโอมก็เรียกแฟนเก่าของตนเอง ฝ้าย (นางเอก) (เธอเป็นรักแรกของเก่ง)มาให้ช่วยประกันตัว แต่แล้วดวงหรือพรมลิขิตก็ทำให้เก่งและฝ้ายต้องมาพบกันบ่อย เนื่องจากตอนกลับจากการประกันตัวแล้ว ก็บังเอิญไปพบกับหมาที่ถูกรถชน เก่งซึ่งเป็นสัตว์แพทย์จึงจำต้องรักษาหมาตัวนั้น โดยฝ้ายเป็นคนรักหมามากๆ เธอตั้งชื่อให้มันว่าW “สะพานลอย” เจ้าสะพานลอยนี่แหละทำให้ฝ้ายต้องมาที่คลินิคนี่บ่อยๆ และต้องพบกับความกวนๆของนายเก่ง

อีกด้านหนึ่ง คุณลุงจำรัส และป้าสมพิศ ทั้งคู่ได้มาเรียนคอมพิวเตอร์กับนายเก่ง ซึ่งต้องมาทำงานบำเพ็ญประโยชน์ (จากเหตุเมาและชกต่อย) การมาพบกันของเก่งและคุณลุงจำรัสและป้าสมพิศนั้น ซึ่งทั้งคู่นั้นรักกัน (และยังไฮเทคด้วยรู้จักไฮไฟว์ MSN ด้วย ฮิๆ แต่นายเก่งของเราไม่รู้จัก Hi5)

ความรักของคนแก่ทั้งนั้นน่าประทัปใจมาก ทุกๆปลายสัปดาห์ คุณลุงจำรัสซึ่งมีอาชีพเป็นชาวสวนต้องขับรถจากจังหวัดชุมพร เพื่อมาเรียนคอมพิวเตอร์กับป้าสมพิศ (คุณลุงน่ารักมากๆ) แต่แล้วความรักของทั้งคู่นั้นต้องมีอุปสรรคจากลากัน เนื่องจากป้าสมพิศต้องไปอเมริกากับลูกๆ ขณะที่คุณลุงก็มีอาการอัลไซเมอร์

ด้านความรักของเก่งที่มีต่อฝ้ายที่อยากจะลืม กลับต้องมาพบกับเธอบ่อยๆ ส่วนฝ้ายที่ยังไม่ลืมความรักที่มีต่อโอมก้ต้องสับสน เพราะ เธอไปเจอซีดีแผ่นหนึ่งที่เก่งเคยให้เธอตอนกวดวิชา ซึ่งในซีดีแผ่นนั้นมีเพลงที่เก่งร้องเพลงสารภาพรักให้กับเธอ โดยตอนที่เอาไปให้นั้นเก่งได้พบว่า เธอกับโอมเป็นแฟนกัน

ความรักของสองคู่นั้นจะเป็นอย่างไร คู่ของคนแก่ที่ต้องมีการพลัดพรากจะเป็นอย่างไร ทั้งคู่จะต้องจากกันหรือไม่ แล้วความรักของเก่งจะเป็นอย่างไรต้องไป ฝ้ายจะเลือกใคร และจะรับรักของเก่งไหม ต้องไปติดตามด้วยตนเองนะครับ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ

ครับ ดูมาแล้วซึ้งมากๆ โดยเฉพาะความรักของลุงจำรัสกับป้าสมพิศ โดยเฉพาะคุณลุงแก่น่ารักมากๆ โรแมนติคด้วย มีมุขหวานด้วย

ดูแล้วประทัปใจความรักของทั้งคู่จริงๆ แม้ว่าทั้งคู่จะชราแล้วก็ตาม

ส่วนความรักของเก่งนั้นก็น่าประทัปใจดี มั่นคงดี (ก็รักแรกของเขานิ) ส่วนความรักของฝ้ายนั้นก็น่าประทัปใจดี แม้ว่าเธอจะเลิกกับโอมแล้วก็ตาม แต่ก้ยังทำทุกอย่างเพื่อเขา (โดยเฉพาะเรื่องดราก้อนบอล เล่ม 18 เรื่อง ก็เริ่มจากนายโอมโทรมาจะทวงการ์ตูน บอกว่าอยากจะขอเอาการ์ตูนที่หลงไว้ที่บ้านเธอ ให้ช่วยเตรียมไว้หน่อยจะไปเอา แต่ทว่าระหว่างที่เธอเตรียม มันดันขาดเล่ม 18 ไป เธอก็อุตสาห์ไปหาซื้อมาจนได้ ซึ่งมันมีขายแต่ยกชุด แต่เธอก็ลงทุนซื้อมา เพราะ อยากจะได้เล่ม 18 เพื่อให้มันครบชุด)

หนังเรื่องนี้นั้นให้อะไรหลายๆอย่างนะครับ ทั้งข้อคิด ความสนุก ตลก และความอบอุ่น ดูแล้วประทัปใจ อินไปกับเรื่อง เช่น มุขขำๆที่มีเป็นระยะๆ ความกวนของนายเก่ง ความน่ารักของน้องสะพานลอย (น่ารักดี โดยเฉพาะมุขคิ้วเข้มจากปากกาเมจิค) ฯลฯ

เนื้อหาของเรื่องนี้ดีๆมากๆ ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้ดี ภาพก็สวยมากๆ เช่น ฉากสะพานพระราม 8 (ถ้าจำไม่ผิด) ฉากที่จังหวัดชุมพร ฯลฯ

ด้านการแสดง ผมว่า ทั้งสี่คนแสดงได้ดีครับ โดยเฉพาะ ลุงจำรัสกับป้าสมพิศ ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีจริงๆครับ เป็นธรรมชาติดี ส่วนเก่งกับฝ้ายก็แสดงได้ดี สมบทบาท

ข้อติของหนัง ในคู่ของเก่งและฝ้าย ซึ่งเป็นพระเอกนางเอกของเรื่องนี้ ดูเหมือนไม่เคลียร์ แต่ในความคิดของผมเข้าใจว่า ทั้งคู่น่าจะเริ่มต้นกันดีๆแล้ว หมายถึงว่านางเอกเริ่มเปิดใจแล้วนะ ถ้าหากจะให้ดีน่าจะจบให้เคลียล์กว่านี้นะครับ

ดูแล้วคุ้มไหม ผมบอกได้ดังๆเลยว่า คุ้มครับ สอดแทรกให้ความรู้สึกได้ทุกๆฉาก โดยเฉพาะความซึ้ง(อย่างที่เขียนไปข้างต้นคู่ของคุณลุง-ป้า)

สรุป ดูแล้วผมให้คะแนนเต็ม 10 เลย (10 คะแนนเต็ม) คุ้มค่าตั๋วครับ


ที่เขียนมานี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ หากถามว่า จะไปดูดีไหมนะ? ผม ก็ตอบว่า ในมุมของผมก็อยากจะแนะนำให้ไปดูนะครับ เพราะ ผมคิดว่าน่าจะประทัปใจกันแน่นอน คุ้มค่าตั๋วแน่นอนครับ (เหตุผล ก็อย่างที่เขียนมาทั้งหมดแหละครับ)

เขียนมาซะยาว วันนี้ก็ขอจบเพียงเท่านี้ สวัสดีครับ!




 

Create Date : 08 มีนาคม 2552    
Last Update : 8 มีนาคม 2552 20:41:53 น.
Counter : 395 Pageviews.  

Mummy 3 ที่น่าผิดหวัง

หลังจากหายไปหลายปี ในที่สุดก็กลับมาอีกครั้งกับ The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor ที่ใครหลายคนหวังว่าจะเป็นหนังน้ำดีอีกเรื่องหนึ่งของปีนี้

   ครับ...เริ่มต้นกันเลยครับ เริ่มจากเห็นโฆษณาและข่าวคราวของเรื่องนี้ ทำให้ผมอยากดูมากๆ ผมก็เลยรีบไปดูเลย ในวันแรกที่เข้าฉายที่ SF MBK ครับ คนเยอะมากๆ

   ก่อนอื่น ขอพูดถึงพล็อตเรื่องก่อนนะครับ ผมขอชมว่า พล็อตเรื่องดีครับ เกี่ยวกับกองทัพมัมมี่ และย้ายฉากจากอียิปต์มาที่ประเทศจีน ผสานด้วยเวทย์มนต์ โอเคครับ แปลกดี น่าสนใจ แต่ทว่า….

   จากที่นั่งนึกและจับความได้ เนื้อเรื่องนั้นดูจะเรื่อยๆ ไม่มีจุดดึงดูดในน่าสนใจเท่าไร คือ ไม่ค่อยจะสนุกเท่าไรเลยครับ แถมตอนจบตัวร้ายดันตายง่ายอีก (เซ็ง!)  

   ขอขยายความส่วนตรงเนื้อเรื่องต่อ โดยรวมแล้วที่กล่าวไปตอนต้นว่า พล็อตเรื่องดี ตรงนี้ผมว่าจึงช่วยทำให้หนังไม่จืดไปกว่านี้ และยังดีที่มีมุขตลกๆแทรกบางในบางช่วง และยังดูได้เรื่อยๆไม่ติดขัด เดินเรื่องเร็วดี

  ต่อครับ...ในส่วนฉากของการต่อสู้นั้น ผมว่าดูง่ายจนเกินไปนัก เช่น เช่นฉากที่ต่อสู้กับกองทัพมัมมี

  ในส่วนของ ฉากและเอฟเฟกต์ ผมชอบมากๆ เพราะ ทำออกมาได้น่าสนใจ ดูตื่นตาตื่นใจดี ชอบๆ ที่ชอบที่สุดก็ฉากกองทัพมัมมี่นี่แหละครับ ดูแล้วตื่นตาตื่นใจดี

  ในด้านการแสดง พูดสั้นๆ ผมว่าก็โอเคดีนะครับ…ดูเป็นธรรมชาติดี 

  สรุปแล้ว ดูได้เรื่อยๆ ซึ่งผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่า ภาค 1-2 เป็นอย่างไร เลยไม่สามารถเขียนอะไรได้มากนักว่า ทำให้ฟันธงไม่ได้ว่า ภาคนี้ดีแค่ไหน แต่ความรู้สึกลึก คือ รู้แต่ว่าภาคก่อนๆดูแล้วประทัปใจกว่า ดูแล้วพูดได้เต็มปากว่า สนุก มันส์ แต่ภาคนี้ผมดูแล้วเฉยๆครับ 

 ส่วนตัวแล้วเรื่องนี้ผมให้เกรด C+ จากด้านฉากและพล็อตเรื่อง และความสนุกที่มีบ้าง



 ใครที่ดูมาแล้วก็คุยกันได้นะครับ เข้ามาแล้วก้ช่วยคอมเม้นต์ด้วยนะคร้าบบบบบบบบ






Free TextEditor




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2551    
Last Update : 8 มีนาคม 2552 20:45:42 น.
Counter : 112 Pageviews.  

Hancock ฮีโร่ที่ธรรมดาๆ แต่ไม่ธรรมดา


Hancock ฮีโร่ที่ธรรมดาๆที่ไม่ธรรมดา


   กลับมาอีกครั้งแล้วครับกับการเขียนเล่าและวิจารณ์หนังที่ไปดูมา หลังจากที่หายหน้าหายตาไปไม่ได้เขียนซะนาน วันนี้ก็ขอกลับมาประจำการเขียนอีกครั้งนะครับ


    ครับ...ในครั้งนี้ผมขอเขียนถึงเรื่อง Hancock (แฮนค็อค ฮีโร่ขวางนรก) นะครับ เรื่องนี้ผมไปดุมาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านนมานะครับ ในวันนี้ผมอยากดูอยู่ 2 เรื่อง คือ “เฟรนด์ชิพ เธอกับฉัน” และ “Hancock (แฮนค็อค ฮีโร่ขวางนรก)” แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจเลือกเรื่อง Hancock ซึ่งผมก็หวังว่าจะสนุก ซึ่งดูจบแล้วผมคิดอย่างไรก็ไปอ่านกันเลยครับ ผมจะเล่าให้ฟังแล้ว


    เรื่องนี้เหตุผลที่ผมตัดสินใจดู คือ 1.เนื้อหาดี ดูตัวอย่าแล้วน่าสนใจดี 2.อยากรู้ว่าทำไหมพระเอกถึงมีพลังวิเศษนั่นได้ 3.พระเอกจะทำอย่างไรต่อการที่คนทั้งเมืองไม่ชอบหน้า และ 4.วิล สมิธ แสดงนำ


    เรื่องของเรื่องก็เนื่องจาก แฮนค็อค ฮีโร่ขี้เมาที่มักจะก่อความวินาศสันตะโรเสมอๆ เรียกได้ว่าไปที่ไหนก็มักจะก่อความเสียหายที่นั่นเสมอ และขี้เมามากๆ เนื่องจากติดเหล้า แม้แต่เวลาช่วยเหลือคนอื่นก็มักจะก่อความวินาศสันตะโรอีกด้วย จนกระทั้งวันหนึ่งเขาได้บังเอิญไปช่วยนายเรย์ เขาเป็น PR นักประชาสัมพันธ์ เข้าไว้ ทำให้เรย์คิดที่จะเปลี่ยนภาพลักษณ์จาก ฮีโร่ขี้เมาที่คนทั้งเมาที่ไม่มีใครชอบขี้หน้า ให้กลายเป็นคนใหม่ ให้กลายที่เป็นฮีโร่ที่คนทั้งเมืองรัก แต่แล้วเรื่องก็วุ่นขึ้นมาอีก เมื่อเขาพบความลับบางอย่างจากแฟนสาวของเรย์ และเขาก็ได้รุ้ที่มาที่ไปของตนเองจากแฟนสาวของเรย์ และแถมเขายังต้องเข้าซังเตอีก


   เรื่องราวจะจบลงเช่นไร เขาจะทำให้คนทั้งเมืองรักได้หรือไหม และที่มาที่ไปของเขาเป็นเช่นไร ความลับนั่นคืออะไรกันแน่ ต้องติดตามเอานะครับ


   ครับ หลังจากดูจบแล้วก็ขอวิจารณ์เลยนะครับ....ดังนี้


- ด้านเนื้อเรื่อง สนุก มีมุขให้ขำได้เป็นระยะๆ เนื้อเรื่องมันส์ปานกลาง เนื้อเรื่องค่อนข้างดี เก็บรายละเอียดได้เกือบดี แต่ตอนจบ จบเร็วไปหน่อย น่าจะจบดีกว่านี้ และน่าจะมันส์กว่านี้


- ด้านการแสดง คิดว่าการแสดงดี โดยเฉพาะวิล สมิธ ส่วนคิดว่าเกือบดี


- ด้านฉาก ทำได้ดีมากๆ...ดูสมจริงดี โดยเฉพาะตอนเปิดเรื่อง


- ดูจบแล้ว เรื่องนี้ผมคิดว่า


คนเรานั่นควรทำดี อย่านึกแต่ว่า ทำความดีแล้วจะต้องมีคนชม คนชอบ


อย่ากลัวที่จะทำความดี คือ เมื่อคิดจะทำความดีแล้วอย่าอาย


สอนให้รู้จักความอดทน อดกลั้น


สอนให้ไม่ใช้พลัง-อำนาจในทางที่ผิด


   สรุปโดยรวม ส่วนตัวแล้ว ผมคิดว่า ทำได้ดีครับ สนุก ดูแล้วผ่อนคลาย ประทัปใจปานกลาง ดูแล้วก็ไม่เสียดายค่าตั๋ว แต่ผิดหวังเล็กน้อยกับตอนจบ...ให้คะแนนจาก 100 คะแนน ผมให้ 85 คะแนน นะครับ


   หลังจากดูแล้วหากไล่เรียงหนังที่วิล สมิธ แสดงแล้ว ผมชอบเรื่อง “ID4 สงครามวันดับโลก” ที่สุด ที่ชอบรองลงมาก็เรื่อง “I’Robot” และ I am legend


    แล้วคุณละดูมาแล้ว คิดอย่างไรบ้าง
    ผมขอจบเท่านี้ แล้วพบกันใหม่นะคร้าบบบบ....






Free TextEditor







 

Create Date : 07 กรกฎาคม 2551    
Last Update : 7 กรกฎาคม 2551 16:36:04 น.
Counter : 300 Pageviews.  

CJ7 ดูแล้วสนุกอารมณ์ดี

CJ7 ดูแล้วสนุกอารมณ์ดี

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับสองพ่อลูกคู่หนึ่ง คนเป็นพ่อชื่อว่า อาเถี่ย และลูกชายของเขาชื่อ เสี่ยวตี้ อาเถี่ยมีอาชีพเป็นกรรมกรรับก่อสร้าง ซึ่งภรรยาของเขานั้นตายไปแล้ว ทำให้ผู้อาเถี่ยต้องรับภาระหนักเพื่อเลี้ยงดูลูกชายของเขา อาเถี่ยนั้นต้องทำงานหนักมากเพื่อส่งเสียลูกชายของเขาให้เรียนในโรงเรียนหรูด้วยความที่อยากให้เสี่ยวตี้มีอนาคตที่ดีๆ ชีวิตของสองพ่อลูกต้องอาศัยในอาคารร้างที่พังแห่งหนึ่ง ในห้องเล็กๆ ที่ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรเลย ของใช้ก้ต้องเก็บจากกองขยะ อาหารการกินก็ขอแบ่งมา แม้แต่รองเท้าเสื้อผ้าก็ขาดรุ่งริ่ง แต่ก้ต้องใช้ต่อไป

วันหนึ่งเสี่ยวตี้ได้เห็นของเล่นไฮเทคชิ้นหนึ่งจากเพื่อนๆ ชื่อว่า CJ1 จึงอยากได้ขึ้นมา เสี่ยวตี้จึงไปรบเร้าขอจากอาเถี่ยผู้เป็นพ่อให้ซื้อให้ แต่อาเถียไม่มีเงิน ทำให้เขาทะเลาะกับเสี่ยวตี้ แต่แล้วอาเถี่ยก้บังเอิญไปเก็บของเล่นประหลาดชิ้นหนึ่งมามันคือ สัตว์ประหลาดจากต่างดาวนั่นเอง เสี่ยวตี้ได้ตั้งชื่อให้มันว่า CJ7

เนื้อเรื่องต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ต้องไปติดตามเองนะคร้าบบบ

ครับ เรื่องนี้สนุกมากๆ เนื้อเรื่องดีมากๆ เรื่องนี้นี้ทำให้เห็นภาพของคนที่ไม่มีเงิน แล้วต้องทำงานหนักได้อย่างดี แต่ก็อยู่มีความสุขในครอบครัว หรือภาพความรักที่พ่อทุ่มเทให้ลูกด้วยหวังที่ให้ลูกมีอนาคตที่ดี นอกจากนี้ยังมีข้อคิดที่ดีๆสอนไว้เยอะเลยครับ

ไปดูมาแล้วสรุปได้ว่าสนุกดีครับ ดูแล้วอารมณ์ดี ให้คะแนนไปเลย 70 คะแนนครับผม!




 

Create Date : 06 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 6 กุมภาพันธ์ 2551 18:44:19 น.
Counter : 150 Pageviews.  

SAW 4 ‘สยอง-โหด-หักมุม’ เช่นเดิม

SAW 4 ‘สยอง-โหด-หักมุม’ เช่นเดิม

สำหรับหนัง SAW แล้วผมว่าเป็นอีกหนังแนวสยองขวัยที่ผมว่าเจ๋งมากๆเลยครับ ผมได้ติดตามมาตั้งแต่ภาค 1 จนยันภาค 3 ซึ่งผมคิดว่าคงจบแล้วล่ะก็เจ้าลุงโรคจิตเขาตายไปแล้วนี่หว่า และไม่ต้องดูอีกแล้ว แต่ทว่ามาในปีนี้ก็ดันมีภาค 4 มาให้ชมอีกแล้ว และผมก็เกิดอาการอยากไปดูตามระเบียบด้วยอยากรู้ว่าภาคนี้จะมีอะไรมาให้ดู จะมีการหักมุมอีกไหม

Image Hosted by ImageShack.us



ก่อนจะไปดูผมต้องทำใจนิดๆล่ะครับ เพราะ ด้วยประสบการณ์ในสามภาคแรกที่ดูที่ไรปวดหัว สยองทุกที ต้องหลับตาไม่ดูในบางฉาก หรือแอบลืมตานิดๆ บางทีก็กรอไปเลย เหอะๆ

ครับ…สำหรับเนื้อเรื่องนั่นค่อนข้างซับซ้อนน่ะครับ เรื่องก็ประมาณว่า เริ่มฉากมาที่มีการผ่าชันสุตรศพลุงโรคจิตนามว่า “จิ๊กซอว์” และระหว่างผ่าก็มีเทปมรณะโผล่มา (มันกลืนลงไปได้ไงหว่า) แล้วทีมผ่าศพก็ไปตามตำรวจนายหนึ่งมา (จำชื่อไม่ได้) แล้วในเทปนั่นก็บอกว่า –เกมยังไม่จบ นี่พึ่งแค่เริ่มต้นขึ้น- หลังจากนั่นเรื่องก็ตัดไปที่ เล่าถึงที่มาที่ไปของลุงจิ๊กซอว์ว่าทำไมถึงมาทำเกมจิ๊กซฮว์ และตัดมาที่ตำรวจนายหนึ่งนามว่า ริก ที่ต้องเข้าไปพัวพันเกมของซอว์รายใหม่ ที่ต้องเดิมพันกับเวลา 90 นาที เพื่อช่วยเพื่อนสองคนของเขา เขาจะช่วยได้หรือไม่ และใครเป็นคนจัดเกมในภาคนี้ต้องติดตามน่ะครับ

ในภาคนี้ต้องพยายามตั้งใจดูดีๆน่ะครับ (ถ้าไม่เกิดอาการมึนๆจากฉากสุดแสนสยองแบบผมจนต้องหลับตาไม่ดูซะก่อน เหอะๆ) เพราะ ซับซ้อนหน่อยๆ เพราะ เป็นคาบเกี่ยวระหว่าง ภาค 3 กับภาค 4 น่ะครับ

แต่ที่บอกได้ คือ ภาคนี้ยังคงสยองเช่นเดิม แค่เปิดฉากมาก็สยองแล้วล่ะ อึ๊ยไม่ยากนึกถึงเลย ไม่รวมไปถึงบรรดาเครื่องมือในเกมต่างๆอีก โอ้ว! ไม่อยากจะพูดเลย มันเลือดสาด โหด สยอง ทรมานจริงๆ

แม้ว่าจะมีบรรดาแกเลือดสาด ฉากน่าสยองขวัญ โหดๆ แต่หนังเรื่องนี้ผมขอชื่นชมในตัวบทหนังที่น่าดู และจบแบบให้คนคาดไม่ถึงเสมอจริงๆ อย่างภาคนี้ก็เช่นกันครับ

สรุปแล้ว ในภาคนี้ก็ยังทำได้ค่อนข้างดี ยังคงรักษามาตราฐานเดิมไว้เช่นเดิม แต่ในส่วนของลูกเล่นของเกมนั่นดูจะไม่ค่อยแปลกใหม่ น่าจะมีอะไรเจ๋งๆ หรือฉีกแนวไปกว่านี้

โดยรวมแล้วผมให้คะแนนไปเลย 80 คะแนน หากแฟนๆที่ติดตามมาตั้งแต่ภาคก่อนๆก็ควรไปดูน่ะครับ รับรองคุ้มน่ะคร้าบบบบ

ออกมาจากโรงแล้ว ผมก็เกิดอาการมึนๆ ปวดหัวหนึบๆ จากฉากต่างๆ ที่เรียกว่าต้องทนดูจนจบ เนื่องจากเสียดายเงินค่าตั๋ว บวกกับอยากรู้ว่าจะจบยังไง และมันส์กับเนื้อเรื่อง จนผมคิดว่าผมทนดูจนจบได้ยังไงเนี่ยจบได้ยังไงเนี่ย และยังงงๆอยุ่ว่าตกลงเนื้อเรื่องมันเป็นยังไงหว่า (สงสัยหลายเรื่อง จนคิดจะไปดูอีกรอบ แต่เปลี่ยนใจ รอแผ่นออกก่อนดีกว่า) และมันดันทิ้งปริศนาให้คิดเล่นอีกแล้ว อ๊ากๆๆ

แน่นอน เมื่อมีปริศนา ย่อมมีภาคต่อไปแน่ๆ ผมมานั่งคิดว่า จะดูอีกไหมหว่า หากมีภาคต่อ แต่แน่นอนผมจะไม่ไปดูหนังเรื่องนี้อีกแล้วในโรงหนังแน่ๆ ขอมานอนดูที่บ้านดีกว่า เพราะ ในโรงผมกรอหนังไม่ได้ แต่ที่บ้านผมกรอได้ 555+









 

Create Date : 26 มกราคม 2551    
Last Update : 26 มกราคม 2551 21:12:56 น.
Counter : 642 Pageviews.  

1  2  3  
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.