ความรักที่แสนยิ่งใหญ่คือความรักของแม่นั่นเอง
 
 

นางฟ้าน้อยไปโรงเรียนครั้งแรก

วันก่อนได้จดหมายจาก council ว่าให้พาโฟกัสไปโรงเรียน ตกใจ เย้ยยยย ทำไมมันเร็วนัก ชีแค่หกเดือนเอง พออ่านต่อไป อ้อ พาไปเข้ากลุ่มเบบี๋ ที่อายุ 6-12 เดือน เลยถึงบางอ้อ ก็คงจะมีกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการตามวัยกันนั่นหล่ะ



พอไปถึงโฟกัสกลายเป็นเด็กอ่อนสุดเพราะคนอื่นเขาก็เก้าเดือน ขวบนึง โดยส่วนใหญ่จะประมาณเก้าเดือน ไอ้ที่เราว่าลูกเราตัวใหญ่เร็ว อ้วน พอไปก็เลยเล็กไปเลย แต่ขอให้บอกเรื่องความซ่าส์ ชีไม่ด้อยไปกว่าใครค่ะ แบบว่าเพิ่งคลานได้ไม่นาน ก็เอาเลย ป่วนกันให้เห็นเลยว่าชีนี่แข็งแรง นั่งโชว์ คลานโชว์ แถมจะคลานลงอ่างไปอยู่กับน้องเดซี่ที่อายุเก้าเดือน วันนั้นโฟกัสเลยดีใจ ดึ๊กดั๊ก ดึ๊กดั๊ก ไม่อยู่นิ่งเลย กลับมาถึงบ้านได้สลบกันเยทีเดียว นี่เขาจะให้ไปอาทิตย์ละสองวัน วันจันทร์ กับวันพฤหัส ครั้งละหนึ่งชั่วโมง ก็คงได้ออกกำลังกันเลย หัดเข้าสังคมแต่เล็กแต่น้อยกันเลยเชียวเด็กสมัยนี้ เป็นสมัยแม่นี่กว่าจะได้เข้าโรงเรียนอนุบาลก็สามขวบกันเลย




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2551   
Last Update : 9 สิงหาคม 2551 6:12:13 น.   
Counter : 297 Pageviews.  


6 เดือนแล้วค่ะ



ตอนนี้โฟกัสครบ 6 เดือนแล้ว เริ่มพูดมากเป็นเรื่องเป็นราว แบบว่าไม่ใช่เป็นคำคำแต่ดูเหมือนจะเป็นประโยคกันเลย แต่เป็นภาษาที่เธอเข้าใจคนเดียว ยิ้มร่าเริง ไม่ค่อยงอแงมากนอกจากเธอเจ็บ เพราะเธอเริ่มนั่งได้เอง คลานได้ เกาะยืนได้ ซึ่งมันก็เป็นการทำได้ใหม่ๆ ดังนั้นเธอจะทำแล้วทำอีก ทำแล้วทำอีก จนตล่อง กว่าจะคล่องก็ได้มีรอยแดง มีล้ม มีโขกกันทุกวัน แต่เธอก็ยังชอบ เจ็บมากถึงจะร้อง ยังสงสัยว่านี่เรารมีลูกชายหรือลูกสาวกันแน่เนี่ย ยิ่งตอนนี้ผมร่วงเหลือนิดเดียวด้วย ใครเห้นเลยนึกว่าลูกชายมากว่าลูกสาว เพราะมันทะโมนจริงๆ




 

Create Date : 09 สิงหาคม 2551   
Last Update : 9 สิงหาคม 2551 6:02:30 น.   
Counter : 154 Pageviews.  


นางฟ้าน้อยสี่เดือนแล้ว



พัฒนาการเดือนนี้โฟกัสค่อนข้างไปได้ไวมาก เธอสามารถจำชื่อตัวเองได้แล้วทุกครั้งที่แม่เรียกโฟกัสจะหันตามเสียงมา แล้วก็ทำหน้าเหรอหรา เธอหัวเราะ เธอมองตัวเองในกระจกแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเสียงดังเชียว รวมถึงมือเฮะแข็งแรงมากขนาดที่จะไขว่คว้าและกำของเล่นได้แล้ว รวมถึงจะกำมือแน่นเกาะแม่เวลาอุ้มด้วย มีอยู่วันนึง แม่แทบจะช๊อคเพราะอยู่ดีดีไม่คิดว่าลูกจะพลิกหงายมาเองได้ หันไปอีกที โฟกัสพลิกจากท่าคว่ำมานอนหงาย แล้วก็หัวเราะชอบใจพอแม่หันไปเห็นแล้วทำท่าตกใจ จะไม่ให้ตกใจได้ไงเธอพลิกมาซะหมิ่นเหม่ ถ้าพลิกต่อไปอีกตลบก็ได้ตกเตียงพอดี เอากับคุณเธอเข้าสิ




 

Create Date : 05 มิถุนายน 2551   
Last Update : 5 มิถุนายน 2551 4:45:44 น.   
Counter : 146 Pageviews.  


กำเนิดนางฟ้าน้อย

7.30 น. เช้าวันนี่ตื่นมาเองโดยที่ไม่มีเสียงปลุกจากใครเนื่องจากวันเสาร์แม่บ้านไม่ มาทำงานเสาร์และอาทิตย์ เราเลยได้นอนตื่นสายนิดหน่อย แต่ได้เวลาตื่นเพราะท้องเจ้ากรำดันร้องเสียแล้ว ทานอาหารเป็นเวลาจนเคยตัวไง น้ำย่อยเลยออกมาตรงเวลา หลังจากเสร็จกิจวัตรประจำวันแล้ว ไม่ลืมเก็บเตียงให้เรียบตึงสมกับเป็นคุณพยาบาลก่อนที่จะลุกเดินไปกิน Breakfast ที่ห้องอาหาร มองออกไปนอกหน้าต่างโอ้วเมื่อคืนหิมะตกแน่ๆ มองไปหิมะขาวๆยังติดตามหลังคาบ้านและอาคารรวมทั้งบนถนน คงตกไม่นานเพราะสังเกตจากความหนาของหิมะไม่ถึงนิ้วละมัง ทานอาหารเช้าสเร็จก็กลับมานั่งดูทีวีที่ห้องต่อ และก็โทรหาสามี ถามถึงเมื่อคืนว่าได้ดูหิมะตกไหมเพราะว่าปกติเขาจะเป็นคนบอกว่าเวลาเท่านี้ เท่านี้จะมีหิมะตกให้เฝ้าดู และถ้าตกหนักก็จะออกไปถ่ายรูปเก็บไว้ แต่ผิดคาดเพราะว่าสามีบอกว่าหลับไปตอนตีสอง คิดว่าตอนนั้นมันคงยังไม่ตกเลยไม่ได้ดู เราเองเมื่อคืนตื่นมาตีสองกว่าก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก เข้าห้องน้ำและก็หลับต่อตื่นมาตีสี่กว่าก็ไม่ได้มองออกไปนอกหน้าต่างหรอก เพราะว่าปิดม่านหมด มาตื่นอีกทีเจ็ดโมงกว่านี่หล่ะเพราะเจ้าตัวเล็กดิ้นเอาดิ้นเอา สงสัยจะบอกว่า แม่ แม่ หิมะตกตื่นมาดูหน่อย 555

เหลืออีกสองวันเอง คิดในใจ จะได้เจอหน้ากันแล้วทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวลกับการผ่าตัดเพราะหมอเองก็ไม่รับประกันว่าจะมีอะรแทรกซ้อนไหม หรือจะห้ามเลือดได้ 100%ไหม ถ้าไม่ได้ก็คงต้องดัดมดลูกทิ้งไปด้วยเลย โอ๊ย ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย อดทนหน่อยนะคะลูก ไหนๆก็ทนมาได้ซะขนาดนี้แล้ว อีกสองวันเอง

10.00 น. มีหมอมาเยี่ยมขณะที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ หมอก็บอกว่ามาทักเฉยๆเหลืออีกสองวันเอง แล้วก็ชมว่าไม่เคยเห็นคนไข้คนไหน well organize แบบนี้เลย มีหนังสือมาอ่าน เตียงห้องดูสะอาดเรียบร้อย (แหมก็นะให้รู้ซะบ้างว่าใคร)แล้วแกก็ออกไป

11.30 น. วันนี้คุณพ่อหนูมาเร็ว มาพร้อมกับข้าวกล่องเช่นเคย แต่วันนี้ไม่มีอะไรพิเศษมากนอกจากกุญเชียงทอด เพราะเมื่อคืนพ่อหนูนอนที่บ้านแล้ว ไม่ได้ไปนอนบ้านพี่ทิพย์แล้วเพราะว่าโทนี่กลับมาแล้ว คงไม่ต้องมีใครไปอยู่เป็นเพื่อนอีก พอทานข้าวเสร็จ ก็ไปซื้อบัตรดูทีวี กะว่าจะดูกันทั้งวันทั้งคืน เพราะวันเสาร์มีหนังเยอะหน่อย เลยซื้อบัตรดูทีวีแบบ one day มาแล้วก็เปิดไปรายการกีฬา วันเสาร์มีบอลเยอะนี่นา เลยดูไฮไลท์พรีเมียดีกว่า ว่าแล้วพ่อหนูก็เอาเก้าอี้มาต่อข้างเตียงแม่แล้วก็นั่งดูทีวีกันอย่างเอา เป็นเอาจังมาก ขณะนั้นก็มี midwife เข้ามาเจาะเลือดไปอีกสองหลอด บอกว่าที่เจาะเอาไปจองเลือดอ่ะ แมทช์ไม่ได้เพราะว่าเลือดแม่มี Antibody เลยมาเจาะใหม่จะเอาไป แมทชิ่งใหม่ ขณะที่เจาะเลือดเห็นท้องแม่หดรัดตัว คุณพยาบาลคนนั้นเลยบอกว่าเดี๋ยวบ่ายๆจะเอา monitor มาติดดูว่าเป็น contraแtion จริงๆไหม โดนไปหลายรอบแล้วเขียวไปหมดทั้งสองข้างเลยแขน

ดูหนังแบบเอาจริงเอาจังแบบไหนไม่รู้หลับกันทั้งคู่ ตอนไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าตื่นมาบ่ายสองครึ่ง เพราะแม่รู้สึกปวดท้อง มดลูกหดรัดตัวจนรู้สึกได้ หลังจากนั้นเลยลุกนั่ง ลุกไม่ทันห้านาทีรู้สึกได้ทันทีว่ามีอะไรไหลออกมาทางช่องคลอด เหมือนตอนมีประจำเดือนอย่างไรอย่างนั้น ก็เลยลุกไปเข้าห้องน้ำ เพื่อดูให้แน่ชัดว่าใช่อย่างที่คิดแน่ๆหรือเปล่า และแล้วก็จริงเลือดสดๆไหลออกมา และก็ไหลลงชักโครกอีกหลายก้อน เป็น Blood clot เข่าอ่อนเลยแม่ เพราะว่าอีกสองวันเองลูกรัก(ทำไมหนูถึงไม่อยากเกิดวันจันทร์หรอคะ)

เดินเข่าอ่อนมาที่ห้องแล้วจึงกดออดเรียกพยาบาลมาดู พยาบาลวิ่งมาดูก่อนคนนึง แล้วก็ขอดูว่าเลือดออกแบบไหน ดูเสร็จก็ไปตามพยาบาลจากห้องคลอดมาแล้วก็ย้ายเตียงแม่ขึ้นชั้น 4 เข้าห้องคลอด( room 12 ) ประมาณบ่ายสามโมง มาถึงก็มีพยาบาลรออยู่แล้วสองคน เขาก็เตรียมเครื่องมือ เครื่อง NST เครื่องวัด Oxygen saturation และก็เอา blue pad มารองเพื่อสังเกตว่ามีเลือดออกเพิ่มไหม มันก็ออกมาเรื่อยๆจนรู้สึกได้ พร้อมๆกับมดลูกหดรัดตัวอย่างต่อเนื่อง ณ.เวลานั้นเขาก็ถามว่าปวดไหมเวลามดลูกหด แม่เองบอกไม่ได้ว่าปวดคือปวดไงเพราะแค่นี้แม่ยังทนได้ ไม่รู้สึกปวดอะไรมากหรอก มีแต่พ่อเท่านั้นหน้าซีดแล้ว กลัวแม่เจ็บ หมอดมยาเข้ามาคุยและก็ให้น้ำเกลือ เจาะเลือดไปอีกสามหลอด

คุณหมอคนเมื่อเช้า(รู้สึกจะชาวอัฟริกา)เข้ามาแล้วก็บอกว่าอาจต้องผ่าบ่าย นี้เลย ถ้าเลือดไหลไม่หยุดไหล ไม่เช่นนั้นจะช๊อค และมีผลทั้งแม่และลูก แม่เองไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ยังไงแม่ก็อยากให้หนูปลอดภัย สำหรับแม่แล้วตอนนี้ยังไงแม่คงต้องเสี่ยงเพื่อหนูก่อน อะไรมันจะเกิดสำหรับแม่แล้วแม่ยอมตายถ้ามันจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ขอให้หนูปลอดภัยก็พอ คุณหมอคุยเสร็จ
หลังจากนั้นหมอดมยาก็จะเข้ามาพูดถึง consent form และก็การดมยา site effect ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงถ้าหาเลือดไม่ได้ แล้วห้ามเลือดไม่ได้ ก็อาจต้องเอาเลือดแม่เอง ออกมาฟอกแล้วใส่กลับไปใหม่ แต่ไม่ต้องกังวลนะ ที่นี่เรามีเครื่องมือที่ทันสมัยมาก มีคนไข้ หนึ่งในล้านคนเท่านั้นทีพบว่ามีภาวะแทรกซ้อนจากการฟอกเลือดด้วยวิธีดังกล่าว เล่นเอาเสียเสียวเลยนะเนี่ย แต่ก็ยังยิ้มสู้ คุณสามีอ่ะ ใจเริ่มไม่ดีแล้ว แต่ก็พยายามยืนข้างแม่แล้วก็คอยปัดผม คอยบีบมือ ดูโน่นดูนี่ให้ตลอดเวลา แม่เองก็รู้สึกซึ้งมากที่พ่อเขารักแม่อยู่ข้างๆแม่แบบนี้ แต่จะให้แม่ทำสีหน้ากังวลได้ไง พ่อเขายิ่งจะใจเสียใหญ่ ยิ่งถ้าบอกว่าตอนนี้ยังหาเลือดไม่ได้ ต้องเสี่ยงผ่า พ่อเขาคงจะยิ่งกังวลหนัก

15.30 น. Midwife ชื่อ ป้าคริส เปลี่ยนกะขึ้นมารับช่วงพยาบาลเวรเช้าต่อ และก็ตามให้พยาบาลอีกคนมาเปิดเส้นให้น้ำเกลือแขนอีกข้างหนึ่งบอกว่าเปิดไว้ ก่อนเผื่อฉุกเฉิน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าแม่ เตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัด แม่ก็เลยถามแกว่า ตกลงต้องผ่าบ่ายนี้เลยใช่ไหม แล้วรออะไรอยู่ เขาก็บอกว่ารอเลือด เพราะที่นี่ไม่มีเลือดที่เข้ากับคุฯได้เลย หมอต้องส่งไปเมืองอื่นคงต้องรอผลก่อนว่าได้ไหม แต่ถ้าไม่ได้ก็อาจต้องผ่าเลย ตอนนี้คือรอไปก่อน ถ้าเลือดคุณยังไม่ออกมากกว่านี้ พูดไม่ทันขาดคำเลือดก็ออกมาอีกเป็นพักๆ โดยเฉพาะเวลาที่คุณหมอเอาเครื่องแสกนมาแตะที่ท้องน้อยเพื่อหาว่าหัวหนูอยู่ ตรงไหน แค่แตะเท่านั้น เลือดก็พรั่งพรูไหลออกมาเต็ม ฺฺblue pad จนแม่บอกกับหมอว่า หมอคะเลือดมันออกอีกแล้ว โดยเฉพาะเวลาหมอเอาเครืองมือกดตรงท้อง หมอเลยหยุดทันทีเลย ไม่ทำต่อแล้วบอกว่า โอเคงั้นเราคงไม่รอแล้ว ผ่าเลยล่ะกัน เพราะไม่งั้นคุณจะช๊อคไปเสียก่อน แม่เลยถามป้าคริสว่าแล้วพ่อจะเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยได้ไหม คุณพยาบาลก็บอกว่าแป๊บนะรอถามหมอแป๊บเพราะว่าในกรณีธรรมดาเขาจะให้เข้าได เพราะเขาจะบลอคหลัง แม่จะไม่สลบขณะผ่าตัด แต่กรณีนี้คงต้องถามหมอก่อนเพราะว่ามีเลือดออกมากและถ้าหยุดเลือดไม่ได้ หรือเกิดอะไรขึ้น เขาจะต้องดมยาแม่แบบสลบไปเลย แต่เขาจะใช้วิธีบลอคหลังก่อน แต่ถ้าเกิดอะไรไม่ชอบมาพากลก็คงดมยาสลบ พ่อก็คงเข้าไม่ได้

ป้าคริสแกหายไปห้านาทีก็กลับมาพร้อมกับบอกว่าโอค พ่อหนูไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ก็พาไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องน้ำ ส่วนแม่ก็โดนเข็นไปห้องผ่าตัด ( Theatre room ) แล้ว และก็ยังยิ้มสู้อยู่ได้

17.00 น. มาถึงห้องผ่าตัด พยาบาลและหมอดมยาอยู่กันตรึมเลย เขาก็จะอธิบายให้ฟังว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แล้วก็จัดการย้ายแม่ขึ้นเขียง เอ๊ยขึ้นเตียงผ่าตัด แล้วก็ทำความสะอาดหลัง โดยให้นั่งกอดหมอน ตอนน้ำยาฆ่าเชื้อฉีดที่หลังเพื่อทำความสะอาดมันเย็นวาบไปหมดเลย พวกพยาบาลก็ชวนคุยแล้วก็ซักประวัติแม่ไปด้วย ทุกคนรู้หมดว่าแม่เป็นพยาบาลเหมือนกัน เลยชวนคุยถามถึงบ้านเรา ก็คุยไปหัวเราะไป จนพยาบาลเขาบอกว่าทำไมคุณไม่กลัวเลย ก็เลยบอกเขาไปว่า ไม่รู้จะกลัวอะไรเพราะฉันไม่มีทางเลือกอะไรแล้ว นอกจากจะเดินหน้าแล้วก็สวดภาวนาเอาว่าขออย่าให้ถูกลอตเตอรรี่ตอนนี้เลย อย่ากลายเป็นคนโชคร้ายในความโชคดี เพราะการมีลูกคือสิ่งที่แม่เรียกว่าโชคดี แต่ถ้ามาถึงขั้นนี้แล้วแม่จะโชคร้ายแม่ก็จะก้มหน้ายอมรับกับมัน ตอนพยาบาลฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนแทงเข็มเข้าที่หลังแม่ก็รู้สึกเจ็บนิดเีดียว หลังจากนั้นก็ไม่รู้สึกอเจ็บอีกเลย ขามันเริ่มหนัก ชา ยกไม่ขึ้น ก็ล้มตัวลงนอน เขาใส่สายสวนปัสสาวะก็รู้ว่าเขาใส่ แต่ไม่เจ็บอะไรอีกแล้ว จนกระทั่งหมอดมยาเขาเทสต์ให้แน่ใจว่าขาสองข้างไม่รู้สึกแน่ๆแล้ว พร้อมจะผ่าแล้วเขาจึงตามหมอมา แล้วก็ให้พ่อหนูเข้ามายืนที่ห้วเตียง หาเก้าอี้ให้นั่งข้างๆแม่ที่ด้านหัวเตียงโดยมีผ้ากั้นระหว่างหัวเตียงและ ปลายเตียงที่กำลังปูผ้า กำลังเตรียมจะเจี๋ยนแม่อยู่

ตอนเขาลงมีดก็รู้นะว่าเขาลงมีดแล้วแต่ไม่เจ็บเลย ตอนเขาใส่เครื่องมืออะไรลงไป ด้วยความที่แม่เองเคยเข้าเคสผ่าท้องคลอดส่งเครื่องมือแพทย์มาก่อนก็รู้ว่า ตอนนี้เขาทำอะไรแล้ว หมอดมยาที่หัวเตียงสองคนเขาก็พากย์ตลอดเหมือนกันว่าหมอกำลังทำอะไรแล้วกำลัง ทำอะไรต่อไป พร้อมกับถามว่ารู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ยังโอเคไหม แม่ก็ยิ้มตลอด ในใจก็สวดภาวนา วันทามารีอา ไปกี่รอบก็ไม่รู้ ตอนเขาดึงตัวหนูออกจากท้องเท่านั้นแม่รู้สึกโล่งท้องไปเลย มันยุบฮวบไปเลยอ่ะ และก็รอฟังเสียงร้องของหนู
พอได้ยินเสียงร้องเท่านั้นแม่แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ พ่อของหนูก็ลุกยืน กดชัตเตอร์ แช๊ะๆๆ แล้วก็นั่งลง ไม่รู้ได้ โฟกัสไหมเพราะดูเหมือนพ่อเองก็กลัวจะเป็นลมเหมือนกันด้วยความหวาดเสียว แม่เลยถามเขาว่าหญิงหรือชาย คุณหมอก็ยกให้ดูว่าเป็นหญิง แม่ก็บอกให้พ่อเขาตามไปดูลูกเพราะว่าป้าคริสเป็นคนรับเด็กไปเช็ดไข และก็เช็ดตัวอีกมุมนึงของห้องผ่าตัด แม่คิดว่าพ่อหนูคงนั่งฮึดเอาแรงสักพักพร้อมกับทำใจสักแป๊บก่อนจะลุกเดินไป ถ่ายรูปหนูอีกมุมนึงแล้วก็ตามออกไปที่ห้องพักฟื้นเพื่ออยู่เป็นเพื่อนหนู แล้วก็รอแม่
หมอเขาก็เชคโน่นเชคนี่จนกว่าจะแน่ใจว่า ไม่มีเลือดออก จึงเย็บปิดหน้าท้อง แม่ก็ถามหมอว่าตกลงไม่มีอะไรมีปัญหาใช่ไหมคะ ห้ามเลือดได้ใช่ไหม หมอก็บอกว่าโอคแล้ว โชคดีมาก แม่ปล่อยให้หมอเย็บแผลแม่จนเสร็จแล้วเขาก็เข็นออกไปที่ห้องพักฟื้น(Recovery room)ที่มีพ่อของหนูและหนูรอยู่
เพราะจะต้องนอนสังเกตอาการที่ห้องนี้อีกสี่ ชม เพื่อดูว่ามีอาการแทรกซ้อนอะไรเกิดขึ้นไหมจากากรผ่าตัดและการให้ยาทางไข สันหลัง(Epidural block)

ออกมาได้สักพัก ป้าคริสก็ออกมาเอาโน่นเอานี่พันแขน พันขาเต็มไปหมดแล้วก็บันทึกทุกห้านาที ขณะที่วัดไปก็เอาหนูมาให้นมแม่ครั้งแรก เป็นอะไรที่ตื้นตันใจมากเมื่อหนูได้ดูดนมแม่ครั้งแรก น้ำตาซึมอีกแล้ว ประมาณสามสิบนาทีแม่รู้สึกสั่นทั้งตัวไม่สามารถควบคุมได้ และรู้สึกจะอ๊วก เลยบอกป้าคริสไป แกก็เอาชามรูปไตมาให้หลังจากนั้นก็อาเจียนไปหนึ่งทีเป็นอาหารกลางวันที่ทาน เข้าไป (ไม่รู้มีเศษกุนเชียงให้เขาเห็นหรือเปล่า) พ่อหนูตกใจมากมายืนเรียกแม่ตลอด ตอนนั้นแม่ก็เหนื่อยมากและสลืมสลือ รู้สึกอยากหลับและก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้หยุดสั่นได้ ป้าคริสเลยไปรายงานหมอดมยา หมอเลยมาแีดยาให้ แล้วก็บอกว่าสักพักจะดีขึ้น เพราะนี่คือผลข้างเคียงจากยาที่ให้ในการผ่าตัดไม่ต้องกังวล ณ.ตอนนั้นแม่ก็ง่วงเต็มทีเห็นบรรดาหมอหลายคนพานักเรียนแพทย์มาสอนอะไรไม่รู้ ยืนคุยอยู่ปลายเตียง แม่ก็ไม่รู้แล้ว รู้แต่ว่าตาปรืออยากพัก มาตื่นอีกทีก็สักพักใหญ่ๆ พ่อหนูก็เป็นกังวลมากคอยถามตลอดว่าดีขึ้นหรือยัง ตอนนั้นหรอก็ดีขึ้นแ้ล้วผ้าห่มกี่ผืนไม่รู้อยู่บนตัว ตอนนี้เริ่มร้อนแล้ว นอนครบสี่ชม ยังไม่ได้ย้ายออกเลย พยาบาลเวรดึกขึ้นมารับช่วงต่อป้าคริส วัดไข้ดูก็พบว่าไข้ขึ้น 38.4 เลยไปตามหมอมาดู หมอเลยเจาะเลือดไปตรวจแล้วก็บอกว่าอาจต้องให้ยาแก้อักเสบแต่ขอปรึกษารุ่นพี่ ก่อน โดนดูดเลือดไปอีก ยี่สิบซีซี เฮ้อจะหมดตัวแล้วซีดเลยตอนนี้เสียเลือดขณะผ่าตัดไปและก็มาโดนดูดเล็กดูดน้อย ไปอีกเท่าไหร่แล้วนี่ แต่ยังไงก็คงต้อขอขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ลูกปลอดภัยทั้งแม่และลูก

23.30 น. ย้ายกลับมาที่ห้องเดิม พ่อของหนูก็เก็บของเพราะเขาไม่ให้เฝ้า แล้วก็บอกว่าพรุ่งนี้จะมาแต่เช้าเลยยืนรอประตูเปิดเลย ๕๕ แม่ว่าแล้ว เห่อไม่ใช่น้อยอ่ะ พ่อกลับไปเหลือเราสองคนในห้องทำไงหล่ะ ขาแม่ยังไม่หายชาดีเลย ถ้าหนูร้องจะทำไง

2.00 น. และแล้วหนูก็ร้องแม่ก็พยายามเลื่อนคลิปไปมาประดุจว่าเป็นเปล หนูก็หยุดร้องเป็นพักๆ แต่ก็ไม่หยุดเสียทีเดียว จะทำไงหล่ะ หนูคงหิว เอาตัวหนูมาอุ้มแล้วก็ลองให้นมแม่อีกที แต่จะให้นมไหลได้ไงหล่ะเนี่ย ก็เพิ่งคลอดแถมอายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนดอีก ปกติน้ำนมจะไหลในท้องแรกก็ต่อเมื่ออายุครรภ์ 40 weeks ท้องสองนั่นหล่ะถึงจะไหลเร็ว แม่ก็สงสารลูกเหลือเกิน เลยกดออดเรียกพยาบาล พยาบาลก็เข้ามาแม่เลยบอกว่าหนูร้อง คงจะหิวทำปากจุ๊บๆตลอด นมแม่ยังไม่ไหลเลย ขอนมขวด(SMA)จากคุณพยาบาลก่อนได้ไหมคืนนี้ พยาบาลเขาก็บอกว่าโอเคคุณจะเป็นคนให้เองหรือจะให้ฉันป้อนให้ แม่เลยให้เขาทำให้เพราะว่าแม่เองขยับตัวยังไม่คล่องเลย ขายังไม่หายชาเต็มร้อยเลย เจ็บแผลอ่ะไม่เท่าไหร่ เพราะเขาให้ยาแก้ปวดไว้หลายทาง ทั้งกิน ทั้งเหน็บก้น



ว่าแล้วเขาก็เข็นหนูออกไปบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปให้นมข้างนอกละกัน แม่ก็รอว่าเมื่อไหร่เขาจะเอาลูกมาคืน นอนไม่หลับเลย หลับๆตื่นๆเพลียก็เพลียแต่ห่วงหนู เห็นหายไปนานมากแล้วก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้มาตื่นตีห้าครึ่ง เขามาวัดไข้แล้วก็เอาสายสวนปัสสาวะออก พร้อมกับเข็นลูกกลับมา บอกให้แม่ลุกจากเตียงไปนั่งที่เก้าอี้แล้วให้นมลูก แม่ก็เอ๋อ ลุกตามที่เขาบอก นั่งข้างเตียงแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้ ให้เขาเปลี่ยนผ่าปูเตียงให้ใหม่ หลังจากนั้นเขาก็เอาน้ำเกลือออกแล้วก็บอกว่าเมื่อใดที่คุณไปฉี่ให้บอกด้วยจะ ได้เอาเข็มที่แทงน้ำเกลือทั้งสองข้างออกให้ เออ นะ เร็วดี ถ้าเป็นที่เมืองไทยก็คงรอให้ครบ 12 ชั่วโมงไปแล้วถึงจะเริ่มจิบน้ำได้ หรือเอาสายฉี่ออก ครบ 24 ชั่วโมงก่อนถึงจะเริ่มกินได้ลุกได้ บางคนองวันแล้วยังไม่ลุกจากเตียงไปไหนเลย




 

Create Date : 30 พฤษภาคม 2551   
Last Update : 30 พฤษภาคม 2551 1:11:01 น.   
Counter : 240 Pageviews.  



นางฟ้าของมารี
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add นางฟ้าของมารี's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com