~ My CraZy Life in Africa ~ A unique land like nowhere else
 

ล่องเรือวันอาทิตย์ที่ Congo River เเม่น้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

วันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ที่ผ่านมา เพื่อนรักชาวเขมรก็โทรมาเรียกให้ไปล่องเรือด้วยกัน กรูก็โอ๊วว่างอยู่พอดีไปก็ไป เหอๆๆๆ พอไปถึงเเล้วเนี่ยสิ เดี๊ยนอยากจะถอยกลับบ้าน เพราะล่องเรือเเค่นี้เองอ่ะ มันตกคนละ 2500 รวมกับสามีเดี๊ยนเเล้วก็ห้าพันถ้วนพอดี ราคานี้เดี๊ยนซื้อตั๋วไป กลับ กรุงเทพ สิงคโปร์ได้เลยนะ เเต่มันก็ถอยไม่ได้เเล้วเพราะมากับเพื่อนอีก ยี่สิบกว่าคน ถือว่าไปก็ไปว่ะ ไปล่องเเม่น้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ใหญ่จริงๆๆ ใหญ่มากๆๆ เหมือนล่องเรืออยู่ในทะเลเลยเพราะไม่สามารถมองเห็นฝั่งตรงข้ามได้ ก็ลองมาคิดเล่นๆๆว่า เเม่น้ำอะมซอนมันจะยิ่งใหญ่ขนาดไหนว่ะ เพราะเเม่น้ำอะเมซอนใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก เดี๊ยนล่องเรือไปได้หนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ท่ามกลางเเสงเเดดอันร้อนเเรง เเต่เเสงเเดดก็มิสามารถทำอันตรายกะผิวเดี๊ยนได้เพราะมียูเซอรีน ครีมกันเเดดยี่ห้อนี้เริดมาก ไปเเรดสน๊อกเกิ้ลนานเท่าไหร่ ผิวมันก็จะเเทนลงไปนิดหน่อยเองเเต่ไม่ถึงกะดำปี๋ เพราะตอนที่เดี๊ยไปเเรดที่ภูเก็ตหนึ่งอาทิตย์เเต่ใช้ครีมกันเเดดห้อหนึ่ง ตัวดำหัวจนเท้าเลย ดำมากๆๆ ผิวไหม้หมดต้องใช้เวลาเกือบครึ่งปีผิวถึงกลับมาเป็นสีเเทนเเรดอย่างเดิม เหอๆๆ ล่องเรือไปมาเราก็ไปหาเกาะส่วนตัวเพื่อทำเป็นที่ปิคนิคย่างบาบีคิวกัน สนุกสนานกันมากๆ บรรยากาศสองข้างทางก็ให้บรรยากาศเเอฟริกันมากๆๆ คนเเอฟริกัน เค้าใช้เรือที่ทำจากท่อนซุงออกหาปลากัน บ้านบางหลังก็สร้างกันกลางเกาะเลย ถ้าลมที่พัดมาเเรงมากก็ไม่รู้ว่าบ้านจะหลุดติดไปกับกระเเสลมไหม ทริปนี้ประทับใจมากๆ เเต่ก็ยัง งงๆ กับราคาทัวร์อยู่ เค้าคงเห็นเราเป็นคนขาว คนเอเซีย ราคาก็คงเพิ่มสูงขึ้น เเต่ไม่เป็นไร ถือว่าประสบการณ์ชีวิตเเล้วสักวันหนึ่งเดี๊ยนสัญญากับตัวเองว่าจะไปล่องเเม่น้ำอะเมซอนเเละขอไปท่องป่าฝนเเถบๆอะเมซอนซะหน่อย เเล้วเจอกันนะจ๊ะ บราซิล


ออกจากท่าเรือ


เรือที่เค้าไม่ใช้งานเเล้ว ก็จะมีคนเอาไปทำเป็นบ้านอยู่กลางเเม่น
้ำ

ตากเเดดเป็นชั่วโมงงง เเอบดำกว่าเดิมอีกอ่ะ

หาปลาบนเรือปิร๊อก ทำจากท่อนซุง


<
กะที่ร๊าก


บรรยากาศรอบๆ



บ้านริมฝั่งเเม่น้ำ ดูเหมือนกะว่าน้ำมันจะไหลท่วม เเฮะ


บรรยากาศรอบๆๆ อีกเเหละ





ร้านอาหารสไตร์เเอฟริกัน


เหอๆๆ ตั้งเเคมป์ปิ้ง มัวเเต่เมาส์ไม่ได้กินอะไรเล้ย


เพื่อนคนเอเซียคนเดียวที่เดี๊ยนมีอยู่ในเเอฟริกา


นกเเก้วป่าตัวนี้เค้าเอามาขายค่ะ สงสารสัตว์จริงๆๆ


คนขับเรือขับได้หวาดเสียวมาก เหอๆๆ ดูหน้าที่ร๊ากกเดี๊ยนดิ




 

Create Date : 13 ธันวาคม 2549    
Last Update : 14 ธันวาคม 2549 22:25:12 น.
Counter : 614 Pageviews.  

นี่เดี๊ยนอยู่เเอฟริกาเหรอเนี่ย ทำไมค่าครองชีพมันโหดยั่งงี้น่ะ

ว่าด้วยเรื่องครองชีพอันเเพงมหาโหด ก่อนมาที่ประเทศคองโก้ สามีเตือนเเล้ว เตือนอีกว่า อย่าเอาเสื้อผ้ามาเยอะเกินไปนะ เดี๊ยนก็ให้ความร่วมมืออย่างดี เสื้อผ้าเอามาไม่เยอะเท่าไหร่หรอกค๊า 60 กิโลกว่าๆ เอาไว้ใส่เดินเเฟชั่นเเข่งกะเพื่อนร่วมงาน ฮ่าๆๆ ( ก่อนที่จะมาคิดได้เพียงเท่านี้) เเละสามีก็ย้ำเเล้วย้ำอีกว่าของกินน่ะสำคัญ เอาไปเยอะๆนะ เพราะของกินที่คองโก้เนี่ยมันเเพงกว่ายุโรปห้าเท่า ญี่ปุ่นว่าเเพงเเล้วมาเจอกะค่าครองชีพที่คองโก้ยังอาย เนื่องจากสินค้าที่นี่ทุกชนิดนำเข้าจากทวีปยุโรปกับ ทวีปอเมริกาใต้ ราคาจึงอัพขึ้นมามากเพราะบวกกับค่าขนส่งกับภาษีนำเข้ามหาโหด คือที่นี่ชาวต่างชาติก็จะมีซูเปอร์มาเก็ตเป็นสินค้านำเข้าล้วนๆ ส่วนประชากรคองโก้ก็จะซื้อของกินในตลาดกัน เดี๊ยนเเอบฉุนๆๆ ในความเป็นคุณหนูของสามีหน่อยหนึ่งก็ตอบไปว่า ก็เลิกใช้ของที่นำเข้าสิยะ ผักนำเข้าจากยุโรปซื้อไปทำไมเปลืองตัง ซูเปอร์มาเก็ตสำหรับฝรั่งก็ไม่ต้องเข้ามันเเล้ว หันมาเดินตลาดเเทน อุดหนุนคนท้องถิ่น เสาร์ อาทิตย์วันหยุด เราก็จูงมือกันไปวิ๊ดวิ่วซื้อของที่ตลาดดีไหมที่ร๊าก เลิกเป็นคุณหนูได้เเล้วนะค๊าดาร์ลิ้งงง สามีก็หันมายิ้มให้อย่างเหนื่อยใจเเล้วตอบอย่างอารมณ์ดีว่า เมียร๊ากเราจะไปเเอฟริกากันนะจ๊ะ มิใช่ตลาดในเมืองไทยนะ เคยเห็นป่ะเเมลงวันเป็นเเสนตอมอยู่บนหัวหมูอ่ะ มีสมองลิงวางขายเกลื่อน ไข่ไก่ก็เอามาตากเเดดขายกัน เเบบเน่าเเหล่มิเน่าเเหล่ นี่เเหละตลาดเเอฟริกันของเเท้ ถ้าอยากท้องเสีย หรือมีพยาธิเต็มพุงหนึ่งปีให้หลัง ก็เชิญที่รักซื้อผัก ไข่ เนื้อสัตว์เลยนะะ จากตลาดน่ะะ เเต่สามีขอบาย ชะช่า ท้าเดี๊ยนเหรอ เดี๊ยนจะมิมีวันซื้อของนำเข้าเด็ดขาด ว่าเเล้วก็ยัดเสื้อผ้าเพิ่มไปอีกสิบกิโล ประมาณว่ากรูมั่นใจมั่กๆว่าสามารถปรับตัวเข้ากะวิถีการดำเนินชีวิตเเบบชาวเเอฟริกันได้ เเล้วก็เเอบอวดฉลาดอีกว่าจะเป็นไปได้เหรอฟ่ะ เเมลงวันเป็นเเสนในตลาดอ่ะ
สองวันให้หลังจากมาถึง สามีเเสนดีนัดเพื่อนๆ พาภรรยาไปทัวร์ตลาดเเอฟริกากันฮ่า เหอๆๆ เเบบว่าทางเข้าตลาดมันยังเหมือนตลาดที่ไทยอยู่ เเต่พอเข้าไปนี่สิ มันอะไรกันเนี่ย ขายลูกหมาป่า มีงูเหลือมตัวใหญ่ๆ ตัดหัวเรียบร้อยเเล้วเอามาขดไว้เป็นกองๆ พอเราเดินผ่าน คนขายก็รีบยกงูเหลือมมาให้ดูตัวหนึ่งสะบัดมาเกือบโดนหัวกรู กรี๊ดๆๆ ขนลุกขนชัน เดินไปอีกหน่อยก็เป็นจระเข้หลายๆ ตัวโดนมัดปากเอาไว้ เค้ากินกันค่ะจระเข้ที่นี่ ไม่ใกล้ไม่ไกลกันก็มีลิงห้าหกตัวผูกติดอยู่กะเสา เเล้วข้างๆๆก็เป็นหัวลิงที่โดนชำเเหละเรียบร้อยเเล้ว โต๊ะต่อไปก็เป็นเนื้อกวาง รู้สึกหดหู่จริงๆ สงสารสัตว์พวกนั้นจังเลย เเทนที่จะได้ใช้ชีวิตอิสระอยู่ในป่า เเต่ก็กลายมาเป็นอาหารคนเเทน เเต่โซนนี้เค้าห้ามเราถ่ายรูป เดินมาอีกโซนหนึ่งก็เป็นโซนขายปลากัน โอ็วพระเจ้า เเมลงวันเกาะอยู่บนตัวปลาเป็นหย่อมๆๆ น่ากลัวมาก บนเนื้อหมูกะเนื้อไก่เหมือนกัน มันเกาะเเบบอลังการมากเห็นเเล้วไม่อยากคิดว่าถ้ากินเนื้อพวกนั้นเข้าไปเเล้วจะต้องไปอยู่โรงพยาบาลสักกี่อาทิตย์ เข้าใจเเล้วว่าทำไมสามีถึงไม่มาซื้อของที่นี่ ต่อจากนั้นเราก็เราซูเปอร์มาเก็ตกันค่ะ โอโหเห็นราคาเเล้วน่าตกใจ ค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นเนี่ยมันเเพงกว่าที่ยุโรปมากเเล้ว มาเห็นราคาสินค้าที่นี่ยิ่งอยากกรี๊ด ผ้าอนามัยเเพคละ 800 กระดาษชำระคุณภาพห่วยที่สุดเเล้วราคาโหลละ 350 มีหลายหลายราคาไล่จนไปถึงหนึ่งพันห้าร้อยบาท นี่เเค่ของเอาไว้เช็ดก้นนะค๊าา อีกหน่อยคงจะต้องใช้ใบไม้เเห้งกัน สบู่เหลวขวดละ 300 เเชมพูก็ราคาไม่ห่างกันมากเท่าไหร่ มาดูของกินบ้าง ข้าวสารสี่กิโลราคาเกือบ 600 เเต่ที่เเน่สุดๆๆก็ไอ้โยเกิร์ตดาน่อนอ่ะ ทายดิเท่าไหร่เอ่ยยย ถ้วยละ 250 บาทนะ ราคาต่อถ้วยนะฮ่ะะ มิใช่ราคาต่อเเพ๊ค มาม่าก็ซองละ120 เฮ้ยบ้าเป่าว่ะะะ ขายของราคาโหดมั่กๆๆเลยอ่ะ โชคดีนะเอามาม่ามาด้วยหกสิบซองมิงั้นคงจะลงเเดงไปเสียก่อน ของเอเชียก็พอจะหาได้มั่ง ส่วนมากเป็นเครื่องปรุงซะมากกว่า น้ำมันหอย น้ำปลา ซีอิ๋วทั้งหลาย ราคา 550 ถ้วนต่อขวด หน่อไม้กระป๋องกะกระทิอ่ะค๊าาา กระป๋องละ 280 โอ๊ววพระเจ้าา เดี๊ยวคริสมาสนี้เดี๊ยนจะกลับยุโรปไปช๊อปของกินฮ่าาา สายการบินอนุญาตให้เอาขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 80 กิโล เมื่อรวมกิโลกะสามีเเล้วก็เป็น 160 กิโลพอดี เสร็จกรู คงจะเป็นความรู้สึกเเปลกๆๆ ที่ว่าทุกอย่างที่ยุโรปถูกจังเลยเว้ยย เพราะเมื่อก่อนไปยุโรปแต่ละรอบ กว่าจะควักเงินออกมาซื้อของได้คิดเเล้วคิดอีก ว่าเเล้วก็ไปทำลิสซื้อของก่อนนะฮ่าาาาา เพราะต้องรอถึงเดือนเมษายนโน่น ถึงจะได้ออกประเทศคองโก้อีกรอบ สามีให้ของขวัญวันเกิดเป็น ทริปเที่ยวซาฟารี ที่ประเทศเเอฟริกาใต้สามอาทิตย์น่ะคะ ครอบครัวที่เมืองไทยกะครอบครัวพ่อเเม่สามีก็จะมาจอยๆๆ เที่ยวด้วยกันเช่ารถเเล้วขับกันไปเรื่อยๆๆ คงจะม่วนดี คริๆๆๆ


ทัวร์ตลาดเเอฟริกาค๊า


บรรยากาศหน้าตลาด


ปลาสดๆๆค่ะ กะเเมงวัน คริๆๆ


เด็กน้อยช่วยเเม่ขายมะเขือเทศ


จูงมือกันไปเที่ยวตลาด อิอิ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2549 23:28:09 น.
Counter : 435 Pageviews.  

เเละในที่สุดเดี๊ยนก็มาถึงเเอฟริกา

เเละในที่สุดเดี๊ยนก็มาถึงคองโก้ ประเทศที่มิได้คิดมิได้ฝันว่าจะได้มีโอกาสมาเหยียบ รู้จักประเทศนี้ครั้งเเรกก็สมัยได้ไปเป็นนักเรียนเเลกเปลี่ยนอยู่ประเทศเบลเยียม เพราะคองโก้เคยเป็นอาณานิคมเก่าของเบลเยียมมาก่อน คองโก้เป็นประเทศที่นำความร่ำรวยมหาศาลมาให้กะประเทศเบลเยียมเนื่องจากที่คองโก้นี่มีบ่อเพชร บ่อทอง เเละเเร่ธาตุต่างๆๆกระจายกันอยู่ทั่วประเทศ ประเทศเค้าก็ใหญ่กว่าประเทศไทยถึงเเปดเท่า เเล้วเพชรเบลเยียมที่ดังนักดังหนาก็มาจากคองโก้นี่เเหละ เเต่ต้องส่งไปเจียระไนกันที่อันเวิร์ฟโน่น เเล้วราคาก็อัพสูงลิ่วๆๆๆ ไปตามตัว
ก่อนที่จะได้มาอยู่ที่นี่ได้ยินเรื่องราวของประเทศ คองโก้จากสามีมาเยอะมาก เนื่องจากปีก่อนสามีเป็นครูสอนที่โรงเรียนนานาชาติ บ่นๆๆว่าเด็กค่อนข้างหัวดื้อ เพราะนักเรียนเเต่คนก็เป็นเด็กที่ผู้ปกครองมีฐานะนักเรียนเเต่ละนางเค้าก็จะมีคนขับรถมาส่ง หรือไม่ก็ขับเบนซ์มาโรงเรียน เรื่องเบนซ์กะบรรดารถสปอร์ตทั้งหลายเป็นเรื่องธรรมดาของนักเรียนที่นี่ พวกประธานาธิบดี รองประธานาธิบดี กะพวกนักการเมืองทั้งหลายก็ส่งลูกๆๆ ให้มาเรียนที่นี่เช่นกัน มีบอดี้การ์ดเดินวุ่นไปหมด เเละปีนี้ก็มีข่าวดีก็มาเยือนเนื่องจากกระทรวงการต่างประเทศเบลเยียมได้เรียกสามีเข้าบรรจุในตำเเหน่งกงลุสกับทางสถานทูต เเละก็โดนส่งตัวมาที่คองโก้อีกเช่นเคย เป็นที่รู้ๆๆกันว่าพวกที่ทำงานให้กะสถานทูตนี่ ประเทศเเรกๆๆ ที่โดนส่งตัวมาจะเป็นประเทศที่ไม่ค่อยจะพิศมัยสักเท่าไหร่ เเต่สวัสดิการดีมาก บวกกับค่าพรีมที่ได้เเต่ละเดือนก็มิอยากทำให้เราเปลี่ยนไปประเทศอื่นสักเท่าไหร่ เเต่ไม่เป็นไรยังไงก็ต้องย้ายประเทศทุกๆ สามปีอยู่เเล้ว ถือว่าประเทศที่ได้ไปเเต่ละที่ขอเก็บเกี่ยวเป็นประสบการณ์ชีวิต ความทรงจำที่ดี เอาไว้เมาส์ให้ลูกๆ หลานๆๆฟัง
สนามบินดอนเมืองเวลา 01.30 AM วันที่ 30 August เข้าคิวเชคอินกะสายการบินเอธิโอเปีย มีเเค่สามสายการบินเท่านั้นที่บินจากกรุงเทพมาคองโก้ Kenya airline South african air Ethiopian airline เราเลือกที่จะใช้บริการของเอธิโอเปียกันเนื่องจากใช้เวลาบินสั้นที่สุดเเล้ว โอ้ววไฟล์นี้เราเป็นคนเอเชียคนเดียวหรือเนี่ย มีฝรั่งอยู่สักสามคน ที่เหลือเป็นผู้โดยสารเเอฟริกันทั้งหมด การต่อเเถวเชคอินเป็นอะไรที่น่ากรี๊ดๆๆมาก เพราะคนเเอฟริกันเค้าไม่รู้จักคำว่าการรอคิว โดยเฉพาะป้าอ้วนที่มาเเซงเเถว เอากรูงงไปชั่วขณะ เเล้วป้าเเกก็ทำเหมือนกะไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือว่าป้าเเกจะไม่รู้จริงๆๆว่าเเถวเค้ามีไว้ทำอะไร ยังไม่ทันได้บ่น เฮ้ยย พ่อกะลูกคู่หนึ่งก็เดินเข้ามาเเทรกเเถว อยู่หน้าข้าพเจ้าเป็นที่เรียบร้อยเลย พนักงานที่ทำการเชคอินต้องคอยบอกเเกมๆตะคอกอยู่ตลอดเวลาเเล้วก็อันเชิญพวกเเซงคิวไปต่อเเถวใหม่ ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปทวีปแอฟริกาจะสามารถเอากระเป๋าไปได้คนละไม่เกิน 60 กิโล เเล้วเค้าก็จะเคร่งครัดเรื่องกิโลที่เกินมาก ใครเกินก็ต้องเปิดกระเป๋าเอาของออกกันเดี่ยวนั้นเลย โชคดีที่เราโหลดกระเป๋าเข้าเครื่องตั้งเเต่ที่เชียงใหม่เเล้ว เพราะกระเป๋าของเราสองคนรวมกันก็ปาไป 140 กิโล ดีนะพี่พี่การบินไทยสุดหล่อโอเค ไม่งั้นคงจะต้องเสียค่าปรับอาน หรือไม่ก็เอามาม่าออกทิ้งกลางดอนเมือง โหะๆๆ
วินาทีเเรกที่ก้าวขึ้นเครื่องเป็นอะไรที่เเบบ โอ็วว ก๊อดมั่กๆๆ มันรู้สึกเเปลกๆๆนะที่คนในเครื่องเป็นคนเเอฟริกันหมด มองไปทางไหนก็ดำๆ กลิ่นก็เเปลกๆ ออกไป มันไม่คุ้นอ่ะ ไม่มีมารยาทกันเลย จ้องเอาอยู่นั่นเเหละ เดี๊ยนกลายเป็นจุดเด่น มิเคยเห็นคนสวยเหรอค๊าา ก็เเม่งมองเดี๊ยนไล่ตั้งเเต่หัวจดเท้าอ่ะ เสียงดัง บางคนฮำเพลงเเร๊พโย่ๆๆ เเล้วก็ร้องประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกัน ผู้โดยสารบางคนใส่เสื้อกันหนาวเป็นสิบตัว เเเล้วค่อยถอดๆๆออกเพื่อที่จะได้มีกิโล เพิ่มขึ้น ที่วาง hand luggage บนหัวก็ไม่มีที่วางกระเป๋าของกรูเหลืออยู่เลยอ่ะ ใครก็ไม่รู้เอามากระเป๋ามาวางไว้เกลื่อนเลย ห้องน้ำก็โคตรสกปรก ดีนะที่กลิ่นมันไม่ตามออกมาด้วย เพราะมีผู้โดยสารบางคนไม่รู้ว่าการกดชักโครกนั้นทำกันอย่างไร บินมาเเอฟริกาคราวหน้าสัญญาว่ากะตัวเองว่าเดี๊ยนจะอัพเกรดเป็นชั้นธุรกิจโว้ย ได้มีโอกาสพูดคุยกะเเอร์ค่ะ พี่แอร์สาวสวยพูดว่าหนักใจมากเลย ถ้าได้ไฟล์ที่บินไปคองโก้ เพราะเหมือนกะทำงานหนักขึ้นเป็นสิบเท่า เเล้วการทำความสะอาดห้องน้ำต้องทำทุกห้านาที ไม่เหมือนกะผู้โดยสารที่บินไปยังยุโรป ทิ้งห้องน้ำไว้ครึ่งชั่วโมงก็ไม่มีกลิ่นกวนใจ
เก้าชั่วโมงผ่านไปเเวะเปลี่ยนเครื่องที่เอธิโอเปีย ไม่นึกว่าประเทศนี้ที่เคยได้ยินเเต่เรื่องเด็กหัวโต ก้นป่องจะมีสนามบินที่ทันสมัย สะอาดสะอ้านอย่างนี้ มองไปรอบๆ วิวสวยงามดี ดิวตี้ฟรีก็มีของที่ระลึกขายเต็มเลย เเละการต่อเครื่องจากประเทศเอธิโอเปียไปคองโก้นั้น ทางสายการบินเค้าได้ออกตั๋วเดินทางไว้ให้เเล้ว เเละบนตั๋วเเต่ละใบจะมีการติดสติกเกอร์สีเเตกต่างกันอยู่สี่สี คือ สีเเดง สีเหลือง สีเขียว เเละสีส้ม เเล้วต่อไปก็จะทำการเรียกผู้โดยสารขึ้นเครื่องเป็นลำดับสี ๆ ไป เนื่องจากถ้าปล่อยให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องทีเดียวพร้อมกัน มันจะเป็นอะไรที่วุ่ยวายมาก เพราะต่างคนก็ต่างกลัวจะไม่มีที่นั่ง ทั้งๆๆ ที่เบอร์ที่นั่งก็ติดอยู่บนตั๋ว สายการบินเอธิโอเปียได้ทำยังนี้กับผู้โดยสารที่จะบินไปประเทศคองโก้เท่านั้น เนื่องจากทราบกันดีว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีมารยาท ไม่รู้จักการเข้าคิว
เมื่อบินเข้าทวีปแอฟริกาก็รู้สึกถึงความเเห้งเเล้งทันที เนื่องจากมองลงมาจากเครื่องเมื่อไหร่มันก็เป็นทะเลทรายอยู่ตลอด เมื่อเครื่องบินเข้าเขตประเทศคองโก้เเล้ว โอ้ววทำไมมันเเห้งเเล้วยังงี้เนี่ย ต้นไม้โดนตัดไปหมดเลย เเล้วบ้านก็เป็นหลังคามุงสังกะสีเหมือนเมืองไทยสักห้าสิบปีมาเเล้วมั้ง ถนนหนทางนอกเมืองมันก็เป็นดินเเดง อีพวกนักการเมืองมันเอาเงินไปเเดกหมดรึไง เเต่เเม่น้ำคองโก้นี่เเหละอลังสุดๆๆค่ะ เป็นเเม่น้ำที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลกเเหละเป็นเขตเเดนธรรมชาติที่กั้นคองโก้คินซาช่ากับคองโก้บราสซาวิลออกจากกัน
ประเทศที่เราจะไปนี้ชื่อว่า Republic democratic of Congo มีเมือง Kinshasa เป็นเมื่องหลวง เคยเป็นเป็นเมืองขึ้นของประเทศเบลเยียม เเต่เราจะต้องบินลงไปประเทศคองโก้ บราสซาวิล ซึ่งเคยเป็นเมืองขึ้นของประเทศฝรั่งเศสก่อนเนื่องจากจะต้องไปส่งผู้โดยสาร โอ็วววเเล้วในที่สุดข้าพเจ้าก็มาถึงคองโก้บราสซาวิล นี่เหรอค๊ะะะ เค้าเรียกว่าสนามบินอ่ะะะ ไม่ใช่ขนส่งบ้านข้าพเจ้าเหรอเนี่ยย เล็กมากๆๆ เเล้วกระเป๋าที่โหลดลงจากเครื่องก็ใช้ระบบเเรงงานคน โยกกันไปก็โยนกันมา เเล้วเเต่อารมณ์เค้านะคะะ เพราะโยนลงกันอย่างเมามัน อันไหนไม่เข้าที่ก็ใช้เท้าถีบส่งต่อ ปรกติการจอดส่งผู้โดยสารเนี่ยจะใช้เวลาเเค่หนึ่งชั่วโมง เเต่ทำไมรอบที่ข้าพเจ้าไปใช้เวลาตั้งสองชั่วโมงฟ่ะ ร้อนก็ร้อน แอร์ก็ไม่เปิด ไอ้เราก็เดินทางมาเกือบยี่สิบสี่ชั่วโมงเเร้วเริ่มหงุดหงิดดดด
ได้ฤกษ์ได้ยามเเล้วเครื่องก็ออกซะทีเว้ยย เหอๆๆๆ บินข้ามจากฝั่งคองโก้บราสซาวิลไปคองโก้คินซาช่าใช้เวลาเเค่สิบนาทีเองเพราะต้องบินข้ามเเม่น้ำที่เป็นชายเเดน เครื่องบินต่ำมากจนท้องเครื่องเกือบจะเเตะผิวน้ำเเล้ว ลมก็เเรง เครื่องโยกไปโยกมาสนุกสนาน เหอๆๆ เเละเเล้วล้อเครื่องบินก็เเตะรันเวย์ เฮ้ยยย กรูมาถึงสนามบินหรือสถานีขนส่งว่ะะะะ เฮ้ยยใหญ่กว่าฝั่งบราสซาวิลนิดหน่อย ที่ทวีปเเอฟริกานี่จะมีวัฒนธรรมอย่างหนึ่งค่ะ คือเค้าจะปรบมือให้กับกัปตันค่ะเมื่อเครื่องลงถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย เหมือนกะจะเป็นการบอกว่า ขอบคุณที่สามารถรักษาชีวิตพวกเราจนถึงขณะนี้ได้นะคะ ผู้โดยสารเองก็เริ่มวุ่นวายเเล้ว เครื่องเพิ่งจะบินลงเอง ลุกขึ้นหยิบข้าวของกันรุงรังไปหมด คุณแอร์คนสวยประกาศเเล้ว ประกาศอีกว่ามันอันตราย เเต่ก็ไม่สามารถควบคุมอะไรกันได้เลย
อืมเราต้องเดินลงจากเครื่องบินไปยังตัวอาคารสนามบินเองค่ะ ไม่มีงวงช้าง ไม่มี รถบัสของแอร์พอร์ตมารับ เพราะที่นี่ไม่มีค่ะ มันจะมีเส้นเหลือขีดลากยาวไปจนถึงตัวอาคารเเละเราต้องเดินตามเส้นเหลืองเส้นนี้ไปค่ะ ห้ามเเตกเเถว ห้ามถ่ายรูป เพราะอาจจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในคุก เนื่องจากเค้าถือว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์
มาถึงจุดตรวจคนเข้าเมืองเเล้ว อืมใหญ่จริงๆ มีเเค่สามช่องเท่านั้นค่ะะ ช่องที่หนึ่งเป็นช่องสำหรับพลเมืองคองโก้ ช่องที่สองเป็นของชาวต่างชาติ ช่องที่สามเป็นช่องของคนที่มีพาสปอร์ตดิโพลมาติก ก็คือคนที่ทำงานให้กับ ยู เอ็น สหภาพยุโรปเเล้วก็สถานทูตจะเข้าช่องตรวจนี้กันค่ะ พนักงานเค้าจะไม่มีสิทธิขอรื้อกระเป๋าของพวกที่ถือพาสปอร์ตดิโพลมาติก สามีผ่านไปได้ไม่มีปัญหาเพราะถือพาสปอร์ตดิโพลเเมท เเต่ข้าพเจ้านี่ดิฉันเข้าด่านตรวจชาวต่างชาติ คิวยาวฉิบบเลยอ่ะ พอถึงคิวเดี๊ยนยายอ้วนที่ต้องตรวจก็บอกว่าพาสปอร์ตของเดี๊ยนมีปัญหา เเล้วมันจะมีปัญหาได้ไงย่ะ เดี๊ยนมีวีซ่ามานะยะ ต้องหอบสังขารไปขอถึงญี่ปุ่น ต้องให้คนที่มารับจัดการจ่ายเงินใต้โต๊ะไปสิบดอลล่า เราไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เจ้าหน้าที่เค้าอยากได้เงินใต้โต๊ะเล็กน้อยก็เท่านั้น เเล้วเราก็ไปรอในห้องวี ไอ พี กันค่ะ เเล้วหนูเจนนี่ก็มารับที่สนามบินเชียว ดีใจจริงๆๆ เจอกันอีกรอบ
จัดการเรื่องพาสปอร์ตเสร็จก็ได้กระเป๋าค๊าาโอ้วว เเม่เจ้า กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กระเป๋าของเดี๊ยนเพิ่งจะถอยออกมาอ่ะะะะ ซิปเเตก ขาด เปื้อนฝุ่นเต็มเลยย โปโลของกรู ฮือๆๆๆ สภาพมันไม่เหลือดีเลยอ่ะ เเต่เรื่องกระเป๋ายังไม่เท่าไหร่เว้ย ห่วงว่าน้ำปลาสองขวด และซอสปรุงรสต่างๆๆ ที่พกมามากกว่าสิบขวดมันจะเเตกรึเป่าว่ะะะ เดี๋ยวก็ไม่ได้กินอาหารไทยทั้งปีหรอก คือว่าที่คองโก้ไม่มีร้านคนจีนนะ เด็กถือกระเป๋ามาเกาะกลุ่มรวมกันเป็นร้อยเลยเเย่งกันจะเอากระเป๋าไปส่งให้ที่รถ
มีสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินผ่านสนามหญ้า เป็นเรื่องอีก มีตำรวจมาลุมล้อมอีกสามนาย หาเรื่องค่าปรับเดินลัดสนามหญ้า อ่ะไรกันฟ่ะ สนามหน้าเหี่ยวๆ เเห้งๆๆนี่นะะ โดนปรับอีกเหรอว่ะ
ก่อนที่จะมาประเทศนี้ สามีบอกเเล้วว่าที่นี่เป็นประเทศด้อยพัฒนา สกปรก ถนนหนทางมีเเต่ขยะ เเต่เเปลกนะ ตั้งเเต่สนามบินมาในเมืองอ่ะะ ถนนดู โ ล่งกว้าง เหมือนกะ ไฮเวย์บ้านเดี๊ยนเลยเว้ย ชะๆๆไหนสามีถึงบอกว่ามันสกปรกขยะเยอะอ่ะะะ อ๋อขับรถมาได้สักสิบนาทีเริ่มผ่านที่เป็นบ้านเรือนผู้คน ตลาด เริ่มประจักษ์ว่ามันไม่ต่างอะไรเลยกะที่สามีเคยพูดให้ฟัง ดูสองข้างทางไปก็สงสารประชากรเค้านะ เพราะนักการเมืองมีเท่าไหร่มันก็เอาไปเเดกหมดเลย อีกอย่างประเทศนี้เพิ่งจะมีการเลือกตั้งเป็นครั้งเเรกด้วยดิ เมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เเต่ค่อยยังชั่วหน่อยที่ภูมิทัศน์คล้ายๆๆกะประเทศไทย อากาศก็เหมือน พืชผักผลไม้ หาในไทยด้ก็หาที่คองโก้ได้เหมือนกัน
คืนเเรกเราไปพักกันที่บ้านลูกพี่ลูกน้องของสามีชื่อ เเดนเนียล ทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายการเงินเเละตัวเเทนของสหภาพยุโรป มีเเฟนเป็นคนเคนย่าชื่อ เจนนี่ อพาตร์เม้นของเเดนเนียลสวยมาก เราก็ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับครอบครัวของฟอรี่เเบร์ ฟอรี่เเบร์เป็นคนหาคนมาลงทุนสนับสนุนโปรเจคของยุโรเปี้ยนยูเนี่ยน เป็นผู้ชายที่ฉลาดเเละผ่านประสบการณ์ทำงานมาเยอะเเล้ว ส่วนภรรยาของฟอรีเเบร์นั้น น่าตบมาก ขอเรียกเธอว่านังต้นปาล์ม เนื่อจากเธอสูงระหงหุ่นเหมือนต้นปาล์ม เเละมีผมหยิกดำยาวสยายฟูฟ่องเหมือนคนโดนไฟช๊อตเป็นเอกลักษณ์ ด้วยรูปร่างเเละทรงผมทำให้เธอไม่เเตกต่างจากต้นปาล์มเเก่ๆเหี่ยวๆสักเท่าไหร่ เธอเป็นลูกครึ่งเบลเยียม คองโก้ ด้วยความที่คิดว่าตัวเองสวย ฉลาด น่าสนใจ มีสามีรวยเพราะสามีของเธอนั้นทำงานได้เดือนละสี่เเสนห้า บวกกับบ้านเช่าที่บ้านยุโรปเปี้ยนจายให้เดือนละสองเเสนกว่าๆ กะรถประจำตำเเหน่งของสามีนั้น เธอก็คิดว่าตัวเองเป็นที่สนใจของทุกๆๆคน ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการเเต่งตัว บ้าน หรืออวดความหรูหรานั้น เธอมันจะเปรียบเทียบตัวเธอเองกะคนรอบข้างเสมอ เธอจะโกรธมากถ้าคนคิดว่าเธอเป็นคนเอธิโอเปีย เนื่องจากนังต้นปาร์มนี้ภูมิใจกะความเป็นลูกครึ่งของชีมาก โดยไม่คำนึงถึงเลยว่าหล่อนเองอ่ะะะะ มันก็ต้มปาล์มเหี่ยวๆๆ ต้นหนึ่งที่มีฟันยื่นเหมือนอูฐก็เท่านั้น เดี๋ยวมีเวลาจะเขียนวีรกรรมของนางต้นปาร์มต่อนะก๊าาาาๆๆๆๆ วีรกรรมของหล่อนนั้นเป็นที่เลื่องลือ คริๆๆ


รูปแอร์พอร์ตค๊า เค้าห้ามถ่ายน่ะ ใกล้สุดๆๆได้เท่านี้


บรรยากาศหน้าตลาดค่ะ เราไม่สามารถกินของจากตลาดได้ ถ้ากระเพาะไม่เเข็งเเรงพอ


บรรยากาศสองข้างทางก่อนเข้าตัวเมือง



ในเมืองกะรถถัง ยู เอ็น ที่เข้ามดูเเลการเลือกตั้งครั้งเเรกที่คองโก้


ในเมืองค๊า

เเม่น้ำ Congo River พรมเเดนธรรมชาติที่ใหญ่เป็นอันดับสามของโลก ถ่ายบนเครื่องจ้า




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2549    
Last Update : 3 ธันวาคม 2549 21:35:47 น.
Counter : 422 Pageviews.  

 
 

sunny_dreamland
Location :
Kinshasa Congo (DRC)

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สาวงามเมืองลำพูน มิคิดมิฝันว่าจะได้เเต่งงานเมื่ออายุเเค่ 22 ปี สามเดือนหลังเรียนจบจากสถาบันช้างชูคบเพลิง เเละได้ย้ายมาใช้ชีวิตที่ทวีปแอฟริกากะสามีเเสนดี @เเอฟริกา ทวีปที่มิเคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะได้มาเหยียบ ใช้ชีวิตเเบบมาดาม พร้อมกับเรื่องราวมันส์ๆๆ เขียนไว้ให้ลูกในอนาคตไว้อ่านเล่นอ่ะค่ะ เหอๆๆๆ
[Add sunny_dreamland's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com