| |
|||
ทางเดินของกี้ กับ การไม่สนใจมายนัสก็ได้ แสงแดดยามเช้าทอดตัวลงมากระทบกับร่างสูงโย่งของ 'กี้' ชายหนุ่มเจ้าของใบหน้าคมคายติดยวนเย้าคล้ายแมว เรือนผมยาวรุงรังไม่เป็นทรงยิ่งเสริมให้เขามีเอกลักษณ์แปลกตา วันนี้เขาเดินทางมาพบกับคู่รักรุ่นน้องที่มีอายุห่างจากเขาถึงสิบกว่าปี คู่นี้มีช่วงเวลาที่หวานชื่นและรอยร้าวสลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ฝ่ายหญิงคือ 'มายนัส' หญิงสาวที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี ส่วนชายหนุ่มข้างกายเธอ แม้กี้จะเคยเห็นหน้าค่าตา แต่ก็ไม่เคยเอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนามกันอย่างเป็นทางการ "พี่มีเส้นทางที่นำพาให้พี่พบคุณค่าเพิ่มขึ้นแล้วนะ" กี้เอ่ยทักทายขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติ "ที่ผ่านมาเอาแต่จินตนาการไปเองว่าบทบาทความรักมันจะออกมาเป็นแบบนั้นแบบนี้ แต่ตอนนี้ตัดสินใจได้แล้วล่ะว่าคงไม่สนใจเรื่องของมายนัสกับนายอีกแล้ว... พี่ก็ยังไม่มีใครเหมือนเดิมนั่นแหละ" แฟนหนุ่มของมายนัสลอบมองกี้ พลางสังเกตว่าวันนี้อีกฝ่ายดูมีอารมณ์ที่สงบนิ่งและมั่นคงกว่าช่วงเวลาที่ผ่านๆ มา จึงตอบกลับอย่างสุภาพ "สวัสดีครับพี่กี้" เขาทักทาย "เรื่องที่พี่บอกว่าไปเพิ่มคุณค่าให้ชีวิต... มันคือเรื่องอะไรเหรอครับ?" "ก็เรื่องเดิมๆ ที่เคยทำนั่นแหละ" กี้ตอบสบายๆ "การอ่านหนังสือไง มันทำให้พี่สบายใจขึ้นเยอะ และไม่อยากเก็บเรื่องของนายกับมายนัสมาคิดให้ปวดหัวอีก" ชายหนุ่มรุ่นน้องแย้มยิ้มออกมาเล็กน้อย เขาเห็นกี้ในมุมที่สงบลงก็รู้สึกสบายใจขึ้น "ก็ดีจริงๆ นะครับ คนฉลาดๆ อย่างพี่กี้ พอให้เวลากับตัวเองแล้วกลับมาเพิ่มคุณค่าให้ชีวิต ถ้าพี่ได้เรียนรู้จากการอ่านมากๆ เข้า พี่ก็คงไม่ต่างจากหมอคนหนึ่งเลย" ทว่ากี้กลับทำสิ่งที่ขัดกับภาพลักษณ์ของ 'ผู้ทรงภูมิ' หรือ 'คุณหมอ' อย่างสิ้นเชิง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ส่งควันสีเทาจางฟ่องฟู่อยู่ในอากาศ "พี่ไม่ได้ฉลาดหรอก" กี้พูดผ่านกลีบปากที่แต้มควันบุหรี่ "พี่แค่เพิ่งกลับมามีอารมณ์อยากอ่านหนังสือ หลังจากที่เคยคลั่งไคล้หลงใหลไปกับจินตนาการในชีวิตตัวเองก็แค่นั้น" แฟนของมายนัสมองภาพนั้นแล้วเอ่ยขึ้นเบาๆ "พี่กี้สูบบุหรี่ตามเคย... แล้วตอนที่พี่บ้าบอ คล้ายกับอาละวาดใส่ผู้คนเหมือนคนสมองพัง ตอนนั้นคุณค่าพี่ดูต่ำต้อยกะเรกะราดมากเลยนะ พวกนี้ในเรื่องอ่านหนังสือ คนในประเทศไทยเขาไม่ค่อยอ่านกันหรอก แต่พี่กลับอ่านมันเนี่ยนะ" กี้หัวเราะในคอเล็กน้อย "พี่มันบ้าในสังคมจนทำให้ใครต่อใครคิดว่าพี่คงแยกตัวออกจากสังคมที่เป็นคนเก่งอยากอยู่ร่วมกับสังคมโง่ๆ แต่จริงๆ ตอนนี้น่ะ พี่ไม่มีเพื่อนเก่งๆไปการได้อ่านหนังสือมันสบายใจกว่าเยอะ อ่านเพื่อให้รู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งอะไร แต่อย่างน้อยก็ยังได้อ่าน" "อะ... เอ่อ..." แฟนหนุ่มของมายนัสชะงักไปเล็กน้อย เลิ่กลั่กมองหน้าอีกฝ่าย "นี่พี่... บ้าจริงๆ เหรอเนี่ย?" มายนัสที่นั่งฟังอยู่นานพลันหัวเราะร่วน เธอหันไปมองหน้าแฟนหนุ่มแล้วเอ่ยขึ้น "นี่ ตอนที่ฉันเรียนมหา'ลัยกับเขาน่ะ เขาไม่ใช่พวกเกรดเฉลี่ย 3.9 หรอกนะ แต่ฉันยอมรับเลยว่าเขาตั้งใจกับหน้าที่นักศึกษาในสถาบันที่เขาเลือกมากจริงๆ" แฟนหนุ่มของเธอพยายามจะเปรียบเทียบกี้กับตัวเธอในอดีต "ถ้าเป็นมายนัสเมื่อก่อน ช่วงที่ชีวิตจะเหมือนไม่ถึงปริญญาตรี แล้วเปลี่ยนมาเป็นคนที่เรียนดีขึ้นเพราะความรักนำพาให้มาเจอฉัน ฉันถึงเรียกว่าเรียนดี... แต่ระดับพี่กี้ ก็น่าจะทำได้แบบมายนัสนั่นแหละ..." กี้ฟังแล้วก็สั่นศีรษะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่บาดลึก "ความหมายของคนที่ตั้งใจเรียน มันไม่ใช่ชีวิตแบบเดียวกับมายนัสที่เจอแสงสว่างจนได้มาเจอนายแล้วชีวิตดีขึ้นทั้งหมดหรอกนะ... การที่พี่ลุกขึ้นมาทำตัวให้ดีขึ้น มันไม่ได้แปลว่าพี่ดีไปแบบเหมือนความดีของใคร หรือต้องเก่งเท่ากับใครสักคนที่มีนิสัยดีเสียหน่อย" แฟนหนุ่มของมายนัสมองกี้ด้วยความสงสัยเต็มอก ก่อนจะหันไปถามมายนัสอย่างอยากรู้อยากเห็น "มายนัส... แล้วสมัยก่อน มายนัสเกือบจะไม่ผ่านการเรียนในระดับไหนนะ? ยอมรับเลยนะว่ามายนัสอาจจะเป็นคนขยันอยู่แล้ว แต่พอชีวิตใหม่เริ่มขึ้น มันทำให้เธอทั้งเรียนดีขึ้นแถมยังขยันกว่าเดิมอีก" มายนัสทอดสายตามองกี้ด้วยความประเมินแล้วพึมพำ "พี่กี้เขาน่าจะตกต่ำยิ่งกว่าในตอนนั้นเสียอีก... หรืออาจจะสูงกว่านิดนึงมั้ง? เขาคงถูกหาว่าเขาโกง ถูกปั่นหัวเพราะการอ่านหนังสือพวกนี้แหละ ซึ่งคนอื่นดันมองว่าสิ่งที่เขาทำน่ะ เหมือนพวกหมอทำกัน" ชายหนุ่มหันกลับมาจ้องหน้ากี้ตรงๆ แล้วเอ่ยปากถาม "แล้วถ้าพี่กี้โง่จริงๆ พี่กี้ยังอ่านหนังสือรู้เรื่องได้ยังไง? ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้เลยเหรอ... แล้วเรื่องสูบบุหรี่นี่คือทำตอนที่รู้สึกตัวเองโง่ด้วยหรือเปล่า? ไหนจะเรื่องที่อยากให้คนเข้าใจว่าเพื่อนที่มีมีแต่พวกไม่เก่งอีก... เดี๋ยวสิ ถ้าชีวิตคนเราได้อยู่รอบตัวคนที่เก่งๆ ชีวิตพี่กี้ก็ควรจะถูกชี้นำไปในทางที่ดีจนไม่ต้องมานั่งสูบบุหรี่แบบนี้ไม่ใช่เหรอ?" กี้เลิกคิ้วมอง พ่นควันบุหรี่ออกมาจางๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆ ยวนประสาท "เอ่อ... ก็ตอนอ่านอะไรแล้วจู่ๆ สมองมันเกิดดีขึ้นมา กูก็สูบวะ" แฟนหนุ่มของมายนัสถึงกับ "............" อึ้งเงียบไปทันที ไม่รู้จะรับมือกับความกวนและความหลุดโลกของกี้อย่างไรดี ชายหนุ่มคิดในใจว่าถ้ากี้ไม่ได้โม้ เรื่องที่เขายังคงอ่านหนังสือต่อไปพร้อมๆ กับสูบบุหรี่ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงที่สมองดีหรือด้อยพัฒนา ก็คงเป็นเรื่องจริง และกี้ก็ดูจะไม่แยแสเรื่องความรักเลยสักนิด ต่อให้มีคนมารักหรือพยายามครอบครอง เขาคงไม่รับรู้ด้วยซ้ำ "แต่พี่ก็มีแฟนแล้วไม่ใช่เหรอ..." แฟนมายนัสพยายามจะถามต่อ ทว่าพูดไม่ทันขาดคำ กี้ก็ตวัดสายตานิ่วหน้ามองกลับมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความจริงจังจนน่าขนลุก "กูไม่รู้แล้วจริงๆ ว่าแฟนคือใคร" กี้ตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจัง "และถ้าระดับที่มีคนมาทักหรือมองว่ากี้คนนี้มีเมียแล้วล่ะก็... กูพร้อมจะแจ้งตำรวจให้เรื่องถึงที่สุดแน่ๆ" กี้บดขยี้ก้นบุหรี่ที่สูบหมดแล้วลงกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย"ไม่ได้เป็นคนเก่งมันก็เป็นแบบนี้แหละ... แต่ก็นะ คนเราน่ะถ้าเป็นพวกเหลือขอ มันคงไม่ลุกขึ้นมาทำได้แบบนี้หรอก พวกเหลือขอที่คิดอยากจะทำตัวดี อยากพัฒนาตัวเองอย่างพี่เนี่ย มันไม่ใช่ว่าจู่ๆ เรียนทีเดียวจะได้เกรด 3.9 หรือ 4.00 ซะเมื่อไหร่ มันเริ่มมาจากความไม่มีอะไรเลยต่างหาก" มายนัสที่นั่งฟังอยู่เริ่มมองกี้ด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป คำพูดของเขาฉุดให้เธอนึกย้อนไปถึงคุณค่าในอดีตของตัวเอง "พี่กี้คะ..." มายนัสเอ่ยขึ้นเบาๆ "ฉันคิดว่าถ้าเมื่อก่อนฉันไม่ทำตัวแย่ แล้วหันมาพัฒนาตัวเอง... การอ่านของฉันก็อาจจะไม่ได้เก่งอะไรเลยก็ได้ แต่สำหรับพี่กี้ พี่ไม่ได้ดูเหมือนคนโง่เลยนะคะ" กี้หัวเราะในคอ "พี่มีคนไม่เก่งเป็นเพื่อนเยอะแยะ พี่ก็แค่อ่านหนังสือ แล้วก็สูบบุหรี่ตอนที่ต้องการให้สมองมันมีสมาธิ ต่อให้พี่มีเพื่อนเก่งๆ เยอะ มีความสบายในการอ่าน พี่ก็สูบอยู่ดีนั่นแหละ มันคือความรู้สึกที่ไม่ค่อยถูกฉโลกกับคนเก่งเท่าไหร่... เพื่อนเก่งๆ น่ะ เขาไม่อยู่กับพี่นานหรอก แต่ที่พี่อ่านหนังสือ ก็เพราะไม่อยากให้ใครมาคอยมองว่าพี่มีแฟน โดยเฉพาะความคิดที่ว่า 'มีแฟนเก่งแล้วจะทำให้เก่งก่อนอ่านหนังสือ' อะไรนั่นน่ะ มันไม่ใช่เลยสักนิด" มายนัสที่เดิมทีควงแขนแฟนหนุ่มอยู่ พลันค่อยๆ คลายมือออกคล้ายกำลังตกอยู่ในพะวงความคิด "เหมือน... เหมือนตัวฉันที่แย่ๆ ในสมัยก่อนเลย...แต่ฉันจะอ่านดีมั้ย.." แฟนหนุ่มของเธอรู้สึกได้ทันทีถึงอ้อมแขนที่ว่างเปล่าไป ลางสังหรณ์อันตรายวิ่งปราดเข้าชนอก ความสนใจที่เธอเคยมีให้เขาดูเหมือนจะลดวูบลงในทันตา เหงื่อเม็ดโตเริ่มซึมตามผากและแผ่นหลัง เขาเริ่มตื่นตระหนกจนทำตัวไม่ถูก และในจังหวะนั้นเอง... ชายหนุ่มร่างสูงลุคแบดบอย ใส่แว่นกันแดดสีเข้มก็ปรากฏตัวขึ้น เขาคือ 'ธิติ' แฟนเก่าของมายนัส มายนัสลังเลมองสลับระหว่างแฟนคนปัจจุบันกับธิติ คำพูดของกี้เมื่อครู่ส่งผลสะเทือนใจเธออย่างรุนแรง แฟนหนุ่มของเธอหน้าซีดเผือด เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ธิติ... หรือว่านาย... จะมาทวงความรักคืน?" มายนัสก้าวขาเดินไปหาธิติอย่างลืมตัว ธิติหัวเราะร่วนในลำคอ ยื่นหน้าเข้าไปหมายจะหอมแก้มเธอ แต่มายนัสเบี่ยงหลบได้ทัน "จริงจังเหรอวะ" ธิติยักไหล่กวนๆ "กูก็แค่สำคัญในฐานะคนรักเก่าสายเลว ที่จะมารับเธอไปพบความรักของเธอก็แค่นั้น" มายนัสตัดสินใจเดินตามธิติไป เธอหันหลังกลับมาโบกมือลาแฟนหนุ่มชั่วคราว "ฉันขอไปเที่ยวกับเขาก่อนนะ นายมีอะไรจะคุยกับพี่กี้ก็คุยไปก่อนเลย" กี้มองภาพทั้งสองเดินจากไปด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปตามทางของตนเอง ฝ่ายแฟนหนุ่มของมายนัสยืนซีดเป็นไก่ต้ม แม้มายนัสจะบอกว่าไปชั่วคราว แต่เขากลับรู้สึกว่าเธออาจจะไม่กลับมาอีกแล้ว เพราะในสายตาของคนธรรมดาที่พยายามจะพัฒนาตัวเอง การกระทำแบบนี้มันชวนให้สิ้นหวังเหลือเกิน เขารีบวิ่งตามหลังกี้ไปติดๆ "เดี๋ยวครับพี่กี้! เอ่อ... คือ... ผมขอโทษ! ผมขอโทษที่ดูถูกพี่กี้มาตลอด!" ชายหนุ่มก้มหัวเล็กๆ "โอยๆ ผมยอมรับพี่กี้แล้วจริงๆ จากการที่เพิ่งรู้ว่า... พี่กี้แม่งโง่กว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก แถมยังสูบบุหรี่ไม่หยุด แล้วยังอ่านหนังสือไม่ว่าสมองจะอยู่ในสภาพไหนอีก... ตอนนี้มายนัสจะทิ้งผมไปแล้ว เพราะพี่นั่นแหละ! แต่มายนัสที่เคยเล่าเรื่องพี่ให้ฟัง... เอาจริงๆ นะ มายนัสเกือบจะเลิกกับผมหลายครั้งแล้ว... พี่กี้ไม่ได้มีแฟนจริงๆ ใช่ไหมครับ?" กี้เหลียวหลังกลับมามองด้วยสายตาหน่ายหน่าย "แฟน? มึงจะอยากเจอตำรวจหรือไง ตอนนี้กูรอใครที่มาพูดเรื่องนี้อยู่ ถ้าพูดแล้วกูนี่แหละที่จะนำเรื่องนี้ไปถึงตำรวจด้วย กูไม่สนมึงกับมายนัสก็ได้ กูคงเดินไปตามทางเพิ่มคุณค่าชีวิต หาอะไรอ่าน อินกับทำนิยายเพื่อไม่คิดเรื่องมายนัสของมึงก็ได้ แต่ช่วงเวลาผ่านไปจะนานแค่ไหนการอ่านนี่กูไม่ได้สนใจจอยหรือปานวาดด้วย ถ้าพ่อแม่กูอยากบอกก็บอก เหมือนให้ความสำคัญจอยหรือปานวาดมากนัก จะตายห่าเข้า ไอ้ตัวกูน่ะไม่ตายหรอก........กูเห็นว่าพ่อแม่กูเนี่ย......มันรักกูก็รักแหละแต่จะแย่ที่กูไม่รักผู้หญิงทีพ่อแม่เลือก.........จะทรมานไปไม่ตายแต่พ่อแม่ของคนอื่นๆน่ะตายไปทีละคนๆๆ ตายเพิ่มเรื่อยๆ บางทีอาจถึงคิวพ่อกับแม่ของมึงก็ได้" กี้ถอนหายใจยาว "เออ คำขอโทษของมึงน่ะ พี่ไม่ได้ติดใจอะไรหรอก... แต่มึงควรเอาคำขอโทษนี้ไปพูดกับมายนัสที่กูเห็นว่ามึงชอบไปดูถูกเธอจะดีกว่ามั้ง" แฟนมายนัสนิ่งเงียบด้วยความ......มองกี้เดินทางต่อ " ไอ้พี่กี้....จะไม่สนมายนัสก็ได้......แต่ไม่สนเมียด้วย.....ใช้ชีวิตไปกับการอ่าน" |
BlogGang Popular Award#22
![]() FunkPunk
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]![]() Group Blog All Blog
Link |
||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||



ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [