เสียงเพลงในฝนพรำ

เมื่อก้าวพ้นประตูตึก ฉันจึงรู้ว่าฝนกำลังตก
มันโปรยปรายลงมาเป็นสายบางเบา เหมือนมู่ลี่สีขาวกั้นระหว่างสายตากับสิ่งรอบตัว

ฉันจงใจไม่หยิบร่มในกระเป๋าออกมากาง
แต่ตั้งใจยืนหลบฝนใต้ชายคาตึกอยู่อย่างนั้น ชื่นชมสายฝนและรับไอกลิ่นอันชุ่มฉ่ำ

...ฉันชอบสายฝน...

ทำไมถึงชอบนะ? ...ไม่รู้ซี...

ไอโฟนเริ่มเล่นเพลงถัดไป ส่งเสียงผ่านเข้ามาในหูฟัง

...ใต้ร่มคันเดียวกันวันฝนพรำ ฉันยังคงจดจำยังตรึงอยู่ในหัวใจ...

เพลง rain ของบัวชมพู ฟอร์ด
ฉันยังจำได้ ตอนเพลงนี้ดัง ฉันกำลังแอบชอบคนคนหนึ่ง

แม้จะรู้จักกันแต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้คุย เพราะฉันไม่รู้จะคุยอะไร
ที่สำคัญ.. ฉันไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาด้วยซ้ำ

ครั้งแรกที่ได้คุยกัน วันนั้นเป็นวันฝนตก
มันโปรยปรายลงมาเป็นสายบางเบา เหมือนมู่ลี่สีขาวกั้นระหว่างสายตากับสิ่งรอบตัว

ฉันยืนอยู่ใต้ชายคาตึก นึกหงุดหงิดใส่ฝนที่ดันตกลงมาตอนกำลังจะกลับบ้าน
แล้วเขาก็เดินผ่านมา

"ติดฝนเหรอ" เขาหยุดทักพลางยิ้มให้
"...อือ..."

ฉันจงใจไม่หยิบร่มในกระเป๋าออกมากาง

"กำลังจะกลับบ้านเหรอ" เขาชวนคุย
"...อือ..."

ฉันได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น รู้สึกว่าปากสั่นตอนที่กลั้นใจถามกลับไป
"...แล้วพี่อินล่ะ ยังไม่กลับเหรอ"
เราคุยอะไรกันต่อสักพักที่ฉันก็จำไม่ได้แล้ว ก่อนเขาจะโบกมือให้
"ไปก่อนนะ บ๊ายบาย"

ฉันมองเขาวิ่งฝ่าฝนไปที่สนามบอล

เพลง rain ของบัวชมพู ฟอร์ด ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง

...ไม่กี่นาทีที่เธออยู่เคียงข้างกาย ทั้งดวงใจที่มีมันชื่นฉ่ำไปหมดทั้งใจ...



ฝนที่ตกหนักขึ้นทำให้ฉันตื่นจากภวังค์
ถ้าไม่รีบกลับบ้านตอนนี้ กลัวฝนจะตกหนักขึ้นอีก

ตอนนี้เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ... นึกแล้วก็อมยิ้มกับตัวเอง

เพลงในหูฟังยังเล่นอย่างต่อเนื่อง
...rain's falling in my heart ฉันยังคงจดจำแม้จะนานเพียงใด
จะไม่ลืมวันที่ฝนเป็นใจ ให้เราได้อยู่ใกล้กัน...

ฉันหยิบร่มในกระเป๋าออกมากางพลางก้าวฝ่าสายฝนออกไป

...ฉันชอบสายฝน...

ทำไมถึงชอบนะ? ...ไม่รู้ซี...



Create Date : 29 มิถุนายน 2556
Last Update : 29 มิถุนายน 2556 1:37:54 น.
Counter : 487 Pageviews.

0 comment
Nostalgia ทวนฝันวันเยาว์
ไม่แน่ใจว่าเพราะกระแสย้อนอดีตของธุรกิจต่างๆ หรือเพราะวัยที่เพิ่มขึ้น ทำให้พักหลังมานี้รู้สึก Nostalgia อย่างสม่ำเสมอ 

นั่งหาเพลงเก่าๆฟัง แปะบนพื้นที่เก่าๆที่เคยนั่งเล่น ย้อนอดีตไปยิ้มไป :)

S! Radio
Interlude 2 Next Step
เพลง แค่บอกว่ารักเธอ-หมีพูห์
ศิลปิน รวมศิลปิน : Interlude 2
อัลบั้ม Interlude 2 Next Step
ดูเนื้อเพลงคัดลอกโค้ดเพลงนี้



Create Date : 26 มิถุนายน 2556
Last Update : 26 มิถุนายน 2556 11:26:48 น.
Counter : 334 Pageviews.

0 comment
ในบันทึกนี้ ไม่มีใคร
..แล้วน้ำตาก็ไหลอย่างที่คิดไว้จริงๆ..
มันเริ่มเอ่อจนล้นออกมาจากหางตาข้างขวา
ถึงใบหู หยดที่สองก็ตามมาบ้าง
จากนั้นข้างซ้ายจึงเริ่มมีหยดน้ำไหล
พวกมันพากันรินออกมาช้าๆ
แล้วก็เร็วขึ้นจนกลายเป็นสาย

ฉันเพ่งสมาธิอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของน้ำตา
เผื่อว่าจะทำให้ฉันลืมและหลับลงเสียได้
แต่ก็ไร้ผล
ประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่ยังดังก้อง
แล้วความรู้สึกข้างในก็ระเบิดออกมาเป็นเสียงสะอื้น

"บางทีคนเราคงจะไม่สามารถลืมรักแรกได้"
เขาบอกฉันผ่านทางโทรศัพท์
เป็นประโยคทิ้งท้ายราวกับจะให้มันเป็นเหตุผลของการบอกลา

ฉันฝืนยิ้มให้แม้ว่าเขาจะไม่เห็น
หวังว่าจะทำให้น้ำเสียงของฉันฟังดูเข้มแข็ง
"ไม่เป็นไร"

หลังวางสาย ฉันรีบเข้านอนแต่หัวค่ำ
ฉันจะไม่ร้องไห้
แต่แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างที่คิดไว้จริงๆ

ไม่ยุติธรรมเลย
ทำไมคนเราจึงลืมรักแรกไม่ได้
ช่างน่าอิจฉาคนที่เป็นรักแรกเสียจริง
เมื่อหวนคิดดู
ฉันไม่เคยเป็นรักแรกของใครเลย
ถ้าอย่างนั้น.. จะยังมีใครคิดถึงฉันบ้างไหม

เสียงเพลงจากที่ไหนสักแห่งดังลอดเข้ามาทางหน้าต่าง
เพลงที่ฉันชอบ
เพลงที่เขาเคยเปิดให้ฉันฟัง
น่าแปลกที่"เขา"ที่นึกถึงไม่ใช่คนที่เพิ่งทำให้ฉันร้องไห้
แต่เป็นเขาอีกคนหนึ่งที่จากกันไปตั้งนานมาแล้ว

ไม่ยุติธรรมเลย
ทำไมคนเราจึงลืมรักแรกไม่ได้
ช่างน่าอิจฉาคนที่เป็นรักแรกเสียจริง
เมื่อหวนคิดดู
ฉันไม่เคยเป็นรักแรกของใครเลย
ถ้าอย่างนั้น.. คงไม่มีใครคิดถึงฉันแล้วสินะ



Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2553 21:18:31 น.
Counter : 200 Pageviews.

1 comment
ปลาวาฬสีน้ำเงิน ที่ว่ายผ่าน หัวลำโพง - มธ.ศูนย์รังสิต
หลังออกจากห้องสอบ แม้หัวสมองยังมึนๆเบลอๆ แต่ก็รีบจ้ำมาคืนหนังสือที่ห้องสมุด คิดในใจว่า เสร็จแล้วจะได้กลับบ้านเร็วๆ

วันนี้ มหาวิทยาลัยค่อนข้างเงียบ เป็นสิทธิพิเศษหรือเวรกรรมของเด็กคณะนี้ก็ไม่รู้ ที่ต้องมาสอบในวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันครอบครัว

ขณะกำลังข้ามถนนไปห้องสมุด ก็ได้ยินเสียง ฟืด.. ดังกังวานไปทั่วบริเวณ

นั่นมันเสียง ปลาวาฬ ในภาพยนตร์สารคดีชัดๆ

หันไปมองยังต้นเสียง ที่แท้ เป็นรถปอ.สาย 29 สีน้ำเงิน ที่เบรกครั้งนึง ก็จะได้ยินเสียง ฟืด.. ดังก้อง ทีหนึ่ง คล้าย ปลาวาฬสีน้ำเงินกำลังส่งเสียง

..ขอให้คนบนรถคันนั้น เดินทางถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ..

รถเมล์ไทย ที่ดีๆก็มีไม่น้อย แต่บ่อยครั้งน่ากลัวทั้งรถทั้งคนขับ (บางครั้งกระเป๋ารถเมล์ ลูกคู่ของคนขับ ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน) ตัวอย่างที่เคยเจอ ก็เช่น

ตอนอยู่มัธยม นั่งรถเมล์ธรรมดา กลับบ้าน รถเมล์คันนั้นพยายามช่วยลดอุบัติเหตุด้วยการเปิดประตูให้คนขึ้นลงเฉพาะที่ป้ายเท่านั้น ..เราก็นั่งสังเกตแล้วก็ชื่นชมคนขับในใจ ซักพัก ขณะที่รถกำลังวิ่งอยู่ ประตูบานนั้นมันก็ส่งเสียงดังครึ่ก แล้วก็ล้มเข้ามาในตัวรถทั้งบาน!! โชคดีไม่มีคนยืนอยู่ในรัศมี รถเมล์ต้องจอดข้างทาง ให้ผู้โดยสารต่อรถคันอื่น

บนรถปอ.สาย 29 ผู้โดยสารคนหนึ่ง ท่าทางเป็นคนแขกต่างชาติ ไม่ค่อยรู้ทาง สื่อสารกับกระเป๋ารถเมล์ไม่เข้าใจว่าต้องลงป้ายไหน จึงลังเลๆอยู่นาน สุดท้ายก็ลงที่ป้ายป้ายหนึ่งเพราะกระเป๋ารถเมล์ตะคอกว่า จะลงไม่ลง แถมด้วยเสียงคนขับด่าว่า ซื่อบื้อ

รถเมล์ซิ่ง
รถเมล์ขับจี้ก้นรถคันหน้า
รถเมล์ควันดำ
ฯลฯ

คงได้แต่ระมัดระวังตัวให้มากๆ สำหรับทุกท่านที่ต้องโดยสารปลาวาฬเหล่านี้



Create Date : 04 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2550 15:40:51 น.
Counter : 194 Pageviews.

9 comment
ถ้าวันนั้นไม่ทำอย่างนั้น.. วันนี้จะเป็นอย่างไร
สวัสดีค่ะ ทุกท่าน หลังจากฤดูสอบอันยาวนาน ก็ได้วันหยุดปีใหม่มาช่วยชุบชีวิตให้ได้หายใจอีกครั้ง ประดุจสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาในฤดูร้อนอันแห้งแล้ง (เว่อร์เนอะ)

ช่วงที่อ่านหนังสือสอบเนี่ย ก็เครียดๆเซ็งๆ จนเกิดความคิดขึ้นมา
เซียงยี้ 1 : "ทำไมเราต้องมานั่งอ่านภาษีสรรพากร, ไฟแนนซ์, บัญชี, ฯลฯ อยู่ด้วย(ฟะ)"
เซียงยี้ 2 : "อ้าว ก็เรียนคณะนี้มันก็ต้องอ่านพวกนี้อ่ะดิ"
เซียงยี้ 1 : "แล้วทำไมเราต้องมาเรียนคณะนี้ด้วยอ่ะ"
เซียงยี้ 2 : "มันก็ดีแล้วไม่ใช่เรอะ"
เซียงยี้ 1 : "ก็ไม่ใช่ไม่ดี แต่ทำไมถึงมาเลือกล่ะ มีคณะอื่นอีกป่ะ ที่เราอยากเข้า .. ทำไมไม่เลือก"
เซียงยี้ 2 : "ก็..."

ขณะนี้คิดหาคำตอบให้ตัวเอง ความคิดก็โลดแล่นกลับไป ภาพในวันเก่าๆผ่านเข้ามาในหัว รวดเร็ว ต่อเนื่อง ราวกับเรื่องราวบนจอภาพยนตร์ แล้วก็เกิดคำถามอีกหลายคำถามตามมา ว่า ถ้าวันนั้น ทำไมทำอย่างนั้น.. วันนี้เราจะเป็นอย่างไร

--ถ้าวันนั้น ไม่ยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษา
... วันนี้ คงไม่ได้มานั่งเรียนอยู่ที่ม.นี้

--ถ้าวันนั้น ไม่ซื้อหนังสือสรุปจากม.เกษตรที่ตรงข้อสอบเป๊ะๆ
... วันนี้ อาจจะไม่ติดรับตรง

--ถ้าวันนั้น ไม่ย้ายมาสายศิลป์
... วันนี้ อาจเรียนแพทย์ (อันนี้เว่อร์) ... รึไม่ก็ เอนท์ไม่ติดไปเลย ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ อาจารย์อุ๊, แอพพลาย, นีโอ, เดอะ เบรน ฯลฯ จะได้เงินค่ากวดวิชาสายวิทย์จากเราไปอีกหลายหมื่น

-- ถ้าวันนั้น ไม่เจอคนคนนั้น
... วันนี้ มุมมองความรักคงเปลี่ยนไป

-- ถ้าวันนั้น ฯลฯ

-- ถ้าวันนั้น ว่ายช้าไปอีกเศษหนึ่งส่วนสิบล้านวินาที
... สเปิร์มคู่แข่งจะชิงตัดหน้าไปถึงไข่ก่อน อดเกิด


อาจดูเหมือนความคิดไร้สาระ ที่บางท่านอาจคิดว่า จะไปคิดทำไม ในเมื่อมันผ่านพ้นไปแล้ว .. เซียงยี้ก็ว่ามันไม่ค่อยมีสาระเหมือนกันแหละค่ะ (อ้าว) แต่ถ้าดูให้ดี เราอาจจะพบว่า การตัดสินใจบางอย่างของเรา สามารถเปลี่ยนชีวิตไปได้ทั้งชีวิต นิทานเรื่องนี้จึงสอนให้รู้ว่า เราควรมีสติอยู่เสมอ ..

แต่ถ้าดูยังไงก็ยังไม่มีสาระอยู่ดี งั้นก็ถือว่าคิดเล่นๆก็แล้วกันนะคะ (แหะๆ)



Create Date : 27 ธันวาคม 2549
Last Update : 27 ธันวาคม 2549 21:49:53 น.
Counter : 213 Pageviews.

8 comment
1  2  3  

Valentine's Month



เซียงยี้
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]