แหกทุกกฏ ขบถทุกอย่าง

<<
มีนาคม 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
2 มีนาคม 2551
 

ผมแค่อยากให้ชีวิตผมเป็นเหมือนเทพนิยาย ให้มันมีความสุขในตอนจบ

5.


เสียงระเบิดที่ถล่มใส่กรมสืบสวนสอบสวนคดีพิสดาร ยังดังไม่หยุด ผมไม่รู้จะทำไง ผมเรียกลูกทีมสายลับฝึกหัดมาประชุม พวกเราตัดสินใจตั้งวงดนตรี ในเวลานี้ทันที


เราเชื่อมั่นว่า ดนตรีสดๆ สามารถกล่อมเกลาจิตใจคนเลว ให้สำนึกได้ น้องๆสายลับฝึกหัดน่ารักมาก พวกเขาบรรเลงเพลงทุกชนิดที่เล่นได้ ทั้ง เพลงไทย เพลงสากล เพลงไทยเดิม เพลงไทยไม่เดิม บรรเลงจน คนยิงระเบิดเคลิ้ม หยุดยิง พวกนักรบคนแคระนั่งฟังเพลงกันหมด ผมรีบเข้าบุกเข้าไปถึงตัว ไอ้มนโทนหัวหน้าตำรวจคนแคระ



“แกจับ คุณอนงมาเป็นตัวประกันทำไม คุณอนงเขาเต็มใจมาหรือเปล่า แกจะจับใครมาเป็นตัวประกัน แกต้องถามเค้าก่อน เค้าเต็มใจมากับแกไหม แกนี่เลวจริงๆ”


“สี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” ไอ้มนโทนหัวเราะ (มันไม่หัวเราะว่า ฮ่าๆๆๆๆ) (นี่ถ้ามันหัวเราะบ่อยๆ ไม่ต้องอธิบายกันทุกครั้งหรือนี่)


“สี่ๆๆๆๆๆๆๆๆ” ไอ้มนโทนหัวเราะอีก (ผมก็ต้องอธิบายอีก ว่ามันไม่หัวเราะว่า ฮ่าๆๆๆๆ)

“สี่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” พอแล้ว โว๊ย ไม่ต้องหัวเราะ ผมเอาถาดตีหัวมัน (เหมือนตลกในคาเฟ่เลย อย่าทำแบบนี้เสียมาด ของพระเอก)



มันยังหัวเราะไม่เลิก ผมได้ทีค้นหาอนง จนทั่ว แต่แล้วก็ไม่เจอเลย
“แกโดนหลอกแล้ว ติม บราว” มนโทนพูดเสร็จมันหัวเราะต่อ (ไม่อธิบายเรื่องเสียงหัวเราะของมันแล้ว)
“พวกชั้นไม่ได้จับใครมาเป็นตัวประกันทั้งนั้น ใครบอกแกว่าชั้นจับ แล้วบอกแกทำไม แกคิดสิ คิด คิด คิด ใครกันแน่ที่ลวงแกมาที่นี่”



ยังไม่ทันที่ผมจะคิด เสียงระเบิดก็ดังก้องไปทั่ว พวกตำรวจคนแคระกระเด็นกันไปคนละทิศละทาง
ซึ่งหลังจากกระเด็นไปคนละทิศละทางแล้ว พวกมันก็รีบคลานมาหากันแล้วตะโกนบอกกันว่าเมื่อระเบิดมาอีก ให้กระเด็นไปในทางเดียวกัน มันแลดูสามัคคี อย่ากระเด็นคนละทิศละทางมันดูไม่มีวินัย


"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""


ผมหลบเข้าหลังเสา กดม่านรังสีพรางตัวไม่ให้พวกตำรวจคนแคระเห็น นี่มันยังไงกันอีก ผมตัดสินใจโทรศัพท์หา เฮียแว่น อายสว่าง แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ ผมกดอีก นั่นนังผู้หญิงคนนี้ มายุ่งกับโทรศัพท์ผมอีกแล้ว


“ยอดเงิน ของคุณใกล้จะหมด กรุณาเติมเงินด้วยนะคะ” พูดอยู่นั่น คนกำลังหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะมาบอกให้เติมเงิน ปั้ดโธ่ ผมตัดสินใจใช้ นาฬิกาสแกนอนาคต แต่มันไม่เห็นมีคำทำนายออกมา


ผมกดหาดร.นัด ผมยื่นโทรศัพท์ไปใกล้เสา โทรศัพท์ของผมเป็นรุ่นใหม่ไม่มีจอ คุยกับใครภาพของคนนั้นก็จะโผล่ออกมาเลย แต่ต้องยื่นโทรศัพท์ไปใกล้ที่ว่างๆ แบนๆ เช่นเสา หรือผนังบ้านนะ


“ดร.ครับ มันเกิดอะไรขึ้นกับผมครับ ผมพยายามจะหาคำตอบเอง แต่นาฬิกาสแกนอนาคตไม่ทำงานเลย” ดร.นัดถอดแว่น ทำคิ้วขมวด



“ตระกร้าผลประโยชน์น่ะ มันอร่อยกว่าตระกร้าผลไม้เยอะ” นั่นถามอย่างตอบอย่างทั้งปี ดร.นัดเนี่ย
“ชอบแต่ไม่อยากครอบครอง” ดร.นัดพูดอีก นั่นไปเอาคำคมจากไหนมาเนี่ย จะคมไปถึงไหน
“ไม่ถึงต้องเขย่ง ไม่เก่งต้องขยัน” เอาเข้าไป คม ค้ม คม คมตายหล่ะ
“คุณจะคือใคร ใหญ่โตแค่ไหน ก็เป็นได้แค่เศษเสี้ยวของทะเล” พี่ครับพี่ ผมจะถามว่าทำไมนาฬิกาสแกนอนาคตไม่ทำงาน พี่จะคมอีกกี่ประโยคครับพี่



“ติม บราว ถ้าสถานการณ์อย่างนี้ แล้วนาฬิกาสแกนอนาคตทำงาน มันก็ไม่สนุกสิ ความสุขของชีวิตในตอนจบ ไม่ว่าจะในชีวิตจริงหรือเทพนิยาย มันเหมือนกันหมดแหล่ะ คือหลับตาแล้วจบลง”


“แต่ความสุข ที่สนุกที่สุดที่ท้าทายที่สุดคือ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ ตอนที่ชีวิตยังไม่จบต่างหาก ไปคิดให้ดี ไปคิดให้ดี” แล้วดร.นัดก็วางสายไป ดูคนเรา อุตส่าห์โทรไปปรึกษา



ผมยังกดม่านพรางตัวออกไปไม่ได้ เพราะข้างนอก ยังคงยิงกันไม่หยุด มันยังไง ถ้าเป็นหนังสายลับทั่วไปผมต้องถูกลบชื่อออกจากระบบ แล้วผมต้องถูกไล่ล่า และเก็บ และผมก็ไม่มีตัวตน แต่ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อย่างนั้น มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ คิดสิคิด คิด คิด

หรือว่าในตับของคนแคระ มันมีอะไรมากกว่านั้น มันต้องไม่ใช่ตับธรรมดาๆ แน่ๆ

สัญญาณเตือนว่า ม่านพรางตัวของผม ถูกค้นพบโดยดาวเทียมจารกรรมแล้ว เสร็จกัน มันยิงแล้ว ผมต้องวิ่ง วิ่ง วิ่งและวิ่งหนี

ผมจำได้ ก่อนที่ผมจะตัดสินใจเป็นสายลับ ดร.นัดเคยเตือนแล้ว


ติม บราว นับแต่นี่ต่อไป ชีวิตนายจะไม่สงบ ไม่พบความสุขอย่างแท้จริง เพราะนายจะต้องเสียสละ
สายลับไม่มีวันมีชีวิตแบบ ชาวบ้านคนอื่นเขา สายลับต้องอยู่อย่างเงียบๆ
ทำอะไรก็ตีฆ้องร้องเป่าไม่ได้ เขียนหนังสือก็ต้องเขียนเงียบๆ ห้ามเขียนเสียงดัง (แหม นะ)

.............................................................................................


ก่อนที่ผมจะคิดอะไรต่อไป ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างกระทบที่คอดังปัง แล้วสติของผมก็ดับวูบลง

วินาทีนั้นทุกอย่างมืดสนิท และสงบ

เสียงใครบางคนดังที่หูของผม



“ติม บราว แสงเดินทางเร็วกว่าเสียง แล้วอะไรเดินทางเร็วที่สุดในโลก”
“จิต สิครับ จิตเดินทางเร็วที่สุดในโลก”

“ถูกๆๆๆ ถูกต้องนะคร้าบ” เสียเฮียแว่นนั่นเอง นี่เป็นรหัสลับเวลาเฮียแว่นโทรจิตมา

ผมอยู่ในโลกของมิติที่ 4 มิติที่ ประสาทสัมผัสของความเป็นมนุษย์เข้าไม่ถึง มิติที่ไม่ได้มีเพียง กว้าง ยาว ลึก เท่านั้น มันมีอะไรมากกว่านั้น



“พวกตำรวจคนแคระมันไม่เชื่อว่า นายไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องตับตนแคระ มันไม่เชื่อว่า ซินเดอฟาดตับคนแคระไปคนเดียว มันเชื่อว่า ตับคนแคระบางส่วนอยู่ในท้องนาย เพราะฉะนั้น ตอนนี้สังขารร่างของนายถูก ไอ้มนโทน มันจับไปห้องเย็นแล้ว แต่นายไม่ต้องกังวล นายนำพาจิตของนายไป ไปหาต้นตอแล้วตีโจทย์ให้แตก หางานกาล่าดินเนอร์ให้เจอ แล้วนายจะได้คำตอบเพื่อที่จะช่วยร่างของนาย อย่าลืม นายเป็นสายลับ จิตนายไม่ตาย แต่ว่า....................... ตุ้ดๆๆๆๆๆๆ”




เฮียแว่นหายไปจากโทรจิตของผม ตกลงมันยังไงกันเนี่ย

ผมนั่งสมาธิกลางสี่แยก ของการจราจรของจิต ตอนนี้มีจิตหลายจิตกำลังเดินทางกันทั่วไปหมด เมื่อผมสับสน ผมตัดสินใจแบ่งจิตเพื่อไป ตีโจทย์ให้แตก

งานกาล่าดินเนอร์ ผมตัดสินใจแบ่งจิตแตกเป็นสาย ไปยังโรงแรมทุกแห่ง ในกทม. ไม่มีงานกาล่าดินเนอร์ซักแห่งในคืนนี้ ลูกทีมจิตของผมรายงาน แต่มีงานเดียวที่ละม้ายกัน คืองาน อาม่าดินเนอร์




มันงานอะไรวะ อาม่าดินเนอร์ ไม่เคยได้ยิน

มันมีด้วยหรือ งานแบบนี้ หรือว่า มันเป็นงานรวมพล อาม่าทั่วประเทศไทยมาร่วมดินเนอร์กัน

""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""


“ช่วย โลกด้วย ติม บราว ช่วยโลกด้วย โลกกำลังจะตายแล้ว”
เสียงใคร ไหนกัน เสียงนั่น อ๋อ นกมันพลอดคำรำพันฝากชีวันรักกันไงเล่า เฮ้ยไม่ใช่ ไม่ใช่

เสียงใคร นั่น เสียงพ่อของโลกนี่ หมายความว่าไงครับ โลกกำลังจะตาย เป็นไปไม่ได้



“ช่วยโลกด้วย ช่วยด้วย....................”
“ตอนนี้ มีคนในโลกมนุษย์ ค้นพบมิติที่ 4 หลายคนแล้ว ไม่ใช่มีแต่พวกสายลับอย่างนาย ถ้าหากพวกจิตต่ำ เข้ามายังโลกมิติที่ 4 ได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้น..................โอย”


“หัวหน้าของพวกคนแคระ ในสปาผู้แทนราษฎร มันเข้ามาในมิตินี้ได้แล้ว” พ่อของโลกบอกผม



นี่หมายความว่า มันไม่ใช่แค่เรื่องตับของคนแคระแล้ว มันคือเรื่องของความเป็น ความตายของโลก
ผมจะต้องปกป้องมิติที่ 4 ไม่ให้ถูกคนจิตชั่ว เดินทางเข้าไป




ผมควรจะทำยังไงดี แล้วผมจะรู้ได้ไงว่า ใครบ้างในโลกนี้ ที่ติดต่อ มิติที่ 4 ได้

โอย แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว






 

Create Date : 02 มีนาคม 2551
12 comments
Last Update : 2 มีนาคม 2551 3:46:44 น.
Counter : 3474 Pageviews.

 
 
 
 
เพื่อให้ได้ อรรถรส รส รส รส รส
ถ้าเพิ่งเคยอ่านตอน 5


โปรดกลับไปอ่านตอน 1

ซินเดอเรลล่า บอกว่า ตับของคนแคระทั้งเจ็ดอร่อยมาก
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=satimmhon&month=01-2008&date=14&group=10&gblog=1


โปรดกลับไปอ่านตอน 2

ผู้ชนะคือผู้กำหนดเกมส์ คือผู้พิชิต สปาผู้แทนราษฎร
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=satimmhon&month=01-2008&date=17&group=10&gblog=2

โปรดกลับไปอ่านตอน3

เป็นสายรัด ดีกว่าเป็นสายลับเป็นไหนๆ แม้เค้าไม่รัก ก็ยังกอดรัดเค้าได้
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=satimmhon&month=01-2008&date=20&group=10&gblog=3


โปรดกลับไปอ่านตอน4

เป็นแฟนแดงต้องอดทน แต่เป็นแฟนสายลับต้องอดนอน
https://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=satimmhon&month=01-2008&date=29&group=10&gblog=4


และโปรด อย่าจริงจังเวลาอ่านนะครับ

 
 

โดย: สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:3:33:18 น.  

 
 
 

อูย นี่ไม่ได้อัพบล็อกมาเกือบเดือนแล้งเหรอเนีย ไม่น่าเชื่อเลย อิอิ


ไม่ได้ไปตอบบล็อกของเพื่อนๆ (ที่มีอยู่ไม่นกี่คนแหะๆ)
อย่าโกรธกันนะครับ
2
ต่อไป จะขยันตอบแย้ว ฮ่าๆ


.................................................................

ข้อดีของการเขียนในอินเตอร์เน็ตสำหรับผมคือ

1.ไม่ต้องทำงานตามบรี้ฟ
2.ไม่มีข้อกำหนดของเวลา
3.ไม่มีข้อจำกัดใดๆ
4.ไม่ถูกแก้จนปวดหัว ตุ้บๆ
5.บ้าได้เต็มที่ หมื่นล้านเดซิบ้า

ข้อเสียเหรอ

มีข้อเดียวคือ เขียนแล้ว ไม่ได้ตังก์ แป่วๆๆๆๆ
 
 

โดย: สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว วันที่: 2 มีนาคม 2551 เวลา:3:38:14 น.  

 
 
 
พี่นิ ขยันเขียนจริง ๆ เลยอ่ะครับ ...
 
 

โดย: ... กระซิบรัก จากความทรงจำ ... วันที่: 27 มีนาคม 2551 เวลา:10:32:46 น.  

 
 
 
รักครับ
 
 

โดย: แมน IP: 125.26.45.52 วันที่: 6 เมษายน 2551 เวลา:15:33:56 น.  

 
 
 
สุดท้ายพี่ก็ได้เป็นจ้าวโลกใช่ม่ะคะ...

อุ๊ย!!!! ....
 
 

โดย: จิ้งจอกสาวฝึกหัด วันที่: 7 เมษายน 2551 เวลา:15:17:29 น.  

 
 
 
ย้อนเยอะเหลือเกิน ไว้ว่างๆ จะมาอ่านใหม่
 
 

โดย: Untrue วันที่: 17 เมษายน 2551 เวลา:13:12:53 น.  

 
 
 

หวัดดีวันอาทิตย์....มาเดินเล่นพาร์คกันดีฝว่าาาาาาา.....








..ด้วยความระลึกถึง..

 
 

โดย: สิงห์นครพิงค์ วันที่: 4 พฤษภาคม 2551 เวลา:4:39:13 น.  

 
 
 
 
 

โดย: nUtTyOsAt (te@ ) วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:20:01:57 น.  

 
 
 
กริ๊ววววววววววว
 
 

โดย: ร่วมรัก...สมัครสมาน วันที่: 15 กรกฎาคม 2551 เวลา:9:41:10 น.  

 
 
 
ยังไม่ได้อ่านครับ แต่ชอบใจตอนท้าย เขียนไม่ได้ตังค์ ฮ่าๆ
 
 

โดย: Untrue วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:8:56:40 น.  

 
 
 
เยือนครับ...
 
 

โดย: คนสาธารณะ วันที่: 9 กรกฎาคม 2552 เวลา:4:11:25 น.  

 
 
 
มาเยี่ยมครับ
 
 

โดย: nera วันที่: 16 ธันวาคม 2552 เวลา:20:59:06 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




คนเรานะ
สูญเสียความอะไรก็ได้
แต่ต้องไม่สูญเสียความมั่นใจ

เพราะความมั่นใจ จะเป็นความตัวสำคัญ ที่จะทำให้
ทุกๆ ความในโลกของคุณ กลับมาเหมือนเดิม
[Add สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com