หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2563
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
21 ตุลาคม 2563
 
All Blogs
 
วิมานมะพร้าว : แก้วเก้า

เรื่อง : วิมานมะพร้าว
ผู้ขียน : แก้วเก้า
สำนักพิมพ์ : ดอกหญ้า
ปีที่พิมพ์ : 2539 (พิมพ์ครั้งที่ 3)
เล่มเดียวจบ


ผมมีโอกาสหยิบหนังสือ วิมานมะพร้าว นิยายแนวลึกลับผสมคอมเมดี ของนักเขียนรุ่นครู แก้วเก้า ขึ้นมาอ่านอีกครั้ง สำหรับนิยายเรื่องนี้ เคยลงเป็นตอนๆในนิตยสารสกุลไทย ก่อนจะนำมารวมเล่ม หลังจากนั้น ได้มีการนำมาสร้างในเวอร์ชันละคร และภาพยนตร์ จนเป็นที่รู้จัก โดยเฉพาะบทบาท ของ ไอ้แสบ จุลลา และคุณสืบสาย ที่ต่างก็มีคาแรคเตอร์โดดเด่นเฉพาะตัว และที่ขาดไม่ได้ คือ วิญญาณของเถ้าแก่ หรือคุณก๋ง ของพระเอก ที่สร้างสีสัน ให้กับเรื่องราวของวิมานมะพร้าวได้เป็นอย่างดี
+++++++++++++++++++++
สำหรับเรื่องราวคร่าวๆของวิมานมะพร้าว บอกเล่าถึงชีวิตของ จุลลา หรือคุณหนูจูน หรือ ไอ้จุ่น หญิงสาวห้าว ที่เรียนจบวิศวกร และหางานทำอย่างลำบากยากเย็น จนกระทั่งมีโอกาสได้มาสมัครงานบริษัทปาล์มโปรดักส์ ของเถ้าแก่ตงและคุณนายเง็ก ซึ่ง มี ทรงเดช วิศวกรจากอเมริกา มาสมัครเป็นคู่แข่ง ซ้ำยังเป็นเพื่อนของ สืบสาย ลูกชายเถ้าแก่ เสียอีกด้วย
+++++++++++++++++++++
แต่ก็ได้งานนี้ไปทำในตำแหน่งวิศวกรฝ่ายซ่อมบำรุง เพราะคุณนายเง็ก เกิดประทับใจดวงชะตาวันเกิดของเธอเข้าพอดี ว่าเป็นคนดวงแข็ง ซี่งจุลลามารู้ภายหลัง ว่า หลายคนที่ทำงานที่นี่ เคยเผชิญหน้ากับวิญญาณเถ้าแก่ ที่เสียชีวิตไปหลายปีแล้ว จนอยู่ไม่ได้ ในขณะที่ คู่ปรับอย่างทรงเดช ก็ได้งานเช่นเดียวกัน
ในโรงงานแห่งนี้นั่นเอง ที่จุลลา ได้รู้จัก ลูกน้องตัวจี๊ดอย่างไอ้แสบ และบรรดาสมุนของมัน แต่วิศวกรสาวอย่างเธอ ก็สามารถเอาชนะใจคนเหล่านั้นได้อย่างอยู่หมัด และนอกเหนือจากนั้น ก็คือการเผชิญหน้า กับ วิญญาณเถ้าแก่ ทีแท้จริงแล้ว หาได้น่ากลัวอย่างที่คิดไม่
+++++++++++++++++++++
เถ้าแก่เอง อาศัยอยู่ในฮวงซุ้ยหลังโรงงานมานาน จนเบื่อ เมื่อได้เจอจุลลา ที่สามารถพูดคุย ปรับทุกข์ได้ มิตรภาพระหว่าง ผี และ คน ที่แตกต่างทั้งวัย และเพศ จึงเริ่มต้นขึ้น เถ้าแก่ปรับทุกข์เรื่องบริษัท ที่ทรงเดช เข้ามาทำงาน และยักยอกเงินไปใช้ รวมถึงการทุจริตต่างๆ ที่แกไม่อาจจะบอกใครได้
+++++++++++++++++++++
แผนการที่จะกระชากหน้ากาก อีกฝ่ายจึงเริ่มต้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแกล้งถูกวิญญาณเข้าทรง หรือการปะทะกัน ระหว่างทีมจุลลา ที่มีไอ้แสบเป็นสมุนเอก กับ ทรงเดช ในขณะที่สืบสาย คนกลางของเรื่อง ก็เริ่มประทับใจกับบุคลิกและนิสัยใจคอของหญิงสาว ที่แม้หลายๆคนจะคิดว่า หล่อนเป็นทอมบอย แต่เขาเชื่อมัน ว่าจุลลาคือหญิงสาวเต็มตัว และสวยที่สุดในสายตาของเขา
+++++++++++++++++++++++
แต่สิ่งเดียวที่สืบสายยังสงสัย ก็คือ จุลลา ติดต่อกับวิญญาณได้จริงหรือเปล่า หรือเป็นแค่แผนการที่จะจัดการ ทรงเดช เท่านั้น ในเมื่อเขาก็เป็นนักเรียนนอกยุคใหม่ ที่ไม่เคยเชื่อถือเรื่องภูตผีปีศาจมาก่อน

เหตุการณ์ต่างๆยิ่งอลวนอลเวง มากขึ้น เมื่อ เขาและจุลลา สามารถจับทุจริต ของ ทรงเดชได้ แต่ก่อนที่จะให้ตำรวจมาจัดการ อีกฝ่ายก็หนีไปเสียก่อน และจากนั้น ทรงเดช ก็ย้อนกลับมาว่าจ้างกลุ่มโจรเรียกค่าไถ่ ให้จับตัว สองหนุ่มสาวไปเป็นตัวประกัน ด้วยความแค้น แต่ท้ายที่สุด ด้วยอุบายของสืบสาย พระเอกของเรื่อง รวมถึงวิญญาณเถ้าแก่ ที่ ลาเง็กเซียนฮ่องเต้ ลงมาช่วย ว่าที่หลานสะใภ้ที่แกถูกใจนักหนา ก็ทำให้สองหนุ่มสาว หนีจากรังโจรออกมาได้สำเร็จ ส่วน ทรงเดชก็รับกรรมไปตามระเบียบ
++++++++++++++++++++++++
ผลงานในแนว ลึกลับ ของแก้วเก้า ที่ผสมผสาน ความขบขัน แนวนี้ อีกเรื่องที่ผมชอบมากๆ ก็คือหนุ่มทิพย์ ครับ และหลังจากสองเรื่องนี้แล้ว ไม่แน่ใจว่ายังมีงานอื่นอีกหรือไม่ ที่เป็นสไตล์ดังกล่าว วิมานมะพร้าว จึงเป็นเรื่องราวที่อ่านได้อย่างสนุก เพลิดเพลิน กับคาแรคเตอร์ที่โดดเด่นของตัวละครแต่ละตัว รวมถึงเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน คลายเครียดไปพร้อมกัน
++++++++++++++++++++++++++
ท้ายรีวิววิมานมะพร้าวเรื่องนี้ ผมขออนุญาตนำส่วนหนึ่งของ บทสัมภาษณ์ ผู้เขียนที่เคยลงในนิตยสาร Writer ฉบับที่ 16 มกราคม 2536 มาเรียบเรียง ประกอบกันไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ
บทสัมภาษณ์นี้กล่าวถึง เบื้องหลังงานเขียน เริ่มตั้งแต่ประวัติส่วนตัว การเรียน การทำงาน จนมาถึงความฝันอันสูงสุดคือการเป็นนักเขียน
++++++++++++++++++++++++
เมื่อไปเรียนต่อที่อเมริกา คิดว่าเส้นทางของเราคงจะไปทางวิชาการ ไม่สามารถเขียนนวนิยายได้อีกแล้ว มองทางไหนก็มืดมนไม่เห็นทางเลยว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคเข้าไปในวงการนักเขียนได้อย่างไร ดิฉันไม่รู้จักใครในวงการ บรรณาธิการก็ปฏิเสธงานของเรา แม่เองก็ไม่เต็มใจให้เป็นนักประพันธ์ใส้แห้ง นอกจากนี้ดิฉันแต่งงานที่สหรัฐอเมริกา เท่ากับมีภาระต่อครอบครัวอยู่ข้างหน้าอีกด้วย คงจะต้องล้มเลิกความคิดที่จะเขียนหนังสือเสียที
+++++++++++++++++++++
ด้วยความรัก ทั้งๆที่ไม่มีหวังว่าจะได้ลงพิมพ์ที่ไหนก็อดเขียนไม่ได้ นวนิยายที่เขียนคลายเครียดจากการทำงวิทยานิพนธ์คือเรื่อง ไร้เสน่หา เขียนแล้วก็ให้เพื่อนนักเรียนไทยที่นั่นอ่านกันเล่น ต่อมาก็คือ “แก้วกวี” เขียนจากประวัติของวิลเลียม เชคสเปียร์ เป็นทำนองนิยายให้อ่านง่ายๆ เพราะเคยอ่านนวนิยายอิงประวัติศาสตร์ของอังกฤษ พระนิพนธ์ในพระองค์เจ้าวิภาวดี รังสิต มาแล้ว
+++++++++++++++++
เมื่อกลับมาเมืองไทย คุณสุภัทร สวัสดิรักษ์บรรณาธิการนิตยสารสกุลไทยในขณะนั้น ชวนให้ส่งเรื่องไปลง ก็ได้ส่ง ไร้เสน่หา ลงเป็นเรื่องแรก ส่วนเพลงพรหม ส่งไปให้คุณสุวรรณี สุคนธาที่ลลนา แต่เธอปฏิเสธไม่ลง บอกว่าไม่รับเรื่องยาว ต่อมาจึงได้ลงในสกุลไทย
+++++++++++++++++++++
ความยากลำบากของนักเขียนในตอนนั้นคือ บรรณาธิการส่วนใหญ่จะรู้สึกเสี่ยงกับนักเขียนหน้าใหม่มากเอาการ โดยมากถ้าจะรับ จะขอให้เขียนเรื่องสั้น ลงตอนเดียวแล้วก็จบกัน ไม่มีปัญหา คล้ายกับว่าเรื่องสั้นนั้นคือใบเบิกทางของนักเขียนที่ยังมือไม่ถึงพอจะเขียนเรื่องยาวได้ เรื่องยาวจะลงเฉพาะนักเขียนมีชื่อแล้วเป็นส่วนใหญ่

จากนวนิยาย 2 เรื่อง ในสกุลไทย ก็ถึงเรื่องที่ทำชื่อเสียงให้มากที่สุดเป็นเรื่องแรก คือ “มายา” พร้อมกันนั้น เริ่มเขียนจินตนิยาย เป็นเรื่องแรกคือ แก้วราหู ลงในสกุลไทย ใช้นามปากกา “แก้วเก้า” เป็นเรื่องย้อนไปถึงเหตุการณ์ในสมัยสุโขทัย นำเกร็ดประวัติศาสตร์จากศิลาจารึกหลักที่ 5 มาประยุกต์ในเรื่อง
แก้วราหู ลงในสกุลไทยอย่างเงียบๆ เป็นผลงานของนักเขียนหน้าใหม่ ไม่มีการกระโตกกระตาก หรือประชาสัมพันธ์จากบรรณาธิกา แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ถ้อยแถลงของบรรณาธิการก็เริ่มลงว่า ได้รับความสนใจจากคนอ่านอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะช่วงนั้น ไม่มีเรื่องแนวนี้ลงอยู่ก็เป็นได้ ส่วนใหญ่จะเป็นนวนิยายแนวรักหรือไม่ก็ชีวิตครอบครัว
++++++++++++++++++++++
ความสำเร็จของ แก้วราหู มีมากพอจะทำให้ลงเรื่อง “นางทิพย์”ต่อไปได้ทันทีเมื่อจบเรื่องแรก เรื่องนี้ประสบความสำเร็จมาก ทำให้คนอ่านเริ่มรู้จักนามปากกา แก้วเก้า แต่นอกจากวงในแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเป็นนามปากกาเดียวกับ ว.วินิจฉัยกุล ดิฉันต้องการพิสูจน์ว่า ความสำเร็จของนักเขียนอยู่ที่งาน ไม่ได้อยู่ที่ตัวคน ยิ่งเขาไม่รู้จักเราก็ยิ่งดี เราจะได้รูสึกว่า ถ้าเขาอ่าน เขาก็อ่านเพราะตัวหนังสือที่เราเขียน ไม่ได้อ่านเพราะรู้จักตัวเราเองหรืออ่านเพราะอยากจะรู้ว่าเราเอาเรื่องส่วนตัวลงไปเขียนหรือเปล่า
++++++++++++++++++++++++
สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกนักเขียนหน้าใหม่ก็คือ ถ้าต้องการสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่จดจำได้ของคนอ่าน ต้องมีผลงานสม่ำเสมออย่าทิ้งช่วงห่าง แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าจะเขียนได้ต่อเมื่อมีอารมณ์ มีประสบการณ์พร้อมจะเขียน หรือมีอาชีพประจำที่ดึงเวลาไปจนไม่มีเวลาว่าง บางทีปีหนึ่งอาจจะเขียนได้แค่เรื่องสั้นเรื่องเดียว เพราะต้องพิถีพิถันให้ดี คุณจะลงมือเขียนนานๆครั้งก็ได้ ถ้าหากว่าเรื่องของคุณดีเด่นจริง คนอ่านก็จะจำได้แม้ว่าเขียนไม่กี่เรื่อง แต่ถ้าเขารู้สึกว่ายังไม่ดีเด่นพอจะจดจำได้ประทับใจ การเขียนนานๆครั้ง ก็จะทำให้คุณต้องทำงานอีกยาวนานกว่าจะประสบผลสำเร็จ และวันเวลานั้นไม่คอยใครเสียด้วย...

           ++++++++++++++++++++++
         สำหรับบทสัมภาษณ์นี้ยังมีรายละเอียดต่างๆอีกมากมายน่าสนใจ นักอ่านที่สนใจสามารถติดตามเพิ่มเติมจากนิตยสารเล่มดังกล่าวครับ



Create Date : 21 ตุลาคม 2563
Last Update : 21 ตุลาคม 2563 10:25:24 น. 6 comments
Counter : 264 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา


 
สวัสดีค่ะ เรื่องนี้จำได้ว่าตลก ชอบเหมือนกันค่ะ


โดย: ออโอ วันที่: 21 ตุลาคม 2563 เวลา:10:40:06 น.  

 
คุณ ออโอ : เรื่องนี้ผมชอบทั้งจากตอนอ่านหนังสือ และ ตอนเป็นละครเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 21 ตุลาคม 2563 เวลา:11:40:16 น.  

 
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องของอาจารย์วินิตาที่ชอบมากค่ะ อาจารย์เขียนเรื่องตลกชวนหัวได้แบบมีคลาสมากๆ ยังจำคุณส่งเดชได้เลย


โดย: กุลธิดา (kdunagin ) วันที่: 22 ตุลาคม 2563 เวลา:1:03:10 น.  

 
สวัสดีครับคุณไก่ เรื่องนี้ อ่านสนุกมากๆ ชอบการสร้างคาแรคเตอร์ตัวละคร ให้คนอ่านจดจำได้เป็นอย่างดี ทั้งคุณก๋ง ทั้งจุลลา ทั้งส่งเดช และไอ้แสบ แต่ละคนสีสันจัดจ้านมากๆ กลายเป็นพระเอกในเรื่องนี้ แทบจะถูกกลืนหายไปเลย


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 22 ตุลาคม 2563 เวลา:9:05:05 น.  

 
ชอบทุกงานของ ว.วินิจฉัยกุล
ชอบทุกงานของ แก้วก้าว
มีวิธีเขียนที่มีเสน่ห์มากๆ
เนื้อเรื่องก็แปลก และเดินเรื่องได้ดี
แม้จะเล่มหนาๆ ก็อ่านรวดเดียวจบได้ทุกเรื่อง


โดย: ไตรตรา วันที่: 27 ตุลาคม 2563 เวลา:14:37:52 น.  

 
คุณไตรตรา : ชอบงานของทั้งสองนามปากกามากๆเลยครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 28 ตุลาคม 2563 เวลา:10:06:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.