หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
กันยายน 2564
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
21 กันยายน 2564
 
All Blogs
 
ขัตติยา : สุภาว์ เทวกุลฯ

เรื่อง : ขัตติยา
ผู้ขียน : สุภาว์ เทวกุล
สำนักพิมพ์ : บำรุงสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2508
สองเล่มจบ



            สุภาว์ เทวกุล เป็นนักเขียนผู้มีผลงานหลากหลายสไตล์ ทั้งในแนวสะท้อนชีวิตเข้มข้น อย่างเหยื่ออารมณ์ ในนามปากกา ศิระส. ในแนวโรแมนติค อย่าง สะใภ้จ้าว ในนามปากกา รจนา หรืออย่างเรื่อง ขัตติยา เรื่องนี้ ที่ผสมผสานปมของตัวละครให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
          ++++++++++++++++++
        ขัตติยา เด็กสาววัยสิบแปดปี เป็นสาวน้อยที่ช่างคิด ช่างฝัน และมีความเข้มแข็งอยู่ภายในตัวเอง ตั้งแต่จำความได้ หล่อนคือลูกของ นางเพี้ยนและนายนาถ ชาวบ้านที่ทำไร่ทำสวนอยู่ในจังหวัดสระบุรี และมีพี่ชายที่ไม่เอาถ่านอีกคนหนึ่ง ชื่อทนง

         พ่อมักจะห้ามไม่ให้หล่อนเข้าไปเฉียดใกล้ บ้านหลังคาสีแดงที่อยู่บนเนินเขา ใกล้บ้าน โดยไม่อธิบายเหตุผลใดๆ แต่ด้วยเหตุบังเอิญในวันหนึ่ง เมื่อขัตติยา ปั่นจักรยานไปยังบ้านพักคนงานในไร่ ที่อยู่ใกล้กัน แล้วได้ยินเสียงปืนดังขึ้น ด้วยความตกใจและสงสัย ทำให้เธอ รีบตรงดิ่งขึ้นไปยังบ้านหลังนั้นอย่างลืมตัว และที่นั่นเอง เด็กสาวก็ได้พบกับภาพที่ตัวเองต้องตกตะลึง
            +++++++++++++++
     นั่น ตรงหน้าของหล่อนนั่นเอง บนพรมปูพื้นสีแดงหนาที่ลาดอยู่เกือบเต็มห้องกลางนั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ในท่าที่เข่าข้างหนึ่งคุกอยู่บนพื้น อีกข้างหนึ่งตั้งขึ้น และที่พาดอยู่บนขาของเขา ก็คือร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง ศีรษะพาดหงายไปทางเบื้องหลัง ผมกระจายดวงตาปิดสนิทและที่ทรวงอกของหล่อน บนเสื้อแพรสีขาวสะอาด ปรากฏรอยเลือดแดงฉานไม่ต่างกับสีพรมที่ปูอยู่บนพื้นนั้นเลย

      หล่อนจำหน้าชายหนุ่มรูปงามคนนั้นได้ติดตา ดวงตาของเขาเป็นประกายวาบวับ ภายใต้คิ้วดกดำ คือไฝเม็ดใหญ่สีดำเด่นกลางคิ้ว และพริบตานั้นเอง เมื่อสติคืนกลับมา ขัตติยาก็หันหลังแล้ววิ่งหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นทันที
         “ผู้ร้ายฆ่าคน!”

         +++++++++++++++
          แต่เมื่อออกไปตามคนงานและบิดา ให้ย้อนกลับมาที่บ้านหลังนั้นอีกครั้ง กลับไม่พบสิ่งใดอยู่ที่นั่นเลย เหมือนกับว่ามันไม่เคยเกิดเหตุการณ์นั้นมาก่อน?
ทุกคนคิดว่าหล่อนตาฝาดไป ยกเว้น พ่อ ที่มีท่าทางพิรุธบางอย่าง ขัตติยา เชื่อในสายตาหล่อนเอง และวันต่อมาก็ออกเดินสำรวจรอบบริเวณแห่งนั้น จนพบกับ ซองบุหรี่เงินรูปฉัตรและมีลายสลักเป็นตัวอักษร “พ.ว” อยู่ชัดเจน พร้อมกับบุหรี่ที่เหลือค้างไว้สามมวน หล่อนเก็บมันไว้กับตัวและคิดว่านี่คือพยานวัตถุชิ้นสำคัญของ “ฆาตกร” คนนั้น!
          +++++++++++++++
         ทนง ลูกชายเสเพลและเป็นพี่ชายของขัตติยา มีท่าทางผิดปกติกับหล่อน เหมือนกับเขาพยายามจะจีบขัตติยาและชวนไปเที่ยวด้วยกันเพียงลำพังอยู่บ่อยครั้ง แต่เด็กสาวก็พยายามปฏิเสธ แม่บอกว่าหล่อนโตขึ้นเยอะแล้ว อยากจะให้ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ โดยนำไปฝากไว้ กับพี่สาวที่ชื่อ ป้านวล ซึ่งทำงานเป็นข้าหลวงในวังพรหมนิเวศน์ ขัตติยา จึงตอบตกลง

           เมื่อไปถึงที่วังแห่งนั้น เธอจึงรู้ว่าภายในอาณาจักรพรหมนิเวศน์ มีด้วยกันถึงสามตำหนักด้วยกัน ประกอบด้วยของ ท่านชายใหญ่โอรสองค์โต ท่านหญิงกลาง และท่านชายน้อย
       ++++++++++++++
         ตำหนักหลังแรกเป็นของ ท่านชายใหญ่ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้ว แต่บัดนี้อยู่ในความดูแลของ คุณชายใหญ่ หรือ หม่อมราชวงศ์พรหมบดี วงศ์ฉัตร ผู้เป็นโอรสองค์โต และ ยังมีคุณชายจิ๋ว หรือ หม่อมราชวงศ์พรหมเมศ เด็กชายวัยสิบสองขวบที่เมื่อคลอดออกมาไม่นาน มารดาก็เสียชีวิตลง ชายจิ๋วเลยมาอยู่ในความดูแลของ ท่านหญิงกลาง อีกตำหนักหนึ่ง ซึ่งท่านมีศักดิ์เป็นน้องสาวของท่านชายใหญ่ และป้านวลของเธอก็มีหน้าที่คอยดูแล ท่านหญิงกลางผู้นี้นั่นเอง ซึ่งท่านก็มีพระชนม์มากอยู่แล้ว

          ส่วนตำหนักสุดท้าย นั้น เป็นของ ท่านชายน้อย กับ หม่อมพิไลลักษณ์ ซึ่งเป็นสาวสวยและชายจิ๋ว เล่าให้เธอฟังว่า หม่อมพิไลลักษณ์ เคยเป็นคนรักของ คุณชายใหญ่ พี่ชายของเธอมาก่อน แต่พอคุณชายใหญ่ไปเรียนต่อเมืองนอก พิไลลักษณ์ ก็ตัดสินใจหมั้นหมายและสมรสกับ ท่านชายน้อย อาของคุณชายใหญ่ แทน แต่เมื่อคุณชายใหญ่ กลับมา พิไลลักษณ์ ก็อดไม่ได้ที่จะทำท่าทาง “หวงก้าง” เวลาเห็นคุณชายใหญ่ ไปคบหาสมาคมกับหญิงสาวคนอื่นๆ จนทำให้มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้ง กับ ท่านชายน้อย พระสวามี อยู่เป็นประจำ
           ++++++++++++++++++++++
        ขัตติยา ได้ยินข้ารับใช้เก่าแก่ที่นี่ เมื่อเห็นเธอเป็นครั้งแรกว่า มีเค้าหน้าคล้าย “คุณหญิงน้อย” แต่เมื่อถามถึงชื่อนี้ กลับไม่มีใครรู้จัก และเมื่อเธอได้เห็นหน้า คุณชายใหญ่ หรือ ม.ร.ว. พรหมบดี วงศ์ฉัตรเป็นครั้งแรก ก็ถึงกับตกตะลึง
เขาคือชายคนเดียวกับที่เธอพบในบ้านเชิงเขาหลังนั้นนั่นเอง ชายผู้มีไฝดำเหนือนัยน์ตา และเป็นฆาตกร!
ยิ่งเมื่อเธอ นึกถึง ซองบุหรี่ที่พบในที่เกิดเหตุ อักษร ย่อ พ.ว. ก็ตรงกันกับชื่อ สกุลของ เขาทุกอย่าง!

        พรหมบดีอดแปลกใจไม่ได้ ที่เห็นสาวน้อยขัตติยา ของ ท่านอาหญิงกลาง มีท่าทีประหลาดกับเขา แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจ เห็นจะมีแต่ ชายจิ๋ว น้องของเขา ที่ติดหล่อนแจ และต่อมา ก็กลายเป็นว่าชายจิ๋ว ได้เป็นผู้เชื่อมความสัมพันธ์กับเขาให้สนิทกับหล่อนมากขึ้นอีกด้วย
        ++++++++++++++++++++
          ขัตติยา เมื่อได้รู้จักกับ คุณชายใหญ่ มากขึ้น กลับยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกสับสนในหัวใจ บุคลิกลักษณะของเขาทุกอย่าง มีความเป็นสุภาพบุรุษ และความอ่อนโยน ลึกซึ้ง ที่มีให้เธอ จนทำให้ขัตติยา พยายามจะลืมภาพในอดีต ที่ติดตามาจนถึงบัดนี้ และต่อมา เมื่อได้พบกับ หม่อมพิไลลักษณ์ ก็ยิ่งทำให้เธอประหลาดใจยิ่งกว่า พิไลลักษณ์ ก็คือหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน ของเขาในวันนั้นนั่นเอง!

         ขัตติยา พยามยามจะพิสูจน์ความเชื่อของตัวเอง หล่อนแกล้งนำบุหรี่ที่เหลือในซองนั้น มาให้ คุณชายใหญ่ แต่กลายเป็นว่า เขาปฏิเสธ เพราะไม่ชอบรสชาติบุหรี่ยี่ห้อนั้น มันกลายเป็นยิ่งสร้างความเคลือบแคลงให้กับเธอมากขึ้นไปอีก แท้จริงแล้ว เหตุการณ์ที่เธอเห็นในบ้านเชิงเขา อาจจะมีอะไรซ่อนเร้นมากกว่าที่คิด!

          พิไลลักษณ์ไม่พอใจ และริษยา ขัตติยา ยิ่งเมื่อเห็น ทั้งท่านหญิงกลางและ พรหมบดี เอาใจใส่มากมายจนผิดปกติ หล่อนบังเอิญรู้จักกับ กองถ่ายภาพยนตร์และเจอกับ นายทนง โดยบังเอิญ หนุ่มกะล่อนผู้นั้นบอกหล่อนว่า มีน้องสาวชื่อขัตติยา และตนเองก็แอบหลงรักอยู่ เพราะขัตติยา แท้จริงแล้วไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันมาตั้งแต่แรก ทำให้ หม่อมพิไลลักษณ์เกิดอุบาย วางแผนใส่ร้ายขัตติยา เพื่อกำจัดหล่อนออกไปจากวัง พรหมนิเวศน์แห่งนี้
         +++++++++++++++++++
        ท่านหญิงกลาง เอ็นดูขัตติยา มากขึ้นทุกวัน เพราะประทับใจในอัธยาศัยของเด็กสาว จนติดต่อครูแหม่มพาเมลา ให้มาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้ขัตติยาด้วย จนขัตติยา เรียนรู้มารยาทและภาษาอังกฤษ ได้อย่างดีเยี่ยม และกลายเป็นที่อิจฉา แก่ หม่อมพิไลลักษณ์มากขึ้นไปอีก

      การใส่ไฟของเธอ แม้จะไม่ทำให้ ท่านหญิงกลางเชื่อถือ แต่เมื่อรู้ถึงหู ขัตติยา ก็ทำให้หญิงสาวน้อยใจ โดยเฉพาะ เมื่อถูกคุณชายใหญ่ เป็นผู้ซักถาม และเธอเองก็ยังเคลือบแคลงใจ เรื่อง ราวที่เกิดขึ้นในอดีตอยู่ไม่น้อย ขัตติยา ตัดสินใจ จะกลับบ้านที่สระบุรี เพื่อยุติปัญหา และเป็นจังหวะเดียวกับที่ทนง พี่ชายตัวแสบยื่นมือเข้ามาหาพอดี ตามแผนการ ที่มันวางเอาไว้ กับ หม่อมพิไลลักษณ์

        ทนง บอกว่า จะพา หญิงสาวกลับไปหาพ่อและแม่ แต่กลายเป็นว่า ลักพาตัว ขัตติยา ไปเพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้หล่อน แต่ขัตติยา ก็ออกอุบายเอาตัวรอดและหนีมาหา แหม่มพาเมลาได้ทัน ครูแหม่มพาเธอไปหลบซ่อนตัว ที่บ้านของนายนาถและนางเพี้ยน และที่นั่นเอง ความจริงทั้งหมดก็ปรากฏ
         ++++++++++++++
      ทั้งนายนาถ และนางเพี้ยน ไม่ใช่พ่อแม่แท้จริงของเธอเลย แต่เธอเป็นเด็กทารกที่คุณนวลพี่สาวนางเพี้ยน นำไปฝากให้สองสามีภรรยา ช่วยรับเลี้ยงเอาไว้ตั้งแต่แบเบาะ!

          ในระหว่างนั้นเอง ที่คุณชายพรหมบดี ปรากฏกายขึ้น เขาเดินทางมาที่ไร่แห่งนี้ เพื่อตามหาขัตติยา ด้วยความรักและความห่วงใยอย่างแท้จริง และขอให้สองสามีภรรยา เดินทางไปที่วังพรหมนิเวศน์ เพื่อบอกความจริงทั้งหมด แก่ท่านหญิงกลาง
          ++++++++++++++++++
          ที่นั่นเอง นายทนง ซึ่งถูกจับได้กำลังซัดทอดแผนการร้ายทั้งหมด กับหม่อมพิไลลักษณ์ ต่อหน้าท่านชายเล็ก และทำให้ทั้งสอง ซึ่งมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่แล้ว ยิ่งเกิดรอยร้าวมากขึ้น คุณนวล สารภาพต่อท่านหญิงกลางว่า ขัตติยา แท้จริง ก็คือธิดาของ ท่านหญิงกลางที่ทรงเข้าพระทัยว่าเสียชีวิตไปแล้ว ระหว่างการคลอดนั่นเอง เนื่องจากเสด็จในกรม พระบิดาของท่านหญิง อยากจะให้ท่านหญิงกลางเข้าพิธีเสกสมรสกับบุรุษที่เหมาะสมกว่า และนั่นคงเป็นสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ที่ทำให้ทรงเอ็นดู เด็กสาวขัตติยา ตั้งแต่แรกพบ จนถึงกับทรงรับอุปการะไว้ในวังนั่นเอง

        และคุณชายพรหมบดี ก็ได้บอกเล่าคลายความสนเท่ห์ของขัตติยา เมื่อทรงนำ กล่องบุหรี่ของท่านออกมาให้เธอดู มันมีลวดลายพร้อมกับอักษรย่อ “พ.ว.” เหมือนกันทุกอย่าง เสด็จในกรมฯ ผู้เป็นทูลกระหม่อมปู่ของเธอ ได้มอบให้กับ ทายาทคือ ท่านชายใหญ่ และท่านชายน้อย
         +++++++++++++++++++
          ท่านชายใหญ่ ได้มอบ กล่องบุหรี่รูปฉัตรนี้ให้กับ คุณชายพรหมบดีผู้เป็นทายาท และอีกชิ้นหนึ่ง ก็คือสมบัติของ ท่านชายน้อย สวามีของหม่อมพิไลลักษณ์ ซึ่งมีชื่อว่า “หม่อมเจ้าพรหมนัส วงศ์ฉัตร” หรือนามย่อ “พ.ว.” เช่นกัน
เหตุการณ์ขัดแย้งที่บ้านหลังคาสีแดงบนเนินเขา เกิดขึ้นจากการทะเลาะกันของ ท่านชายน้อยและหม่อมพิไลลักษณ์ และท่านชายน้อยก็ทำ กล่องใส่บุหรี่หล่นทิ้งไว้เป็นหลักฐาน อุบัติเหตุจากปืนลั่นนั่น ก็เช่นกัน โดยที่คุณชายพรหมบดี ได้เข้ามาช่วยชีวิต หม่อมพิไลลักษณ์ไว้ได้ และไม่ต้องการให้เกิดคดีความขึ้นให้อื้อฉาว เรื่องทุกอย่างจึงถูกปิดเอาไว้เป็นความลับ

         มีเพียงกล่องบุหรี่ที่ ขัตติยา เก็บได้เท่านั้น แต่เมื่อเธอได้เข้าใจทุกอย่างแล้ว เรื่องทั้งหมดก็จบลงด้วยดี และพรหมบดี ก็รู้ว่าเขาจะไม่ยอมสูญเสียขัตติยา ให้หนีจากเขาไปไหนอีกต่อไป...

       นิยายเรื่องนี้ เป็นแนวผสมผสาน ปมความลึกลับ ซ่อนเงื่อน ฆาตกรรม และเรื่องราวโรแมนติคพาฝัน ที่ไม่ค่อยได้เห็นในผลงานของ สุภาว์ เทวกุล มาก่อน ผมเลยไม่แน่ใจว่า ยังมีงานเรื่องอื่นของท่าน ที่เขียนในแนวลึกลับแบบนี้อีกด้วยหรือไม่ น่าเสียดายที่นวนิยายเรื่องนี้ น่าจะตีพิมพ์ขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่มีโอกาสนำมาพิมพ์ใหม่ อีกเลย ซึ่งทำให้เรื่องนี้ค่อนข้างหาอ่านได้ยากพอสมควรเลยครับ

 


Create Date : 21 กันยายน 2564
Last Update : 21 กันยายน 2564 15:12:47 น. 0 comments
Counter : 413 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณnewyorknurse


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17


 
สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 78 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.