หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2563
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
14 มิถุนายน 2563
 
All Blogs
 
เจตภูตผยอง : มนต์ สุริยะ

เรื่อง : เจตภูตผยอง
ผู้ขียน : มนต์ สุริยะ
สำนักพิมพ์ : แพร่พิทยา
ปีที่พิมพ์ : 2516
เล่มเดียวจบ




        ผมไม่รู้จักผลงานและนักเขียน นามปากกา มนต์ สุริยะมาก่อน แต่ดูจากชื่อเรื่อง ที่เป็นแนวลึกลับสยองขวัญ ทำให้เกิดความสนใจ อยากจะลองอ่านและมาทราบภายหลังว่า เป็นผลงานพิมพ์ครั้งแรก โดยที่ผู้เขียนได้กล่าวในคำนำไว้ว่า แต่งขึ้นโดยอาศัยคัมภีร์ทางพุทธศาสนา ที่ว่าด้วยเรื่องของวิญญาณ และโลกทั้งสาม คือโลกมนุษย์ สวรรค์ และนรก ทำให้เกิดความสนใจ แม้ว่าผู้เขียนจะออกตัวว่า เกิดมาท่านเองก็ยังไม่เคยเห็นผี แม้จะพิสูจน์ด้วยตัวเองมาหลายครั้ง ผลที่ได้รับหลังจากตกใจว่าถูกผีหลอก แท้จริง คือความรู้สึกของตนเองที่หลอกตัวเราเอง แต่ที่แน่ๆคือ ถูกคนหลอก ไม่ใช่ผี!
         ++++++++++++++++++++
          สำหรับ เจตภูตผยองนั้น จึงได้บอกเล่าเรื่องราวของ อมร อมรพันธ์ หนุ่มใหญ่ ที่คบหากับผู้หญิงมากหน้าหลายตา ในขณะที่ตนเองก็มี วาสนา เป็นภรรยาอยู่แล้ว รวมถึง มีลูกสาวตัวน้อยๆ ก็คือพัชรา อมรมีปัญหาระหองระแหงกับภรรยา จนต้องมานั่งสมาธิสงบจิตใจกับหลวงพ่อที่วัด แต่แล้ว ในระหว่างการทำสมาธินั้นเอง ที่เขาได้เห็นภาพนิมิต ของหญิงคนรักแต่ละคนของเขา ไปมีความสัมพันธ์กับชายอื่น รวมถึง วาสนา ภรรยาตามกฎหมาย ที่แอบมีความสัมพันธ์กับ นายสุรพล ลูกน้องในบริษัทของเขานั่นเอง ความโกรธแค้นต่างๆ ปะทุขึ้น แม้ว่าหลวงพ่อจะพยายาม เหนี่ยวรั้งเอาไว้แต่ก็ไม่เป็นผล จนในที่สุด ก็ทำให้หลุดจากสมาธิ และดวงจิตหลุดพ้นจากร่าง อย่างกะทันหัน
           +++++++++++++++++++++++++
          เขากลายเป็นเจตภูต ที่ร่างกายยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่อาจขยับใดๆได้ ทุกคนรวมถึงหมออรุณ สหายรุ่นน้อง ต่างเข้าใจว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่หลวงพ่อ และไอ้แกละ เด็กน้อยที่ติดตามหลวงพ่อมาโดยตลอด ได้เห็นกายทิพย์ของเขา จึงขอร้อง ให้สัปเหร่อท้วม เก็บร่างของ อมรเอาไว้ก่อน

           ร่างกายของคนเรามันจะอยู่ไปได้ยังไง หากสายใยชีวิตมันขาดลอยไปเสียแล้ว มันก็ต้องเน่าเปื่อยไปตามธรรมดาของมัน แต่ถ้าคุณอมรเขาได้ฌานอะไรสักอย่างหนึ่งแล้วกำลังอยู่ในสภาวะที่พลังจิตยังไม่ขาดลอย เพียงแต่เร่ร่อนไปตามอำนาจฌานสมาบัติ ก็เหมือนเขาไปเที่ยวโดยทิ้งร่างเดิมไว้ชั่วคราว ท่องเที่ยวไปกับกายอันเป็นทิพย์ บางทีอาจจะทิ้งกายหยาบคือร่างที่นอนเหมือนหลับนั้นไปเลยก็ได้
                ++++++++++++++++++++++++++
         แต่วิญญาณของ อมร ก็ยังมีความเจ็บแค้น ต่อทุกคนที่ทรยศหักหลังเขาอยู่ โดยเฉพาะวาสนา ภรรยา ตัวแสบ เขาสามารถติดต่อ หมออรุณ สหายรัก ให้ช่วยเหลือ ทำให้อรุณพบว่า วิญญาณของอมรยังวนเวียนอยู่ แม้จะถูกขัดขวางจากบรรดาพระภูมิเจ้าที่ ก็ตาม หมออรุณ มีคนรักคือพยาบาลสาวเมตตา ที่ทำงานอยู่ในคลินิกของเขา แต่ในขณะเดียวกัน วาสนา เมียของอมร ก็แอบชอบเขาอยู่ด้วยเช่นกัน หล่อนมีความสัมพันธ์กับสุรพล เพราะความเหงา ที่ถูกสามีทอดทิ้ง ในขณะที่สุรพลเองก็ต้องการฮุปสมบัติทั้งหมดของอมร โดยมี มาลินทร์ เลขาส่วนตัว เป็นคนคอยช่วยเหลืออยู่อย่างลับๆ
            ++++++++++++++++++++++++++
          สุรพล เมื่อเห็นว่าอมรเสียชีวิตไปแล้ว เขาจึงหลอกล่อ วาสนา ไปยังตึกร้าง เพื่อกำจัด เช่นเดียวกับบรรดาชายชู้และผู้หญิงของอมร อีกหลายคน เพื่อเป็นการปิดปากทั้งหมด ที่ต่างก็เคยวางแผนร่วมกันมา แต่ หมออรุณไปช่วย วาสนาเอาไว้ได้ทัน ตามความต้องการของ เจตภูตอมร ทำให้หล่อนรู้สึกสำนึกผิด และในที่สุด ทั้งสองคนก็มีความสัมพันธ์กัน

       ด้วยความแค้นที่แผนการล้มเหลว สุรพลจึง วางแผนเผาบริษัท แต่แล้ว เมื่อถูกตำรวจไล่ล่า สุรพลก็ขับรถหนี จนเกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ ไฟคลอกตายอย่างอนาถ
           +++++++++++++++++++++
          เจตภูตของอมร ได้แก้แค้นสมความปรารถนาแล้ว และเขาก็กำลังจะไปสู่ปลายทางสุคติ ก่อนไป ได้มาอำลาหมออรุณ และบอกว่าจะมาพบเขาอีกครั้ง เมื่ออรุณมีลูกคนแรก

         เวลาผ่านไป อรุณ ได้แต่งงานกับ เมตตา สาวคนรัก โดยความเห็นดีเห็นงามของ วาสนา ที่รักเมตตาไม่ต่างกับน้องสาวคนหนึ่ง ทั้งสองสาวจึงอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข และตั้งครรภ์ขึ้นพร้อมกัน ในขณะที่ พัชรา ลูกสาวของอมรก็เติบโตเป็นสาวน้อย และสนิทสนมกับเจ้าแกละหรืออาคม ที่บัดนี้เติบโตเป็นหนุ่มน้อยในวัยเดียวกัน
           +++++++++++++++++++++++
            และแล้วในวันหนึ่ง อรุณ เกิดเจ็บป่วยขึ้นมากะทันหัน จนทำให้เขาหมดลมหายใจไป เมื่อนั้นเอง กายทิพย์ของเขาก็เคลื่อนออกจากร่างมาพบ อมร ที่รอคอยอยู่แล้ว อมรได้พาเขาให้ไปรู้จักดินแดน ทั้งนรกและสวรรค์ พร้อมกับบอกว่าเขาเองก็ได้ไปจุติอยู่ยังวิมานบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่แดนนรก อรุณได้เห็น มิจฉาชีพหลายคนในภพภูมิมนุษย์ได้ตายไปและมาทรมานอยู่ที่นี่
                +++++++++++++++++++++++++
        ณ พื้นพิภพนรกแห่งนั้น ดารดาษไปด้วยดอกบัวขนาดมหึมาเต็มพรืดไปทั่วบริเวณกว้างใหญ่ไกลสุดสายตา ดูแต่แรกก็น่าอภิรมย์ เพราะสีสันของดอกบัวเหล่านั้นแดงสดใส แต่เมื่อเพ่งพินิจไป อรุณก้๖องอุทานออกมาว่า
         “บัวชโลมเลือด!”


        โอ ร่างของสัตว์นรกนอนคว่ำหน้าอยู่บนกลีบบัว แน่นขนัดไปหมด กลีบบัวเริ่มหมุนแล้ว หมุนเร็วขึ้น อะไรกันนั่น หัวขาด แขนขาขาด เลือดสาดกระเซ็น บางร่างเอาหัวมุดเข้าไปในกลีบบัวเอามือเท้ายัดเข้าไปด้วย เห็นแต่ตัว โอย เปลวไฟพุ่งออกมาจากกลีบบัวเผาผลาญพวกเขาอย่าน่าสะพรึงกลัวอะไรอย่างนั้น...
     +++++++++++++++++++++
        เขาได้จุติเป็นอรุณเทพบุตร และรอคอย ทั้งเมตตา และ วาสนาหญิงคนรักที่จะหมดอายุขัยและมาพบกันอีกครั้งบนสรวงสวรรค์แห่งนี้

        อรุณหมดความกังวลในสิ่งที่เขาห่วงในโลกมนุษย์เสียแล้ว แรงบุญของเขาเกิดพลังเต็มที่ ทำให้ร่างอันเป็นทิพย์พุ่งปราดไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตา เขาก็เห็นโลกมนุษย์เป็นจุดเล็กๆอยู่เบื้องล่าง
มองไปข้างหน้าก็เห็นหมอกควันสีเงินยวงสุกใสขวางกั้นอยู่

           “โอ นี่หรือคือจักรวาลสวรรค์ แม้เพียงเราเพิ่งย่างเข้ามาเพียงขอบจักรวาลก็รู้สึกว่าแสนจะร่มเย็นเป็นสุขแล้ว เป็นบุญของเราจริงๆ ที่เข้ามาสู่จักรวาลสวรรค์
         ด้วยดวงปัญญาอันรุ่งโรจน์ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง อรุณสามารถกำหนดรู้ได้ว่า ดาวดวงที่เห็นระยิบระยับเบื้องหน้านั้น คือสวรรค์ชั้นต่างๆ แน่นอน และดาวแต่ละดวงก็มีแสงไม่เหมือนกัน แสดงให้รู้ถึงความแตกต่างของน้ำหนักบุญ เพียงแต่เขาไม่รู้เท่านั้นว่าเอง ว่าสวรรค์หรือดาวดวงใดที่จะเป็นภูมิที่เขาจะไปจุติ...

        +++++++++++++++++++++++++
         และเมื่อถึงเวลานั้นจริง เขาก็ได้บังเกิดบนวิมานฟ้า และพานพบกับเมตตา ภรรยาที่ครองคู่กันมาทุกภพชาติ ส่วนวาสนานั้น เธอได้อธิษฐานขอไปเกิดเพียงแค่เทพธิดายังสวรรค์อีกฝั่งฟากหนึ่ง ด้วยความสำนึกในผลกรรมที่เคยทรยศต่อ อมร และเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมานั่นเอง
           ++++++++++++++++++++++++++++
          ผมไม่แน่ใจว่า มนต์ สุริยะ เขียนนวนิยายเรื่องนี้เพียงเรื่องเดียวหรือเป็นนามปากกา ของนักเขียนท่านอื่นหรือไม่ แต่สำหรับ เจตภูตผยอง เป็นการสะท้อนให้ผู้อ่านได้เห็นภาพของไตรภูมิ และความสำนึกในบาปบุญคุณโทษ รวมถึงผลลัพธ์ของการกระทำ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตามกฎแห่งกรรม ได้เป็นอย่างดีครับ



Create Date : 14 มิถุนายน 2563
Last Update : 14 มิถุนายน 2563 8:18:48 น. 2 comments
Counter : 186 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณหอมกร, คุณhaiku


 
สามปอยหลวง Book Blog ดู Blog
ตุังชื่อไม่สอดคล้องกับเนื้อเรื่องเลยคนเขียนคนนี้



โดย: หอมกร วันที่: 14 มิถุนายน 2563 เวลา:21:21:08 น.  

 
คุณหอมกร ชื่อนักเขียนไม่คุ้นเลยครับ น่าจะมีผลงานเรืีองนี้เพียงเรื่องเดียว


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 16 มิถุนายน 2563 เวลา:8:37:29 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 75 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.