หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
 
มกราคม 2565
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
11 มกราคม 2565
 
All Blogs
 
ค่าควรเมือง : อ.ไชยวรศิลป์

เรื่อง : ค่าควรเมือง
ผู้ขียน : อ.ไชยวรศิลป์
สำนักพิมพ์ : โอเดียนสโตร์
ปีที่พิมพ์ : 2512
สองเล่มจบ


            ผลงานของ อ.ไชยวรศิลป์ นักเขียนสตรีล้านนา ที่มีผลงานนวนิยายจำนวนมาก และมีผลงานโดยเด่นอย่างเช่น แม่สายสะอื้น ริมฝั่งแม่ระมิงค์ เป็นต้น แต่ผลงานหลายเรื่องที่ได้ตีพิมพ์ออกมา เพียงแค่ครั้งเดียว ทำให้นักอ่านยุคปัจจุบันหาโอกาสอ่านผลงานของท่านได้ยากมาก รวมถึง ค่าควรเมือง เล่มนี้ด้วยเช่นกันครับ

        ผมมีโอกาสได้อ่าน “ค่าควรเมือง” เพียงแค่เล่มสองเพียงเล่มเดียว ซ้ำยังไม่มีใบหุ้มปก เลยไม่อาจทราบว่า ปกของนิยายภาพเรื่องนี้จะสวยงามเป็นรูปแบบใด แต่เมื่ออ่านเพียงแค่เล่มจบแล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะขอเขียน บันทึก บอกเล่าเรื่องราวจากการอ่านนี้ไว้เป็นที่ระลึกรวมถึงให้เพื่อนนักอ่าน ได้รู้จักผลงานอีกเรื่องหนึ่งของ อ.ไชยวรศิลป์ ที่ได้แต่หวังว่า จะมีโอกาสตีพิมพ์เป็นครั้งที่สอง สำหรับการเขียนครั้งนี้ ส่วนหนึ่งจึงมาจากการอนุมานเมื่อได้อ่านจากเล่มสองแล้วโยงไปหาเรื่องราวจากเล่มแรก ซึ่งถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยยครับ

    เรื่องราวในค่าควรเมือง บอกถึงชีวิตของ สามพี่น้องตระกูลสุรโยธิน อันประกอบด้วย สนทิศ นายแพทย์สนทรรศ และ สันทยา น้องสาวเพียงคนเดียว ผู้มีทั้งอุปนิสัยร่าเริงน่ารักและความสวยงามที่ประทับตาประทับใจแก่ผู้พบเห็น

       นายแพทย์สนทรรศ หมั้นหมายกับ นวลอนงค์ สาวสวยมากเสน่ห์ หากแต่สนทรรศ นั้น มัวแต่ทุ่มเทกับการทำงานอุทิศตนเป็นนายแพทย์ และขึ้นไปทำงานยังดินแดนทุรกันดารในเขตป่าดอยแถบภาคเหนือของประเทศ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนวลอนงค์ต้องห่างเหินจากกัน และต่อมาเมื่อหล่อนมีโอกาสได้รู้จักกับนายเกรียงไกร มหาเศรษฐี ชาวเหนือที่เจ้าชู้และเข้ามาติดพัน ก็ทำให้หล่อนหลงเคลิบเคลิ้มไปกับเขา โดยที่ สนทรรศเองก็ไม่มีโอกาสล่วงรู้

       สันทยาและกลุ่มเพื่อนของเธอ มีโอกาสเดินทางขึ้นมาเที่ยวดินแดนล้านนาแห่งนี้ และที่ฝายหลวง นั่นเอง เธอก็ได้พบกับ ศรัณย์ นรากร นายช่างชลประทานหนุ่มรูปงาม เขาเป็นสหายรักกับ สนทิศ พี่ชายของเธอ และเพียงครั้งแรกที่ได้พบกับสันทยาเขาประทับใจเธอตั้งแต่บัดนั้น แต่เขาก็ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากบอกความรู้สึกในใจนั้นกับเธอ เพราะมองหญิงสาวเหมือนกับแก้วมณีที่สูงล้ำค่า เกินกว่าคนธรรมดาที่มีฐานะยากจน ซ้ำยังกำพร้าพ่อแม่อย่างเขา จะคิดเทียบเทียม

        ศรัณย์ เป็นนายช่างหนุ่มที่ทำงานอุทิศตนอย่างทุ่มเท และซื่อสัตย์จริงใจต่อทุกคน ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นรักใคร่เชื่อถือและศรัทธา ในขณะเดียวกัน มันก็ขัดผลประโยชน์ กับ กลุ่มนายทุนที่ต้องการกว้านซื้อที่ดิน แทนที่จะให้ชาวบ้านนำไปใช้ในทางสาธารณประโยชน์อย่างที่ศรัณย์ กำลังผลักดันอยู่ โดยเฉพาะกลุ่มของ พ่อเลี้ยงคำดวง และ ผู้ใหญ่โต ที่มี ศรีแพร เป็นหลานสาวเพียงคนเดียว
ศรีแพร แอบชอบ ศรัณย์ และพยายามทอดสะพานให้เขาหันมาสนใจเธอบ้าง แต่ศรัณย์ เป็นคนเชื่อมั่นในตัวเอง เขารู้ว่าไม่ได้รักศรีแพร อย่างชู้สาว แต่รักด้วยความหวังดีเหมือนเป็นน้องสาวคนหนึ่ง จึงพยายามจะ ช่วยเหลือเธอในทางที่ถูกที่ควร แต่เด็กสาว กลับมองเจตนาดีของเขาว่าแสดงความรังเกียจเธอ และทำให้ศรีแพรต้องการเอาชนะใจเขาให้ได้

        ในขณะเดียวกัน ศรัณย์ ก็ได้พบกับวิลาสินี หญิงสาวที่เคยมาติดพันเขาสมัยยังเป็นนิสิตหนุ่ม วิลาสินี เป็นช่างตัดเสื้อที่อยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัย และหล่อนก็พึงใจเด็กหนุ่มหน้าเข้ม ท่าทางเคร่งขรึมเป็นผู้ใหญ่คนนี้ตั้งแต่แรกเห็น แม้ว่าจะพลาดโอกาสนั้นไป เมื่อเขาไม่แสดงความสนใจไยดีต่อเธอเลย แต่วิลาสินี ก็มีโอกาสได้พบกับเขาอีกครั้งที่ฝายหลวงแห่งนี้โดยไม่คาดฝัน
          บัดนี้หล่อนมาในฐานะ คนรักของ พ่อเลี้ยงคำดวง ที่เขาใช้ทั้งเงินและกามารมณ์ ล่อลวง จนวิลาสินีผู้มีความโลภตกเป็นภรรยาลับๆของเขา และหล่อนเองก็หวังว่าจะได้เป็น ภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมายของพ่อเลี้ยงคำดวง โดยหารู้ไม่ว่า พ่อเลี้ยง มองหล่อนไม่ต่างกับผู้หญิงทั่วไป ที่เขาเคยผ่านเกมโลกีย์เหล่านั้นมาแล้ว และหล่อนก็มีหน้าที่เพียงแค่บำบัดความใคร่ของเขาเท่านั้นเอง

        คำดวง เสี้ยมสอน ศรีแพร ให้ใช้มารยาหญิงล่อลวงศรัณย์ ให้มาติดกับเพื่อจะดึงมาเป็นพรรคพวก แต่ศรัณย์ก็ไม่หลงกลซ้ำยังตำหนิพฤติกรรมของเธอจนทำให้ศรีแพร ขายหน้าและอับอาย เด็กสาวต้องกลับมาพบพ่อเลี้ยงคำดวงอีกครั้งเพื่อรายงานความผิดพลาด หากคราวนี้ หล่อนกลับถูกพ่อเลี้ยงคำดวงขืนใจ จนต้องตกเป็นของเขาในคืนนั้นเอง เหตุการณ์นี้ มี วิลาสินี ที่แอบเห็นเหตุการณ์ด้วยความแค้นใจ

         ระหว่างความรักที่เริ่มต้นผลิบานในหัวใจนายช่างหนุ่ม สันทยา ต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ และที่นั่นก็ยังมี นายทหารหนุ่มรูปงาม อดิศร มาคอยรับส่ง ด้วยความใกล้ชิด ยิ่งทำให้ศรัณย์ รู้สึกไม่ต่างกับคนพ่ายแพ้ในความรัก ด้วยความเจียมตัว นั่นกระมัง ทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะเขียนจดหมายบอกสันทยาว่า เขาคิดถึงเธอมากมายสักเพียงใด...

         ศรัณย์ มองดูหญิงสาวผู้พูดอย่างเต็มตา เขาอยากจะบอกเธอเหลือเกินว่าตัวเธอนั่นแหละ เป็น “ดอกฟ้า”ที่สวยทั้งดอก งามทั้งกลิ่น ควรแก่การติดตามไขว่คว้าเป็นยิ่งนัก แต่ความจริงใจ บางครั้งก็พูดไม่ได้ แล้วอีกกี่ปีกี่เดือน เขาจึงจะได้พบเธอในลักษณะเช่นนี้อีก? อีกกี่ปีกี่เดือน เขาจึงจะมีโอกาสพูดกับเธออย่างที่ใจนึกและปรารถนา?
        ถ้าคนเราจะสามารถอ่านใจกันได้เหมือนตอนอ่านหนังสือ สันทยาก็คงจะได้เห็นแล้วจากสายตาของศรัณย์ มองมาสบตาเธออย่างเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่สุด!

          เหตุการณ์เหมือนโชคชะตาลิขิต ทำให้สันทยา ต้องเดินทางกลับมายังฝายหลวงอีกครั้ง เมื่อ ศรัณย์ ได้พบกับ หมอสนทรรศ ที่ออกมาจากป่า และได้รู้เรื่อง นวลอนงค์ คู่หมั้นตัวเอง ทรยศเขา ไปอยู่กินกับ นายเกรียงไกร เหตุการณ์นี้ทำให้ สนทรรศที่เคยคาดหวังกับนวลอนงค์ถึงกับเสียใจ เขากินเหล้าจนคุมสติไม่อยู่ และล้มเจ็บลง ศรัณย์ ที่พาเขากลับมาบ้านพัก เพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยทั้งร่างกายและจิตใจ นั้น และเมื่อสันทยาเดินทางมาถึง ทำให้เธอล่วงรู้ถึง จิตใจอันสะอาดงดงามของสุภาพบุรุษหนุ่มผู้นี้ มากยิ่งขึ้น ความประทับใจต่อ นายช่างศรัณย์ เกิดขึ้นกับหัวใจของสนทยา โดยไม่รู้ตัว

          แต่แล้ว วิลาสินี ก็เดินทางมาที่บ้านพักของเขา หล่อนมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับพ่อเลี้ยงคำดวงอย่างรุนแรง และรู้ว่า เขาต้องการสังหาร ศรัณย์ ที่ไปขัดผลประโยชน์ แต่หล่อนไม่คาดคิดว่า ศรัณย์ ซึ่งเป็นคนเงียบขรึม ไม่เคยแสดงออกว่า มีความรักต่อสตรีไหน กลับมีหัวใจให้กับ สันทยา จนทำให้ หล่อนเกิดความริษยา และตั้งใจว่าจะพยายามเอาชนะหัวใจของศรัณย์ให้ได้
          หญิงสาวพยายามใส่ร้ายว่า ตนเองรักกับศรัณย์ และหาทางสร้างความเข้าใจผิด แต่สันทยา มีจิตใจที่มั่นคงและมีเหตุผลเพียงพอที่จะเชื่อใจนายช่าง ศรัณย์ มากกว่าคำพูดของเธอ!
         ชีวิตของวิลาสินี แม้จะผ่านผู้ชายมาเยอะ แต่ไม่ใครเหมือนกับนายช่างแห่งฝายหลวงผู้นี้เลยสักคนเดียว

ตราบจนกระทั่งมาพบนายช่างศรัณย์นี่แหละ หล่อนจึงได้รู้ว่าผู้ชายไม่เหมือนกันทุกคน ศรัณย์ไม่ใช่ผู้ชายประเภทเห็นผู้หญิงสวยๆแล้วตาลุก เขาวางตัวดี ไม่เชิงเย่อหยิ่ง ไม่ใช่ไว้ตัว แต่ยากแก่การเข้าไปตีสนิทชิดเชื้อในทางพิศวาส ก็ดูสิ หล่อนหรือสู้อุตส่าห์พยายาม “ทอดสะพาน” ให้เขาเดิน พ่อเจ้าประคุณ กลับวางเฉย และไม่รู้ไม่ชี้ ทีกลับแม่สาวชาวกรุงคนนั้น ไฉนจึงได้ทำท่าทีกระซิกกระซี้กันดีนัก?

        และคำตอบที่ได้รับก็ยิ่งทำให้เธอเจ็บปวด เพราะเขามอบหัวใจนั้นให้กับสันทยา สาวน้อยชาวกรุงคนนั้นไว้แล้ว แต่เพียงผู้เดียว!

     ในช่วงการประชุมกับชาวบ้านนั่นเอง ที่พ่อเลี้ยงคำดวง ผู้ใหญ่โต และศรีแพรมาปรากฏตัวขึ้น และประกาศกลางที่ประชุมว่า ศรัณย์ เป็นคนทำศรีแพร ท้อง ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านและปลัดอำเภอที่มาร่วมในงานนี้ แต่ศรัณย์ เป็นฝ่ายควบคุมสติได้เป็นอย่างดี เขาเดินเข้าไปคุยกับผู้ใหญ่โตและศรีแพร ถึงความถูกต้อง และให้เธอพูดความจริงออกมา ทำให้ศรีแพรเกิดความละอายใจ ที่ตกเป็นเครื่องมือ ของ พ่อและพ่อเลี้ยงคำดวง และยิ่งวิลาสินีเป็นฝ่ายเข้ามายืนยัน ว่า เห็นเหตุการณ์ที่พ่อเลี้ยงมีความสัมพันธ์กับ ศรีแพร ด้วยแล้ว ทำให้ เด็กสาวต้อง ยอมรับความจริงทั้งน้ำตา

         แผนการฉีกหน้า ศรัณย์ไม่เป็นผล ขณะที่ วิลาสินี ก็รับรู้ถึงความพ่ายแพ้ในความรักของเธอที่มีต่อศรัณย์ เธอหันมาหา หมอสนทรรศ ที่พักฟื้นอยู่ที่บ้านของศรัณย์ อันเป็นความหวังเดียวในชีวิต แต่ในเวลานั้นเอง เมื่อพ่อเลี้ยงคำดวง เจ็บแค้นใจสุดขีด ที่แผนการทุกอย่างล้มเหลว เขาจึงตัดสินใจขั้นสุดท้าย คือบุกเข้ามาเพื่อสังหาร ศรัณย์!

             วิลาสินี เข้าไปขัดขวาง หล่อนมีปืนอยู่ในมือ และยิงป้องกันตัวออกไป ทำใหพ่อเลี้ยงเสียชีวิต ส่วนหล่อนเองก็ได้รับบาดเจ็บ และภายหลังก็ต้องติดคุก ในข้อหาฆ่าคนตายอีกด้วย ศรัณย์และสันทยา ไปเยี่ยมวิลาสินี ส่วน ศรีแพรนั้น สองหนุ่มสาวตัดสินใจที่จะรับเลี้ยงดูเด็กทารกที่เกิดขึ้น ทำให้ศรีแพร ยิ่งรู้สึกซาบซึ้งใจและสำนึกผิดในที่สุด

       ในเวลานั้นเอง ที่สันทยา ได้เห็นถึง ความเป็นสุภาพบุรุษและความรักที่มั่นคง ของเขาที่มีต่อเธอ ทำให้เธอได้เปิดหัวใจกับเขา รวมถึง อดิศร ที่มาติดพันเธอ แต่สันทยาเองก็ไม่ได้รักเขาอย่างหนุ่มสาว และอดิสร ก็เป็นหนุ่มเพลย์บอย ที่มีปัญหาชู้สาวตามมาหลายครั้งหลายหน แม้ว่าเขาจะบอกว่า มั่นคงต่อเธอเพียงใด แต่สุดท้าย ความอ่อนแอของเขาก็ทำให้พ่ายแพ้ต่ออารมณ์ของตัวเอง ไปในที่สุด

         และแล้วความรักที่เริ่มต้นอย่างประทับใจในแต่ละฝ่าย มีความละมุนละไมและเต็มเปี่ยมไปด้วยเหตุผลของรักได้โยงใย ให้ทั้งสันทยาและนายช่างศรัณย์ ได้สมปรารถนาแห่งรักนั้นในที่สุด

         ตอนเริ่มต้นอ่านนิยายเรื่องนี้ แต่แรก ผมนึกถึงคำว่า “ค่าควรเมือง” น่าจะหมายถึง ตัวนางเอก สันทยา ที่มีคุณค่าทั้งรูปร่างหน้าตาและความดีงามที่ดูสูงส่ง จนศรัณย์ ผู้เป็นพระเอกเองก็ยังเจียมตัวเจียมใจ มิกล้าแม้แต่จะเอ่ยปากสารภาพรัก แต่เมื่อได้อ่านไปเรื่อยๆพบว่าบุคลิกของนายช่างศรัณย์ ที่มีความมั่นคง ชัดเจน และความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงาน อันเป็นเสมือน คุณค่าสูงส่งในตัวตนของเขาที่นางเอกได้ค้นพบ ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ค่าควรเมือง ในเรื่อง ก็น่าจะหมายถึงพระเอก นั่นเอง

         ตราบจนกระทั่ง อ่านถึงบทสรุปสุดท้ายของเรื่องนี้ ที่กล่าวถึงความเหมาะสมและคุณค่าของพระเอกนางเอก อันไม่ต่างกับ ดวงมณีล้ำค่าและเรือนทองอันเหมาะสมรับกันอย่างดี ทำให้คิดว่าความหมายของ “ค่าควรเมือง” ในนิยายเรื่องนี้ หมายถึงทั้งพระเอกและนางเอกของเรื่องนั่นเองครับ

          สำหรับนิยายเรื่องนี้ ตัวละครแต่ละตัวมีวุฒิภาวะในการแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นพระเอก นางเอก ที่ไม่ได้ถูกเป่าหูหรือหลอกให้เข้าใจผิดและหลงเชื่อในเล่ห์กลต่างๆของตัวร้าย ในขณะที่ตัวร้ายหลายตัว อย่างวิลาสินี ก็ไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด แต่เป็นเพราะความทะเยอทะยาน อยากได้อยากมี และสุดท้ายก็พยายามจะแก้ไขทุกอย่างเพื่อตอบแทนพระเอก ผู้ชายคนเดียวที่เธอรักแม้ว่าจะไม่สมหวังในรักนั้นเลยก็ตาม เช่นเดียวกับศรีแพร ที่ต้องตัดสินใจเลือกระหว่างความถูกต้อง กับ ความกตัญญูต่อพ่อของตน และท้ายสุดมโนธรรม ก็ทำให้เธอไม่อาจปฏิเสธความจริงนั้นได้

           หลายประโยค ในคำพูดอันเป็นสำนวนภาษาของ อ.ไชยวรศิลป์ในนวนิยายเรื่องนี้ นอกจากจะไพเราะงดงามด้วยรสแห่งวรรณศิลป์แล้ว ยังให้ข้อคิดเป็นคติเตือนใจได้เป็นอย่างดี ผมขอยกตัวอย่าง เหตุการณ์ช่วงที่พระเอก นายช่างศรัณย์ ได้พา หมอสนทรรศ มารักษาอาการเจ็บป่วยที่บ้านพักฝายหลวง และเขาก็เป็นฝ่ายพูดปลอบใจนายแพทย์หนุ่ม ที่กำลังบาดเจ็บด้วยพิษแห่งความรัก หลังจากที่ถูกนวลอนงค์ คู่หมั้นสาวทรยศ หันไปอยู่กินกับชายอื่น เป็นคำพูดเตือนสติอีกฝ่ายได้อย่างคมคายน่าฟังนัก

      “...ในเรื่องที่เกี่ยวกับความรัก ผมเห็นใจ ใครๆก็อาจจะรักได้ แต่จะรักอย่างไรนี่สิเป็นปัญหา คนบางคนรักที่รูปร่างหน้าตา บางคนรักนิสัยใจคอ รักคุณงามความดี รักเพราะเห็นอกเห็นใจกัน สุดแต่ว่าความรักนั้นจะตั้งอยู่บนพื้นฐานใด เมื่อเราเริ่มความรักบนพื้นฐานที่เปราะบางเกินไป มันก็ไม่ยั่งยืนถาวร ผมเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ผมหวงหัวใจของผม ไม่ยอมมอบให้ใครไปง่ายๆ เพราะผมรู้ว่า ถ้าได้มอบให้แก่ใคร ผมก็ถอนคืนได้ยาก
        ความรักของหมอ ผมรู้ว่าเป็นสิ่งมีค่า แต่หมอได้มอบให้แก่คนที่ไม่คู่ควร เขาจึงรับไว้ไม่ได้นาน เหมือนคนที่ไม่รู้จักของมีค่า ผมไม่อยากโทษผู้หญิงที่หมอรักว่าเป็นคนไม่รู้จักค่าของความรัก เพราะเธอเกิดมาคนละอย่างกับหมอ มีสภาพแวดล้อมไม่เหมือนกัน มีสายเลือดไม่เหมือนกัน...”

            ค่าควรเมือง จึงจัดเป็นนวนิยายรักประทับใจเรื่องหนึ่ง ที่อ่านด้วยความรื่นรมย์และเต็มอิ่มในความรู้สึกเลยทีเดียว




 


Create Date : 11 มกราคม 2565
Last Update : 11 มกราคม 2565 7:32:14 น. 0 comments
Counter : 430 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณnewyorknurse


ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.