หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
 
มกราคม 2564
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 มกราคม 2564
 
All Blogs
 
น้ำในรอยทราย : ชโนวรรณ วิสุทธิ์

เรื่อง : น้ำในรอยทราย
ผู้ขียน : ชโนวรรณ วิสุทธิ์
สำนักพิมพ์ : เอ็ดยุค คิดส์ มีเดีย
ปีที่พิมพ์ : -
เล่มเดียวจบ



            ชโนวรรณ วิสุทธิ์ เป็นนักเขียนนวนิยายแนวชีวิตรักเข้มข้น มีผลงานปรากฏในนิตยสารหลายเล่ม เช่น ชีวิตรัก ภาพยนตร์บันเทิง ซึ่ง จากข้อมูลในหนังสือเล่มนี้ ทำให้ทราบแต่เพียงว่า ท่านเป็นชาวสมุทรสงคราม รักการอ่านการเขียน และฝันจะเข้าสู่วงการวรรณกรรมมาตั้งแต่วัยเด็ก โดยมีนวนิยายเรื่อง “แคแดง” เป็นผลงานชิ้นแรกที่ลงในนิตยสารภาพยนตร์บันเทิง และจากนั้น ก็มีผลงานอื่นๆตามมาอีกมากมาย ได้แก่ น้ำตาพระพรหม อาวรณ์สวาท นึกจะรักก็รัก นางคุ้ม และผลงานที่นำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ในยุคหนึ่ง ได้แก่ ทองเนื้อแท้ และกงจักรลายดอกบัว เป็นต้น
         +++++++++++++
         สำหรับ น้ำในรอยทราย เรื่องนี้ จัดเป็น นิยายชีวิตรักเข้มข้นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ดำเนินเรื่องอย่างน่าติดตาม ตัวละครเอก ไม่ได้มีสีขาวหรือดำอย่างชัดเจน มีความมนุษย์ปุถุชนและกิเลสตัณหา รวมถึงเหตุผลของการกระทำรองรับ ทำให้อ่านได้อย่างเพลิดเพลินและพาให้ลุ้นไปกับชะตากรรมที่เกิดขึ้นของแต่ละคน ที่โลดแล่นด้วยฝีมือการเขียนของคุณชโนวรรณ วิสุทธิ์

         ชีวิตของของ ชลา และช่วงโชติน้องชาย ต้องพบกับ อุปสรรคครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด เมื่อตอนหล่อนเรียนจบ ปวช พอดี พ่อ ซึ่งเคยเป็นเสาหลักของครอบครัวภายหลังสูญเสียแม่ไป ได้ตัดสินใจเดินออกจากบ้าน เพื่อไปอยู่กินกับครอบครัวคนอื่น และบอกให้หล่อนเป็นฝ่ายส่งเสียเลี้ยงดู ช่วงโชติน้องชายวัยมัธยมแต่เพียงลำพัง
++++++++++++++++++
       สองพี่น้อง ต้องอาศัยอยู่ในบ้านหลังเก่า และพยายามหาเงินจุนเจือครอบครัวอย่างกระเบียดกระเสียร แม้ว่า ช่วงโชติ จะขอลาออกจากการเรียน มาช่วยพี่สาวทำงานด้วยความสงสาร แต่ชลาก็ไม่ต้องการให้น้องต้องดับความฝัน ที่จะเรียนต่อมหาวิทยาลัยของเขา หล่อนหางานเป็นพนักงานขายของตามร้าน แต่ก็แทบไม่พอใช้จ่ายในแต่ละวัน

         ยิ่งเมื่อเงินที่เก็บไว้หมด และจำเป็นต้องใช้เงินอีกก้อนหนึ่ง เพื่อจ่ายค่าเทอมให้กับช่วงโชติพอดี ทุกอย่างในเวลานั้นไม่มีทางออกใดๆเลย ชลาจึงตัดสินใจ ติดต่อไปที่ พวงหยก สาวใหญ่ที่เคยรู้จักกันมาก่อน เพื่อขายพรหมจารีย์!

         พวงหยกเป็น แม่เล้า ที่เปิดร้านเสริมสวยบังหน้า หล่อนประทับใจความสวยของ ชลา ตั้งแต่พบในร้านขายของและทิ้งนามบัตรไว้ให้ เมื่อหญิงสาวบากหน้ามาขอความช่วยเหลือ พวงหยก จึง ติดต่อ ลูกค้ารายสำคัญให้ เขามีชื่อว่า นพรัตน์
++++++++++++++++
      นพรัตน์คือหนุ่มใหญ่ วัยสามสิบเศษ เจ้าของธุรกิจและบริษัทมากมาย แต่เบื้องหลังแล้ว ในอดีต เขาคือ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ที่เคยอยู่กินกับสิรินทร์ คนรักสาวมาก่อน จนกระทั่งมีโอกาสรู้จักกับเภรี ม่ายสาวใหญ่ ที่ประทับใจความหล่อเหลา สมชายชาตรีของเขา หล่อนยื่นข้อเสนอ เพื่อให้เขาได้สร้างฐานะของตนเองขึ้น โดยมีเงื่อนไขว่า เขาต้องยอมมาอยู่กินกับหล่อนแทน สิรินทร์ภรรยาที่อยู่กินกับเขานั้น นพรัตน์จะเลี้ยงดูหล่อนต่อไปหรือไม่ เภรี ไม่ได้สนใจเรื่องนี้

          ความโลภ ความทะเยอทะยาน ทำให้ นพรัตน์ตัดสินใจลาออกจากงาน แล้วมาบริหารธุรกิจทุกอย่างให้กับ เภรี เขาบอกกับสิรินทร์ หญิงสาวที่เขารัก และร่วมชีวิตมาด้วยกันจนหล่อนตั้งครรภ์และมีลูกชายตัวน้อยกับเขา แต่สิรินทร์ไม่อาจรับสภาวะเช่นนี้ได้ หล่อนเกลียดชังเขาจนกระทั่งหอบลูกน้อย หนีจากไป และนั่นเอง ที่ช่วยทำให้ นพรัตน์ตัดสินใจ ย้ายมาใช้ชีวิตคู่กับเภรี และเมื่อเวลาผ่านไป เขาก็กลายเป็น นักธุรกิจหนุ่มที่ประสบความสำเร็จในแวดวงสังคม ในเวลาต่อมา
         ++++++++++++++++
           บัดนี้เภรี เป็นสาวใหญ่วัยใกล้ชราภาพเต็มที ร่างกายหล่อนที่เคยเต่งตึงกลับเหี่ยวย่น ไม่สวยสดเหมือนสาวน้อยทั่วไป เภรีเองก็มีลูกสาว คือเภารำไพ ที่เกิดจากสามีเก่าที่เสียชีวิตไปแล้ว หล่อนส่งเภารำไพ ไปเรียนต่อเมืองนอกตั้งแต่เด็ก และต่อมา เภารำไพ ก็แต่งงานอยู่กินกับฝรั่งที่เมืองนอก โดยไม่เคยกลับมาเลย
         ความชรา และไม่อาจให้ความสุข กับสามีได้เต็มที่ ทำให้ หนุ่มใหญ่อย่างนพรัตน์ ต้องติดต่อ พวงหยก เมื่อหาสาวน้อยมาบำเรอกามารมณ์ของตนเอง

      จนกระทั่งเขาได้พบกับ ชลา และรู้เหตุผลในภายหลังที่เธอตัดสินใจมาขายตัวให้กับเขา จนทำให้นพรัตน์ เกิดความรู้สึกติดค้างในใจอย่างประหลาด ในขณะที่ชลาเองก็ไม่คาดคิดว่า “เสี่ย” ที่เธอต้องมานอนด้วยในคืนนั้น คือหนุ่มใหญ่รูปงาม ที่ทำให้หัวใจบริสุทธิ์ของเธอต้องหวั่นไหวเป็นครั้งแรก และหลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นแล้ว หญิงสาวก็พยายามหลบเลี่ยง ไม่ติดต่อใดๆกลับไปอีก ขณะที่นพรัตน์เองกลับเป็นฝ่ายกระวนกระวายใจและห่วงหาอาวรณ์ เขาพยายามติดต่อพวงหยก เพื่อตามหาตัวเธอให้พบอีกครั้ง ด้วยเหตุผลที่เขาก็ไม่อาจตอบกับตัวเองได้
          ++++++++++++++++++
     ชลา มีเพื่อนรัก คือสุธีร์ และ กัลยา ที่คอยหวังดี ให้ความช่วยเหลือ นายกรรณ พ่อของกัลยา เปิดบริษัท ทำให้เธอชักชวน ชลาให้มาทำงานด้วย โดยไม่รู้ว่า นพรัตน์เอง ก็สนิทสนมกับนายกรรณ ที่เป็นสหายทางธุรกิจของเขาอยู่พอดี และนั่นเองทำให้ หนุ่มใหญ่ มีโอกาสพบกับชลาอีกครั้ง แม้ว่าหล่อนจะพยายามหลบเลี่ยงสักเพียงใด

         นพรัตน์รู้สึกหงุดหงิด ที่เห็นชลา สนิทสนมกับ สุธีร์ ในขณะที่สุธีร์เองก็เป็นห่วงเพื่อน เมื่อเห็น นพรัตน์มาคอยตอแยหล่อนหลายครั้ง จนเขาเกือบจะมีเรื่องชกต่อยกับอีกฝ่าย ส่วนกัลยาเองก็ชอบพอกับสุธีร์ หล่อนเลยพลอยเข้าใจผิดไปด้วยว่า ชลา และสุธีร์ แอบรักกัน ในที่สุด ชลา ต้องสารภาพกับเพื่อนทั้งสองให้รู้ความจริงอันอัปยศของเธอ ให้เพื่อนทั้งสองได้รับรู้

       เภารำไพ กลับมาเมืองไทย หลังหย่าขาดจากสามีชาวต่างชาติ หล่อนมีโอกาสได้พบกับนพรัตน์ พ่อเลี้ยงหนุ่มรูปงาม เขาคือบุรุษหนุ่มใหญ่ที่มีทุกอย่างตรงกับความต้องการของหล่อน เภารำไพ จึงพยายามยั่วยวนเขาและสร้างความร้าวฉานในครอบครัวของแม่ตัวเอง โดยไม่รู้สึกผิดแต่อย่างใด
          +++++++++++++++++++
       หล่อนว่าเงินนั่นต่างหากที่สามารถทำอะไรได้ หล่อนเติบโตมาเพราะเงิน แต่เภารำไพไม่สนว่าเงินนั่นมันจะมาจากไหน หล่อนถือเสียว่าเป็นบุญของหล่อนต่างหากที่ได้เกิมาเป็นลูกคนมีเงิน”
         หล่อนไม่รู้เหมือนกันว่าเติบโตมาได้อย่างไร ขาดสิ่งยึดเหนี่ยว ขาดความอบอุ่น ขาดความรัก แต่หล่อนมีเงิน เงินที่แม่มักจะเขียนจดหมายสั้นๆ แนบมาทุกครั้งที่ส่งว่า ให้หล่อนรู้จักกินใช้ แม่ส่งเงินให้หล่อนเพราะว่า แม่รักหล่อน... ก็เท่านั้นเอง ความรักที่เภารำไพรู้จัก หล่อนไม่เคยคิดถึงแม่ และไม่ก็ไม่เคยมีถ้อยคำลึกซึ้งมากับจดหมายสักประโยค

     นี่คือความเป็นแม่ลูกของเภรีและเภารำไพ ลูกสาวคนเดียวที่ใครๆ ก็ว่าน่าจะเป็นทั้งแก้วตาและดวงใจของแม่
        หล่อนค้นหาความรัก ค้นหาความดื่มด่ำประทับใจ แล้วเภารำไพก็ได้พบ หากมันมิได้มีเพียงความรักแต่อย่างเดียว รักที่หล่อนค้นพบเร่าร้อนไปด้วยอารมณ์เพศ เภารำไพหลงมันอย่างยอมทอดตัว... ยอมเสียเงินทองเท่าที่มีอยู่เพื่อแลกเอาสิ่งนี้

        สำหรับเภารำไพแล้ว เภรีผู้เป็นแม่ จึงเป็นเพียงแค่ผู้ให้กำเนิดที่ไม่ได้เลี้ยงดูหล่อนมาแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่ส่งเสียให้หล่อนเรียนหนังสือ โดยไม่เคยมีความรัก ความผูกพันใดๆให้เลย สองแม่ลูกมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เมื่อ เภรี เริ่มรู้สึกระแวงว่า เภารำไพ กำลังจะแย่งนพรัตน์ไปจากตน ในขณะที่เภารำไพ ก็ทำทุกวิถีทาง เพื่อเอาชนะแม่ตัวเอง จนกระทั่ง ในคืนวันหนึ่ง เมื่อ หล่อนและนพรัตน์มีโอกาสอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ทำให้หล่อนและนพรัตน์มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเกิดขึ้น

         มันคือชัยชนะเบื้องต้น ที่หล่อนเอาชนะแม่ของตัวเองได้สำเร็จ แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับนพรัตน์ มันจะไม่ใช่ความรักต่อหล่อนเลยสักนิดเดียว
++++++++++++++++++
         นพรัตน์ เกือบจะมีเรื่องกับสุธีร์ เมื่อเห็นเขามาโรงพยาบาลกับ ชลา แต่แล้ว เขาก็ต้องพบกับความจริงอันปวดร้าวที่สุด เมื่อรู้ว่า สุธีร์ มาเยี่ยมมารดาที่กำลังป่วยด้วยโรคร้ายในระยะสุดท้าย มารดาของสุธีร์ ก็คือสิรินทร์ อดีตภรรยา และเป็นรักแรกในชีวิตของเขานั่นเอง
        แท้จริง สุธีร์ ก็คือลูกชายของเขา!!
       ++++++++++++++++++++
     เขาพยายามปลดเปลื้องบาปในใจของตนเอง โดยการสารภาพทุกอย่างกับชลา และหญิงสาวก็เข้าใจในความผิดพลาด และความสำนึกผิดนั้น เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้หล่อนและเขาได้ ปรับความเข้าใจและเริ่มรู้สึกผูกพันกันขึ้นโดยไม่รู้ตัว ในวาระสุดท้ายของสิรินทร์ เขาตัดสินใจไปพบกับเธอที่โรงพยาบาลเพื่อขออโหสิกรรม และทำให้สุธีร์ รับรู้ว่า นอกจากแม่แล้ว เขายังมีพ่ออีกคนหนึ่ง
          +++++++++++++++++++
           นพรัตน์ช่วยเหลือ จัดงานแต่งงานให้กับสุธีร์ และ กัลยา ท่ามกลางความเข้าใจของ เภรีที่ตนเองก็เริ่มเจ็บป่วยกระเสาะกระแสะอยู่ที่บ้าน ในขณะที่เภารำไพ พยายามเข้ามาแสดงความเป็นเจ้าของ นพรัตน์ ถึงบริษัท และเห็นว่า เขามีเยื่อใย กับ ชลา ทำให้หล่อนรู้สึกเกลียดชัง เด็กสาวผู้นี้ ตั้งแต่ยังไม่รู้จักกัน ส่วนมารดาของตัวเองนั้น เภารำไพ มีแผนการที่เหนือชั้นยิ่งกว่า หล่อนถ่ายรูประหว่าง มีความสัมพันธ์กับ นพรัตน์ แล้ว นำไปให้ เภรี ได้เห็นกับตา ทำให้ เภรี เกิดความโกรธจนสุดระงับ

ด้วยอารมณ์ที่ลุกโหมด้วยความเจ็บแค้น หล่อนปราดเข้าไปหา เภารำไพ เพื่อสั่งสอน แต่แล้ว ก็ถูกลูกสาวผลักจนล้มคะมำลงไปจากเหนือบันไดชั้นบน ร่างของ เภรี หล่นกระแทกลงไปบนพื้น ในจังหวะเดียวกับที่ นพรัตน์มาถึงพอดี เขารีบพาหล่อนไปยังโรงพยาบาล เภรีหมดสติไปนานในสภาวะโคม่า และก่อนที่หล่อนจะสิ้นใจ ก็ได้บอกความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดแก่เขา
เภารำไพ คือคนที่ผลักหล่อนลงมา!
+++++++++++++++++++++
เภารำไพ คิดว่าหล่อนชนะแล้ว เมื่อกำจัดแม่ออกไปจากชีวิต และจัดการกับนังเด็กชลานั่น โดยการพูดให้มันรู้สึกผิด จนต้องเป็นฝ่ายจากไป ถัดจากนี้ เหลือเพียงหล่อนและนพรัตน์ ที่ได้จะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองปรารถนา

จนกระทั่งนพรัตน์ปรากฏตัวอีกครั้ง เขาเล่าคำพูดสุดท้ายของ เภรี ก่อนสิ้นใจ ให้หล่อนฟัง นพรัตน์จากไป โดยไม่สนใจทรัพย์สมบัติใดๆที่ควรจะตกเป็นสมบัติของเขา ในเมื่อเขารับรู้แล้ว ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันคือมายา เขาจากทุกสิ่งมา เพื่อตามหาหัวใจดวงเดียว เท่านั้น ที่เหลืออยู่
ชลา!
+++++++++++++++++
ชลาคิดว่า ความรักความผูกพัน ที่เธอมีกับนพรัตน์ ก็คงไม่ต่างกับน้ำในรอยทราย เมื่อยามกระแสคลื่นซัดผ่านเข้ามา ก็กลบรอยทราย... รอยแห่งความทรงจำนั้นไปจนหมดสิ้น คงไม่ต่างกับสรรพสิ่งต่างๆในโลกนี้ เมื่ออุบัติขึ้น แล้วก็จากลา

บัดนี้หล่อนก็จากทุกสิ่งมาแล้วเช่นกัน ช่วงโชติน้องชายคนเดียว หล่อนก็ส่งเสียเขาจนเรียนจบวิศวกรรมศาสตร์ตามความตั้งใจแล้ว ทุกอย่างควรปล่อยวางให้หมดสิ้นแล้วใช่ไหม แม้แต่ความรัก?
เหลือเพียงหัวใจ ดวงนี้เท่านั้น ที่ยังหาคำตอบไม่พบ เพราะมันอยู่ในมือของ นพรัตน์!
+++++++++++++++++
และแล้ว เขา ก็มาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าเธออีกครั้งราวกับภาพของความฝัน
“ฉันไม่ต้องการผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว เมื่อฉันมีเธอ ฉันรักเธอ ชลา”
รัก... อบอุ่นซาบซ่านหัวใจจริงหนอ อำนาจแห่งความรักอีกกระมังที่ทำให้หล่อนสิ้นเรี่ยวแรงที่จะถอยหนี...
เป็นครั้งแรกที่นพรัตน์ได้เห็นรอยยิ้มอ่อนหวานนั้น คลื่นสาดซัดขึ้นมาบนหาดแล้วม้วนตัวกลับลงสู่ทะเล ชลาเอ่ยขึ้นว่า
“อย่าให้ความรักของคุณเหมือนน้ำในรอยทรายนี่นะคะ มันสาดซัดขึ้นมาจนเต็ม... แล้วก็ห่างหาย มันเป็นอย่างนี้ ฉันกลัว...”
ร่างของชลาถูกกอดกระชับแนบอก เขากดปลายคางลงกับเรือนผมของหล่อน
“ฉันสัญญา ชลาที่รัก ฉันจะไม่เป็นเหมือนน้ำในรอยทราย”





Create Date : 08 มกราคม 2564
Last Update : 8 มกราคม 2564 12:16:52 น. 2 comments
Counter : 257 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณcomicclubs


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 8 มกราคม 2564 เวลา:14:07:45 น.  

 
คุณ **mp5**: ขอบคุณมากๆเลยนะครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 11 มกราคม 2564 เวลา:10:31:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 77 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.