หมอกมุงเมือง
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2565
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
7 พฤศจิกายน 2565
 
All Blogs
 
ตะวันขึ้นที่อ่าวพังงา : เพ็ญแข วงศ์สง่า

เรื่อง : ตะวันขึ้นที่อ่าวพังงา
ผู้เขียน : เพ็ญแข วงศ์สง่า
สำนักพิมพ์ : รวมสาส์น
ปีที่พิมพ์ : 2518
สองเล่มจบ


           เห็นชื่อเรื่องนี้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าเขียนผิดหรือเปล่า? ทำไมตะวันถึงขึ้นที่อ่าวพังงา ในเมื่อ อ่าวพังงา อยู่ทางฝั่งทะเลอันดามัน ทิศตะวันตกของประเทศไทย น่าจะเป็นชื่อ “ตะวันตกที่อ่าวพังงา” เสียมากกว่า แต่สำหรับนวนิยายเรื่องนี้ มีความหมายของ ชื่อเรื่อง ซ่อนเอาไว้อย่างลึกซึ้งน่าสนใจ ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ คำปรารภของผู้เขียนเลยทีเดียว

          ท่านที่เคยเห็นโลกและชีวิต แท้เที่ยงอยู่เสมอ ไม่มีอนิจจังและอนัตตา หรือมเคยเห็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เกิดขึ้น ในชีวิตคน โปรดอย่าอ่านเรื่องนี้ เพราะท่านจะผิดหวัง

           แต่... หากท่านเป็นคนใจกว้าง ยอมรับว่าชีวิตเป็นอนิจจัง ในโลกอันสับสนวุ่นวาย ซับซ้อนด้วยปัญหาทั้งทางสังคมและศีลธรรมนี้ ยังน่าสนใจ ก็โปรดอ่านเถิด เพราะแม้ว่าโลกจะวุ่นวาย โลกก็ไม่เคยโหดร้าย โลกยังสวยงามน่าอยู่และน่าพิศวงเสมอ คนต่างหากที่โหดร้าย และก่อปัญหายุ่งยากเพราะพื้นฐานทางอารมณ์ของตน ตามความเห็นของตน อ่านเรื่องนี้แล้ว ท่านจะแลเห็นตะวันขึ้นที่อ่าวพังงา... อ่าวในจังหวัดชายทะเลฝั่งตะวันตกฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ที่สุดสวย งดงาม น่ารื่นรมย์...
             ++++++++++++++++++++++
           ฉากแรกของ นวนิยายเรื่องนี้ ก็เริ่มต้นขึ้น โดยมีนายแพทย์ศรัล นายแพทย์หนุ่มจากศิริราช ภายหลังจากเรียนแพทย์มาหกปี และเพิ่งจบการศึกษา เขาได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดของตนที่นี่ และออกมาพายเรือเล่นยังปากอ่าวอันสวยงามแห่งนี้

            ศรัล และ วิรุฬห์ น้องสาว ต่างเป็นลูกกำพร้าบิดามารดา ต้องอยู่ในความอุปการะของป้ากอบ ป้าสะใภ้ ที่ส่งเสียให้เรียนแพทย์ หากก็ไม่ใช่ด้วยความเอ็นดู เมตตา แต่อย่างใด เพราะนางเองก็หวังผลประโยชน์ ภายหลังจากหลานชายของตนเอง เรียนจบ ตัวนางกอบ คิดบัญชีที่ตนลงทุนส่งเสียเขาทุกบาททุกสตางค์ว่า ศรัลจะต้องชดใช้เงินคืนเท่าใด เมื่อเรียนจบ
รวมถึง หนี้บุญคุณ ที่หล่อนเองก็คิดดอกเบี้ยทบต้นเอาไว้ด้วยเช่นกัน!
          ++++++++++++++++++
          ระหว่างการพายเรือเล่นยังแม่น้ำปากอ่าวพังงา นี้เอง เมื่อฝนเริ่มลงเม็ดหนาตาขึ้น เขาจึงหลบเข้าไปพักยังชะโงกผาแห่งหนึ่งเป็นที่กำบังพายุฝน ในเวลาต่อมานั้นเอง ที่ศรัล ได้มีโอกาสได้พบกับหญิงสาวชาวกรุงนักเรียนนอก ผู้หนึ่ง ที่ขับเรือมาโดยลำพัง และหล่อนต้องหนีพายุเข้ามาหลบฝนร่วมด้วยกับเขา ณ ที่แห่งนั้นด้วยกัน โดยบังเอิญ

         หล่อนมีชื่อว่า ปรางวไล เป็นลูกสาวคนสวยของคุณประเทิน นักธุรกิจชื่อดัง ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวและถูกตามใจมาแต่เล็ก ทำให้ปรางวไลที่มีนิสัย เอาแต่ใจตัวเอง และเชื่อมั่นในตัวเองสูง ปรางวไลใช้ชีวิตอย่างโลดโผน เดินทางท่องเที่ยวไปทั่วโลก ด้วยความที่กำพร้ามารดามาแต่เล็ก และบิดาก็ทำแต่งาน เขาจึงตามใจลูกสาวสุดสวาทผู้นี้ทุกอย่าง

          และคราวนี้ หล่อนก็ตัดสินใจเดินทางโดยการขับเรือมาท่องอ่าวพังงา เพียงลำพัง ก่อนที่เครื่องยนต์จะดับลง หากโชคดี ที่มีโอกาสได้พบกับ เด็กหนุ่มชาวทะเล ที่หล่อนเพิ่งรู้ภายหลังว่า เขาเป็น บัณฑิตแพทย์ จากศิริราช...

          ความประทับใจในอุปนิสัยของอีกฝ่าย ทำให้ ทั้งคู่มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น และในที่สุด ด้วยความรักและความใกล้ชิดนั้นเอง ที่ทำให้ ศรัล มีความสัมพันธ์ล้ำลึกกับปรางวไล และด้วยนิสัยต้องการเอาชนะบิดา ต่อมาทั้งสองจึงตัดสินใจที่จะจดทะเบียนสมรสกัน โดยที่ทั้งนายประเทิน และ นางกอบ เอง ต่างก็มารับรู้เรื่องในภายหลัง
          ++++++++++++++++
  นางกอบ และนายรงค์ ผู้เป็นลุงและป้า ของ ศรัล วาดหวังไว้ ให้เขาแต่งงานกับ วิชญา ลูกสาวของ คุณรำไพ ที่เป็นญาติห่างๆของตน ซึ่งมีฐานะร่ำรวย และหล่อนก็ต้องผิดหวัง เมื่อรู้ว่า ศรัล ตัดสินใจจดทะเบียนสมรส กับหญิงสาวชาวกรุง ที่หล่อนเองก็ไม่รู้จักหน้าค่าตา ไปเสียแล้ว...

         “ถ้าจะสนองบุญคุณกันจริง ๆ ก็ต้องแต่งงานกับหนูวิชญา คุณรำไพสัญญาว่าจะให้ป้าขอยืมเงินมาลุทุนตั้งอู่ซ่อมรถหลายแสน”
        นั่นคือทัศนคติ และความโลภของป้า ที่เขาก็พยายามบ่ายเบี่ยงกับเธอ เพราะสำหรับศรัลแล้ว ไม่ใช่แค่การจับคลุมถุงชน แล้วอยู่ๆ กันไป ก็จะรักกันไปเอง อย่างที่ป้าพยายามหว่านล้อมกับเขา...
         การตกหลุมรักไม่ใช่การมองตาซึ่งกันและกัน แต่มันคือมองไปทางเดียวกันต่างหาก!


          ในขณะที่ปรางวไลเอง ก็รับรู้จากบิดาเช่นกันว่า ฐานะของตัวเองกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป เมื่อบิดา เป็นหนี้สินจำนวนมหาศาลและกลายเป็นบุคคลล้มละลายในเวลาต่อมา บัดนี้หล่อนไม่ใช่คุณหนู ผู้มีฐานะร่ำรวยเหมือนในอดีตอีกต่อไป หากสิ่งที่ร้ายแรงยิ่งกว่า เมื่อปรางวไล ต้องเผชิญ คือการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของผู้เป็นบิดา...

         มีเพียงศรัลคนเดียวเท่านั้น ที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิต จากชีวิตที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยในวงสังคม หล่อนกลายเป็นภรรยาของนายแพทย์ธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่เพิ่งเริ่มต้นชีวิตแพทย์ ท่ามกลางความขัดแย้งรอบด้าน รวมถึงป้ากอบ และนางรำไพ ที่พยายามขัดขวางทุกวิถีทาง แม้แต่การยอมให้ วิชญา เข้ามาเป็นภรรยา อีกคนของศรัล!
           +++++++++++++++++
          หากด้วยหัวใจมั่นคง ที่ศรัล มีต่อ ปรางวไล ทำให้เขาปฏิเสธ และปรางวไลเอง ก็กำลังจะมีลูกร่วมกับเขา หญิงสาว ศรัล ตัดสินใจ ทำงานรับราชการที่กรุงเทพฯ และเปิดคลินิก หารายได้ เขาติดต่อ ให้เพลิน เด็กหญิงที่กำพร้าบิดา มารดา มาช่วยดูแลเลี้ยงลูกให้ ในขณะที่ภายหลัง ปรางวไล ก็ตัดสินใจสมัครเข้าทำงานยังบริษัทแห่งหนึ่ง และทำให้หล่อนได้พบกับ ณัฐ อดีตคนรักก่า ที่เคยคบหากัน สมัยเรียนเมืองนอกมาด้วยกัน

         ในขณะที่ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวของการใช้ชีวิตคู่ ที่ไม่ได้สวยงามปูลาดด้วยกลีบกุหลาบของความรักเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป ทำให้ทั้งปรางวไล และ ศรัล เริ่มมีปัญหาระหองระแหงเกิดขึ้น ขณะที่ศรัล ก็เอาแต่มุทำงานเพื่อสร้างฐานะจนไม่มีเวลาให้กับเธอ และปรางวไลเองก็มีปํญหาเข้ามา มีข่าวลือว่าหล่อนคบชู้ เมื่อครั้งไปดูงานที่ญี่ปุ่นกับณัฐ ด้วยทิฐิ ทำให้หล่อนไม่พยายามอธิบายปรับความเข้าใจ เพราะเข้าใจว่า ศรัลเองก็เห็นดีเห็นงามกับป้ากอบผู้มีบุญคุณกับเขา จนคิดจะคบหากับ วิชญา จนรอยร้าวเริ่มขยายออกเรื่อยๆ ยิ่งผนวกกับ ป้ากอบและคุณรำไพ ที่พาลูกสาวเข้ามาเป็นตัวแปร มันจึงเป็นบททดสอบสำคัญของชีวิตคู่ในครั้งนี้
          ตราบจนกระทั่งถึงจุดแตกหักสำคัญ

         “เลิกกันดีกว่า พรุ่งนี้ฉันจะขนของออกไปเอง เอาเถอะหมอ เป็นอันเลิกกันดีแล้ว ไม่ต้องทรมานกันอีก คุณก็จะได้เสวยสุขกับนังนั่น ฉันก็จะได้มีโอกาสหาผัวใหม่”
  เขาอึ้งหน้าซีดเผือด ปรางวไลคว้าเสื้อคลุม และถือหมอนเตรียมจะออกไปห้องนอนลูก เธอว่า
         “เอาละ พอกันที แต่งงานกันเกือบสองปี ก็นานเกินพอแล้ว สำหรับคนไม่รักกันจริงไหม หมอ?”
         หมอศรัลถามเธอเสียงแหบ
           “ปรางวไล คุณไม่รักผมเลยจริง ๆน่ะหรือ!”

            +++++++++++++++++++
        หล่อนจากเขาไปแล้ว ด้วยความเข้าใจที่ไม่ลงรอยกัน ศรัล ตัดสินใจ ย้ายกลับมาทำงานที่พังงาบ้านเกิดของตนเองด้วยความร้าวรานใจ แต่แล้ว โอกาสที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกครั้ง

          เมื่อเขาและเธอ ได้หวนกลับมาพบกันที่พังงา ปรางวไลรับรู้ว่า ศรัล ยังรอคอยเธออยู่เสมอ วิชญานั่นเองที่ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้ปรางวไลได้รับรู้ว่าหล่อนและหมอศรัล ไม่เคยมีความสัมพันธ์ใดๆต่อกัน เช่นเดียวกับณัฐ ชายหนุ่มที่พร้อมทุกอย่าง หากสำหรับปรางวไลแล้ว หล่อนก็มอบให้กับเขาได้แค่เพียงความเป็นเพื่อนเท่านั้น

            ปมทั้งหมด ดำเนินมาถึงจุดสำคัญ เมื่อลูกนก ลูกเพียงคนเดียวอันเป็นสายใยเชื่อมรักระหว่าง พ่อกับแม่ ก็เกิดป่วยเป็นไข้ขึ้นมาพอดี ทำให้ ทั้งหล่อนและเขา ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของความเป็นพ่อแม่ และคิดที่จะกลับมาเริ่มต้นกันอีกครั้ง
             +++++++++++++++++++++
        ฉากสุดท้ายของตะวันขึ้นที่อ่าวพังงา เมื่อปรางวไลและหมอศรัล เดินทางมายังอ่าวอันสวยงามแห่งนี้อีกครั้งในยามตะวันรุ่ง นึกถึงเหตุการณ์ที่ทั้งคู่ได้พบกัน และรักกัน เป็นครั้งแรก

         “เป็นไปได้ไหม ที่คนเคยหรู เคยใช้ชีวิตโก้อย่างคุณคุณ จะมาตั้งรกรากอยู่กับสามีในท้องถิ่นห่างไกลจากความเจริญ แต่เต็มไปด้วยความสวยงาม และความรักอย่างพังงา”
        เธอมองหน้าเขา เห็นแววตากรุณานั้นฉายมายังเธอ ความหวังเต็มเปี่ยมอยู่ในแววตานั้น
         “ผมไม่มีอะไร นอกจากความรัก ความซื่อสัตย์เต็มหัวใจ เพียงแต่คุณจะรักผมให้มากพอ เราจะอยู่พังงาได้อย่างมีความสุข”
           ปรางวไลนิ่ง หลับตาพริ้ม เธอรู้สึกว่า เขาไหวกายมีลมหายใจอุ่นๆ ข้างแก้ม ได้ยินเสียงเขาบอกว่า
          “คุณกับลูกเป็นแสงสว่างในชีวิตของผมจริงๆ นะ ก่อนคุณมาผมนึกไม่ออก ว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร บัดนี้ ผมได้คำตอบแล้ว”
         “หมอคะ ฉันคิดถึงหมออยู่ตลอดเวลา” ในที่สุดเธอกระซิบอายๆ เขาเงยหน้าขึ้น แลเห็นแสงอาทิตย์รำไรเหนือทิวเขาด้านโน้น
         “ใครว่า ตะวันไม่เคยขึ้นที่อ่าวพังงา ต่อไปนี้ ผมไม่เชื่อ”
            เช่นเดียวกับ ทุกสิ่งทุกอย่าง ก็สามารถเกิดขึ้นได้ไม่ต่างกับปาฏิหาริย์ เมื่อโลกถูกขับเคลื่อนให้หมุนไปด้วยความรัก!


หมายเหตุ สำหรับ นวนิยายเรื่องนี้ ในความทรงจำของผมคือเวอร์ชั่น ที่บทของหมอศรัล และ ปรางวไล นำแสดงโดยคุณตู่ นพพล โกมารชุน และคุณ จริยา แอนโฟเน่ ครับ



 


Create Date : 07 พฤศจิกายน 2565
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2565 14:51:26 น. 2 comments
Counter : 481 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณ**mp5**


 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 11 พฤศจิกายน 2565 เวลา:10:01:59 น.  

 
ขอบคุณ คุณ **mp5**มากครับ


โดย: สามปอยหลวง วันที่: 14 พฤศจิกายน 2565 เวลา:10:47:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สามปอยหลวง
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 79 คน [?]




ฉันติดคุก ครั้งนี้ ชั่วชีวิต เพราะทำผิด คิดรัก ตัวอักษร ถูกคุมขัง ตั้งแต่เช้า จนเข้านอน ขอวิงวอน โปรดอย่า มาประกัน

คุกหนังสือ คือโซ่ทอง ที่คล้องล่าม คุกหนังสือ คือความงาม ในความฝัน คุกหนังสือ คือดนตรี กล่อมชีวัน คุกหนังสือ คือสวรรค์ ฉันรักเธอ

จาก คุกหนังสือ : แคน สังคีต

New Comments
Friends' blogs
[Add สามปอยหลวง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.