ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2561
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
17 พฤศจิกายน 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 34 ของขวัญ โดย ภูปรดา

34.

ฝางและคนรับใช้ในบ้านช่วยกันคัดถ้วยชามจากห้องเก็บของเพื่อนำไปทำบุญในวันพรุ่งนี้ “ใจดีผิดปกตินะเนี่ยคุณนาย ถึงกับจะไปค้าง สงสัยแม่ฝางได้ดั่งใจซะที” นางฟื้นหัวเราะ เพราะก็ชอบใจอีกคนอยู่มาก แต่ฝางยังนั่งหน้านิ่ง

“แหมป้าก็! เขาหมั้นกันด้วยบ้านที่ดินเป็นหลังขนาดนี้ ลูกคุณนายก็ดีวันดีคืน มันก็ต้องยอมและพอใจเป็นธรรมดา นี่สามศีลเข้าไปแล้ว ถือศีลครบสี่ครั้งเมื่อไหร่คงได้ทองสักเกวียน” สายรุ้งหันไปหัวเราะคิกกับนางอ้น

“นางอ้นหัวเราะทำไม?! นายแกล่ะ? เดี๋ยวนี้ดังแล้วแยกวง มากับเขาให้มันรู้จักคำว่าจงรักภักดีบ้าง ก็โตมาด้วยกัน แม้จะร้ายก็ไม่ได้ชั่ว”

อีกคนหุบยิ้มทันที “เธอไม่อยากออกมาจากห้องนอน บ่นว่าเหม็น อยู่ในห้องก็ยังเหม็น นี่ถ้าไม่ได้นอนด้วยกันนี่คิดว่าท้อง เหม็นเก่งมาก ไม่รู้ไปเรียนมาจากไหน” นางอ้นหัวเราะ

“เออ ก็รุ่นๆ เดียวกัน ทำไมคุณโสนไม่ไปโรงเรียน”

“ไปสิแม่รุ้ง ก็เรียนมหาลัยเหมือนชาวบ้าน แต่ไม่ทำเหมือนชาวบ้านเพราะมีเงิน เขามีครูมาสอนที่บ้านตั้งแต่เด็ก อย่างคุณโสนนี่ก็ไม่ได้ฉลาดแต่เรียนก่อนชาวบ้านเฉยๆ งานก็แทบไม่ต้องทำเอง ใช้เงินทั้งนั้น”

สายรุ้งกระพริบตาปริบๆ ฟัง “แต่รายนั้นอ่านหนังสือจนหมึกหายไปต่อหน้าต่อตาเพราะมันเก่า” เธอชี้ไปที่ฝาง “แต่ตอนนี้รวยแล้วจ้า” เธอหัวเราะ

“รุ้งจ๊ะฝางร้อนๆ หนาวๆ ชอบกล อึดอัดบอกไม่ถูก เรารีบขนของออกไปที่บ้านโน้นกันเถอะนะ ร้อนมากเลยวันนี้” ฝางเหงื่อออกอย่างเห็นได้ชัด แต่คนอื่นไม่มีอาการใดๆ ให้เห็น “ไม่สบายมั้งแม่ฝาง ไปเถอะออกไปก่อน ฉันจะให้เด็กมันขนไปเดี๋ยวนี้เลย ไปพักซะเถอะ เปิดแอร์เย็นๆ นอนพักหน่อยก็หาย” ฝางพยักหน้าแล้ววางมือจากงาน พอเดินออกมาผ่านห้องโถงที่คุณนายไหมทองอยู่ก็ต้องชะงัก

“คุณแม่รู้จักการตั้งเครื่องเดือนสี่ไหมครับ?” อิงกาลนั่งนวดให้มารดาอยู่ ฝางหลบอยู่ข้างๆ ประตูห้องโถงเพื่อรอฟัง “ไม่รู้จักหรอก มันคืออะไรเหรอลูก?”

“อิงฝัน มีคนบอกให้ตั้งเครื่องเดือนสี่ไหว้ศาลพระภูมิ ก็เลยอยากรู้ครับ” คนตอบหน้านิ่ง เขารู้ตัวว่ากำลังโกหกมารดา แต่ต้องทำเพราะมันเป็นทางเดียวที่จะได้ความจริงจากท่าน เขารู้ดีว่าท่านกำลังโกหก เพราะการไหว้พระภูมิของคุณแม่ดูไม่ใส่ใจจริงๆ ดังที่นายไม้บอก ถวายของกินเพียงหยิบมือ ไม่ได้ดีกว่าปกติเลย อาหารไปวัดของคุณแม่หรือแม้แต่ของที่กำลังจะไปทำบุญบ้านฝางคราวนี้ยิ่งใหญ่กว่ามาก

“แม่ไม่รู้หรอก เขาก็คงไหว้ๆ กันทุกเดือนกระมัง ลูกไปจดจ่อกับเรื่องนางดำมาเล่ามากเลยอยากไหว้พระภูมิเหรอ เอาสิตามใจเลย ไว้แม่ถามพระครูท่านให้ว่าความฝันแปลว่าอะไร พรุ่งนี้ก็ทำบุญแล้ว ค่อยมาตั้งเครื่องไหว้กันนะลูก”

“แม่จีบคือใครคุณแม่?” ชายหนุ่มไม่สบตามารดา เขายังคงนวดขาให้ต่อ

คุณนายไหมทองต้องระงับปากตัวเองไว้ หล่อนได้ยินชื่อนี้มาแล้วจากภาพที่เห็นในวัด ไม่ผิดแน่ว่าแม่จีบผู้นี้คือบรรพบุรุษของตัวเอง หากแต่ตอนนี้อิงกาลกำลังบีบหล่อนให้จนมุมเรื่องการไหว้พระภูมิ “แม่ก็รุ่นเด็ก ไม่ทราบหรอกเรื่องชื่อของบรรพบุรุษ ญาติเราก็ไม่ค่อยมี ไปเอาชื่อนี้มาจากผีบ้านผีเรือนที่ชื่อไม้เหรอลูก?” หล่อนอยากรู้ว่าลูกรู้อะไรมากกว่าหรือไม่

“ไม่ได้เจอหรอกครับพักนี้ อิงหลับสบาย ไม่มีใครมากวนได้เพราะบุญของฝาง แต่ในฝันเขาว่าต้องตั้งเครื่องเดือนสี่” ชายหนุ่มแอบถอนหายใจเบาๆ ในความร้ายกาจของตัวเองและมารดา คุยกันแค่สองคนแท้ๆ ก็ยังไม่อาจเชื่อใจกันได้ คุณแม่กำลังปิดบังเขา “ช่างเถอะครับ เราไปทำบุญบ้านฝางก็ได้บุญแล้ว” เขาตัดบท

ฝางถอยออกมา ไม่มีสัญญาณใดๆ จากอังวิภาให้ได้รู้สึก ฝางทำตัวเหมือนหุ่นเชิดเพราะรู้ว่าไม่มีทางชนะ แต่การได้พบเห็นการใส่บาตรพระในสมาธินั้นทำให้ฝางอุ่นใจได้อยู่บ้างว่านางไม่ใช่คนไม่ดี เป็นถึงรุกขเทวดาผู้ยิ่งใหญ่และยังชอบการทำบุญ คุณนายไหมทองนอนนิ่งให้ลูกชายนวดต่อ หล่อนได้กลิ่นดอกไม้หอมหวานลอยมาแตะจมูก เห็นทีจะต้องพึ่งนายขมจนได้ กลิ่นอบร่ำโบราณตามมาจากวัด!

เมื่อค่ำลงคุณนายไหมทองก็ไปที่บ้านของฝางพร้อมกับคนรับใช้ หล่อนจะนอนห้องเดียวกับฝาง อาหารสำหรับเลี้ยงเพลพระถูกสั่งมาจากภัตตาคารชื่อดังและจะพร้อมในวันพรุ่งนี้ “แปลกดีนะ ทำไมฉันต้องมาค้างที่นี่” คุณนายไหมทองพูดเมื่อนั่งอยู่บนเตียง ส่วนฝางนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่พื้นกับตั่งรองหนังสือเล็กๆ “หล่อนนั่งสมาธิได้เห็นอะไรดีๆ บ้างไหม? อย่างคนโบราณหรืออะไรแปลกๆ พ่ออิงเล่าว่าพวกเธอเห็นอย่างที่ว่าบ่อยๆ ตั้งแต่เด็ก” คุณนายไหมทองหยั่งเชิง

“จำได้บ้าง ไม่ได้บ้างค่ะ ตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ตั้งแต่ถือศีลวันพระก็ยังไม่มีอะไรน่ากลัว มีแต่ความร่มเย็น” ฝางไม่ได้มุสา เพียงแต่เล่าไม่หมด

“แม่ฝาง...ฉันจะให้นายขมขึ้นมาที่นี่พรุ่งนี้ตอนหล่อนถือศีล ฉันจึงจะขออนุญาตหล่อนก่อนเพราะตอนนี้ก็เป็นเจ้าของบ้าน นายขมเองก็อยากมาเพราะอยากได้ลาภ หล่อนคงไม่ถือสา เราได้ทำบุญเหมือนที่แม่ดำไปรับปากเจ้าที่ท่านไว้ ฉันเห็นเป็นของแปลกเลยถือวิสาสะเรียกนายขมมา หล่อนคงไม่ว่าอะไร”

“ตามสบายเถอะค่ะ พี่ดำก็รอลาภอะไรของแกอยู่ ทำบุญแล้วก็คงจะได้ มีคนอย่างน้าขมมาก็คงจะเห็นอะไรดีๆ บ้าง เสาจะกลายเป็นเสาทองทุกต้นอยู่แล้ว แปะทองคำเปลวหาลาภล่วงหน้าด้วยซ้ำค่ะ” ฝางอมยิ้มแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

คุณนายไหมทองเชิดหน้าขึ้น เด็กคนนี้มันเยือกเย็นน่ากลัวจริงๆ เลยไม่ได้ความเรื่องแม่จีบ เห็นทีจะไม่เกี่ยวกับคนบ้านนี้เพราะแม่ฝางก็ไม่ใช่ลูกหลาน หล่อนถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอน

ยิ่งดึกความเงียบและความเยือกเย็นก็ปกคลุมไปทั่วบ้าน ฝางมองหาพี่อันน์แต่ก็ไม่เห็น เธอลุกขึ้นยืนดูความมืดภายนอกหน้าต่าง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว ความมืดนั้นค่อยๆ ส่งร่างหญิงสาวในชุดไทย บ้างนุ่งโจงกระเบน บ้างนุ่งผ้าถุง ห่มสไบหลากสีปรากฏให้ฝางได้เห็น พวกหล่อนดูเหมือนกำลังมุ่งหน้าไปที่ศาลพระภูมิในสวน “แม่พู่พรุ่งนี้จะได้บุญใหญ่แล้วนะ ฉันดีใจอย่าบอกใครเลย”

“แม่พลอยหล่อนช่วย ลำพังฉันไม่มีปัญญาไปเจรจากับแม่ดำดอก”

“แล้วแม่พลอยไปไหนเสียเล่า? ไม่มาเตรียมผ้าผ่อนถือศีลพรุ่งนี้”

“ไปเรือนกรรณิการ์ แม่วาดขอให้ไปพบ บ้านนั้นงานบุญไม่มีเพราะแม่ตัวดีข้างบนไม่ดูดำดูดีเจ้าที่ มันกลัวผู้คนรู้ว่าบ้านมีคนตาย” คนเล่าดูเกลียดชังคนที่พูดถึง และฝางรู้ทันทีว่าหมายถึงคุณนายไหมทอง แม่พู่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะพูดต่อ “แม่คุณนายนั่นหล่อนรู้ดีว่าบ้านเคยไฟไหม้ หากแต่ไม่รู้ว่าตัวนั่นแลคือต้นเหตุ ที่ไม่ยอมไหว้พระภูมิเพราะกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอย่างไรเล่า”

“พวกเอ็งนี่นินทามนุษย์ให้ตัวเองตกต่ำหนานางพู่!” เสียงเตือนของใครสักคนฟังดูดุและสูงวัยดังขึ้นมาจากต้นไม้ “วันโกนก็ไม่เว้น วันพรุ่งจะถือศีล ไปพูดถึงเขาทำไมให้มัวหมอง แม่คุณนายที่หล่อนว่าเขาเป็นคนสั่งของดีๆ มาทำบุญทั้งสิ้น กิเลสหนาไม่เลิก ประเดี๋ยวได้โดนดี!” แม่พู่กับผู้หญิงอีกคนที่คุยกันอยู่หลบวูบหายเข้าไปในสวนทันที ฝางถอนหายใจ แปลกดีที่ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว บุญที่ทำมาทำให้ฝางรู้สึกเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา อังควิภาคนนั้นไม่ได้ทำให้ฝางกลัว มือที่จูงฝางไปใส่บาตรนั้นทำให้เธออบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอรู้สึกว่าอีกไม่นานทุกอย่างจะจบ จบจริงๆ



นางอ้นหลับไปนานแล้ว แต่คุณโสนยังนอนกระสับกระส่าย เธอรู้สึกร้อนทั้งๆ ที่เปิดแอร์เย็น หญิงสาวลุกขึ้นนั่งอย่างหงุดหงิดก่อนจะรู้สึกเหมือนสำลักควันไฟ ร่างบางลุกออกจากที่นอนแล้วออกจากห้องไปทันที

เธอเดินมาหน้าตึก ยืนให้ลมปะทะกาย บ้านนี้เปิดไฟสว่างไว้ทั้งคืน อยู่ใต้หลังคาคุณโสนจึงไม่รู้สึกกลัว “ฉันเป็นอะไรเนี่ย! เหมือนมีควันหนาๆ รอบตัว สำลักออกมาขนาดนี้ อยู่ในบ้านเหมือนจะตาย หมอก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร จะบ้าตาย!” พอสายตามองที่ประตูใหญ่ก็รู้สึกง่วงขึ้นมาทันที เมื่อหล่อนหันหลังให้ราวกับถูกสะกด ภาพหญิงสาวในชุดไทยห่มสไบนุ่งโจงกระเบนก็ปรากฏขึ้นพร้อมกัน หนึ่งนางผ่านประตูใหญ่เข้ามา อีกสองนางผุดขึ้นกลางสนาม ทั้งสามยกมือไหว้กันและกันอย่างนอบน้อม “แม่วาดมีอะไรหรือจึงอยากพบฉัน?”

“ได้ข่าวว่าแม่อันน์จะได้บุญใหญ่ อีกทั้งผีบ้านผีเรือนบ้านหล่อนด้วย ฉันเลยอยากจะขอให้บอกคุณนายเจ้าของเรือนกรรณิการ์ด้วยว่าเคราะห์หนักทั้งแม่ลูก หาผู้ใดช่วยได้ไม่ บารมีฉันก็ไม่มากพอหล่อนก็รู้ คุณเธอมา”

แม่พลอยมองหน้าหญิงสาวทั้งสองแล้วส่ายหน้า “แม่ลูกตีกันอย่างนั้นใครจะช่วยไหว? คุณเธอมาเพราะเธอต้องมา ที่ปิดบังไว้ก็จะได้รู้กันทั้งสองแม่ลูก หาต้องไปห่วงใยอะไรไม่ เทวดาประจำตัวลูกเขาแท้ๆ ยังนั่งไอใส่เท่านั้น เอาเป็นว่าฉันจะช่วยให้เขาหันมาทำบุญกับหล่อนบ้างก็แล้วกัน มีที่ไหนเจ้าที่อดอยากปากแห้งทั้งๆ ที่มีเงินทองกองเป็นภูเขา ไม่รู้ผู้ใดสั่งสอนมันมา ประวัติบ้านตัวเองยังเหยียบให้จมดิน”

“แม่ไหมทองหล่อนมิรู้ด้วยชะตากำหนด ความดีหล่อนมีอยู่ด้วยไปทำบุญที่วัดก็กรวดน้ำให้ แต่ไม่ได้กินดีอยู่ดีเท่านั้น ขอบใจแม่พลอย ไปเถิดแม่แก้ว” หล่อนพยักหน้าชวนบริวารให้กลับสู่ที่แห่งตน ก่อนที่ร่างของแม่พลอยจะหายไปเช่นกัน

เสียงไอดังมาตามสายลม “นางพวกนี้เจอกันไม่ได้นินทากาเลเป็นสันดาน ถึงได้เป็นบริวารเขาร่ำไป” นายไม้บ่นก่อนเสียงจะเงียบไปในความมืด



เมื่อรุ่งอรุณมาถึงฝางก็เข้าห้องพระเหมือนทุกที คุณนายไหมทองออกมาคุมคนรับใช้เตรียมเครื่องไหวพระภูมิให้ อีกทั้งดูที่ทางที่พระจะมาฉันเพลด้วย นางฟื้นยืนช่วยหยิบจับของคาวหวานในกระทงอยู่ใกล้ๆ “ของดีๆ ทั้งนั้น บ้านเราน่าจะทำบ้างนะคะคุณ” คุณนายไหมทองเชิดหน้า “บ้านใครก็ของคนนั้น ฉันถือว่ามาทำบุญวันนี้ให้เพื่อลูกฉัน ทางนั้นฉันก็ไปวัดทำบุญให้เสมอ ไม่ตั้งเครื่องไหว้ใหญ่โตเพราะมันไม่จำเป็น" คุณนายไหมทองรู้ดีว่าตัวเองกำลังโกหกคำโต

“วันพระหน้าก็ศีลที่ 4 แล้วเราคงหมดทุกข์หมดโศกกันนะคะ คุณอิงจะได้หายและได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝากับคุณโสนเสียที”

“ผ่านคืนนี้ไปให้ได้ก่อนเถอะ นายขมจะมาดึกๆ หล่อนก็มาค้างกับฉันซะ” คนสั่งไม่รอฟังคำใดต่อ “ไปเรียกแม่ดำมาไหว้ ฉันไม่ไหว้ให้”



พอใกล้เพลฝางก็ออกมารับพระ รับพรเสร็จก็รีบกลับเข้าห้องดังเดิม ดำและคุณนายไหมทองทำทุกอย่างดีที่สุด พระห้ารูปดังที่เจ้าที่บอกท่านฉันเพลเสร็จก็นั่งเจรจากันอยู่พักหนึ่ง “พระครูได้ข่าวพระธุดงค์หรือไม่คะ?” คุณนายไหมทองถาม

“มีคนไปใส่บาตรอยู่คุณนาย นายขมก็ไป แต่ท่านอิ่มก่อนหน้านั้นแล้วล่ะ”

“ทำไมเจ้าคะ?” ดำตาโตทันที

“ท่านต้มบะหมี่กินหรือเจ้าคะ?” สายรุ้งถาม ก่อนที่หล่อนจะโดนดำฟาดเข้าที่เข่าฉาดใหญ่ “แม่รุ้ง! เล่นไม่เป็นเวล่ำเวลา”

“คนอยากได้บุญกันมากทั้งภูมิเทวดา ทั้งรุกขภูมิ แห่แหนกันไปใส่บาตรพระธุดงค์ มีผู้มีบารมีนำทางให้ จึงได้บุญกันถ้วนหน้า”

“ไปขอหวยจะได้ไหมเจ้าคะ?” ดำถาม

“เห็นว่าไม่พูดกับผู้ใดเลย”

“พูดสิคะ พูดกับรุ้งกับฝางเจ้าค่ะ” เจ้าตัวเสียงดังขึ้นทันที “แต่จำไม่ได้แล้วว่าพูดว่าอะไร เดี๋ยวคืนนี้เราก็ฝันดีแล้วพี่ดำ จะถ่อสังขารไปถามท่านทำไม เกรงใจท่านนั่งสมาธิน่า” สายรุ้งพูดมีเหตุผล ทำให้ดำเงียบไม่ถามต่อ คุณนายไหมทองฟังอยู่ทุกคำ หล่อนคิดอยู่เงียบๆ อิงกาลกลัวนักหนาเรื่องพระธุดงค์จึงได้ห้ามฝางไม่ให้ไปพบ เห็นจะจริงเพราะท่านไม่เจรจากับผู้ใดเลยยกเว้นฝาง แม่รุ้งจำไม่ได้ก็แปลว่าไม่ได้พูดอะไรกับตัวมากมายหรือแม้แต่ไม่ได้พูดด้วย!



พอฟ้ามืดทุกคนก็รีบทำธุระและเข้าห้องนอน คุณนายไหมทองสั่งไว้ให้อยู่กันเงียบๆ เพราะจะรอว่าจะได้ลาภกันทางไหนได้บ้าง และคนแรกที่จะมาบอกกล่าวได้ก็คือนายขม คุณนายไหมทองหลับเอาแรงไปเมื่อบ่ายจึงไม่ได้ง่วงนอน นายขมแต่งชุดขาวราวกับเป็นผู้ทรงศีล สะพายย่ามสีขาวเดินขึ้นมาหน้าตามุ่งมั่น เขาเดินมานั่งลงกลางชาน มีเพียงคุณนายไหมทองที่รออยู่กับนางฟื้น ดำและสายรุ้ง

“จะได้ลาภยังไงพ่อขมบอกฉันที!?” ดำถาม “ดูน้ำมนต์สิวะ ไปเอาขันใส่น้ำมาให้ข้า” ดำวิ่งไปทันทีและกลับมายื่นขันน้ำให้ นายขมจุดเทียนแล้วบริกรรมคาถา ก่อนจะปล่อยให้มันหยดลงในน้ำ

คุณนายไหมทองส่ายหน้าด้วยความระอา งมงายใหญ่โต หยดเทียนยังไงก็เห็นเป็นรูปร่างได้ตามมือคนหยด จะกลายเป็นลาภได้อย่างไร เว้นแต่จะคิดไปเอง หล่อนไม่ได้พูดแต่มองไปรอบๆ ตัว กลิ่นหอมประหลาดอวลไปทั่วบริเวณ หอมหวานกว่าครั้งไหนๆ ที่หล่อนเคยได้กลิ่น เสียงรอบๆ ตัวค่อยๆ หายไป คุณนายไหมทองรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดูดให้จมแผ่นดิน!


Create Date : 17 พฤศจิกายน 2561
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2561 19:42:42 น. 0 comments
Counter : 94 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.