อีบุ๊กของ ภูระริน ภูปรดา กุล มีจำหน่ายแล้วที่เว็บซีเอ็ดนะคะ
E-book มีจำหน่ายที่ Meb ร้านนายอินทร์ แอปนายอินทร์ปัณณ์และ ebooks.in.th ค่ะ
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2563
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 สิงหาคม 2563
 
All Blogs
 
ตอนที่ 19 ของขวัญ เล่ม 1 โดย ภูระริน (ฉบับตีพิมพ์)

19



คุณนายไหมทองเดินนำขึ้นมาบนเรือน กวาดสายตาไปทั่วจนกระทั่งพบลูกชายเดินออกมา อิงกาลกำลังจะเอ่ยปากทักมารดา เขารู้ดีว่าการมาของคุณนายไหมทองคือการยอมแพ้อย่างเสียไม่ได้ หากแต่ต้องชะงักเมื่อมองเห็นคุณโสน หล่อนแต่งกายได้มีสีสันราวกับสายรุ้ง ชุดกระโปรงยาวผ้าพลิ้วกรอมเท้าเกือบจะเรี่ยพื้นและไม่ได้ถอดรองเท้าส้นสูงคู่งาม ! ชายหนุ่มก้มลงมองมัน

“คุณพระ ! นี่ใส่เกือกขึ้นเรือนเลยหรือคะ ? ” ดำตะโกนถามพลางหัวเราะ ไม่ได้โกรธเคืองจริง ๆ หากแต่ต้องการเตือน เห็นคุณโสนมาตั้งแต่ยังเล็กก็พอจะรู้จักหล่อนอยู่บ้าง ความงามของคุณโสนไม่ได้ด้อยไปกว่าฝาง แต่ความไม่พอดีของหล่อนมีให้เห็นเกลื่อนกลาดราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

“ก็แค่บ้านเก่า ๆ ” หล่อนยืนกอดอกอย่างไว้ตัว

“แม่คุณก็ ! ราคาก็โขอยู่นะจ๊ะ ไม่อย่างนั้นคุณอิงจะมาอยู่เรอะ ! ” ครั้งนี้ดำตั้งใจยั่วให้หล่อนโกรธ คุณนายไหมทองส่ายหน้า “พอเถอะน่าแม่ดำ ! ฉันก็แค่มาดูความเป็นอยู่ของลูกชาย” เจ้าลูกชายตัวดียืนนิ่งไม่มีความทุกข์ร้อนใด ๆ

“ขอบพระคุณครับ อิงสบายดี คุณแม่จะกลับเลยก็ได้” เขาอมยิ้มพลางเอียงคอไปข้างหนึ่ง รู้สึกว่าตัวเองกำลังเครียดแต่ก็พยายามยิ้ม

“อย่าใจแคบนักอิงกาล แม่มาเพราะเป็นห่วง กินอยู่ยังไงกัน แม่ดำจะเอาอะไรเลี้ยง ? ” คุณนายไหมทองพูดอย่างที่ใจคิด

“ห่วงแต่ปากท้องของลูกชายหรือคะ ? ” ฝางเดินออกมาพลางถาม หญิงสาวยิ้มให้คุณนายไหมทองราวกับคุ้นเคยกันมาแสนนาน “คุณในเรือนไม่มีวันอดอยากหรอกค่ะ พี่ดำทำอาหารอร่อย ฝางก็ทำได้”

คุณโสนเชิดหน้าขึ้นทันที หายใจหอบเพราะเห็นฝางเดินออกมาจากห้องเดียวกับที่อิงกาลเดินออกมา ! “ไม่ว่าวันพระหรือวันธรรมดา หล่อนก็มีค่าแค่ไม่เป็นยาก็เป็นแค่อาหารจริง ๆ เลยนะ” เธอหัวเราะกลบเกลื่อนความโกรธ

“คุณโสนหัวเราะเสียงดังราวกับกำลังร้องไห้อยู่เลยนะคะ อารมณ์ดีมาจากไหนคะ ? ” ฝางยิ้ม แต่ลมปะทะหน้าของอีกคนราวกับพายุ ! คุณโสนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกตบหน้าฉาดใหญ่ ! คุณนายไหมทองรั้งแขนหล่อนไว้ ก่อนที่คุณโสนจะก้าวเข้าไปใกล้ตัวฝาง “แม่โสน ! ” คุณโสนชะงักแล้วเดินไปเกาะแขนอิงกาลทันที

“พี่อิงคะ ! จะอยู่เรือนนี้ก็ไม่มีใครว่าหรอกค่ะ ยังไงก็บ้านของเรา สักวันพวกปลวกเพลี้ยก็ต้องออกไป น้องมาหา น้องคิดถึง ! ” หล่อนยิ้มทั้งตาทั้งปากใส่ตาของชายหนุ่ม อิงกาลก้มลงมองพลางหัวเราะ เขาไม่ได้ขยับกายหลีกหนีหล่อนสักนิด

“คงอยู่อีกนานนะคุณโสน มาทำไมครับ ? ไม่ไปเรียนหนังสือเหรอ ? ”

“โสนว่างค่ะวันนี้ เรียนยังไงก็มีกินจนชั่วลูกชั่วหลานค่ะ พี่อิงไม่ต้องห่วง”

ฝางยืนมองภาพนั้นอยู่อย่างสงบนิ่ง ความเจ็บปวดไม่ควรจะบังเกิดแก่ตน ด้วยนี่คือเรือนของเรา องค์อังควิภาในกายฝางนิ่งจนทั้งดำและอิงกาลทำตัวไม่ถูก

“คุณแม่จะกลับเลยไหมครับ ? ”

“ทำไมต้องรีบกลับ มีอะไรหรือ ? แม่ว่าจะเดินเข้าไปดูผลไม้ผักหญ้าในสวนเขาหน่อย หน้าฝนไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง คนสวนก็ไม่มีแม่ดำคงทำอะไรคนเดียวไม่ได้ดีนัก”

ดำยิ้มเจื่อน แต่ก็ไม่ได้โกรธเพราะพอจะรู้จักคุณนายไหมทองอยู่บ้าง “ตามสบายเถอะจ้าคุณนาย ที่นี่ไม่มีอะไรเป็นของเราแล้ว อีกไม่กี่วันก็จะไปแล้วค่ะ”

“จะขุดไปทั้งเสาเรือนเลยหรือไม่ ? ” ฝางถาม

“ทำไมหล่อนถามอย่างนั้นล่ะแม่ฝาง ? ฉันก็แค่อยากมาดูแลให้มันดี ลูกฉันมาอยู่ที่นี่ฉันก็ต้องดูแล แล้วหล่อนจะย้ายไปเมื่อไหร่กัน ? ”

“คุณในเรือนไม่ให้ไป” ฝางตอบหน้านิ่ง

คุณโสนฟาดเข้าที่ต้นแขนของชายหนุ่มทันที “พี่อิง ! ”

“ว่าไงพ่ออิง ? จริงหรือลูก ? ”

“จริงทุกคำครับ” สีหน้าของอิงกาลไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ เลย ดำหัวเราะออกมาทันที “ตาย ๆ อูย ! สนุกจริง ๆ แม่นางฟ้าแม่นางสวรรค์ของดำ สาธุนะเจ้าคะ”

“รุ้งมานี่หน่อย” ฝางเรียกเพื่อนที่หลบอยู่อีกห้องทันที “มาไหว้คุณนายไหมทองกับคุณโสนจ้ะ อีกไม่นานคงหอบผ้ามาเฝ้าลูกชายและผู้ชาย เราจะได้อยู่พร้อมหน้ากันเสียที” ฝางเชิดหน้าสั่งราวกับเป็นผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน

“หล่อนก็พูดเกินไปแม่ฝาง” คุณนายไหมทองตำหนิตรง ๆ

สายรุ้งเดินหน้าเจื่อนออกมาพลางยกมือไหว้แขกผู้มาใหม่ท่วมหัว “สวัสดีค่ะ หนูชื่อรุ้งเป็นเพื่อนของฝาง”

“เรานอนห้องแม่ฝางเรอะ ? ” คุณนายไหมทองถาม

“ไม่ใช่ค่ะ….นอนกับพี่ดำ”

“ทำไมหล่อนไม่นอนกับเพื่อนหล่อน ? ! ” คุณโสนถามทันที

“คือ….คือฝาง” สายรุ้งอึกอัก รู้สึกเหมือนใจจะขาด ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เจรจากันด้วยน้ำเสียงที่ไม่รื่นหูเอาเสียเลย แม้จะไร้ถ้อยคำหยาบคาย แต่สายรุ้งกลับรู้สึกราวกับตัวเองกำลังอยู่ในสงคราม

“อย่าซักเลยคุณแม่ เข้าไปในสวนเถอะครับ อย่าห่วง อิงอยู่ที่นี่สบายดีและสบายใจ” คนพูดยิ้มหวาน

“แม่เข้าใจ ว่าแต่มีห้องว่างอีกไหมที่นี่ ? ”

“คงต้องปลูกเรือนใหม่ให้สมฐานะค่ะ มาอยู่เสียที่นี่ก็ดีเหมือนกันนะคะ”

“แม่ฝาง….ฉันว่าหล่อนพูดจาแปลก ๆ นะวันนี้ ปกติก็ไม่พูดไม่จาอะไรกับใครเขา ไม่สบายหรือ ? ” ร่างบางเชิดหน้าขึ้นทันที หล่อนห่วงหน้าตัวเองหรือห่วงอะไรกันแน่แม่จีบ ? ความดีหล่อนมีปรากฏด้วยหรือในชาตินี้ ? หล่อนสนใจฝางเพราะเหตุใดกัน ? เพราะชีวิตลูกชายของหล่อนอยู่ในมือของฝางเท่านั้นใช่หรือไม่ ? เจ็บปวดหรือไม่ที่ลูกชายสุดที่รักทิ้งทุกอย่างมา ก่อนที่หล่อนจะได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ หล่อนทำร้ายจิตใจใครบ้าง ร่างของฝางมองคุณนายไหมทองอย่างผู้ชนะ อิงกาลรู้ได้ด้วยตัวเองว่าคุณแม่กำลังพบกับคนที่น่ากลัวเข้าให้แล้ว “คุณแม่….ไปดูสวนเถอะครับ” อิงกาลขอร้องมารดา แล้วแกะมือของคุณโสนออกจากแขนของตัวเอง ความเงียบร้ายกาจนักในความรู้สึกของอิงกาล คนบางคนคงกำลังเอ่ยอะไรอยู่ หากแต่ไม่มีผู้ใดได้ยิน

“คุณป้าถามทำไมไม่ตอบ ? ! ” คุณโสนปรี่เข้ามาผลักฝางให้หลุดจากภวังค์ หล่อนยืนนิ่งนานเกินไปแล้ว ! ฝางเซไปเล็กน้อย ก่อนจะยืนเป็นปกติได้ในเวลาไม่นาน หล่อนมองที่มืองามของคุณโสนนิ่ง แหวนทองประดับเพชร 3 เม็ดเรียงกันนั้นโดดเด่นนัก เพชรน้ำงามถูกเจียระไนอย่างประณีต แสงวาววับสะท้อนเข้าใส่ดวงตา แสงแห่งความงดงามนั้นราวกับวิมานในยามที่ปรากฏขึ้นสู่โลกา “แหวนหมั้น ! ไม่เคยเห็นหรือไง ? ”

“ของผู้ใด ? ” ฝางถามหน้านิ่ง

“พี่อิงให้….คุณป้าหมั้นฉันไว้นานแล้ว”

“เมื่อวานนั้นหรือเรียกว่านานนักหนา ? ” ฝางยังถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“แก ! แกรู้ได้ยังไง ! ” คุณโสนหน้าซีด เรื่องนี้ไม่มีวันที่ใครจะล่วงรู้ คุณป้าเป็นคนไปหาเธอและจัดแจงให้สวมแหวนนี้เพื่อยืนยันว่าเธอคือคู่หมั้นของอิงกาล หากแต่การนี้นั้นไร้ซึ่งพิธีการใด ๆ

“หาได้รู้อะไรไม่ ก็แค่คาดเดา” ฝางยิ้มให้คุณโสนอย่างงดงาม

“ตายแล้ว ! งั้นพี่ดำก็ถูกเรียกว่าคู่หมั้นได้นะสิคะ ดูนี่สิ ! ทองตั้งหลายบาทเชียว พ่ออิงถอดสร้อยให้เองกับมือ” ดำแสร้งทำสีหน้าจริงจัง ใจจริงอยากจะหัวเราะให้เรือนพังลงต่อหน้าต่อตาทีเดียว

สายรุ้งเกาศีรษะยิก รู้สึกเหมือนกำลังดูละครอยู่ไม่มีผิด แต่ที่น่ากลัวที่สุดเห็นทีจะเป็นเพื่อนรัก ทำไมจึงได้พูดจาประหลาดอย่างนั้น “ฝางหายแล้วเหรอ ? ”

“ไม่ได้เป็นอะไรหรอกรุ้ง คุณในเรือนคะ คุณแม่หมั้นให้แล้วจะว่าอย่างไร ? ”

“ถามโง่ ๆ พ่อแม่ให้หมั้นเขาก็ต้องหมั้นนะสิ ส่วนหล่อนช่วยย้ายร่างและความอับอายออกไปเสียทีเถอะ” คุณโสนไล่อย่างสะใจ รู้สึกเหมือนตัวเองชนะคนทั้งโลก

“การวิ่งตามใครสักคนเหนื่อยนัก คุณในเรือนก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน จึงได้ย้ายมาที่นี่เสียเอง จริงไหมคะ ? ” ฝางหันหน้าไปถามอิงกาล “หากแม้การหมั้นไม่ได้เกิดจากความต้องการ ก็อย่าได้โป้ปด หาไม่แล้วจะไม่มีวันได้พบกันอีก” คนพูดยิ้มหน้าซื่อ ดวงตาของหล่อนแวววับงดงาม ความจริงเป็นอย่างไรเขารู้ดี อิงกาลรู้ดีว่าฝางกำลังจะจากไป พร้อมจะจากไปอยู่ตลอดเวลา เรื่องหมั้นไม่เคยต้องการแต่ความเป็นลูกก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง

ร่างองค์อังควิภาปรากฏขึ้นในความมืดในหัวของอิงกาล เมื่อเขากำลังพยายามหลบหนีปัจจุบัน ไม่อยากจะสบตาฝางยามที่หล่อนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่เขาก็ได้เห็นภาพนางผู้มาไกลในโสตประสาท เขาสะบัดหน้าให้ตัวเองตื่น

“คุณแม่คงทำอย่างนั้นจริงครับ” อิงกาลจำแหวนประจำตัวของมารดาได้เป็นอย่างดี เสียงหัวเราะของคุณโสนดังก้องด้วยความพอใจ แต่ฝางกำลังน้ำตาคลอ หญิงสาวรำพึงอยู่เพียงในใจ ใครกันหนออนุญาตให้เราได้ยินความคิดของผู้อื่น สีหน้าของฝางในยามนี้เหมือนคนที่กำลังจะเป็นลมล้มพับลงไปต่อหน้าต่อตา

“ชัดหรือยังแม่คุณ ? เธอมันก็เป็นได้แค่ยา จะร้องไห้ก็ไม่มีใครว่านะ ฉันเข้าใจ” คุณโสนหัวเราะ อิงกาลหันไปมองฝางอย่างเป็นห่วง สีหน้าของฝางเหมือนคนที่กำลังจะหลับ ผิวขาวนวลซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มไม่รอช้า อุ้มร่างของฝางขึ้นแนบอกทันที “พี่อิง ! ! ” คุณโสนตะโกนลั่น แล้ววิ่งตามชายหนุ่มเข้าไปในห้องนอนของแม่บัวทันทีเช่นกัน

“มันคืออะไรรึแม่ดำ ? ทำไมอยู่ดี ๆ เป็นลมเป็นแล้งไป ? ” สีหน้าคนถามดูเป็นห่วงเป็นใยไม่น้อย ทำให้ดำรู้สึกเคารพขึ้นมาทันใด

“คงเสียใจเรื่องต้องย้ายออกจ้ะคุณนาย ไหนจะต้องเรียนหนังสืออีก วันนี้เห็นทีจะไม่ได้ไปเรียนแล้ว ถ้าคุณนายอยากไปดูในสวนก็ไปกันเถอะจ้ะ ฉันจะพาไปเอง ทางนั้นพ่ออิงเขาคงดูแลได้ ไปกันเถอะ อ้อ ! รุ้ง เข้าไปดูฝางหน่อยละกันนะ เผื่อต้องหาหยูกยา”

“ได้จ้ะพี่ดำ” สายรุ้งไม่รอช้า รีบวิ่งเข้าไปในห้องนอนทันที



อิงกาลวางร่างของฝางลงบนที่นอนอย่างหวงแหน เขาไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากนั่งอยู่ใกล้ ๆ ฝางหลับตานิ่งแม้รับรู้ทุกการเคลื่อนไหว “ทำไมร่างกายถึงได้อ่อนแอนัก เธอจะอยู่ในเรือนนี้ได้ยังไงกันฝาง ? ” หญิงสาวถามตัวเองในใจ หวังเหลือเกินว่าพี่อันน์จะได้ยิน “อย่าหวังอะไรอีกเลยเจ้า” เสียงหวานลอยมาตามสายลม หากแต่มันไม่ใช่เสียงของพี่อันน์เลย “รู้หรือไม่เหตุใดเราจึงมาได้ไกลถึงเพียงนี้ ? ” อังค์อังควิภาปรากฏกายขึ้นที่ปลายเตียง ในขณะที่ฝางยังหลับตา เธอมองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงเสียงเท่านั้นที่นางผู้มาไกลอนุญาตให้ได้ยิน

“ไม่รู้ได้ไหมคะ ? ” เธอตอบกลับในความคิด

“ต้องรู้ ! ! ไปเสวยสุขมาเสียนาน ลืมหมดทุกสิ่งอย่างได้อย่างไรกัน ? ”

“ตั้งแต่เกิดมาก็มีแต่แม่กับพี่ดำ ฝางไม่เคยจำว่าอะไรคือสุขหรือทุกข์ค่ะ”

“กระนั้นหรือ ? อะไรบังตาเจ้า ? นับจากวันนี้ไป ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าความหนาวเย็นในหัวใจเป็นอย่างไร ! ” สองมืองามไขว่คว้าปัดป้องไปรอบกาย ฝางลุกขึ้นนั่งทั้ง ๆ ที่ยังหลับตา “ปล่อย !  ปล่อยฝาง ! ”

ภาพตรงหน้าทำให้คุณโสนถึงกับถอยหลังออกมา ฝางหน้าซีด ปากสั่นราวกับผีเข้า “แม่นี่ต่างหากเป็นผี ! ไม่ใช่ผีเข้าสิงพี่อิงหรอก ! หาอะไรมาฟาดมันเร็วเข้า ให้มันสลบไปจะได้หายบ้า ! ” คุณโสนยืนหันรีหันขวางก่อนจะวิ่งไปคว้าแจกันใส่ดอกไม้ที่วางอยู่ข้าง ๆ โต๊ะเครื่องแป้งมาทันที อิงกาลตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า เขาลุกขึ้นโผเข้าบังร่างของฝางไว้ก่อนที่อะไรหนัก ๆ จะฟาดเข้าที่ศีรษะของชายหนุ่มอย่างจัง

“พี่อิง ! ” เศษแจกันแตกกระจายลงพื้น เลือดนองอาบหน้าของชายหนุ่ม ทำให้เขาต้องปล่อยร่างฝางลงบนเตียง โชคดีที่อีกคนสงบลงแล้ว แต่อิงกาลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหลับ เสียงคุณโสนที่เรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ ดังลั่นห้อง

“คุณโสน ! ทำไมต้องตี ตายแล้ว ๆ ๆ พี่ดำ คุณนาย ! ” สายรุ้งวิ่งวนไปรอบห้องด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปข้างนอก “คุณโสนตีหัวคุณอิงค่า ช่วยด้วย ! ”

คุณโสนยืนหน้าซีดปากสั่นด้วยความตกใจ “พี่อิงคะพี่อิงเป็นยังไงบ้างคะ ? น้องขอโทษ” หญิงสาวน้ำตาคลอ หล่อนเข้าไปจับแขนของชายหนุ่มอย่างเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร ให้คนไปตามหมอที่บ้านมา อย่าบอกใครว่าคุณโสนทำ พี่จัดการเอง” ชายหนุ่มหายใจหอบ “รีบไป ! ฝางไม่สบายและพี่ก็มีแผล คุณโสนรีบไป” อิงกาลดันร่างหล่อนให้ออกเดิน ในขณะที่ตัวเองกำลังรู้สึกเหมือนโลกหมุนคว้าง คุณโสนไม่รอช้า หล่อนรีบวิ่งลงจากเรือนทันที โชคดีที่ยังไม่มีใครกลับขึ้นมา

อิงกาลหายใจหอบ แม้จะรู้สึกเจ็บที่แผล แต่ก็ยังรู้สึกใจชื้นที่ฝางสงบลง เขาคว้าผ้าห่มแพรที่เตียงมากดที่แผลไว้ไม่ให้เลือดออกมากเกินไป ขณะที่กำลังนั่งหันหลังให้ฝางเพื่อเช็ดเลือดของตัวเอง ความเย็นก็ครอบคลุมไปทั่วกาย ชายหนุ่มหันหลังกลับมาทันที

“เจ็บไหมคะ ? ” ฝางถาม หล่อนลุกขึ้นนั่งเมื่อใดก็ไม่อาจรู้ได้ ดวงตาดำขลับมองเขาอย่างไร้เยื่อใย ดูเหมือนฝางไม่ได้รู้สึกตกใจกับเลือดที่กำลังไหลอาบใบหน้าของเขาเลย “ถามว่าเจ็บไหมคะ ? ”

อิงกาลสบตาหล่อนไม่นานก็ลุกขึ้นยืน เขาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าคือใครจึงรู้สึกไม่ปลอดภัย “ก็….นิดหน่อยครับ คุณเป็นใคร ? ทำไมอากาศรอบตัวเราถึงได้เย็นขนาดนี้” ชายหนุ่มมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตะวันโผล่ขึ้นมาให้เห็นนานแล้ว หากแต่ในห้องนี้กลับเต็มไปด้วยหมอกควันและความเย็น

“ฝางเอง เขาไปแล้ว” หญิงสาวลุกขึ้นจากเตียงนอน พยายามเดินหลบเศษแจกันที่เกลื่อนอยู่เต็มพื้นอย่างระมัดระวัง “อากาศเย็น ๆ ก็เหมาะกับคุณในเรือนดีออก วันพระจะได้ไม่ร้อนไง” อิงกาลรู้สึกหายใจโล่งขึ้น เพราะคนที่พูดจาห้วน ๆ กลับมาแล้ว

“ขอบใจนะ แต่พี่กำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะคว่ำ ฝางดูออกไหม ? ” ชายหนุ่มยิ้มจาง เขาก้าวขึ้นเตียงนอนทันที ฝางยืนห่างออกมาจากเตียงไม่มาก มองคนตรงหน้าไร้ความรู้สึก “คนหายไปไหนกันหมด ? ”

“นี่ไม่รู้ตัวเลยจริง ๆ สินะว่าทำอะไรลงไป” อิงกาลหัวเราะ

“จะไปเรียน” ฝางตอบพลางมองไปรอบ ๆ ห้อง

“ฝางครับ พี่กำลังบาดเจ็บ ฝางเห็นใช่ไหม ? ” อิงกาลถามสีหน้าจริงจัง เขารู้สึกเหมือนตัวเองไร้ค่าสิ้นดี เพราะคนที่เขาอุ้มกลับมาเมื่อครู่มองไม่เห็นแม้แต่เลือดของเขา ฝางแบมือตัวเองออกดูทั้งสองข้าง ไม่มีเลือด ไม่มีอาการบาดเจ็บใด ๆ เธอถอนใจออกมาทันที “หาคนทำผิดได้หรือยัง ? จับผีกันเลยไหมล่ะ ? ฝางไม่ได้ทำ”

อิงกาลมองหล่อนอย่างผิดหวัง ก่อนจะหันหน้าหนี “ก็ใช่ ! ฝางไม่ได้ทำ คู่หมั้นพี่ทำเองแหละ เดี๋ยวหมอก็มา ไปเรียนเถอะ ! ” เขาไม่อยากจะเห็นแววตาของฝางในยามนี้ เขาทั้งเจ็บใจและเจ็บกายอย่างบอกไม่ถูก

“ถ้าถูกตีเพราะฝางก็ขอโทษด้วย ไม่รู้ว่าใครคือคู่หมั้นแต่เดี๋ยวเขาคงมา” ฝางพูดจบก็หันหลังให้ชายหนุ่ม “อย่ามาโกหก ! ได้ยินเต็มสองหูว่าไม่ได้เต็มใจหมั้น มีหรือจะเดาไม่ออกว่าใครตี ! จะให้คนมาตายบนเรือนตัวก็เอา ! ไปเอาน้ำมาล้างเลือด ! เดี๋ยวหมอมา” ชายหนุ่มสั่ง เขาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองฝาง หมอกเย็น ๆ ปกคลุมไปทั่วห้องอย่างน่าอัศจรรย์ “ยืนอยู่ทำไม ? ! บอกให้ออกไป” อิงกาลยังสั่งไม่หยุด

ฝางหันหน้ากลับมามองเขาด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก วันพระยังอยู่อีกไกลนัก คนตรงหน้าจึงได้ยังมีแรงมาตะคอกเธออย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ทำไมห้องนี้จึงได้เยือกเย็นนัก ? ฝางรู้สึกหนาวเย็นจับขั้วหัวใจในขณะที่ชายหนุ่มกำลังจ้องมองมา หญิงสาวคิดในหัวอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง อิงกาลควรจะล้มตัวลงบนเตียงแล้วด้วยซ้ำในสภาพร่างกายอย่างนี้ แต่เขากลับยังนั่งอยู่ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไม่เจ็บหรือ ? ”

“เจ็บสิ ! เจ็บมากด้วย ! จะหลับอยู่แล้ว หมอไปอยู่ไหนกันก็ไม่รู้ ทำไมไม่มีใครมาเลย คุณโสนนี่ก็พูดจาไม่รู้เรื่อง บอกให้ไปตามหมอ ! แล้วนี่พี่ดำ คุณแม่ เจ้ารุ้ง หายไปไหนหมด ? ! ”

ฝางหันไปมองที่ประตู มองไม่เห็นใครเช่นกัน “คุณในเรือน….เราอาจจะไม่ได้อยู่เรือนฝางแล้ว ที่นี่ไม่มีกลิ่นดิน ฝางไม่ได้ยินเสียงใคร แม้แต่เสียงนกในสวนก็ไม่มี”

อิงกาลสบตาหญิงสาวนิ่ง เขาหันไปมองรอบกาย ทุกอย่างยังเหมือนเดิม มีเพียงหมอกควันเย็น ๆ รอบกายเท่านั้นที่ดูเหมือนจะหนาตาขึ้นเรื่อย ๆ

“แล้วคิดว่าอยู่ที่ไหน ? ”

“เมฆ” ฝางตอบแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างทันที สูงลิบลิ่วไร้ผู้คนรอบกาย ข้างล่างเคว้งคว้างดั่งลำธารแห่งเมฆหมอก แม้เสาเรือนก็มองไม่เห็น ความหนาวเย็นปกคลุมกายคล้ายจะผสานเข้าร่าง ฝางล้มลงนั่งกับพื้นด้วยความตกใจ น้ำตาใส ๆ ไหลออกมาอาบแก้ม “ทำไม…..ทำไมรู้ ? ” น้ำตาไหลลงมาราวกับทำนบที่กั้นไว้พังทลาย ฝางรวบปลายผมของตนมากำไว้ในมือแน่น ด้วยเป็นสิ่งเดียวที่คิดว่าจะช่วยเตือนสติตนได้ว่าเราเป็นใคร ! อิงกาลลุกขึ้นจากที่นอนอย่างช้า ๆ เขาตกใจไม่แพ้ฝาง หากแต่พยายามคิดว่าตัวเองกำลังฝัน เราอาจจะกำลังถูกใครสะกดไว้เพราะร่างกายของเขากำลังบาดเจ็บ

“ฝาง….เรากำลังฝัน ไม่มีอะไรหรอก อย่าร้องไห้เลยนะ”

“จะฝันได้อย่างไรในเมื่อพึ่งตื่นขึ้นมา ? เขาตั้งใจให้ฝางรู้ เขาตั้งใจทำให้ฝางเจ็บ”

“ใครครับ ? บอกพี่ได้ไหม ? ” อิงกาลพยายามรวบรวมสติ ฝางกำลังเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัด หล่อนถอยเข้าไปพิงข้างฝาราวกับกำลังจะหาที่ยึดเหนี่ยว “ฝางใจเย็น ๆ เราอยู่กับปัจจุบันไว้นะ มันเป็นแค่ความฝัน”

“ไม่ใช่ความฝัน ทุกครั้งที่ไม่รู้เรื่องทั้ง ๆ ที่มีร่างกาย ทุกครั้งที่ทำอะไรลงไปไม่รู้ตัวเพราะอยู่ที่นี่นี่เอง” หญิงสาวร้องไห้ตัวโยน หล่อนกรีดร้องด้วยความรู้สึกอ้างว้างอย่างที่สุด ฝางปล่อยให้ตัวเองร้องไห้เสียงดังอยู่ไม่นานก็ปาดน้ำตาออก ปลุกตัวเองให้มีสติ “คุณในเรือน….จิตฝางถูกขังไว้ที่นี่ คุณในเรือนมาได้ยังไง ? ” ฝางที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงหน้าเหมือนคนละคนกับคนที่เขารู้จักมาตั้งแต่ยังเด็ก เธอเหมือนคนหลงทางไร้ที่ยึดเหนี่ยว ชายหนุ่มเข้าไปโอบร่างที่นั่งอยู่ด้วยความรู้สึกสงสารอย่างที่สุด




Create Date : 13 สิงหาคม 2563
Last Update : 13 สิงหาคม 2563 18:05:35 น. 0 comments
Counter : 76 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#16


 
Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.