เพียงดาวนฤมิต

เทือกเขาสูงซึ่งทอดยาวขวางระหว่างท้องทุ่งกว้างใหญ่กับป่าทึบ น้อยคนนักที่เดินทางจากดินแดนแห่งแสงตะวันผ่านหุบเขาเข้าสู่ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ยิ่งน้อยคนที่เดินทางจากดินแดนแห่งพรรณไม้ลัดเลาะโตรกเขาออกสู่ทุ่งกว้าง

ในจำนวนน้อยแสนน้อยเหล่านี้ จะมีสักกี่คนที่เคยได้ยินตำนานแห่งขุนเขา จะมีสักกี่คนที่ได้รู้ว่า

ณ ที่นี่ ... เคยมีรัก



เสียงพยัคฆ์ขู่คำรามดังก้องชายป่า มิใช่ด้วยความดุร้าย หากเป็นเพราะสัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัวจากภัยคุกคาม ว่ากันว่าพยัคฆ์น่ากลัวที่สุดยามเมื่อมันบาดเจ็บ และครั้งนี้ก็มิใช่ข้อยกเว้น

เสียงฝีเท้าของคนสองคนก้าวเหยียบใบไม้แห้งร่วงหล่นดังกรอบแกรบ หนึ่งคนถือหอกสั้นเป็นอาวุธ ส่วนอีกหนึ่งคนถือธนู ทั้งสองก้าวย่างอย่างระแวดระวังภัย จวบจนพบเห็นเลือดกองใหญ่หลังจากที่ตามหยาดหยดของเหลวสีแดงนี้มาพักใหญ่

ว่ากันว่ามนุษย์อ่อนแอที่สุดยามเมื่อมีความประมาท ครั้งนี้ก็มิใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน

“ทรงพระปรีชายิ่งพระเจ้าค่ะ เห็นทีมันจะบาดเจ็บหนัก”

คนถือธนูหัวเราะด้วยความลำพองใจ และนั่นคือเสียงที่เปล่งออกมาครั้งสุดท้ายของชีวิต เมื่อวินาทีต่อมาเสียงนั้นถูกกลบด้วยเสียงอันเกรี้ยวกราดของเสือลำบาก!


ยามรุ่งอรุณแห่งวัน แสงแดดอ่อนจับต้องยอดไม้ หญิงสาวชาวป่าเดินทอดน่องเก็บสมุนไพร ไม่มีเรื่องอันใดให้ต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา จะกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี ป่าแห่งนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน สมุนไพรต่างๆ ยังรอให้นางเก็บอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เช่นเดียวกับลำธารสายเล็กๆ ที่รอนางอยู่เบื้องหน้าอีกไม่กี่อึดใจ

นางไม่รู้หรอกว่าลำธารสายนี้ไหลมาจากที่ใด และไหลไปสู่แห่งใด รู้แต่เพียงว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในหมู่บ้านสั่งนักสั่งหนาอย่าข้ามไปชายป่าฝั่งโน้นเป็นอันขาด เพราะเป็นถิ่นแห่งพยัคฆ์ร้าย

หากมิใช่ว่านางต้องมาเก็บยอดของพรรณพืชชนิดหนึ่ง เพื่อไปปรุงเป็นยาสมานบาดแผลคนในหมู่บ้านแล้วละก็ นางจะไม่เยื้องกายมาแถบนี้แม้เพียงครึ่งก้าว

ขณะที่นางวักน้ำล้างหน้าเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ สายตาก็พลันมองเห็นร่างหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล ร่างนั้นจมน้ำแค่ครึ่ง ด้วยแขนโอบกอดฉุดรั้งไว้กับโขดหิน มือที่สั่นระริกคือสัญญาณแห่งการมีชีวิต แต่นั่นก็คือสัญญาณแห่งการอ่อนแรง
ชายต่างถิ่นผู้บาดเจ็บได้รับการเยียวยาจากหมอในหมู่บ้าน โดยมีข้อแม้ หายดีเมื่อไรต้องจากไปในทันที ที่แห่งนี้มิต้อนรับคนแปลกหน้า

แต่สิ่งที่เพิ่มพูนไปพร้อมๆ กับอาการบาดเจ็บทุเลาลงคือ ความรักที่มีต่อหญิงผู้ช่วยชีวิต ใครจะต้านพรหมลิขิตได้ฤา

ก่อนจากไป ชายผู้นั้นได้ให้สัญญาว่าจะกลับมา และวันนั้นเขาจะมิใช่คนแปลกหน้าอีกต่อไป

จากวัน เป็นเดือน และเป็นปี มิรู้นานเพียงใดที่หญิงสาวชาวป่ารอคอยคนที่รักดั่งดวงใจ สายน้ำ ลำธารที่ใครๆ หวั่นเกรงนักหนา นางกลับมาบ่อยแสนบ่อย เพียงเพื่อเฝ้าคอยคนผิดสัญญา!


คำเล่าลือต่อๆ กันมา บ้างก็ว่าชายผู้นั้นคือกษัตริย์แห่งทุ่งกว้างซึ่งมิอาจละทิ้งราชบัลลังก์ บ้างก็ว่าคือทหารคู่ใจพระราชาซึ่งจงรักภักดีต่อมาตุภูมิ บางเสียงมิระบุเป็นผู้ใด เพียงบอกว่าชายต่างถิ่นผู้นั้นถูกพยัคฆ์ร้ายจับกินเสียตั้งแต่ก่อนออกจากป่า

ร้อยคนก็ร้อยคำพูด หากมีอยู่เรื่องหนึ่งที่เล่าตรงกันเป็นเสียงเดียว ตรงบริเวณลำธารซึ่งเป็นที่พบกันครั้งแรกนั้น หญิงสาวตรอมใจร่างล้มลงบังเกิดเป็นขุนเขาสลับซับซ้อนกั้นขวางระหว่างป่าทึบถิ่นของนางกับทุ่งกว้างถิ่นของชายผู้เป็นที่รัก

จะร้อยวันพันปี นางจะรอสัญญาอยู่ที่แห่งนี้เป็นนิรันดร์

ณ ที่แห่งนั้น ถูกขนานนามในเวลาต่อมาว่า


“หุบเขานางคอย


------------------------------------------------


...สายลมแห่งขุนเขายังคงพัดแรง หากบนยอดผาเดียวดายในยามนี้ปรากฏร่างคนสองคนยืนต้านกระแสลมอย่างไม่กลัวหนาวเหน็บ

“ข้ามีอะไรจะให้ท่านดู”

เป็นประโยคที่ชักพาให้องค์ภานรินทร์ฐิติวัสส์ตามเจ้าหญิงกฤติการัชกรขึ้นมาบนนี้


ผืนป่ากว้างที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาสลับซับซ้อนปรากฏอยู่ในสายพระเนตร


“ข้าปรารถนาจะมองไปให้ถึงแคว้นจักรภัทรของท่าน”

ทั้งคนพูดและคนฟังต่างรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ระยะห่างระหว่างแคว้นนั้น ‘ไกลเกินไป’


คำถามซึ่งยังไม่ได้รับคำตอบจึงถูกยกขึ้นมาใหม่โดยผู้ถามคนเดิม

“ท่านเชื่อตำนานแห่งหุบเขานางคอยหรือไม่”

กษัตริย์หนุ่มทรงหลับพระเนตร ตำนานที่ผู้คนเล่าขานกันสืบมานับร้อยปี หญิงสาวผู้รอคอยคนรักอยู่เนิ่นนาน

“กายคนไม่อาจกลายเป็นภูเขา มีแต่ใจคนเท่านั้นที่หนักแน่นมั่นคงดั่งขุนเขา”

สายพระเนตรอันคมกล้าลืมขึ้นมายืนยันคำพูด

“หม่อมฉันสัญญาไม่ได้ว่าจะกลับมาอีกเมื่อใด แต่ขอให้คำมั่นไว้ ณ ที่นี้ ในฤทัยของหม่อมฉันจะมีฝ่าพระบาทเพียงผู้เดียว”

อากาศอันหนาวเย็นพลันอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ในพระทัยของเจ้าหญิงกฤติกาทรงไม่หวั่นเกรงสิ่งใดอีกแล้ว ด้วยประโยคนี้เพียงประโยคเดียว แม้ต้องทรงกลายเป็นภูเขาก็ยินยอม

“หากไม่ลืมกัน โปรดมองกลับมายังที่ตรงนี้ บนยอดผาเดียวดายแห่งหุบเขานางคอย มีข้าผู้ทุกข์ทรมานรอและคิดถึงท่านอยู่...ทุกลมหายใจ”







Create Date : 26 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 26 กุมภาพันธ์ 2552 15:58:41 น. 2 comments
Counter : 816 Pageviews.

 
อ่านเรื่องของ "องค์ดาว" แล้ว จะมีของ "องค์เดือน" มั๊ยเนี่ย


โดย: kaew IP: 124.157.192.48 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:20:44:24 น.  

 
ทำไมเจ้าสำราญเขียนหนังสือให้ลุ้นเรื่อยเลย อ่านศรีสองรักแล้ว ยังมีให้ต่ออีก รอแล้วรอเล่า


โดย: แม่มดน้อย IP: 58.137.154.99 วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:8:57:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 
 

คั่วกลิ้ง
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]





----------------------------------------
[Add คั่วกลิ้ง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com