Group Blog
 
All Blogs
 

เกาสง... ไทเป... ความทรงจำที่ไม่อยากให้ลางเลือน...

*** Ta Bu Ai Wo ***


Ta Bu Ai Wo,Que Shou De Shi HouTai Leng Qing
Yong Bao De Shi Hou Bu Gou Kao Qing

Ta Bu Ai Wo, Shuo Hua De Shi Hou Bu Leng Zhen
Zhen Mou De Shi Hou You Tai You Qing

Wo Zhi Dao, Ta Bu Ai Wo
Ta De Yain Shen Shuo Chu Ta De Xin

Wo Kan Dao Le Ta De Xin Hai You Bei Ren Dou Liao De Bei Ying
Ta De Hui Ying Qing Que De Bu Gou Kan Qing

Wo Kan Dao Ta De Xin Yain De Zhen Shi Ta He Ta De Dain Ying
Ta Bu Ai Wo Xi Guan Ru Zhi Ta Hai Shi Yin Zou Le Wo De Xin

เพลงที่ลูกเพ่เสี้ยวของเราร้องในงานคอนเสิร์ตเจ๊ม๊อคหลังจากหายศรีษะไปนานนนน...
ฮืออออออ ร้องมาได้ว่า เขาไม่รักอ้วน.... เค้าออกจาร๊ากกกอ้วน... พี่(ลำ)เคน น้องก้อ(ลำ)เคนน๊า...
...คิดถึงไทเป... คิดถึงผู้ชายไต้หวันคนที่ทำให้เกิดบลอก...
...เค้าอ่ะยัง...บร้าเหมือนเดิม... แล้วก้อยังคงเป็น Sha Qing Ren คนเดิม... เข้าจายชิม่ะ....






เริ่มต้นที่เกาสง.....



8 มกรา
หลังจากเมื่อวานเหนื่อยมาทั้งวัน ทำเอานอนหลับเปนตาย วันรุ่งขึ้นก้อต้องตื่นแต่เช้าเพราะว่าวันนี้มีนัดสำคัญกับคนสำคัญที่เกาสง!!!

ก่อนที่จาไปถึงไต้หวัน ก้อตกลงกันว่าจาไปเกาสงด้วยเครื่องบิน เนื่องจากเราคงตื่นมานั่งรถกันไม่ไหว เพราะต้องใช้เวลานั่งรถประมาณ 5 ชม. พวกแรมน้อยอย่างพวกเราอึดไม่พอ ขอเก็บแรงเอาเวลาที่ใช้ในการนั่งรถไปทำอย่างอื่นดีกว่า... ไม่ใช่ว่าพวกเราจาไฮโซมาจากไหนนะ จริงๆ เราก้อลองดูการเดินทางอย่างอื่นแล้ว ทั้งรถไฟ รถตู้ รถบัส ขับรถเอง แต่ทุกทางมันท่าจายุ่งยากกว่าการนั่งเครื่องนะ ก้อเลยมาลงตัวที่เครื่องที่ราคาไม่แพงเท่าไหร่ (กัดฟันพรืดเยย..ฮ่าๆๆ แต่ถ้าให้เลือกใหม่ ก้อขอนั่งเครื่องอยู่ดี)

ก้อนั่งหาไฟล์บินและราคากันไป สรุปก้อมาจบลงที่ Mandarin Airlines (AE) ตั๋วบินไทเป - เกาสงนั้นเราตกลงหากันได้ก่อนที่จะซื้อตั๋ว กทม. - ไทเป ซะอีก... เรียกว่าแต่ละคนเตรียมตัวกันมาดีมาก ฮ่าๆๆ

แต่เนื่องจากสถานที่ ที่เราต้องการไปนั้น...มิมีผู้ใดในแก๊งเคยย่างกรายไปเลยสักคนเดียว มีการโทรสอบถามข้อมูลจากไกด์หยูก่อนออกจากเมืองไทยด้วย ไกด์จำเปนของเราก้อมีการถามยายต่อกันไปอีกทอด ยายของไกด์เถื่อนบอกว่า ไม่รู้เรื่องตั๋วเครื่องบิน เพราะส่วนใหญ่คนที่นี่เค้าไม่ค่อยนั่งเครื่องกันหรอก ส่วนใหญ่จานั่งรถเอา ทำไมเราไม่ไปรถไฟละ พวกที่นั่งเครื่องเปนนักธุรกิจทั้งนั้น !! โฮ....ยายขา..... พวกนู๋เนี่ยกาลังจาบินไปทำธุรกิจใหญ่...สำคัญสุดๆในชีวิตเลยทีเดียวอ่ะ.... ก้อเลยตัดสินใจเลือกบริการป้าเลน ให้ป้าเลนจัดการเรื่องตั๋วไป... (อุ๊..อุ๊...ทริปนี้เลยเรียกว่า ทริปบินก่อนจ่ายที่หลังครั้งที่ 1)

แล้วไฟล์บินที่จาไปเกาสงวันนึงเนี่ยมีเยอะแยะมากมายเหมือนกทม. - เชียงใหม่เลยที่เดียว เราเลยต้องทำการตัดสินใจเรื่องเวลาที่จะออกเดินทางกัน ฮ่าๆๆ แต่ละคนเปนคนตื่นเช้ากัน(โคดๆๆ) แต่เราก้อตามใจผู้สูงวัยกว่าทั้งหลายในการเลือกไฟล์

สรุปลงตัวกันที่ AE 257 บินกันตอน 8:15 (ทั้งๆที่แอบคิดในใจว่า จารีบไปไหนกันวะ... อุตส่าไม่ต้องนั่งรถแล้วออกจากไทเป 10 โมงก้อไปทันอ่ะ.. แต่ว่าทุกคนกัวหลง เลยต้องเผื่อเวลาคลำทางเอาไว้ด้วย) แต่เราต้องออกจากโรงแรม 7 โมงเพื่อไปขึ้นเครื่องเน้อ เพราะต้องนั่ง MRT สุดสายแล้วต่อรถแท๊กซี่ เพราะว่า MRT มันไปไม่ถึงสนามบิน (บอกแล้วว่าศึกษาเส้นทางมาดี) เราก้อฟื้นมาอาบน้ำคนแรก (จากที่คิดว่าไม่ตื่นแน่ๆ แต่...หึๆๆ ก้อมันตื่นเต้นเลยต้องตื่นอ่า...) แล้วลงมารวมพลกับคณะป้าทีจีที่ลอบบี้ แล้วเดินไปขึ้น MRT หน้าบ้านของเรา แต่ละคนเดินหมดสภาพเพราะตื่นเช้า หน้าตาฮาๆๆ.... ขึ้นๆ - ลงๆ เปลี่ยนสายรถไฟกันวุ่นวายจนถึงปลายทางสถานีสุดท้าย (มีคนบอกว่าค่ารถแท๊กซี่แพงมาก พวกเราเลยนั่ง MRT เพราะคิดว่าประหยัดกว่า) เราก้อทำเรียกแท๊กซี่ไปส่งที่ สนามบินสงสาน(ม่ายรู้จาเรียกว่าสนามบินอารายอ่า ออกเสียงปามานนี้อ่า...)

พระเจ้าจอร์จ... !!! มิเตอร์แท๊กซี่ยังไม่กระดิกเลยถึงสนามบินแล้ว ฮ่าๆๆ เดินลงจากรถแท๊กซี่ก้อยืนหัวเราะกันเองกะแผ่นที่ ที่เรามี เพราะในแผ่นที่มันดูเหมือนไกลจากสถานีมากๆๆ ก้อยืนขำๆ แล้วเดินไปเช็คอินขึ้นเครื่องกัน เครื่องถึงเกาสงปามาน 9 โมงนิดๆ

ขึ้นเครื่องปุ๊บเราก้อไม่พรืดพล่ามให้เสียเวลา นั่งหลับในทันที... ตื่นมาอีกทีเครื่องกำลังจาแลนด์แล้ว โอ้ว... ขอกาแฟกินหน่อยได้มั๊ย ง่วงนอนจาตายแย๊ววว... (แอร์เค้าเลิกเสิร์ฟแล้วอ่ะ คนนั่งข้างๆก้อดี๊ดี บอกว่าเห็นว่ากาลังหลับเลยไม่ปลุก ไม่เปนไรลงปายกินข้างล่างก้อล่ายฟร่ะ) ชอบนักบินจังขับเครื่องดีมากๆ ขึ้น - ลง นิ่มอยากให้บ้านเราเปนหยั่งงี้อ่า... (อยากโทรไปบอกเพื่อนๆ ทั้งหลายที่อยู่เมืองไทยตอนนั้นจังว่า ที่แกกัวอ่ะเค้าขับดีนะโว๊ยยย ให้มาลองนั่งดู...)


@@ ขับดี๊ดี เพราะกัปตันคนนี้แน่เลย @@


...กว่าจาออกจากสนามบินที่เกาสงมาได้ก้อกินเวลานานพอสมควร เพราะทั้งถามทาง และปรึกษากันถึงไฟล์กลับว่าจาซื้อไปก่อนหรือว่าจาซื้อตอนที่จะกลับเลย เพราะว่าจากที่ดูตอนขามาเครื่องเต็มทั้งลำอ่ะ... และที่น่าแปลกใจสำหรับพวกเรา (เรียกเสียงร้องอุ๊ยๆๆ!! ได้เปนทอดๆ) ตอนเราไปถึงอ่ะ สนามบินไฟดับทั้งสนามบิน โอ้วววว แต่ละคน ประเทศชาติ!! นิ่งกันมากๆๆ ในขณะที่เราตกใจอย่างแรง หลังจากวุ๊ยว๊าย... เตรียมตัวหนีออกจากสนามบินเพราะกลัวที่ไฟมันดันดับ แต่พอเห็นเค้านิ่งกัน เราก้อเลยเดินเข้าไปหา Info ที่แนะนำการท่องเที่ยวอยู่แถวนั้น (อีกแล้ว อยู่สนามบินต้องถามขอ Info แต่ที่นี่ดีก่าที่ไทเป พรืดจารู้เรื่องอ่า...)


@@ สนามบินเกาสง @@


หลังจากส่งภาษากันไป-มา เจ๊แกแนะนำให้พวกเรานั่งรถเมล์ไป แล้วก้อให้เจ๊แกเขียนชื่อสถานที่ห้างที่เราจาไปเปนภาษาจีนใส่กระดาษอ่ะ เผื่อว่าหลงจาได้เอาที่เขียนให้เค้าดู แล้วพวกเราก้อเดินลั้นลา...ออกจาสนามบินไป (หลังจากกลับมากทม. เพิ่งจารู้ว่าที่เกาสงมีที่เที่ยวมากมาย น่าเที่ยวทั้งนั้นเลย.... อืมมม ต้องกลับไป...)

แล้วพวกเราก้อนั่งรถเมล์ตามคำบอกของอินฟอเมชั่น คนขับรถเมล์ก้อใจดี๊ดี เราเอากระดาษให้เค้าดู เค้าก้อบอกว่าไม่ผ่านหน้าห้าง ให้เดินต่อไปอีกนิดนึง (นิดแม้วอ่า..เดินนานมาก) แต่ว่าถึงป้ายแล้วจาบอก แล้วพวกเราทั้ง 7 ก้อเปนยึดรถเมล์ตลอดการเดินทาง.. หนุกหนาน ปี้เอสไม่ได้ขึ้นรถเมล์มานานหลายปีหน้าตาตื่นเต้น ฮ่าๆๆ มีการเปิดหน้าต่างให้ลมเข้าอีกต่างหาก จนกระทั่งเจอแม่-ลูกคู่ประหลาด (ไอ้ที่ประหลาดอ่ะ ท่าทางจาเปงพวกเรานะ ฮ่าๆๆ) ที่ขึ้นมาที่หลัง ก้อพยายามชวนเราคุยมากมาย โชว์ความสามารถในหารนับเลขเปนภาษาอังกฤษให้เราฟังด้วย แล้วก้อถามเรื่องซึนามิ เราก้อพยายามอธิบายเหมือนเดิม กว่าจาลงรถก้อเมื่อยมือ เมื่อยปากไปตามๆกัน

พอลงรถเมล์เสียงบ่นหิว... ก้อเริ่มลอยมา โห.... 10 โมงเองหิวแล้วหรอเนี่ย..... แต่เพื่อความอยู่รอดเพราะคิดกันแล้ววันนี้ทั้งวัน เราต้องไม่ได้กินข้าวแน่ๆเลย งั้นไปหาอะไรลงท้องกันดีกว่า แล้วก้อเดินไปเจอร้านบะหมี่ - เกี๊ยว หน้าตาน่ากินร้านนึง จาสั่งยังไงเนี่ย.. ไม่มีรูปเลย... เดินไปกะปี้เอส เอาเจี๊ยวจึ แล้วก้อจิ้มๆ (เอาเหมือนตัวที่อาเจ๊ห่ออยู่อ่ะ..) แล้วก้อมองเข้าไปในร้านมีผู้ชายคนนึงนั่งกินอยู่ มีบะหมี่แห้งชามเล็กๆ และซุปที่ลอยด้วยเกี๊ยว จาอาวแบบน้านนน แต่อาเจ๊ท่าทางจาฟังเราไม่รู้เรื่อง บอกโอเคๆ ให้เราเข้าไปนั่งรอในร้านไม่ต้องมายืนกำกับ แล้วเราก้อได้ บะหมี่ เกี๊ยวน้ำ ชามยักษ์ กันมาคนละชาม (โอ้ววววว ตรูจากินหมดมั๊ยเนี่ย... ถึงตัวจาหย่ายแต่กินม่ายเยอะ.... ตอนเช้ากินม่ายลงเฟร้ยย)

ทุกคนก้อฮือฮากับความบิ๊กเป้งของบะหมี่ เกี๊ยว แต่ก้อพยายามกินกันทุกคน แต่... กินไปกินมาวิดกันแต่น้ำซุป คนชอบบะหมี่ก้อพยายามกินบะหมี่โยนเกี๊ยวกันไป - มา เราชอบกินเกี๊ยวก้อเหลือบะหมี่อืดเต็มชาม สรุปเหลือทุกชาม ก้อกลัวโดนเค้าว่าเอาว่ากินเหลือเยอะ แถมยังเปนตอนเช้าด้วยอ่ะ (บางคนเค้าถืออ่ะ กินเหลือเยอะๆแต่เช้า เด๋วคนจาคิดว่าร้านเค้าไม่อร่อย) แต่ทุกคนก้อทิ้งตะเกียบ ไม่ไหว.... ขอลา...จ่ายตังแล้วก้อชิ่งกันออกมา


@@ ร้านเซ่เว่นที่เราต้องแวะทุกสาขาที่ผ่าน @@



@@ ร้านขายหมากและบุหรี่ที่เกาสง มีแปะนั่งปุ๊นกันอยู่แถวๆ นี้เพียบเลย @@


เดินแวะนู่นแวะนี่กันอีกหลายแห่ง แน่นอน.... เซเว่น!! เราต้องแวะอยู่แล้ว ฮ่าๆๆ กว่าขณะจาถึงหน้าห้างก้อปาเข้าไปเกือบเที่ยง.....


เหตุเกิดที่ แกรน ไห-ไหล : GRAND HI - LAI HOTEL /// KAOHSIUNG (TW)


@@ สถานที่จัดงานโปรโมตอัลบั้ม เวทีอยู่หน้าร้านหลุยส์ วิตตองกระเป๋ายี่ห้อโปรดของอ้วน @@

เรามาถึงหน้าสถานที่จัดงานเปนอันดับต้นๆๆเลย (นี่ขนาดเอ้อระเหยกันอย่างแรง) ก้อมีการต่อคิวกันอย่างเปนระเบียบ เราก้อเดินเข้าไปต่อคิวด้วยความรู้หน้าที่ ที่เห็นๆอยู่หน้าๆเราก้อจะเปนอินโดกะเกาหลีซะเปนส่วนใหญ่

เพื่อนชาวอินโดและมาเลกำลังจัดการเรื่องลูกโป่งตกแต่งสถานที่กันอยู่ เราก้อดี๊ด๊า... มาถูกที่แล้วดีใจๆๆ แล้วซุบซิบกันถึงเหล่าวงแบ๊กอัพของอ้วน ว่าหน้าตาดูดีก่าที่เราเหนในทีวี และตะลึงกับเวทีที่(โคด)เตี้ยและใกล้ อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในบ้านเราได้ โฮๆๆๆ ตื่นเต้น จาเจออ้วนแล้ว....


@@ มือเบส - พี่เหล่าหลู(พี่ใหญ่ประจำวง)@@



@@ เชลโล่ - น้องเสี่ยวเป่า (สาวสวยประจำวง)@@



@@ มือคีบอร์ด - หลี่ซือ(พี่หลี่ที่ร้ากของน้องซีรี)@@



@@ มือกลอง - อวี้เหริน (พี่เหริน!! กรี๊ดๆๆๆ)@@



@@ กีต้าร์โซโล่ - ห่าวจึ (พี่ห่าวบุคคลที่โดนลืมปาจำ...เค้าม่ะด้ายตั้งจายลืมน้า)@@


ก้อแยกย้ายกันเดินไป เดินมา ผลัดกันเฝ้าของบ้าง รอเวลางานเริ่ม เพราะเค้าว่ารถที่บรรทุกแฟนคลับอย่างเปนทางการเค้ายังไม่มา พวกเรามาแบบไม่เปนทางการเลยรอไปก่อน

แล้วเราที่แว๊บหนีไปนั่งหลบแดดที่สตาบัคฝั่งตรงข้ามก้อกลับมาบอกหมู่คณะว่า ร้านสตาบัคราคาไม่แพง กินไรป่าว แหมพอรู้ว่าราคาม่ายแพงสั่งกันใหญ่เลยอ่ะ.... (พนักงานในร้านถามด้วยละว่ามาจากไหน มาเชียร์จู เสี้ยวเทียนหรอ เข้าก้อบอกว่า หมวกกะเสื้อสวยดีอ่ะ ขอหมวกได้มั๊ย ม่ายให้เฟ้ยฮ่าๆๆ) เราก้อรับออเดอร์กันไป ตอนรอรับกาแฟเอาไปส่งส่วยพนักงานร้านก้อยังไม่เลยซุบซิบนินทาเรา ประมาณพนักงานผู้ชายไม่รู้จักจู เสี้ยวเทียน แต่พนักงานหญิงรู้จักพยายามจาบอกว่าคือใคร แต่ตานั่นยังสงสัยไม่เลิกว่าทำไมถึงดังขนาดมีคนต่างชาติมาเยอะขนาดนี้ หน้าตาประมาณไม่น่าเปนไปได้อ่า... (อีตานี่!!! ประเทศชาติ นายรู้จักประเทศอื่นนอกจากจีนมั๊ยเนี่ย)

แล้วก้อมีรถบัสคันใหญ่มาจอดติดๆกันหลายๆคัน เราก้อว่ามาละ แล้วก้อต้องตกใจเพราะมองจากฝั่งตรงข้ามทุกอย่างดูวุ่นวายมากๆ เริ่มเปนห่วงพวกที่เฝ้าของอยู่ เพราะว่าเราซื้อซีดีมากองและกระเป๋าของพวกเราก้อต่อคิวกันอยู่ แต่ที่เราเห็นเหมือนทุกคนพยายามที่จะดันเข้าไปข้างหน้า และเพื่อนๆ เรากาลังโดนเบียดอยู่ (โอ๊ววววว กรูพลาดอารายปายป่าวฟร่ะ อ้วนมันเดินแจกลายเซนกลางลานรึไงคนถึงเบียดกันขนาดนั้น ทั้งๆที่ ที่ออกจาเหลือเฟือ)

วิ่งกลับไปดูเห็นพวกที่มาอย่างเปนทางการหลายคันรถ กำลังข้ามถุงซีดีและของ ของเราอยู่ แล้วก้อเบียดกันเข้าไปเพื่อไปข้างหน้าเวที (อืมมมม นี่ก้อใกล้แล้ว.... ยังจาใกล้ไปไหนกันอีก ขึ้นไปดูบนเวทีเลยมั๊ย แล้วจาบอกให้เข้าคิวทำไมนี่.... กรูจาได้ไปเล็งมุมที่กรูอยากได้ตั้งกะทีแรก ไม่ต้องมาเข้าคิว ) พวกที่มาก่อนก้อวงกระเจิง ฮ่าๆๆ อุตส่าอยู่กันมาดีๆ ไม่รู้จักกันก้อยังยิ้มทักทายกัน

เราเลยถอยออกไปอยู่ข้างๆ ตรงหน้ารถตู้ที่บรรทุกอ้วนอยู่ แล้วก้อยืนบ่นกันอยู่ว่า อารายวะนี่.... ดีนะที่ไม่ใช่บ้านตรู ถ้าเปงบ้านตรูเมิงตายยยย มารยาทดีกันอย่างงี้ มีเรื่องกันเลยดีกว่า... แมร่ง!!! เมิงมาข้ามของๆกรูได้ไงหว่ะ แถมยังเบียดกันซะ ทั้งๆที่ ที่มีออกเยอะแยะ คิวเค้าก้อมีให้ต่อ แต่ทำเปนต่อไม่เปนกันซะอย่างงั้น บรรยากาศดีๆระหว่างรออ้วนหายไปหมด

นี่หรือที่เราอุตส่าถ่อมา... มารยาทดีกันจริงๆ พ่อเมิงยิ้มแป้นแร้นวางเปนถุงๆ เมิงยังข้ามกันหน้าตาเฉย (อ้วนเลยต้องให้คนขับรถตู้พาออกไปสงบสติซะหนึ่งรอบ สงสัยจาป๊อดม่ายกล้าขึ้นเวที มันใกล้...ฮ่าๆๆ)

ก้อบ่นงึมงำกันนิดหน่อยแล้วเราก้อหาที่สิงสถิตใหม่ แยกกันออกมาเปนส่วนๆ เราก้อไปอยู่บนเสาตามความถนัด ที่ชอบปีนป่าน ปามานให้ความรู้สึกเหมือนมันต้องพยายามฮ่าๆๆ แล้วก้อส่งเพื่อนร่วมก๊วนน้องซีรีและพี่มู๋ปุกไปอยู่หน้าเวที ข้างหน้าเรานั่นเอง ส่วนคณะป้าขออยู่ข้างๆ และข้างหลังตามอัธยาศัย เพราะว่าไม่ชอบเบียดคนเยอะๆๆ

บนเสาที่เราปีนขึ้นไปเสนอหน้าเด่นเปนสง่าอยู่นั้น ในตอนแรกมีเราและไต้หวันอยู่ปามาน 2-3 คนมันก้อเปนปริมานที่กาลังโอเค ด้านหลังเราโล่งก้อมีพี่มาขออยู่ต่อเราด้วยแล้วสักพักขบวนอารายก้อม่ายรู้มาสิงสถิตอยู่ต่อด้านหลังเราเปงทอดๆๆ จนมีคนถอดใจถอยไปหลายคน นี่มันอารายกันนี่ เสามหัศจรรย์หรืออย่างไร เสาต้นเล็กแต่จุคนได้เปนสิบ (ยังดีที่ไม่เบียดมากจนต้องบีแคฟู ไม่งั้นหาที่สถิตใหม่แน่ โดนพ่อสั่งสอนเนี่ย) รอบๆด้านล่างของเสาก้อมีแต่คนไทย หรือตรงนี้เนี่ยไทยได้ยึดมาประกาศเอกราชแล้ว

@@ เสาด้านข้างเวที ช่างน่าปีนป่ายซะเหลือเกิน ที่สิงสถิตของเรา @@



@@ เตรียมตัวรออ้วนขึ้นเวที @@


พิธีกรก้อเริ่มขึ้นมาทำหน้าที่บนเวที พูดเปิดงานไปเรื่อยๆ เชิญชวนให้ทุกคนไปซื้อซีดีที่อยู่ด้านหลัง (ราคาแพงก่าซื้อที่ไทเปอ่า.... หรือว่ามันเสียค่าขนมาขายที่เกาสงหว่า....อืมมม กรณีนี้น่าคิด.... รวมค่าขนส่งด้วยเลยแพงก่า แถมต้องซื้อ 2 แผ่นถึงจาได้โปสเตอร์ด้วยอ่ะ....) ในตอนหลังก้อมีสรุปยอดซีดีวันนั้นที่ขนมาขายนั้นหมด ด้วยความพยายามของทุกคนที่อยู่หน้างาน เอาฤกษ์เอาชัยกันใหญ่วันแรกต้องขายหมดเท่านั้น (ส่วนวันหลังเอาไว้ก่อน ค่อยว่ากัน) มันทำเอาอ้วนหน้าบาน(กว่าเดิม)เลยทีเดียวที่ซีดีขายหมดแผง

แล้ววงฟรีเบิร์ด (Freebird) ก้อเริ่มบันเลง (หลังจากซ้อมมานานจนเรารู้หมดว่าวันนี้จาร้องเพลงอะไรกันบ้าง) พีธีกรก้อประกาศเรียก จู เสี้ยวเทียนขึ้นมา อ้วนเราก้อไม่ขึ้นซะทีจนฟรีเบิร์ดเล่นเพลง ลาลาลา ไปครึ่งเพลง แล้วสุดท้ายก้อโทรมาหาพี่แว่นโซนี่ ขอเวลาไปสงบสติก่อนเด๋วกลับมา ฮ่าๆๆๆๆ พิธีกรพร้อมด้วยแบรนด์ ก้อฮากันกระจาย นักร้องนำไม่ยอมขึ้นเวที


@@ พิธีกร มีแอบบ่นด้วยว่าคนต่างชาติเยอะ รู้งี้ตอนเรียนหนังสือตั้งใจเรียนอังกฤตก้อดี ฮาๆๆ @@


พวกเราก้อรอกันไปอีกปามาน 15 นาที รถบรรทุกอ้วนก้อกลับมา แล้วทุกอย่างก้อเริ่มใหม่

พิธีกร ประกาศเรียก จู เสี้ยวเทียน แล้วอ้วนก้อพุ่งตัวออกมาจากรถ กรี๊ดดดด วินาทีนั้นตื่นเต้นมากๆๆ โฮๆๆๆ รอวันนี้มานาน ในที่สุดก้อได้มาดูเสี้ยวเทียนร้องเพลงสดๆๆ ใกล้ๆๆตรงหน้าด้วย ฮือออออ

เราก้อเริ่มถ่ายวีดีโอต่อไปด้วยมือสั่นๆ กว่าจาตั้งสติได้ ก้อจบเพลงแรกไปแล้ว สายตาไม่ได้ละจากเวทีไปไหนเล๊ยยยยย นี่ช้านกระพริบตารึป่าวหว่า.... อ้อ!!!ยังหายใจอยู่.... (ถ้าคิดว่าเว่อร์ก้อแล้วแต่ แต่ณ ตอนนั้นทุกอย่างหยุดนิ่ง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจาบร้าขนาดนี้ฮ่าๆๆ)

รู้สึกตัวอีกทีอ้วนก้อร้องเพลงจบแล้ว หลังจากร้องเพลงก้อจามีการแจกลายเซ็นตามธรรมเนียมของนักร้องออกอัลบั้มใหม่ ก้อมีการประกาศขอร้องว่าให้ขึ้นไปเซ็นต์ซีดีกันได้คนละแผ่น เพราะว่าเสี้ยวเทียนมีงานต่อที่ไทเป ต้องรีบกลับไปไทเป

ตอนนั้นเราคิดว่า คนแค่นี้เซ็นแป๊บเดียวก้อเส็ด แล้วเราก้อแบกซีดีมาแล้วเกือบร้อยแผ่น จาให้แบกกลับโดนที่ไม่เซ็นหรอ ไม่เอาอ่ะ... ถ้าสมมุติว่าวันนี้คนเยอะมากๆๆ จาเกิดอารายขึ้น อ้วนจาไม่เซ็นซีดีรึป่าว เพราะเด๋วจากลับไปไม่ทันงานที่ไทเป ถ้ามันห่วงงานที่ไทเปขนาดนั้น ก้อไม่ต้องมาที่เกาสงสิ เลื่อนงานออกไปเพื่อจาได้อยู่งานที่ไทเปไปเลย เพราะอ้วนก้อเลื่อนงานอีก 2 งานออกไปแล้วนี่... ก้อเลยตัดสินใจยืนรออยู่ก่อน ให้คนอื่นเอาซีดีขึ้นไปเซ็น

ในขณะที่พวกเราก้อตั้งป้อมปากมอมกันข้างเวที ตะโกนเรียก " อ้วน.... อ้วน....." "อ้วน...หล่อจังเลย....." แล้วก้อเหลือบไปเห็นรองเท้าก้อเริ่มถ่ายรูปบ้าบอกันอยู่ตรงนั้นได้ซักพัก

แล้วก้อนึกถึงเหล่าแบรนด์นกอิสระขึ้นมา ก้อออกเดินล่าลายเซ็นกัน น้องซีรีอยากได้ครบทุกคน ส่วนเราอยากได้แค่คนเดียว ฮ่าๆๆ เราก้อออกเดินตามหาพี่มือกลองของเราจนเจอ(ตอนนั้นยังไม่รู้ว่า ชื่ออารายฟังอ้วนพูดแนะนำ ไม่รู้เรื่อง รู้แต่ว่าอารายเหรินๆๆ เนี่ยละ ไม่กล้าเรียกชื่อเดี๋ยวเรียกผิดอ่ะ... เขิลลลล) อุอุ... มือกลองน่ารักจังเลย หน้าเด้ง ลายเซ็นก้อโนเน๊ะ...น่าร๊ากกก...

ด้วยความบ้าของเรา พอพี่มือกลองแกล้งตั้งท่าจาเซ็นบนตัวอ้วนที่ปก เราก้อรีบบอกว่า เซ็นไปเลยๆๆ you can!!! โอ๊ะ.... พี่มือกลองตอบมาว่า " wo bu gan" แปลได้ว่าไม่กล้าเซ็นทับบนตัวอ้วน กรี๊ดดด เสียงแหลมเชียวน่ารักอ่า... (ความบ้าพี่เหริน เริ่มปากด ฮ่าๆๆ)

ส่วนคนอื่นรู้สึกว่าจาออกไปตามล่าลายเซ็นเหล่าฟรีเบิร์ด แต่รู้สึกว่าจาไม่ได้ลายเซ็นเชลโล่(เสี่ยวเป่า) เพราะทีมงานกลัวอันตราย เนื่องจากเปนสาวสวยเพียงหนึ่งเดียวในวง กลัวว่าแฟนเพลงจารุมทึ้ง (หนอยยยย ดูถูกกันเกินไปแล้ว ครายจากล้าทำรายน้องเสี่ยวเป่าอ่ะ น่ารักออก ฮ่าๆๆ เคืองอีกเรื่อง พี่เหรินช้านก้อปู้ยิ๋งน่ะเฟร้ย..... ม่ายห่วงเลยยยย)

พวกเราตกลงกันว่า ถ้าคนขึ้นไปขอลายเซ็นอ้วนกันเยอะ ก้อจาทำตามที่เค้ามาขอร้องคือเอาซีดีขึ้นไปขอลายเซ็นกันคนละแผ่น... แต่บังเอิญคนไม่เยอะเท่าไหร่ พวกเราเลยเอาซีดีขึ้นไปให้อ้วนเซ็นทั้งหมด เพราะคิดว่าเวลาน่าจาเหลือๆๆ เพราะงานที่ไทเปน่าจาปามานทุ่ม นี่เพิ่ง 4 โมงเย็นเอง แล้วสปีดในการเซ็นพี่แกก้อเร็วนรกมากๆๆ น่าจาไม่เปนการสร้างความล่าช้าเท่าไหร่ (เปงจิงดั่งคาด เซนสปีดนรกจิงๆๆ)

ตอนขึ้นไปขอลายเซ็นก้อตื่นเต้นกันน่าดู เตรียมขนมไทยที่แบกข้ามน้ำ ข้ามทะเล ขึ้นเครื่องตั้งสองรอบออกมาให้อ้วนด้วย เราเดินขึ้นไปก่อน อ้วนเงยหน้าขึ้นมามองยิ้มให้ตามมารยาท(ฮ่าๆๆ) ตามด้วยน้องซีรี และพี่มู๋ปุก และกาหลิบที่ขึ้นไปพร้อมกัน พวกเราก้อยื่นกล่องขนมให้ผู้จัดการ (พี่โจวนั่นเอง) เพราะรู้ว่าอ้วนไม่รับ
อ๊ะ...อ๊ะ...เหลือบตามามอง... ก้อยังดีนึกว่าเปนเครื่องจักรปั่นลายเซ็นอย่างเดียวซะอีก


@@ ผู้จัดการส่วนตัวคนใหม่ - โจว จุนอี หรือที่เราเรียกกันว่า มิสเตอร์โจว @@



@@ ขนาบข้างด้วยเจ๊แขนกุด กะมิสเตอร์โจว(ทาสในเรือนเบี้ย)@@


ตอนอ้วนทำการเซ็นซีดีให้ เรากะน้องซีรีก้อมารยาทดีซะงั้น... ยืนคุยกันตรงนั้น ไม่ได้สนใจจามองมันเล๊ย....(อิ..อิ...จิงๆแอบมองนะ แต่ม่ายกล้าตั้งใจมองกัว....อ่า.....) ก้อแอบเล็งไปว่าอ้วนก้อแอบมองเราคุยกันอยู่ (ตอนนี้จำไม่ได้ว่าตอนนั้นคุยอารายกันอยู่อ่ะ แย่เยยโฮๆๆ) คุยไป แอบมองไป พร้อมกับกวาดซีดีลงกระเป๋าไปด้วย มีการถกเถียงกันเรื่องหมึกที่เซ็นเล็กน้อย เจ๊แขนกุดที่คอยกวาดซีดีให้เราก้อท่าทางจางงๆๆ ก่าเราเพราะเรายืนคุยกันเองไม่ได้ใส่ใจว่าอ้วนจาเซ็นเส็ดเมื่อไหร่..... ( ฮ่าๆๆ )

พออ้วนเซ็นเส็ด เราก้อเอาพาสปอร์ตคลับที่เราทำให้อ้วน ยื่นให้อ้วน แง่บๆๆ พี่มู๋ปุกยื่นไปตรงหน้าอ้วน อ้วนก้อมอง(เพราะเคยได้ไปแย้วอิอิ..) แล้วเจ๊แขนกุดก้อยื่นมือมารับ แล้วดูพอเห็นว่าเป็นพาสปอร์ต ก้อร้อง โนๆๆ ปามานว่าอ้วนเซ็นให้ไม่ได้ เพราะเปนพาสปอร์ต (นอยยยยยย)

เราก้อบอกว่า ให้เสี้ยวเทียน เจ๊แกก้อยังพยายามบอกว่า your passport (ฮ่วยยยย!!! ไม่ได้บร้านะเฟร้ย จาได้ให้มันเซ็นพาสปอร์ตตัวเอง เกิดมันบร้าเซ็นขึ้นมาเค้าห้ามตรูเข้าประเทศทำไงเนี่ย)

เราก้อประสานเสียง ด้วยเสียงอันดังว่า NO !!!!!! แล้วก้อบอกว่า อันนี้ของเสี้ยวเทียน เจ๊แกก้อหันไปมองหน้าอ้วน อ้วนก้อเลยพยักหน้าปามานว่า เออ!!! ของกรูเอง รับไปเหอะ... เจ๊แกก้อยังทำหน้างงๆๆอยู่ เราก้อเตรียมตัวจาเดินลง

เจ๊แกก้อพยายามจาส่งคืนอีกรอบ แล้วอารายมาดลใจให้เจ๊แกเปิดดูก้อไม่รู้ แล้วร้อง อ้อ!!!! แล้วหัวเราะ แล้วเก็บพาสปอร์ตอันนั้นไว้

แล้ววันสองวันถัดไปมันก้อไปโผล่อยู่บนหนังสือพิมพ์ที่ไต้หวัน.... กรี๊ดดดดดด ดีใจให้พาสปอร์ตอ้วนไปได้อีกเล่ม แต่คิดว่า เล่มนี้คงกลายเปนของแปลกที่เก็บอยู่ที่ฟู่หลงไป... (ฮ่าๆๆๆ ก้อพวกเรามันบร้าเนอะ!!! นี่)


หลังจากรื่นเริงกันเต็มที่ พวกเราก้อเริ่มมองหาทางกลับไทเปกันฮ่าๆๆ พวกเรามาเปน แต่กลับไม่เปน... เลยเรียกแท๊กซี่ไปตามหาไฟล์บินกลับกัน ขามาเตรียมตัวมากันอย่างดี ขากลับยังไม่ได้เตรียมอะไรทั้งนั้น ไปหาตั๋วเอาข้างหน้า ตอนแรกว่ากันว่าจากลับไฟล์เดียวกะอ้วน แต่เห็นประชากรที่อยากจากลับไฟล์เดียวกะอ้วนแล้ว คงเต็มลำแน่ๆเลยแต่ว่าก้อลองไปถามหาตั๋วดู พนักงานบอกว่าไฟล์นั้นตั๋วเต็ม เราเลยกลับสายกานบินเดิมที่บินมา

หลังจากซื้อตั๋วเส็ดก้อมานั่นแพ็คกล่องซีดีกัน แล้วทุกคนก้อเร่งกันเองให้รีบๆ เพราะได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว ตอนนี้ทุกคนลืมอ้วนไปเลยว่าอ้วนก้อต้องขึ้นเครื่องเหมือนกัน มัวแต่จารีบขึ้นเครื่องให้ทัน (อิอิ...ไฟล์เราออกก่อนกะว่าเด๋วไปเจอกันที่นู่นนะ) คิดว่าที่นี่เหมือนเมืองไทย เราคงไม่ได้เจอมันที่สนามบินแน่ๆๆ การ์ดต้องพาอ้วนไปทาง VIP ไม่ได้คิดกันเล๊ยยยว่าอ้วนต้องเดินขึ้นเครื่องทางเดียวกะเรา...ถ้าเรานั่งรอเราก้อจาได้เจอกันอีกรอบ....

แล้วเราก้อทำเรื่องฮาๆๆกันที่สนามบินอีกแล้ว... ก้อ..แหม!!! ปรกติบ้านเราเนี่ยเช็คอินจาปิดก่อนเครื่องออกครึ่งชม. แต่ว่าที่นี่เนี่ยเวลาเครื่องออกเค้าเพิ่งจาเช็คอินกันอ่ะ!!! นึกสภาพ 7 ชีวิต วิ่งพรวดพราดออกไปขึ้นเครื่องไม่มีพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่คนไหนห้ามยัย 7 คนนี้เลย ให้เราผลักประตู แบกของพะรุงพะรังวิ่งไปขึ้นเครื่อง ทั้งๆที่เค้ายังไม่เรียกดู boarding pass ฮ่าๆๆ มองหาเกตตัวเองเจอก้อวิ่งจาไปขึ้นเครื่อง แต่ละคนร้องเร็วๆ เด๋วตกเครื่อง

มีเจ้าหน้าที่ 2 คนยืนคุยกันอยู่กวักมือให้ จริงๆเค้ากวักมือให้เรากลับเข้าไปในตัวอาคารผู้โดยสารมากกว่า แต่เรามองเปนว่าเค้ากวักมือเรียกเราให้รีบไปขึ้นเครื่องเร็วๆ ก้อหันมาโวยวายกันว่า วิ่งเร็วๆ เครื่องจาออกแล้วเค้ารอเราอยู่ (เอากะพวกช้านสิ...คิดกันไปได้ ฮ่าๆๆ) พอวิ่งไปถึงเจ้าหน้าที่ 2 คนนั้นก้อส่ายหน้าปามานพวกมันไม่ฟังกันเล๊ยย บอกให้กลับเข้าไปมันก้อยังวิ่งมากัน แล้วปี้เอสก้อยื่นบอร์ดดิ้ง พาส ให้เจ้าหน้าที่คนนั้น พี่เค้าก้อฉีกแบบเซงๆๆ แล้วก้อปล่อยเราวิ่งขึ้นเครื่องไป

ฮ่าๆๆๆ พวกที่อยู่ในอาคารโดยสารคงตกใจอ่ะ 7 คนนี้มันจารีบแบกกล่องระเบิดไประเบิดพลีชีพที่ไหนกัน กล้าหาญกันมากๆ วิ่งพรวดออกมาเลย(ก้อใครใช้ให้ไม่มีคนเฝ้าหน้าประตูละ.... อ้วนมองอยู่จากข้างในคนฮา...ตายเลยอ่ะ.... แงๆๆ)

เรื่องมันยังคงฮาไม่พอ เพราะพอเราขึ้นเครื่องไปได้ เราก้อตกใจเพราะทั้งลำมีเราแค่ 7 คน(ก้อ!!แหงละสิ เค้ายังไม่ประกาศเรียกตรวจบอร์ดดิ้ง พาสกันเลยอ่ะ!!!) หลังจากเดินทั่วลำ ตั๋วของพวกเราที่นั่งพวกเราอยู่หลังสุด เพราะซื้อก่อนขึ้นเครื่อง เมื่อตะกี้นั่นเอง ก้อเดินบ่น

โห.. เครื่องว่างทำไมให้เราไปนั่งหลังสุดอ่ะ อุ๊ยนั่นแอร์คนเมื่อเช้านี่ (แอร์ขามานั่งคุยกันอยู่แล้วเค้าก้อทำหน้าแปลกใจที่หันมาเจอพวกเราเดินอยู่บนเครื่อง ฮ่าๆๆ ก้อมันยังไม่ถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องนี่ ) เราส่งปี้เอสไปเจรจาขอเปลี่ยนที่นั่งเพราะเห็นเครื่องว่าง(ไม่ได้รู้เรื่องเล๊ยยย ว่าตัวเองทำไรกันเอาไว้ ฮ่าๆๆ) แอร์ก้อตอบว่า เครื่องไม่ว่างนะคะเต็มทั้งลำให้พวกเราไปนั่งที่นั่งของตัวเอง แล้วแอร์ก้อเดินจากไป... ทุกคนก้องง อารายวะ... ที่นั่งเต็มแล้วคนหายไปไหนหมด

...ปามาน 10 นาทีหลังจากนั้น คนก้อเริ่มทะยอยเดินขึ้นเครื่องจนเต็มลำจริงๆด้วย โอ๊ววววว พวกเราทำอะไรลงไปกันนี่!!!! ฮ่าๆๆๆๆๆๆ อายยยยยยย

พอมาถึงไทเป(ด้วยการลงจอดที่นิ่มเหมือนเดิม) เราก้อแบกของพะรุงพะรัง รีบกันอีกแล้วเพราะว่าเราจาไปรอแอบดูเสี้ยวเทียน แต่คนรู้จักที่นั่งเครื่องมาพร้อมกะอ้วนบอกว่าอ้วนออกไปแล้วอีกทางนึง แงๆๆ เส้า.... อดเจอเลยยย (ถ้าอยู่รอในอาคารโดยสารที่เกาสงเราคงเจอเน๊อะ..... ก้อคนอื่นเค้าเจอกันหมดเลย พวกเราบร้า...เน๊อะ!!!)

เมื่อโอกาสในการแอบดูอ้วนไม่สำเร็จเราเลยนั่งแท๊กซี่กลับโรงแรม เพราะว่างานคอนเสิร์ตหาเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึนามิที่อ้วนไปร่วมงานนั้นไม่เปิดให้คนภายนอกเข้า แล้วพวกเราก้อลืมนึกไปว่า ไปรอหน้าตึก 101 ดูตอนเอฟขึ้นไปออกรายการก้อได้นี่หว่า...

นอยยยย มาคิดได้เมื่อสายคนที่เค้าไปอยู่หน้าตึกเจอพ่อเทวดาเดินดินทั้ง 4 กันครบทุกคน แงๆๆๆๆ ส่วนพวกเราก้อนั่งงี๊ดๆๆ ดูพี่อ้วนออกทีวีอยู่ที่บ้าน

หลังจากจบรายการที่อ้วนออกเราก้อเริ่มหิวเลยตัดสินใจพาพวกคณะป้าทีจีไปเดินเล่นที่ซีเหมินติง เหมือนเดิมรวมตัวกันที่สถานี MRT หน้าบ้าน แล้วนั่ง MRT ไปลงสถานีซีเหมินติง พาคณะไปดูสถานที่ ที่จะจัดงานในวันพรุ่งนี้ แล้วก้อมัวแต่เดินหาซื้อหนังสือยี่ปุ่นไปฝากคนที่เมืองไทย(แกจารู้มั๊ยว่าหนังสืออ่ะหาไม่ยากหรอก แต่ช้านไม่รู้จาซื้อเล่มไหน เพราะไม่รู้จักชื่อเลยสักเล่ม) เดินไปเดินมาเราก้อนึกถึงแผ่นซีดีที่จาเอาไปให้อ้วนเซ็นวันพรุ่งนี้ พี่ตะหลิวที่มีประสบการณ์ในการมาเดินซื้อซีดีมาก่อน ก้อพาเราไปร้านที่เคยไปซื้อเมื่อคราวคุนป๋า เราก้อเดินตามไปสั่งของ ปล่อยพวกป้าเดินเล่น

กลับมาอีกทีพวกป้าก้อหิ้วท้องรอไม่ไหว เข้าไปอยู่ในร้านบาบีคิวซะแล้น... เราเลยตามเข้าไปร่วมวงด้วย ไปถึงไม่ต้องพูดพร่ามลงมือกินทันที

โอ๊วว อาหารเต็มโต๊ะเลยทีเดียว วันนั้นแทบจาร้องเปนแกะได้เลยเพราะเหมาแกะคนเดียว 2 จานหย่าย จนต้องบอกว่าพอเหอะ ขอกินอย่างอื่นบ้าง.... หันไปมองป้าเลนส์ก้อวิดทัง(ทัง = ซุป)หมดไปหลายกา ส่วนพี่ตะหลิวแทบจาเหมาหอยทั้งร้านอยู่แล้ว โอ๊ยยยยย อิ่มๆๆๆๆ พนักงานก้อบริการดี๊ดี เอาใจเราสุดๆๆ แล้วเราก้อเฮฮานั่งกินกันจนร้านในซีเหมินติงปิดเกือบหมดอ่ะ ก้อทำการเรียกพนักงานมาเช็ค

แม่เจ้า!!!!! 7000 NT เกือบๆ 8000 NT (ปามานหมื่นบาทได้ โฮๆๆ)น้องซีรีไม่รอช้าร้อง " mei you qian " (เหม่ย โหย่ว เฉียน แปลว่า ไม่มีเงิน) พนักงานผู้ชายที่เดินถือบิลมาเดินหน้าตื่นกลับไป ฮ่าๆๆๆๆๆ

พวกเราก้อรวบรวมเงินแล้วเจ๊เจ้าของร้านก้อเดินออกมาหาพวกเรา (ฮ่าๆๆนึกว่าไม่มีเงินจ่ายจริงๆ แน่เลย) หลังจากจ่ายตังเรียบร้อยก้อเดินสบายตรูดดดกันออกมา พร้อมกับเสียงพูด " หมดตรูดด!!!! " ฮาๆๆ แล้วเราก้อรีบนั่ง MRT กลับบ้านเรา...

โอ๊ยยยยย อิ่ม และ เหนื่อย อ๊ะๆๆ อย่านึกว่าเราจากลับบ้านไปนอน บอกแล้วไม่เห็นฟู่หลงนอนไม่หลับ หุหุ...ว่าแล้วพวกเราก้อพาคณะป้าทีจีไปเดินแฉล่บฟู่หลงกัน ได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดเดินเล่นกันไปตลอดทาง ฝนตกพร่ำๆ หนาวมากๆๆ

ยืนเล่นหน้าตึกตอนเที่ยงคืนกันสักพักเราก้อเจอรถออดี้ผู้ต้องสงสัยคันนึงจอดซุ่มอยู่ตรงข้ามกับตึกฟู่หลง แล้วสักพักก้อมีชานหน้าตาตี๋เดินบ่นลงมาจากด้านข้างคนขับ เดินไปตรงที่จอดรถของฟู่หลง เราก้อซุบซิบกันสักพักก้อเดินกลับบ้าน พร้อมกับจินตนาการกันไปว่าคนขับคันนั้นคือไจ่ไจ๋ ตอนที่เราเดินไปเกื่อบจาถึงบ้านเราแล้วก้อแอบเห็นแว๊บๆ ข้างถนนว่า ออดี้คันนั้นบึ่งไปอย่างรวดเร็ว ฮ่าๆๆ สงสัยจากลัวเรา...

กลับถึงห้องก้อหมดแรง... แต่ก้อหลังจากที่เรางัดซีดีวันนี้ออกมานั่งหัวเราะกับลายเซ็นต์ของคนขี้เก๊ก ที่เห็นแล้วทำให้เรายิ้มได้ว่าวันนี้เราทำอะไรกันลงไปเนี่ย แล้วเราก้อรู้ว่าแต่ละคนจะนอนหน้าตายิ้มแย้ม เพราะอะไร.....

ง่วงนอนสุดๆๆ แล้วก้อหมดไปอีก 1 วันกับ On Ken's Time In Taiwan ยังมีพรุ่งนี้ที่ซีเหมินติงอีกวันนึง


PS แว๊บเข้ามาเม้นบ้างก้อได้นะคะ เหงาๆๆ




 

Create Date : 29 สิงหาคม 2548    
Last Update : 12 มกราคม 2551 0:02:11 น.
Counter : 1814 Pageviews.  

ในที่สุดก้อไป......ไต้หวัน

ทำไมต้องไต้หวัน !!! ทำไมต้องเธอ....




....นั่นสิทำไมต้องไต้หวัน... ประเทศที่อยู่เหนือวงโคจรที่เราเคยคิดจาไปเลย เหอะๆๆ ก็เพราะปู้จายคนนึงนั่นงายยยย!!!!

ช่ายแล้วววว คุณอ่านไม่ผิดหรอก มีปู้จายคนนึงมาดลใจให้เราไปหาเค้าที่ไต้หวัน.... ด้วยความอยากรู้ว่า เค้าอยู่ยังไง บ้านเมืองของเค้าเป็นยังไง คนประเทศนี้จาเหมือนเค้ารึป่าว เค้ามาอยู่ตรงจุดนี้ได้ยังไง สถานที่ๆเค้าเคยไป และคำถามอีกร้อยแปดเกี่ยวกับเค้ามันพาเราไป.... ความอยากรู้ อยากเห็น อยากสัมผัส ที่สำคัญอยากเจอเค้าด้วย... พวกนี้ล่ะเป็นต้นกำเนิดของเรื่อง....

อ้อ !!!! เพราะมันคือ เวลาที่เรารอมานานนน ถึง 2 ปี ใช่... ไม่ผิด 2 ปี เรารอเค้า... รอเวลาของเค้ามานานนนนน จากทุนทีมีเต็มที่ ฮ่าๆๆ จนทุนหมดไป... (อุตส่าออกจากงานเก่า ไม่ทำงานใหม่ รอจาไปหา ให้รออีกเป็นปีซะงั้นอ่า)ก้อยังไม่ออนไทม์ซะที... แหะๆๆ กว่าอัลบั้มนี้จาคลอดอ่า ทั้งนอยทั้งเนือยไปหลาย .....แต่แล้ว อัลบั้มนี้ก็ออกมาสู่สายตาเรา โอ๊ยยยยยย ดีจายยยยย เลยสนองนี๊ดสสส แบบคนบร้าไปซะสิบก่าแผ่น (ก็รับว่าบร้าจิงๆๆ เหอะๆๆ ก็กลัวยอดมันจาไม่ดีอ่า... ตอนนี้เลยมีทั้งแผ่น เวอร์ชั่น ไต้หวันทั้ง 2แบบ, ฮ่องกงทั้ง 2 แบบ เออ รู้สึกว่าจา 3 แบบ เพราะมันมีเพิ่มสติกเกอร์มาด้วยแบบนึง, สิงคโปร์, อินโด, ฟิลิปปินส์, ไทย, จีน ยังขาดเทปจากเพื่อนบ้านใกล้ คิดว่าไม่นานเกินรอ ส่วนเกาหลีจ๋า....รอเค้าก่องน้า...มีตังจาไปถอย )


On Ken's Time ในที่สุดทุกอย่างก็ลงตัว


หลังจากกำหนดโปรโมทอัลบั้มมันออก เราก็จิตตก วิตกจริตไปต่างๆๆ กลัวว่าจาไม่ได้ไปบ้างละ แคล้วคลาดบ้างละ เพราะเราไม่ค่อยจามีดวงก่าตานี่เล๊ยยย จิงๆๆ พอคิดว่า ถึงเวลาจาไปให้ได้!!! นี่ละแรงผลักดันชั้นดีเลย พ่อไม่ให้กรูก็จาปาย ว่าแล้วก็ไปขอวีซ่าเอาไว้ต่อลองดีก่า... วีซ่าจ๋า....วีซ่า....


วีซ่าไต้หวัน......

เหอะๆๆ เค้าว่าประเทศนี้มันปาหลาดไม่ค่อยมีใครไป แล้วส่วนใหญ่ที่เค้าไปกันก็จาไปทำงาน และไปเรียนกันซะมากกว่า เพราะงั้น การขอวีซ่า จึงเป็นหน้าที่ของเอเจนกันซะเป็นส่วนมาก แต่..... เหอะๆๆ เราก็ไปขอเอง ซะงั้น.....

แม่นแล้นนน แล้วพวกเรากล้าหาญชาญชัย ไปขอวีซ่าไปไต้หวันกันเอง แทนที่จาให้เอเจนเค้าจัดการให้อย่างคนอื่นๆ แค่คิดก็ขำ เพราะมีพี่ที่เคยไปแนะนำต่างๆๆนานา....

เอ้า ปลายเดือนพฤจิกา ปี 47 เราก็ส่งพี่หมูปุกและน้องซีรี 2 คน ไปขอก่อนเนื่องจากเราติดภาระกิจ...(บอสัดออกใบรับรองให้ไม่ทันนั่นเอง....แง่บๆๆ) ทั้งคู่ฐานเงินเดือนแน่นปึ๊ก...(ฮ่า...อันนี้ไปสอบถามกันเอง เค้าว่าเรารวย แง่บๆๆ เดินไปไหนทีได้ยินเสียงดังออกมาจากตัวด้วยอ่ะ....กรอบแกรบ) เดินเข้าไปขอแบบใจตุ๊มๆ..ต่อมๆ... แต่ก้อออกมาด้วยดี ตอนนี้ต้องให้เจ้าตัวทั้งคู่เข้ามาเล่าเอง แต่อิช้านนนน เหอะๆๆ ต้องฉายเดี่ยว....

แต่แล้วก้อมีข่าวมาเบรก...... เอี๊ยดดดดดดดด!!! โอ๊ยเสียอารมอย่างแรง อิอ้วนเลื่อนโปรโมตอัลบั้ม นอยยยยยย
(อ้อ.... หลายคนอาจจะยังไม่รุ้ บอกอีกที ที่รีบไปไต้หวัน เพราะจาไปงานเปิดอัลบั้มแฟนฮับ... จาว่าแฟนก้อม่ายช่าย.... เพราะควบตำแหน่งพ่อเข้าไปด้วยนี่จิ...... คนเดียวควบหลายตำแหน่ง.... ครั้งหนึ่งในชีวิตกะปู้จายชื่อเสี้ยวเทียน)

พวกที่ทำวีซ่าไปแล้วก็กังวล ฮ่วยยยยย วีซ่าอายุ 3 เดือน มันเลื่อนงานแต่ละที มันเลื่อนทีเป็นปี คราวนี้มันหลอกให้เสียตังค่าทำวีซ่าฟรี 1500 แน่เลย น่าน....ซะงั้น ว่าแล้วเราเลยยังไม่รีบไปทำกะว่า มันมีกำหนดวันที่แน่นอนออกมาค่อยไปทำเฟ้ย.... แล้วภาวะจิตตกก็กลับมา แงๆๆๆๆๆ เลื่อนคราวนี้กรุจาได้ไปป่าวเนี่ย เพราะคราวต้นเดือนธันวา ก็ตั้งท่าจามีอุปสรรค วันพ่อแล้วอ่า....

....แล้วกำหนดวันโปรโมตอัลบั้มก็ออกมาใหม่ วันที่ 7 มกรา มีงานแน่ๆๆ เอาวะ ได้ฤกษ์ไปทำซะทีวีซ่าไต้หวันเนี่ย.... คนอื่นไปทำกันหมดแล้ว เหลือเราอยู่คนเดียว
แล้วปลายปี ขอบอกคนไปขอวีซ่าเยอะมากกกกก!!!! โอ๊ววว อารายคนจาเยอะขนาดน้านนนนน (เราไปทำวีซ่าปลายปีอ่า ปามาน 27-28 ธันวา) คนมหาศาล ในใจก็กลัวๆๆ แมร่งจาให้ตรุผ่านมั๊ย ได้ข่าวเงินเดือนอันกะจิ๊ดริด จุ๋มจิ๋มน่าร๊ากกกกของเรา แอบกลัวเจ้าพนักงานอาจจาคิดว่า จาหนีไปรับจ้างเป็นแรงงานที่ไต้หวันได้ ฮ่าๆๆ

วันขอวีซ่าฉายเดี่ยว... ว่าจาไปแต่เช้าสัก 9 โมง เพราะกลัวคนจาเยอะ
ฮ่าๆๆ และแน่นอน.....อิช้านไปถึง 10 โมงครึ่ง (เหอะๆๆ เนื่องจากนอนม่ายตื่น...) บรรยากาศในสถานที่ขอวีซ่า คนเยอะมาก อัดแน่นไปด้วยผู้คน โอ๊ยยยย ตื่นเต้น... (ก็คนไม่เคยทำไรเองนี่หว่า ไปเที่ยวมีคนจัดการให้ตลอด.... แม้กระทั่งตั๋ว และเงินติดตัวเวลาเดินทางยังไม่ต้องแลกเองเยย แค่ถึงเวลาเดินทางค่อยเก็บกระเป๋าไปเชคอินอย่างเดียว... ถึงวันที่ตรูนอยยยเพราะความที่เราเป็นลูกหมูตามเค้ามาตลอด โอ้..... ขอให้อย่าถามมากเล๊ยยยยย สาธุๆๆๆ) นั่งรอจนเกือบเที่ยง ก็ถึงคิวเรา...

และแล้วความเครียดก็บังเกิด ก้อ...เค้าว่าเจ้าหน้าที่คนริมขวาดุ คนกลางท่าทางใจดี แล้วเราเดินเข้าไปที่เจ้าหน้าที่ทางขวามือ (แงๆๆๆ!!! นู๋...แค่จาไปดูปู้จายยย อย่าดุน๊า....) เข้าไปก็ซักนุ่นซักนี่มากมายก่ายกอง ประหนึ่งมายุ่งรายก่าชีวิตตรูนี่.... ถามโน่นถามนี่ ทำไมเปลี่ยนงาน ทำไมมาทำงานนี้ ชอบเพราะอาราย เงินเดือนพอใช้หรอ บริษัทนี้ดีก่าที่เก่ายังไง อยากไปเที่ยวไหนที่ไต้หวัน ทำไมอยากไปเที่ยวที่นี่ ไปกี่วัน มีคนรู้จักที่โน่นมั๊ย ทำไมมาขอคนเดียว (ยังคิดอยู่ว่าอยากมาทำงานด้วยกันมั๊ยจ๊ะ... หรือว่าจาไปเป็นไกด์นำเราเที่ยวมั๊ย...) กลับมาถามคนอื่นว่า โดนถามหยั่งงี้บ้างมั๊ย.... คนอื่นว่าไม่อ่า (ยังคิดในใจ จาอยากรู้ไปมั๊ยเยอะแยะอ่า.....)

และแล้ว...พี่เค้าก็กำลังจาให้เราจ่ายตังแล้วก็ให้มาฟังผลวันรุ่งขึ้นอ่ะ ว่าวีซ่าจาผ่านมั๊ย เค้าจาเอาเอกสารเราไปพิจารณาปามานนั้น... (วงตัวเลขในบันชีเราซะเยินเยยย อุอุมีเงินในบันชีแบบว่านิ๊ดดดดดด เดียวจิงๆๆ) เราก็เตรียมตัวจาจ่ายตังแล้วรีบชิ่งไปเม้าต่อ แต๊...แต้...แตร่.... แต่.... แหะๆๆ... เราก็เอากระเป๋าขึ้นไปตั้ง วางโทสับกาลังจาหยิบตังจ่ายค่าวีซ่า.... อุอุ... หึหึ... (สงสัยเจ๊แกจาเหลือบตามามองโทสับอันรกไปด้วยพรอบ และเครื่องรางหน้าตาหล่อๆๆ ฮ่าๆๆ) อยู่ๆเจ๊ก้อ หยิบใบขอวีซ่าที่กำลังจาเก็บขึ้นมาส่งให้เราใหม่ แล้วก็ บอกว่า....

อืม....ถ้าจาไปดูคอนเสิร์ต F4 ให้เขียนตรงข้อนี้ว่า ไปดูคอนเสิร์ต F4 นะ.... แล้วก้อยิ้มให้ (ปามานว่า กรูไม่น่าไปถามคำถามมันนานเล๊ยยยย ให้มันกรอกข้อนี้ก็ไม่ต้องซักมันแล้ว)
.....แป่ววววว ซะงั้น.... ไอ้เราก็คิด แหมมมมม เจ้ถามมาตั้งแต่แรกว่า ไปไหนก็จบ เราก็จาตอบตรงๆว่า ไปดู KEN F4 คะ!!!!!
ฮ่าๆๆๆ อย่านึกว่า เราจาไม่รับความปรารถนาดีจากเจ๊..... เราเต็มใจเขียนฮับ.....
แง่บ..... เราก็คว้าใบขอวีซ่า มาเขียนลงไปว่า See Ken (F4) Concert ไม่ได้อายเล๊ยยย ตรู.... (ขนาดไม่อาย แต่หน้าแดงอ่า...)

จากการขุดคุ้ยทำให้เรารู้ว่า เราเติมข้อ 21. Purpose of Travel ลงไปนั่นเอง ว่านอกจากจาเป็น Tourism แล้วยังมี Specify ลงไปด้วย....(แง่บๆๆ )


แล้วเจ๊แกก็บอกเราว่า พรุ่งนี้ให้มารับวีซ่าตอนบ่ายนะคะ แต่ว่าไม่เกินบ่าย 3 โมงนะคะ.....

ก็แค่นั้นละ.... เห็นป่ะ..... ถามตั้งกะแรกก็จบ ไม่ต้องซักนานให้เมื่อยปาก..... เราก็บอกไปว่า ขอบคุนค๊า.... แถมยิ้มหน้าบานให้เจ๊แกหนึ่งที..... แล้ววันรุ่งขึ้นก็ไปรับวีซ่าสบายจายยยย เพราะรู้ว่าได้แน่นอนนนนน วีซ่าไปไต้หวัน ไปดู(ลำ)เคน ออนไทม์

ในที่สุดทุกอย่างก็เรียบร้อย ทั้งวีซ่า ตั๋วเครื่องบิน โรงแรมที่พัก เหลือแค่นับวันไปขึ้นเครื่องอย่างเดียว เย้ๆๆๆ จาได้ไปไต้หวันแล้ว..... ไม่ได้สำนึกเลยยยว่าที่นั่นอ่ะ เค้าใช้ภาษาจีนกัน ไม่ใช่ภาษาอังกฤษ..... เรื่องไปมันยาวว เด๋วมาเล่าต่อ.... ว่าแล้วว่ามันต้องเป็นสมุดหน้าเหลือง ก็แค่ขอวีซ่ายังแพล่ม มาได้ยาวขนาดนี้เลย โอ๊ววววววว

ปล. เรื่องการขอวีซ่า สงสัยมีประเทศเรานี่ละ ที่ขอวีซ่าไปไต้หวัน โดยการบอกว่า ไปดู F4 ได้อย่างง่ายดายยยยย เพราะเค้ารู้ว่า ไปดูเสร็จแล้วมันก็กลับ มันไม่เป็นโรบินฮุ้ดแน่ๆๆ เพราะมันกลัวไม่ได้กลับมาทำงานเอาเงินไปตามดูปู้จายยยย ฮาาาาาา ประเทศอื่นเค้าไม่ได้ขอแบบเราอ่า เห็นว่า โดนซักกันนานอ่ะ หยั่งที่ปินอ่ะเค้าก้องงว่า เราขอวีซ่าได้ง่ายจัง รู้สึกว่า ที่โน่นจามีแรงงานจากปิน อินโด ไทย เยอะ

----- สถานที่ขอวีซ่าไต้หวัน คือ ตึกเอ็มไพร ตรงสถานีบีทีเอส ช่องนนทรีฮับ เวลาเปิดขอวีซ่า 8 โมงเช้า -12 โมง ส่วนรับวีซ่า คือ บ่ายโมง - 3 โมง ส่วนค่าทำวีซ่า คือ 1500 บาทฮับ อันนี้คือไปขอเองเดี่ยวๆๆนะ ไม่ใช่แบบกรุ๊ป เพราะรู้สึกว่า ขอแบบกรุ๊ปจาถูกกว่าอ่ะ ส่วนขอแบบเร่งด่วน เสียเพิ่มอีก 750 บาท ปามานว่า ขอเช้า บ่ายรับได้เลย ------




ไม่ Final Call ม่ายช่ายช้านนนนนน

มาถึงวันเดินทาง... 6 มกรา เที่ยวบิน CI 696 ที่เลือกไชน่าเพราะเป็นไฟล์เย็นสุดอ่ะ (เพื่อนร่วมทริปลางานไม่ล่ายยย) จำได้ว่าวันนั้นหยุดงาน หุหุ..ไปยืดผมเพราะกลัวว่าถ้าอากาศจาเย็นมากเราจาได้ไม่ต้องสระผม 3 วัน สบายเรา.. (แต่แล้วก้อลำบากตัวเอง เพราะลำคาญหัวมาก สระไม่ได้ มัดไม่ได้ รู้งี้ตัดซะก็หมดเรื่อง)

นัดกันว่าเรากะซีรีจาแบกกระเป๋าไปเช็คอินให้พี่ๆที่ลางานไม่ได้ ฮ่าๆๆๆ แต่.....
สรุป เราทั้งคู่มาถึงสนามบินหลังพี่เค้า แต่เราก็ยังแบกกระเป๋าไปเช็คอินให้อยู่ดี เพราะจาเช็คอินรวมอ่ะ... เนื่องจากกระเป๋าเราหนัก เหอะๆๆ อาย 40ก่าโล (แต่ขอบอกข้างในมีของเราน้อยนิดที่เหลือเอาไปฝากพ่อ เพื่อนพ่อ ผู้จัดการส่วนตั๊ว..ส่วนตัวพ่อ และเพื่อนๆทั้งนั้น รวมทั้งพลอพต่างๆๆ ที่แบกไปแล้วได้ใช้บ้าง ไม่ได้ใช้บ้าง)

หลังจากนั้นก็เข้าไปเอ้อระเหย อยู่ข้างใน ยกพวกพากันไปตามรอยอ้วนข้างในซะงั้น... แล้วก็เดินเม้าแตกกันไปเรื่อยเปื่อย พูดถึงนิสัยการเดินทางของเราว่า ไฟนอลคอลทุกครั้งเลยถึงจาขึ้นเครื่องอ่า... แต่...วันนี้เรามาเร็ว หุหุ...

จนกระทั่ง... ลืมเวลา... แล้วก็ต้องรีบเดินกลับไปขึ้นเครื่อง เมื่อมีประกาศไฟนอลคอล... และแล้วคณะเดินทางทั้งห้าก็เป็น 5 คนสุดท้ายของเครื่อง.... พอเค้าเห็นเราเดินเข้าไปตรงเกตเท่านั้นล่ะ ได้ยินเสียงพี่เค้าตอบวอกันว่า คนไทย 5 คนสุดท้ายมาแล้ว เราก็มองนาฬากา
เฮ้ย !!! ช้านมาตรงเวลานะเฟร้ย.. ไม่ได้มาสายเลย แล้วก็รีบเดินเข้าไปเช็คบอร์ดดิ้ง หันไปอุ๊ย!!! คนแก่ข้างหลังเดินช้า ฮ่าาา(พี่เราเอง มีสจ๊วตแทบจาอุ้มมาส่งอยู่แล้ว)

ไม่พ้นเอฟ .. พี่แอร์คนไทยถามว่า ไปดูเอฟโฟร์หรอคะ เราก็ยิ้มแล้วตอบว่า ค่ะ!!! (แหม... พอได้ออกนอกประเทศ เหมือนเป็นอิสระ ฮ่ะๆๆ) แล้วก็ชิ่งเดินขึ้นเครื่องไปก่อนคนแก่ข้างหลัง.. ปล่อยให้แกตอบคำถามเรื่องเอฟกะแอร์กันเอาเอง ฮ่า....


ไทเปจ๋า.....ถึงแล้วววววว

แล้วเราก็มาถึงไทเปโดยสวัสดิภาพ ในเวลา 22:20 ตามเวลาท้องถิ่น แง่บๆๆ อย่างแรกที่ทำเหอะๆๆ มองหาที่สิงสถิต แน่นอน!! เราจานอนสนามบิน ก็ตั้งใจตั้งกะอยู่เมืองกรุงบ้านเราแล้วว่า เราจานอนสนามบินเพราะว่า ไปถึงก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว คิดว่าหารถเข้าเมืองยาก แล้วก็น่าจาจ่ายแพงกว่าตอนกลางวัน งั้น..นอนมันที่สนามบินนี่หละ ทำตัวเนียน เหมือนเรารอต่อเครื่องตอนเช้า ฮ่าๆๆ ไม่คิดว่า ตอนกลางคืน หลังเที่ยงคืนที่นั่นเงียบมาก เงียบกว่าที่เราคิดซะอีก

พอเครื่องลงพวกเราก็ย้ายสัมภาระจากอาคาร 1 มาอาคาร 2 แล้วก็ทำให้เราเรียนรู้ว่า พวกเราอาจหาญกันมากๆๆ เหอะๆๆ มากันเองโดยภาษาจีนงูๆ ปลาๆ เพราะเรามั่นใจว่ายังไงเค้าก็น่าจาพูดอังกฤษกันน่า....

สรุป.... เค้าม่ายพรืดดดด โอ้...... เรากางแผนที่สนามบินแล้วดูกันเอาเอง แล้วก็คิดกันเอง ปรึกษากันเองว่าอาคาร 2 ดีกว่าอาคาร 1 แล้วก็ถามเจ๊ infor แถวนั้น (อันนี้พี่ทิพย์รับบทหนักไป ฮ่าๆๆ)

ก็ได้ความว่าให้ขึ้นรถบัสของแอร์พอร์ต ฟรี ไปลงอาคาร 2 แล้วพวกเราก็เคลื่อนขบวนออกมา ลั้น ลา ท้าลมหนาวรอรถบัสกัน... พอมาถึงเราก็ออกเดินสำรวจ คิดว่าน่าจามีร้านกาแฟ ร้านอารายก็ได้ให้เรานั่งเล่น.... ง่ะ.... มันปิดหมดเลยอ่า เพิ่งจาเที่ยงคืนเองนะ...

ในเมื่อไม่มีร้านน่าสนใจเรา ก็เริ่ม มองหาของเล่นใหม่แถวๆนั้น ก็สนุกสนานกะการย้อนรอยของเอฟที่สนามบินกัน ทั้งบันไดเลื่อนที่อ้วนมันถ่ายละคร... ที่จอดรถเต้าหมิงซื่อ... ลิฟ... เก้าอี้.... ลานจอดรถด้านนอก...

ฮ่าๆๆๆ อย่างที่บอกก็สนามบินมันไม่มีคนอ่า..... เราก็เลยเดินเล่นกันอยู่แถวๆนั้น.... แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ต้องติดต่อไกด์กิติมศักดิ์ ส่วนตัวของเรา ไม่งั้นพรุ่งนี้เราจาไปโรงแรมได้ยังไงละ.... แล้วก็เริ่มไปโทรสับหาไกด์สาวของเรา

อ๊ะ.... ที่สนามบินมีเครื่องแลกเหรียญด้วย !!!!! ตื่นเต้นกันน่าดู (เสียดายไม่มีใครถ่ายรูปมา ฮ่าๆๆ) แล้วกะเหรี่ยงไท่กั๋ว ก็แลกเหรียญกันสนุกสนาน เอาเงินไปโทรศัพท์

โอ้วววว โทรศัพท์.... โทรไงฟระนี่ กรูจากดยังไง และแล้วเราก็เนียนตามนิสัย... ตุ้ยปู้ฉี...แล้วจิกคนแถวนั้น จนโทรได้ ฮ่าๆๆๆ ถามภาษาอังกฤต ตอบเป็นจีน อืม.. เข้าใจ... แล้วก็ถามเป็นภาษาอังกฤต ตอบเป็นจีน... แหมดีจิงๆๆ ดีนะที่ยังงูๆ ปลาๆ ถ้าไม่รู้เลย กรูตายแน่ๆๆ

เราก็โทรรายงานตัวกะไกด์จำเป็นว่ามาถึงแล้ว ถามถึงที่ตั้งของโรงแรมเพื่อความแน่ใจ แล้วก็บอกให้ช่วยเรียกรถมารับเราพรุ่งนี้ตอนเช้าหน่อย (ปามานยังไม่คิดจาทำอะไรเอง ให้คนที่โน่นจัดการน่าจาดีก่าซะงั้น) แต่ว่าให้มารับหลังจากที่เราส่งป๋าขึ้นเครื่องแล้วนะ ก็นัดกันไป แล้วก็วางหูไป..เกรงใจดึกแล้ว (หุหุ...หารู้มั๊ยว่า เด๋วเราจาโทรไปหาใหม่)

@@ เท้าความนิดนึงว่าก่อนไปเนี่ย มีคนส่งข่าวว่า ป๋าจาไปงานซึนามิที่ฮ่องกงตอนเช้า คุนพี่ที่ไปด้วยก็ตื่นเต้น...เพราะเธอเป็นสตรีสองรัก ฮ่าๆๆ เราก็ไปเล็งหาที่หลบมุมคอยส่งป๋ากัน ก็แซวกันว่า มาถึงก็เจอเลยดวงสมพงกันจิงๆๆ มาดูอ้วนดันเจอป๋าก่อนอ้วนซะงั้นอ่ะ @@

แล้วเราก็กลับไปนั่งรวมกลุ่ม หาที่เม้าแตกกัน หลังจากเดินเล่นถ่ายรูปกันสนุกสนาน พี่มู๋ปุกก็เปิดโทรศัพท์.. เสียงแมสเซสเข้า.... โอ๊ว... เปิดโทรศัพท์ปุ๊บมาปั๊บ...

"เสี้ยวเทียนยกเลิกงานโปรโมตที่ ซินจู เถาหยวน" ปามานนั้น

เราก็โวยวาย อารายวะ!!! กรูบินมาแล้วเมิงยกเลิกงานได้ไง.... พร้อมกับสรรเสริญเยินยอที่ร้ากของเราอีกยาวเหยียดแล้วแต่จาหาคำมาสรรเสิญมันได้....(หลายคนสงสัย มันชอบไอ้นี่จิงป่าวว่ะ... แง่บๆๆ...งุ๊งงิ๊ง...)

ก็เลยมีการโทรกลับไปหาคณะป้าทีจี แล้วก็โทรกลับไปหามินดี้อัพข่าวว่ามันยังไงกันแน่... สรุปมันยกเลิกงานโปรโมตไป 1 วัน ตอนนั้นนั่งเซ็งอยู่ โหยยย อุตส่ามาอ่ะ....ตารางการเดินทางของเราเปลี่ยนเลยนะ เช่ารถเอาไว้ก็ต้องยกเลิก นั่งบ่นงึมงำๆ(แบบออกเสียง) สุดท้ายก็....ช่างมัน... แล้วก็มานั่งวางแผนอนาคตวันพรุ่งนี้กันโดยด่วน!!!

เอาไรกะมันมากอ่ะ.... ก็งี้ละ....ชีวิตการตามอ้วน.... เมื่อแผนการเปลี่ยน เราก็ต้องกลับมานั่งปรับแผนการกันใหม่.. แล้วก็โทรไปยกเลิกรถที่เช่าเอาไว้ กะทางไกด์หยู โดนบ่น แง่บๆๆ ก็อ้วนไม่ไปนั่งรถ นู๋ก็ไม่นั่งจิ.... อ้วนนั่งเครื่องนู๋ก็จานั่งเครื่องอ่า.... เสียค่ามัดจำรถไปฟรีๆๆเลย อ้วนบร้า... แถมยังต้องหาเครื่องกลับจากเกาสงอีก

ณ ตอนนั้นม่ายสบอารมณ์ กลัว จาไม่ได้เจอหน้าพี่(ลำ)เคน ก็คนอุตส่ามาถึงนี่ แถมคณะป้าทีจีกว่าจามาก็วันพรุ่งนี้ดึกๆ ถ้ามันแคนเซิลหมด ป้าก็ไม่ต้องมาก็ได้ แต่กะเหรี่ยง 5 หน่อนี่ละ... ติดเกาะอยู่ไกลถึงไต้หวันน้า....

แต่ก็ยังดีที่ไม่แคนเซิลงานวันที่ 8 กะ 9 ม่ายงั้นเผาฟู่หลง กะ โซนี่ไต้หวันแน่ๆๆ ฮ่าๆๆ (ถึงคิดงั้นก็เหอะ จาเผายังไง จนป่านนี้ยังไม่รู้เลยโซนี่ไต้หวันอยู่ตรงไหน...แง่บๆๆ แถมกว่าจาหาฟู่หลงเจอ ก็เดินจนขาแทบลาก พี่เราหน้าเป็นตรูด... แถมมันยังอยู่ใกล้นี๊ดดดดดเดียวเอง.. เลยสนองนี๊ด เดินไปฟูหลงทุกวัน อิอิ...)

บางคนอาจจะไม่เข้าใจทำไมพวกนี้มันอารมณ์เปลี่ยนเร็วจัง เมื่อกี้โกรธๆอยู่ ตอนนี้มันมายิ้ม กิ๊บกิ๊วก่าไอ้อ้วนนี่อีกแล้ว ก็งี้ละ.. ไม่ต้องเข้าใจเราหรอก เราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเลยง่ะ.....

มาเล่าต่อ.....

แล้วคืนนั้นก็หลับๆ ตื่นๆกันทั้งคืน (จิงๆมันก็ไม่กี่ชม. เองอ่ะ)

ตี 4 ทุกคนก็พร้อมใจกันตื่น เพราะอารายนะหรอ.... ก็น้องซีรีของเราอ่ะจิ มันตื่นขึ้นมาแล้วก็โวยวายว่าหนาวๆๆ เลยต้องรีบเปิดกระเป๋าหยิบเสื้อหนาวออกมาให้ สรุป...คุนน้องเธอใส่เสื้อไป 4 ชั้นได้ พี่ทิพย์ก็ใช่ย่อย เราเลยแถมเสื้อเราให้พี่ทิพย์ไปอีกตัว ฮ่าๆๆ (ท่าทางฮามากๆๆ เด๋วจาไปหารูปมาประกอบ ขำๆ)

เช้าวันที่ 7 มกรา
โอ๊วววว แทบไม่ได้นอนทั้งคืน ต้องตื่นเช้ามาล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมตัวรอคุนป๋า เอ้าลากกระเป๋าไปหามุมเล็ง แต่รอกันไปรอกันมา สัก 8-9 โมงได้ เราก็ว่า ป๋าคงไม่มาหรอก ก็เลยโทรศัพท์ไปหาไกด์หยูของเราว่า สรุปรถจามารับเราป่าว แต่ไกด์เราบอกว่าให้นั่งแท๊กซี่จากสนามบินเข้ามาเลยถูกกว่า น่านซะงั้น...

อ๊ะๆๆ อย่านึกว่า เราจาไปเรียกแท๊กซี่ตามที่ไกด์เพื่อนของเราบอก เพราะไกด์เราไม่สามารถบอกราคาได้ แถมพี่ตะหลิวที่ไปด้วยกันบอกว่าค่าแท๊กซี่แพงอ่ะ พันก่าๆๆถึง 2 พันNT (NT = ค่าเงินของไต้หวัน 1 NT ก็ประมาน 1.2 บาท บ้านเราอ่ะ) เราเลยเดินไปที่บริการรถเช่าของสนามบิน เพราะคิดว่าน่าจาช่วยเราได้ เนื่องจากเราไม่รู้ว่า โรมแรมมันอยู่ตรงไหน และลีมูซีนน่าจาช่วยเราได้ แถมของก็เยอะ เด๋วแท๊กซี่อาจจางับหัวเราได้เพราะมีอยู่ 5 ชีวิต แถมกระเป๋าใบเป้งๆ ทั้งนั้น

ในที่สุดภาษาจีนงูๆ ปลาๆ บวกกะภาษาอังกฤตงูๆ ปลาๆ ของพนักงาน ก็ทำให้เราได้นั่งรถ BenZ E500 มาในราคาที่เราพอใจ อิอิ... ถ้าจำไม่ผิด1200NT หรือว่า 1500NT นี่ละ...

ขอเล่าความทุเรศของตัวเองก่อน.... ด้วยความที่ไม่รู้ว่าที่ไต้หวันนั้น พวงมาลัยซ้าย คนละด้านกะบ้านเรา ก็เดินไปทางด้านคนขับซะงั้น..... นอยยยย เรื่องที่ 1 แต่เช้าตรู่ ประเดิมบ้านหลังใหม่เลยย โดนคนขับแซวตั้งกะยังไม่ขึ้นรถเลย แต่ก็ขำๆๆ กัน คนขับน่ารักมาก ตัวอวบๆๆเหมือนลุงเคน (ผู้พันฮับ ม่ายช่ายพี่(ลำ)เคน) แล้วก็นั่งเคี้ยวหมาก

แทรกนิดๆ ที่ไต้หวันเค้าฮิตกินหมาก(อันนี้เรารู้ก่อนไป แอบดีใจ ที่ยังมีความรู้รอบตัวอยู่บ้าง อิอิ....) นั่งรถไปแรกๆๆก็ไม่กล้าคุย พวกนั่งข้างหลังก็พยายามจาให้เราชวนลุงเค้าคุย หนอยยยย ตัวเองไม่ทำ แล้วคนอย่างเราทำ ฮ่าๆๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าเรามันบ้ายุ ก็เลยถามคุนลุงเคนไปว่า ไอ้ที่เค้ากินเนี่ย(หมาก)ภาษาจีนเรียกว่าอะไร ลุงเค้าก้อ เอ๊ะ !! พูดจีนได้ด้วยหรอ (ท่าทางตกใจมาก ฮ่าๆๆ)

แล้วหมากก็เป็น สิ่งเชื่อมความสัมพันธ์ไทย - ไต้หวัน ไปโดยปริยาย (รู้สึกว่า หมาก เค้าจาเรียกว่า ปิน หนาง นะฮับ ที่จำได้ เพราะว่าเป็นศัพท์ใหม่คำแรกที่ไปถึงไต้หวัน แต่ถ้าผิดไปผู้รู้ก็ช่วยบอกด้วยนะฮับ จาได้แก้ไขความเข้าใจ ขอโทษนะฮับ ) หลังจากนั้นคุนลุงคนขับก็เริ่มซักประวัติเรา ว่ามาจากไหน พอบอกไท่กั๋ว ก็ถามเรื่องซึนามิเลย เค้านึกว่าประเทศ เราโดนซึนามิทั้งประเทศอ่ะ ไม่น่าที่จามาไต้หวันได้ เราต้องพยายามอธิบายว่าสถานที่ที่โดนซึนามินั้นอยู่ทางใต้ของประเทศเรา ประเทศเราใหญ่กว่าเกาะภูเก็ต

แล้วก็เริ่มซักประวัติต่อว่า มาทำไม นึกว่า เรามาเรียนภาษาจีน (อ่ะ.....อันนี้ก็อยากไปอยู่ แต่ยังไม่สบโอกาส) พอบอกว่า มาเที่ยวเค้าก็แปลกใจว่ามาเที่ยวกันเอง มีแต่เด็กๆ ที่ไต้หวันเนี่ยนะ แล้วไม่ได้มากับทัวร์ แถมมากันเองเนี่ยนะ (ก็บอกแล้วว่า พอออกนอกปาเทศชาติ ความหน้าหนาก็บังเกิด) เราก็บอกเค้าว่า เรามาดูผู้ชายคนนี้ แล้วก็ยกที่ห้อยกระเป๋าให้ลุงเค้าดู ด้วยความมั่นใจว่า มันออกเทป น่าจามีการโปรโมต แล้วคนน่าจารู้จัก (เหอะๆๆ คิดผิด.......) แล้วเรื่องนอยยยย เรื่องที่ 2 ของวันนั้นก็ตามมา... คุนลุงเคน... ตอบมาหน้าตาเฉย อ๋อ... รู้จัก โจว เจี๋ยหลุน..... (อาวมีดมาจิ้มพุงกรูเยยย) เราก็ชักสีหน้าทันที (โฮฮฮฮฮฮฮๆๆๆๆ) เสียงดังตอบกลับไปว่า " ม่ายยยช่ายยย น๊าาาาา คนนี้ จู เสี้ยวเทียน..." เค้าก็ร้อง " อ๋ออออ เอฟฟะซื่อ จู เสี้ยวเทียน.." แล้วก็ ตุ้ยปู้ฉี เราใหญ่เยยยย เราก็นอยไปแล้วววนี่ แงๆๆๆ แค่นั้นยังไม่พอ คุนลุงก็บอกว่า จู เสี้ยวเทียนเค้าเป็นแฟน มาอิ นี่.... ขอบใจ ( มาอิ เปงดาราสาว อยู่ที่ไต้หวันอ่า พักนั้นมีข่าวอยู่ก่าพี่(ลำ)เคนนั่นเอง ) พอเค้าเห็นหน้าเราไม่สะทกสะท้านเรื่องข่าวมาอิ เค้าก็คงงง เอ๊ะ... ยัยนี่ ข่าวเรื่องผู้หญิง มันไม่ร้องโวยวาย แต่ทักผิดเป็น โจว เจี๋ยหลุน มันร้องลั่นรถ.... ประหลาด ฮ่าๆๆ

นั่งรถนานมากรู้สึกว่าเป็นชม.เลยที่เดียวกว่าจาไปถึงโรงแรม คิดดูจิ ภาษาจีนของเราแข็งแรงมากๆๆ พอคุนลุงแกรู้ว่าเราได้ภาษาจีนบ้าง ก็พูดกะเราใหญ่เยย โอ๊ววว เลยบอกไปว่า เราอ่ะ... พรืดจีนด้ายนิโหน่ยยย!!! ก่อนลงจากรถ ก้อทำตัวเปนเด็กดี อิ..อิ... เลยเอาขนมไทยที่แบกมาจากเมืองไทยให้คุนลุงไปกล่องหนึ่ง เค้าก้อขอบคุณเราใหญ่เลย ง่ะ... ในที่สุดก้อมีเรื่องดีๆ เข้ามาล่ะ อย่างน้องคุนลุงแกก้อท่าทางชอบขนมไทยละวะ

----- แทรก (ว่าจาเล่าตั้งกะข้างบน แต่ว่าลืมแทรก) เลยขอแทรกตรงนี้เป็นโบนัสแทรกละกัน -----
ว่าจะเล่าเรื่องขนมไทยที่แบกไปเป็นสิบกล่อง ก้อลืม!!อ่ะ ขนมพวกนี้ก้อเป็นหนึ่งในสัมภาระที่เราหอบหิ้วไปถึงไต้หวัน ต้องขอบใจน้องนู๋บ้านตี๋ ทั้งนู๋ฟ้า และ หลิงฮุ่ย ที่ไปเดินหาซื้อขนมเจ้าอร่อยด้วยกัน ไม่ใช่ที่เดียวด้วยอ่ะ ไปกันหลายที่มากมาย (หวังว่าคนรับเค้าจารูสึกถึงความพยายามของเรานะ...) ไปซื้อด้วยกันยังไม่พอ ยังมาส่งเราทื่สนามบินด้วย อุอุ... ขอบใจมากๆๆ

จิงๆมีการฝากแบกของเพิ่มเติมด้วยอ่ะ ฮ่าๆๆ ว่าเราไม่ได้เอามาม่าไปด้วยอ่ะ เราไปหลายวัน ยังไงฝากคนที่จาตามไปที่หลังเอาไปเผื่อด้วยนะ เผื่อว่า เราอยู่ๆไปแล้วตังหมด ไม่มีไรกินจาได้กินมาม่า (ฮ่าๆๆ เหมือนจารู้อนาคตว่า ตังไม่พอแน่ๆๆ) แต่....สุดท้ายก็ไม่ได้มาม่าอ่า.... แง๊วๆๆ เพราะเราไม่ได้นอนที่รร.เดียวกับคนอื่นๆ นั่นเอง ม่ายเปงราย....

ขอบคุนสำหรับความช่วยเหลือนะก๊าบบบ


K D M HOTEL

ถ้าไม่เอ่ยถึงโรงแรมที่เราพักเป็นเวลานานเดี๋ยวจาเป็นเรื่องแปลก เพราะว่าอยู่กันหลายวันอ่ะจิ จนป้าๆคิดว่าโรงแรมกลายเป็นบ้านหลังที่ 2 ไปแล้ว การจองโรงแรมของพวกเราหลังจากเลือกกันมาหลายตลบ เราก็ส่งหน้าที่ให้ป้าๆ จัดการ แล้วเรื่องนอยเรื่องที่ 3 ของวันนั้นก็เกิด ฮ่าๆๆ ตอนเช็คอินฟร้อนเค้าหาชื่อพวกเราไม่เจอ!!!! กว่าจาหาเจอเราก็หนาว....ฮ่าๆๆ

ก็ช่วงที่ไปมันหน้าหนาวนี่ แล้วโรงแรมมันก็ดูเหมือนเล็กๆ เราเลยรออยู่ข้างนอกบ้าง ข้างในบ้าง เดินเข้าเดินออกอยู่นาน กว่าจาติดต่อป้าๆที่เมืองไทยรู้เรื่อง... ฟร้อนสาวที่นี่น่ารักมากๆ พยายามพูดภาษาอังกฤษกะเรา.. อิอิ...จิงๆเราก็พยายามพูดจีนกะเค้าเหมือนกันอ่ะแหละ...

จาบอกว่าตอนไปเห็นโรงแรมก็ตกใจพอดู เพราะว่า ดูจากข้างนอกอ่ะ มันเหมือนว่าจาเล็กมาก แล้วห้องเราเนี่ยนอนกัน 3 คน แต่ละคนก็ตัวเล็กๆ กันทั้งนั้นเลย แต่เข้าไปสภาพห้องก็โอเคนะค้า.... แต่หุหุ...ห้องน้าแม่เจ้า.... ผนังเป็นผนังกระจกและเป็นกระจกขุ่นๆ อีกต่างหากแถมยังไม่มีม่านปิดด้วยอ่ะ(แย่แล้ว..... )

ส่วนโทรทัศน์นี่นับถือที่นั่นมากๆๆ อารายจามีช่องเยอะขนาดน้านนนน เปิดไปเจอที่เป็นร้อยช่อง โอ้โห.... เลือกดูไม่ถูกเลย แต่สรุปเราก็ดูอยู่ไม่กี่ช่องหรอก ไปถึงน้องซีรีของเราก็เปิดหาช่องตงฟงก่อนเลย คิดดูว่าช่องเยอะจัดถึงขนาดต้องจดเอาไว้อ่ะ

หลังจากที่เช็คอินแบ่งห้องพักกันเรียบร้อย เราและพี่มู๋ปุกก็ลงไปสำรวจข้างรอบๆต่อ หลังจากที่เดินดูคร่าวๆระหว่างที่รอเช็คอิน โรงแรมของเราอยู่ติดกะ MRT เลยอ่ะ เจ๋งมากๆๆ เดินออกจากโรงแรมก้อถึงสถานี Zhongxiao 3 เลย (สถานีจงเสี้ยวจามี 3 สถานีอ่ะ) สะดวกสบาย อุอุ... แถมยังอยู่ใกล้กะฟู่หลงด้วย (นี่ละที่ต้องการ ฮ่าๆๆ)

การดำเนินชีวิตที่นั่น เราผูกพันกะฟู่หลง....เซเว่น.... MRT.... มากๆๆ เพราะทุกครั้งที่เราจาไปไหนเราต้องเข้าเซเว่น แล้วทุกวันต้องเดินไปฟู่หลง (ฟู่หลงก็บอสัดต้นสังกัดอ้วนและเอฟทั้งหลายอ่ะ...ประมานไม่เห็นหน้าเห็นหลังคาบอสัดก็ยังดี)

หลังจากเดินสำรวจที่ทางแวะซื้อขนมข้างทาง และของกินต่างๆในเซเว่น(ขอบอกว่าที่นี่เค้าคิดค่าถุงด้วยนะ 2 NT อ่ะ แง่บ..เราเลยจ่ายไปเพราะม่ายรู้อ่า...แต่ถึงรู้ก็ต้องจ่ายอยู่ดี เพราะไม่ได้เอาถุงมาจากเมืองไทยนี่ แต่ว่าถุงพลาสติกเค้าหนามาก)แล้ว เราก็กลับเข้าโรงแรมไปรอไกด์กิติมศักดิ์ที่จามาหาเราที่โรงแรม เพื่อพาเราทัวร์สั้นๆๆ วี๊ววว

สถานที่ ที่เราอยากไปกันนะหรอ ฮ่าๆๆ แน่นอนฟู่หลง ตงฟง โซนี่ CCTV และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ (เป็นไงทัวร์แก๊งเรา ฮ่าๆๆ) วัดหลงซาน ใจจริงพวกเราอยากจาไปวัดหลงซานก่อน แต่จากที่ศึกษาแผ่นที่มาจากเมืองไทย หุหุ...เรารู้แค่ว่า โรงแรมเราอยู่ใกล้กับฟู่หลง เพราะงั้นค่อยไปวัดที่หลังก็ได้ แต่ขอโทษ...ไกด์เราก็ไม่รู้จักทาง ก็จาไปรู้ได้ไงละ ที่ๆเราจาไปมันมีแต่บริษัททั้งนั้น มันไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวเล๊ยยย

ก่อนออกเดินทางเราก็ทำการถามทางกะทางฟร้อนที่โรงแรมก่อน อิ...อิ.. คราวนี้สบายมีไกด์พรืดจีนได้ คอยช่วยเหลือ แต่ก็อย่างที่บอกอ่ะ ที่ ที่เราจาไปมันมีแต่บริษัทธรรมดาๆ ฟร้อนเค้าก็งงๆ มันจาไปไหนกันนี่ แต่ละที่ไม่รู้จักเล๊ยยย ฮ่าๆๆ แล้วเราก็เริ่มเดินงมหาตึกกัน... สงสัยจาเป็นเพราะผลกรรมเก่า ที่เราคิดกันเอาไว้ว่ามาถึงปุ๊บ เราจาไปไหว้พระที่วัดกันเลย แต่เราก็ไม่ได้ไป เลยส่งผลให้เรา เดินจนขาลากกกกกก!!! แถมยังหาตึกที่เราจาไปไม่เจออีกตะหาก

โอ๊วแม่เจ้า.... คิดดูจิ เดินเข้าไปถึงตึกฟู่หลงแล้ว เข้าไปถามพนักงานขายบัตรก็แล้ว เค้าก็บอกว่าไม่รู้จักฟู่หลง แงๆๆ ทั้งๆที่ตึกนั้นอ่ะ มันใช่แท้ๆๆ หลังจากเดินกันเป็นชม. เดินกันจนเมื่อย เราก็ตัดสินใจกันว่าโทรไปถามคนที่เมืองไทยดีก่าให้แมสเซสที่อยู่มา แล้วเราไปไหว้พระกัน เผื่อผลบุญจะส่งผลให้เราเจอเรื่องดีๆๆ ....

เหอะๆๆ หลังจากเราไปถึงวัดหลงซาน และไหว้พระ เราก็เจอข่าวดีเลย มินดี้ส่งแมสเซสมาบอกที่อยู่ฟู่หลง ฮ่าๆๆ ว่าแล้ววว ว่าไหว้พระก่อน แล้วทุกอย่างจาดีเอง... ตอนกลับไปเดินหาฟู่หลงรอบที่ 2 โอ๊วววว อยากจาบีบคอตัวเอง ก็ตึกที่เราเดินมาแล้วนั่นหล่ะ เราก็เริ่มทำการเดินเข้าหายาม ทำภาระกิจทันที

ภาระกิจของเราก็คือ เอาขนมที่เราแบกข้ามน้ำข้ามทะเลมาไปให้พนักงานที่บริษัท แล้วเราก็ฝากพี่ยามเอาไว้ อ้อ... มีของฝากถึงคุนป๋าด้วย ฮ่าๆๆ หลังจากฝากของเสร็จ เราก็ยังไม่ไปไหน มันแต่ถ่ายรูปหนุกหนานกันอยู่ งี๊ดด ง่ะ...ก็คนมันไม่เคยเห็นฟู่หลงนี่หว่า..... และแล้วเธอก็เดินเข้ามา.....ทำให้เราฮือฮากันอีกรอบ....

แต่น...แต๊น.... แฟนนี่(ผู้จัดการส่วนตัวคุนป๋า) นั่นเอง.... กรี๊ดดดดดดดดด เอาของฝากแฟนนี่เร๊วววว ทุกคนสะกิดกันเป็นทอดๆ แต่เจ๊แกก็คุยโทรศัพท์ไม่ยอมวางหู แล้วเราจาเข้าไปคุยได้ยังไงละ เราก็ยืนรอ ร๊อ รอ.... จนพี่ยามเค้าก็เอาขนมที่เราฝากให้ทีมงานและของที่มีคนฝากให้ป๋าส่งให้เจ๊แฟนนี่..... แล้วเจ๊แฟนนี้ก้อเอาถือของเดินขึ้นลิฟไป.... งี๊ดดๆๆๆ (เยสสสสส สำเร็จ) รักพี่ยามมมม เราเลยเอาขนมไปให้พี่ยามอีก 1 กล่องโดยที่บอกว่า อันนี้ให้คุน....แล้วพวกเราก็ลั้นลาจากไป.....

สถานที่ถัดไปก็คือ ซีเหมินติง ศูนย์รวมวัยรุ่นของไต้หวันนั่นเอง พวกเราก็นั่ง MRT จากโรงแรมไปลงซีเหมินติง แล้วก็ไปเดินหาซื้อซีดี On Ken's Time ที่พวกเราตั้งใจข้ามน้ำข้ามทะเลมาซื้อ ฮ่าๆๆ คนที่ร้านขายซีดีก็ตกใจมากมายเพราะว่า เราสั่ง 40 แผ่น แล้วคนทั้งร้านก็หันมามองพวกเรา เพราะว่า วันนั้นเป็นวันแรกที่ซีดีของพี่(ลำ)เคน เข้าวางขายอ่ะ... ก็มีการสอบถามกันนิดหน่อยว่า เรามาจากไหน น้องซีรีเค้าก็ตอบแบบภาคภูมิใจม๊ากกก ว่า ไท่กั๋ว โอ๊ววว ไท่กั๋วมันบุกไทเป

หลังจากเดินเล่นหาขนมกิน ดื่มด่ำบรรยากาศ และแว๊บดูสถานที่ ที่จาจัดงานโปรโมตอัลบั้มแล้ว เราก็จาไปกินข้าวที่ร้านอาหารที่พี่(ลำ)เคน เค้าเคยทำงาน งานนี้ไกด์เราต้องขอตัวกลับบ้าน แล้วพวกเราต้องไปกันเอง แต่ว่าเพื่อกันหลง เราก็เลยให้ไกด์เราเขียนที่อยู่ของร้านเปนภาษาจีนให้ด้วย แล้วก็นั่ง MRT ไปกินข้าวกัน ที่นั่ง MRT เพราะว่า อยากดูสถานที่ และอยากซึมซับความเป็นไต้หวัน ฮ่าๆๆ ซึมซับกันเต็มที่ มีกลิ่นอายของไต้หวัน... (เพราะหน้าหนาวหรือว่าคนที่นั่นม่ายชอบสระผมรึงายฟร่ะ)

ตลอดทางไปเราก้อถามเค้าไปเรื่อย...ว่าอยากไปที่นี่ ไปยังไง ง่ายๆๆ กับประโยคคำถาม หว่อ เหย้า ชวี่ ...(ชื่อสถานที่)... เจิ่น เมอ โจ่ว" แปลได้ว่าเราอยากไปที่...ไปยังไง เราได้ใช้ตลอดการเดินทาง และตลอดทริป ฮ่าๆๆ รวมทั้งศัพท์ที่คุนต้องคอยสังเกตเวลาเค้าตอบเรา

"จั่วเปียน" คือ ด้านซ้าย "โย่วเปียน" คือ ด้านขวา (สังเกตได้ตามคลิปที่เราดูๆกัน นักข่าวจาบอกให้หันซ้าย หันขวา)ถ้าเค้าไม่เอามือชี้ทาง เราก้อต้องฟังเอาฮับ สนุกสนานมากมายก่าจาถึงร้านข้าว

กว่าจาไปถึงร้านก็เดินกันจนเมื่อย ก็งี้ละ...ไปวันแรก เพราะพอไปครั้งที่ 2 ก็เดินปร๋อ... ตามข้างทางก็มีร้านขายของกินน่ากินหลายอย่างอ่ะ ทั้งไก่ไจ๋ (ไก่ทอด ใส่พริกไทยเยอะๆ อร่อยมากๆๆ) แล้วก็อารายม่ายรู้ทอดอีกร้านนึง น่ากินอ่า... แต่เราจาไปกินข้าว เพราะงั้นห้ามซื้อ เดี๋ยวจากินไม่ลง แต่สุดท้ายขากลับเราก็แวะซื้อกลับไปกินที่โรงแรม เพราะความอยากนั่นเอง (ราคาของไก่ก้อไม่แพงอ่ะ อก 35 NT น่อง 20 NT มีมันทอดด้วยอ่า อันนี้ก็อร่อย) เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมาอ่ะ โฮๆๆ ต้องกลับไปถ่ายให้ได้....

ในที่สุดก้อถึงร้านเป้าหมายซะที.... ร้านที่เสี้ยวเทียนเคยทำงานมาก่อนนั่นเอง.... โอ้วววว ร้านจาเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น พวกเราชอบกันมาก ไปถึงก็บอกว่า เราโทรมาจองเอาไว้ เป็นคนไทยฮับ พี่เจ้าของร้านก็ออกมาต้อนรับเป็นอย่างดี อิ...อิ... นั่งไปนั่งมา พี่เค้ามานั่งคุย เล่าว่ามาเมืองไทยบ่อย มีชื่อไทยด้วย แล้วให้เราเรียกเค้าว่า พี่สิบสอง (ร้านนี้ชื่อ Shi Er (ร้านซือเอ้อร์) ที่แปลว่า 12 ด้วยอ่ะ...) แล้วก้อโชว์เขียนภาษาไทย พูดภาษาไทย น่ารักมากๆๆ

ตอนแรกๆในร้านมีนั่งกันอยู่ไม่กี่โต๊ะยังคิดอยู่ว่าทำไมต้องโทมาจองฟร่ะ คนนิดเดียวเอง มีอยู่โต๊ะนึงเป็นคนฮ่องกง และเป็นแฟนอ้วนเหมือนกัน (เราก็เจริญสัมพันธไมตรีด้วยการแจกของจากเมืองไทยอ่ะ ชื่ออารายก็ไม่ได้ถามมา แต่ก็ทำให้เรารู้สึกดีที่มีคนมางานโปรโมตอัลบั้มอ้วนด้วย งี๊ดๆๆ ) แต่ว่ายิ่งดึกคนยิ่งเยอะอ่ะ พี่สิบสองว่าดีที่จองโต๊ะเอาไว้ก่อนไม่งั้นเราไม่ได้นั่งกินแน่ๆเลย แล้วพี่สิบสองก้อเริ่มคึก แจกโน่นแถมนี่ เอาเครื่องดื่มอร่อยมากๆมาแจก(จำชื่อไม่ได้อ่ะ.. ครายจำชื่อได้วานบอก ถามทุกครั้งที่ไปกิน แต่ก้อยังจำชื่อไม่ได้) รสชาดเหมือนนมเปรี้ยวใส่เลมอน ใส่โซดา ...เราเลยทำการแจกมั่ง เอาทุเรียนทอดให้พี่สิบสองไป 1 กล่อง โว๊ววววขอให้อร่อยนะค้าบบบ พี่สิบสองได้รับของรีบเอาไปเก็บที่รถทันที (สงสัยกัวอีตาปุ้มปุ้ยแย่งกิน)

หลังจากกินทุกอย่างที่ขวางหน้า เพราะวันทั้งวันไม่ได้กินอะไรเลย เราก็เตรียมตัวที่จาไปเที่ยว ตึกไทเป101 ตึกที่สูงที่สุดในโลกกัน พี่สิบสองคนดีก็เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงกล่องซีดีของเรา และเป็นห่วงพวกเราฮ่าๆๆ (รึป่าวหว่า..) เลยให้เราเอาซีดีเก็บเอาไว้ที่ร้านก่อน มีการบอกว่าร้านปิดตี 1 อย่ากลับมาหลังจากตี 1 นะ เราเลยทำการฝากฝังซีดีพี่เคนเอาไว้ที่พี่สิบสอง ที่นี้ร้านซือเอ้อมีอยู่ 2 สาขาฮับ ร้านนึงเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น(ร้านที่อ้วนเคยทำงาน และเรากาลังนั่งกินกันอยู่) อีกร้านเป็นเหมือนร้านชาบูอ่ะ(ร้านที่อ้วนเคยเป็นข่าวว่าจาตื๊บผู้หญิงอ่ะ... หนอย...ไอ้(ลำ)เคน มีข่าวกะหญิงทั้งทีเอาให้ดีๆหน่อยไม่ได้ ถ้ามีข่าวว่าควงป้าแกจาม่ายด่าเยย ดั๊น...ให้ป้าแกมาว่าได้ว่าแกจาเข้าไปทำร้ายร่างกายป้า...เซ็งจิงๆๆ) พี่สิบสองก้อให้เราเอาซีดีไปเก็บที่ร้านชาบู.... แต่คนแบกไปก้อพี่สิบสองนั่นหล่ะ!!!! (เจ๋งกันมากๆๆ อ้วนเอ๊ย... ใช้แกไม่ได้ แต่ว่าใช้พี่แกได้ละกัน ฮ่าๆๆ) เดินแบกไปก็คุยไป จนเราแทบไม่ได้ดูทางเลยทีเดียว(ขากลับเกือบจำทางไม่ได้อ่ะ)

พวกเรานั่ง MRT ไปตึก 101 จริงๆถ้านั่งแท๊กซี่น่าจะสะดวกกว่า เพราะว่าตอนนั้นก็ 4 ทุ่มแล้ว แต่เราก้อยังจายัง MRT ฮ่าๆๆ แถมกว่าจากลับไปขึ้น MRT ได้ก้อถามทางกันวุ่นวาย จนมีคนเดินนำมาส่งเราใกล้ๆกะสถานี ประมานคงคิดว่าอธิบายไปพวกมันก็คงไม่เข้าใจแล้วก้อไม่รู้ว่าจาอธิบายเป็นภาษาอังกฤตกะเรายังไง เหน เอ่อ...อ่า....แล้วก็บอกว่าให้เราเดินตามไป... นั่ง MRT ไปแล้วก็ยังไม่ถึงหน้าตึก 101 ต้องเดินต่อไปอีกก้อถามทางกันวุ่นวาย เพราะตึกอยู่ข้างหน้าเนี่ยละ แต่ว่าไม่รู้ว่าจาไปทางไหนได้ หลังจากรู้ทางก้อเดินลั้นลากันไป.... อากาศหนาวมากๆๆ ยิ่งดึกยิ่งหนาว แต่ทุกคนก้อไม่หวั่น ความอยากมีเยอะกว่านี่...

ไปถึงก็ขึ้นข้างบนไม่ได้ เค้าปิด สรุปไปไทเปเที่ยวนี้ถึงตึก 101 แต่ไม่ได้ขึ้นไปข้างบน ได้แต่ดูอยู่ข้างล่าง ก็งี้ละ...อยากเล่นของสูงกันนี่.... (คราวหน้าไปจาขึ้นไปให้ได้เยยย) เดินย้อนรอยกันอยู่แถวนั้น เพราะว่ามีทั้งห้างที่อ้วนถ่ายละคร แมคโดนัลที่คุนป๋าถ่ายกะเจ๊ซานไช่ ตึกที่ใช้ถ่ายเปนโรงแรมของพี่เต้าหมิงซื่อ และตึกสวยๆ หลายตึกเลย ฝนลงนิดๆ เราก็เลยกลับเพราะใครไม่รู้บอกว่า MRT ปิด เที่ยงคืน นี่มันก็ 5 ทุ่มแล้ว!!! เราเลยกลับไปเอาซีดีที่ฝากพี่สิบสิงเอาไว้ ไปถึงร้าน เดินเข้าไปทุกคนกิ๊บกั๊บกับพวกเราน่าดู เรียกกันมาดู นี่ไงๆๆแฟนเสี้ยวเทียน มาจากเมืองไทย (เป็นคนดังกันไปอีกรอบ) หลังจากล่ำรา ถ่ายรูปบ้าบอกันเสร็จ(ทำหยั่งกะจาไปวันนั้นวันเดียว) เราก็เดินแบกกล่องซีดีกลับ พร้อมกับนัดแนะกับพี่สิบสองใหม่ว่า พรุ่งนี้เราจามากันใหม่ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าเดิม..อิ...อิ...

เราเดินกลับทางเดิม แวะซื้อไก่ไจ๋ด้วย คนขายพยายามมาก ชวนคุยซะงั้น.... พอเราว่ามาจากเมืองไทยก้อถามว่ามาเรียนหรอ... นี่..คนเมืองนี้เค้าไม่คิดว่าเราจาไปเที่ยวกันบ้างรึไงเนี่ย (เออ...ในตอนแรกเรายังไม่คิดเลยว่า เราจาไปเที่ยวยังจาไปว่าเค้าอีก) พอบอกว่ามาเที่ยวเค้าก้องงๆ

เราเลยบอกว่า มาดูจู เสี้ยวเทียน เค้าก้องงเข้าไปใหญ่ (อ้วนเอ๊ย....เมิงจาขายของออกมั๊ยเนี่ย ป้าขายไก่ยังไม่รู้จัก นี่เค้าโปรโมตอัลบั้มให้รึป่าวเนี่ย วางขายแล้ว แต่ว่ายังไม่เหนเพลงแกเล๊ยยยย) เราเลยพยายามอธิบายว่า เค้าคือ เอฟฟะซื่อ เจ้าของร้านก้อว่า อ้อ...ไจไจ๋.... (เออ...เอากะเจ๊เค้าสิ) เรารีบบอกม่ายช่ายยยยย เค้าชื่อ จู เสี้ยวเทียน เค้าก้อว่า อ้อๆๆ รู้จักๆๆ อู๋ เย่เทียน !!!! (เฮ้ยยยย คนนั้นได้ข่าวว่าร้องเพลงเพราะมาก อย่าเอาพี่(ลำ)เคนของเราไปเปรียบเทียบเลย เด๋วพี่เค้าจาหมองมัว ฮ่าๆๆ) เราเลยหยิบที่ห้อยกระเป๋าอันเดิมที่เคยให้คุนลุงคนขับรถดูมาให้เจ๊แกดู แล้วเจ๊พร้อมด้วยคนในบ้านก้อมามุงดูกัน แล้วก้อบอกว่า อ้อๆๆ เราก้อคิดว่าเจ๊แกม่ายรู้จักหรอก อ๋อ...ไปงั้นละ ไม่งั้นเราจาต้องนั่งอธิบายอีกนาน.....ก่อนร่ำลาจากร้านไก่ไจ๋ เจ๊เจ้าของร้านก้อแถมมันทอดมาให้เราลองกินกัน สงสัยเพราะแถมมาน้อยมันเลยอร่อยมากๆๆ (พรืดเล่น อร่อยจิงๆๆ) แล้วเราก้อกลายเปงขาประจำร้านนี้หลังจากวันนี้เปนต้นไป (ฮ่าๆๆ เพราะเราไปร้านซือเอ้อร์ทุกวันนะจิ)

กว่าจากลับมาถึงโรงแรมเหนื่อยมากๆๆ เดินทั้งวัน เมื่อยขาสุดๆๆ เปิดทีวี มีแต่เพลงพี่ลีฮมทุกช่องเลย อ้วนนนนนน อยู่ไหนเนี่ย ไม่เหนเค้าเปิดเลย ตกดึกถึงจามีรายการของอ้วน (สงสัยมาแอบโปรโมตนี่เอง โปรโมตซึ่งหน้าไม่ได้) พวกเราก้อนั่งแงะแกะซีดีมานั่งชื่นชมกัน แล้วก็เตรียมแบกใส่เป้ไปให้คุนเสี้ยวเค้าเซ็นวันพรุ่งนี้ที่เกาสงนะจิ

นี่พวกป้าคณะทีจียังไม่มาอีกหรอเนี่ย.... กี่โมงแล้ว ไม่ไหว... หลับดีกว่า แล้วพี่มู๋ปุก พร้อมน้องซีรี พยายามจาเรียกให้ดูรายการอ้วน แต่เราไม่ไหวแล้วขอนอนดีก่า ให้อ้วนมาปลุกก็ม่ายลุกแล้วอ่า.... หลับได้สักพักน้องซีรีก็บอกว่า พวกป้ามาถึงแล้วลงไปหามั๊ย.... ไปไม่ไหว กรูง่วง จานอน...อ้วนยังปลุกไม่ได้เลย บอกป้าเจอกันพรุ่งนี้ บายยย แล้วเราก็หลับต่อ.... ปล่อยน้องซีรีเอาซีดีอ้วนไปอวดป้าคนเดียว (อ๊ะ...อย่าสงสัยว่าพี่มู๋ปุกหายไปไหน เจ๊แกนั่งชื่นชมซีดีอยู่แถวๆนั้นละ ไม่ได้หลับไปกะเราหรอก ฮ่าๆๆ ปามานอ้วนหล่อ ไปไหนไม่รอด... )

--- รูปจาตามมาปากอบที่หลัง ---




วันนี้แค่นี้ก่อง เด๋วมาเม้าต่อ.....




 

Create Date : 12 สิงหาคม 2548    
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2551 22:49:25 น.
Counter : 717 Pageviews.  


@lovelyken@
Location :
Taipei Taiwan

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..ฉันยังยืนที่เดิม เฝ้าคอยมองดูเธอเสมอไป..
....นานแสนนานเพียงใด หรือไกลสุดขอบฟ้า..
....และจะยืนที่เดิม เมื่อยามเธอมีทุกข์และน้ำตา..
....เพียงเมื่อเธอมองมา...ฉันยัง..ยืนที่เดิม....
Friends' blogs
[Add @lovelyken@'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.