เพื่อการศึกษาปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินและที่ดิน

เพลง William Tell Overture



ผู้ประพันธ์ Gioachino Rossini (Italian) คนอิตาลีออกเสียงว่า จวก(จ๊วก)คีโนะ(โน่) โรสซินี (ฟังการออกเสียงตามลิ้งค์ล่าง)
https://www.youtube.com/watch?v=muAnlt51a6A
https://forvo.com/word/gioacchino_rossini/
 
อ่านเรื่องย่อโอเปร่า วิลเลี่ยม แทล ได้ที่นี่
https://en.wikipedia.org/wiki/William_Tell_(opera)
 
เพลง William Tell Overture (วิลเลี่ยม แทล โอเวอเช่อร์ บางครั้งก็ออกเสียงว่าโอเวอร์ชัว) เป็นเพลงโหมโรงจากโอเปร่าเรื่อง วิลเลี่ยม แทล  เพลงนี้ถ้าออกเสียงเป็นอังกฤษจะออกเสียงว่าแทล  https://www.youtube.com/watch?v=xjDqRcLbpuM   (ไม่ใช่ออกเสียงว่า “เทล” อย่างที่คนไทยมักออกเสียงกัน และถ้าออกเสียงเป็นภาษาฝรั่งเศสซึ่งเป็นภาษาที่ใช้แต่งโอเปร่าเรื่องนี้จะอ่านว่า กีโยม(เมอ) แตล) Guillaume Tell   เพลงนี้เป็นเพลงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดเพลงหนึ่งในบรรดาเพลงโหมโรง  มีการนำทำนองส่วนหนึ่งไปใส่ไว้ในเพลงคลาสสิกอื่นก็มีด้วย เช่น ตอนท้ายของมูฟเม้นท์ที่หนึ่งของซิมโฟนีหมายเลข 15 ประพันธ์โดย Dmitri Shostakovich และ Johann Strauss Sr. นำไปใช้กับ William Tell Galop (Op. 29b)  และมีการนำไปใช้ในภาพยนตร์ซีรีย์  การ์ตูน  ใช้เป็นเพลงประกอบโฆษณา และดัดแปลงไปใช้ในวงแตร (brass band)  เป็นเพลงที่ได้ยินได้ฟังกันอยู่บ่อยมาก  แต่ที่ได้ยินนั้นเป็นการตัดมาจากส่วนท้ายเพลงซึ่งมีความยาวสองนาทีเศษ   เป็นส่วนที่เรียกว่า "March Of The Swiss Soldiers," ที่มีท่วงทำนองตื่นเต้นเร้าใจเหมือนการควบม้าเข้าชาร์จ 
 
รายละเอียดการบรรเลงเพลง
หมายเหตุ – การบรรยายการบรรเลงว่าช่วงเวลาไหนบรรยายอะไรนั้น ใช้กับวีดีโอแรกนี้เท่านั้น


 
เพลงนี้ยาวประมาณ 12 นาที เป็นการวาดภาพผ่านทางเสียงดนตรีบรรยายถึงวิถีชีวิตผู้คนในเทือกเขาสวิสแอลป์ สถานที่ตามเนื้อเรื่องในโอเปร่าเรื่องนี้ การบรรเลงจะบรรเลงติดต่อกันไปโดยไม่มีการหยุด  แต่ตามรูปแบบโครงสร้างเนื้อหาและอารมณ์ของเพลง  สามารถแบ่งออกเป็นสี่ส่วนได้อย่างชัดเจน

 
  1. Prelude: Dawn รุ่งเช้า
 
         เพลงจะเริ่มช้า ๆ ด้วยเดี่ยวเชลโล่ (cello) เสียงต่ำเบา ๆ ในช่วงต้น  ๆ แล้วก็จะมีเชลโล่อีก 5 ตัว ตามมาและจะมีเสียงดับเบิลเบส (double bass) สอดแทรกบ้าง อารมณ์เพลงจะ
หม่น ๆ ไม่สดใสเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ในเนื้อเรื่องของโอเปร่าจะเป็นยามเช้าที่ชาวบ้านกำลังจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองการแต่งงาน) ทำนองจะเอื่อย ๆ โดยเชลโล่กับเบส(ดับเบิลเบส) เป็นหลักเรื่อยไป จะมีการรัวกลองทิมปานี เบา ๆ ตอน 1: 15 และในช่วงท้ายของส่วนนี้ตอน 2:13 จะมีการรัวกลองทิมปานี timpani เบา ๆ เป็นเหมือนเสียงฟ้าคำรามอยู่ไกล ๆ เป็นการบอกเตือนว่าจะมีพายุ  และเป็นเตรียมนำไปสู่ช่วงที่สองที่บรรยายถึงพายุ เพราะตามเนื้อเรื่องจะมีพายุในช่วงต่อไปตอนลงเรือข้ามทะเลสาบ Lucerne  ซึ่งในเชิงการประพันธ์เพลงที่มีเนื้อหาหลายอย่างการจะเปลี่ยนช่วงทำนองอารมณ์เพลงก็อาจจะมีตัวเชื่อมต่อให้เข้ากันได้ราบรื่นด้วย

 
  1. ช่วงบรรยายพายุ (storm)
         พอบรรเลงมาถึง 2.46 ก็จะเข้าช่วงพายุ  กลุ่มเครื่องสาย(strings) ก็จะเริ่มทำเสียงหวีดหวิวเลียนแบบเสียงลมพายุพัดมา ตอนแรกก็จะเบา ๆ และจะดังขึ้น ๆ แบบพายุโหมกระหน่ำ     เต็มที่ในตอน ราว 3: 45 – ซึ่งช่วงนี้เครื่องดนตรีทุกชิ้นจะเล่นพร้อมกัน (tutti) ดังมากจะบรรยายพายุนานพอควรแล้วจะค่อย ๆ เบาลง ๆ(ตั้งแต่ช่วง 5: 0) เพราะพายุสงบลง  เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ส่วนที่สามเป็นการบรรยายเกี่ยวกับคนเลี้ยงสัตว์ในทุ่งหญ้า
 
  1. การบรรยายเกี่ยวกับคนเลี้ยงสัตว์ Ranz des Vaches or Kuhreihen  or "Call to the Cows"
 
       จะมีเสียงขลุ่ย(เขาสัตว์ horn ในชีวิตจริง) เรียกวัวในท้องทุ่งเป็นหลัก  ซึ่งเป็นช่วงที่อ่อนหวานไพเราะเพราะพริ้งที่สุดของเพลง ซึ่งจะเริ่มได้ยินเสียงฟลูตนำไปก่อนในช่วง 5:24 – ช่วงนี้เครื่องดนตรีที่จะเป็นตัวเดินทำนองที่สำคัญมากคือ คอร์อังเกลส์ (cor anglais หรือ English horn) เล่นสลับโต้ตอบกันไปมากับฟลูต(flute)  โดยคอร์อังเกลส์ cors anglais จะบรรเลงทำนองหลักตอน 5 : 45  (จะเห็นคนเป่าชัด ๆ ตอน 5:50 คอร์อังเกลส์จะมีสีดำเหมือนคลาริเน็ตกับโอโบแต่ต่างกันตรงส่วนก้านที่ใช้ปากเป่า(mouthpiece)จะโค้งไม่ตรง) โดยมีฟลูตบรรเลงสอดแทรกสลับกันไป  มาการบรรเลงจะค่อยลง ๆ แล้วในทันใดนั้นเอง (ช่วง 8:20) ก็จะเข้าสู่ส่วนสุดท้าย
 
 
       4. การบรรยายส่วนท้าย  Finale: March of the Swiss Soldiers 

          เป็นช่วงจบเป็นตอนที่กองกำลังชาวสวิสเดินทางมาช่วยชาวบ้านต่อสู้กับทหารออสเตรียที่ปกครองสวิสอยู่ในขณะนั้น  เพลงช่วงนี้คนนิยมฟังกันมากที่สุดเพราะที่มีท่วงทำนอง จังหวะและการบรรเลงอึกทึกครึกโครมตื่นเต้นดุเดือดเร้าใจสุด ๆ ฟังดูเหมือนการควบม้าเข้าชาร์จต่อสู้กันฟังแล้วมันสะใจที่สุด
 
          การฟังเพลงนี้ไม่ควรเน้นฟังเฉพาะส่วนท้าย  แต่ควรตั้งใจฟังทั้งเพลงเพื่อเป็นการให้คุ้นการฟังดนตรีที่บรรยายเรื่องราวโดยผ่านทางเสียงดนตรี  ซึ่งเพลงคลาสสิกส่วนหนึ่งจะเป็นเพลงแบบนี้ คือมีเนื้อหาเป็นเรื่องเป็นราว  หรือบรรยายเหตุการณ์หรือสิ่งที่ประทับใจให้เราคิดไปถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยมีเสียงดนตรีนำให้เราคิดไปถึงสิ่งนั้น ๆ   ซึ่งศัพท์ทางดนตรีเรียกดนตรีแบบนี้ว่าเป็นโปรแกรมมิวสิก (program music :  music that is intended to evoke images or convey the impression of events)
https://en.wikipedia.org/wiki/William_Tell_Overture.













Create Date : 10 มิถุนายน 2562
Last Update : 7 กรกฎาคม 2562 7:00:17 น. 0 comments
Counter : 1973 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
my contributions
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 141 คน [?]




อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทุกวัน DDproperty.com Flag Counter
[Add my contributions's blog to your web]