เพื่อการศึกษาปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินและที่ดิน

เพลงจากโอเปร่า ชุดที่ 2



1.   เพลง "Grand March"

จากโอเปร่าเรื่อง ทันฮอยเซอร์ Tannhäuser: ออกเสียงชื่อโอเปร่าแบบคนเยอรมันตามลิ้งค์นี้

https://forvo.com/word/tannh%C3%A4user/

เพลงนี้ประพันธ์โดยว๊ากเนอร์ชาวเยอรมัน



เพลง 2   Carmen – Ouverture  เป็นเพลงโหมโรง(โอเวอเชอร์ overture)จากโอเปร่าเรื่อง

คาร์เมน ประพันธ์โดย ยอร์ช บีเซ่ต์ Georges Bizet ชาวฝรั่งเศส

(ตามความเป็นจริงการออกเสียงคำว่า Georges ให้ถูกต้องตามคนฝรั่งเศสนั้นทำได้ยากมาก ขอให้ฟังจากลิ้งค์นี้

https://www.pronounceitright.com/pronunciation/georges-bizet-4293

https://www.youtube.com/watch?v=I7TUh-nGObQ




เพลง 3 Bizet: Carmen-Toreador song -

เพลงเอกจากโอเปร่าเรื่องคาร์เมนเช่นเดียวกัน

ลิ้งค์จากการแสดงโอเปร่า

ลิ้งค์ล่างร้องสองคนชายหญิง จากคอนเสิร์ตไม่ใช่จากการแสดงโอเปร่า


4.  เพลง habanera เป็นอีกเพลงหนึ่งที่เป็นที่นิยมจากโอเปร่าคาร์เมนเช่นกัน

https://www.youtube.com/watch?v=icJRTdpS2pU




 5. เพลง "Unbel di vedremo". (one fine day we shall see) จากโอเปร่าเรื่องMadama Butterfly (Madame Butterfly) ประพันธ์โดย จาโกโม่ ปุชชีนี่ (Giacomo Puccin) ชาวอิตาลี

อ่านเรื่องย่อได้ที่ลิ้งค์นี้ https://kikijojosan.blogspot.com/2008/07/blog-post.html
เพลงที่เอามาให้ฟังนี้เป็นตอนที่บัตเตอร์ฟลาย(ชื่อนางเอกคือโจโจ้ซัง) บอกกับสาวใช้ว่าวันหนึ่งเรือจะพาสามีกลับมาที่ท่าเรือและจะมาหาเธอเนื้อหาเป็นการแสดงว่ารอคอยอย่างมีความหวัง แต่หากฟังทำนองดูแล้วออกเศร้ามากไม่เหมือนคนที่รออย่างมีความหวังเลยเพลงนี้ถือเป็นเพลงเอกของโอเปร่าเรื่องนี้และเป็นเพลงยอดนิยมเพลงหนึ่งในบรรดาเพลงจากโอเปร่าทั้งหลาย

17. Unbel dì vedremo ('One fine day we shall see'). In this,the opera's most famous aria (and one of the most popular works in the sopranorepertoire), Butterfly says that, "one fine day", they will see apuff of smoke on the far horizon. Then a ship will appear and enter the harbor.She will not go down to meet him but will wait on the hill for him to come.After a long time, she will see in the far distance a man beginning the walkout of the city and up the hill. When he arrives, he will call"Butterfly" from a distance, but she will not answer, partly for funand partly not to die from the excitement of the first meeting. Then he willspeak the names he used to call her: "Little one. Dear wife. Orangeblossom." Butterfly promises Suzuki that this will happen. Suzuki departs,as Sharpless and Goro arrive in the garden.


6. เพลง O mio babbino caro (Oh my dear papa)  (โอ มีโอ บ้าบบีโน กาโร) จากโอเปร่าเรื่อง จานนี สกิ๊กกิ (Gianni Schicchi) ประพันธ์โดย จาโคโม่ ปุชชีนี่ GiacomoPuccini ฟังออกเศร้าจะเห็นได้จากคนฟังน้ำตาคลอกันหลายคนเลยสำหรับนักร้องเสียงโซปราโนตามลิ้งค์นี้เป็นเด็กสาวชาวดัชท์ ชื่อ อมีร่า วิลลิคาคัน Amira Willighagen (ออกเสียงแบบดัชท์)อายุตอนนี้ 14 ปี (เกิด 2004) เด็กคนนี้ชนะเลิศรายการ Holland’s Got Talent ตอนอายุ 9 ขวบ(เพลงนี้เป็นเพลงหนึ่งที่เธอใช้ในการแข่งขัน)ลองฟังดูแล้วกันว่าดนตรีคือการแสดงอารมณ์ผ่านทางเสียงจริงหรือเปล่า(ฟังหลายหนหน่อยแล้วน้ำตาอาจซึมออกมาเหมือนคนดูก็ได้)


 ลิ้งค์นี้ร้องโดย Maria Callas นักร้องเสียงโซปราโนชื่อดังก้องโลกคนหนึ่งในวงการโอเปร่า



7.  เพลง 'Brindisi' (บรินดีซี่) ('The Drinking Song')

จากโอเปร่า ลา ตราวีอาตา traviata (Italian: [latraviˈaːta; traˈvjaːta], The Fallen Woman) เป็นโอเปร่าประพันธ์โดย GiuseppeVerdi (จูแซปเป้ แวร์ดี)

เป็นเพลงเชิญชวนดื่ม (toastเพื่อเป็นเกียรติ) ทำนองออกสนุกสนานดี เพลงจะนำด้วยนักร้องเดี่ยวแล้วก็จะตามด้วยการร้องหมู่ประสานเสียงสลับกันไป






 

Create Date : 29 มีนาคม 2561   
Last Update : 3 เมษายน 2561 13:25:16 น.   
Counter : 83 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

เพลงจากโอเปร่า ชุดที่ 1



ชุดที่ 1 


เพลงจากโอเปร่าแต่งเพื่อประกอบเนื้อเรื่องในโอเปร่า ดังนั้นก็จะใช้แบบฟอร์มของเพลงตามการดำเนินเรื่องและจะให้สอดคล้องกับเหตุการณ์หรืออารมณ์ของเนื้อเรื่องส่วนนั้นเป็นหลัก เช่น ตอนโหมโรง (overture) เพลงคั่นสลับฉาก การเต้นรำหรือมีบัลเล่ต์ ตอนเศร้าคร่ำครวญ การเดินของทหาร การฉลองชัย มีการร้องเดี่ยว การร้องหมู่ ฯลฯ ซึ่งจะมีหลากหลายอารมณ์ และภาษาที่ใช้ก็มักจะเป็นภาษาอิตาลี เยอรมัน ฝรั่งเศส ส่วนภาษาอังกฤษมีน้อยกว่า

1

    1.   “Bridal chorus” เพลงร้องหมู่

จากโอเปร่าเรื่อง Lohengrin (โลเฮนกริน) ประพันธ์โดย ริชาร์ด ว๊ากเนอร์ (Richard Wagner) นักแต่งเพลงคนสำคัญชาวเยอรมัน เพลงนี้คนไทยส่วนใหญ่ต้องเคยได้ยินทำนองแน่ ๆ ส่วนมากได้ยินในงานแต่งงานและมักบรรเลงโดยออร์แกนแต่ที่ได้ยินในงานนั้นตัดมาแค่ส่วนหนึ่ง เพลงเต็มยาวกว่าหน่อยหนึ่ง (เพลงเต็มที่เอามาให้ฟังยาวประมาณ4 นาทีครึ่ง) จะเอาวีดีโอมาให้เพลงละสองลิ้งค์เพื่อกันลิ้งค์เสีย(แต่หากเสียทั้งสองลิ้งค์ก็ให้ค้นจากชื่อเพลงก็ยังมีลิ้งค์ให้ฟังอีกมาก)



2. Wedding March


พลงนี้ก็มาจากโอเปร่าเรื่อง Lohengrin เช่นเดียวกับเพลงแรก แต่เป็นเพลงมาร์ชบรรเลงด้วยวงออร์เคสตราไม่มีการร้อง


ลิ้งค์นี้มีสองเพลงคือ wedding march และรวม Bridal Chorus ด้วย


3   3. “Wedding March”

เพลงนี้ใช้ประกอบละครเรื่อง A Midsummer Night's Dream ประพันธ์โดย เมนเดลโซห์น ชาวเยอรมัน

เพลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของเพลงที่ใช้บรรเลงประกอบบทละครของเชคสเปียร์เรื่อง A Midsummer Night's Dream (ชื่อไทยคือ “ฝันกลางฤดูร้อน”) ไม่ใช่โอเปร่าเต็มตามรูปแบบเป็นแค่ incidental music เท่านั้น

ที่เอามาให้ฟังเพราะเป็นเรื่องการแต่งงานเช่นเดียวกัน



4. เพลง ANVIL CHORUS (Verdi Il Trovatore)

จากโอเปร่าเรื่อง อิล โตรวาโตเร


ลิ้งค์ออกเสียงชื่อโอเปร่า

https://rightpronunciation.com/languages/italian/il-trovatore-21343.asp?id2=33&page=196

Giuseppe Verdi จูแซปเป แวดิ ชาวอิตาลี

ลิ้งค์การออกเสียงผู้ประพันธ์

https://rightpronunciation.com/languages/italian/giuseppe-verdi-4761.asp?id2=&page=1&search=verdi


Il trovatore - Anvil chorus (Chorus of the Hungarian State Opera House)

นี่เป็นการแสดงจากคณะนักร้องของฮังการี มีการเอาทั่งตีเหล็ก (anvil)มาตีจริง ๆ ตรงกับชื่อเพลง





5. “Triumphal March”

จากโอเปร่าเรื่อง “อาอีดา” Aida (ชื่อเจ้าหญิงแห่งเอธิโอเปียที่ถูกอียิปต์จับตัวไป)

การออกเสียง Aida https://www.youtube.com/watch?v=ZraSRsEu1wo

ประพันธ์โดย Giuseppe Verdi (จูแซปเป แวดิ ชาวอิตาลี)


Verdi Opera Aida - Gloria all' Egitto, Triumphal March -HD





 

Create Date : 16 มกราคม 2561   
Last Update : 24 มกราคม 2561 10:52:18 น.   
Counter : 268 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 


my contributions
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 133 คน [?]




"When it comes to the future, there are three kinds of people: those who let it happen, those who make it happen, and those who wonder what happened." John Martin Richardson, Jr.

เจ้าของบล็อกเป็นอดีตข้าราชการกรมที่ดินมีประสบการณ์ด้านการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในหลายจังหวัด ผ่านหลักสูตรนักบริหารงานที่ดินระดับสูง เคยไปรับการศึกษาดูงานด้านการทะเบียนที่ดินในรัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิคตอเรีย และฝึกงานด้านการประเมินราคาทรัพย์สินในรัฐนิวเซาท์เวลส์ประเทศอสเตรเลีย

บทความใน blog นี้ มีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์

หมายเหตุ - ได้เปลี่ยนนามแฝงจาก "หมอที่ดิน"
เป็นภาษาลาติน "Terra Nova" (หมายถึง new land หรือ new earth) ตั้งแต่ มีนาคม 2556 และเมื่อเดือน กค 57 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น conveyancer หมายถึงผู้ดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการโอนที่ดิน(8 สิงหาคม 2560) วันที่ 29 มีนาคม 2561 เปลี่ยนเป็น my contributions หมายถึงเรื่องต่าง ๆ ที่ได้เขียนหรือทำให้ไว้


อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทุกวัน DDproperty.com เริ่มนับ 5 ธันวาคม 2557 Flag Counter
[Add my contributions's blog to your web]