เพื่อการศึกษาปรับปรุงกฎหมายทรัพย์สินและที่ดิน

ตอนที่ 2 ปัญหาทายาทในกรณีมรดกไม่มีพินัยกรรมตกลงกันไม่ได้หรือไม่สามารถมายื่นคำขอรับโอนมรดกพร้อมกัน



วสันต์ กิจบำรุง


หมายเหตุ – ในการอธิบายวิธีการแก้ปัญหาผู้เขียนได้นำข้อความในกฎกระทรวงและระเบียบมาใส่ไว้ให้เห็นชัดเจน  ก็โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้ขอรับโอนมรดกได้มีข้อความอ้างอิงได้อย่างชัดเจน  สามารถยกอ้างต่อเจ้าหน้าที่ได้เมื่อมีการปฏิเสธหรืออิดออดที่จะทำตามคำขอของทายาท  ที่กล่าวอย่างนี้เพราะผู้เขียนรู้ดีว่าในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่บางคนนั้น มักจะอยากดำเนินการตามที่เคยชินหรือเห็นว่าจะสะดวกในส่วนของเจ้าหน้าที่  มากกว่าจะทำตามความสะดวกของทายาท  โดยไม่ได้ให้ความสำคัญว่ากฎหมายวางหลักการเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ทายาทได้ใช้แก้ปัญหาของตนเป็นหลักใหญ่  ไม่ใช่มุ่งหมายอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่  นั่นคือทายาทมีสิทธิเลือกวิธีการที่แก้ปัญหาของตนได้ดีที่สุด  ไม่ใช่ให้เจ้าหน้าที่เลือกวิธีการให้ทายาท  แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถชี้แจงผลดีผลเสียได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้วต้องให้ทายาทเป็นผู้เลือกวิธีการแก้ปัญหาของตนเป็นหลัก  แต่หากเจ้าหน้าที่ยังไม่ดำเนินการตามที่ทายาทต้องการ  ก็ให้เข้าพบเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดได้โดยไม่ต้องลังเล  และอธิบายความประสงค์พร้อมเหตุผลความจำเป็นให้ทราบ  ซึ่งปกติแล้วผู้บังคับบัญชามักจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบโดยเคร่งครัด  เพราะหากปฏิเสธทายาทมีสิทธิร้องขอให้เจ้าพนักงานที่ดินทำหนังสือปฏิเสธเป็นลายลักษณ์อักษร (ซึ่งใช้ได้กับเรื่องอื่น ๆ ทั้งหมดด้วย)  และสามารถนำไปประกอบคำฟ้องต่อศาลปกครองได้หากเห็นว่าไม่ดำเนินการให้โดยไม่ชอบด้วยระเบียบกฎหมาย  ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินมักเห็นว่าเป็นการง่ายที่จะสั่งให้เจ้าหน้าที่รับดำเนินการตามความประสงค์ของทายาท  มากกว่าอยากมีปัญหาในการถูกฟ้องร้องในศาลปกครอง ซึ่งการฟ้องก็ทำได้ง่ายโดยไม่จำเป็นต้องจ้างทนายความด้วย
 
 
สภาพปัญหา
 
ในการยื่นคำขอรับโอนมรดกที่สำนักงานที่ดินแม้กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทายาทมายื่นคำขอพร้อมกัน  แต่ปกติผู้ขอมักได้รับคำแนะนำให้นัดกันมาทำเรื่องขอประกาศรับโอนมรดกพร้อมกันทุกคน เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนจัดทำบัญชีเครือญาติได้จากทายาทหลายคนเป็นการรับรองยืนยันข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้ถูกต้องดีกว่ามาน้อยคน  และเพื่อจะได้ลงลายมือชื่อขอรับมรดกร่วมกันไปพร้อมกัน   ทำให้มีตัวอย่างลายเซ็นเพื่อใช้ในการตรวจสอบเมื่อผู้รับมรดกมาดำเนินการเกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้นในภายหลัง เช่น มาขายหรือจำนอง และเพื่อใช้ในการตรวจเปรียบเทียบลายเซ็นเมื่อมีการทำหนังสือมอบอำนาจมาทำนิติกรรม เพราะหากไม่มีลายเซ็นให้ตรวจสอบ  ก็ไม่มีวิธีอื่นให้ตรวจสอบว่าเป็นลายเซ็นของคนมอบอำนาจจริงหรือไม่  จึงมักต้องให้ผู้มอบอำนาจมาทำด้วยตนเองหรือต้องให้ดำเนินการอื่นเพิ่มเติมเพื่อที่จะได้แน่ใจว่าเป็นตัวเจ้าของจริง

แต่บางกรณีทายาทมาทำเรื่องพร้อมกันไม่ได้ด้วยสาเหตุหลายประการ เช่น ทายาททะเลาะกันตกลงกันไม่ได้   ทายาทอยู่คนละจังหวัดไกลกัน หรือบางคนไปอยู่ต่างประเทศ  บางคนติดต่อไม่ได้เลย  เพราะไม่รู้ที่อยู่ขาดการติดต่อกันนานมาก  หรือแม้แต่สูญหายไปก็มี  หรือเป็นคนวิกลจริตจิตฟั่นเฟือนไม่สามารถรับรู้แบบคนปกติ  หรือบางคนไม่อยากได้มรดกก็ไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะมีทรัพย์สินมาก   หรือได้ทรัพย์อื่นจากเจ้ามรดกไปมากจนพอใจแล้วก็ไม่สนใจมาทำเรื่อง 
 

วิธีแก้ปัญห

1.  ให้ทายาทบางคนมายื่นคำขอและให้ลงชื่อทายาทอื่นที่มีสิทธิรับโอนมรดกร่วมรับพร้อมกันไปทั้งหมด  


วิธีดำเนินการโดยย่อ
 
ให้ทายาทคนหนึ่งหรือหลายคนก็ได้ที่พร้อมไปยื่นคำขอประกาศรับโอนมรดกที่สำนักงานที่ดิน  และต้องแจ้งเครือญาติเจ้ามรดกว่ามีใครบ้างโดยต้องบอกให้ครบถ้วน(และต้องบอกที่อยู่ด้วยหากมีกรณีต้องส่งประกาศการขอรับโอนมรดกให้ทราบ) ตามที่ตนเองรู้หากไมรู้ก็ต้องบอกว่าไม่รู้เพราะเหตุใด เช่น เจ้ามรดกหรือทายาทไปอยู่ต่างประเทศนานขาดการติดต่อกัน ทำให้ไม่รู้ว่าเจ้ามรดกมีลูกหลานกี่คน หรือมีใครตายไปบ้างแล้วและใครตายก่อนตายหลังกัน และหากมีการตายก่อนหรือหลังเจ้ามรดกก็ต้องรู้คู่สมรสเขาด้วย ต้องรู้ว่าเขามีลูกชื่ออะไรจะได้ให้รับมรดกแทนที่ทายาทคนที่ตายไปก่อนเจ้ามรดก  ซึ่งหากตรวจสอบจริงจังโดยละเอียดก็มักจะทราบได้ว่ามีใครบ้าง เมื่อแสดงบัญชีเครือญาติที่มีสิทธิรับมรดกแล้ว ผู้ขอที่มายื่นคำขอนั้นสามารถแจ้งให้ลงชื่อทายาทอื่นทั้งหมดร่วมรับมรดกพร้อมไปกับตนก็ได้  โดยไม่ต้องให้มาร่วมลงชื่อประกาศรับมรดกพร้อมกับตนแต่อย่างใด  แต่ผู้ขอต้องนำหลักฐานแสดงว่าคนที่ให้ลงชื่อรับมรดกนั้นเป็นทายาทด้วย  หากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นทายาทจริง ก็จะไม่สามารถให้รับมรดกร่วมไปด้วยกันได้  สำหรับหลักฐานที่ใช้พิสูจน์ว่าเป็นทายาทก็ได้แก่ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน หรือใบเกิด หรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น มรณบัตรของทายาทที่ตายก่อนเจ้ามรดกเพื่อให้คนอื่นรับมรดกแทนต่อไป  ซึ่งในการประกาศการขอรับโอนมรดกนั้นจะต้องระบุลงไปด้วยว่าผู้ขอให้ลงชื่อใครบ้างเป็นผู้รับมรดกร่วมกันตนเพื่อให้คนมาคัดค้าน  ซึ่งการประกาศให้สาธารณชนได้รับทราบเพื่อให้คัดค้านนี้เป็นวิธีมาตรฐานที่กฎหมายมักให้ทำกันโดยทั่วไปในเรื่องต่าง ๆ   หากประกาศไปครบ 30 วันแล้วไม่มีคนคัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินก็จะจดทะเบียนไปตามที่ได้ประกาศไว้ 

การที่กฎหมาย (กฎกระทรวงฉบับที่ 24 ข้อ 4 (1)) กำหนดหลักการให้ใส่ชื่อทายาทอื่นร่วมรับมรดกไปด้วยกันได้ก็ด้วยเหตุผลที่ว่าตามกฎหมายมรดก(มาตรา 1599) เมื่อใครตายมรดกก็ตกเป็นของทายาทตั้งแต่วันที่เจ้ามรดกตาย  สิทธิในมรดกตกเป็นของทายาทแล้วโดยผลของกฎหมาย ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการจดทะเบียนโอนมรดกตามสิทธิที่มีอยู่แล้วให้ปรากฏในโฉนดเท่านั้น  ซึ่งกฎหมายที่ดินและกฎกระทรวงฉบับที่ 24 ก็ให้ทำได้โดยการมายื่นคำขอด้วยตนเอง หรือทายาทอื่นมายื่นคำขอและให้จดทะเบียนลงชื่อทายาทอื่นร่วมรับมรดกไปพร้อมกันด้วยก็ได้   เป็นการที่กฎหมายอำนวยความสะดวกในการรับมรดกของทายาทเป็นอย่างดี  อย่างไรก็ตามหากปรากฏในภายหลังว่าได้จดทะเบียนโอนผิดพลาดไปก็สามารถดำเนินการเพิกถอนได้ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 61 ซึ่งในความเป็นจริงแล้วเกิดขึ้นน้อยมาก  เพราะว่าโดยทั่วไปแล้วไม่มีใครต้องการให้คนอื่นที่ไม่ใช่ทายาทมาร่วมรับมรดกกับตนอยู่แล้ว และการแจ้งเท็จก็เสี่ยงที่จะโดนโทษอาญาด้วยซึ่งโอกาสที่จะโดนลงโทษนั้นสูงเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ทีเดียว  เพราะว่าในการดำเนินการต่าง ๆ ในเรื่องรับมรดกจะต้องนำหลักฐานต่าง ๆ มาประกอบ มีการเซ็นรับรองสำเนา มีการให้ถ้อยคำรับรองต่าง ๆ และหลักฐานเหล่านี้จะเก็บไว้ที่สำนักงานที่ดินตลอดไปไม่มีการทำลาย  ดังนั้นเมื่อมีการฟ้องร้องกันก็สามารถพิสูจน์ความผิดได้โดยง่าย  แต่โดยทั่วไปแล้วทายาททั้งหลายมักจะชอบนัดหรือได้รับคำแนะนำให้พากันมาทำเรื่องพร้อมกันมากกว่า  แต่การใช้วิธีให้ลงชื่อรับมรดกร่วมกันนั้นมีพอมีอยู่บ้างเพราะปัญหาใหญ่คือไม่สามารถนำหลักฐานการเป็นทายาทที่คนอื่นเก็บไว้มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้  จะใช้วิธีนี้ได้ดีก็เฉพาะกรณีผู้ขอมีหลักฐานอยู่พร้อมแล้ว เช่นมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันตลอดมาเป็นต้น หรือทายาทคนที่จะให้ลงชื่อร่วมรับมรดกด้วยนั้นส่งมาให้
 
วิธีที่กล่าวมานั้นทำได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 24 ข้อ 4 ความว่า

                ข้อ ๔ การจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดกไม่มี
พินัยกรรม และมีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกหลายคน นอกจากจะต้องดำเนินการตามข้อ ๓ แล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
               (๑) ในกรณีที่ทายาทบางคนมาขอจดทะเบียนรับมรดกตามสิทธิของตนหรือ
ขอให้ลงชื่อทายาทอื่นที่มีสิทธิได้รับมรดกทุกคนตามที่ผู้ขอแสดงไว้ในบัญชีเครือญาติ เมื่อไม่มีผู้โต้แย้งภายในกำหนดเวลาที่ประกาศ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย
 
              ซึ่งระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาทางมรดก พ.ศ. 2548 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2557) ก็ได้วางแนวทางปฏิบัติรองรับไว้ชัดในข้อ 11

               ข้อ ๑๑ การสอบสวนและจดบัญชีเครือญาติของเจ้ามรดกไว้ด้านหลังบันทึกการสอบสวนฯ (ท.ด.๘) นั้น ให้ผู้ขอแสดงชื่อทายาทที่มีสิทธิรับมรดกตามลำดับและชั้นของทายาทตามกฎหมาย เช่น ชื่อบิดา มารดา ชื่อผู้สืบสันดาน หรือผู้รับมรดกแทนที่ และชื่อคู่สมรส เมื่อได้เขียนชื่อทายาทของเจ้ามรดกดังกล่าวแล้วใต้ชื่อเจ้ามรดกให้เขียนว่า “เจ้ามรดกตายเมื่อ…..…..” ให้เขียนคำว่า “ผู้ขอ” ไว้ใต้ชื่อผู้ขอ ในกรณีผู้ขอขอให้ลงชื่อทายาทอื่นที่มีสิทธิได้รับมรดกเป็นผู้รับมรดกร่วมกับผู้ขอด้วย ให้เขียนคำว่า “ผู้ขอขอให้ลงชื่อ” ไว้ใต้ชื่อทายาทนั้น ๆ และถ้าทายาทคนใดเป็นผู้เยาว์ หรือเป็นคนไร้ความสามารถ หรือตาย ให้เขียนอายุผู้เยาว์หรือการเป็นคนไร้ความสามารถหรือตาย และวัน เดือน ปี ที่ตายไว้ใต้ชื่อทายาทนั้น ๆ ด้วย
               ในกรณีที่ผู้ขอไม่ทราบเครือญาติของเจ้ามรดกโดยครบถ้วน ก็ให้แสดงบัญชีเครือญาติเท่าที่ทราบและให้บันทึกเหตุผลที่ไม่ทราบไว้โดยชัดแจ้ง เช่น มีบิดาอยู่ต่างประเทศ อาจมีภรรยาและบุตรที่ต่างประเทศอีกหรือไม่ ผู้ขอไม่ทราบ
              เมื่อได้ทำบัญชีเครือญาติเสร็จแล้ว ให้ผู้ขอลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือรับรองบัญชีเครือญาติที่ให้ไว้ แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงลายมือชื่อกำกับไว้(ตามตัวอย่างหมายเลข ๖) และในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ต้องส่งประกาศให้แก่ทายาท ให้จัดทำบัญชีรายชื่อและที่อยู่ของทายาทซึ่งผู้ขอแสดงประกอบการขอรับมรดกไว้ด้วย (ตามตัวอย่างหมายเลข ๗)
              ในกรณีผู้ขอเป็นผู้รับพินัยกรรม ผู้ขอไม่จำเป็นต้องแจ้งบัญชีเครือญาติ และพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องส่งประกาศมรดกแจ้งให้ทายาทอื่นทราบ
            
             ซึ่งในตัวอย่างบันทึกการสอบสวนขอจดทะเบียนโอนมรดก (ท.ด. 8) นั้นก็ให้คนยื่นคำขอเซ็นชื่อเท่านั้น  ไม่ต้องให้คนที่ให้ลงชื่อรับมรดกร่วมด้วยมาเซ็นชื่อด้วยแต่อย่างใด (ดูได้จากตัวอย่างหมายเลข 6 ด้านล่าง)
 

1.2 ให้ทายาทบางคนมายื่นคำขอรับโอนมรดก และให้ผู้ไม่รับมรดกทำหนังสือไม่รับมรดกมามอบให้เจ้าหน้าที่ โดยตนเองไม่จำเป็นต้องมาที่สำนักงานที่ดินก็ได้ แต่จะให้คนขอรับมรดกนำมามอบหรือส่งทางไปรษณีย์ก็ได้
 

สภาพปัญหา
           
ในการยื่นคำขอรับโอนมรดก  บางครั้งทายาทบางคนไม่ต้องการรับโอนมรดกแปลงนั้น ๆ ด้วยสาเหตุบางประการ และก็ได้ตกลงกับคนอื่นแล้วว่าจะไม่รับมรดกแปลงนั้น ผู้ไม่รับมรดกสามารถเลือกวิธีการแสดงการไม่รับมรดกที่สำนักงานที่ดินได้สองวิธี  คือ มาเซ็นชื่อไม่รับมรดกที่สำนักงานที่ดินด้วยตนเองเลย  ซึ่งปกติมักจะให้ทำตามวิธีนี้เพราะเจ้าหน้าที่สอบถามจากเจ้าตัวเองได้  ป้องกันการปลอมตัวหรือปลอมหนังสือไม่รับมรดกได้ดีที่สุด  ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือให้ทำหนังสือไม่รับมรดก มอบให้ผู้ขอรับมรดกนำมามอบให้เจ้าหน้าที่  หรือส่งมาโดยทางไปรษณีย์ก็ได้  ซึ่งวิธีนี้ใช้ในกรณีที่ผู้ไม่รับมรดกไม่สะดวกในการเดินทางหรือมีธุระมาไม่ได้
 
และในทางปฏิบัติสำนักงานที่ดินก็ให้คนขอรับโอนมรดกรับรองว่าเป็นหนังสือของคนไม่รับมรดกจริง  เป็นการร่วมรับรู้รับผิดชอบด้วยเพราะในทางความเป็นจริงนั้นคนขอรับมรดกและคนไม่รับมรดกก็รู้จักกันและต้องติดต่อกันว่าจะทำอย่างไร  คงไม่คิดเอาเองว่าทายาทอื่นจะทำหนังสือไม่รับมรดกมาให้เอง เพราะหากว่าไม่มีหนังสือไม่รับมรดกมามอบให้เจ้าหน้าที่ภายในเวลาการประกาศโอนมรดก 30 วัน คำขอก็จะเสียเปล่า  ตามที่กฎกระทรวงฉบับที่ 24 กำหนดไว้  คนรับโอนมรดกก็จะเสียเวลาดำเนินการไปโดยเปล่าประโยชน์
       
สำหรับวิธีการทำหนังสือโดยไม่ต้องมาด้วยตนเองนั้นทำได้ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 24 ข้อ 4 (2) ความว่า

              ข้อ ๔ การจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดกไม่มี
พินัยกรรม และมีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกหลายคน นอกจากจะต้องดำเนินการตามข้อ ๓ แล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
             (๑) ในกรณีที่ทายาทบางคนมาขอจดทะเบียนรับมรดกตามสิทธิของตนหรือ
ขอให้ลงชื่อทายาทอื่นที่มีสิทธิได้รับมรดกทุกคนตามที่ผู้ขอแสดงไว้ในบัญชีเครือญาติ เมื่อไม่มี
ผู้โต้แย้งภายในกำหนดเวลาที่ประกาศ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอแสดง
หลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย
            (๒) ในกรณีที่ทายาทบางคนมาขอจดทะเบียนรับมรดกทั้งหมด ถ้าผู้ขอนำทายาทที่แสดงไว้ในบัญชีเครือญาติทุกคนมาให้ถ้อยคำยินยอม หรือนำหลักฐานการไม่รับมรดกของทายาทดังกล่าวนั้นมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ภายในกำหนดเวลาที่ประกาศ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้ขอไม่สามารถนำทายาทที่แสดงไว้ในบัญชีเครือญาติทุกคนมาให้ถ้อยคำยินยอม หรือไม่สามารถนำหลักฐานการไม่รับมรดกของทายาทดังกล่าวนั้นมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลาที่ประกาศได้ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยกคำขอเสีย
 
และตามระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาทางมรดก พ.ศ. 2548 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2557) ก็วางระเบียบรองรับไว้ใน ข้อ 12 ความว่า

ข้อ ๑๒ กรณีผู้ขอนําทายาทที่แสดงไว้ในบัญชีเครือญาติทุกคนมาให้ถ้อยคํายินยอมหรือนําหลักฐาน การไม่รับมรดกของทายาทดังกล่าวมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายหลังที่ครบหนดเวลาที่ประกาศแล้วเช่นนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้ เนื่องจากคําขอถูกยกไปโดยอํานาจของกฎหมาย นับแต่ครบกําหนดเวลาที่ประกาศแล้ว ทั้งนี้ตามที่กฎกระทรวงว่าด้วยการโอนมรดกตามมาตรา ๘๑ แห่งประมวลกฎหมายที่ดินกําหนดไว้ แต่หากผู้ขอยังประสงค์จะยื่นขอรับมรดกต่อไปอีกให้พนักงานเจ้าหน้าที่แนะนําให้ผู้ขอยื่นคําขอใหม่โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องสั่งยกเลิกคําขอเดิม แต้ให้หมายเหตุถึงการที่คําขอถูกยกเลิกไว้ในคําขอว่า “คําขอนี้ถูกยกเลิกเนื่องจากผู้ขอไม่สามารถนําทายาทที่แสดงไว้ในบัญชีเครือญาติทุกคนมาให้ถ้อยคํายินยอมหรือไม่สามารถนําหลักฐานการไม่รับมรดกของทายาทดังกล่าวนั้นมาแสดงภายในกําหนดเวลาที่ประกาศ” แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงนามพร้อมวัน เดือน ปี กํากับไว้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ชี้แจงให้ผู้ขอทราบถึงเหตุที่คําขออาจจะถูกยกเลิกในกรณีตามวรรคหนึ่ง ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรในเวลาที่ผู้ขอยื่นคําขอด้วยทุกราย

(หมายเหตุ - ข้อความ ในระเบียบข้อ 12 ตรงที่ว่า “กรณีผู้ขอนําทายาทที่แสดงไว้ในบัญชีเครือญาติทุกคนมาให้ถ้อยคํายินยอมหรือนําหลักฐาน การไม่รับมรดกของทายาทดังกล่าวมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายหลังที่ครบหนดเวลาที่ประกาศแล้วเช่นนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้ นี้  ต้องตีความกลับกันคือหากสามารถนำหลักการการไม่รับมรดกมามอบให้ภายในกำหนดประกาศ 30 วัน ก็ให้ใช้ได้นั่นเอง แต่หากนำมามอบภายหลังประกาศ 30 วัน  ถึงจะใช้ไม่ได้  ขอให้ผู้อ่านเข้าใจตามนี้ด้วย)
 
และมีแนวคำวินิจฉัยกรมที่ดินว่าการทำหนังสือไม่รับมรดก ไม่ใช่การสละมรดกที่จะต้องไปทำที่อำเภอแต่อย่างใด   และถือว่าทำได้ตามนี้... 

และที่สำคัญได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4921/2552
ตัดสินว่าการทำหนังสือทำนองนั้นใช้ได้เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างหนึ่งนั่นเอง

 
การสละมรดกมี ป.พ.พ. มาตรา 1612 บัญญัติให้กระทำได้ 2 แบบคือ แสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ คำว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1612 หมายถึง ผู้อำนวยการเขตหรือนายอำเภอหรือหัวหน้ากิ่งอำเภอและหมายรวมถึงบุคคลที่กระทำหน้าที่แทนด้วย ดังนั้น การที่บุตรทั้งเจ็ดของเจ้ามรดกไปให้ถ้อยคำและทำบันทึกหลักฐานเป็นหนังสือระบุชัดแจ้งว่าไม่ขอรับโอนมรดกที่ดินไว้ต่อเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินอำเภอซึ่งเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำสำนักงานที่ดินอำเภอสวี ในฐานะเจ้าหน้าที่บริหารงานที่ดินปฏิบัติราชการแทนนายอำเภอ ซึ่งนายอำเภอมีอำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 38 (10) ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นที่จะมอบอำนาจให้หัวหน้าส่วนราชการที่ประจำอยู่ในอำเภอปฏิบัติราชการแทนได้ จึงเป็นการแสดงเจตนาต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว แต่การที่บุตรทั้งเจ็ดระบุว่า ไม่ประสงค์ขอรับมรดกที่ดินแปลงนี้และยินยอมให้จำเลยรับมรดกแปลงนี้แต่ผู้เดียว ไม่ใช่การสละมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1612 เพราะเป็นการสละมรดกโดยมีเงื่อนไข ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1613 อย่างไรก็ตามบันทึกดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลใช้บังคับผูกพันบุตรทั้งเจ็ดกับจำเลยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850, 852 และ 1750
 
https://deka-by-mrt.blogspot.com/2012/04/49212552.html
https://deka.in.th/view-493988.html
 
 
ตัวอย่างการทำหนังสือการไม่รับมรดก
 
โดยที่กฎหมายไม่ได้กำหนดแบบฟอร์มการทำหนังสือไม่รับมรดกไว้แต่อย่างใด  ในทางปฏิบัติจึงทำตามรูปแบบใดก็ได้ให้ได้ข้อความว่าผู้ไม่รับมรดกนั้นไม่ต้องการรับมรดกที่ดินแปลงใด  ซึ่งควรต้องอ้างถึงคำขอประกาศรับโอนมรดกไว้ด้วยว่าใครเป็นคนยื่นคำขอตามคำขอประกาศรับโอนมรดกลงวันที่ใด  และตนได้รับทราบการยื่นคำขอนั้นแล้วแต่ไม่มีความประสงค์จะรับมรดกแปลงตามคำขอนั้น ยอมให้ผู้ขอรับโอนมรดกไปตามที่ประกาศการขอรับโอนมรดกนั้น และถ้าจะให้ดีควรใส่ข้อความให้ชัดแจ้งไปว่าจะไม่ฟ้องเรียกร้องอ้างสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับการรับมรดกในที่ดินแปลงนั้น
 
ตัวอย่างหนังสือไม่รับมรดก (ร่างโดยผู้เขียนบทความ)


                                               หนังสือไมรับมรดก

                                                    ทำที่่บ้านเลขที่.................................................

                                 วันที่......เดือน..................................  พ.ศ............................

ข้าพเจ้า นาย/นาง/นางสาว......................................นามสกุล........................อายุ.......ปี  
บัตรประชาชนเลขที่.......................................เป็นทายาทของนาย/นาง/นางสาว...............
.......................................เจ้ามรดกที่ดินโฉนดเลขที่..........................เลขที่ดิน..............
หน้าสำรวจ......................ตำบล..................................อำเภอ.....................................
จังหวัด....................................... โดยเป็น(บอกความสัมพันธ์การเป็นทายาทของเจ้ามรดก
เช่น เป็นบิดา มารดก บุตร หลาน) ของเจ้ามรดก 

ตามที่นาย/นาง/นางสาว.............................................ได้ยื่นคำขอรับโอนมรดกที่ดินแปลงเครื่องหมายข้างต้นนี้ตามคำขอโอนมรดกลงวันที่........................นั้น  ข้าพเจ้าทราบแล้วและไม่ขอรับมรดกที่ดินแปลงดังกล่าวแต่อย่างใด  ขอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการโอนมรดกให้แก่ผู้ขอไปได้ตามรายละเอียดที่ได้ขอประกาศรับโอนมรดกที่ดินแปลงนี้ไว้ทุกประการ  และข้าพเจ้าไม่ฟ้องร้องเรียกร้องสิทธิใด ๆ  ในที่ดินแปลงนี้เกี่ยวกับการรับโอนมรดกตามคำขอแต่อย่างใดทั้งสิ้น
 
ข้าพเจ้าได้อ่านข้อความข้างต้นแล้วรับรองว่าถูกต้องตามความประสงค์แล้ว  จึงได้ลงชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน
 
                          ลงชื่อ………………...……………………..……......ผู้ไม่รับมรดก
                                 (.....………………………………….………....)

                         ลงชื่อ…………………....….......…………………....พยาน
                                 (..……………………………....……………...)

                         ลงชื่อ..…………………………………………………..พยาน
                                 (………………………………………………..)
          
ข้าพเจ้านาย/นาง/นางสาว………………………………………ผู้ขอรับโอนมรดก  ขอรับรองว่าหนังสือไม่รับมรดกนี้เป็นของนาย/นาง/นางสาว…………………………………………….จริง และได้นำมามอบให้ข้าพเจ้าเพื่อนำมามอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่อีกต่อหนึ่ง  หากเป็นความเท็จยินยอมให้ใช้เอกสารนี้เป็นพยานในคดีอาญาได้
              
                        ลงชื่อ)………………………………....……………….ผู้ขอรับมรดก
                                  (……………………………………………….)

หมายเหตุ –  1.ในกรณีที่ผู้ขอรับโอนมรดกเป็นผู้นำหนังสือไม่รับมรดกมามอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง  ให้ผู้รับโอนมรดกลงชื่อรับรองว่าเป็นหนังสือที่ผู้ไม่รับมรดกได้ทำขึ้นเองและมอบให้ตนนำมามอบให้พนักงานเจ้าหน้าที่
                 2. ในยุคนี้การจะให้ข้อมูลเพื่อกรอกข้อมูล เช่น เลขคำขอ เลขโฉนด และข้อความในประกาศให้ทายาทคนที่ไม่รับมรดกก็ทำได้ง่าย โดยถ่ายรูปหนังสือคำขอ และประกาศการขอรับมรดก (ประกาศการขอรับมรดกนั้นปกติจะปิดไว้ที่สำนักงานที่ดินให้ประชาชนอ่านได้)  ส่งให้ทายาทคนที่ไม่รับมรดกกรอกได้ผ่านทางไลน์ หรืออีเมลหรือทางอื่น
                  3. คนไม่รับมรดกควรมอบสำเนาทะเบียนบ้านกับบัตรประชาชน  โดยเซ็นรับรองสำเนาแนบไปพร้อมกับหนังสือไม่รับมรดกก็จะเป็นการดี
               

1.3 ทายาทบางคนมายื่นคำขอรับโอนมรดกมายื่นคำขอรับมรดกตามที่ตนเองมีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกในที่ดินแปลงนั้นเท่านั้น ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับทายาทคนอื่นแต่อย่างใด  ซึ่งในงานที่ดินเรียกการโอนมรดกแบบนี้ว่า "โอนมรดกบางส่วน"  (คำที่ใช้ในระเบียบคือ “ในกรณีที่มีผู้ขอจดทะเบียนมรดกเพียงบางส่วนตามสิทธิของตนเช่น ก. เป็นเจ้าของ ก. ตาย จ. หรือ ฉ. หรือ ญ. มาขอจดทะเบียนมรดกเพียงบางส่วนตามสิทธิของตน  โดยคงส่วนของทายาทคนอื่นไว้ในนามของเจ้ามรดกต่อไปทำนองเดียวกับการจดทะเบียนกรรมสิทธิ์รวม ให้เขียนชื่อประเภทว่า “โอนมรดกบางส่วน” )
 
ตัวอย่าง
 
นายดำ เป็นเจ้าของที่ดินและตายลง โดยมีทายาทมีสิทธิรับมรดกสามคน คือนายแดง นายเขียว นางขาว โดยนางขาวเป็นคนเก็บโฉนดที่ดินไว้ ทั้งสามคนนี้นายแดงกับนายเขียวทะเลาะกันไม่พูดกัน แต่นางขาวดีกับทุกคน กรณีเช่นนี้หากนางขาวจะแก้ปัญหาให้ทุกคนก็ทำได้  โดยการมาสำนักงานคนเดียวและยื่นคำขอรับโอนมรดก   แล้วก็ให้เจ้าพนักงานที่ดินจัดการจดทะเบียนลงชื่อนายแดงกับนายเขียวร่วมรับมรดกไปพร้อมกับตนก็ได้  โดยต้องเอาหลักฐาน(เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน) ที่แสดงว่านายเขียวกับนายแดงเป็นทายาทด้วยมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าเป็นทายาทจริง (ซึ่งก็คือเป็นวิธีการรับมรดกตามวิธีที่ 1 นั่นเอง)
 
แต่หากนายแดงเกิดอยากรับโอนมรดกเร็วไม่รอนางขาวและนายเขียว นายแดงจะไปสำนักงานที่ดินคนเดียวและยื่นคำขอรับโอนมรดกให้ใส่ชื่อตนไปคนเดียวโดยไม่แตะต้องส่วนของอีกสองคนและนายแดงก็ไม่ได้ให้ลงชื่อนายเขียวกับนางแดงร่วมรับมรดกพร้อมกับตนก็ได้  และกรณีแบบนี้นายแดงก็ไม่ต้องรับความยินยอมจากอีกสองคนแต่อย่างใดเพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสิทธิของสองคนนั้น   เมื่อประกาศการขอรับมรดกครบ 30 วันแล้วไม่มีคนคัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินก็จะจดทะเบียนโอนมรดกบางส่วนให้แก่นายแดง  ซึ่งเขาจะมีส่วนเป็นเจ้าของที่ดินหนึ่งในสามของทั้งหมดเพราะทายาทมีเพียงสามคนและทุกคนเป็นบุตรเจ้ามรดกเหมือนกัน  จึงแบ่งกันคนละหนึ่งในสาม  เมื่อจดทะเบียนแล้วก็จะมีชื่อนายแดงและยังจะมีชื่อนายดำเจ้ามรดกอยู่ในโฉนดพร้อมกันด้วย  ที่เป็นเช่นนี้เพราะมรดกของนายดำยังไม่หมดไปคือนายแดงไม่ได้รับโอนทั้งแปลงนั่นเองจึงต้องคงชื่อนายดำเอาไว้   ต่อเมื่อนายเขียวและนางแดงมารับโอนมรดกของนายดำที่เหลือจนหมด  ชื่อนายดำก็จะหมดไป  โฉนดจะเหลือแต่ชื่อนายแดง นายเขียว นางขาวเป็นเจ้าของรวมในที่ดิน
 
การขอรับโอนมรดกประเภท “โอนมรดกบางส่วน”นี้ใช้แก้ปัญหาในกรณีทายาทไม่ร่วมมือกันใด ๆทั้งสิ้นทะเลาะกันจนไม่มีทางมาดำเนินการร่วมกันเลย  และก็ไม่ยอมเซ็นยินยอมอะไรทั้งนั้น  กรณียื่นคำขอแบบนี้แม้นายแดงไม่ได้โฉนดมา  แต่ก็ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินเรียกโฉนดจากนางขาวมาจดทะเบียนได้ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 81  หากนางขาวไม่ส่งมอบโดยไม่มีเหตุอันควรก็จะโดนแจ้งความฐานละเมิดคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย กรณีนี้คือสั่งตามมาตรา 81 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งในระเบียบกรมที่ดินข้อ 17 ได้กำหนดไว้ชัดว่าให้เจ้าพนักงานที่ดินแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานต่อไป

        ข้อ ๑๗ การเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกต่อเมื่อเรื่องที่ขอจดทะเบียนนั้นพร้อมที่จะทําการจดทะเบียนได้ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับถึงผู้ยึดถือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้นําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมามอบต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ที่ทําการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่กําหนด แต่อย่างช้าไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือเรียก
         เมื่อครบกําหนดตามที่เรียกให้ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน และมีหลักฐานการได้รับหนังสือของผู้ยึดถือแล้ว แต่ผู้ยึดถือไม่ส่งหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่และไม่แจ้งเหตุขัดข้องให้ทราบภายในกําหนด ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดําเนินคดีฐานขัดคําสั่งเจ้าพนักงานต่อไป
 

(ตอนต่อไป)

ตอนที่ 3 ปัญหาการไม่สามารถนำโฉนดมาดำเนินการได้เพราะสูญหายหรือมีผู้อื่นยึดถือไว้




 

Create Date : 29 พฤศจิกายน 2562   
Last Update : 28 มกราคม 2563 15:36:24 น.   
Counter : 3258 Pageviews.  

ตอนที่ 1 บทนำ กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนมรดกที่ดิน


วสันต์ กิจบำรุง


1. บทนำ



 
ในการขอรับโอนมรดกที่ดินบางครั้งมีปัญหาเกิดขึ้นหลายอย่าง ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นจริง เช่น ทายาทไม่สามารถตกลงกันได้  ซึ่งอาจเกิดจากการทะเลาะกัน  หรือมีปัญหาด้านความไม่พร้อมเพราะติดธุระ หรืออยู่ไกลกัน ติดต่อกันไม่ได้ อยู่ต่างประเทศหรือแม้แต่สูญหายไป  อุปสรรคของคนที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนมรดกมักเกิดขึ้นมากที่สุด  ส่วนข้อขัดข้องอีกเรื่องหนึ่งคือการไม่สามารถนำโฉนดมาประกอบการยื่นคำขอเพราะโฉนดหายไป  หรือทายาทหรือคนอื่นที่ยึดถือโฉนดไว้ไม่ยอมมอบให้มาทำเรื่องรับโอนมรดก  หรือไม่มีใบมรณบัตรของเจ้ามรดกหรือทายาทที่ตายไปก่อนหรือหลังเจ้ามรดก  หรือผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมไม่มาดำเนินจัดการมรดกเพราะอ้างว่าไม่มีเวลาหรือไม่สนใจทำหน้าที่  นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ไม่มีอยู่จริงแต่ทายาทคิดไปเองว่าเป็นปัญหา  เช่น เข้าใจว่าการรับโอนมรดกต้องมาดำเนินการพร้อมกันทุกคน  หรือคิดว่าต้องมีผู้จัดการมรดกก่อนเพราะได้ยินคนอื่นพูดหรือได้รับคำแนะนำมาผิด ๆ  หรือคิดว่าเด็กรับมรดกไม่ได้ต้องรอให้บรรลุนิติภาวะก่อน  ปัญหาข้อขัดข้องจริงหรือไม่จริงนี้ บางครั้งทำให้ทายาทรีรอ ลังเลไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร  ทำให้เสียเวลาเป็นหลายเดือนหรือเป็นปีก็มี  บทความนี้จะแนะนำวิธีแก้ปัญหาเฉพาะที่เกิดกับทายาทบ่อย ๆ ซึ่งกฎหมายและระเบียบได้กำหนดแนวทางแก้ไว้แล้ว  แต่คนส่วนใหญ่มักไม่รู้วิธีการเพราะเป็นเรื่องเฉพาะด้าน  ส่วนปัญหาปลีกย่อยอีกมากที่ไม่ได้กล่าวถึงนั้น  มักมีลักษณะพิเศษเฉพาะกรณีไม่ค่อยเกิดขึ้น  จึงไม่นำมารวมไว้   แต่อย่างไรก็ตามกรมที่ดินได้เคยมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหาเหล่านั้นอยู่ร้อยกว่าเรื่อง  ก็จะให้ลิ้งค์ไปดาวน์โหลดคำวินิจฉัยดังกล่าวไปอ่านศึกษาดูว่าตรงกับปัญหาของตนหรือไม่  และทำตามแนวทางที่กรมที่ดินได้ตอบไว้ 
 

2.  กฎหมาย  ระเบียบกรมที่ดิน  และแนวคำวินิจฉัยของกรมที่ดินที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการรับมรดกที่ดิน
 


ประมวลกฎหมายที่ดิน
 
           มาตรา ๘๑ การขอจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดกให้ผู้ได้รับมรดกนําหลักฐานสําหรับที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อื่นพร้อมด้วยหลักฐานในการได้รับมรดกมายื่นคําขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอยู่กับบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวนั้นได้
          เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐานและเชื่อได้ว่าผู้ขอเป็นทายาทแล้วให้ประกาศโดยทําเป็นหนังสือปิดไว้ในที่เปิดเผยมีกำหนดสามสิบวัน  ณ สํานักงานที่ดิน สํานักงานเขตหรือที่ว่าการอําเภอหรือกิ่งอําเภอ สํานักงานเทศบาล ที่ทําการองค์การบริหารส่วนตําบล ที่ทําการแขวงหรือที่ทําการกํานัน ที่ทําการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ และบริเวณอสังหาริมทรัพย์นั้นแห่งละหนึ่งฉบับ  และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือส่งประกาศดังกล่าวให้บุคคลที่ผู้ขอแจ้งว่าเป็นทายาทและมิได้มาด้วยในวันยื่นคําขอทราบเท่าที่จะทําได้ หากไม่มีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกโต้แย้งภายในกําหนดเวลาที่ประกาศ และมีหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ขอมีสิทธิได้รับมรดกแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการจดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง
           ในกรณีที่มีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกโต้แย้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่
มีอํานาจสอบสวนคู่กรณีและเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคํา หรือสั่งให้ส่งเอกสาร
ที่เกี่ยวข้องได้ตามความจําเป็น  และให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบ ถ้าเปรียบเทียบไม่ตกลง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งการไปตามที่เห็นสมควร
          เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งประการใดแล้ว ให้แจ้งให้คู่กรณีทราบ และให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดําเนินการฟ้องต่อศาลภายในกําหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง  หากผู้นั้นมิได้ฟ้องต่อศาลและนําหลักฐานการยื่นฟ้องพร้อมสําเนาคําฟ้องเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับมรดกมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกําหนดเวลาดังกล่าว  ก็ให้ดำเนินการไปตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่ง
          ในกรณีที่ทายาทได้ยื่นฟ้องต่อศาลภายในกําหนดเวลาตามความในวรรคสี่ หรือทายาทอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกได้ฟ้องคดีเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับมรดกต่อศาลก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการได้มาโดยทางมรดก  เมื่อผู้นั้นนำหลักฐานการยื่นฟ้องพร้อมสําเนาคําฟ้องแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระงับการจดทะเบียนไว้ เมื่อศาลได้มีคําพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
 
          มาตรา ๘๒  ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน ให้ยื่นคําขอพร้อมด้วยนําหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้น และหลักฐานการเป็นผู้จัดการมรดกมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกโดยคําสั่งศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการจดทะเบียนให้ตามคําขอ  แต่ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกในกรณีอื่น  ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนและตรวจสอบหลักฐานและให้นําความในมาตรา ๘๑ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อไม่มีผู้โต้แย้ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นได้  แต่ถ้ามีผู้โต้แย้งก็ให้รอเรื่องไว้และให้คู่กรณีไปฟ้องร้องต่อศาล เมื่อศาลมีคําพิพากษาหรือคําสั่งถึงที่สุดประการใดแล้ว  ให้ดําเนินการไปตามคําพิพากษาหรือคําสั่งศาลนั้น
         ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกซึ่งได้มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแล้วขอจดทะเบียนสิทธิในที่ดินให้แก่ทายาท   ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการจดทะเบียนให้ตามคําขอโดยไม่ต้องประกาศตามมาตรา ๘๑
         ในกรณีที่ทรัสตีของทรัสต์ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายไว้แล้วขอจดทะเบียนในฐานะเป็นทรัสตี เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐานแล้วให้ดําเนินการจดทะเบียนได้
 
ดาวน์โหลดประมวลกฎหมายที่ดินตัวเต็มจากลิงค์
https://www.dol.go.th/registry/DocLib3/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99.pdf 
 
 
กฎกระทรวงฉบับที่ 24  
 

                                  กฎกระทรวงฉบับที่ 24 (พ.ศ.2516)
                   ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน
                                               พ.ศ. 2497
 
            อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมาย
ที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และมาตรา ๘๑ วรรคสาม แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
           ข้อ ๑ เมื่อมีผู้มาขอจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทาง
มรดก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐานแล้วบันทึกลงในเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิ
และนิติกรรม (ท.ด. ๑) และในแบบบันทึกการสอบสวนขอจดทะเบียนโอนมรดก (ท.ด. ๘) ด้วย
           ข้อ ๒ มรดกมีพินัยกรรม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐานและ
วันตายของเจ้ามรดกตลอดจนสิทธิในการรับมรดกตามพินัยกรรมด้วย
           ข้อ ๓ มรดกไมมีพินัยกรรม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐานและ
พิจารณาการเป็นทายาท สิทธิในการรับมรดก และวันตายของเจ้ามรดก โดยให้ผู้ขอแสดงบัญชี
เครือญาติและหลักฐานอื่นประกอบด้วย
           ข้อ ๔ การจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดกไม่มี
พินัยกรรม และมีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกหลายคน นอกจากจะต้องดําเนินการตามข้อ ๓ แล้ว
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
           (๑) ในกรณีที่ทายาทบางคนมาขอจดทะเบียนรับมรดกตามสิทธิของตนหรือ
ขอให้ลงชื่อทายาทอื่นที่มีสิทธิได้รับมรดกทุกคนตามที่ผู้ขอแสดงไว้ในบัญชีเครือญาติ เมื่อไม่มี
ผู้โต้แย้งภายในกําหนดเวลาที่ประกาศ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอแสดง
หลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย
           (๒) ในกรณีที่ทายาทบางคนมาขอจดทะเบียนรับมรดกทั้งหมด ถ้าผู้ขอนําทายาท
ที่แสดงไว้ในบัญชีเครือญาติทุกคนมาให้ถ้อยคํายินยอม หรือนําหลักฐานการไม่่รับมรดกของ
ทายาทดังกล่าวนั้นมาแสดงต่่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ภายในกําหนดเวลาที่ประกาศ ให้พนักงาน
เจ้าหน้าที่จดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย แต่ถ้าผู้ขอไม่สามารถ
นําทายาทที่แสดงไว้ในบัญชีเครือญาติทุกคนมาให้ถ้อยคํายินยอม หรือไม่สามารถนําหลักฐาน
การไม่รับมรดกของทายาทดังกล่าวนั้นมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกําหนดเวลาที่
ประกาศได้ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ยกคําขอเสีย
            ในกรณีที่จะต้องมีคําสั่งศาลเพื่อเป็นหลักฐานการไม่รับมรดกของทายาท ให้ผู้ขอ
นําคําสั่งศาลที่ถึงที่สุดแล้วมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมกับการให้ถ้อยคํายินยอมของ
ทายาทนั้นด้วย แต่ถ้ายังไม่มีคําสั่งศาลดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รอเรื่องไว้จนกว่าจะมีคําสั่ง
ศาลถึงที่สุด ในกรณีเช่นนี้ ให้ผู้ขอนําหลักฐานการดําเนินการทางศาลมาแสดงต่อพนักงาน
เจ้าหน้าที่ภายในกําหนดสามสิบวัน นับแต่วันที่ทายาทนั้นมาให้ถ้อยคํายินยอม ถ้าผู้ขอไม่นํา
หลักฐานการดําเนินการทางศาลมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกําหนดดังกล่าว ก็ให้
พนักงานเจ้าหน้าที่ยกคําขอนั้นเสีย

                                   ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๖
                                              พลเอก ป. จารุเสถียร
                                    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
 
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือเนื่องจากมาตรา ๘๑ วรรคสามแห่งประมวลกฎหมายที่ดินซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม .. ๒๕๑๕ ได้บัญญัติให้กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดําเนินการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดกไว้ในกฎกระทรวงจึงจําเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้

ดาวน์โหลดได้จากลิ้งค์
https://web.krisdika.go.th/data/law/law4/%BB02/%BB02-2b-2516-024.pdf 

 
ระเบียบกรมที่ดินว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาทางมรดก พ.ศ. 2548 (แก้ไขเพิ่มเติมถึงปัจจุบัน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2557)
 

ดาวน์โหลดตัวเต็มจากลิ้งค์
ลิ้งค์  https://www.dol.go.th/registry/Documents/5460.pdf

 
แนวคำวินิจฉัยกรมที่ดิน เรื่องการจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดก (พ.ศ. 2551) 
 

เป็นการตอบข้อหารือว่าควรดำเนินการอย่างไรกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับการขอจดทะเบียนเกี่ยวกับมรดกที่ดินซึ่งมีจำนวนมากร้อยกว่าเรื่อง  ขอให้ดาวน์โหลดตัวเต็มจากลิ้งค์

https://www.dol.go.th/registry/DocLib3/%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81.pdf



(ตอนต่อไป)
 

ตอนที่ 2 ปัญหาทายาทในกรณีมรดกไม่มีพินัยกรรมตกลงกันไม่ได้หรือไม่สามารถมายื่นคำขอรับโอนมรดกพร้อมกัน




 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2562   
Last Update : 3 ธันวาคม 2562 8:15:04 น.   
Counter : 2279 Pageviews.  


my contributions
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 141 คน [?]




อัพเดทข่าวอสังหาริมทรัพย์ ทุกวัน DDproperty.com
[Add my contributions's blog to your web]