Group Blog
 
All blogs
 

เกาหลีครั้งที่เก้า....เล่าให้ฟัง










เกาหลีครั้งที่เก้า....เล่าให้ฟัง


คำเตือน มีการใช้คำไม่สุภาพเพื่อให้ได้อรรถรส ต้องขออภัย
ภาพทั้งหมดในนี้ เราถ่ายมาเอง ไม่ได้เอาของใครมา และไม่ให้ใครเอาไปด้วย


สวัสดีค่ะสมาชิกชาวบล็อคทั้งหลาย นับนิ้วไปมาไม่น่าเชื่อว่าได้เยือนเกาหลีเป็น
ครั้งที่9 แล้ว ซึ่งถือว่าน้อยกว่าใครหลายคนมาก บางคนนานๆ ไปที บางคนไปปี
ละ2ครั้ง บางคนก็ไป(แม่ม) ทุกปีพำนักเต็มสตรีมจนหมดโควต้าที่เค้าให้อยู่
เสมือนมีบ้านที่สองอยู่ที่นั่น

เราไม่ใช่นักรีวิว แต่เรื่องโม้นี่ถนัดนัก เออ..รีวิวกับการเล่าให้ฟังมันเหมือนกันมั้ยหนอ

ภาคเตรียมตัว

คราวนี้ไม่ได้ตะลอนคนเดียวแต่หนีบเอาปั๋วไปด้วย (ก็สามีนั่นแหละ) บอกก่อนว่า
สามีอิชั้นพึ่งพาอะไรไม่ได้ นอกจากออกตังค์ 555 เพราะฮีมั่นใจในสถานะไกด์
ของอิชั้นมาก

ปกติแล้วเรามักจะไปเที่ยวโดยหลีกให้ห่างเทศกาลหรือวันหยุดยาวๆ เพราะใครๆ
ก็รู้ว่าอะไรๆ ก็แพง แต่คราวนี้เลือกไปช่วงสงกรานต์เพราะ 1.สามีว่างช่วงนี้
2. เสริชราคาตั๋วเครื่องบินพอรับได้ แอร์ เอเชียเอ็กซ์ คือจุดหมายของเรา
เวลาไป-กลับสวยงาม ต่อไปก็คือหาที่พัก เราเลือกย่านฮงแดเป็นจุดหมาย
(ไปทีไรก็ฮงแดทู๊กที 555) คราวนี้เลือก SEOUL MANSION GUESTHOUSE
เห็นมีคำว่าเกสท์เฮาส์ อารมณ์ประมาณว่ามันจะดีป่าววะ มันจะอึกทึกครึกโครม
มั้ย ก็เลยเสริชหาใหญ่เลย ได้ความว่ามีแค่ 14 ห้อง เป็นตึก 3ชั้น อยู่ใน
ซอยที่ห่างจากรถไฟใต้ดินไม่ไกลนัก เห็นรีวิวในอโกด้าดีบ้าง ไม่ดีบ้างปนๆกัน
โอเค! ชั้นเลือกที่นี่ ห้องพักแสตนดาร์ดเตียงคู่ คืนละ 70,000 วอน จะดีหรือไม่ดี
ไปถึงก็รู้! ปกติจะใช้บริการของทวิน แรบบิท ฮงแดเหมือนกันแต่คนละทิศ
คนละถนน แต่พักหลังเจ๊เค้าคงเลี้ยงลูกแฝดโตแล้ว ค่าใช้จ่ายคงเยอะเลยขึ้น
ราคาห้องซะ

✈เราใช้บริการ AIRASIA GO ซึ่งเป็นบริการจองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักในราคา
คนละ 15,000 บาท สองคนก็สามหมื่นเน๊าะ ไม่รวมน้ำหนักกระเป๋า ซึ่งมาซื้อ
เพิ่มก่อนเดินทางอีก 2,600 สิริรวมค่าตั๋วเครื่องบิน+ที่พัก 32,600 บาท (ผัว
จ่าย ) นี่คือจองปลายเดือนต.ค. 58 นะฮ่ะ ✈

ระหว่างนี้ก็ทำมาหากินไปเรื่อย ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่ต้องเตรียมไรมาก เป๋าใบเดิม
เสื้อชุดเดิม และผัวเดิมๆ

จุดหมายการเที่ยวของเราก็เหมือนครั้งที่แล้วๆ โซลไม่ใช่เป้าหมายของชั้นย่ะ
เหง้าหน้าบ้านๆ อย่างชั้นต้องบ้านนอกเท่านั้น 👸! รถไฟKTX จึงเป็นเป้าหมาย
เช้าวันเดินทางจึงจองรถไฟแบบเหมาจ่าย ที่คนไทยรู้จักในนาม KR PASS แต่
จริงๆ เค้าเรียกว่า KORAIL PASS เราจองแบบ5วัน แบบ Saver Pass (2คนขึ้น
ไป) ถ้าจองเดี่ยวเป็นNormal Pass จะอยู่ที่คนละ 146,700 วอน ถ้าซื้อแบบ
Saver จะลดเหลือ 132,000 วอน ถือว่าไม่เยอะนะ ลดไปประมาณ 500 บาทเอง
แต่ก็เอาน่ะ ซื้อแบบลดดีกว่า แต่พอนั่งรถไฟแล้วรู้สึกคุ้มมว๊าก พอคิดราคา
ออกมา เราสองคนนั่งรถไฟเค้าไปเบ็ดเสร็จเจ็ดแสนวอน ซื้อมา264,000 วอน
คิดเป็นเงินไทยง่ายๆเลยนะ ซึ้อตั๋วไป 8,500 บ. นั่งรถไฟเค้ารวม 22,000 บ. อ่ะ



👮 ถึงแล้ว....เกาหลี.... ตม.คือด่านแรก 👮

ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงสักที ใครต่อใครกลัวตม.เกาหลีเหลือเกิ๊น ถ้าคุณมา
เที่ยวจริงๆ ไม่ต้องกลัว ถ้าเค้าเรียกไปเจรจาต๊ะอ้วยมีไรก็งัดให้เค้าดู แต่ดูเหมือน
ว่าตม.เค้าจะมีสปายตั้งแต่ตีนเราแตะสนามบินของเค้าหรือป่าวก็ไม่รู้ เค้าอาจจะ
จ้องมองเราทุกฝีก้าวก็ได้ ในวันที่เราไป เราลองสังเกตคนที่ตม.สกัดกั้นไว้
เราก็เอ๊ะ! เบ้าหน้าคนนั้นคนนี้มันใช่ว่ะ เหมือนมาแล้วจะไม่กลับ ตม.เค้ารู้ได้ไงวะ
อายุ เพศ และวัยก็ไม่เกี่ยวนะ ที่บอกกันว่าแก่แล้วผ่านง่าย แต่วันนั้นมันไม่ใช่
มีป้าคนนึงน่าจะ 50 กว่าแล้วก็โดน คือดูแล้วมันก็น่าโดนนะ แบคแพคเป้เป้อ
หนักเต็มหลังเลย อายุปูนนี้แล้วจะมาแบกไรอีก ตม.เค้าคงสงสัยป้ามั้ง เราอยาก
ให้ตม.ถามไรเรามั่งสักคำ แต่ท่านก็ไม่เคยเลย เป็นพระคุณอย่างยิ่ง คืออยากรู้
ว่าถ้าเรียกเข้าห้องแล้ว จะสอบสัมภาษณ์อะไรเรามั่ง คือ...อยากตอบ

อิชั้นไม่เคยมีปัญหาตอนเข้า แต่มีปัญหาตอนออกประจำ คราวนี้โดนยึดโจ๊ก
เห็ดหอมถ้วยไปหนึ่งถ้วย ข้าวแห้งๆ อยู่ในถ้วยยังยึดอ่ะแก! เพราะน้ำหนักกระเป๋า
เกินไป 8ขีด เลยต้องเอาสารพัดของออกมาถือขึ้นเครื่องเองบ้าง 3-4ปีก่อนโดน
ยึดที่ทาจักกะแร้มิสทิน 100 มล.ไป


ผ่านด่านออกมา ไม่ต้องรอใคร เพราะไม่มีใครมารับแน่นอน T-MONEY ก็ไม่
ต้องซื้อ ใช้ของเดิมแต่ต้องเติมเงินก่อน เสร็จเดินลิ่วไปขึ้นAREX ALL STOP
TRAIN แต่เดี๋ยวก่อน! แล้ว KORAIL PASS ของชั้นล่ะ ต้องเอาใบจองไปแลก
ก่อนนะ ทำไมหลายรีวิวต้องไปแลกที่โซล สเตชั่นด้วยก็ไม่รู้ สนามบินก็มีให้
แลกนะเธอ จะขึ้นAREX ก็ต้องผ่านซุ้มน้ำเงินก่อน แลกที่นี่ล่ะ ตั๋วรถไฟที่เราจะ
ไปไหนต่อไปไหน เตรียมมาให้พร้อม ออกตั๋วที่นี่ได้เลย ตั๋วขาไปพูซานมีปัญหา
เล็กน้อย เราเลือกรอบ 7โมงเช้า แต่นางบอกเต็ม เลื่อนเราขึ้นมาเร็วเป็น 6.25
แต่ขอประทานโทษ เดินทางวันจริงกูไปไม่ทัน จากใต้ดินขึ้นไปโผล่KTX แม่ม
ไกลมาก

ทริคในการจองตั๋วรถไฟไปเมืองต่างๆ นอกจากจากจะพิมพ์สถานีต้นทาง, สถานี
ปลายทาง และเวลาให้เค้าดูแล้ว เราว่าขบวนรถสำคัญกว่า เราใส่ขบวนรถไปด้วย
เห็นนางพิมพ์หมายเลขขบวนรถทีเดียวข้อมูลก็ขึ้นปรู๊ดปร๊าดเลย มันคงทำให้
เร็วขึ้นดีกว่าคีย์สถานีเป็นไหนๆ แค่คีย์เลข3 หลักเอง 🚄


KORAIL PASS




ตั่วขาไปพูซานที่ไม่ได้ไป ช้าไป 2 นาทีรถไฟไม่ยอมรอเรา แต่ขากลับ
ก็เป็นเวลาเดิม




ถึงแม้ว่าจะออกตั๋วเรียบร้อย แต่ถ้าเราไปไม่ทันในเวลานั้นๆ เราสามารถเปลี่ยน
ตั๋วใหม่ได้ เลื่อนเวลาได้ อย่างเช่นในเคสพูซานของเรา เรามาช้าไป เราก็แจ้น
เข้าซองซื้อตั๋วทั่วไป แต่ไม่ต้องควักตังค์ซื้อ ให้ยื่นKORAIL PASS และตั๋วเดิม
ที่เราจองไว้เพื่อเปลี่ยนเป็นขบวนถัดไป สมัยนี้พาสปอร์ตไม่ต้อง ขอบอก ยื่น
พาสอย่างเดียว เค้าจะเอาพาสเราไปเสียบกับเครื่องและกดเช็คว่ามีที่ว่างมั้ย
ถ้ามีก็เรียบร้อย ถ้าไม่มีก็จองขบวนถัดๆ ไป (ถ้ายังอยากไปอยู่นะ) จนท.
สถานีโซล สเตชั่นที่เราไปเปลี่ยนตั๋ว น่าร๊ากกก เป็นห่วงเป็นใย ฮีถามว่าจะเลือก
ที่นั่งยังไง จะนั่งข้างๆ กัน จะนั่งด้านซ้ายหรือด้านขวา หรือจะนั่งหันหน้าชนกัน
นู๋บอกนั่งยังไงก็ได้พี่จัดมาเลย กูรีบ! เพราะรถจะออก 6.40น.


ขอย้ำ! ถ้าเราจองตั๋วแล้วไม่ไป อยากให้ไปยกเลิกที่ช่องขายตั๋ว อย่าบอกว่า
ช่างมัน เพราะเค้าจะได้ขายที่นั่งให้คนอื่นต่อไป เพราะจะมีคนขึ้นกลางทางเกือบ
ทุกสถานีที่เป็นสถานีใหญ่ๆ สังเกตมั้ยว่าทำไมรถไฟKTX ถึงไม่มีจนท.มาตรวจ
ตั๋ว เค้าไม่กลัวคนขึ้นฟรีหรือไง ...มันเป็นไป๊ไม่ได๊ เพราะจนท.จะถือเครื่องสแกน
คอยเดินไปเดินมาเพื่อเช็คว่าที่นั่งตรงนี้มีคนนั่งแล้วหรือยัง ขึ้นมาจากสถานีไหน
เครื่องสแกนนี้จะบอกทุกอย่าง คงจะลิงค์กับระบบขายตั๋วที่สถานีเลยมั้ง อันนี้เรา
สังเกตเอาเอง ถ้าสมมติเราซื้อตั๋วแล้ว แต่มาเจอไอ้เสร่อที่ไหนไม่รู้มาจอตูดอยู่
ที่นั่งของเรา เอาตั๋วไปกระแทกใส่ตามันเลยนะฮ่ะท่านผู้ชม


เอาล่ะฮ่ะถึงที่พักเราแล้ว......สถานีต่อไป ฮงแดอิบกู 🚈

SEOUL MANSION GUESTHOUSE ทางออก3 สถานีฮงแดอิบกู หรือ HONGIK
UNIV. ผัวอิชั้นเรียกฮงกิก ยูนิฟ 555 จะเรียกอะไรก็เรียกไป เอาเป็นว่าถ้าไปไหน
คนเดียวกลับถูกก็แล้วกัน ที่พักหน้าตาเหมือนในโฆษณาเป๊ะ อ้อ... ขอท้าวความ
ตอนที่เราจองเดือนต.ค. พอเราจองแอร์ เอเชีย โกปุ๊ป จ่ายตังค์ปั๊ป เมล์จาก
เกสท์เฮ้าส์ก็เข้ามาเลย แทงกิ้วที่เลือกพักกับเรา ทำให้เรามั่นใจว่าไปแล้วไม่มี
ปิดหนีแน่ และก่อนวันเดินทางประมาณ 1 อาทิตย์ก็ยังเมล์เข้ามาถามว่าจะมาถึง
กี่โมง ประทับใจอีกต่อกับแม่นางคิมเบอร์ลีย์ ที่พูดฝรั่งเป็นไฟ ของเราไปถึง
ประมาณ 11 โมง แต่ต้องรออาอี๊แม่บ้านทำความสะอาดห้องที่คนเก่าเพิ่งออกไป
รออาไรล่ะค๊า ทิ้งกระเป๋าไว้ แล้วออกไปกินข้าวซิค๊า ตลาดทงอินคือจุดหมายค๊า
แล้วก็จบที่มยองดงหรือเมียงดง ที่ผัวขาช๊อปของอิชั้น ช๊อบ ชอบ

🏩 เราได้ห้อง101 เป็นห้องติดประตูทางเข้าเลย เรายังกังวลว่าจะได้ยินเสียงคน
เข้า-ออกดังมั้ย แต่ก็ไม่นะ ได้ยินแต่เสียงเดินแล้วเค้าก็ขึ้นห้องไป ค่อยยังชั่ว
หลับสบายตลอดที่พักที่นี่ ไม่มีสิ่งแปลกปลอมตนใดมาแสดงตัว อาหารเช้าฟรี
เป็นแบบง่าย ขนมปัง แยม ไข่ต้ม คอนเฟล็ก สตอเบอรี่ แอ๊ปเปิล กาแฟร้อน
แต่เราไม่ได้กินเลย 5วันแรก เพราะออกตี5ทุกวัน รู้สึกว่าขาดทุนว่ะ 555 มาได้
กินวันที่6 ไปแล้ว ผัวนู๋ซัดสตอร์ฯ 20ลูกทุกวัน ฮ่าๆๆ นางบอกที่เมืองไทยแพง🍓







ที่นี่ไม่มีเปลี่ยนผ้าปูเตียงจนกว่าจะเช็คเอาท์ แต่สามารถเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวได้ทุก
วัน และจะกวาดพื้นให้แค่นั้น แค่นี้ก็หรูแล้ว มีรหัสประตูทางเข้า และรหัสประตู
ห้อง กดติ๊ดๆ ไฮเทคดีเหมือนกัน บ้านชั้นยังใช้กุญแจไขอยู่เลย 🔐 จบวันที่1

เตียงนอนคู่


มีซิงค์ล้างจาน ถ้วยน้ำ ชาม ช้อน ตะเกียบไว้บริการ แต่ห้องน้ำถือว่าแคบ
สำหรับคนตัวใหญ่ๆ แต่เราถือว่าไม่เป็นไรค่ะ สำบายมาก 🚽




เราถือว่าพอใจในเกสท์เฮาส์นี้มาก ไม่น่าจะเรียกเกสท์เฮาส์ด้วยซ้ำ เรียกแมนชั่น
ดีกว่า จองเสร็จมีเมล์มาขอบคุณปุ๊ป ใกล้วันเดินทางมีมาถามอีกว่าจะถึงกี่โมง
ทำให้มั่นใจว่ามีที่นอนแน่ ใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน (ใกล้สำหรับเรานะ บางคนอาจจะ
บอกว่าไกล จะเอาติดทางรถไฟเลยหรือไง แม่คู๊ณ แบบขึ้นปุ๊ปถึงปั๊ป ก็เห็นเล่นลาก
กระเป๋าใบเบ้อเร่อ เดินนิด เดินหน่อย ก็หาว่าไกล) เงียบสงบ มีบริการร่มให้ยืม ซึ่ง
เราได้ใช้ด้วย เพราะติดวันฝนตกเหมือนกัน, เช็คอิน-เช็คเอาท์ง่าย ถ้าเช็คเอาท์ก่อน
8 โมงเช้า ก็ไปบอกเค้าล่วงหน้า1คืน เค้าจะให้เปิดประตูห้องทิ้งไว้แล้วไปได้เลย
อาหารเช้าอาจจะดูน้อยไปหน่อย ถ้าห้องพักทุกห้องเต็ม อาจจะหมดก่อนได้
เราให้คะแนน 8เต็ม10 ถ้าไวไฟเสถียรกว่านี้จะให้9/10 เลย เพราะหลุดบ่อยมาก
แต่ถ้ามาครั้งต่อไปเราก็จะเลือกพักห้องเดิมอีก ผัวบอกมาค่ะ !





🚌 พูซาน .... ซิตี้ ทัวร์ ทำให้ชีวิตไม่ลำบาก 🚌


รถไฟใต้ดินที่พูซานไม่ได้กินชั้นหรอกย่ะ เพราะขี้เกียจหาว่าลงสถานีไหน ทาง
ออกไหน ซิตี้ ทัวร์คือทางออกของยัยแก่และตาแก่

BUSAN CITY TOUR หรือชื่อย่อว่า BUTI
วัน-เวลาในการให้บริการ ตั้งแต่ 9.30-16.10 หยุดทุกวันจันทร์ วันละ 15 รอบ
ค่าบริการ คนละ 15,000 วอน (ประมาณ 470 บาท)
จุดหมาย DONGBAEKSEOM - APEC HOUSE - HAEDONG YONGUNGSA
TEMPLE - Chok Chi Won Sightseeing Spot

รถซิตี้ ทัวร์ พูซาน มันดีจริงๆ นะเธอ แทบจะครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวของ
พูซานเลยทีเดียว ถึงแม้รถจะแบ่งเป็น 3สี 3สายRed, Blue, Green แต่สามารถ
ขึ้นได้หมดทุกสี ทุกสาย รีวิวใครที่บอกว่าขึ้นต้นสีไหนก็ต้องไปแต่สีนั้น มัน
ไม่ใช่แล้วนะฮ่ะ จ่ายครั้งเดียวขึ้นได้หมดทั้งสามสี แต่ต้องขึ้น-ลงป้ายที่มีการ
เปลี่ยนสาย จุดหมายของเราคราวนี้อยู่ที่เกาะดงแบคซอม (Red) และวัดแฮดง
(Blue)



ตั๋วใบที่เปลี่ยนมา จนท. จะวงๆ ไว้ว่าเธอจะต้องรถขบวนนี้นะ โบกี้นี้นะ ที่นั่นนี้นะ


เรามาถึงสถานีพูซานประมาณ 9.30น. เดินออกมาหน้าสถานีเรื่อยๆ แล้วพุ่ง
ไปทางซ้ายเลยฮ่ะ เราต้องการขึ้นสายไหน สีอะไร ดูแท่งป้ายให้ดีๆ แล้วรอตรง
แท่ง ส่วนใหญ่Red Line คือแท่งแรกของนักท่องเที่ยว ใครจะไปBlue line
(วัดแฮดง) ก็ไปรอที่แท่งBlue line เลย แต่จะมีแค่รอบเช้าเท่านั้น นอกนั้นให้
ไปขึ้นลงที่จุดเปลี่ยนสาย

จุดขึ้นรถหน้ารร.อารีรัง





รถซิตี้ทัวร์สองชั้นเปิดประทุน อยากปะทะลมหนาวก็พุ่งขึ้นชั้นสองไปเลยค่ะ



ถามว่าแล้วจะซื้อตั๋วขึ้นรถจากที่ไหน ซื้อที่คนขับได้เลยคนละหมื่นห้า กี่คนคูณ
เข้าไป ก็จะได้สายรัดข้อมือเท่ๆ (ทำจากกระดาษ) สามารถขึ้นลงตรงไหนก็ได้
สายไหนก็ได้ ก่อนขึ้นรถก็แค่ชูข้อมือให้อาจัชชี่ดูแค่นั้น

นายแบบก็คือ ข้อมือป๋านู๋เองฮ่ะ


วิวข้างทาง



อาจุมม่าหลังชั้น นางก็เซลฟี่เป็น


การขึ้นสะพาน Busan Harbor Bridge คล้ายกับรถไฟเหาะ (แต่ไม่ตีลังกา)
ทำให้มีเสียงกรี๊ดวี๊ดว๊ายสนุกสนาน เพราะคนขับกำลังขับเหวี่ยงๆ เหมือนรถไฟ
เหาะ สะพานสูงมาก ขอบอก เราขำเสียงกรี๊ดของพวกป้าๆ มากค๊า






สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกของเราในวันนี้คือดงแบคซอม และ APEC HOUSE NURIMARU


เราก็นั่งรถกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ และค่อยเงี่ยหูฟังบอกป้ายเป็นระยะๆ ของเรา
ต้องลงป้ายที่ 8 ถึงแล้วฮ่ะดงแบคซอม 🌄



รูปปั้นนางเงือกตำนานเจ้าหญิงฮวังอ๊ก











ชอบบันไดไม้ของที่นี่ ถ่ายรูปออกมาดูสวย นังผอม (ประชด) ที่กำลังโบกไม้
โบกมือคือนู๋เอง




มาถึงดงแบคซอม เราสามารถเที่ยวได้อีกแห่งคือ APEC HOUSE บ้านที่สร้าง
ขึ้นมาเพื่อใช้ในการจัดประชุมผู้นำเอเปคจากประเทศต่างๆ ในปีที่เกาหลีใต้เป็น
เจ้าภาพ และอยู่ในสมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ

ดงแบคซอมและเอเปค เฮ้าส์สามารถเดินทะลุถึงกันได้โดยเดินผ่านบันไดไม้
ซึ่งจะอยู่ด้านที่ติดกับทะเล หรือถ้าเข้าทางด้านหน้าจะเดินเข้าเอเปค เฮ้าส์ก่อน
ก็ได้แล้วค่อยไปดงแบคซอม หรือผ่านเอเปค เฮ้าส์เพื่อไปดงแบคซอมก่อนก็ได้
สองที่นี้ไม่ต้องเสียตังค์ค่าเข้าชมใดๆ ทั้งสิ้น





เดินตามมาค่ะ



เดินมาเรื่อย อากาศเย็นๆ ไม่เหนื่อย



ห้องประชุมผู้นำเอเปค


ทักษิณเคยนั่งตรงนี้




เสร็จทั้งสองแห่งแล้ว เราจะไปวัดแฮดงยงกุงซา (Blue line) เราก็จะไปขึ้นรถ
จุดที่ลงรถมาเมื่อกี้คือป้ายที่8 ของสายRed line เพื่อไปเปลี่ยนเป็นสายBlue
line ที่ป้ายแฮอุนแด

Blue line จะเริ่มจาก Haeundae-BEXCO




ป้ายHaeundae beach ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสายระหว่างสายสีแดงกับสายสีน้ำเงิน
ป้ายหมายเลข1 ของสายสีน้ำเงิน จะอยู่ห่างจากป้ายหมายเลข 9 ของสายสีแดง
ประมาณ 10 เมตร




มาแล้วรถสายสีน้ำเงิน ขึ้นค่ะ จะไปวัดแฮดง


รถสายสีน้ำเงินจะมาจอดที่ป้ายวัดแฮดงค่อนข้างนาน (แต่จริงๆ ก็ไม่ได้จอด
หน้าวัดหรอกนะ จะมาจอดที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ) เราก็ลงเดินไปวัดค่ะ ซึ่งจะมี
ทางเข้าสองทาง ลงเขาไปทางลัด หรือขึ้นเขาไปหน้าวัด คนแก่อย่างเราไม่
ยอมแพ้ เรายอมเดินไกลเพื่อขึ้นไปขี้นเขาหน้าวัดจะได้บุญเยอะๆ สู้สู้

ป้ายหินทางแยกเข้าวัด


ป้ายบอกให้เราเดินไป 760 ม. แต่กรูไม่เชื่อ เพราะรู้สึกว่าเดินไกลหลายกิโล
เราไปวันเสาร์ ที่วัดคนเยอะมาก ทัวร์ฝรั่งเศสเยอะพอสมควร คนเกาหลีอีก









ที่พูซานเราเที่ยวได้เท่านี้ เพราะเราไม่ใช่ชะโงกทัวร์ จะอยู่ตรงไหนนานๆ ก็ได้
พอเสร็จจากวัดแฮดงเราก็จะกลับไปที่สถานีพูซานเพื่อขึ้นKTXกลับโซล เราก็
ไปขึ้นรถที่ลงรถมาเมื่อกี้เหมือนเดิม ขากลับต้องยืนกันหน่อย ทีนี้สายBlue line
ไม่สามารถไปสถานีพูซานได้โดยตรงจึงต้องไปเปลี่ยนสายเป็นRed line ที่ป้าย
BEXCO ป้ายที่12 พอลงสายสีน้ำเงินก็นั่งรอรถสายสีแดงที่ป้ายนี้ค่ะ พอขึ้นแล้ว
ก็นั่งสุดทางไปลงที่สถานีพูซานได้เลย เค้าจะไปเส้นทางไหนก็เรื่องของเค้า
ซึ่งไม่ใช่เส้นทางที่เรามา เราก็นั่งไปเรื่อยๆ



รถซิตี้ ทัวร์ที่พูซาน จะวิ่งเป็นวงกลม จะมีป้ายแค่ฝั่งเดียวเท่านั้น ลงป้ายไหน
พอกลับมาก็ขึ้นที่ป้ายเดิม ไม่ต้องข้ามถนนเพื่อไปขึ้นอีกฝั่งนะคะ มันไม่มีป้าย
ฝั่งตรงข้าม

เราเลือกรถไฟKTX ขากลับเป็นรอบหกโมงเย็น มาถึงสถานียังไม่ห้าโมง ได้
เวลากินแล้ว ป๋านู๋เดินย่องดูหลายร้านในสถานีตกลงเลือกร้านนี้ เพราะถูก
ที่สุดในละแวกนี้ ไม่เฉพาะเลือกแต่ร้านถูกๆ นะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะกินอะไร
เราจะกินบะหมี่ ซึ่งก็มีหลายร้าน แต่ที่ถูกจริตคือร้านนี้ และราคาไม่แพง 🍜

ร้านนัมชอน ร้านป้าคนนี้เปิดมา 30 กว่าปีแล้ว แต่มาเปิดที่สถานีพูซานไม่รู้กี่ปี
ในร้านจะมีภาพในตำนานติดอยู่ตามกำแพง รูปป้าตอนสาวๆ เหมือนตอนนี้เลย
ร้านป้าจริงๆ ป้าไม่ได้หลอกดาว ที่นี้กินแล้วเอาไปเก็บด้วย น้ำดื่มฟรี เดินไปกด
เองหลังร้าน จะกินอะไร แต่พูดไม่ได้ก็จิ้มไปที่เมนูเลยค๊า จ่ายตังค์รับบิลรอ
เรียกหมายเลข แล้วมานั่งรอที่โต๊ะ ป้าจะเรียกเลขเป็นเกาหลี ถ้าฟังไม่ออก
ว่าใช่เลขเราป่าว ให้มองหน้าป้าไว้ค่ะ ถ้าใช่เลขเราป้าจะสบตาพยักหน้า ก็ให้
เดินไปรับอาหารที่เราสั่งไว้ ป้าเค้ารู้ว่าเราเป็นคนต่างด้าว แต่เสียใจที่เหง้าหน้า
อย่างอิชั้นดันฟังออก ป้าไม่ทันได้สบตานู๋หรอก





เราไม่รีวิวร้านอาหารนะ ไปกินร้านนั้นซิ ไปกินร้านนี้ซิ แล้วแต่ลิ้นใครลิ้นมัน
เราชอบโดซิรักข้าวกล่องตามร้านG25มากกว่ามีให้เลือกหลายอย่าง เวฟในร้าน
ออกมานั่งกินข้างนอกหรือเอาไปกินที่พักก็ได้

ไปคราวนี้ชอบกินโดซิรักไก่ของเจ๊ฮง🍴



กับกาแฟจอร์เจีย มีร้านG25 ใกล้ที่พักนี้แหละ ซื้อ 2แถม1 2.200 วอน
ซื้อวันละ 6 กระป๋อง ไปดูที่อื่นไม่มีแถม เรามันขาดกาแฟไม่ได้ เหมือนขาดใจ
🍵



บรรยากาศที่นั่งกินข้าว






🎼 เปิดซิง A-TRAIN (Arirang Train) 🎶

รถไฟสายพิเศษ A-TRAIN เปิดตัวเมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2015 เป็นรถไฟสายท่อง
เที่ยว วิ่งระหว่าง Cheongnyangni - Auraji (ชองยังงี-อาอูราจี) อาอูราจีอยู่ใน
จ.คังวอน A ย่อมาจากคำว่า Arirang ซึ่งเป็นเพลงพื้นเมืองเกาหลี รถไฟถูกออก
แบบภายใต้ธีมอารีรัง ซึ่งรวมอยู่ในรายชื่อตัวแทนของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒน
ธรรมของมนุษยชาติของยูเนสโก "อารีรัง" มักจะได้ยินโดยทั่วไปในเกาหลีซึ่ง
มีหลายรูปแบบแยกเป็นภูมิภาค และชองซอนอารีรังก็เป็นหนึ่งในนั้น

ขบวนรถไฟถูกออกแบบโดยบ.Tangerine ของอังกฤษ มีการตกแต่งด้วยเส้น
โค้งที่เป็นสัญลักษณ์เมโลดี้อารีรัง หรืออีกความหมายหนึ่งก็คือคุณสมบัติทาง
ภูมิศาสตร์เช่น แม่น้ำดงในคังวอน

รถไฟสายอารีรังยังมีหน้าต่างที่สามารถเปิดได้เป็นครั้งแรกของรถไฟระยะไกล
(แต่ไม่เห็นมีใครเปิด) และยังมีความกว้างมากกว่ารถไฟปกติ (อันนี้จริง) ส่วน
เก้าอี้เป็นที่นั่งคู่สามารถปรับเปลี่ยนมุมได้ทุกทิศทาง (เราลองเปลี่ยนดูทุกทาง
ทั้งหันหน้าเข้าหน้าต่าง หันหน้าหาหน้าต่างฝั่งตรงข้าม หันหลังไปหาป้าที่นั่งอยู่
ข้างหลัง สนุกสนานบานตะไท )
นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมบนรถไฟ เช่น การร้องเพลง การถ่ายภาพ มีตู้เสบียงด้วย


A-Train ให้บริการวันพุธ-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์-อังคาร)
ขาไปขบวนที่ 4855 เส้นทาง Cheongnyangni - Auraji (ชองยังงี-อาอูราจี)
 เวลา 8.20 - 12.30
ขากลับขบวนที่ 4858 Auraji - Cheongnyangni (อาอูราจี-ชองยังงี)
เวลา 16.20 - 21.33
ค่าโดยสารไป-กลับ 55,200 วอน
รถไฟจะจอด 10 สถานี เพื่อรับคนขึ้นกลางทาง Cheongnyangni-Wonju-
Jaecheon-Youngwol-Yemi-Mt.Mindung-Byuluhgok-Seonpyung-
Jeongseon-Najeon-Auraji


แต่ในเคสของเรา เราต้องการไปสุดแค่สถานีJeongseon ออกเสียงว่าชองซอน
เราบอกจองซอน เค้าบอกต้องชองซอน เอ้า! ชองซอนก็ชองซอน ไม่เถียงก็ได้
ซึ่งเป็นสถานีก่อนถึงอาอูราจีสองสถานี แต่ถ้าใครอยากไปปั่น ปั่น ปั่นจักรยาน
กันเถอะ ก็ไปลงที่สถานีอาอูราจีได้เลย เวลาจองขบวนนี้ก็บอกว่าไปแค่ชองซอน
จะเหลือค่าตั๋วไป-กลับ ออกจากชองยังงี 8.20 ถึงชองซอน 12.06
อันนี้คือเวลาตามตั๋ว แต่เวลาจริงจะช้ากว่านี้ไม่มากนักไม่เกิน 10นาที และสาเหตุ
ที่เราเลือกไปวันอาทิตย์ที่ 17 ก็เพราะเปิดวันที่ตลาดชองซอนโออิลจังเปิด





ชองซอนโออิลจัง แปลว่า ตลาดห้าวัน คือจะเปิดเดือนละ 5 วัน คือวันที่ 2,7,12
17,22,27 แต่เอ๊ะ นี่มัน 6 วันนี่หว่า ไม่ใช่แระ ถามใครก็ตอบไม่ได้ว่าทำไมถึง
เรียกว่าตลาด 5วัน ทั้งๆ ที่เห็นอยู่ทนโท่ว่ามี 6วัน


เราต้องไปขึ้นที่สถานีต้นทางคือชองยังงี ไม่ใช่โซล สเตชั่นนะฮ่ะท่านผู้ชม
ถ้าใครเคยไปทัวร์DMZ ก็ต้องมาขึ้นที่ชองยังงีเหมือนกัน

พอออกจากสถานีรถไฟใต้ดินเราก็เดินให้มันไปโผล่บนดิน แล้วขึ้นไปสถานี
ชองยังงี






ขาไปได้ตู้สีเหลือง



เพดานเป็นธีมเส้นโค้งเปรียบเสมือนเมโลดี้เพลงอารีรัง



คุณลุงกลุ่มนี้เป็นคนสอนให้เราปรับเก้าอี้ คุณลุงซื้อทัวร์ และหนุ่มที่นั่งหัน
หลังให้เราน่าจะเป็นหัวหน้าทัวร์ เพราะเอาโปรแกรมไปเที่ยวมาอธิบายให้คุณ
ลุงฟัง



ผัวหิวค่ะ เดินไปตู้เสบียงซื้อของ ได้ไข่3ฟองกับกาแฟร้อน2แก้วมา แพงเอา
การ7พันกว่าวอน









ห้องน้ำตู้เหลืองก็ไฮเทคสุด เป็นระบบกดปุ่ม ห้องน้ำแต่ละตู้ไม่เหมือนกัน
อีกต่างหาก อันนี้สามีบอกมา เพราะขากลับได้ตู้สีน้ำเงิน สามีเข้าห้องน้ำแต่
เราไม่ได้เข้า เค้าบอกว่าห้องน้ำธรรมดา สู้ตู้เหลืองไม่ได้





พื้นห้องน้ำตู้สีเหลือง



นั่งรถไฟไปประมาณ 4ชั่วโมงก็ถึง วิวตามทางสวยดี ถ้าถึงจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ
เช่นภูเขาหรืออุโมงค์ พิธีกรจะส่งเสียงอธิบายตามสายมาเลย ฟังรู้มั่ง ไม่รู้มั่ง
แล้วก็จะจอดรับผู้โดยสารตามสถานีที่บอกไป ถึงแม้จะผ่านหลายสิบสถานี
แต่ก็ไม่ได้จอดพร่ำเพรื่อ มิน่าล่ะ ขาออกจากชองยังงี เรายังบ่นว่าทำไมคน
ไม่เต็มตู้ พอถึงสถานีวอนจูเท่านั้นแหละ ผู้คนหลั่งไหลมาจากไหน และในที่สุด
ก็ถึงสถานีSeonpyung ซอนพยอง สถานีจอดให้ลงไปชิมอาหาร เหล้า และ
ชาพื้นเมือง ตอนลงไปหนาวมากอ่ะ ชิมๆ แต่ไม่ซื้อนะ ไปดื่มด่ำบรรยากาศเฉยๆ


















รถไฟขบวนนี้มี 4 ตู้ มีคนต่างด้าวอย่างเราแค่ 4คนเท่านั้น นอกนั้นฮักกุกซารัม
ทั้งเพ อีกสองท่านเป็นฝรั่งสูงอายุผัวเมีย มารู้ตอนที่ทุกคนลงมาชิมชอปที่
สถานีซอนพยอง เราก็ได้เจอกับฝรั่งสองท่านนี้

พอขึ้นรถไปปุ๊ป สถานีต่อไปคือชองซอน ทีนี้แหละก็จะมีบ.ซิตี้ทัวร์ ขึ้นมาขาย
ทัวร์ เรารอโอกาสนี้ เดี๋ยวเหอะกรูจะเกาะทัวร์ไป เพราะรถเมล์นั้นหายาก คิดมา
จากบ้านแล้วว่าถ้ามาชองซอนเราจะไปอุโมงค์เหมืองทองฮวาอัม, บยอนบันชี
สกายวอลค์ และชองซอนโออิลจังหรือตลาด 5 วัน แต่จะไปได้ครบตามนี้มั้ย
เดี๋ยวมาดูผลลัพธ์

แล้วเค้าก็เอาโบรชัวร์มาแจกค่า แม่เจ้า! ฮันกึลล้วนๆ และแม่นางผู้ประสานงาน
ก็พูดฝรั่งไม่ได้ด้วย ไม่เป็นไร เรามีเวลา 10นาทีจะนั่งสะกดไปเรื่อยๆ เราคิดว่า
คนเกาหลีเกือบครึ่งซื้อเป็นแพคเกจทัวร์ตอนจองรถไฟสายนี้แล้วแหละ และ
แม่นางคิมก็เดินกลับมา เราบอกจุดหมายว่าเราจะไปสามที่ข้างต้นนะ สรุปว่า
ถ้าจะไปซิตี้ทัวร์ เราจะไม่ได้ไปสกายวอลค์นะตัวเอง เราผิดหวังไปสามวิ
และเนื่องจากเราไม่ได้จองล่วงหน้า จึงต้องไปหาเอาดาบหน้าว่ายังมีที่ว่างให้เรา
มั้ย ตรงนี้เราคุยกับนางจนเมื่อยมือเลยล่ะ



เมื่อถึงสถานีชองซอนเราก็ลงซิค่า รอไร เป็นสถานีเล็กๆ แต่ติดภูเขาลูกใหญ่






ลงจากรถไฟก็เดินตามป้าๆ ไปค่ะ




หน้าสถานี







จุดบอกสถานที่ท่องเที่ยวหน้าสถานี




รีบจ้ำอ้าวเดินมาดูซิว่าเต็มหรือยัง ยังเห็นป้ายคล้องคอมีเหลือไม่กี่อัน



จะมีเจ้าหน้าที่สองคนนี้ยืนขายป้ายอยู่




จ่ายคนละ 1หมื่นวอน (ประมาณ 310 บาท) จึงได้มาไว้ในครอบครอง



เราฝากชีวิตไว้กับรถคันนี้


ภายในรถ





พอคนเต็มรถแล้วก็พร้อมออก จะมีไกด์มาอธิบายว่าจะไปไหนบ้าง แวะที่ไหน
เจอกันกี่โมง ประมาณนี้นะ ที่แรกก็คือตลาดโออิลจัง ไปชอบปิ้งตามสบาย
เจอกันบ่ายสาม ไกด์ไม่ได้ไปกับเรานะ เค้าจะบอกทางว่าไปทางไหน แต่ไม่
ต้องห่วง เราจะตามอาจุมม่าทั้งหลายไปค๊า โดยรถจะมาจอดที่ศาลาว่าการ
เมืองชองซอน








โพโกชิบพอ ชองซอนอ่า คิดฮอดชองซอน




ถึงแล้วทางเข้าตลาดโออิลจัง



ตลาดโออิลจังเน้นของกินในท้องถิ่น มีหลายอย่างมาก สาธยายไม่หมด และ
ในวันที่มีตลาดก็จะมีการแสดงพื้นเมืองด้วย มีของให้ชิมเยอะ คือชิมจนอิ่ม ไม่ต้องซื้อ
อ้อ! ไม่ใช่ค่ะ ผัวนู๋ชอบชอปปิ้ง ได้ทั้งกิมจิ ปลาหมึกขึ้นมากินให้หึ่งรถเชียว






















เดิน ชิม ช็อปที่ตลาดโออิลจังสองชั่วโมงได้เวลาไปที่ต่อไปนั่นก็คือ Hwaam
Cave และ Geurimbawi at village Hwaam mineral water ซึ่งสองแห่งนี้
เราต้องเลือกหนึ่งแห่ง ซึ่งจะถึงHwaam Cave ก่อน ใครใคร่ลงอุโมงค์เหมืองทอง
เก่าก็ลงไปให้เวลาดูหนึ่งชั่วโมง ถ้าใครไม่ลงก็จะไปบ่อน้ำแร่กัน ไกด์เราแนะนำ
ดีมาก ถ้าเรามาสองคนผัวเมียเค้าแนะนำให้ไปดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนโรแมน
ติคที่ธารน้ำแร่จะดีกว่า นู๋หูเบาค่ะ นู๋เชื่อพี่ไกด์ค่ะ 😍 ไกด์บอกว่าไปฮวาอัมยักซู
กันเถอะ (ฮวาอัมยักซูแปลว่าน้ำแร่ฮวาอัม) ไปก็ไปค่ะ

Hwaam Cave ได้แค่ถ่ายรูปด้านนอกไม่ได้เข้าไป เพราะเดี๋ยวต้องไปธารน้ำแร่





เราเห็นทางเข้าธารน้ำแร่แล้ว แต่เอ๊ะ ทำไมลุงโชเฟอร์ไม่เลี้ยวขวาฟ่ะ ลุงจะพา
เราไปขายหรือเปล่า 😰 อ๋อ ไกด์บอกว่าเราจะเลยไป Turtle Rock ก่อนค่ะ
ว่ากันว่าหน้าผามีรูปร่างเหมือนหลังเต่า







ตอนลงไปถ่ายรูป ขนลุกเลยอ่ะพี่น้อง มันสวยมาก มันใหญ่มาก ถ้าอยู่คนเดียว
มันจะน่ากลัวมาก ภูเขาทั้งลูกกำลังล้อมเราอยู่ ส่วนอีกด้านที่มีต้นซากุระมันเป็น
เหว ตกลงไปตายห่าแน่! 💀




Hwaam Mineral Spring (화암약수) เป็นน้ำที่ขึ้นมาจากปล่องหินที่ตั้งอยู่ใน
ดงมยอน, ชองซอน คุณสมบัติของน้ำแร่ที่นี่ว่ากันว่าช่วยแก้อาการปวดท้อง,
การติดเชื้อที่ตา, และโรคผิวหนัง ประกอบด้วย9 องค์ประกอบที่สำคัญ เช่น
แคลเซียม, ฟลูออไรด์ แต่ทานโทษนะฮ่ะ รสชาติเหมือนดื่มเลือดเลย เหมือน
กับเวลาที่เราเผลอกัดลิ้นตัวเอง หรือมีเลือดออกในช่องปาก นึกภาพออกมั้ย
ท่านผู้ชม

แต่โอ้ว พระเจ้าจอร์ช! ไม่รู้อุปทานไปเองหรือป่าวนะ รอบเดือนเรามาเมื่อไม่
นานนี้ เราไม่ปวดท้องหรือมวนท้องเลย ปกติจะรู้สึกปวดท้องนิด ที่เค้าเรียกว่า
ปวดท้องเมนส์ แต่มารอบนี้เราไม่ปวดเลย ✌

พี่เสื้อเทาคนนี้คือไกด์ของเราค่ะ



ถึงแล้วค่ะธารน้ำแร่ฮวาอัม โรแมนติค และอากาศดีจริง วันนั้น10องศา
มีทัวร์ของเราคันนึง กับรถส่วนตัวอีกไม่ถึง 10 คน คนน้อยมาก ที่นี่สามารถ
เข้าพักได้ด้วย จะมีแคมป์เป็นแคปซูลรูปรถ จะนอนกี่คนก็เลือกเอา ราคาไม่
เท่ากัน




















เดินผ่านลำธาร ตะแล๊ตแต๊ดแต๋มาเรื่อย เจอแล้วต้นตอน้ำแร่ อยู่ในกระโจม
แดงหลังนี้เอง







พี่ไกด์กำลังตักน้ำแร่ให้สามีเดี๊ยน


หน้าตาพี่ไกด์















หลังจากชมและถ่ายรูปธารน้ำแร่เสร็จแล้ว เราก็จะไปรับลูกทัวร์ที่เหมืองทอง
ฮวาอัม ตรงนี้จะได้ลงไปเข้าห้องน้ำ จอดนานพอสมควร เค้าจะจอดนานแค่ไหน
ก็เรื่องของเค้า เค้ากะเวลาพาเรากลับสถานีได้ทันรถไฟแน่นอน เพราะเค้ามือ
อาชีพ




มารอรถไฟเตรียมตัวกลับ






ขากลับเราได้นั่งตู้สีน้ำเงิน





เสร็จสิ้นแล้วค่ะ ภารกิจเปิดซิงรถไฟอารีรัง ประทับใจจ๊อด เพราะตอนไปแค่หา
ข้อมูลว่าจะไปที่ไหนบ้าง และไม่มีรถเมล์ไปยังสถานที่ๆ เราอยากไปยกเว้น
ตลาด5 วัน เพราะแหล่งฮวาอัมทั้งหลายมันต้องไต่ขึ้นเขาไปซึ่งไม่มีรถเมล์
แต่เรารู้ว่ามีซิตี้ทัวร์ เราจึงกะว่าต้องไปหาเอาดาบหน้า และเราไม่รู้ว่าเราจะได้
ไปกับซิตี้ทัวร์หรือเปล่า ถ้าไม่มีทัวร์ อย่างน้อยเราต้องได้ไปตลาด 5 วันแน่ๆ

สรุปเลยนะคะ ถ้าคุณจะไปแบบเราก็ขึ้นรถไฟA-Train จากชองยังงี-ชองซอน
- ขาไป Cheongnyangni - Jeongseon 8.20 - 12.06
- ขากลับ Jeongseon - Cheongnyangni 17.37 - 21.33
ในราคา 45,400 วอน ถ้าเหมาจ่ายKorail Pass มา ก็ไม่ต้องคิดมาก จองเลย

- แนะนำให้ไปในวันที่ตลาด 5 วันเปิด คือวันที่ 2,7,12,17,22,27

- พอลงสถานีชองซอนเดินไปที่รถซิตี้ทัวร์หน้าสถานี จะเห็นโต๊ะขายทัวร์ที่มีป้าย
คล้องคอ มากันกี่คนยื่นเงินเลยค่ะคนละ 10,000 วอน เอาป้ายคล้องคอแล้ว
ขึ้นรถหาที่นั่ง นั่งตรงไหนก็ได้

- พอขึ้นรถไกด์จะอธิบายเป็นเกาหลีว่าจะไปโน่นนี่ ที่แรกคือตลาด 5 วันกับไป
ดูการแสดงพื้นเมืองในเวลา 14.00 น. เสียตังค์ด้วยตรงนี้ซึ่งโรงละครก็อยู่ที่จอด
รถทัวร์นั่นเอง เราไม่ดูการแสดงเราจะเดินตลาดได้ถึงบ่าย3 พอใกล้เวลาก็มา
รอที่รถ เพื่อรอคนที่ดูการแสดงจบตอนบ่าย3

- จากนั้นรถทัวร์จะไปจอดที่Hwaam Cave ซึ่งเคยเป็นเหมืองทองเก่า จะมีค่า
เข้าชมคนละ 5,000 วอน แต่ถ้าใครไม่อยากเดินขึ้นก็เสียค่าโมโนเรลอีกคนละ
3,000 วอน ใครอยากดูเหมืองทองก็ลงรถตรงนี้เลย ให้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง
แล้วรถจะกลับมารับ ไม่ต้องตกใจว่าเค้าจะทิ้งเรา จำทะเบียนรถให้ดี และเอา
ป้ายคล้องคอตลอดเวลา

- ถ้าใครไม่ลงที่เหมืองทองก็จะไปธารน้ำแร่ฮวาอัมแบบเรา เที่ยวเสร็จแล้วรถ
จะกลับไปรับคนที่ไปเที่ยวเหมืองทอง จากนั้นกลับสถานีชองซอนต่อไป บน
รถระหว่างทางไกด์จะร้องเพลงอารีรังให้เราฟังไปตลอดทางค่ะ

- ในกรณีที่ลงสถานีชองซอน และไม่ไปกับซิตี้ทัวร์ แต่อยากไปSkywalk
ก็ให้เดินไปขึ้นรถเมล์ (สายอะไรต้องดูเอาเอง) ไปลงที่ Bus Terminal และ
หลังสถานีจะมีรถชัตเติลบัสคอยรับส่งฟรี เป็นของArihills ค่าเข้าSkywalk
คนละ 5,000 วอน เสร็จแล้วก็นั่งชัตเติลบัสกลับมาบัส เทอร์มินัล แล้วนั่ง
รถเมล์มาเที่ยวตลาด 5 วัน เสร็จแล้วไปขึ้นรถไฟที่สถานีชองซอน

- ในกรณีอยากปั่นจักรยานเรียล ไบค์ ก็ไปลงที่สถานีอาอูราจีได้เลยค่ะ

- ไม่มีไกด์หรือทัวร์ที่สื่อสารภาษาอังกฤษกับเราได้ ถ้าอยากคุยก็ต้องใช้ภาษา
เกาหลีล้วนๆ แต่ถ้าไม่สามารถก็เงียบไว้ แล้วเดินทางแบบที่เราเล่าให้ฟังเลยค่ะ





🎥 ไปเป็นดาราที่ซุนชอนกันเถอะ 📺

วันนี้เราจะไปเดินที่ซุนชอนให้แมวมองค่ะ 🐱 เราจะไปที่Suncheon Open Film
Set
ซุนชอนอยู่ที่จ.เชินลาใต้ ถ้าใครเคยนั่งไปยอซู เอ็กซ์โปก็จะผ่าน
สถานีนี้ด้วย ต้องไปขึ้นKTX ที่สถานียงซาน นั่งไปประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
เพลินๆ




ถึงแล้วสถานีซุนชอน เป็นสถานีที่ปลอดโปร่ง โล่ง สบาย






เราเดินออกมาหน้าสถานีเพื่อขึ้นรถเมล์ไปSuncheon Open Film Set
แต่เอ๊ะ! เจอป้ายรถเมล์ที่ตั้งอยู่หน้าสถานีมีสาย 670 เพื่อไปโรงถ่ายซุนชอนด้วย
จะจอดที่ลานจอดรถของโรงถ่ายเลย ซึ่งรถจะมารับเป็นรอบๆ รอบที่จะมา
ต่อไปคือ10:30 เราไปถึงประมาณ 10 โมงเราขี้เกียจคอยครึ่งชั่วโมงเลยเดิน
ไปทางขวาเพื่อไปป้ายรถเมล์อีกป้ายที่สาย77 จอดจะพาเราไปถึงที่หมาย
เหมือนกัน

จากป้ายหน้าสถานีเมื่อกี้ เดินไปทางขวา ข้ามถนนสั้นๆ 1ครั้ง จะเจอป้ายสาย
77,777 ทั้งสองสายขึ้นได้ แต่77 จะมาถี่กว่า ป้ายรถเมล์จะมีต้นไม้พุ่มร่มรื่น
พอเราเดินไปปุ๊ปสาย 77 ก็มาพอดี



ข้ามทางม้าลายแล้วเดินไปทางกรวยสีส้มค่ะ จะเห็นพุ่มไม้ ตรงนั้นแหละ
ป้ายรถเมล์สาย 77


บนรถเมล์ ต้องเงี่ยหูฟังหรือคอยมองจอป้ายที่หน้ารถด้วยนะว่าถึงยัง



พอถึงป้ายเราก็ลงค่ะ เจอป้ายนี้ก่อนเลย สังเกตว่าจะมีสะพานลอยสีฟ้า
ขากลับเราต้องเดินข้ามสะพานเพื่อขึ้นรถเมล์สาย77 กลับสถานีซุนชอน



เดินไปเรื่อยๆ มีป้ายบอกตลอดทาง



พอเจอสี่แยกให้ข้ามถนนแล้วเลี้ยวขวา ตอนนี้ให้มองพื้นเลยนะ จะมีป้ายบอกที่
พื้้น เราก็เดินไปเรื่อยๆ เลยนะ จะผ่านร้านกาแฟก็ใกล้ถึงแระ อยู่ทางซ้ายมือ



พอเห็นป้ายนี้ แม่นแร้ว












ไปซื้อตั๋วก่อน คนละ 3,000 วอน




Suncheon Open Film Set เป็นโรงถ่ายเอาท์ดอร์ที่ใช้ในการถ่ายทำจริงๆ
และใหญ่ที่สุดในเกาหลี ไว้ใช้ถ่ายทำซีรีส์หรือภาพยนตร์ในช่วงปี 1960-1970
เป็นบ้านที่สร้างลดหลั่นกันไปตามไหล่เขา จะแบ่งออกเป็น3โซน มีบ้านแบบ
ต่างๆ ประมาณ 200 หลัง ซีรีส์ที่เคยมาที่นี่ก็เช่น East of Eden, ราชาขนมปัง
คิมทักกู, ไจแอ้นท์ (อีบอมซู), Love Rain (จางกึนซอก), Lights and
Shadows (อันแจอุค), Inspiring Generation (คิมฮยอนจุง) ส่วนภาพยนตร์
ก็เช่น Sunny (ซูแอ), Gangnam Blues (อีมินโฮ), Werewolf Boy ซงจุงกิ
ไม่แนะนำให้มาหน้าฝน เพราะเวลาเราจะขึ้นไปดูบ้านหลังต่างๆ บันไดจะเป็น
หิน เดินลำบากมาก ต้องผ้าใบอย่างเดียว

เปิดทุกวันตลอดปี 09:00-18:00
ค่าเข้าชมคนละ 3,000 วอน (ประมาณ 90 บาท ตีซะว่าร้อยนึงล่ะกัน)
ถ้ามีการถ่ายทำจะปิดเป็นโซนๆ
ขาไป จากหน้าสถานีซุนชอน ขึ้นสาย 670 ถึงลานจอดรถโรงถ่ายเลย แต่รถ
จะมีเป็นรอบๆ ถ้าไม่รีบก็รอ หรือเดินอีกหน่อยมาขึ้นสาย 77 ,777
ขากลับ สามารถขึ้นสาย 670 จากป้ายตอนลงได้เลย หรือถ้าเป็นสาย 77,777
ก็ให้เดินย้อนกลับมาทางเดิม ก่อนถึงป้ายตอนที่ลงให้เดินขึ้นสะพานลอยสีฟ้า
เพื่อไปรอรถสาย 77,777 ฝั่งตรงข้าม






ป้ายรถเมล์สาย 670 จะอยู่ตรงลานจอดรถของโรงถ่ายเลย ขึ้น-ลงได้ที่นี่
แต่จะมาเป็นเวลา ใครรอไม่ไหวออกไปขึ้นสาย 77 ได้ค่ะ




ทีนี่จะมีชุดนักเรียนสมัยก่อนให้เช่าด้วยเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ในอัตรา 15 นาที
1,000 วอน, หรือ50 นาที 2,000 วอน ถ้าเป็นผู้ชายก็จะได้เสื้อพร้อมกางเกง
ผู้หญิงก็จะได้เสื้อและกระโปรง และยังมีพรอพพวกหมวก กระเป๋าให้เช่าอีก
พรอพละ 1,000วอน ถ้าเป็นคนเกาหลีก็จะต้องบอกเบอร์โทรศัพท์ ถ้ามาไม่
ตรงเวลาคืนชุดเค้าจะโทรตาม ส่วนคนต่างด้าวอย่างเราวางพาสปอรต์ไว้เลย
ส่วนชุดเดิมของเราเค้าจะมีล็อคเกอร์ด้านนอกให้ซุกเสื้อผ้าเข้าไป เสียบเหรียญ
100 วอนเข้าไปเลย ตรงนี้เราไม่รู้ว่าถ้าเป็นคนเกาหลีต้องใช้เงินตัวเองหรือเปล่า
แต่ของเราน้องสต๊าฟเดินจูงมือเราไปค่ะ และเอาเหรียญเค้าหยอดให้เรา ดีงาม!

ผัวนู๋ไม่ได้มาเล่นๆ นะค๊า นางอยากเป็นนักเรียนเกาหลี ถ้าไม่ได้ใส่ถือว่าผิด!
กรูมีผัวเป็นหนุ่มเกาหลีแว้ว 5555

















บันไดแต่ละแห่งเดินยากมาก ผัวก็ไม่รอ ต้องค่อยๆ คลานลงไป
















💒 คยองจู เมืองเก่าของเราแต่ก่อน เราจะไปหาซอนด๊อก&มีชิล

จุดหมาย ชิลลามิเลเนียม - วัพพุลกุกซา- ซอกกูรัม

เมืองคยองจู อยู่ในจ.คยองซังเหนือ เคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลา
จริงๆ แล้วคยองจูมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง แต่ถ้าเราไปทุกแห่งคงต้อง
ค้างคืน เราต้องไปในสถานที่ๆ ไปง่าย รถเมล์เข้าถึง เสริชมาได้ 3 ที่ข้างต้น

ทำไมใครๆ ต้องไปลงที่สถานีคยองจู ซึ่งมันไม่มีKTXผ่าน เราจานั่งKTX
เพราะฉะนั้นต้องลงสถานีชินคยองจูเท่านั้น ว่าแล้วก็จองไปชินคยองจู

สถานีชินคยองจูเป็นสถานีที่อยู่นอกเมือง ใช้เวลาในการเข้าเมืองประมาณ
ครึ่งชั่วโมง อันนี้พูดถึงในเมือที่สามารถไปต่อรถเมล์สาย 10,11 ที่จะไปสถาน
ที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้


พอถึงสถานีชินคยองจู ก็เดินออกมาตามป้ายBus ได้เลย ไม่ต้องกลัวหลง
ถ้าคนลงสถานีชินคยองจูก็จะเดินออกมาทางเดียวกัน มารอที่ป้ายรถเมล์
สาย 700 วิ่งระหว่างสถานีชินคยองจู-พุลกุกซา ค่ารถ1,800 ถ้าใช้T-money
เหลือ 1,650 แตะไปเลยค่ะ คัมซัมนิดา สาย 700 ผ่านชิลลามิลเนียมด้วย




นั่งไปนั่งมา ผู้โดยสารลงกันหมด เหลือเรามีเรา แต่ไม่ต้องห่วงลุงโชเฟอร์
จะไปส่งเราถึงจุดหมายแน่นอน ด้านหน้าคือชิลลามิลเลเนียม เราบอกลุง
ว่านู๋จาลงป้ายนี้ค่ะลุงเที่ยวมิลเลเนียมเสร็จก็จะไปวัดพุลกุกซา ลุงบอกต้อง
กะเวลารถให้ดีด้วยนะ เพราะมักจะมาตรงเวลา อ้อ ลืมบอกไปรถเมล์สาย 700
จะมีวิ่งตามเวลาทั้งหมด 18 รอบ สถานีชินคยองจู-พุลกุกซา จะใช้เวลาประมาณ
50 นาที รถเที่ยวแรกจะออกจากสถานีชินคยองจู 7:00 เราขึ้นรถรอบ 8:50
(ซึ่งเป็นเที่ยวที่2) เราถึงชิลลามิลเลเนียมประมาณ 9:15 รถรอบต่อไปคือ10:05
(เที่ยวที่3) แสดงว่ารถจะต้องมาถึงมิลเลเนียมประมาณ 10:30 และรถรอบถัดไป
คือ 10:30 แสดงว่ารถจะต้องมาถึงมิลเลเนียมประมาณ 11:00



ตารางเวลารถสาย 700


เราก็รีบคำนวณเวลากันเลยทีเดียว งงเลยกู เพราะต้องให้มันเหมาะเจาะกับ
การเที่ยวที่วัดพุลกุกซา และต้องให้ทันรถเมล์สาย12 ที่เราต้องไปซอกกูรัมด้วย
และขากลับจากซอกกูรัมก็ต้องให้ทันรถสาย 12มาพุลกุกซา และต้องมาให้ทัน
รถเมล์สาย 700 ที่จะไปสถานีชินคยองจูเพื่อให้ทันขากลับอีกต่อด้วย เฮ้อ
เวียนหัวเลยกรู

ตารางรถสาย12 ตรงข้ามวัดพุลกุกซา



ด้วยการคำนวณจากหัวไอ้เรืองทำให้เราได้เที่ยวชิลลาไม่ถึงชั่วโมง สนนราคา
ค่าเข้าคนละ18,000 วอน เสร็จแล้วก็รีบออกมารอรถสาย700 ที่ป้ายเดิม
พอเห็นรถมาก็ให้โบกเหมือนโบกรถเมล์บ้านเราเลยนะ เพราะเดี๋ยวลุงเค้าจะ
ไม่จอด จุดหมายถัดไปคือนั่งไปสุดสายที่วัดพุลกุกซา




ผ่านสวนสาธารณะคยองจูด้วย


นั่งชมเมืองไปเรื่อย


รถเมล์สาย700 จะมาจอดสุดสายหน้าวัดพุลกุกซาเลย




จะกลับสถานีชินคยองจูก็ต้องมารอที่ป้ายเดิม





ทางเข้าวัดพุลกุกซา



เข้าไป


ต้นอะไรไม่รู้ที่วัดพุลกุกซาไม่ใช่ซากุระแน่




อัตราค่าเข้าชมวัดพุลกุกซาคนละ 5,000 วอน







เจดีย์ปิดบูรณะ


มีนักเรียนมาทัศนศึกษาเยอะเลยวันนี้ หลายโรงเรียน ส่วนใหญ่เป็นชั้นประถม









เสร็จจากวัดพุลกุกซาแล้วก็มารอรถสาย 12 ไปซอกกูรัม





อัตราค่าเข้าซอกกูรัมคนละ 5,000 วอน เราว่ามันไม่คุ้มเลย เดินขึ้นเขาตั้งนาน
เพื่อไปดูพระพุทธรูปอยู่ในตู้กระจกไกลๆ



ทางเข้าซอกกูรัม




มีบริการตีระฆังคนละ 1,000 วอนต่อหนึ่งครั้ง


ทางเดินขึ้นเขา ค่อนข้างเสียวๆ เพราะข้างซ้ายที่เป็นเหว มันไม่มีอะไรกั้นเลย












พระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ในคุ้มนี้



เราเคยมาทั้งสองที่นี้แล้ว แต่สามียังไม่เคย ก็ต้องพามา เราว่ามันไม่ค่อยคุ้ม
ค่าตั๋ว 155 บาท แต่มันคือสถานที่เก่าแก่ของเกาหลีก็เลยต้องพาสามีมาชม
ที่คยองจูเก็บค่าเข้าชมทุกที่ทั้งสุสาน สระน้ำ สวนสาธารณะ มีหนักหน่อยก็
ที่ชิลลามิลเลเนียม 18,000 (ประมาณ 550 บาท)


หน้าสถานีชินคยองจู


ห้องน้ำหรูเริ่ด และสะอาดมากค่ะ



คราวหน้าจะไปเมืองอันดงบ้าง







ชั้นจะไปหาดาราที่MBC 📹

MBC WORLD Seongam-ro, Mapo-gu


ค่าเข้าชม คนละ 18,000 วอน จองล่วงหน้าจากเวปไซด์Interpark หรือ
สามารถซื้อได้ที่ทางเข้าMBC (ในกรณีที่ผู้เข้าชมไม่เต็ม รอบหนึ่งจะรับได้
50 คน) อยู่ได้นาน 90 นาที เพื่อเปิดรับผู้ชมในรอบต่อไป ปฏิบัติตามคำแนะนำ
ของน้องเจ้าหน้าทีอย่างเคร่งครัด โซนห้ามถ่ายรูปเค้าจะบอกว่าNo Photo


การเดินทาง รถไฟฟ้าสายAREX ลงสถานีDigital Media City ทางออก 9
รถไฟฟ้าสาย6 ลงสถานีDigital Media City ทางออก 2
เมื่อออกจากสถานีแล้วใครพอเดินไหวก็เดินตรงไปเรื่อยๆ ตรงไปตลอด
จะเจอตึกSBS ก่อน แล้วก็จะเจอMBC เดินประมาณ 15 นาที ดูตึกรามร้านค้า
ไปตลอดทาง ถ้าใครเดินไม่ไหวพอออกจากสถานีแล้วก็ข้ามถนนไปขึ้นรถเมล์
สาย7711, 7730 หรือ771 เขาจะขึ้นจอเลยว่าไปMBC ให้ลงที่DMC Promotion
Hall นั่งรถน่าจะประมาณ 5นาที หรือใครที่เคยไปStar Park ก็ที่นี่แหละค่ะ
อยู่ในย่านเดียวกัน เดินถึงกัน





ออกจากสถานีก็จะมาโผล่ตรงนี้


ผ่านร้านรวงต่างๆ




จองผ่านInterpark ก็พริ้นท์ใบจองมาแลกตั๋วที่นี่ก่อน ถ้าไม่ได้จองก็มาซื้อ
เข้าเลย จะได้บัตรสแกนเครื่องเล่นมา 1ใบ และใบแนะนำ




MBC WORLD เปิดให้เข้าชมเกือบๆ ปลายปี 2015 แบ่งออกเป็น3 โซนคือ
M, B, C จนท.แนะนำให้เริ่มจากโซนC ซึ่งอยู่ตึกข้างๆ เราก็ต้องออกจากตึก
แลกตั๋วไปก่อนค่ะ

นี่คือตึกที่มาแลกตั๋ว


หน้าตาตั๋วที่เราต้องใช้สแกนผ่านด่านต่างๆ




ได้ตั่วมาไปอีกตึกนึงเรียกว่าโซนC


โซนC จะแบ่งออกเป็น 7 ซุ้มคือ
- We've Got Married จะได้ถ่ายรูปโฮโลแกรมกับดารานักร้องที่อยู่ในรายการนี้
แล้วแต่เราจะเลือกใคร
- My Little Television เราจะได้เป็นดาราหน้ากล้อง
- I Am A singer ซุ้มนี้เราจะได้ร้องเพลงกับนักร้องชื่อดัง แต่เราผ่านซุ้มนี้
ขนาดไอยังเพี้ยนเลย ประสาอะไรกับร้องเพลง
- King Of Mask Singer อันนี้ก็ผ่านเหมือนกัน
- I Live by Myself เราจะได้ถ่ายรูปขึ้นปกนิตยสาร
- Section TV Entertainment NEWS ฝึกอ่านข่าว ไม่อ่านก็ผ่านไป
- Star Street ชื่อก็บอกอยู่แล้วถนนดารา
- Star Van ถ่ายรูปกับนักร้องในรถแวน ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นวง2NE1

ซุ้มเหล่านี้จะมีน้องจนท. คอยพาไป และแนะนำเราตลอด โดยการเล่นแต่ละซุ้ม
ต้องใช้บัตรสแกนทุกครั้ง พูดง่ายๆ ว่ามันจะเป็นการถ่ายรูปไฮเทคเสมือนหนึ่ง
ดารานักร้องมานั่งคุย มานั่งร้องเพลงกับเรา โซนC จะใช้เวลาประมาณ 25-30
นาที โซนนี้เราไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปเพราะเรากับแฟนไปถ่ายรูปกับดาราค่ะ 555

โซนต่อไปคือโซนM ก็ต้องเดินกลับไปตึกที่เราไปแลกตั๋วมา








โซนM จะประกอบด้วย
ชั้น 1F
- The Hall Of Fame1,2 จะเป็นผลงานชิ้นสำคัญนับตั้งแต่ก่อตั้งMBC มีบัตร
พนักงานรุ่นแรก สคริปต์ละครดังๆ
- Hologram Theater ไปดูรายการเพลงMusic Core ดูการร้องเพลงของ2NE1
PSY กังนัมสไตล์ ไม่ได้นับว่ากี่เพลง ประมาณ 4-5 เพลง เหมือนว่าเราได้ดู
สดๆ ในห้องส่งกับเค้าด้วย
- Garden Studio สตูดิโอเอาท์ดอร์
- Korean Wave Expereince จะมีดาราให้เราเลือก และเขียนอะไรก็ได้ผ่านจอ
เราเลือกอีจุนกิ ฮิฮิ แล้วก็ฝากอีเมล์ไว้ด้วย
- Digital Archive ดื่มด่ำละครดังๆ ของMBC ผ่านจอดิจิตอล
- VR Experience ร่วมรายการวาไรตี้แบบสามมิติ
- Dance Experience ร่วมเต้นกับศิลปิน ศิลปินจะสอนเต้น เราเต้น
ไม่เป็นได้แต่ถ่ายรูป เหอะๆ





















ชั้น 7F Visiting Newsroom หลังจากเสร็จชั้น1 น้องจนท.จะพาเราขึ้นลิฟท์ไป
ชั้น7 เพื่อดูการทำงานของห้องข่าว ชั้นนี้กำชับว่าห้ามถ่ายรูป เสร็จแล้วก็พาลงมา
ดูห้องออกอากาศสด ห้ามถ่ายรูปอีกเหมือนกัน เป็นการดูผ่านกระจก





เสร็จแล้วน้องจะพาเรามาที่ชั้น 4F Historical Drama Zone เรียกว่าเป็น
ห้องละครซากึกที่ทำชื่อเสียงให้กับMBC อาทิแดจังกึม, ซอนด๊อก, Empress
Ki, The Moon Embracing The sun, บัณฑิตราตรี ที่อีจุนกิเล่น เป็นตัวแสตนด์
ให้ถ่ายรูป มีชุดที่ดาราใส่ในเรื่องต่างๆ โชว์ไว้ในตู้ เราได้เล่นปะแป้งกับพวก
ขันทีและสนมผ่านจอสามมิติด้วย

ไฮไลท์ของชั้นสากึกก็คือ มีการละเล่นสามมิติคล้ายโซนC แต่จะมีลูกเล่น
มากกว่า






น้องสต๊าฟเดินนำทางไป









ถวายบังคมเพคะฝ่าบาท


กลัวแววตาของพระนางมาก


ชุดที่คิมซูฮยอนใส่ในเรื่อง The Moon


หน้าลิฟท์ชั้น 4



พอลงลิฟท์มาชั้น1 ก็ไปโซนB ซึ่งเป็นโซนสุดท้าย ประกอบด้วย
MBC Masterpiece เป็นรายการและละครที่ทำชื่อเสียงให้สถานี
Contents Hall
MBC Media Wall

โซนนี้จริงๆ ก็ไม่มีอะไรเหมือนกับเรามาถ่ายสามมิติเหมือนทริค อาย


ไปเสียท่าให้อีมินโฮมาแล้ว นึกว่าตัวเองเป็นซนเยจิน ช่างกล้า!



ไปเล่นกับพรรคพวก Infinity Challenge มาแล้ว



เกือบได้จุ๊บกงยูด้วย


เวลาเราจะเข้าโซนไหน หรือจะถ่ายรูปจะต้องเอาบัตรไปสแกนกับเครื่องนี้
ซึ่งจะเก็บภาพของเราเอาไว้ เพื่อจะเอาไปพริ้นท์รูปค่ะ




พอเที่ยวเสร็จทุกโซนครบแล้ว ถ้าอยากได้รูปสวยๆ เก็บไว้ก็เอาบัตรมา
สแกนเพื่อเลือกรูปที่เราต้องการที่ซุ้มขายตั๋ว เสียตังค์ด้วย แต่ไม่มีการบังคับ
เสร็จแล้วจะเดินออกไปสวยๆ เลยก็ได้ จนท.จะมีรูปให้เราเลือก ถ้าจำไม่ผิด
น่าจะประมาณ 15 รูป เป็นรูปที่เราถ่ายมาตอนเราไปเที่ยวโซนต่างๆ





ของเราเลือกแบบรูปเป็น 4P



พอเสร็จจากMBC เราก็ไปถ่ายรูปที่Star park, CJ E&M, สถานีข่าว YTN,
ตึกJTBC บริเวณจะอยู่บนถนนซองอัม แต่เรียกว่าย่านซังอัมค่ะ ดูรูปไปเรื่อยๆ


Star Street คือถนนที่มีรอยประทับนิ้วของดารานักร้อง เป็นทางยาว
ประมาณกิโลนึง ถ่ายรูปมาไม่หมด เวลาจะดูว่าเป็นรอยนิ้วมือของใครต้อง
หมุนไปหมุนมา เวียนหัว เพราะมันไม่ได้อยู่ในแนวเดียวกัน มีนกลับหัวกลับหาง
หมุนไปเรื่อย































โม้มาะซะยืดยาว การไปเที่ยวในคราวนี้ประสบการณ์ใหม่ก็คือได้นั่งรถไฟ
สายA-TRAIN, MBC WORLD, ประเดิมนั่งรถเมล์สาย700 จากสถานีชินคยอง
จู ซึ่งเป็นสถานีKTX ใหม่ ถึงแม้จะอยู่นอกเมือง แต่เพราะรถเมล์สาย 700
ทำให้การเข้าเมืองไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทำให้ง่ายขึ้น

ใครอยากให้เรานำทางติดต่อมาได้ หรือจัดเที่ยวแบคแพคกรุ๊ปเล็กๆ ก็ลองดู
คิดไม่แพง   ถ้าว่างและพร้อมนะ





 

Create Date : 30 เมษายน 2559    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2559 19:13:40 น.
Counter : 1822 Pageviews.  

K NEWS กุมภาพันธ์ 59

8/2/59 CJ E&M รุกหนักตลาดละคร ตั้งโปรดักชั่นใหม่






หลังจากที่ CJ E&M เข้าซื้อหุ้น Culture Depot ที่มีดาราชูโรงอย่าง จอนจีฮยอน
พัคมินยอง และโจจองซอกแล้ว ก็ยังเข้าไปมีเอี่ยวกับโปรดักชั่นผลิตละครชื่อดัง
Hwa and Dam Pictures เจ้าของผลงานThe Heirs, Secret Garden ล่าสุดก็คือ
Descendants of the sun ที่จะลงจออีกไม่นาน ที่มี "คิมอึนซุก" เป็นนักเขียนอยู่
ในสังกัด (นักเขียนก็มีเอเยนซี่นะจ๊ะ ไม่ใช่อยู่ลอยๆ แล้วแต่จะสังกัดช่องหรือเอ
เยนซี่) โดยCJ E&M ลงทุนเข้าซื้อเป็นมูลค่า 65,000 ล้านวอน

CJ E&M (E ย่อมาจากEntertainment M ย่อมาจากMedia) มีแผนที่จะสร้าง
ความแข็งแกร่งในตลาดละคร รวมถึงโปรดักชั่นผลิตละคร ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า
ทางบริษัทฯ จะทำละคร รายการวาไรตี้ หนัง นักแสดง นักเขียน เพื่อป้อนช่อง
ของตัวเอง tvN, Mnet และ OCN และจะจัดตั้งโปรดักชั่นผลิตละครแยกต่าง
หากในเดือนพ.ค. ที่ได้ชื่อแว่วๆ ว่าสตูดิโอ ดราก้อน Studio Dragon โดยมีทุน
จดทะเบียน 1 หมื่นล้านวอน

พูดง่ายๆ ก็คือCJ E&M กะจะฮุบละครและนักแสดงดังๆ มาไว้ในกำมือ แต่ถึง
กระนั้นก็ถือว่ามีแนวทางที่ดีในการผลิตละครซึ่งอาจจะเป็นบรรทัดฐานสำหรับโปร
ดักชั่นอื่นๆ CJ E&M พยายามที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในกองถ่าย
ละครและจะสร้างระบบการผลิตให้เป็นระบบมากขึ้น

จะคอยดูระบบการผลิตละครเรื่องแรกของสตูดิโอ ดราก้อน น่าจะเป็นการร่วมกัน
ทำงานของโปรดักชั่น Hwa and Dam Pictures ซึ่งคงจะเป็นผลงานเขียนของ
เจ๊คิมอึนซุก และจะใช้นักแสดงในสังกัดCulture Depot ซึ่งไม่รู้ว่าจอนจีฮยอน
เมื่อถึงเวลานั้นยังต้องเลี้ยงลูกอ่อนหรือเปล่า

จริงๆ แล้ว CJ E&M ไม่ใช่ทำละครให้กับช่องของตัวเองเท่านั้น แต่ยังร่วมผลิต
ละครให้กับช่องใหญ่อย่าง KBS SBS MBC ด้วยในฐานะโปรดักชั่นร่วม (จะออก
เงิน จะออกแรง จะให้ยืมอุปกรณ์อะไรก็แล้วแต่) ซึ่งมักจะเข้าใจผิดคิดว่าผลิต
ให้แค่tvN OCN ที่เห็นๆ ส่วนใหญ่มักร่วมงานกับ JS Pictures และจะสังเกตได้ว่า
JS Pictures ก็จะได้ทำละครให้tvN อยู่เนืองๆ





ธุรกิจโปรดักชั่นผลิตละครจะเป็นฐานรายได้หลักให้กับCJ E&M ในปีนี้ เนื่องจาก
สองปีก่อนบริษัทฯ ประสบความภาวะขาดทุน แต่ก็เริ่มฟื้นตัวเมื่อประมาณปีที่
แล้ว Reply 1988 เป็นละครที่ขายโฆษณาได้ถึง 17.1 พันล้านวอน และทำให้
รายการวาไรตี้โชว์สองรายการ “Three Meals a Day” และ “Youth Over
Flowers” ขายสปอตโฆษณาได้ 25 ล้านวอนต่อ15 วินาที เป็นราคาสูงที่สุด
ในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของเกาหลีเมื่อปีที่แล้ว

CJ E&M ยังตัดสินใจที่จะขยายการจัดจำหน่ายดิจิตอล คอนเท้นท์ไปถึงปี
2018 เพื่อให้บรรลุยอดขาย 260,000,000,000 วอน (สองแสนหกหมื่นล้าน)
จะเพิ่มยอดขายในต่างประเทศเพื่อเสริมสร้างการขายในต่างประเทศอยู่ที่ยอด
580,000,000,000 วอน (ห้าแสนแปดหมื่นล้าน)

เมื่อเดือนก.ค. 2015 CJ E&M ยังได้เข้าซื้อหุ้นช่องFOX INT CHANNELS
ของฮ่องกงในสัดส่วน 51% เพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจทีวีในฮ่องกง เพราะฉะนั้น
ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงต้องไปจัดงานMAMA ในฮ่องกง2-3 ปีติดต่อกัน

ส่วนเรื่องธุรกิจหนังซึ่งแต่ก่อนเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ จากรายงานผล
ประกอบการบริษัทไตรมาสสอง 2015 ปรากฏว่า ยอดขายลดลงอย่างมากเมื่อ
เทียบกับไตรมาสแรกที่มียอด 65,900 ล้านวอน แต่ในไตรมาสสองทำได้แค่
31,5000 ล้านวอน และจำนวนผู้ชมก็ลดฮวบจาก 15 ล้านกว่าคน เหลือเพียง
4 ล้านกว่าคนในไตรมาสสอง ส่วนแบ่งผู้ชมลดลง 30% เหลือ10% ทำให้ขาด
ดุล 4,100 ล้านวอน (ขนาดเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดจัดจำหน่ายภาพยนตร์ใน
ประเทศเลยนะเนี่ย)

สำหรับธุรกิจละคร CJ E&M เริ่มฟื้นตัวจากเรื่อง Oh my Ghost (พัคโบยอง)
ซึ่งได้เรตติ้งไป 7-8%, Reply 1988 มีเรตติ้ง 19%




 

Create Date : 08 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 8 กุมภาพันธ์ 2559 16:07:38 น.
Counter : 980 Pageviews.  


เฟริสท์
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]






จำนวนผู้ชมทั้งหมด
buy cialis
: Users Online
Friends' blogs
[Add เฟริสท์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.