Group Blog
 
All blogs
 

ตอนที่18 เทศกาลตกปลาเทราท์ที่ฮวาชอน

ในช่วงฤดูหนาวๆ แบบนี้ คนเกาหลีนิยมไปเที่ยวที่ฮวาชอน อยู่ในจังหวัดคังวอน
เค้าไปทำอะไรกันรึค่ะ เค้าไปนั่งโก้งโค้งโก้งตุงส่องปลาเทราท์กันค่ะ







เทศกาลตกปลาเทราท์ที่ฮวาชอน เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ได้รับความนิยมอย่าง
มากของคนเกาหลี มีคนนับล้านคนไปเที่ยวเทศกาลนี้ที่จัดเป็นเวลาสามสัปดาห์
ไม่จำกัดเฉพาะคนเกาหลีเท่านั้น นักท่องเที่ยวที่เป็นฝรั่งก็ชอบไปกันค่ะ
เพราะในแต่ละปีCNN จะมาทำข่าวดังไปทั่วโลก ชื่องานนี้ค่ะ Hwacheon
Sancheoneo Ice Festival






อ้อ! เสียค่าเข้าด้วยค่ะประมาณ 12,000 วอน เข้าใจว่าจะจำกัดนักท่อง
เที่ยวอยู่ที่ 9,000 คนต่อวันมั้งค่ะ ดิฉันเดินทางจากพูซานไปฮวาชอนทาง
รถยนต์ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ถ้าไปจากโซลไม่รู้เหมือนกันว่าจะใช้
เวลาประมาณไหน อาจจะ2-3 ชั่วโมง

สมัยก่อนฮวาชอนเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่เข้าถึงยาก มีแต่ทหารอาศัยอยู่จน
ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองของทหาร แต่ในปัจจุบันมีการยกระดับพัฒนา
จนมีเทศกาลปลาเทราท์ มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมและตกปลากว่า 1 ล้าน
คนในแต่ละปี ปลาเทราท์ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำเย็นจัดๆ

พื้นที่ที่นักท่องเที่ยวยืนอยู่ที่เห็นเป็นพื้นน้ำแข็งความจริงแล้วก็คือแม่น้ำบุคฮัน
ความที่อากาศหนาวจัดเลยทำให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็ง และใต้น้ำแข็งก็
เป็นที่แหวกว่ายของปลาเทราท์ที่เหล่านักท่องเที่ยวโก้งโค้งส่องรอจับพวก
มันอยู่ พื้นน้ำแข็งจะหนาราวๆ 40 ซม.

เบ็ดตกปลาเทราท์หน้าตาแปลกประหลาด เกาหลีเรียกว่า นักซีแด




ถึงแม้ฮวาชอนจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็มีที่สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามถึง 9
แห่ง ที่จำได้ก็จะมีทะเลสาบพาโร กับเขื่อนอีกแห่งหนึ่งที่จำชื่อไม่ได้ แต่ที่
จำได้แม่นก็จะเป็นเทศกาลตกปลาเทราท์นี่แหละค่ะ เทศกาลนี้เพิ่งจัดขึ้น
ได้ไม่นานนัก ไม่น่าจะเกินสิบปี

อย่างที่บอกแล้วว่าที่นี่เป็นเมืองของทหาร พอถึงฤดูหนาวจะมีทหารมาตั้ง
แคมป์เปิดเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งกันเลยทีเดียว เค้าบอกว่าไม่ใช่เล่นเพื่อความ
เพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นการซ้อมรบย่อยๆ โดยใช้สเก็ตน้ำแข็งเป็น
วัตถุประสงค์

แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการตกปลาเทราท์ และ
การแข่งจับปลาเทราท์ด้วยมือเปล่า ที่นี่ปลาเทราท์เยอะมากเพราะน้ำใสสะ
อาด เรียกได้ว่า ปลาเทราท์เป็นราชินีแห่งหุบเขากันเลย เพราะเป็นปลาที่มี
ลักษณะดีและมีสีสันสวยงาม ปลาเทราท์จะมีลำตัวยาวประมาณ20-30 ซม.
คล้ายๆ ปลาแซลมอน

เนื้อปลาเทราท์สดที่แล่แล้วหน้าตาแบบนี้



ความที่คนเยอะมากๆ แต่ละคนก็อยากจะได้มุมเหมาะๆ ตำแหน่งดีๆ ที่จะมี
ปลาเทราท์เยอะๆ จึงต้องมีศึกแย่งชิงพื้นที่ แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร
พอตกได้ก็ย่างกินกันตรงนั้น เข้าใจว่าจะมีการเก็บค่าย่างด้วยค่ะ เพราะ
เห็นมีการจ่ายตังค์ด้วย ใครไม่ชอบย่างก็จะแล่เนื้อกินสดๆ ห่อผักกาดหอม
ก็ได้ หรือจะชุบแป้งทอด หรือจะอบก็ได้ค่ะ มีหลายบริการให้เลือก

ปลาเทราท์สดห่อผักกาดหอม อาจจะจิ้มวาซาบิหรือซอสก็ได้


อบปลาเทราท์


ลูกชิ้นปลาเทราท์







สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเป็นครอบครัว ที่อาจจะมีพ่อแม่ลูก พ่ออาจจะไป
ส่องปลา แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลูกๆ เบื่อเลยนะคะ เพราะเค้าจะมีเขาวงกตหิมะ
ให้ได้เดินกันหนุกๆ เขาวงกตหิมะก็จะมีลักษณะเป็นทางเดินแคบๆ ส่วนข้างๆ
ก็จะเป็นกำแพงหิมะสูงประมาณ 2 ม. เดินวนไปวนมาอยู่นั่นแหละจนกว่าจะ
หาทางออกเจอ แล้วก็จะมีของเล่นอีกอย่างเรียกว่า Ice sledding เกาหลี
เรียกว่า ออลึมซอลแม ภาษาไทยเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ เป็นการทดสอบการ
เลื่อนตัวบนหิมะโดยใช้แคร่ น่าตื่นเต้นและหวาดเสียวเราเล่นจนหัวคะมำ
สไลเดอร์น้ำแข็งก็สนุกดีแต่ตูดเปียก

ขากลับเราก็จะเห็นโคมไฟที่มีรูปร่างเหมือนปลาเทราท์แขวนอยู่ทั่วทุกบ้าน
ในฮวาชอน ไม่ใช่แขวนไว้เล่นๆ หรือสวยงามเท่านั้น สอบถามแล้วเค้าบอก
ว่าเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งด้วยค่ะ เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณชั่วร้ายเข้ามา
ในบ้าน

เทศกาลตกปลาเทราท์จะจัดในหน้าหนาว ส่วนหน้าร้อนที่ฮวาชอนจะมีเทศ
กาลรุมสะกำมะเขือเทศ ที่จะจัดขึ้นราวเดือนสิงหาของทุกปี







 

Create Date : 25 ธันวาคม 2554    
Last Update : 25 ธันวาคม 2554 3:30:08 น.
Counter : 3215 Pageviews.  

"เอนทรานซ์" วันสำคัญที่ใครๆ ต้องหลีกทาง




ฉันเคยเอนทรานซ์เมื่อ 20 ปีก่อน ระบบเอนทรานซ์สมัยนั้นก็ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน
ถึงเวลาสมัครก็ไปสมัคร ถึงเวลาสอบก็ไปสอบ ซึ่งก็จะอยู่ในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.
พอถึงเวลาฟังผลก็ไปฟัง ซึ่งก็เป็นต้นเดือน พ.ค.ตอนนั้นสถานที่ประกาศผล
สอบคือสนามจุ๊บของจุฬาฯ เราจะสอบติดคณะไหนมหาลัยอะไรก็เป็นไปตาม
คะแนนที่เราสอบได้ ซึ่งต้องขับเคี่ยวแย่งที่นั่งกันน่าดู

สมัยของฉัน คณะนิเทศศาสตร์ จุฬา กับ คณะวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ดู
จะเป็นคณะยอดนิยม ที่นักเรียนม.ปลายในสมัยนั้นมักเลือกเป็นอันดับ1

ใครสอบได้ก็โชคดีสมใจนึกกันไป ใครที่กินแห้วอย่างฉันก็ต้องหาที่เรียนใหม่

แต่ระบบเอนทรานซ์บ้านเราสมัยนี้ฟังดูแล้วยุ่งยากชะมัด GAT PAT GPAX
แอดมิชชั่นส์อะไรก็ไม่รู้ เดี๋ยวสอบ เดี๋ยวสอบ

แต่ฉันคิดว่าระบบเอนทรานซ์บ้านเราไม่กดดันเด็กเท่ากับประเทศญี่ปุ่นหรือ
เกาหลี ดูอย่างป๊าม๊าของฉัน ฉันสอบไม่ติดก็ไม่เห็นว่าอะไรซักคำ อยากเรียน
ที่ไหนก็ไปเรียน และฉันเชื่อว่าอีกหลายบ้าน หรือหลายครอบครัวก็เป็นอย่าง
ฉัน

นอกจากเด็กจะถูกกดดันด้วยระบบการศึกษาที่ถูกกำหนดด้วยคณะบุคคล
เพียงไม่กี่คนแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองก็อาจเป็นแรงกดดันเด็กอีกทางหนึ่งด้วย
เด็กบางคนอาจจะถูกชี้ทางเดินโดยพ่อแม่ ต้องเรียนอย่างนั้นอย่างนั้น จบ
ออกมาต้องทำงานแบบนั้นแบบนี้ ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่าเป็นเพราะความหวังดีของพ่อแม่

พ่อแม่ที่ไหนๆ ก็อยากเห็นลูกตัวเองได้ดิบได้ดีกันทั้งนั้น เข้าใจค่ะเข้าใจ

นอกเรื่องมานานน่าดู จะปูเรื่องเข้าระบบเอนทรานซ์ของเกาหลีค่ะ ความจริง
เรื่องนี้ฉันเคยเล่าไปแล้วใน Around The Seoul เมื่อช่วงเอนทรานซ์ปีที่แล้ว

ระบบการศึกษาของเกาหลีก็จะเหมือนกับระบบการศึกษาของไทย คือเรียน
ชั้นประถม 6 ปี, มัธยมต้น 3 ปี, มัธยมปลาย 3 ปี หลังจากนั้นก็สอบเอน
ทรานซ์เพื่อเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอีก 4 ปี

ระบบเอนทรานซ์ของเกาหลีเรียกว่า CSAT ย่อมาจาก College Scholastic
Ability Test ภาษาเกาหลีจะเรียกว่า ซูอึง 수능 หรือ อิบซี 입시

ซึ่งเค้ามีการกำหนดวันสอบเป็นที่แน่นอนเหมือนกันทุกปี คือจะตรงกับวัน
พฤหัสบดีที่ 2 ของเดือนพฤศจิกายน หรืออาจเป็นพฤหัสที่3 ก็ได้ถ้ามีเหตุ
สุดวิสัย

ในปี 2553 วันพฤหัสที่2 ของเดือนพ.ย. ตรงกับวันที่ 11 เพราะฉะนั้นวันเอน
ทรานซ์ของนักเรียนเกาหลีในปีนี้ก็คือวันที่ 11 พ.ย. 2553 ดูง่ายๆ แบบนี้เลยค่ะ (ล่าสุดปี 2553 เลื่อนเป็นพฤหัสที่3 (18 พ.ย.)

ส่วนวันประกาศผลสอบก็ค่อนข้างแน่นอนอีกเหมือนกัน คือหลังจากสอบแล้ว
ประมาณ 1 เดือน หรือประมาณสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนธันวาคมก็จะรู้ผล

การสอบเอนทรานซ์ของเขาจะสอบกันแค่วันเดียวเสร็จ เริ่มตั้งแต่เวลา 8.40-
18.05 น. แต่ว่านักเรียนทุกคนจะต้องเข้าห้องสอบโดยพร้อมเพรียงกันใน
เวลา 8.10 น.

แล้วเอนทรานซ์ของเขาต้องสอบวิชาอะไรกันบ้าง

ก็จะมีวิชาภาษาเกาหลี ซึ่งจะต้องสอบเป็นวิชาแรก ให้เวลาในการสอบ 80 นาที
หลังจากนั้นก็จะมีการพัก 20 นาที

วิชาที่ 2 คือ วิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งจะต้องเลือกสอบระหว่างคณิตศาสต์A และ B
ซึ่งมีทั้งปรนัยและอัตนัย ให้เวลา 100 นาที แล้วก็จะมีการพักเที่ยง 50 นาที

ในช่วงบ่ายก็จะเริ่มในเวลา 13.10 น. เป็นการสอบวิชาภาษาอังกฤษ ให้เวลา
70 นาที

หยุดพักอีก 20 นาที

วิชาที่ 4 เป็นวิชาสังคมศึกษา, วิทยาศาสตร์, แนะแนวการศึกษา ใช้เวลา
126 นาที

หยุดพัก 19 นาที

และสอบวิชาสุดท้าย เป็นวิชาภาษาต่างประเทศและภาษาจีน ใช้เวลา 40 นาที
โดยจะให้เลือกสอบเพียง 1 ภาษา+ภาษาจีน ประกอบด้วยภาษาเยอรมัน,
ฝรั่งเศส, จีน, สเปน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, อาระบิค,

ประเทศเกาหลีให้ความสำคัญในวันสอบเอนทรานซ์เป็นอย่างมากจริงๆ ซึ่ง
ฉันขอชมเชย บรรดาหน่วยงานราชการหรือบริษัทเอกชนต่างๆ จะกำหนดให้
วันนี้เป็นวันที่ให้ข้าราชการหรือพนักงานเข้างานล่าช้ากว่าปกติประมาณ1-2
ชั่วโมง เพื่อเป็นการหลีกทางให้นักเรียนที่จะสอบเดินทางไปถึงสนามสอบ
อย่างสบายๆ โดยไม่ต้องมาพะวงกับรถติด หรือต้องไปแออัดยัดเยียดกันบน
รถขนส่งสาธารณะ เช่นรถเมล์ หรือรถไฟใต้ดิน

ตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเรื่องเงินต้องมาเป็นที่หนึ่ง ทุกวินาทีเป็นเงินไปหมด ก็ยัง
ต้องหลีกทางให้กับวันสอบเอนทราซ์ โดยจะมีการเปิดตลาดล่าช้ากว่าทุกวัน
และก็จะปิดตลาดเร็วกว่าทุกวันอีกด้วย

บรรดารถขนส่งสาธารณะเช่น รถเมล์ หรือรถไฟใต้ดิน ก็จะมีการปล่อยรถให้
ถี่กว่าวันปกติตั้งแต่ช่วงเวลา 6.00-10.00 น. เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก
ให้กับนักเรียนที่ต้องเดินทางไปสอบ จะได้ไม่ต้องรอรถนาน และไม่ตกรถ

ส่วนบรรดาผู้ขับขี่รถยนต์ตามท้องถนน ก็มีกฎหมายบังคับห้ามส่งเสียงดัง
ใกล้กับโรงเรียนที่ใช้เป็นสนามสอบ เช่น พอเข้าเขตสนามสอบก็ห้ามบีบแตร
หรือห้ามเหยียบคันเร่งเสียงดัง

นอกจากนั้นยังห้ามจอดรถในรัศมี 200 เมตร บริเวณรอบๆ สนามสอบอีกด้วยค่ะ

การจราจรทางบกยังถูกห้ามโน่นห้ามนี่ การจราจรทางอากาศก็โดนเหมือนกัน

ที่ฉันคิดว่าสุดยอดสำหรับวันเอนทรานซ์ของเกาหลี คือ เค้าจะห้ามเครื่องบิน
ทุกประเภทบินขึ้น-ลง ระหว่างที่นักเรียนกำลังสอบวิชาทักษะการฟังภาษา
เกาหลีและภาษาอังกฤษ ซึ่งจะมีอยู่ 2 ช่วงคือ ช่วงเช้าตั้งแต่เวลา8.35-8.58 น.
และช่วงบ่ายตั้งแต่เวลา 13.05-13.35น. เค้าจะมีการปรับตารางบินใหม่สำ
หรับวันนี้วันเดียวเท่านั้น

คนที่จะประทงประท้วง เดินขบงเดินขบวน ร้องเย้วๆ วันนี้ก็ต้องหยุดซักวัน

บรรดาคุณพี่โชเฟอร์แท๊กซี่ วันนี้ก็จะไม่เก็บค่าโดยสารสำหรับนักเรียนที่จะ
ไปสอบเอนทรานซ์ (แต่จะเป็นบางคันหรือป่าวไม่ทราบ)

นั่นก็เป็นเรื่องการอำนวยความสะดวกและให้ความสำคัญกับวันสอบเอน
ทรานซ์ของส่วนรวม ตอนนี้ก็มาถึงคนใกล้ตัวของนักเรียนที่กำลังเอนทรานซ์
โดยเฉพาะพ่อแม่

ในวันสอบเอนทรานซ์ พ่อแม่ก็มักไปส่งบุตรหลานของตัวเองที่หน้าประตูรั้ว
โรงเรียน ส่งได้แค่หน้ารั้วเท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปภายในโรงเรียนได้ ส่วน
พวกเพื่อนๆ ที่เป็นรุ่นพี่หรือรุ่นน้องก็จะมาคอยเชียร์ให้กำลังใจนักเรียนที่เข้าสอบ

ในช่วงก่อนถึงวันสอบ ผู้ที่เป็นแม่ดูจะมีภารกิจใหญ่หลวงที่ต้องทำ บ้านไหนที่
นับถือศาสนาพุทธ ก็จะไปวัด แม่ๆ เค้าไปทำอะไรกันที่นั่นคะ

ผู้เป็นแม่จะหอบเอารูปของลูกที่กำลังจะสอบ ไปตั้งไว้ที่หน้าแท่นบูชา หรือ
หน้าพระประธาน และทำการโค้งคำนับหลายๆ ครั้งจนนับไม่ถ้วน นัยว่าเป็น
การเสริมศิริมงคลให้กับลูก แล้วก็จะมีการนั่งสวดมนต์นับลูกประคำกันไป

ส่วนแม่ที่นับถือศาสนาคริสต์ก็จะไปรวมตัวกันที่โบสถ์ เพื่อสวดภาวนาให้กับ
ลูก และมีการจุดเทียนตลอดทั้งคืนก่อนวันเอนทรานซ์

ส่วนบรรดาพ่อที่ต้องทำงาน ก็ไม่ยอมน้อยหน้าแม่ ระหว่างทำงานพ่อก็จะ
สวดพึมพำๆ ไปด้วย

ครอบครัว เพื่อน ญาติพี่น้อง ก็มักจะมีการมอบของขวัญให้กับนักเรียนที่กำ
ลังจะสอบเพื่อแสดงถึงความโชคดีมีชัยในการสอบ

มหาวิทยาลัยยอดนิยมของเกาหลี

นักเรียนแต่ละคนก็มักจะมีมหาวิทยาลัยในดวงใจกันทุกคน สำหรับในเกาหลี
มีมหาวิทยาลัย 3 แห่งที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่พวกเค้าอยากเข้าเรียนต่อ
กันมากที่สุด เค้าเรียกว่า เป็น "บิ๊ก ทรี" กันเลยทีเดียว ซึ่งบิ๊ก ทรีทั้ง 3สถาบัน
ได้แก่

Seoul National University (SNU), Korea University และ Yonsei
University

พ่อแม่ผู้ปกครอง ต่างก็คาดหวังให้ลูกหลานของตัวเองเข้าบิ๊ก ทรี ทั้ง 3 แห่ง
นี้ให้ได้ เพราะเชื่อว่าถ้าจบออกมาแล้ว ก็จะได้งานๆ ดี ได้คู่ชีวิตที่ดีๆ ยิ่งถ้า
บ้านไหนพ่อแม่จบมาจากบิ๊ก ทรี ก็มักจะฝังหัวให้ลูกตัวเอง เจริญรอยตามไปด้วย

แล้วนักเรียนเกาหลีต้องไปเรียนติวเพิ่มเติมหรือเปล่า อยากจะบอกว่าเค้าลง
ทุนยิ่งกว่านักเรียนไทยอีก

พ่อแม่แทบจะขายบ้านขายช่องหาเงินมาให้ลูกไปจ่ายค่าเรียนพิเศษเพิ่มเติม
กันเลยทีเดียว ซึ่งติวเตอร์พวกนี้จะเป็นโรงเรียนเอกชนที่เค้าเรียกว่าฮักวอน
คิดค่าเรียนแพงมหาศาล ถ้าใครเป็นฮักวอนที่เก่งๆ ค่าตัวก็จะแพง ยิ่งถ้าถูก
จ้างให้ไปสอนติวต่อตัวต่อ พอหมดหน้าเอนทรานซ์ ก็จะเป็นเศรษฐีย่อมๆ ได้
คนหนึ่งเชียวละ

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมพ่อแม่เกาหลีเปลี่ยนไป คือมีการส่งลูก
ไปเรียนต่างประเทศกันมากขึ้น เพื่อให้ได้ภาษากลับมา โดยจะมีแม่ไปอยู่กับ
ลูก ส่วนพ่อที่อยู่ทางนี้ก็ต้องคอยส่งเงินไปให้อย่าได้ขาดตกบกพร่อง

ระบบเอนทรานซ์อาจทำให้แม่เสียคน

แม่ชาวเกาหลีดูจะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสอบเอนทรานซ์ของลูก แม่
บางคนแทบจะเป็นผู้กำหนดชีวิตของลูก โดยจะมีการกำหนดตารางชีวิตให้
อยู่กับการเรียนพิเศษ

นักเรียนเกาหลีจะปิดเทอมในช่วงหน้าหนาวและซัมเมอร์ ซึ่งหมายความว่า
ช่วงนี้เด็กนักเรียนจะได้พักผ่อน แต่แม่ที่เข้มงวดก็จะส่งลูกไปเรียนพิเศษจน
กว่าจะเปิดเทอม

ที่ผ่านๆ มา แม่จะถูกจับได้ว่าติดสินบนให้ใครบางคน ที่จะทำให้ลูกตัวเอง
สอบได้คะแนนสูงๆ มาแล้ว ซึ่งแม่ก็ถูกหลอกมาอีกที มันเป็นเล่ห์เหลี่ยมที่ใช้
กับแม่ๆ ที่หลงเชื่อคนง่าย

ผลสอบที่ออกมาบางครั้งอาจต้องแลกด้วยชีวิต นักเรียนคนไหนที่คาดหวัง
ไว้สูง สอบไม่ติด คิดสั้นถึงกับโดดตึก, ผูกคอก็เยอะ







พ่อแม่สวดภาวนาให้ลูก



แม่บางคนก็จะสวดกันตั้งแต่หน้าประตูโรงเรียน




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 19 พฤศจิกายน 2553 1:14:07 น.
Counter : 916 Pageviews.  

อ่างเก็บน้ำในคิมเจ ตำนานมังกร 2 ตัว




เขียนเรื่องท่องเที่ยวเกาหลีเอาไว้ 16 ตอน แต่อยู่อีกบลอคหนึ่งเป็นบลอค
ส่วนตัว จะทยอยนำมาลงให้อ่านกันสำหรับผู้ที่ยังไม่เคยอ่าน แต่ติดปัญหา
ตรงที่รูปที่เคยโพสไว้มันเจ๊งไปซะแล้ว ต้องไปควานหารูปกันใหม่

เกาหลี... ที่ฉันรู้จัก เป็นเรื่องราวที่ดิฉันเขียนขึ้นตามประสบการณ์และความ
ทรงจำอันน้อยนิดที่หลงเหลืออยู่ในสมอง เกาหลีที่ฉันรู้จัก อาจจะไม่เหมือน
กับเกาหลีที่คุณรู้จักก็ได้

นอกจากจะเขียนเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว ยังมีสารพัดสารเพจิปาถะเกาหลี
อื่นๆ อีก เช่นเรื่องของกิน, ของใช้ หรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่ารู้ปนเปกันไป
เชิญทัศนาค่ะ



วันนี้จะไปบุกแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีค่ะ ซึ่งที่นี่มีอ่างเก็บน้ำ
ที่เก่าแก่ที่สุดสำหรับใช้ในการชลประทานเพาะปลูกข้าวด้วย

คิมเจ เป็นแหล่งปลูกข้าว,มีอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดในเกาหลี

คิมเจ อยู่ในจังหวัดเชินลาเหนือ เป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุด จนที่นี่ได้รับ
ฉายาเป็น "เมืองแห่งข้าว" และที่นี่มีอ่างเก็บน้ำที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลี มีชื่อ
ว่า บยอค-กล-เจ 벽골제 และที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีสัญลักษณ์เป็นรูปมังกร 2 ตัว

เรามารู้จักคิมเจกันหน่อย

คิมเจได้ชื่อว่าเป็นแหล่งเกษตรกรรม อยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเชินลาเหนือ
ตั้งอยู่ใจกลางที่ราบโฮนัม, และภูเขามอค คิมเจ เป็นแหล่งปลูกข้าวที่ใหญ่ที่สุด
และมีทัศนียภาพงดงาม รวมทั้งยังเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ดิฉันไม่ทราบว่าในเกาหลีมีอ่างเก็บน้ำกี่แห่ง แต่ที่เคยได้ยินได้ฟัง นอกจาก
บยอค-กล-เจ แล้วก็มีอ่างเก็บน้ำซูซานเจ จังหวัดคยองซังใต้,

อ่างเก็บน้ำบยอค-กล-เจ เป็นอ่างเก็บน้ำที่ใหญ่และเก่าที่สุดในเกาหลี มี
ความยาว 3,240-3,245 เมตร สูง 5.7 เมตร สร้างมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์แบคเจ
โดยกษัตริย์บิรยอ ส่วนแหล่งน้ำนั้นก็เป็นน้ำที่มาจากภูเขามอค, คูซอง, ซังดู

ที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีตำนานของมังกร 2 ตัวด้วยค่ะ

สัญลักษณ์มังกร 2 ตัว หมายถึงอะไร? เค้ามีตำนานเล่ามาอย่างงี้คะ

มีหญิงสาวบริสุทธิ์คนหนึ่ง ชื่อว่า "ดันยา" กระโดดลงไปในอ่างเก็บน้ำเพื่อที่
จะช่วยชีวิตคนรักของเธอ ซึ่งถูกน้ำพัดพาไปท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยว แต่
สุดท้ายเธอและคนรักเสียชีวิตหรือไม่ ลืมไปแล้วขออภัย

ความหาญกล้าของเธอทำให้มีการสร้างมังกร 2ตัว เพื่อเป็นอนุสรณ์ และ
ชาวบ้านก็นับถือว่าเป็นเทพแห่งน้ำ และเป็นผู้ปกป้องอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ตั้งแต่
นั้นเป็นต้นมา

มังกรทำด้วยไม้ไผ่และเคเบิ้ลเหล็กสูง 15 เมตร ยาว 54 เมตร ตัวหนึ่งเรียก
ว่า แบครยอง แปลว่ามังกรสีขาว ส่วนอีกตัวเรียกว่า ชองรยอง แปลว่ามังกรสี
น้ำเงิน

อ่างเก็บน้ำบยอคกลเจ จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในจังหวัดเชินลาเหนือ
และยังเป็นสถานที่ทัศนศึกษาของนักเรียนเกาหลีด้วยคะ ที่นี่ยังเป็นที่ตั้ง
ของพิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมบยอคกลเจ

พิพิธภัณฑ์เกษตรกรรมบยอคกลเจ จะจัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ในงาน
เกษตรกรรม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของในสมัยโบราณ เช่น รหัดวิดน้ำ, จอบ,
เสียม หรือแม้แต่รูปปั้นโคและกระบือ จะมีการสาธิตวิธีการปลูกข้าว,การฟัด
ข้าว จนได้มาเป็นข้าวสาร ผู้เข้าชมจะร่วมลองทำได้ด้วย

คิมเจมีงานเทศกาลที่โด่งดังอยู่งานหนึ่งจัดมาตั้งแต่ปี 1999 เรียกว่า 지평선축제
Gimje Horizon Festival เพื่อโปรโมตให้ทราบว่าคิมเจเป็นแหล่งปลูกข้าว
และได้รับเลือกให้เป็นเทศกาลที่ดีที่สุดในเกาหลี 5 ปีติดต่อกัน

คิมเจไปทางซ้าย ทางเดียวกับไปภูเขาอิค



ตำนานมังกร 2 ตัว





ลองสังเกตกันดูก็ได้ค่ะ ถ้าหากไปเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า แล้วเจอ
ข้าวสารที่เป็นถุงๆ ส่วนใหญ่จะระบุว่าเป็นข้าวที่มาจากคิมเจ
แต่ฉันทานข้าวของเกาหลีหรือญี่ปุ่นไม่ค่อยอร่อย ไม่ถูกปาก เพราะ
เมล็ดข้าวของเขาจะสั้นๆ เหนียวๆ กินแล้วเหมือนข้าวเหนียว



ข้าวจากคิมเจ





ข้าวหอมมะลิของไทยเราก็มีขายในเกาหลีด้วยเหมือนกัน หลายยี่ห้อด้วยค่ะ
ส่วนใหญ่ถ้าคนเกาหลีจะทานข้าวไทย เค้ามักจะเอาไปผัด เมนูสุดอร่อยคือ
ข้าวผัดกุ้งค่ะ

ข้าวหอมมะลิของไทยที่วางขายในเกาหลี หน้าตาเป็นแบบนี้



ความแตกต่างระหว่างเมล็ดข้าวเกาหลี และ ข้าวไทย







 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 26 กรกฎาคม 2553 15:48:56 น.
Counter : 1175 Pageviews.  


เฟริสท์
Location :
นนทบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 67 คน [?]






จำนวนผู้ชมทั้งหมด
buy cialis
: Users Online
Friends' blogs
[Add เฟริสท์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.