ในเกม The White Castle ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นผู้นำตระกูลหนึ่งเพื่อแข่งขันกันทำคะแนนชัยชนะให้ได้สูงที่สุดเหนือคู่แข่ง การจะทำเช่นนั้นได้ ผู้เล่นจะต้องสั่งสมอิทธิพลในราชสำนัก บริหารจัดการทรัพยากรอย่างกล้าหาญ และส่งคนงานไปประจำการในจุดที่เหมาะสมและถูกจังหวะเวลา เกมนี้สร้างสรรค์โดย Sheila Santos และ Israel Cendrero หรือคู่หูในนาม Llama Dice ซึ่งเคยฝากผลงานเกมที่ประสบความสำเร็จอย่าง The Red Cathedral ร่วมกับค่าย Devir มาแล้ว สำหรับเกมนี้ เราจะก้าวข้ามผ่านบรรยากาศของกรุงมอสโกในยุคสมัยของพระเจ้าอีวานที่ 4 (Ivan the Terrible) เพื่อไปสัมผัสกับความยิ่งใหญ่อลังการของปราสาทฮิเมจิ ปราสาทที่สง่างามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นยุคใหม่ ซึ่งเป็นที่ที่ธงประจำตระกูลซาไกโบกสะบัดภายใต้การปกครองของไดเมียวซาไก ทาดาคิโย (Sakai Tadakiyo)
The White Castle เป็นเกมแนว Eurogame ที่ใช้กลไกการบริหารจัดการทรัพยากร การวางคนงาน (worker placement) และการวางลูกเต๋าเพื่อดำเนินการต่างๆ ตลอดระยะเวลาการเล่นทั้ง 3 รอบ ผู้เล่นจะต้องส่งสมาชิกในตระกูลไปดูแลสวน ปกป้องปราสาท หรือไต่เต้าสถานะทางสังคมในหมู่ชนชั้นสูง ซึ่งการกระทำเหล่านี้จะส่งผลให้ผู้เล่นได้รับคะแนนชัยชนะในรูปแบบต่างๆ เมื่อจบเกม
กระดานหลักของเกมแสดงภาพปราสาทฮิเมจิอันงดงามตระการตา โดยแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ โซนที่ใหญ่ที่สุดคือพื้นที่ภายในปราสาท ซึ่งรวมถึง "ห้องพรมพันผืน" (Room of the Thousand Carpets) สถานที่ที่เหล่าขุนนางต้องพยายามไต่เต้าสถานะทางสังคมเพื่อเข้าไปอยู่ในวงสังคมที่ใกล้ชิดกับไดเมียวมากที่สุดและได้รับความโปรดปราน นอกจากนี้ยังมีโซนสระน้ำและสวนที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันโดยเหล่าคนสวน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถมาพักผ่อนหย่อนใจและชื่นชมความงามได้โดยไม่มีข้อจำกัด อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญคือบริเวณกำแพงและพื้นที่รอบนอกปราสาท ซึ่งเป็นจุดที่เหล่านักรบทำหน้าที่ลาดตระเวนและยืนรักษาการณ์ สุดท้ายคือโซนสะพานทั้งสามแห่ง ซึ่งเป็นจุดรวมลูกเต๋า 3 ประเภทที่ใช้ในการดำเนินการต่างๆ รวมถึงพื้นที่ส่วนตัวของผู้เล่นแต่ละคน ซึ่งใช้สำหรับติดตามจำนวนทรัพยากรและเป็นที่เก็บกองกำลังคนงานสำรองของตนเอง ด้วยกติกาที่เข้าใจง่ายและฉากหลังของเกมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน The White Castle จึงเป็นเกมที่เล่นได้หลากหลายและเหมาะกับกลุ่มผู้เล่นที่แตกต่างกันไป และเช่นเดียวกับเกมอื่นๆ จากค่าย Llama Dice ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่ายและสวยงามนั้น ซ่อนไว้ด้วยความลุ่มลึกเชิงกลยุทธ์ที่ผู้เล่นสามารถเข้าถึงและสนุกไปกับมันได้เป็นอย่างดี ------------------------------------------------
The White Castle (ปราสาทกระสาขาว) เป็นบอร์ดเกมแนว Euro Game ระดับกลาง (Medium Weight) ที่ได้รับความนิยมสูงมาก ผลงานจากนักออกแบบคู่หู Isra C. และ Shei S. (ผู้สร้าง The Red Cathedral) โดยในเกมนี้ผู้เล่นจะสวมบทบาทเป็นผู้นำตระกูลในยุคเอโดะ ที่ต้องแข่งขันกันส่งสมาชิกในครอบครัวเข้าไปสร้างชื่อเสียงและแทรกซึมในปราสาทฮิเมจิเพื่อเอาใจไดเมียว
Carpe Diem เป็นบอร์ดเกมแนว Eurogame (กลยุทธ์) ประเภท Tile Placement (วางไทล์สร้างเมือง) ผลงานการออกแบบของดีไซเนอร์ชื่อดัง Stefan Feld ที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลใหญ่อย่าง Kennerspiel des Jahres ในปี 2019 โดยเกมนี้จะให้ผู้เล่นรับบทเป็นชนชั้นสูงในยุคโรมันโบราณ แข่งกันหยิบไทล์สิ่งปลูกสร้างเพื่อมาจัดสรรและพัฒนาเขตเมืองของตัวเองให้ได้คะแนนมากที่สุด
Spiel des Jahres (ภาษาเยอรมันแปลว่า "เกมแห่งปี") คนเล่นบอร์ดเกม หรือเพิ่งเข้าวงการมาใหม่อาจสงสัยสัญลักษณ์นี้บนกล่องเกม มันก็คือรางวัลสูงสุดของนักออกแบบเกมและเกมนั้นๆ ที่จะได้รับ เปรียบเป็นรางวัลแด่คนช่างฝัน เอ้ย ออสการ์แห่งวงการบอร์ดเกมนั่นเอง
🔴 Spiel des Jahres (ตัวหมากสีแดง): รางวัลใหญ่ดั้งเดิม เกมยอดเยี่ยมแห่งปี "เกมทั่วไปหรือเกมครอบครัว" เน้นเกมที่กฎกติกาเข้าใจง่าย เข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัย และเล่นสนุกได้ทันที เช่น เกม Catan, Ticket to Ride หรือ Dixit
⚫ Kennerspiel des Jahres (ตัวหมากสีดำ): รางวัลสำหรับ "เกมสำหรับผู้เล่นที่มีประสบการณ์" (Enthusiast Game) เหมาะสำหรับคนที่ขยับขยายมาจากเกมครอบครัว ตัวเกมจะมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น ต้องใช้เวลาคิดและวางแผนลึกซึ้งขึ้น รางวัลนี้เริ่มมีขึ้นในปี 2011
🔵 Kinderspiel des Jahres (ตัวหมากสีฟ้า): รางวัลสำหรับ "เกมเด็กยอดเยี่ยม" พัฒนาขึ้นมาเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความสนุกสนานสำหรับเด็กเล็กโดยเฉพาะ