อยากไปทำงานที่ญี่ปุ่น ตอน เริ่มยังไงดี หางานที่ไหน?




ฮัลโหล Smileyวันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์หางานที่ประเทศญี่ปุ่น แบบตัวอยู่ไทยให้ฟัง
เพราะก่อนหน้านี้ตอนเราหาข้อมูล เหมือนไม่ค่อยมีใครมาเขียนละเอียดๆเท่าไร 
ไปถามใครเขาก็โดนไล่ให้ไปหาข้อมูลเองก็เยอะ เลยตั้งใจว่า ถ้าเราได้งานที่ญี่ปุ่นนะ 
เราจะมาแชร์ให้ทุกคนฟังให้หมดเลย 555

เราเป็นคนนึงที่อยากไปทำงานที่ญี่ปุ่นมากกกกก 
เพราะอะไรไว้จะมาเล่าแบบไร้สาระให้ฟังอีกบลอกนึง5555 
จากวันที่เริ่ม จนถึงวันที่เราได้งานที่ญี่ปุ่น เราใช้เวลา 1 ปีเต็มในการหางาน 
เราสัมภาษณ์มาเป็นสิบๆที่ ส่งใบสมัครไปน่าจะยี่สิบได้ เราไม่ได้เก่งญีปุ่น อังกฤษก็ไม่ 
แถมตอบคำถามเกร๋ๆก็ไม่เป็น 5555 ง่ายๆไร้เสน่ห์ในการสัมภาษณ์งานมากๆ 
อันนี้คิดเอาเองหลังจากที่ตกสัมภาษณ์งานมาเป็นสิบที่อะนะ 555

บลอกนี้อาจจะไม่ใช่การแนะนำที่ถูกทั้งหมด เพราะอย่างที่บอก เราไม่ใช่คนที่จะเป็นแบบอย่างได้ 555 
คือถ้าคนเก่งๆเขาคงไม่ตกสัมครั้งแล้วครั้งเล่าแบบนี้ 5555แต่ถ้าใครที่อยากหางานที่ญี่ปุ่น 
ถ้าเรื่องของเราเป็นหนึ่งข้อมูลที่มีประโยชน์ให้คนอื่นเอาไปต่อยอดได้เราก็ดีใจจ้าSmiley

.
.

มาถึงคำถามแรกเลยหลายคนสงสัยว่า ไม่ได้อยู่ญี่ปุ่น จะหางานที่ญี่ปุ่นได้ไหม? 

บอกเลยว่า ได้!!! Smiley

แต่บริษัทที่เขามีกระบวนการสัมภาษณ์คนที่อยู่ต่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่า 海外採用 เนี่ย 
มันมีไม่เยอะมากถ้าเทียบกับคนที่อยู่ญี่ปุ่น เพราะเขาต้องสัมเราผ่าน skype สัมหลายรอบ 
ถ้าเขาอยากได้เราก็ต้องให้เราไปสัมที่ญี่ปุ่นอีก ซึ่งเรื่องแบบนี้เขาก็ต้องจัดการออกตั๋วเครื่องบิน 
ที่พักให้เราใช่ปะ ไหนจะเรื่องดำเนินการวีซ่าให้เราเข้าญี่ปุ่นอีก เรื่องมันเยอะะ 
หลายๆบ.เขาก็เลยไม่มีนโยบายนี้ แต่ปัจจุบันบ.ที่ต้องการขยายตลาดต่างชาติเพิ่มมากขึ้น 
การรับคนจากต่างประเทศก็มากขึ้นเหมือนกัน เพราะงั้นโอกาสมันมีอยู่แล้วจ้า

รูปแบบงานที่บริษัทญี่ปุ่นจะรับคนต่างชาติเท่าที่เรารู้ ก็จะมีประมาณนี้

1. งานสายเทคนิค Smiley
วิศวะ ไอที เขียนโปรแกรม อะไรพวกนี้แน่นอนคนญี่ปุ่นต้องการมาก เงินเดือนสูง 
ไม่จำเป็นต้องเก่งภาษา เพราะเขาใช้ภาษาคอมคุยกัน 555 
ใครเรียนมาทางนี้บอกเลยงานเยอะมากกกกก 
แต่มันไม่ใช่เราค่ะ เพราะเราไม่ได้เรียนทางนั้นมา ฮือออ
คุณสมบัติจะเน้นพวกประสบการณ์ ภาษาญี่ปุ่น N4-5 หรือไม่มีพื้นเลยก็ได้ถ้าทำงานเก่ง 
แต่ก็ต้อใช้อังกฤษได้แบบพอสื่อสารได้ขึ้นไปนะ

2. งานชั้นแรงงาน Smiley
งานบริการ พนักงานขาย พนักงานต้อนรับ ร้านอาหาร แฟนไชน์ เมเนเจอร์ดูแลสาขา 
งานอะไรก็ตามที่ต้องเจอคนต่างชาติ งานที่ต้องเข้าเป็นกะ 
ซึ่งงานพวกเนี่ยมันจะไม่ใช่งานออฟฟิศที่ทำจันทร์-ศุกร์ งานประเภทเนี่ยคือเยอะมาก 
ถ้าใครไม่ติดเรื่องต้องทำงานเป็นกะ ทำงานที่ต้องวิ่งวุ่นตามคำสั่งหัวหน้า 
ก็มีโอกาสได้งานสูง โดยเฉพาะคนไทยเนเจอร์เรายิ้มง่าย เข้ากับคนเก่ง 
ไปเทรนด์งานบริการแบบญี่ปุ่นหน่อยก็แจ่ม 
คุณสมบัติงานพวกนี้จะต้องการสกิลภาษาญี่ปุ่นจ้า อย่างต่ำก็ N3+ 
หรือไม่ก็สื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ดีขึ้นไป ถ้าได้อังกฤษก็จะมีโอกาสมากขึ้นไปอีก 
ถ้าได้ภาษาที่4 5 เขาก็ยิ่งอยากได้เราค่ะ

3. งานออฟฟิศ Smiley
ทำงานจันทร์-ศุกร์ พวกเซลล์ จัดซื้อ มาเก็ตติ้ง หรือฝ่ายพัฒนาธุรกิจต่างๆ 
แต่ฝ่ายที่คนต่างชาติมักจะได้ก็จะเป็นเซลล์นี่แหละ เพราะเขาต้องการคนเยอะ 
ใครอยากทำงานที่ญี่ปุ่น แต่ไม่อยากทำเซลล์ ลองคิดใหม่นะ เพราะหนียากก 
ขนาดคนญี่ปุ่นเองก็ต้องเริ่มจากเซลล์กันทั้งนั้น 
คุณสมบัติคนที่จะได้มาทำตรงนี้ต้องได้ N2-1 เท่านั้น ละส่วนใหญ่รับยากก 
เพราะเขาเอาแต่คนเก่งๆ หรือเด็กต่างชาติที่เรียนอยู่ญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่อะนะะ

4. ล่ามSmiley
ขอแยกออกมา เพราะมันต่างกับข้างบนตรงที่ ส่วนใหญ่เขาจะเปิดรับสมัครตรงๆเลย 
อย่างถ้าเป็นงานออฟฟิศข้างบน แน่นอนต้องทำล่ามด้วยเช่นกัน 555 
แต่ก็ต้องฝึกงานอย่างอื่นด้วย แต่ถ้าสมัครมาเป็นล่ามเลยเนี่ย ส่วนใหญ่จะเป็นล่ามโรงงานค่ะ เงินดี งานหนัก 
คุณสมบัติต้องมีสกิลภาษาและประสบการณ์ต้องแน่นระดับนึงเลย

คร่าวๆที่เห็นก็จะประมาณนี้ ไม่นับพวกแอร์ หรือนักวิชาการนะ 
อันนั้นเขาคงมีทางสมัครงานของเขา ที่เราก็ไม่รู้เรื่องจ้า 5555

.
.

หางานยังไง แล้วเริ่มสมัครยังไง?Smiley

อย่างที่บอกเดี๋ยวนี้บ.ที่มี 海外採用 เริ่มเยอะขึ้น มันก็มีหลายทาง 
เราจะพูดคร่าวๆเท่าที่นึกออกน้า แต่ที่เราได้งาน เราได้ผ่านรีครูทจ้า 
ไหนๆก็ไหนๆเดี๋ยวเล่าให้ฟังว่ารีครูทไหนเคยเสนองานที่ญี่ปุ่นให้บ้าง

การสมัครผ่านรีครูทSmiley
ง่ายสุด เพราะตัวเราอยู่ต่างประเทศ จะเริ่มยังไงก็ไม่รู้ เพราะงั้นรีครูทจะช่วยเราดำเนินการทุกอย่าง 
รวมถึงนัดสัมภาษณ์ให้เราด้วย ที่เราเคยไปนะ ก็มี

1. Personnel Consultant อะ เคยได้ยินไหม พี่แกไปทุกงาน ขายเก่ง 555555555 
เป็นบ.รีครูทที่มีงานเยอะมากกกกกกกก แต่ด้วยความเยอะมากกกกก 
การคัดกรองงานก็จะไม่ค่อยดีเท่าไร บอกว่าไม่เอาอันนี้ ก็ยังจะส่งมาไรงี้ 
แต่งานเยอะขนาดนี้ งานที่ญี่ปุ่นจะหลุดมือเราไปได้ไงจริงมะ

2. Recruit RGF เป็นรีครูทที่เราปลื้มมากกกกก ทำงานมีคุณภาพ 
ครั้งแรกที่เราได้ไปสัมถึงรอบสุดท้ายที่ญี่ปุ่น ก็เป็นบ.นี้ที่พาไป ดูแลดีมาก 
บินการบินไทย พัก Prince Hotel เลี้ยงข้าว ช่วยติวก่อนสัมภาษณ์งาน 
ทุกคนใจดีเป็นกันเอง แต่รู้สึกว่าโปรเจค WORK IN JAPAN จะมีแค่ปีละครั้งมั้ง 
บ.ญี่ปุ่นที่เข้าร่วมเป็นบ.ใหญ่ๆทั้งนั้นเลยค่ะ 

3. TOP CAREER หรือ Connect job เราได้งานจากบริษัทนี้จ้าSmiley
เป็นบ.รีครูทที่มีเป้าหมายหาเด็กต่างชาติเข้าไปทำงานที่ญี่ปุ่นโดยเฉพาะ (ไม่มีจัดหางานให้เด็กญี่ปุ่น) 
บ.นี้เว็บเขาจะมีงานเข้ามาเรื่อยๆ ต้องลองเช็คดูค่ะ มีตลอด ไม่เหมือน 2 บ.แรกที่ต้องรอปีละครั้ง 
คอนเน็คจ็อบเป็นบ.น้องใหม่ ไม่ใหญ่มาก บ.ญี่ปุ่นที่มาใช้รีครูทนี้จะมีขนาดกลางไปถึงใหญ่ 
ทุกคนทำงานเป็นกันเอง ให้คำปรึกษาเป็นการส่วนตัว ทัก skype/line/facebook ปรึกษาได้ตลอด

4. Pasona บ.นี้เราพึ่งมาสมัครช่วงหลังๆ แต่เราไม่ทันได้ไปเพราะได้งานก่อน 
อันนี้ฟังมาจากคนที่เคยได้งานจากที่นี่นะ เขาจะมีโปรเจครับคนไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น 
ส่วนใหญ่จะเป็นบ.เล็กถึงกลาง คือที่ญี่ปุ่นเนี่ย ส่วนใหญ่ถ้าเขารับคนฝึกงาน 
โอกาสที่จะได้ออฟเฟอร์ทำงานต่อมีสูงค่ะ ถ้าเราทำงานได้อะนะ 
เขาไม่รับเรามาฝึกเล่นๆแล้วปล่อยไปหรอก55555 
เพราะงั้นสมัครฝึกงานที่ญี่ปุ่นกับพาโซน่า ก็เป็นอีกทางที่จะได้ทำงานที่ญี่ปุ่นจ้า

5. เว็บหางานญี่ปุ่นทั่วไป พวก Wakuwaku, towaiwai, ตามกลุ่มเฟสบุค เป็นต้น 
พวกนี้นอกจากจะมีบ.ด้านบนมาโพสงานของตัวเองอีกต่อแล้ว 
ยังมีพวกบริษัทที่ไม่ได้จ้างรีครูทมาโพสเองเลยด้วย 
อย่างใน towaiwai มีประกาศหาล่ามโรงงานเยอะ 
เป็นโปรเจคไปทำที่ญี่ปุ่น 3เดือน-1ปี ก็เยอะ ลองเช็คดูบ่อยๆจ้า

ขั้นตอนของบ.รีครูทจะเป็นแบบ เมื่อเรากดสมัครในเว็บของรีครูทนั้นๆแล้ว 
รีครูทเขาจะติดต่อเรามาเพื่อทำการนัด 面談 หรือเป็นการคัดกรองเบื้องต้น 
ถามข้อมูลส่วนตัวเรา เป็นคนยังไง อยากได้งานแบบไหน 
แต่เขาจะไม่เหมือนของไทยที่อุบอิบชื่อบริษัทไว้นะ 5555555 
เขาจะเปิดเผยชื่อบริษัทตั้งแต่หน้าเว็บเลย เพราะงั้นไม่ต้องกลัว 
การเมนดันกับรีครูทก็ไม่ต้องกลัว บางเจ้าแค่โทรศัพท์ บางเจ้าสไกป์แบบไม่เปิดกล้อง 
หรือเปิดกล้อง ก็ไม่ถึงขั้นต้องใส่สูทอะนะ 555555 รีครูทคือคนที่จะให้คำปรึกษาเราค่ะ
 คุยกับเขาตรงๆได้ ไม่ต้องกลัวว่าถ้าตอบแบบนี้แล้วจะได้งานไหม ทำตัวตามสบาย 
ตอบตามที่ตัวเองต้องการ รีครูทเขาจะได้แนะนำเราถูกว่าบ.ไหนเหมาะกับเรา 
ถ้าคุณสบบัติเราผ่านตามประกาศหางาน ยังไงก็ได้สัมขั้นต่อไปแน่นอน 
ขั้นต่อไปเนี่ยรีครูทจะนัดเวลาสไกป์ให้เรากับตัวบริษัท
เวลาสัมตรงกับบ.ก็ต้องทำการบ้านเยอะๆ ตอบคำถามดีๆ ส่วนใหญ่สัมสไกป์กับบ.จะไม่เกิน 2 รอบ 
แล้วรอบสุดท้ายจะเป็นสัมตัวต่อตัว ไปตามอีเว้นท์ที่รีครูทจัด ที่ญี่ปุ่น ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม แล้วแต่ 
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายเขาออกให้หมดจ้า

.
.

การสมัครด้วยตัวเองSmiley

วิธีนี้ยากหน่อย เพราะถ้าเราไม่เห็นประกาศรับสมัครงานเขา 
แต่อยู่ดีๆก็ติดต่อเขาไปขอสัมภาษณ์เนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะนก 5555555 
แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีโอกาสนะ เพราะบางทีเราส่งไปถามเขาจังหวะที่เขาขาดคนพอดี 
หรือเขาสนใจเราเพราะอ่านเรซูเม่เรา หรืออาจจะเป็นบ.ที่ก็อยากรับต่างชาตินะ 
แต่แพลนยังไม่ชัดเจนขนาดที่จะจ้างรีครูทหรือไปตามอีเว้นท์ มันก็มีจ้า
เพราะฉะนั้น ลองส่งเมล์ไปถามดู เพราะถ้าเราไม่ลอง ก็ไม่รู้จริงมะ

ถ้าใครไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองเริ่มจากหาบ.ในใจก่อน แล้วก็ไปเปิดดูเว็บญี่ปุ่นของเขา 
ปกติเว็บบริษัทญี่ปุ่นจะมีหัวข้อรับสมัครงานอยู่แล้ว ไปเปิดดูว่าเขาเปิดรับตำแหน่งไหนบ้าง 
ดูมีอะไรที่เกี่ยวกับต่างชาติไหม ถ้าเขาทิ้งเมล์ไว้ ก็ส่งเมล์ไปถามเขาก่อนก็ได้ว่า เราคือใคร 
ตอนนี้อยู่ไทย ไม่ทราบว่าบ.มีนโยบายรับคนต่างชาติไหม ถ้าสะดวกจะขอส่งเรซูเม่ไว้ให้พิจารณา 
บอกเขาไปด้วยว่าแม้ว่าจะอยู่ไทยแต่สามารถทำงานที่ญี่ปุ่นได้ ยินดีบินไปสัมภาษณ์อะไรก็ว่าไป 
เพราะถ้าไม่บอกเนี่ย เขาจะคิดว่าเราไม่รู้ว่างานมันทำที่ญี่ปุ่นนะ ไรงี้ เพราะโดนมาแล้ว 55555

ถ้าไม่มีบ.ในใจ มีอีกทางนึงคือหาข้อมูลอีเวนท์จัดหางานที่รับคนต่างชาติ ที่จัดในญี่ปุ่น
(ที่เขาจะจัดให้เด็กต่างชาติที่อยู่ญี่ปุ่น) ลองดูบริษัทที่เข้าร่วมอีเวนท์ 
แปลว่าบ.พวกนี้อยากได้ต่างชาติจริงไหมคะ แล้วหาช่องทางติดต่อกับบ.นั้น 
ส่งเมล์ไปหาอย่างที่บอกข้างบนก็ได้

จากประสบการณ์ เราเจอทั้งโดนเมินอีเมล์ ทั้งตอบปฏิเสธมาตรงๆ 
แล้วก็แบบสนใจเราบอกให้เราส่งเรซูเม่ไป อยากนัดสัมภาษณ์ (ส่วนใหญ่จะเป็นทาง Skype) ก็มีมาแล้ว 
แต่ก็นั่นแหละนะ ไม่ผ่านสักบริษัท 5555555 

อีกทางนึงอันนี้พิเศษหน่อย คือถ้าเขามีสาขาที่ไทย ทำเป็นขอนัดสัมภาษณ์ที่สาขาไทยค่ะ 
เสร็จแล้วก็เลียบๆเคียงๆถาม HR ว่ามีโอกาสได้ไปทำที่ญี่ปุ่นไหม 
เขาอาจจะถามเรากลับว่าสนใจหรอ ตอนของเรา เราบอกเขาไปตรงๆเลยว่าอยากทำที่ญี่ปุ่น 
เขาก็ไปติดต่อ HR งั้นญี่ป่นให้ค่ะ แล้วฝั่งญี่ปุ่นเขาก็จะส่งเมลมานัดคิวเราสไกป์เป็นพิเศษเลย 
(เพราะมีคนในบ.เปิดทางให้) แต่สุดท้ายเราก็ไม่ผ่านจ้า หัวเราะแห้ง5555555555

.
.

การสมัครฝึกงานผ่านมหาวิทยาลัยSmiley

อันนี้เราไม่เคยทำนะ แต่เห็นคนรู้จักได้งานเพราะสมัยเรียนไปทำเรื่องฝึกงานกับ.ที่ญี่ปุ่น 
โครงการพวกนี้ต้องตามข่าวที่คณะ หรือตามหน่วยงานของมหาลัย 
อย่างที่บอกไว้ข้างบนว่า ถ้าเราได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น แล้วเราทำงานได้ปกติ 
โอกาสที่เขาจะออฟเฟอร์เราเข้าทำงานประจำมีสูงมาก เพราะฉะนั้นการไปฝึกงานก็เป็นโอกาสนึง 
ถ้าน้องๆยังเรียนอยู่ ลองหาข้อมูลกับทางมหาลัยดูน้า

.
.

คร่าวๆก็ประมาณนี้ ทำไมยาววว 5555555 ตอนแรกว่าจะพูดเรื่องเตรียมตัวสัมยังไง ตอบคำถามยังไงให้จบในบลอกนี้ แต่คิดว่าถ้ายาวกว่านี้ก็จะไม่มีคนอ่านล้ะ 5555 ไว้แยกเป็นตอนหน้าละกานนนน Smiley




Create Date : 09 กันยายน 2561
Last Update : 9 กันยายน 2561 18:54:44 น.
Counter : 359 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

shrkihrk
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Group Blog
กันยายน 2561

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30