เมือจินตนาการของสายน้ำเล็กๆได้เริ่มต้นเดินทางอีกครั้ง
 

ผู้หญิงกับการเลือกตั้งท้องถิ่น

เวทีผู้หญิงกับการเลือกตั้งท้องถิ่น




 

Create Date : 29 ตุลาคม 2550    
Last Update : 29 ตุลาคม 2550 11:10:16 น.
Counter : 291 Pageviews.  

Barangay Election in Philippine สำนึกการเมืองในระดับท้องถิ่น

Barangay Election in Philippine สำนึกการเมืองในระดับท้องถิ่น

Barangay เป็นภาษา ตากาล็อก ( TAGALOG) ของประเทศ Philippine แปลว่า หมู่บ้าน หรือ ชุมชน ( Village) ครับ และถือว่าเป็นหน่วยการเมืองที่เล็กที่สุดในระบบการปกครองใน Philippine มีประชากรประมาณ 2,000 คน
ในหมู่บ้านหนึ่งๆจะมีองค์ประกอบของระบบการปกครอง ประกอบไปด้วยไปด้วย
1.Barangay Captain ที่แปลว่า ผู้นำหมู่บ้านหรือในบ้านเราก็ประมาณ ผู้ใหญ่บ้าน หนึ่งคน (มาจากการเลือกตั้ง ครับ)
2.Councilors หรือ คณะกรรมการหมู่บ้าน จำนวน หก คน (มาจากการเลือกตั้งเช่นกันครับ)
3.Sangguniang Katabaan President หรือ ประธานสภาเยาวชนหมู่บ้าน หนึ่ง คน (มาจากการเลือกตั้ง ครับ)
และ4. Sangguniang Katabaan หรือสภาเยาวชน จำนวน หก คน (มาจากการเลือกตั้ง อีกแล้วครับ)
ทั้งหมดนี้ จะถูกเรียกโดยรวมว่า Barangay Council โดย ผู้ใหญ่บ้าน ( Barangay Captain) จะอยู่ในตำแหน่งผู้บริหาร ที่เรียกว่า Executive และที่เหลือจะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ที่เรียกว่า Legislatives

Barangay Council จะได้รับการจัดสรรงบประมาณจากองค์กรปกครองท้องถิ่น (ใน Philippines)จะเป็น Municiparity หรือ เทศบาลครับ ประมาณ 20% จากรายได้ เพื่อนำมาพัฒนาในระดับหมู่บ้านของตนเอง และ ใน 20% นั้นจะต้องกระจายให้กับ สภาเยาวชน เพื่อใช้ในการทำกิจกรรมในกลุ่มเยาวชนในหมู่บ้าน ประมาณ8%
ที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งต่อองค์กรปกครองท้องถิ่น Municipality หรือ เทศบาล นั้นคือ ทุกๆหมู่บ้าน( Barangay) Barangay Captain จะมีสภาในระดับตำบล

ยกตัวอย่างเช่นในหนึ่ง Municipality มีจำนวนหมู่บ้าน (Barangay) สิบ หมู่บ้าน ก็จะมี Barangay Captain 10 คน แล้วมีกลไกการรวมตัวกันเป็น Association Barangay Captain หรือ ABC จากนั้นก็จะมีการคัดเลือกตัวแทนเข้าไปอยู่ใน Municipality จำนวน 1 คน(ในส่วน ABC)

เช่นเดียวกัน Sangguniang Kabataan ก็จะมีสภาของตนเองที่เรียกว่า Sangguniang Kabataan of Federation ก็จะมีการคัดเลือก 1 คนเข้าไปอยู่ใน Municipality จำนวน 1 คน(ในส่วน SK)

จะเห็นว่ากระบวนการการเมืองในระดับท้องถิ่นของที่นี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง การเลือกตั้ง การแสดงออกทางการเมืองเป็นเรื่องปกติของชาวบ้านที่นี้ การรณรงค์หาเสียงเป็นไปด้วยความสนุกสนาน มีขบวนแห่ ดนตรีดุริยางค์ มากมาย (แต่ที่นี้ห้ามขายเบียร์ในสถานบันเทิง ก่อนเลือกตั้ง สองวัน)

ปรากฏว่ารัฐบาล พยายามที่จะผลักดันให้มีการเลือนการเลือกตั้งในระดับหมู่บ้าน (Barangay Election) และการเลือกตั้งสภาเยาวชน (Sangguniang Kabataan หรือ SK) จากเดิมที่จะต้องมีการเลือกตั้ง ในวันที่29 เดือน ตุลาคม 2007 โดยจะเลือนออกไปเป็นเดือน ตุลาคม ปี2009 โดยอ้างถึงความไม่พร้อมในการจัดการเลือกตั้งและข้อจำกัดของงบประมาณที่จะต้องใช้ในการเลือกตั้ง ซึ่งแต่เดิมได้ถูกเลือนมาครั้งหนึ่งแล้ว ดังนั้นนัยยะที่จะเลือนการเลือกตั้งครั้งนี้น่าจะมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์แนวทางในการกระจายอำนาจอำนาจและความจริงใจต่อการมีส่วนร่วมในการการพัฒนารูปแบบประชาธิปไตย ในระดับล่าง อยู่สอง ส่วนด้วยกันคือ
ส่วนที่ 1. ความพยายามของรัฐบาลที่จะตอกย้ำถึงระบบการเมืองอุปถัมภ์ ที่จัดสัมพันธ์อยู่ในช่วงระหว่างการเตรียมการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่จะมีใหม่ในช่วงปี 2010 ให้มีระยะเวลาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งนัยยะแอบแฝงทางการเมืองที่น่าจะเป็นการสร้างผลประโยชน์ต่างตอบแทนกัน (Reciprocal relationship) ระหว่างผู้ที่สนับสนุนและผู้ที่ถูกสนับสนุน รวมถึงการตรวจสอบกำลังของผู้สนับสนุนตนเอง เพื่อวางแผนในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง และวางขุมกำลังในการเลือกตั้ง

ส่วนที่ 2. การมีส่วนร่วมในระดับหน่วยการปกครองท้องถิ่น(Local Government Unit ) Municipality หรือ City เนื่องจากผู้นำหมู่บ้านหรือที่เรียกกันว่า Barangay Captainที่จะมีการเลือกตั้งใหม่นั้นจะต้องมีการคัดตัวแทนในแต่ละละหมู่บ้านเข้าไปตัวแทนในส่วนที่เรียกว่า Association Barangay Captain หรือ ABC จำนวน 1 คน และ Sangguniang Kabataan หรือ SK จำนวน1 คน ที่จะเข้าไปทำงานร่วมกับสมาชิกสภาท้องถิ่น ดังนั้นความพยายามในการเลือนการเลือกตั้งออกไปจะส่งผลทำให้เกิดการกระจุกตัวของอำนาจในระดับการจัดการท้องถิ่นท้องถิ่น และทำให้ชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้านไม่มีโอกาสที่จะคัดเลือกตัวแทนใหม่ๆในการเข้าไปทำงานและแก้ไขปัญหา

แต่ด้วยกลไกการผ่านร่างกฎหมายของประเทศฟิลิปินล์ เมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (House of Representative) ได้พิจารณาเห็นชอบแล้ว ก็จะส่งผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวไปยัง วุฒิสภา (Senate) แต่ปรากฏว่าวุฒิสภาไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายที่จะให้มีการเลือนการเลือกตั้งออกไป ดั้งนั้นจึงส่งผลให้ร่างกฎหมายที่เสนอมานั้นก็ถือเป็นอันตกไป
และส่งผลทำให้ต้องมีการจัดการเลือกตั้ง Barangay Election and Sangguniang Kabataan ตามที่กำหนดใน 29 ตุลาคม 2007




 

Create Date : 28 ตุลาคม 2550    
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 20:19:52 น.
Counter : 373 Pageviews.  

ภาพ




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2550    
Last Update : 28 ตุลาคม 2550 20:14:09 น.
Counter : 132 Pageviews.  

A tribute concert for all the disappeared

A tribute concert for all the disappeared
August 30 , 2007 UP film Institute
University of Philippine


30 สิงหาคม 2550 เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินล์ ได้ สองเดือน ที่ได้มีโอกาสสัมผัสกลิ่นไอดนตรีที่มีชีวิต มีพลัง แน่นอนครับ งานนี้เป็นคอนเสริต์ และเป็นคอนเสริต์ขนาดย่อมๆครับคนประมาณ 150-200 คน จัดที่มหาวิทยาลัย ฟิลิปปินล์ (University of Philippine)
รูปแบบและเนื้อหาในการจัดงานคงหนีไม่พ้นการรณรงค์ รวมถึงการรำลึกผู้ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยจากผู้มีอำนาจหรือจ้าหน้าที่ในรัฐบาล ภาษาในงานนี้ใช่คำว่า " Agency of Government “ถ้าเป็นบ้านเราก็คง "ถูกอุ้ม นั้งยาง" แน่ๆ
การรณรงค์ในครั้งนี้น่าจะทำเหมือนกันในหลายๆประเทศ มีความพยายามในการลงนามสนธิสัญญา : Draft Convention on the Protection of All Persons from Enforced or Involuntary Disappearances:
แต่ก็นั้นแหละครับในเมือเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้ทำเสียเอง แล้วการลงนามในสัญญานั้น จะยอมลงกันง่ายๆคงยากอยู่ครับ จึงจำเป็นต้องสร้างกลไกเครือข่ายในระดับภูมิภาคและข้ามทวีปในการกดดันรัฐบาลในแต่ละประเทศ
คอนเสริต์เริ่มด้วยการเดินถือตะเกียงดวงเล็กๆ โดย REP. Risa Hontiveros Akbayan Party-List แน่นอนครับ พรรค Akbayan เป็นพรรคการเมืองที่เติบโตมาจากการรวมตัวของกลุ่มคน ที่ทำงานทางสังคมในรูปแบบต่างๆ มีตัวแทนเข้าไปอยู่ในสภา 1 คน (ก็คือคนนี้แหละครับ เป็นผู้หญิงด้วย) และมีบทบาทในการต่อสู้ ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข็มข้นครับรวมถึงการสร้างและจัดตั้งการทำงานในระดับท้องถิ่นด้วย (น่าสนใจประเด็นนี้ครับ) วันหลังค่อยเขียนอีกที่สำหรับประเด็นพรรคการเมืองทางเลือก /พรรคของประชาชน ในประเทศฟิลิปปินล์
หลังจากตะเกียงดวงน้อยได้ถูกแขวนกับกิ่งไม้ เสียงไวโอลินที่บรรเลงควบคู่กันไป ทำให้รู้สึกเยือกเย็น รู้สึกได้ถึงอารมณ์ ความรู้สึกในจังหวะนั้นเป็นอย่างมาก เสียงบรรยาย การเล่าเรื่องราว อันอ่อนโยน แต่แผงด้วยพลัง ของจิตวิญานจากส่วนลึกของความรู้สึก ต่อ การหายตัวไปของบุคคลที่ต่อสู้กับโครงสร้างอำนาจรัฐ ซึ่งเล่าได้อย่างกระชับและได้ใจความ
กีตาร์โปร่ง กับนักดนตรี เริ่มบรรเลง บทเพลงที่มีฐานมาจากการต่อสู้ การปลอบประโลม การให้กำลังใจ ได้ถูกนำมาเล่าขานควบคู่ไปกับแสงตะเกียงดวงน้อยๆที่สลับกับคอนเสริต์ ได้อย่างสมดุล


Noel Cabangon : Cookie Chua : Susan Fernandez : Jess Santiago :Manases Esmero and Brownman Revival เหล่านี้เป็นกลุ่มนักดนตรี ที่สลับกันในการนำเสนอบทเพลง( เพลงที่มีชีวิต ครับ ) ผมเองหรือพวกเราคนไทยอาจไม่รู้จักพวกเขาหรอกครับ แต่ด้วยอุดมการณ์ในการต่อสู้ ความทรงจำร่วมสมัย ทำให้พวกเขา และเรา (หมายรวมถึงผมด้วย)สามารถเข้าถึงภาษาของมิตรภาพได้ ดีกว่าข้อจำกัดของภาษากระแสหลัก ถ้าใครเคยอ่านโจนาธาร ลิฟวิ่ง ของ ริชาด บาร์ก ก็คงได้เห็นประโยคหนึ่งที่ผมคิดว่าสำคัญ น๊ะครับ "จงอย่าเชื่อในสิ่งที่ดวงตาบอกเรา เนืองจากมันมีข้อจำกัดอยู่มาก แต่จงใช้ความรู้สึก ใช้หัวใจในการมอง แล้วเราจะเห็นสิ่งต่างๆที่มากกว่าดวงตาบอกเรา"น่าจะประมาณนี้ครับ ถ้าผิดพลาดต้องขออภัยแฟนๆของริชาด บาร์ก ด้วยครับ
เมือดนตรีกับกีตาร์หยุดลง ความมืดเข้ามาแทนที่ แสงเทียนน้อยๆทยอยออกมาจากมุมมืดพร้อมกับญาติๆของผู้สูญหายอย่างไรร่องรอย การรำลึกถึงการหายสาบสูญ กับบทเพลงที่บรรเลงอย่างนุ่มนวล แน่นอนครับการประกาศเจตนารมณ์ของกลุ่มญาติ เครือข่ายที่ทำงานในการณรงค์ ก้องกังวานไปทั่วหอศิลปะ และหวังว่าเสียงเล็กๆเหล่านี้ จะสามารถสร้างคลื่นขนาดใหญ่ในการทำลายกำแพง ที่ขวางกันระหว่างสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน
........................ แด่ผู้ที่หายสาบสูญไปจากการกระทำของเจ้าหน้าที่และโครงสร้างอำนาจที่ป่าเถื่อน
จิตคาราวะ




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2550    
Last Update : 27 ตุลาคม 2550 13:28:06 น.
Counter : 137 Pageviews.  

East Wood" ขอบแดนระหว่างมายาภาพของค่ำคืน

"East Wood" ขอบแดนระหว่างมายาภาพของค่ำคืน
ระหว่างสังคมเทวดา กับ ชาวประชาที่ยากจน


เป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่ผมได้มีโอกาสในการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆที่นอกเหนือจากการผูกมัดตนเองไว้ในโลกของอุดมคติ โลกแห่งบทเพลงที่อ่อนโยนและแผ่วเบา โลกของการลิ้มรสสุรา วิวาทะ การขับเคลื่อนทางสังคม
สิ่งที่ผมกำลังจะเล่าสู่ให้กันและกันฟังนั้น อาจจะเป็นแค่เสี้ยว ส่วนหนึ่งของการเติบโตทางโครงสร้างความสัมพันธ์ทางเศษฐกิจ สังคม ที่ไม่เป็นธรรมจนนำไปสู่ช่องว่างในการพัฒนาที่ห่างกันมากจนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมิอาจเข้าถึงซึ่งกันและได้ และในทางกลับกัน นั้นเอง กลุ่มสังคมที่มีความร่ำรวย มั่งคั่ง ก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงความสมดุลแห่งความสุขได้มากสักเท่าไร เช่นกัน
East Wood ย่านหรู ย่านหนึ่ง อาจมีลักษณะเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งเลยก็ว่าได้ ซึ่งตั้งอยู่ที่เขต Passig Metro Manila จึงเป็น มโนภาพของสัญลักษณ์แห่งการปลดปล่อยและการแสวงหาความสุขของกลุ่มคนที่ค่อนข้างมีฐานะในสังคม
East Wood แบ่งส่วนออกเป็นสองด้านใหญ่ๆคือ ด้านหนึ่งเป็นร้านอาหาร ผับ เป็นโรงแรม เป็นย่านการลงทุน อีกด้านหนึ่งเป็นด้านบันเทิง แบบเธค ซึ่งเป็นด้านที่ผมได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสใกล้ชิดที่สุดในค่ำคืนนั้น
23.00 น. ของค่ำคืน (ถ้าผมอยู่ที่ห้องพักป่านนี้คงเตรียมตัวเข้านอนหรือไม่ก็หลับเรียบร้อยแล้ว) แต่ที่นี้ไม่เลย "ชีวิตกำลังเริ่มต้น" คนหนุ่ม สาว กำลังทยอยเดินทางเพื่อค้นหาความสุข จากการกิน ดื่ม เมา เต้น ผมกับเพื่อนๆเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ก่อนหน้าที่กลุ่มหนุ่ม สาว เหล่านี้จะทยอยเข้ามาถึงจึงทำให้มีโต๊ะ เก้าอี้นั่ง เพียงพอต่อกลุ่มของเรา
23.55 น. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกผมว่า "อีกห้านาที จะเริ่มแล้ว"(ผมรู้จักกันกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยบังเอิญ เนื่องจากเราบอกว่ามาจากประเทศไทย แกก็เลยดูแลกลุ่มเราเป็นพิเศษ) แทบไม่น่าเชื่อ ห้องที่เรามานั่งตอนแรกที่ดูกว้างขวาง กลับคับแคบไปอย่างทันตา คนหนุ่ม สาว ไม่ต่ำกว่า หกร้อยชีวิต แออัด เบียดเสียด กันอยู่ในห้อง ควันบุหรี่ เสียงเพลงที่ดังสะท้าน ไม่มีทางออก มีแต่ทางเข้า ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด และอยากอาเจียน (ดืมเบียร์ไปหลายขวดแล้วด้วย)
24.00 น. เริ่มแล้วสำหรับคืนนี้ เสียงเพลงที่ดังสะท้าน (มากกว่าเดิม) คนหนุ่ม สาว ลุกขึ้นเต้น บ้างลงไปเต้นข้างล่าง บ้างเต้นที่โต๊ะ เกลือบไม่มีที่ให้เดินเลย ทุกคนเต้นแบบ "ถวายชีวิต" เลยก็ว่าได้ (สุดๆๆๆ จริงๆๆๆ) บรรยายไม่ถูกจริงๆ เหมือนปล่อยผีออกจากป่าช้า หรือเหมือนเราจับปลาแล้วโยนขึ้นบนบก (จินตนาการเอาเอง)
02.30 ผมไม่ไหวแล้วครับ สังขาร และร่างกาย โสตประสาท ไม่น่าจะรองรับสถานการณ์แบบนี้ได้อีกต่อไป แต่ในขณะที่คนหนุ่ม สาว ก็ยังคง เต้นกันอย่างเมามัน ผมจึงออกมาข้างนอก แต่กว่าจะออกมาได้เกลือบแย่ครับ บรรยายกาศ ภายนอก ก็เต็มไปด้วยผู้คนอีกเช่นกัน


ผมใช้เวลานั่งทบทวนอะไรบางอย่างที่เห็นระหว่างในช่วงตอนเย็นที่นั่งรถเมล์จากที่พัก เพื่อจะไปพบเพื่อนๆที่ได้นัดกันไว้
ภาพที่ผมเห็นนั้นเป็นภาพ บริเวณสะพานลอยระหว่าสถานีรถไฟฟ้า Cubao Station เด็กชายกับเด็กผู้หญิง กำลังช่วยกันเก็บขวดน้ำจากถังขยะ เก็บกระดาษ แล้วนำมามัดรวมกันเพื่อรอขายให้กับพ่อค้าที่มารับซื้ออีกที่หนึ่ง ในระหว่างนั้น พ่อของเด็กชายกับเด็กหญิง ก็ขายน้ำ ถั่ว ลูกอม บุหรี่ ให้กับผู้โดยสารที่รอขึ้นรถ ผู้เป็นแม่กำลังเอาลูกคนเล็กนอน (พื้นสะพานลอย)
เหมือนในช่วงนั้นผมจะได้ยินเสียงหัวเราะ และรอยยิ้ม จากครอบครัวที่ผมสังเกตเห็น ....... ท่ามกลางการดิ้นรน ต่อสู้เพื่อให้ตนเองและครอบครัว ได้มีชีวิตต่อไปอีกวัน แต่มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไรนั้น ก็ยังเป็นคำถามที่ท้าทาย ต่อการแสวงหาคำตอบ.
แน่นอนครับภาพเปรียบเทียบของผมระหว่างสิ่งที่ผมเห็นในตอนเย็นกับในขณะนี้ ช่างห่างกันเหลือเกินในสังคมปัจจุบัน แต่สิ่งที่ฝังอยู่ในความรู้สึกของผมคือภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ของทั้งสองกลุ่มนั้น อะไรคือความสุขที่แท้จริงของแต่ละกลุ่มกันแน่ หรือ ภาพรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ของกลุ่มไหนจะเป็นสิ่งสะท้อนออกมาจากห้วงลึกของจิตใจ............................
"เรามิอาจจะบอกได้ว่า ความสุข หรือการมีชีวิตอยู่แบบไหนจะดี หรือมีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะมากกว่ากันและกัน แต่ความหมายของการมีชีวิต การมีดุลยภาพแห่งความสุข น่าจะหมายรวมถึงเรารู้จักการแบ่งปันซึ่งกันและกัน การรู้จักให้ และรับ การเชื่อมต่อของตะเข็บทางสังคม ให้ข้ามาใกล้กันมากกว่านี้"




 

Create Date : 27 ตุลาคม 2550    
Last Update : 27 ตุลาคม 2550 13:21:38 น.
Counter : 151 Pageviews.  

 
 

jintavaree
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เมือความทรงจำและจินตนาการของแม่น้ำเดินทางมาบรรจบที่ความฝัน
[Add jintavaree's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com