Taipei..with Love ตอน 2

ถัดจากร้านเกี๊ยวซ่าเดินต่อไปเป็น Mc และ KFC



จากนั้นจะเจอสี่แยก มองไปฝั่งตรงข้ามจะเจอโรงแรม City Inn II



ส่วนร้าน Kitty ต้องข้ามไปฝั่งโรงแรม แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ ผ่านแยกก็ข้ามถนน ตรงไป จะเจอร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ //www.kittynet.com.tw







ย่านนี้จะมีสินค้ากิ๊ปช็อปทั้งขายปลีกและส่ง ซึ่งร้านจะไม่ได้อยู่ติดๆ กันต้องเดินดู ไม่เหมือนกับสำเพ็งบ้านเรา ฉะนั้นถ้าใครคิดจะมาช้อปไม่แนะนำ เพราะจะไม่ค่อยได้อะไร และถ้าใครจะพักที่ City Inn II ก็ลองดูเส้นทางจากที่เราเดินมาจาก Taipai Main Station ได้

14:00-16:00 หลังจากที่วันนี้ช็อปอะไรไม่ได้เลยตัดสินใจ กลับไปที่ ตลาดเสื้อผ้าอู๋เฟินผู่ Wufenpu อีกรอบ ได้เสื้อผ้าเพิ่มมาอีกนิดหน่อย
16:00-17:00 แวะเอาของมาเก็บโรงแรม แวะซื้อเค้กที่ร้าน 85 สั่งเค้กวานิลาหน้าสตอบอรี่สด 35 NT ถือกล่องกลับมาโรงแรมกลายเป็น คัสตาสเค้ก เพราะคนที่เราสั่งกับคนที่หยิบใส่กล่องคนละคนกัน แล้วเราก็ไม่กล้าเปิดกล่องที่ร้านด้วย ครันจะเดินไปเปลี่ยนก็ขี้เกียจ กินซะเลย อร่อยดีเนื้อเนียนนุ่ม ไม่หวานมาก พอจะออกไปกินข้าวเย็นเลยแวะดูราคาเท่ากัน 35 NT





17:00-19:00 กลับไปกินข้าวไก่ต้มที่ตลาดฮวาซื่อ Huaxi street night market ใกล้กับ Longshan Temple อีกรอบ มื้อนี้กินไก่ไป 2 จาน ผัดผัก 2 จาน ข้าว 2 ถ้วย รวมแล้ว 170 NT อิ่มแล้วก็เดินช้อปปิ้งได้เล็กๆ น้อยๆ มาอีกนิดหน่อย
19:00 กลับโรงแรม ปรากฏว่าดึกๆ หิวเลยลงมาซื้อข้าวกล่องที่ 7-11 ราคา 65 NT มีคนแนะนำใน net ว่าอร่อย แต่เรากินข้าวกับไข่แค่นั้น ส่วนที่เหลือให้แฟนจัดการ



วันที่ 5 วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม 2554
9:30 – 10:00 อาหารเช้า Check Out ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ต้องแจ้งว่าจะมารับกี่โมง ทางโรงแรมจะออกใบรับกระเป๋าให้
10:00-11:00 Taipei 101
MRT: Taipei City Hall>Exit 3 ออกจากสถานีจะเจอป้ายรถเมล์ เราก็ไม่รู้ว่าสายไหนไป 101





แต่พอดีเห็นป้ายโฆษณางานแสดงสินค้าเครื่องสำอางค์ซึ่งจัดอยู่ใกล้ๆ 101 พอเห็นรถที่ติดสติ๊กเกอร์ข้างรถรูปเดียวกับป้ายโฆษณา เราเลยโผล่หน้าไปถามคนขับ เขาใจดีมาเรียกให้เราขึ้น พอเราจะแตะบัตร Easy Card เขาบอกไม่ต้อง เราเลยต้อง Thank You เขาเป็นการใหญ่





รถไปจอดที่ TWTC Hall 2 (สายรถเมล์ที่ผ่านป้ายนี้คือ 202 และ 669) เป็นที่จัดงานแสดงสินค้าเครื่องสำอางค์ ซึ่งต้องซื้อบัตรเข้าไม่แน่ใจว่าคนละเท่าไรเพราะเขียนเป็นภาษาจีน แต่เห็นตัวเลข 150 เราเลยไม่เข้า จากป้ายนี้เรามองขึ้นไปจะเห็นอาคาร 101 เดินไปหาตึกเลย เดินตรงไปแล้วข้ามถนนถึงเลย (เดินแค่ 1 นาที)





ฝั่งที่เข้านี้ เป็นทางขึ้นลิฟต์เพื่อขึ้นไปซื้อตั๋วชมวิวบน 101 แต่เราไม่ได้ขึ้นไป //www.taipei-101.com.tw/index_en.htm มาถึงร้านค้าในห้างยังไม่ค่อยเปิด เราเลยเดินเล่นรอบนอกตึก













แล้วเข้ามาเดินในห้างลงไปชั้นล่างเป็นซูเปอร์มาเก็ต สินค้าต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ราคาสูง มี Food court หลายร้าน ราคาพอรับได้ เดินเล่นเสร็จเราก็เดินกลับไปขึ้นรถฟรีที่เดิม พอรถมาจอดก็ขึ้นไปนั่ง จำได้เลยว่าคนขับคนเดิม แต่เราแอบขึ้นประตูหลัง รถขับไปวนจอดที่เดิมที่รับเรามา

11:00-13:30 กลับไป Ximen ที่สถานี MRT เราคืนบัตร Easy Card ที่เคาเตอร์ในสถานี โดนหักไป 20 NT /ใบ เป็นค่าบริการ จากนั้นก็ไปเดินเล่นและกินข้าวกลางวันที่ร้าน Yoshinoya สั่งชุดเนื้อเหมือนเดิม 130 NT และข้าวหน้าไก่กับเนื้อ 116 NT +ชามะนาวแก้วใหญ่ 24 NT รวมทั้งหมด 270 NT



พออิ่มแล้วก็เดินเล่น บังเอิญไปเจอร้าน Crocs ที่หัวมุม



จากร้าน Crocs เลี้ยวซ้าย เข้าไปในซอย ตรงไปมองด้านซ้ายมือจะเจอร้าน Modern Toilet คนเต็มเลย แสดงว่าได้รับความนิยมมาก





เราเดินเล่นสักพักก็กลับไปเอากระเป๋าที่โรงแรม

13:40 - 14:00 เดินทางจากโรงแรมไป Taipei Main Station โดย Taxi จ่ายไป 80 NT ไม่นานก็ถึง เข้าไปใน Taipei Main Station มองหาป้าย HSR Tickets เดินตามป้ายไปจนเจอเคาเตอร์ขายตั๋ว ให้เข้าช่องที่มีป้าย Today’s Ticket





บอกพนักงานว่า Taoyuan Station เขาจะให้เลือกเที่ยวรถที่ออก จากนั้นจ่ายเงิน คนละ160 NT พอได้ตั๋วแล้ว ก็มองหาป้าย Platform 2



สายที่เราไปจะเป็นสายที่ไป Zuoying ให้ผ่านช่องกั้นเข้าไปนั่งรอด้านใน คอยดูกระดานไฟที่จะแสดงขบวนรถ พอถึงเวลาเจ้าหน้าที่จะเอาเชือกกั้นออกแล้วให้เราลงไปขึ้นรถด้านล่าง ดูหมายเลขขบวนอีกทีก่อนขึ้นรถ





14:36-14:55 HSR: Taipei>Taoyuan ภายในรถไฟหัวจรวดมีพนักงานขายขนมและเครื่องดื่มเข็นรถบริการอยู่ด้วย



14:55-15:20 ถึง Taoyuan Station ก็ให้ขึ้นบันไดเลื่อนมาด้านบน ออก Exit 5 ออกไปนอกอาคารจะเจอโต๊ะขายตั๋วที่ป้ายรถ Ubus คนละ 30 NT นั่งไปสนามบินเถาหยวน (Taoyuan Airport) รถจะไปแวะส่งคนที่ Terminal 1 ก่อน แล้วค่อยขับวนไป Terminal 2 ซึ่งเราไป Air Asia ต้องไปที่ Terminal 2

15:20-18:20 ถึงสนามบิน จากประตูที่รถจอดให้ลงเข้าไปจะเจอร้านขายของฝาก (ขนมเปี๊ยกล่องละ 300 NT)





ให้เดินตรงไปจะเจอป้าย Departure Hall (3F) ให้เลี้ยวขวาขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 3





พอถึงชั้น 3 ดูกระดานไฟจะขึ้นว่าให้ Check in ที่ช่องไหน





พอโหลดกระเป๋าเสร็จให้เดินไปตรงกลางของอาคาร ด้านในจะเป็นช่องไปผ่าน ตม. เข้าไปผ่าน ตม.เรียบร้อยก็ เข้าไปเดินเล่นด้านในได้เลย



ระหว่างทางไป Gate จะเจอห้องเลี้ยงเด็ก Nursery Room เป็นระยะ น่ารักๆ ทุกห้องเลย และแต่ละ Gate จะตกแต่งด้วย Concept ที่แตกต่างกันไป ภายในมีร้านค้าเยอะมากแต่ของจะซ้ำๆ กัน เครื่องสำอาง เหล้า ขนมของฝาก





























เราแวะไปถ่ายรูปที่ Gate C3 ซึ่งตกแต่งด้วย Kitty และมีร้านขายสินค้า Kitty อยู่ด้วย













สาวน้อยน่ารัก พอขอถ่ายรูปเธอตั้งท่ารับเลย























Gate C7 เป็น Concept ไปรษณีย์











กันดั๊มตัวยักษ์



ในสนามบินจะมีตู้น้ำอัตโนมัติอยู่เป็นระยะ น้ำอัดลมกระป๋อง 20 NT น้ำขวดทั้งชา น้ำส้ม น้ำดื่ม ขวดละ 25 NT เราหยอดอยู่นานเครื่องคายเหรียญออกมาตลอด คิดว่าน่าจะมีอยู่เหรียญหนึ่ง 10 NT เป็นเหรียญปลอมลักษณะใหม่มาก แต่น้ำหนักคงไม่ได้เครื่องจึงไม่รับ



ถ่ายป้ายโฆษณาร้านอาหาร เผื่อใครคิดจะหาข้าวกินในสนามบิน ราคารับได้





พอได้เวลาก็ไปนั่งรอที่ Gate ซึ่งต้องเดินลงบันไดไปอีกชั้นหนึ่ง





18:20 - 20:50 TPE –BKK เที่ยวบิน FD 3657 (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.) (ถึงตามเวลาไทยช้ากว่าไต้หวัน 1 ชม.) หมี่ผัดไก่ 100 บาท น้ำเปล่าขวดเล็ก 30 บาท หมี่รสชาติเหมือนผัดมักกะโรนี แฉะไปนิดแต่รสจัดดี หลังจากกินรสอ่อนๆ มาหลายวัน




21:15- 21:41 (30 นาที) สุวรรณภูมิ- สถานีพญาไท Airport Rail Link (6.00-24.00 น.) CITY LINE (15 - 45 บาท) (45 บาทx2คน=90 บาท) ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ

ระเบียบการยื่นวีซ่า
1.เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่า
1.1 หนังสือเดินทาง (ต้องมีอายุใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน) พร้อมสำเนา
1.2 กรอกแบบฟอร์มให้สมบูรณ์ทุกข้อ
1.3 รูปถ่ายสีขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป พื้นหลังเรียบ (ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน) ตัดรูปให้ได้ขนาดและทากาวติดให้เรียบร้อย
ในกรณียื่นวีซ่าครั้งแรกไม่ว่าจะไปเพื่อวัตถุประสงค์ใดต้องแสดงหลักฐานดังต่อไปนี้
1.4 หลักฐานการประกอบอาชีพ
- ผู้เป็นเจ้าของกิจการ โปรดแสดงหนังสือรับรองการจดทะเบียนกรรมการทั้งต้นฉบับและสำเนา 1 ชุด เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจะคืนทันที
- ผู้ที่รับราชการหรือพนักงานบริษัท โปรดแสดงหนังสือรับรองการทำงานเป็นภาษาอังกฤษ 1 ชุด พร้อมประทับตราบริษัท
- นักเรียน นักศึกษา โปรดแสดงจดหมายรับรองจากสถาบันและสำเนาบัตรนักเรียน
1.5 หลักฐานการเงิน
- สมุดบัญชีเงินฝากแสดงยอดย้อนหลัง 6 เดือนของผู้ยื่นขอวีซ่าพร้อมสำเนา 1 ชุด เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้วจะคืนสมุดบัญชีทันที
- ในกรณีหลักฐานการเงินจากธนาคารไม่สมบูรณ์ ผู้ยื่นขอวีซ่าอาจนำหลักฐานการชำระภาษีและสลิปเงินเดือนของตนเองมาเสนอเพื่อประกอบการพิจารณาได้
1.6 สำเนาทะเบียนบ้าน (ในกรณีใช้เอกสารของบุคคลในครอบครัว)
3. สำหรับผู้ที่เปลี่ยนหนังสือเดินทางเล่มใหม่ โปรดนำหนังสือเดินทางเล่มเดิมมาประกอบการพิจารณา
4. เวลาทำการตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ยื่นขอวีซ่าได้เฉพาะช่วงเวลา 09.00 น. ถึง 11.30 น. และรับวีซ่าได้ในวันทำการถัดไปช่วงเวลา 12.30 น. ถึง 15.00 น. แต่ในกรณีต้องโทรเลขขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่นั้นต้องใช้เวลารอคอยผลประมาณ 7 วันทำการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้รับรองและต้องชำระค่าธรรมเนียมโทรเลขขั้นต่ำ250 บาท
5. หลักฐานต่าง ๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ใช้สำหรับผู้ยื่นขอวีซ่าที่มีความประสงค์จะไปประกอบธุรกิจหรือท่องเที่ยวเท่านั้น จะไปเยี่ยมญาติหรือรับอุปการะจากญาติที่ไต้หวันโปรดแสดงหลักฐานว่ามีความสัมพันธ์กันและใบสำคัญถิ่นที่อยู่ของญาติที่ไต้หวัน สำหรับผู้ที่ได้รับการว่าจ้างให้ไปทำงาน โปรดแสดงสัญญาว่าจ้างและหนังสืออนุมัติจากสภาแรงงาน
6. ค่าธรรมเนียมวีซ่า
วีซ่าอยู่ชั่วคราว ครั้งเดียว 1,500 บาท รับวีซ่าภายในวันเดียวกันเพิ่ม 800 บาท
หลายครั้ง 3,000 บาท รับวีซ่าภายในวันเดียวกันเพิ่ม 1,500 บาท
7. ตั๋วเครื่องบินไปกลับ แนบไปด้วยเพื่อประกอบการพิจารณา
หมายเหตุ
1. สำหรับหนังสือเดินทางไทยที่เคยได้รับวีซ่าของประเทศสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน) สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป (เชงเก้น) อังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์หรือผู้ ที่เคยเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ ทางสำนักงานฯ
อนุโลมไม่ต้องแสดงหลักฐานการเงินในการยื่นขอวีซ่า
2.สำหรับผู้มีวัตถุประสงค์การเดินทางเพื่อศึกษา ฝึกงาน ทำงาน เผยแพร่ศาสนา รักษาโรค แต่งงานและเยี่ยมญาติ ในไต้หวัน ยังคงต้องแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องในการยื่นวีซ่า เพื่อประกอบในการพิจารณา
3.ระเบียบการข้างต้นนั้นเป็นระเบียบการที่ใช้เป็นแนวปฏิบัติทั่วไปเท่านั้น ทางสำนักงานยังคงไว้ซึ่งสิทธิโดย
สมบูรณ์ในการขอเอกสารเพิ่มเติมและการอนุมัติวีซ่า ผู้ยื่นจะนำหลักฐานประกอบการพิจารณาที่ระบุข้างต้นมา โต้แย้งมิได้ และขอสงวนสิทธิในการชี้แจงเหตุผลในกรณีไม่อนุมัติวีซ่า
4.กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐจีน(ไต้หวัน)ได้ทำการยกเลิกวีซ่ากรุ๊ปตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2550
“สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทย” (Taipei Economic and Cultural Office in Thailand) สถานที่ตั้ง: เลขที่195 ตึกเอ็มไพรส์ 2 ชั้น20 ถ.สาทรใต้ กรุงเทพฯ 10120 โทร(02)6700200ต่อ342,347,348 โทรสาร(02)6700217 จดหมายอีเลคทรอนิคส์ (อีเมล์)tecovisa @ ji-net.com
เว็บไซด์:กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน //www.boca.gov.tw(สามารถดาวน์โหลดฟอร์มวีซ่าได้)
เว็บไซด์:สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป //www.roc-taiwan.org/th //www.boca.gov.tw/lp.asp?ctNode=92&CtUnit=58&BaseDSD=7&mp=2
วิธีเดินทางไป สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป
ไปถึงตึกเอ็มไพรส์ 2 เข้าไปในตึกให้แลกบัตรที่เคาเตอร์ก่อนขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นบน ถึงชั้นบนแล้วเลี้ยวขวาเดินไปเกือบสุด เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอกเพื่อไปขึ้นลิฟต์เบอร์ 27-28, 31-32 (เบอร์นี้เท่านั้น) ขึ้นไปถึงชั้น 20 ออกไปก็จะพบสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ให้แจ้งกับ รปภ. ว่ามาทำวีซ่า รับบัตรคิว และยื่นขอที่ช่อง เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารและส่งคืนเอกสารที่ไม่จำเป็นให้เลย และออกใบรับให้ ใช้เวลาไม่นาน ซึ่งวันรับฝากคนอื่นมารับได้

เล็กๆ น้อยๆ
ไฟ 110 v./60 Hz มือถือ กล้องถ่ายรูปไม่ต้องใช้ตัวแปลงไฟ เพราะปกติจะเป็น Multi Voltage อยู่แล้ว
ถุงช๊อปปิ้ง เวลาซ๊อปในร้าน 7-11 ในซุปเปอร์มาเก็ต เขาไม่ให้ถุง อยากได้ต้องจ่ายเพิ่ม เพราะฉะนั้นอย่าลืมเอาถุงผ้าไปนะจ๊ะ แต่ที่ตลาดผ้าร้านส่วนใหญ่จะใส่ถุงให้
รถไฟฟ้าในไทเป เวลาขึ้นลงบันไดเลื่อนถ้าจะยืนเฉยๆ ให้ชิดขวา ช่องซ้ายสำหรับคนรีบ เวลารอรถไฟให้เข้าแถวจะมีช่องเขียนไว้ที่พื้น ภายในรถไฟฟ้าจะมีป้ายตัวอักษรวิ่งว่าถึงสถานีไหน ทางที่ดีให้ถือแผนที่รถไฟฟ้าติดมือไว้ ป้องกันการขึ้นผิด ในตู้รถไฟฟ้าจะมีที่นั่งสีน้ำเงินเข้มสำหรับคนสูงอายุ มีครรภ์และเด็ก อย่าเผลอไปนั่งล่ะ บางสถานีจะมี 2 ชั้น ให้ดูป้ายทางออกให้ดี ภายในสถานีรถไฟฟ้าจะมีห้องน้ำเกือบทุกที่ เวลาจะเข้าให้ดูให้ดีว่าป้ายชี้ทางไปห้องน้ำอยู่ทางไหน อยู่ในสถานี (อยู่ในช่องกัน) หรืออยู่นอกช่องกัน เพราะเราเคยแล้ว รีบจัด รูดออกไปแล้ว แต่เห็นป้ายห้องน้ำอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เดินไปจะเข้า ปรากฏว่าห้องน้ำอยู่ในสถานี ต้องรูดเข้าใหม่ จ่ายไปอีกคนละ 16 NT ห้องน้ำในสถานีที่ดีที่สุดคือสถานี Ximen เพิ่งทำใหม่
ห้องน้ำสาธารณะ จะมีห้องสำหรับคนชราและคนพิการ เวลาเข้าแถวเข้าห้องน้ำให้ยืนเข้าแถวใหญ่ ไม่ใช่ไปยืนคอยอยู่หน้าประตูห้องเล็กแต่ะลห้องแบบที่บ้านเราทำ เราไปยุโรปมาเขาก็ทำแบบนี้คือเข้าแถวใหญ่
การข้ามถนน ให้ข้ามตรงทางม้าลาย กดสัญญาณเพื่อขอข้ามถนน แต่เวลาข้ามให้ระวัง เพราะระหว่างที่ข้ามอยู่จะมีรถวิ่งมาเฉยๆ เลย แม้เขาจะวิ่งไม่เร็ว เราก็รู้สึกไม่ปลอดภัย อันนี้ต่างจากยุโรปที่เขาจะจอดให้คนข้ามก่อน รถบนท้องถนนน้อย ขับกันไม่ค่อยเร็ว แต่น่าแปลกที่คนที่นี่ไม่ค่อยล้างรถ
ภาษา คนไต้หวันจะพูดจีนกลาง คนส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ดังนั้นสำหรับคนที่พูดจีนไม่ได้ ให้ซื้อหนังสือสอนพูดภาษาจีนฉบับท่องเที่ยวเล่มเล็กๆ ติดไปด้วย เพื่อความปลอดภัย เกิดเหตุฉุกเฉินก็เปิดประโยคที่เขียนเป็นภาษาจีนให้เขาดูเลย จบ เราลองใช้วิธีนี้ต่อราคาของมาแล้ว แต่เขาไม่ลดให้ เขาบอกราคาส่งแล้ว และเวลาพูดภาษาอังกฤษกับคนที่นี่ให้ใช้คำง่ายๆ อาศัยภาษาใบ้ช่วยเหลือดีที่สุด

ค่าใช้จ่าย (ไม่รวมช็อปปิ้ง)
ตั๋วเครื่องบิน Air asia 2478 x2 คน = 4,956 บาท
Visa 1,500 x2 คน = 3,000 บาท
Airport Rail Link 45 บาทx2คนx2เที่ยว =180 บาท
โรงแรม Ts hotel (ซีเมินติง) Double Room NT$1,880 x4 คืน = 7520 NT
ค่าเดินทางไปกลับสนามบินไต้หวัน รถไฟหัวจรวด NT190x2 คนx2เที่ยว = 760 NT
บัตร easy card 500 NT x2 คน+500+เติมเงิน 300x2 คน =1600 NT
อาหาร 5 วัน x 3 มื้อ x 300 = 4500 NT
ค่าตั๋วกระเช้า+สวนสัตว์+รถไฟในสวนสัตว์ 30+60+5x2 คน = 100 NT
รวม 22,616 NT

หลายคนมองว่าไต้หวันคือประเทศจีน แต่จริงๆ แล้วเป็นคนละประเทศกัน ไต้หวันเจริญ บ้านเมืองเขาเจริญเหมือนเรา แต่พื้นที่สาธารณะมีระเบียบเรียบร้อยกว่าเราเยอะ ถนนสะอาดสะอ้าน แต่ถังขยะหาไม่ค่อยเจอเหมือนบ้านเรา การจราจรสะดวก รถน้อย คนนิยมใช้รถไฟฟ้า ซึ่งราคาประหยัดกว่าบ้านเรามาก และสถานีรถไฟฟ้าแต่ละจุดก็เอื้อต่อการเดินทางมากกว่าของเรา แต่เราได้เปรียบเขาเรื่องจากสนามบินเข้าเมือง เรามี Airport Rail Link แต่ของเขาต้องนั่งรถบัสออกมา หรือรถบัสแล้วมาต่อรถไฟความเร็วสูง ส่วนรถเมล์เขาสะอาดกว่าเรา สะดวกกว่าเรา ใช้ easy card ได้ไม่ต้องมีเศษสตางค์ให้กวนใจ แต่อย่างหนึ่งที่เหมือนกันคือ ไม่มีภาษาอังกฤษบนรถเมล์ คนขับคุยภาษาอังกฤษไม่ได้ ส่วนเรื่องห้องน้ำหน้าตาของตัวโถเหมือนฮ่องกง มาเก๊า ซึ่งเป็นแบบที่เราไม่คุ้นเคย แต่ดีที่น้ำที่นี่ไหลเยอะกว่าจึงสะอาดกว่าฮ่องกง มาเก๊า โดยรวมไต้หวันเป็นอีกที่ๆ น่าเที่ยว อาหารการกินราคาไม่สูง เฉลี่ยอาหารจานเดียวจานละ 100 ชามใหญ่ เรื่องช้อปปิ้งก็ง่ายเพราะอัตราแลกเปลี่ยนเขาสูงกว่าเรานิดเดียว 1 บาท = 1.055 NT (มีนา 2554) แต่ราคาน้ำดื่มสูงกว่าบ้านเรา แต่ที่จะหาได้อยากสำหรับคนไต้หวันคือ รอยยิ้ม คนที่นี่ไม่ค่อยยิ้ม ไปอยู่มา 5 วัน เจอคนไต้หวันยิ้มให้ 4 คน (2 คนคือพนักงานที่โรงแรม อีก 1 คน คือคุณยายบนรถเมล์ อีก 1 คน คือคุณตาที่ขายน้ำที่ตลาดฮวาซื่อ) ตั้งใจว่าปีหน้าจะพาพ่อกับแม่ไป หลังจากไปสำรวจเส้นทางมาเรียบร้อย ทิปหน้าจะเป็นครั้งแรกที่เราจะเป็นไกด์ให้ครอบครัว แล้วเจอกัน...ไต้หวัน




 

Create Date : 03 เมษายน 2554   
Last Update : 3 เมษายน 2554 17:58:57 น.   
Counter : 8019 Pageviews.  

Taipei..with Love ตอน 1

โชคดีจังที่จอง Pro Air Asia ไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วในราคาตั๋วไปกลับ 2 คน เกือบๆ 5,000 บาท และเลือกเดินทางก่อนไฟล์ BKK-TPE (ไทเป) จะปิด

ไต้หวัน 4 คืน 5 วัน

วันแรก วันพุธที่ 16 มีนาคม 2554
11:00- 11:26 (30 นาที) สถานีพญาไท-สุวรรณภูมิ Airport Rail Link (6.00-24.00 น.) (45 บาทx2คน=90 บาท)
CITY LINE (15 - 45 บาท) (30 นาที)/EXPRESS 150 บาทตลอดเส้นทาง (15 นาที)
//airportraillink.railway.co.th/th/index.html
11:30 - 13:00 (1.30 ชม.) Check in สายการบิน Air Asia อยู่ Row E ทำ Web Check in มาแล้วก็มา Load กระเป๋าที่เคาเตอร์ Check in
13:10 - 17:50 BKK-TPE เที่ยวบิน FD 3656 (ใช้เวลาเดินทาง 4 ชม.) (ถึงตามเวลาไต้หวันเร็วกว่าไทยหรือไทกั๋ว 1 ชม.)
18:00 – 18:20 ถึงสนามบินเถาหยวน (Taoyuan International Airport) Air Asia จอดที่ Terminal 2 เดินออกมาตามป้าย ผ่านตม. แล้วลงบันไดเลื่อนมาชั้น 1 รับกระเป๋า ผ่านด่านศุลกากร ผ่านช่องเขียว (ไม่มีสิ่งของต้องสำแดง) อุณหภูมิ 15 องศา
มีวิธีในการเข้าเมืองไทเป 3 วิธี คือ รถบัส รถไฟหัวจรวด และแท็กซี่ เราเลือกรถไฟหัวจรวด (รถยูบัส (20 นาที NT 30) +รถไฟหัวจรวด (20 นาที NT 160) =(40 นาที NT190) แพงกว่ารถบัส NT50 แต่เร็วกว่าประมาณ 10-20 นาที) เดินทางดังนี้ เดินออกจากส่วนของผู้โดยสารออกไปจะเป็นส่วนด้านนอก จะมีป้ายโรงแรมต่างๆ ที่มารับคน ให้เลี้ยวขวา เดินตรงไป สังเกตป้าย Bus to HSR Station ตามป้ายไปเรื่อยๆ จะเจอเคาเตอร์ขายตั๋ว U bus สาย 705 ค่ารถ NT 30 (30x2คน=60 NT) ไปสถานีรถไฟเถาหยวน Taoyuan ออกทุก 10 นาที (เปิดบริการ 6.20 – 22.10) (ใช้เวลาเดินทาง 20 นาที) เป็น Shutter Bus ของ U-bus ซื้อตั๋วเสร็จเดินออกประตูไปนอกอาคารเดินไปทางซ้าย ให้ถามเจ้าหน้าที่เขาจะชี้บอกว่าจอดตรงไหน





รถ U-bus ขับไปประมาณ 20 นาที จะไปจอดที่สถานีเถาหยวน ตรงทางออกที่ 5 ของ HSR Taoyuan Station





ลงรถแล้วจากนั้นเดินเข้าประตู Exit 5 เข้าไปแล้วเลี้ยวขวาจะเป็นที่ขายตั๋ว HSR ให้บอกพนักงานว่าไปไทเป ราคาตั๋วคนละ 160 NT (160x2คน=320 NT) เช็ครอบรถไฟและราคาได้ที่ //www.thsrc.com.tw/en/ticket/tic_time_result.asp





ที่ตั๋วจะบอก Train คือ ขบวนรถ 728 สถานีต้นทาง เวลารถที่จะมาถึง 19:16 และปลายทาง ส่วน car 5 คือ ตู้รถที่ 5 ส่วน seat คือที่นั่ง ซึ่งต้องนั่งตามที่ระบุในตั๋ว พอได้ตั๋วเรียบร้อยให้ดูบอร์ดไฟจะแสดงว่าไปที่ Platform 2 ซึ่งต้องลงไปรถที่ชานชานลาด้านล่าง รถไฟจะมาตรงเวลา ในการเข้า-ออกที่กั้นให้พลิกบัตรด้านหลังขึ้นมาจะมีลูกศรสีส้ม ให้สอดเข้าไปในช่องแล้วรับตั๋วกลับมาเก็บไว้ ตอนออกจากสถานีต้องใช้อีกครั้ง







HSR ใช้เวลาวิ่ง 20 นาทีถึง Taipei Main Station ไถเป่ยเชอจ้าน 台北车站 เราจองโรงแรมไว้ที่ Ximen
TS HOTEL (Ta Shun Hotel) 大順大飯店 (No. 170-172, HanZhong St., Taipei, Taiwan
版權所有 大順大飯店│台北市漢中街 170~172 號(長沙街口)
Tel: 886-2-2381-8710 Fax: 886-2-2381-8713 (1,880x4= NT$ 7,520)
ซึ่ง Ximen อยู่ถัดจากสถานี MRT Taipei Main Station ไปสถานีเดียว (MRT คือชื่อเรียนรถไฟฟ้าในเมืองไทเป) ดังนั้นออกจาก THSR แล้วเราจึงหาป้าย MRT Taipei Main Station แล้วซื้อบัตร EasyCard ราคาใบละ 500 NT (500 NT x 2 คน = 1000 NT) แต่มีเงินในบัตรแค่ 400 NT ส่วนอีก 100 NT เป็นค่ามัดจำ เวลา refund จะได้ค่ามัดจำคืน 80 NT ถูกหักค่าบริการ 20 NT วิธีการเติมเงิน ก็แค่ยื่นบัตรที่เคาเตอร์ในสถานีแล้วยื่นเงิน บอกพนักงานว่า adding value

วิธีเดินทางไปโรงแรมด้วย MRT จะลำบากนิดหน่อยสำหรับคนที่มีกระเป๋าลาก เพราะบันไดในสถานีบางส่วนไม่ใช่บันไดเลื่อน และมีบางช่วงขึ้นๆ ลงๆ





วิธีที่ 1 แท็กซี่จาก Taipei Main Station ไปโรงแรม (ประมาณ 5-10 นาที 80-100 NT) อยู่ใกล้ ChangSha St. ควร print ชื่อที่อยู่โรงแรมเป็นภาษาจีนไปด้วย (กติกาของแท็กซี่ 1.5 กม.แรก 70NT ทุกๆ 300 เมตร+5NT, คอยทุก 2 นาที+5NT, 23.00-6.00 น.+10NT) ไปโรงแรมประมาณ 80 NT
วิธีที่ 2 MRT : Taipei Main Station>Ximen (16 NT:1 สถานี:3นาที) Exit 1 ออกมาจาก Exit 1 ให้มองทางซ้ายจะเห็นสถานีตำรวจอาคารสีน้ำตาลแดงที่มีรถมอเตอร์ไซต์จอดอยู่เต็ม ถนนซ้ายมือที่ติดกับสถานีตำรวจคือถนนหน้าโรงแรม (ห่าง 100m เดิน 2 นาที)







โรงแรมจะอยู่ฝั่งเดียวกับสถานีตำรวจ แต่จะเดินฝั่งซ้ายแล้วค่อยไปข้ามถนนตรงหน้า 7-11 ก็ได้ หากเดินฝั่งซ้ายมือจะเจอร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านกาแฟ 85 เดินต่อไปจะเจอ Family Mart ร้านให้เช่าชุดแฟนซี ร้านขายของมือสอง จนถึง 7-11 ค่อยข้ามถนน ป้ายโรงแรมสีม่วง แต่จะมีป้ายของตึกข้างๆ ที่เป็นสีชมพูบังอยู่ โรงแรมเป็นตึกที่ดูกลมกลืนกับอาคารพาณิชย์ข้างๆ







ห้องที่เราจองไว้เป็นแบบ Superior Suites ราคา NT$ 1,880 x 4 nights = NT$ 7,520 พร้อมอาหารเช้า โดยจองผ่านอีเมล์ reservation@tshotel.com.tw ซึ่งเราต้องจ่ายค่าที่พักคืนแรกก่อน 1 สัปดาห์ที่จะเข้าพัก ผ่านบัตรเครดิต ส่วนที่เหลือมาจ่ายที่โรงแรม เขาจะให้คีย์การ์ดซึ่งเวลาออกไปไหนต้องคืนฝากคีย์การ์ดไว้ทุกครั้ง ห้องเป็นห้องขนาดเล็ก ค่อนข้างแคบ แต่สิ่งอำนวยความสะดวกครบ อ่างอาบน้ำเป็นแบบนั่ง น้ำดื่มวันละ 2 ขวด, ชากาแฟพร้อมกาน้ำร้อน, แชมพูและครีมอาบน้ำแบบกด, แปรงสีฟัน, หวี ฯลฯ มีตู้เย็น, WiFi ขอรหัสที่เคาเตอร์ และมีคอมพิวเตอร์พร้อมอินเตอร์เน็ตให้เล่น 1 เครื่องที่ชั้น 1, มีบริการรับฝากกระเป๋าด้วย เราพักกัน 4 คืน เปิดแอร์แค่คืนสุดท้าย เพราะช่วงที่เราไปอากาศหนาวและมีฝนเล็กน้อย โรงแรมหาง่าย เดินทางสะดวก ร้านค้า ร้านอาหารมากมาย เดิน 2 นาทีถึงแหล่งช้อปปิ้งของวัยรุ่น ไม่เปลี่ยว











21:00-23:30 Shilin Night Market 士林夜市 ซื่อหลิน เปิดถึงตี 2 (MRT: Jiantan> Exit 1)
MRT: Ximen>Taipei Main Station (1 สถานี:3นาที)>ต่อ Jiantan สาย Danshui Line (5สถานี:11 นาที) (20 NT)>Exit 1
ออกจากสถานีเดินตรงไปเรื่อยๆ แล้วข้ามถนนฝั่งซ้าย จะเป็นถนนคนเดิน สินค้าต่างๆ มากมาย และอาหาร ขนม





มื้อเย็นวันนี้เราฝากท้องกับร้านชาบู เขาจะต้มกันหน้าร้านเลย ขอเมนูภาษาอังกฤษแล้วพนักงานจะบอกว่าให้เราติ๊กอันไหนในใบสั่งอาหารภาษาจีน 2 คน เลือก ชาบูทะเลคนละหม้อๆ ละ 100 NT แถมข้าวญี่ปุ่น ส่วนตะเกียบ ช้อน น้ำดื่ม น้ำจิ้มต้องไปตักเองด้านในร้าน รสชาติของชาบูอร่อย เยอะ อากาศหนาวๆ ทำให้อุ่นมาก พนักงานน่ารักถ่ายรูปให้พวกเราด้วย มื้อนี้จ่ายไปแค่ 200 NT







อิ่มแล้วก็เดินเล่น สอยขนมไข่ที่ขายริมทางมา 1 ถุง 20NT รสชาติพอใช้ ไม่หวานมาก แต่หอมจังเลย กินร้อนๆ OK





รายการชิมที่ 2 เห็นคนต่อแถวกันซื้อเลยเข้าไปสอยมา 1 ชิ้น 10 NT คนขายเอาไม้เสียบจิ้มส่งให้เลย เป็นหมูแล่บางๆ พันโคนต้นหอม รสชาติหมูอร่อย แต่พอกัดเข้าไปแบบเต็มๆ เจอแต่ต้นหอมกลิ่นฉุนขึ้นจมูก เลิกเลย หยุดชิม







อันนี้เป็นเครื่องปิ้งข้าวโพด เขาจะมีแบบจุ่มซอสสีน้ำตาลแล้วมาปิ้งด้วย เมนูนี้ไม่ได้ชิม เพราะราคาสูงมากฟักละ 60 NT บ้านเราข้าวโพดปิ้งฟักละ 10 บาท



เดินๆ อยู่ไม่ต้องตกใจหากเห็นแม่ค้าหาบเห่ เก็บของวิ่งกันเพราะชายคนนี้



23:30 MRT: Jiantan(5สถานี:11 นาที)>Taipei Main Station ต่อ>Ximen (1 สถานี:3นาที) (20 NT) Exit 1
กลับโรงแรม (MRT: Ximen> Exit 1)
ก่อนเข้าโรงแรมแวะเดินเล่นที่ Ximen ร้านค้าปิดหมดแล้ว มีแม่ค้าหาบเห่มาตั้งกองขายบ้างเล็กน้อย และแผงเสี่ยงโชค เห็นคนเข้าไปขูดๆ เลขกัน ท่าทางคนไต้หวันจะนิสัยเหมือนคนไทย



แวะ 7-11 ก่อนเข้าโรงแรม ซื้อนมแอปเปิ้ล 1 กล่อง ราคา 28 NT ใช้ easy card จ่าย จะมีสลิปออกมาบอกว่าเหลือเงินใน easy card อยู่เท่าไร ค่านมเท่าไร (คนใน net แนะนำว่าอร่อย) สำหรับเราว่าพอใช้ แต่เรื่องกลิ่นนี่กินขาด แอ๊ปเปิ้ล แอปเปิล



วันที่ 2 วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม 2554 8:00-9:00 chinese & american breakfast ตั้งแต่ 7:30-11:30
มีอาหารไต้หวัน (ตักครั้งแรกอย่างละ 1 ช้อนเอามาแค่ชิมก่อน อันไหนอร่อยค่อยไปตักเพิ่มรอบ 2 นี่คือคำเตือน) แฮม ไส้กรอก (รสชาติไม่คุ้น) หมูหยองป่น (โรยบนข้าวต้ม very good ป่นได้ใจ) ขนมปังปิ้ง ข้าวต้ม (ข้าวญี่ปุ่น) ชา (รสชาติไม่คุ้น) กาแฟ น้ำเต้าหู้ (จืด แต่ก็ OK) น้ำส้ม (จืด ใส) ไข่ดาว (มีบางวัน) เวลาจะตักครั้งต่อๆ ไปให้ใช้จานชามใบเดิมอันนี้เป็นคำขอร้องของแม่ครัวจ้า เราเจออาหารเช้าแบบนี้มา 4 วัน คิดว่าถ้ามาพักที่นี่อีกจะซื้อปลาราดพริกกระป๋องกับหมูแผ่นจากเมืองไทยมาแจมด้วยถ้าจะดี





9:15 – 12:30 จิ่วเฟิ่น (Jioufen) 九份 (ปิด 17.30 น.) (MTR:Zhongxiao Fuxing>Exit 1>Bus สาย 319, 1062)
MTR:Ximen>Zhongxiao Fuxing (จงเฉ่าฟู่ฉิง) (16 NT) (4 สถานี:8นาที) Exit 1 ออกมาเดินตรงจะไปจะเจอร้าน GNC ป้ายรถเมล์จะอยู่หน้าร้าน Pacific Realtor ฝั่งตรงข้ามเป็นห้าง SOGO เขียว ยืนคอยที่ป้ายรถเมล์สาย 1062 รถเมล์จะมาจอดที่ป้ายให้สังเกตป้ายไฟที่หน้ารถบอกสายรถ ขึ้นไปแล้วใช้ easy card แตะ card ที่เครื่องหน้าคนขับ จะมีสัญลักษณ์ easy card อยู่ (ค่ารถ 90NT) (ใช้เวลาเดินทาง 1.30 ชม.)









เจอสาวน้อยน่ารัก



รถจะวิ่งออกจากไทเป เราจะได้ชมบ้านเมืองไต้หวันทั้งในเมืองและนอกเมือง พอใกล้ๆ จะถึงจะเป็นทางขึ้นเขา คดเลี้ยว มองเห็นทะเลอยู่เบื้องล่าง ทิวทัศน์สวยงาม จุดจอดรถเมล์เป็นทางลาดขึ้นเขา มองตรงไปจะเจอ 7-11 และถนนหักศอก ลงจากรถเมล์ให้แตะ easy card อีกครั้ง





ลงมาเดินชิดขวาไม่กี่ก้าวจะเจอ ศาลาสำหรับชมวิว ขึ้นไปชั้น 2 ชมวิวได้



เดินเลาะริมถนนมาสักพักขวามือจะเจอที่นั่งรอรถและห้องน้ำอยู่ด้านหลัง (แวะก่อนก็จะดี แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีห้องน้ำอีก เพราะจะมีให้เห็นบ้างเป็นระยะ)



เข้าซอยไปจะเป็นร้านค้าตลอด 2 ข้างทาง ต้นๆ ซอยด้านขวามือร้าน(ในภาพ) เราแวะกินบะหมี่เนื้อตุ๋น (คนใน net แนะนำว่า อร่อยมากกกกกกก) เข้าไปถึงเห็นหม้อเนื้อตุ๋น ชี้ไปที่หม้อพร้อมชู 2 นิ้ว ให้คนขายรู้ (เพราะภาษาอังกฤษไม่มีประโยชน์สำหรับที่นี่ ภาษากายเท่านั้นที่จะทำให้คุณไม่อด) แล้วก็เดินไปเลือกกับข้าวที่เขาตักไว้เป็นจานๆ มาอีก 2 จาน ๆ ละ 30 NT เลือกที่หน้าตาคุ้นเคย คือผักดอง กับยำหูหมู (หันหูหมูได้บางมากๆ) รสชาติพอได้ แต่บะหมี่เนื้อ ชามละ 90 NT กลิ่นเครื่องเทศแรง คาดว่าน่าจะเป็นโป๊ะกั๋ก ถามว่าอร่อยไหม สำหรับลิ้นเรานะคงไม่



น้ำชา (17 NT) ที่เราแวะซื้อที่ 7-11

ตลอดซอยมีของกินและของที่ระลึกขายมากมาย ร้านลูกชิ้นจะมีอยู่หลายร้าน





ร้านพู่กันจีน มีทุก Size








ร้านขายนกหวีด









สิงโตเชิด 200 NT เก๋ดี



















เหมือนบ้านเราเลย







ร้านน้ำชา คลาสสิกมาก







เดินตามทางตรงไปเรื่อยๆ จะไปพบจุดชมวิว





ร้านนี้วาดรูปแมวน่ารักมาก





มีโฮมสเตย์ด้วยนะ





Jioufen ในอดีตเป็นเหมืองแร่ทองคำ







โรตีใส่ไอติม+ถั่วตัด+ผักชี







ไส้กรอกหมูป่าอันละ 40 NT (มีคนใน Net บอกว่าอร่อย) แต่พอกินแล้วรู้สึกว่าเราคงกำลังโดนหลอกให้กินกุนเชียงที่ใส่โป๊ะกั๋กเยอะๆ เพราะหวาน มัน เลี่ยน เหม็นเครื่องเทศ กินแบบกล้ำกลืนเพราะเสียดายตังค์ คำสุดท้ายที่กินเข้าไปทำให้เราไม่กล้าชิมอะไรอีกเลย นึกแล้วยังขนลุกอยู่เลย ดังนั้นที่หลายๆ คนเขียนใน net แนะนำว่าโน่นอร่อยนี่อร่อย อยากจะบอกว่า “โปรดใช้วิจารณญาณ” ในการตัดสิน อย่าเชื่อทั้งหมดแบบเรา เพราะลิ้นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน



12:35-14:00 ก่อนกลับแวะซื้อน้ำส้มใน 7-11 อีกขวด 25 NT จ่ายด้วย easy card



ป้ายรถเมล์ขากลับ ให้ตั้งหลักที่หน้า 7-11 แล้วเดินข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามจะเป็นป้ายรถเมล์ (แต่ไม่มีป้าย) ให้ยืนรออยู่หน้าร้านกิ๊ปช้อป



สักพักก็จะมีรถเมล์ สาย 1062 มาจอด ตามธรรมเนียมขึ้นไปก็แตะ easy card (ค่ารถ 90NT) นั่งไปเรื่อยๆ รถจะขับวนไปจอดที่ป้ายรถเมล์หน้า Exit 1 ของสถานี Zhongxiao Fuxing ที่เรารอรถเมล์เมื่อเช้า



14:00-14:30 แวะเดินเล่นที่ Fuxing Sogo อาคารสีเขียว เดินเข้า Exit 1 ของสถานี Zhongxiao Fuxing ไปทะลุออก Exit 2 เข้าห้าง Sogo เดินเข้าไปชั้น B2 จะเป็นโซนขายอาหาร เจอเคาเตอร์ขาย Cake ของร้าน Sweets Hello Kitty (ซึ่งมีร้านอาหารอยู่ถนน Daan เลย Sogo ขาวไป) ได้แต่ถ่ายรูป ไม่กล้าซื้อเพราะจะไปช้อปปิ้งที่ตลาดผ้าต่อ















ชั้นเดียวกันนั้นใกล้ๆ กับทางไปห้องน้ำจะเป็นร้านติ่งไท่ฟง DIN TAI FUNG เสี่ยวหลงเปา เห็นคนรอคิวอยู่จำนวนมาก ที่หน้าร้านแสดงการห่อกันสดๆ ไม่ได้ชิมเพราะไม่มีเวลาคอย









14:30-15:00 Sun Yat Sen Memorial Hall 国立国父纪念馆 (MTR:Sun Yat Sen Memorial Hall >Exit4)
จาก MRT: Zhongxiao Fuxing>Sun Yat Sen Memorial Hall >Exit4 (16NT:2สถานี:3นาที) ออกจากสถานีจะเจอป้ายบอกทางอีก 90 เมตร อยู่ขวามือ ประตูที่เข้าจะเป็นประตูหลัง





เราเดินเลาะไปทางซ้ายไปเข้าประตูตะวันออก ซึ่งเดินเข้าไปจะเจอร้านขายของที่ระลึก เข้าไปภายในชั้น 1 เดินไปด้านหน้าจะรูปปั้น ดร.ซุนยัดเซ็นขนาดใหญ่ พอดีเวลาเป็นต้นชั่วโมงมีการเปลี่ยนเวร ซึ่งเขาจะเปลี่ยนทุกๆ ต้นชั่วโมง คนค่อนข้างเยอะ








ที่นี่เปิด 9.00-17.00 ชมฟรี สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ดร. ซุนยัดเซ็น ผู้ได้ชื่อว่า Father of Modern China ชั้น 2 ด้านตะวันออกมีห้อง History แสดงประวัติการสร้างที่นี่ ถัดไปอีกห้องเป็นห้องจัดนิทรรศการ ซึ่งวันนั้นเป็นการแสดงภาพเขียนสีน้ำสไตล์จีน ส่วนชั้น 2 ด้านตะวันตกเป็นห้องจัดนิทรรศการอีกเช่นกัน โดยรวมแล้วที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีอะไรให้ชมสักเท่าไร ส่วนใหญ่คนจะมาดูการเปลี่ยนเวรยามกัน









ขากลับเดินออกมา..... ที่เหลือหายไปไหน




15:30-17:30 Wufenpu อู๋เฟินผู่ ตลาดเสื้อผ้า (MTR: Houshanpi>Exit 1) (เปิดขาย 3 - 4 โมงเย็น ถึง 4 ทุ่ม) ให้ไปวันพุธถึงวันเสาร์ ก่อน 4 โมงเย็น (จันทน์กับวันศุกร์ ขายส่ง ) ออกจากสถานี.ให้เดินตรงไปจะเจอแยกใหญ่ (เป้าหมายคือร้าน Cosmed ป้ายร้านสีส้มแป๊ดๆ) ให้ข้ามถนนทางซ้ายมือ ข้ามไปแล้วเดินเลาะตึกไปเรื่อยๆ และไปข้ามถนนอีกครั้ง (ฝั่งตรงข้ามร้าน Cosmed) พอถึงหน้าร้านให้เดินเลาะตึกไปทางซ้าย เดินไปประมาณ 1 ช่วงตึกจะเจอซอยด้านขวามือ มองเข้าไปจะมีร้านขายเสื้อผ้า









นี่แหละคือ อู๋เฟินผู่ พื้นที่ค่อนข้างกว้าง จะมีทั้งโซนที่เหมือนประตูน้ำเน้นขายส่ง โซนที่เหมือนแพททินั่ม เสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์เกาหลี ทั้งของหญิงและชาย เสื้อผ้าราคาปกติราคาจะใกล้เคียงกับบ้านเรา แต่สำหรับเสื้อผ้าลดราคาจะถูกกว่าบ้านเรามาก เราถือ Concept ตัวละไม่เกิน 200 NT แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปที่ 100 NT บางร้านซื้อ 2 ชิ้นคละแบบลดให้อีก เลยได้เสื้อ กระโปรง ทั้งหมด 8 ชิ้น หมดไป 950 NT (โอเวอร์โค๊ทแบบ 200 NT, เสื้อสูทหนังเทียม 190 NT) ปกติเราซื้อเสื้อผ้าสไตล์เกาหลีที่แพททินั่ม 1000 บาท จะได้มา 3-4 ชิ้น ซื้อเสร็จก็ต้องหอบกันโรงแรมก่อนไปไหนต่อไม่ได้แล้ว







17:30-18.00 กลับโรงแรม MTR: Houshanpi> Ximen (24NT:9 สถานี:16นาที) Exit 1
18:00-20:00 Longshan Temple วัดหลงซาน (เปิด 5.00-22.00 น.) (MTR: Longshan Temple> Exit 1)
MTR:Ximen>Longshan Temple> Exit 1 (16NT:1สถานี:2นาที) ออกจากสถานีให้หันซ้าย (ประมาณกลับหลังหัน) เดินผ่านสวนสาธารณะ ตรงไปจะเห็นวัด (ใกล้นิดเดียว) โชคดีวันนี้เขามีจัดแสดงโคมไฟ























เซียมซีใหญ่มาก ใช้วิธีหยิบเลย







ภาพนี้เป็นภาพที่แปลกๆ ถ่ายรูปกลางคืนหลายสิบภาพ มีรูปนี้มีแสงเป็นดวงๆ จะว่าไอน้ำ ละอองฝนก็ไม่ใช่ เพราะภาพที่ถ่ายตอนมีละอองฝนก็ไม่เป็นแบบนี้







ก่อนออกจากวัดให้เดินไปประตูทางขวามือ จะมีร้านให้เช่าเครื่องราง ซึ่งคุณแม่ของน้องเอลลี่ (Bloggang) แนะนำว่า ”ศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะเอลลี่เจออุบัติเหตูตกลงมาจากที่สูง เเต่ไม่เป็นไรเลย” ที่สำคัญเป็นเครื่องรางที่ทำรูปแบบเหมือนของญี่ปุ่น หลายชิ้นทำด้วยผ้าน่ารัก เราเลยให้คนขายหยิบอันที่หมายถึง ความปลอดภัย (แบบถุงผ้า) และสุขภาพ (แบบเหรียญโลหะ)






Huaxi street night market ตลาดฮวาซื่อ (เปิดบ่าย 4 - 5 โมง) ออกมาวัดให้เลี้ยวขวา เดินสุดรั้ววัดจะเป็นสี่แยกให้ข้ามถนน ถนนฝั่งตรงข้ามจะเป็นถนนคนเดิน









เดินไปเรื่อยๆ ขวามือจะเป็น ตลาดฮวาซื่อ



ซอยนี้มีแต่ของแปลกๆ ร้านขายอาหารทำจากงู (ห้ามถ่ายรูปด้วย)





ร้านนี้ขายน้ำอะไรรู้เห็นลูกค้ายืนซดกันเป็นชามๆ แต่คนขายน่ารัก ยิ้มให้ด้วย



ถ้าเดินตรงไปเรื่อยๆ ด้านขวามือจะมีถนนที่ขายอาหารพื้นเมือง เราตกลงปลงใจเลือกร้านไก่ต้ม เนื่องจากแฟนเราชอบกินไก่ต้มมาก ไก่ต้มจานละ 60 NT อยากกินจานไหนชี้เลย เราเลือกแบบเนื้อล้วนๆ และสั่งผัดผักกาดเขียว 30 NT ผัดผักกาดขาว 30 NT ข้าวญี่ปุ่น 2 ถ้วยๆ ละ 10 NT แถมน้ำซุปให้ตักเองเลย รวมมื้อนี้ 140 NT ไก่อร่อยมากเนื้อแน่นเหมือนไก่บ้าน แต่ไม่เหนียว เขาสับไก่มาชิ้นหนาๆ ราดด้วยน้ำซอสที่มีกลิ่นของเหล้าจีน อร่อยมากมาย ไก่ตอนประตูน้ำชิดซ้าย ราคาถูกอีกต่างหาก ส่วนผัดผักค่อนข้างจีด แต่ก็ OK















อิ่มแล้วก็เดินเล่น ตลาดนี้สินค้าจะเหมือนตลาดนัดบ้านเรา สินค้าส่วนใหญ่ผลิตจากจีน เดินไปซักพัก เจอซุปเปอร์มาเก็ต เราเลยได้ขนมไปเป็นของฝากคนที่บ้าน ช็อกโกแลต เยลลี่ บ๊วยราคาไม่แพง คุณภาพดี รวมทั้งเกมๆ เหมือนงานวัดเลย







20:00-20.20 กลับโรงแรม MRT: Longshan Temple >Ximen (16NT:1 สถานี:2นาที) แวะซื้อชานมไข่มุกร้านดัง อยู่ฝั่งเดียวกับสถานีตำรวจและโรงแรม เมนูมีแต่ภาษาจีน ขอเมนูภาษาอังกฤษแต่ก็ไม่รู้ว่า ไข่มุก เขาเรียกว่าอะไร ได้แต่ชี้รูป มีให้เลือกระดับความหวานเป็น % เราเลือก 100% เลือกแบบใส่น้ำแข็ง แก้วกลาง 30 NT อร่อยดี ไข่มุกจะหนืบหนับ แน่นกว่าของไท่อี้ที่เมืองไทย ป.ล.พนักงานขายชายเหมือนหลุดมาจากนิตยสารเกาหลี หน้าตาดีมาก สาวๆ และหนุ่มๆ ที่นี่หน้าตาดีๆ เยอะ ตาสองชั้น จมูกโด่ง ผิวขาว สูงผอม เมื่อเทียบกับวัยรุ่นเกาหลี วัยรุ่นฮ่องกงและวัยรุ่นไทยแล้ว วัยรุ่นไต้หวันหน้าตาดีกว่า แบบไม่ศัลยกรรม สาวๆ ที่นี่ไม่ค่อยแต่งหน้า สวยแบบธรรมชาติ ไม่ค่อยอ้วนเพราะเขาไม่ค่อยกินหวาน กินเค็ม ผิดกับคนไทยที่กินรสจัด เลยอ้วนและเป็นโรคเยอะ ชาไข่มุกขนาดหวาน 100% ยังเท่ากับหวานปกติบ้านเรา







วันที่ 3 วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม 2554
9:20-12:00 Taipei Zoo (ปิดวันจันทร์ เปอด 9:00-22.00 น. เสาร์-อา.เปิด 8.30) (MRT: Taipei Zoo)
MRT: Ximen>Zhongxiao Fuxing (16 NT:4 สถานี:8นาที) ต่อสาย Zhonghe Line>Taipei Zoo (19NT:9สถานี:16นาที)







ถ้าจะเดินเข้าสวนสัตว์ออก Exit 2 ลงจากสถานีมาเลี้ยวขวา เดินตรงไป สวนสัตว์จะอยู่ด้านขวา ซื้อตั๋วเข้าสวนสัตว์ได้เลย จะเจอประตูหน้าของสวนสัตว์





แต่ถ้าจะไปนั่งกระเช้า Maokong Gondora ให้ออกจากสถานี MRT มาแล้วเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเรื่อยๆ





จะเจอแมวควักตัวยักษ์ อยากได้ไว้บ้านจัง



จะเจออาคาร(รูป) อยู่ด้านซ้ายมือ ให้เข้าช่องซื้อตั๋ว บอกเจ้าหน้าที่ว่าจะลงสถานีไหน
สถานี 1 Taipei Zoo Station (สูง 24.1 M) คือสถานีต้นทาง
สถานี 2 Taipei Zoo South Station (30NT:สูง 95.5 M) เข้าสวนสัตว์
สถานี 3 Zhinan Temple Station (40NT:สูง 264.3 M) 20 นาที มีวัดทั้งหมด 3 วัดเดินวนรอบก็จะกลับมายังสถานี
สถานี 4 Maokong Station (50NT:สูง 299.3 M) 4 กม



เราจะเข้าสวนสัตว์จึงเลือกสถานี Taipei Zoo (ใช้เวลานั่ง 10 นาที) ค่าตั๋วคนละ 30 NT ซื้อตั๋วเสร็จ แล้วเข้าไปในอาคาร ขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 4



กระเช้าจะมีที่เป็นแบบพื้นกระจกด้วยซึ่งราคาแพงกว่า แต่เราเลือกแบบปกติ เพราะมีบางคนกลัวความสูง







พอถึงสถานี Taipei Zoo South Station เดินลงมาแล้วก็ซื้อตั๋วค่าเข้าสวนสัตว์ 60 NT /คน เราจะได้ดูหมีแพนด้า โคล่า เพนวิน หมีสีน้ำตาล





พอซื้อตั๋วเสร็จยืนรอจะมีรถตู้มารับไปส่งภายในสวนสัตว์ฟรี



จากที่เราลงรถตู้ก็เดินตรงเข้าไป ด้านขวามือจะมีป้ายชี้ไปชมเพนวิน





ก่อนถึงเพนวินจะเจออาคารแสดงสัตว์เลื้อยคลานก่อน



สัตว์ตัวแรกที่เจอ คุ้นๆ นะ





ถึงแล้วเพนวิน กระจกขุ่นไปหน่อย







มีร้านขายของที่ระลึกเพนวินน่ารักมาก ราคารับได้ ซื้อพวงกุญแจมาหลายอันเลย



(ตูด) หมีสีน้ำตาล



เสร็จแล้วเราจะไปดูหมีแพนด้า เห็นป้ายชี้ทางเดินแล้วท้อแท้ กิโลกว่า เราเลยตัดสินใจเดินกลับไปที่รถตู้มาส่ง เพื่อขึ้นรถที่หน้าตาเหมือนรถไฟ ราคาคนละ 5 NT หยอดเงินเรียบร้อยก็เข้าแถว 1 จะได้นั่งหน้าสุด พอรถมาก็ขึ้น



รถจะพาไปส่งอีกสถานีหนึ่ง



พอถึงสถานีลงรถแล้วเขาจะบังคับให้เดินไปทางซ้าย ไปชมโคล่าก่อน



(ตูด) โคล่า



อยากเห็นหน้าให้ดูที่ป้าย



จากนั้นมองหาป้ายรูปหมีแพนด้า



เดินไปตามทางซักพัก



จะเจออาคารอยู่ทางซ้ายมือ เข้าไปดูหมีแพนด้าด้านใน







(ข้าง) แพนด้า ดีใจที่ไม่เห็นแต่ตูด



แวะไปดูร้านของที่ระลึกได้ของฝากเพิ่ม



พอดูหมีแพนด้าเสร็จก็เดินออกจากสวนสัตว์ (ให้ขอแผนที่สวนสัตว์ไว้ด้วยจะได้เดินออกถูกทาง) เราเดินกลับไปที่สถานี MRT



12:00-16:00 Danshui ตั้นสุ่ย (เปิด 9 โมงเช้า-6โมงเย็น) (MRT: Danshui)
จาก Taipei Main Station ขึ้น Danshui Line (สีแดง) > Danshui (18 สถานี) ใช้เวลาเดินทาง 45 นาที ออกจากช่องกั้นคนของ MRT ให้เลี้ยวซ้ายเดินออกมานอกอาคารจะ 7-11 อยู่ด้านขวา ด้านซ้ายเป็นลานโล่งๆ





แต่ถ้ามองตรงจะเห็นแม่น้ำ Danshui



ให้เดินตรงออกมาแล้วเลี้ยวขวาจะเห็นซอย ข้างร้าน Starbuck นั่นแหละถนนคนเดิน Danshui



ถนนสายนี้เต็มไปด้วยอาหาร สินค้า ของฝากมากมาย











น้ำอ้อย



น้ำมะเฟือง













เจ้าของร้าน





นอกจากถนนคนเดินเส้นนี้แล้ว ยังมีถนนช้อปปิ้งอีกเส้น ซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ให้ตั้งต้นที่ ช่องกั้นคนของสถานี MRT พอออกจากช่องกั้นให้เดินตรงออกมา มองด้านขวามือฝั่งตรงข้ามจะมีร้าน 7-11 อยู่ปากซอย ให้ข้ามถนนไปซอยนั้น



พอข้ามไปแล้วเราแวะกินข้าวที่ร้าน Yoshinoya (ซึ่งอยู่ด้านซ้ายเลยไปอีกแยกหนึ่ง) แต่ตรงปากซอย 7-11 ฝั่งซ้ายจะมีตรอกที่เดินทะลุไปได้



มื้อนี้สั่งอาหารชุดเนื้อ 1 ชุด 130 NT และข้าวหน้าเนื้อ 75 NT +สลัดและชามะนาว 1 แก้ว 24 NT รวม 229 NT อร่อยเพราะคุ้นเคยกว่าอาหารพื้นเมือง





พออิ่มแล้วก็เดินกลับไปที่ซอย 7-11 เดินเล่น ร้าน skinfood (ราคาพอๆ กับเมืองไทย มีร้านแฟชั่นอยู่หลายร้าน แต่เราเจอร้านกิ๊ปช็อปอยู่ฝั่งซ้ายมือ ของน่ารักเยอะมากได้มาหลายชิ้น ราคาถูกกว่าเมืองไทยเยอะ







16:00-16:40 กลับโรงแรม MRT: Danshui> Taipei Main Station>ต่อ Ximen (40NT:19สถานี:37นาที) Exit 1
17:00-20:00 ตลาดกลางคืน Ximenting (เปิด 13.00-21.00) MRT Ximen>Exit 6
ย่านวัยรุ่นที่มีสินค้ามากมายทั้งถูกและแพง ร้านเครื่องสำอาง ETUDE HOUSE, Skinfood, The Face Shop, ร้านรองเท้ากีฬา, อาหารการกินมากมาย



หมี่สไตล์โบราณ เปิดมาตั้งแต่ ปี 1975





อาหารเย็นวันนี้ที่ร้าน Sushi Express ซึ่งอยู่ตรงถนนหลักของ Ximen ฝั่งซ้ายมือ ร้านจะอยู่ชั้น 2 ให้สังเกตป้ายโฆษณาไว้ จะเป็นร้านซุซิสายพาน จานละ 30 NT น้ำชาร้อนๆ ฟรี 2 คน กินไป 15 จาน จ่ายไป 450 NT สมราคา คุณภาพวัตถุดิบดี ปลาดิบเนื้อหนา สด ปูอัดเนื้อแน่น เมนูหลากหลาย มีของหวานเป็นพุดดิ้ง คัสตาสก็มี



The Red Playhouse 紅樓劇場 (MRT Ximen>Exit 1) (เปิดอาทิตย์-พฤหัสบดี 11.00 am – 9.30 pm เสาร์ 11am – 10 pm ปิดวันจันทร์ ชมฟรี) ออกจาก Exit 1 มองตรงไปที่สถานีตำรวจจะเห็น The Red Playhouse อยู่ด้านซ้าย เป็นอาคารโรงละครโรงหนังเก่าทรงแปดโชว์อิฐสร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ. 1908 อายุกว่าร้อยปี ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรม ของเก่า และร้านขายของที่ระลึก ถ่ายรูปได้ ส่วนชั้นล่างร้านกาแฟ











ก่อนกลับไปนอนแวะ 7-11 ซื้อขนมมา 1 ชิ้น 25 NT เนื้อขนมเป็นขนมปังที่เกือบจะเหมือนเค้ก นุ่มๆ นิ่มๆ ครีมน้อย



วันที่ 4 วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2554
9:30 - 11:00 The National Chiang Kai-Shek Memorial Hall (CKS) 國立中正紀念堂 (MRT: CKS> Exit 5)
จาก MRT: Ximen>สาย Xiaonanmen>CKS Memorial Hall (16 NT: 1สถานี:4นาที)>Exit 5 ออกจากสถานีเลี้ยวขวาเข้าประตูไปจะเจอเลย ประตูนี้เป็นด้านหลัง (เปิด 9.00-17.00 น. ชมฟรี) จะมีอาคารทรงเก๋งจีนอยู่ 2 หลัง และมีอาคารสีขาวหลังคาสีน้ำเงินที่สร้างเพื่อระลึกถึง ประธานาธิบดี เจียง ไค เช็ค





























11:00 – 12:00 National Taiwan Museum และ ร้านเครื่องสำอาง Moli (MRT: NTU Houpital> Exit 4)
จาก MRT: CKS Memorial Hall> NTU Houpital (16NT:1สถานี:3นาที) Exit 4 ออกมาเลี้ยวซ้าย



เจอสวนสาธารณะเดินตรงไปจะเจอ







พิพิธภัณฑ์ไต้หวัน (National Taiwan Museum) ค่าเข้าคนละ 20 NT (คนละแห่งกับพิพิธภัณฑ์กู้กงซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด) แต่เราไม่ได้เข้าไป



จากหน้าพิพิธภัณฑ์ไต้หวันไป ร้าน Moli (เช็คราคาของในเว็บ //www.moli.tw/) ให้เดินไปยืนหน้าพิพิธภัณฑ์หันหน้าออกไปทางถนนจะเป็น 3 แยก ให้ข้ามถนน (ด้านขวามือ)



แล้วเดินตรงไป เจอร้าน Yoshinoya อยู่ขวามือ



ให้ข้ามถนนไปเดินอีกฝั่งหนึ่ง (ฝั่งซ้าย) เจอแยกแรกให้มองไปฝั่งตรงข้ามด้านซ้ายจะเห็นป้ายร้านสีส้มๆ





น้ำหอมถูกกว่าที่สนามบิน แต่ไม่ได้ซื้อสักขวด ได้แต่ของที่เขาฝากซื้อ

12:00 - 14:00 ร้านกิ๊ปช็อปใกล้โรงแรม City Inn II (เหตุที่มาเพราะมีคนใน net มาพักที่โรงแรมนี้แล้วแนะนำว่ามีร้าน kitty และสินค้ากิ๊ปช็อปเยอะย่านนี้ เราจึงมาแต่ไม่ได้อะไรเลย สินค้า kitty ราคาพอๆ กับบ้านเรา เอาเป็นว่าขอแนะนำวิธีเดินทางมาโรงแรม City Inn II แทนแล้วกัน)
MTR: Taipai Main Station> Exit M1 (สถานีนี้ค่อนข้างสับสนเพราะมีการคมนาคมหลายแบบมาอยู่รวมกันที่นี่) มองหาป้าย M1





แล้วเดินไปตามทาง ขึ้นไปจะเจออาคาร Taipai Main Station อยู่ด้านซ้าย



ให้เดินตรงไปจะเห็นสะพานลอย



ให้มองไปทางซ้ายมือจะเห็นป้าย Mc Donald อยู่ริบๆ ให้เดินไปหาร้าน Mc



เดินไปเรื่อยๆ ก่อนถึงร้าน Mc เราเจอร้านเกี๊ยวซ่า เลยแวะรองท้องกันก่อน





สั่งเกี๊ยวซ่ามา 10 ชิ้นๆละ 5 NT จานนี้ 50 NT อร่อยมากมาย แป้งบางมาก ไส้อร่อย









สั่งอุด้งเนื้อเปื่อยมาอีกชาม 100 NT (ใช้วิธีชี้รูปเอา) อร่อย กลิ่นเครื่องเทศกำลังพอดี อร่อยกว่าที่จิ่วเฟิ่นเยอะเลย ชามใหญ่มาก



สั่งน้ำมาลองอย่างละแก้ว แก้วสีขาวรูปหัวไชเท้า ไม่รู้น้ำอะไร กินแล้วก็บอกไม่ถูก เหมือนกระเจี๊ยบใส่เครื่องเทศ เลยต้องทิ้ง ส่วนแก้วสีส้มอ่อนๆ เป็นน้ำเต้าหู้เย็น แก้วละ 15 NT รวมมื้อนี้ 180 NT (มีร้านเกี๊ยวซ่ายี่ห้อนี้มีสาขาที่ Ximen ด้วย ซอยอยู่ทางด้านซ้ายของถนนคนเดินที่เป็นถนนหลัก)




 

Create Date : 30 มีนาคม 2554   
Last Update : 23 เมษายน 2554 20:58:11 น.   
Counter : 13368 Pageviews.  

นมัสการพระ 9

อำลาปี 2553 นมัสการพระ 9 วันในกรุงเทพฯ แบบตามใจฉัน
1. วัดหลวงพ่อโบสถ์น้อย บางกอกน้อย




2. วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร บางกอกน้อย






3. วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร บางกอกใหญ่








4. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร บางกอกใหญ่






5. วัดสุทัศนเทพวราราม ย่านเสาชิงช้า






6. วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ย่านถนนตะนาว










7. วัดตรีทศเทพ ย่านถนนดินสอ



ภาพนี้ถ่ายมาโดยที่ไม่ทราบว่าเขาห้ามถ่าย เพราะภายในเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วาดโดยอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต แต่ขออนุญาต ณ ที่นี้ลงภาพนี้เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้เข้าไปชมกัน เพราะเขาเพิ่งเปิดให้เข้าไปไหว้พระเมื่อประมาณวันที่ 22 ธันวาที่ผ่านมานี้เอง
ทั้งหมด 9 วัดที่ไปมา วัดนี้สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อยที่สุด


8. วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร ย่านข้าวสาร






9.วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ย่านท่าพระจันทร์








เข้าวัดไหว้พระแล้วจิตใจสบายแจ่มใส




 

Create Date : 01 มกราคม 2554   
Last Update : 1 มกราคม 2554 10:27:37 น.   
Counter : 1010 Pageviews.  

Fino in ปากเซ

ทริปนี้พิเศษไปกับคาราวาน ยามาฮ่า ฟีโน่ ตะลุยในแองกาล่า(เอเชีย) เมื่อ 5-9 พ.ย.53
ซึ่งคาราวานนี้มีแต่ผู้สื่อข่าวสายรถยนต์ พวกเราเริ่มเดินทางด้วยรถทัวร์จากกรุงเทพฯ
ตอน 3 ทุ่ม ไปถึงสถานีขนส่ง จ.อุบลฯ ตอน 6 โมงเช้า
มีรถมารับเพื่อไปรับมอเตอร์ไซต์ Fino ที่กิจตรงยามาฮ่า

จากนั้นก็บิดไปทานมื้อเช้าที่ร้านดาว จ.อุบล

อร่อยมากมายกับก๋วยจั๊บญวณและไข่กะทะ

ขอบคุณพี่หน่อง กาแฟดาวสำหรับอาหารมื้ออร่อย
อิ่มกันแล้วก็บิดจากอ.เมือง อุบลฯ ไปยังด่านชายแดนช่องเม็ก อ.สิรินธร
ที่ห่างจากตัวเมืองอุบลประมาณ 90 กิโลเมตร เพื่อมุ่งสู่แขวงจำปาสัก
สปป.ลาว ถึงด่านก็ต้องทำเรื่องข้ามแดนกัน ใช้เวลาพอสมควรเลย
พวกเราเดินทางเข้าลาวเกือบๆ เที่ยง จึงฝากท้องกันที่ Duty Free ช่องเม็ก ลาว

อาหารเวียดนามที่นี่อร่อยมาก ผักสด หวานอร่อย

เสร็จสรรพก็ม่งหน้าสู่ปากเซ โรงแรมจำปาสักแกรนด์ที่อยู่ติดริมน้ำโขง
เพิ่งเปิดเมื่อกุมภาพันธ์ 2552


เก็บสัมภาระเรียบร้อยก็ไปไหว้พระกันที่วัดหลวง ซึ่งวัดเก่าแก่คู่นครจำปาสัก
สร้างขึ้นปี 2478 เป็นที่สถานที่เก็บอัฐิของเจ้าเมืองราชวงศ์สายจำปาสักหลายพระองค์

มีสำนักเรียนปริยัติธรรมของพระสงฆ์ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนของพระ
เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น อยู่ติดกับแม่น้ำเซโดน(เป็นแม่น้ำที่แยกมาจากแม่โขง)

ด้านหลังวัดติดสะพานเหล็กฝรั่งเศส

จากนั้นไปที่วัดจอมเพชร ไหว้พระขอพร



ตอนค่ำพวกเราไปทานข้าวเย็นกันริมโขงที่ร้านแพเรือนคำฟอง
อากาศริมโขงเย็นสบาย หนาวเล็กน้อย มืดมากจึงไม่ได้ถ่ายภาพมาฝาก

วันที่สอง เราตื่นแต่เช้าเดินจากโรงแรมไปตลาดดาวเฮืองหรือคนไทยเรียก
ดาวเรือง ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม ตลาดใหญ่มีขายทุกอย่างทั้งของสด
อาหารสำเร็จ เสื้อผ้า เครื่องเงิน ของใช้ทุกอย่าง



บาเก็ต อนุสรณ์การล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส

เดินเข้าไปลึกๆ ในตลาดก็จะเจอศูนย์อาหาร เราเลยไปสอยปอเปี๊ยสดกับ
ปอเปี๊ยทอดมาเสริมกับมื้อเช้าที่โรงแรม

ฝั่งตรงข้ามโรงแรมเป็นบ้านหลังใหม่ (ใหญ่กว่าโรงแรมที่เราพัก 2 เท่า)
ของคุณดาวเรือง เจ้าของตลาดดาวเรือง และเจ้าของกิจการต่างๆ มากมาย
ในลาว กาแฟดาว และสินค้ายี่ห้อ "ดาว" ทั้งหลาย และทริปนี้ของเราก็ต้อง
ขอขอบคุณ พี่เล็ก ไกด์กิตติมศักดิ์จากกาแฟดาว ที่ช่วยเหลือพวกเราทุกอย่าง

อิ่มหนำกันแล้วก็ออกเดินทางสู่เป้าหมายาของทริปนี้ น้ำตกคอนพะเพ็ง
ระยะทางไกลพอสมควรเลย 156 กม. จากปากเซ บิดกันมันส์จริงๆ

เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดจนได้รับขนานนามว่า ไนแองการ่าแห่งเอเชีย
กระแสน้ำไหลแรงมีโขดหินแหลม มีศาลาจุดชมวิว



ปลาตัวใหญ่ที่เขาจับมาทำอาหารขาย

เมื่อเห็นวัตถุดิบ เราจึงต้องตามไปชิม ในบริเวณน้ำตกมีร้านอาหารหลายร้าน
แต่พี่เล็กแนะนำร้านนี้ พร้อมตำส้มตำให้พวกเราชิมอีกหลายครก อร่อยมาก

โดยเฉพาะไก่ทอด เป็นไก่บ้าน เหนียวนิดๆ อร่อยเลยสั่งไปหลายจาน

ไปต่อกันที่วัดพู ซึ่งต้องลงแพข้ามแม่โขงไปกลับ ทางเข้าวัดพูไม่ค่อยดี
หลุม บ่อเยอะทีเดียว ระหว่างเส้นทางเป็นตัวเมืองจำปาสักเก่ามีตึกโบราณ
สไตล์โคโลเนียลให้เห็นหลายหลัง รวมทั้งวังของเจ้าราชดนัย (บิดาของเจ้าบุญอุ้ม
เจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้าย) ขี่มอเตอร์ไซต์เลยไม่ได้ถ่ายรูปมา

ปราสาทวัดพูได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนจากองค์การ UNESCO เมื่อ
25 ธันวาคม 2545 เป็นมรดกโลกแห่งที่สองของลาวนับจากหลวงพระบาง
ตั้งอยู่บนเนินเขาภูควาย เป็นปราสาทขอมตามศาสนาพราหมณ์ที่อยู่บนเขา
สูง แต่เมื่อพุทธศาสนาเข้ามาในลาว ปราสาทนี้จึงกลายเป็นวัด ศิลปะเหมือน
กับอังกอร์วัดของเขมร แต่ปราสาทนี้สร้างขึ้นก่อน หน้าเขาเป็นบารายหรือ
อ่างน้ำขนาดใหญ่



ทางเดินจะมีเสานาง เป็นทิวแถว

ทางขึ้นค่อนข้างชันและสูงมาก กว่าจะถึงข้างบนได้ เหงื่อออกเหมือนอาบน้ำ
เลย คนลาวที่ไปเที่ยวให้กำลังใจระหว่างทางว่า ได้บุญ

ถึงแล้ว

พวกเราลงจากเขาก็ 6 โมงเย็นแล้ว ไปข้ามแพขนานยนต์ซึ่งต้องรอรถคันสุด
ท้ายที่วัดพูหลังเรา เลยเป็นโอกาสดีที่ทำให้เราได้ชมดาวเต็มท้องฟ้า
กลางมหานทีศรีพันดอน อากาศเย็นๆ ดาวระยิบระยับ สวยงามจริงๆ
จากนั้นเรามุ่งหน้าเข้าปากเซ เป้าหมายคือ เฝอ ถ้าภาษาไทยก็คือก๋วยเตี๋ยว

มาซะชามใหญ่เลย เสริ์ฟมาพร้อมพักสดและน้ำจิ้มกะปิที่รสชาติเหมือน
น้ำพริกกะปิบ้านเราแต่ออกหวาน

พอคณะเราบริโภคกันเต็มคาบแล้วก็มุ่งหน้าสู่ที่พักบนภูเทวดา โรงแรมภูเทวดา
ยิ่งขับขึ้นไปยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ ถึงโรงแรมก็มืดสนิท แต่หนาวกำลังดี

วันที่สาม ตื่นมาสัมผัสความหนาว ชมทิวทัศน์



พร้อมอาหารเช้าง่ายๆ เสียดายข้าวต้มหมดเลยอดชิม



ออกจากโรงแรมสู่น้ำตกตาดเยือนที่สวยงาม แต่ไม่ได้ถ่ายรูปน้ำตกมา
เพราะละอองน้ำฟุ้งกระจายมาก กลัวกล้องเสีย มีแต่ภาพลำธาร

ชมน้ำตกเสร็จเราก็ออกมากินเก้งแดดเดียวที่ร้านหน้าน้ำตก 6 พวง 100 บาท
ทอดให้เสร็จ เนื้อแดดเดียวก็ราคาเท่ากัน





ระหว่างเดินทางพี่เล็ก เล่าให้เราฟังว่า ภูเทวดา นี้เป็นแหล่งปลูกกาแฟ และ
ขา เรียกว่าที่ราบสูง บอละเวน สูงจากระดับน้ำทะเล 1200 เมตร ดินเป็นดิน
ภูเขาไฟที่อุดมสมบูรณ์ ต้นกาแฟจึงขึ้นเต็มไปหมด เช่นต้นนี้ขึ้นเองแถว
น้ำตก สูงกว่า 2 เมตรได้

ชาวบ้านจึงปลูกกาแฟกันเป็นหลักและขายให้โรงงานกาแฟดาว ซึ่งเราจะไป
ชมกัน แต่แวะชมไร่ชาของคุณลุงกับป้า ที่ทั้งสองคนทำเองทุกขั้นตอน เป็น
อุตสาหกรรมในครอบครัว



ลุงเป็น presentor ส่วนป้าเป็น sale แต่คนเสื้อส้มคือ พี่สร จากลาวโตโยต้า
ไกด์กิตติมศักดิ์อีกคนของเรา ที่ต้องกล่าวคำ ขอบใจหลาย


จุดหมายสำคัญของเรา โรงงานผลิตกาแฟดาว เนื้อที่ 400 กว่าไร่ แต่เต็มไป
ด้วยกาแฟที่ตากเต็มไปหมด



จากเม็ดกาแฟดิบกลายเป็นเม็ดกาแฟบรรจุถุงสวยงาม

ผู้จัดการโรงงานออกมาต้อนรับพวกเรา และให้ความรู้มากมายเกี่ยวกับกาแฟ ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นช่วงที่ผลผลิตกาแฟดีที่สุดจึงมีตาก
กาแฟกันเต็มไปหมด เมล็ดกาแฟเหล่านี้รับซื้อมาจากชาวบ้าน จากเมล็ดดิบ
5 กก.ผ่านการตากก็จะเหลือ 4 กก. และเข้าสู่กระบวนการการผลิตต่อไป
การปลูกกาแฟของชาวบ้านจะไม่ใช้สารเคมี และดาวกาแฟจะไม่แต่งสี
แต่งกลิ่น หรือแต่งรสหรือผสมส่วนอื่นๆ ลงไปในกาแฟเหมือนกาแฟหลายๆ
ยี่ห้อที่ดื่มกัน กาแฟดาวจึงเป็นกาแฟแท้ที่มีรสเปรี้ยวของกาแฟนิดๆ ผลผลิต
ของที่นี่ส่งออก 40%

นอกจากกาแฟแล้ว ดาว ยังมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากมาย อาทิ ผลไม้อบกรอบ


ซึ่งประวัติความเป็นมาของสินค้าตัวนี้ทำให้ คนไทย สะอึก ด้วยว่า พ่อค้าคน
ไทยคนหนึ่งเข้ามาหลอกให้คนลาวปลูกกล้วยและจะรับซื้อ พอเขาปลูกแล้ว
ไม่รับซื้อทำให้กล้วยล้นตลาดจนรัฐบาลลาวต้องมาปรึกษากับคุณดาวเรืองให้
ช่วย คุณดาวเรืองจึงทำโรงงานอบแห้ง ที่แรกไม่ได้ใส่ยี่ห้อ คนซื้อก็คิดว่า
เป็นสินค้าฝากขาย ทำให้ขายไม่ค่อยได้ แต่พอใส่ถุงสวยๆ และตีตราดาวก็
ขายดิบขายดี เราในฐานะคนไทยคนหนึ่งรู้สึกเสียใจกับการกระทำของพ่อค้า
ไทยจริงๆ นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกมากมายทั้งครีมเทียม น้ำตาลทราย โกโก้ นมผง
น้ำดื่ม น้ำชา ฯลฯ ขอขอบใจเจ้าหน้าที่ทุกคนของดาวกาแฟหลายๆ
พอเยี่ยมชมโรงงานเสร็จเราก็มุ่งหน้าสู่ปากเซ ทานข้าวกลางวันฝืมือแม่ค้า
ไทยที่มาทำมาหากินในลาวที่ร้านนี้กับเมนูง่ายๆ



เก็บมาฝาก กับภาษาน่ารักของลาว

จากนั้นเราก็กลับไปยัง Duty Free ช้อปปิ้งกาแฟดาวและขนมติดมือกับบ้าน
และก้าวเท้ากลับบ้านเกิด

จากด่านช่องเม็กเราบิดกลับไปยังกิจตรงยามาฮ่า จ.อุบลฯ ซึ่งให้การต้อนรับ
พวกเราอย่างดีเยี่ยมจริงๆ และเฮียก็ยังเลี้ยงอาหารเย็นส่งท้ายพวกเราอีก
ด้วย ขอบคุณมากๆ ที่ร้านนี้เลย อร่อยทุกอย่าง แต่ด้วยเรากลัวตกรถไฟจึงจ่ำกันไม่ยั้ง แล้วก็จุก







พวกเราเดินทางกลับกรุงเทพฯ ด้วยรถไฟ ตู้นอนพิเศษ JR ซึ่งเพิ่งซื้อมือสอง
มาจากญี่ปุ่น นอนสบาย หลับยาว 11 ชั่วโมง ถึงกรุงเทพฯ 6 โมงเช้า



จบทริปนี้ด้วยสวัสดิภาพ ขอบคุณพี่ตู่ พี่เจี๊ยบ พี่โจ้ ที่จัดทริปดีๆ ทริปนี้




 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2553   
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2553 20:08:00 น.   
Counter : 6053 Pageviews.  

ทัวร์มาเลเซีย-สิงคโปร์

สงกรานต์ปี 51 ซื้อแพกเกจทัวร์มาเลเซีย-สิงคโปร์ ไปกับครอบครัว
จากสุวรรณภูมินั่งแอร์เอเชียไปลงที่ปีนัง จากนั้นนั่งรถบัสไปแวะกินอาหารเที่ยง และขึ้นเขาไปคาเมรอน











คาเมรอนเป็นเขาที่สูง ขึ้นไปข้างบนอากาศหนาวมาก ที่นี่จึงปลูกผลไม้เมืองหนาว ที่ขึ้นชื่ออย่างสตอเบอรี่ และผักเมืองหวาน



มื้อค่ำเราได้กินสุกี้ ผักสดๆ หวานมากๆ อร่อย อากาศหนาวๆ ได้กินร้อนๆ
แล้วก็ไปเดินเล่นที่ตลาดนัดยามค่ำ









จากนั้นก็เข้าพักที่โรงแรมบนยอดเขาคาเมรอน



เช้าวันที่ 2 ก็ลงมาลุยกับอาหารเช้า









อิ่มแล้วก็ออกมาชมบรรยากาศรอบๆ โรงแรม





ปะป๋ากับมาม๊า




ออกจากโรงแรมมาแวะชมไร่ใบชา







ลงจากเขาก็ขึ้นเขาต่อ เขาต่อไปเป็นเกนติ้ง



โรงแรม First World บนเกนติ้ง อากาศบนนี้หนาวสุดๆ ห้องพักไม่ค่อยดี



เคยมาเกนเติ้งเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีแค่ตึกเดียว มีคาสิโนเล็กๆ ไม่มีสวนสนุก อากาศหนาวๆ ดอกไม้เมืองหนาวสวยงาม แต่มาครั้งนี้ ไม่ชอบเลย มีแต่คาสิโน ห้างสรรพสินค้า คนไทยเดินกันเต็มไปหมด สวนสนุก และนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะมาเกนติ้ง (Bad)

วันที่ 3 ลงจากเกนติ้ง ไปแวะชมเมืองหลวงใหม่ของมาเลเซีย











ตึกปิโตนัท ข้างในเป็นห้างสรรพสินค้าหรู เข้าไปถึงเลี้ยวเข้าห้องน้ำทันที โดนไป 20 หรือ 30 บาท นี่แหละจำราคาไม่ได้ ค่าเข้าห้องน้ำ แต่ห้องน้ำหรูหรามากๆ พอเดินขึ้นไปชั้นบนมีห้องน้ำให้เข้าฟรี T-T น้ำตาริน



คืนนั้นพักที่รีสอร์ท ซาโมซ่า ตอนกลางคืนมีการแสดงโชว์ ไม่ค่อยดีเท่าไร เหมือนงบยังไม่ถึง


วันที่ 4
บรรยากาศที่รีสอร์ท ซาโมซ่า




จากนั้นนั่งรถมุ่งหน้าสู่สิงคโปร์ ระหว่างทางก็แวะไปเรื่อยๆ









ถึงสิงคโปร์ก็นั่งกระเช้าข้ามไปเกาะเซนโตซ่า







ครอบครัวสุขสันต์



นี่แหละฟู้ดคอร์ทบนเกาะเซนโตซ่า



ได้กินข้าวมันไก่ที่อร่อยมากๆ ข้าวกลมกล่อม ไก่เนื้อนิ่มชุ่มช่ำไม่แห้ง อร่อยสุดยอด ถ้าได้น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวพริกขี้หนูขิงสับเมืองไทยล่ะก็ เอาไข่ปลาคาร์เวียมาแลกก็ไม่ยอม อยากกินอีกจัง



ห้องน้ำ เก๋ดี



ร้านนี้โครงสร้างสถาปัตย์สวย



หาดเทียมของเกาะเซนโตซ่า



สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างบนเกาะนี้คือ โชว์แสงสีม่านน้ำตอนกลางคืน ดีมากๆ ถ้าใครมาแล้วไม่ได้ดู เสียดายจริงๆ ทำได้สมจริงสมจังมากๆ

พอเลิกจากโชว์ก็ดึก มุ่งหน้าข้ามเกาะกลับไปโรงแรมใกล้ๆ สนามบิน

วันที่ 5 สุดท้ายของทริปนี้

วิวถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาด









ไปต่อกันที่ China Town





พระในบ้านเราเอง (ยิ้มแก้มปรีเชียว)





ไปเดินเล่นต่อที่ถนนออชาร์ด ช้อปได้แต่ช็อกโกแลต ตกเย็นก็มุ่งหน้าสู่สนามบิน ไปช้อปต่อที่สนามบิน ทีนี้ได้กันมาเพียบทั้งรองเท้า แว่นตา เสื้อ ขนม ทริปนี้ทำให้เราเข็ดขยาดกับการซื้อทัวร์ นี่ขนาดซื้อมาคนละ 20,000 บาท ก็ยังมีบางอย่างที่เราไม่ค่อยชอบใจ อย่าง พาเราไปฟันตามร้านขายของต่างๆ ที่เปิดมาเพื่อคนทัวร์โดยเฉพาะ ของก็ไม่ค่อยมีคุณภาพ ราคาก็แพง แต่เราไม่ซื้อหลอก ลงไปเดินวนแล้วก็ขึ้นรถต่อ และทริปนี้แหละที่เป็นสาเหตุให้เราไม่อยากซื้อทัวร์อีก เบื่อไกด์ที่มักแปลงร่างเป็นพนักงานขาย รวมทั้งคนขับรถก็เป็นพนักงานขายอีกคน เซ็งมาก เห็นเราเป็นอะไร ขายอยู่ได้ (บ่นเป็นคนแก่อีกแล้ว)




 

Create Date : 04 มกราคม 2553   
Last Update : 4 มกราคม 2553 22:32:59 น.   
Counter : 1552 Pageviews.  

1  2  

fiatpu
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add fiatpu's blog to your web]