My Run : Bangkok Marathon 2014
เปิดบันทึกการเข้าสู่วงการวิ่งมาราธอน  

เรื่องมันมีอยู่ว่า ... 

ปีค.ศ.2014 มีการเปลี่ยนแปลงภายในโครงสร้างองค์กร เราเริ่มรู้สึกว่า ไม่ไหวแล้ว
วิธีการบริหารงาน วิธีการจัดการกับ "ทรัพยกรมนุษย์" ในบริษัท เรา ...รับ
"ไม่ได้" ... ก็ตัดสินใจยืนใบลาออก
แต่ก็ถูก HR และพี่สาวยับยั้งไว้ ...ให้ชะลอเวลาจนถึงสิิ้นปี 
ปฏิบัติตามคำแนะนำ โดยทิ้งใบลาออกไว้ที่ HR ยังไม่ลงวันที่ 

ราวเดือนตุลาคม (หรือก่อนหน้านั้น ...จำไมไ่ด้แล้ว)  รุ่นน้องที่ลาออกไปแล้ว ทักมา
ชวนให้ไป
"วิ่งมาราธอน" เป็นเพื่อนกัน 

คำเชิญชวนอยู่ตรงที่ว่า 
"พี่...งานกรุงเทพมาราธอน เลยนะ"
"พี่ ได้วิ่งบนสะพานปิ่นเกล้ากับพระรามแปดเลยนะ"
"พี่ ไปถ่ายรูปให้หนูหน่อย" 

น้องสาวที่บ้าน ก็อยากไปด้วย ....จึงตกลง สมัครวิ่งรายการนี้ ...
ตั้งเป้าในใจไว้ว่า  
"ถ้าวิ่งได้จบ ... ฉันจะยืนยันการลาออก" 

เลือกระยะทาง 10 กิโลเมตร เพราะเป็นระยะที่จะได้ข้าม 2 สะพานอย่างที่ตั้งใจกัน
โดยไม่รู้หรอกว่า ไอ้การวิ่งมาราธอนเนี่ย เขามีกฎเกณฑ์ยังไง  

วันรับอุปกรณ์ ...ก็ไปรับ race kit ของงาน มีกระเป๋า มีเบอร์วิ่ง มีเสื้อของงาน และมี "เหรียญ" มาพร้อม 
ยังคิดกันว่า  งานวิ่ง เขาแจกเหรียญล่วงหน้าเลยเหรอ .... มารู้ทีหลังจากการเข้ากลุ่มนักวิ่ง ว่า ...มันเป็นเรื่อง "ไม่ปกติ" 

ปล่อยตัวระยะ 10  กิโลเมตร เวลา  6.15  น. 





นักวิ่งระยะมินิมาราธอน จำนวนกว่า 14,000 คน เราก็คือหนึงในจำนวนคนมหาศาลนั้น



พอเสียงสัญญาณปล่อยตัวดังขึ้น ...พวกแนวหน้าก็วิ่ง พวกแนวหลัง อย่างเรา ก็ค่อยๆ เดินตามไป 
ใช้เวลาเกือบ 8 นาทีถึงจะพ้นเส้น Start  แล้วจึงได้วิ่ง 



พอถึงเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ก็หยุดถ่ายรูปกันซะหน่อย .... 
ไม่ใช่อะไรหรอ เริ่มหอบแล้ว ...ก็ไม่เคยซ้อมวิ่งมาก่อนเลย 
เราวิ่งสลับเดิน แซงคนตรงหน้าขึ้นไป เท่าที่จะทำได้ 
ไม่สามารถวิ่งเร็วๆ แบบนักวิ่งบนลู่ได้เลย เพราะคนเยอะมาก 



แล้วในที่สุดก็เข้าเส้นทางมุ่งหน้าสะพานพระรามแปด แสงแดดเริ่มแผดกล้าขึ้นเรื่อยๆ 
วิ่งไป หยุดซับเหงื่อไป  มีจุดให้น้ำ ก็แวะทุกจุด ไม่ได้คิดเรื่องทำเวลาใดๆ 
ที่ข้อมือ ยังเป็นนาฬิกาบอกเวลาธรรมดาๆ  



ได้ถ่ายรูปบนสะพานพระรามแปด ก็ถือว่า
Mission Complete แล้ว 
ผลัดกันถ่ายรูปกับน้องสาว ....ส่วนน้องคนที่ชวน หายไปทางไหน ไม่เห็นแล้ว 
ท่ามกลางคนมากมาย ....เรากับน้องก็พลัดพรากจากกันหลังจากถ่ายรูปนี้แล้ว 

มุ่งหน้า วิ่งตามหลังคนอื่นต่อไป เพราะในหัวเริ่มเบลอ จำเส้นทางไม่ได้แล้ว 
จากวิ่งสลับเดิน  กลายเป็นเดินสลับวิ่ง  แล้วก็กลายเป็นเดินเร็วๆ  
คล้ายซอมบี้เข้าไปทุกที 



มองตรงไปเห็นกำแพงพระบรมพระมหาราชวัง  ...ใกล้จะถึงแล้ว ขอเร่งฝีเท้าช่วงท้าย
จำได้ว่า มุมนี้ มีช่างภาพเป็นระยะ ที่ส่งเรียกบอกว่า อีกนิดเดียว ใกล้ถึงแล้ว ยิ้มหน่อย 



แล้วเราก็ผ่านเส้น Finisher ก่อนเวลาเคารพธงชาติ  
มองไปรอบตัว สีหน้านักวิ่งที่วิ่งจบ ล้วนแต่สดใส แม้จะมีเหงื่อซึม 
มันคือความภูมิใจในความสำเร็จเฉพาะตัวจริงๆ นะ  
ถึงตอนนี้ เหรียญที่พกมา พร้อมหยิบมาถ่ายรูปด้วยความภาคภูมิใจกันแล้ว 






รวมตัวกันครบ สลับกันถ่ายรูป อย่างยิ้มแย้ม  ไปรับอาหารหลังวิ่ง ซึ่งก็มีเพียงแค่นม ขนมปัง และผลไม้ แล้วแยกย้ายกันไป บ้านใครบ้านมัน 

หลังวันวิ่ง ก็เข้าเวปดูสถิติ 



อ่านผลได้ว่า เป็นนักวิ่งระยะมินิมาราธอนลำดับที่ 7113  
แบ่งตามเพศเป็นอันดับที่ 2566 จากเพศหญิง 3517 
ใช้เวลารวมทั้งสิ้น 1  ชั่วโมง 41 นาที 6 วินาทิ 
จับเวลาจาก check point เท่ากับจบในระยะเวลา 1 ชั่วโมง 32 นาที 9 วินาที 
ความเร็วเฉลี่ยคือ เพซ 9.13 

ยืนยันความสำเร็จครั้งแรกด้วย E-Certificate จากผู้จัดงาน 




นี่คือ จุดเริ่มต้นของการร่วมกิจกรรมวิ่งมาราธอน ..
และเมื่อสามารถวิ่งจบลงได้อย่างตั้งใจ 
ก็ยืนยันกับ HR ให้ส่งใบลาออกดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป 

วันที่ 1 ธันวาคม ถือว่าส่งใบลาออกอย่างเป็นทางการและมีผล 31 ธันวาคม ปีเดียวกันนั้นเอง 

 



Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2564
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2564 13:27:27 น.
Counter : 451 Pageviews.

2 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณThe Kop Civil, คุณเริงฤดีนะ

  
พอเข้าเส้นชัยแล้ว มันเป็นอะไรที่บรรยายไม่ถูกเลยนะครับ เหมือนทำภาระกิจสำเร็จ สีหน้าของทุกคนมีแต่ความสุข ผมชอบบรรยากาศแบบนี้เหมือนกัน
โดย: The Kop Civil วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:16:18:59 น.
  
จำได้ไงว่า กรุงเทพมาราธอน
เป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่จริงๆ
สมควรบันทึกไว้เป็นความทรงจำดีๆ
ที่ได้มีส่วนร่วม
คุณนัทธ์เก่งจัง
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา:6:17:20 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

นัทธ์
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




รักที่จะอ่าน รักที่จะเขียน
เปิดพื้นที่ไว้ สำหรับแปะเรื่องราว
มีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง ณ ที่นี้



สงวนลิขสิทธิ์
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์
พ.ศ.2539

ห้ามผู้ใดละเมิด
โดยนำภาพถ่ายและ/หรือข้อความต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นส่วนใดส่วนหนึ่ง
หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ไปใช้
และ/หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต
เป็นลายลักษณ์อักษร

Share |
Instagram my read shelf:
Natt's book recommendations, liked quotes, book clubs, book trivia, book lists (read shelf)

2014 Reading Challenge

2014 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2015 Reading Challenge

2015 Reading Challenge
Natt has read 0 books toward her goal of 52 books.
hide

2016 Reading Challenge

2016 Reading Challenge
Natt has read 1 book toward her goal of 132 books.
hide

2017 Reading Challenge

Natt has read 0 books toward her goal of 100 books.
hide
New Comments
กุมภาพันธ์ 2564

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
22
23
24
25
26
27
28
 
 
21 กุมภาพันธ์ 2564
  •  Bloggang.com
  • MY VIP Friend