ชีวิตการศึกษาม.ปลายแบบญี่ปุ่น (เทียบกับไทย)

*** อันนี้ก็เขียนไว้ปี 2013 ค่ะ ก่อนที่จะเคยไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นแบบจริงๆจังๆ อันนี้คือเขียนตอนที่มีเพื่อนญี่ปุ่น แล้วเจอกันที่ไทย ***

วันก่อนเราโหลดSmiley*2Gมาให้เพื่อนญี่ปุ่นฟัง (Smiley*2Gคือดราม่าซีดีของหนุ่มๆในเว็บNico Nico Douga เป็นเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียน)

 

เรื่องนี้เค้าแบ่งเป็นห้องวิทย์กับห้องศิลป์อะ เราเลยลองถามเพื่อนญี่ปุ่นดูว่าที่ญี่ปุ่นมีระบบการศึกษาเป็นยังไง

 

ความว่า

ที่ญี่ปุ่นมีการแบ่งห้องวิทย์ห้องศิลป์ โดยเนื้อหาวิชาหลักที่ใช้แอดมิชชั่นทั้งหมดจะสอนในวิชาหลักตอนม.4 (กล่าวคือทั้งวิทย์และศิลป์เรียนเหมือนกัน) ที่ไทยบางโรงเรียนก็เป็นแบบนั้น

พอม.5ก็จะแยกเรียน โดยสายวิทย์จะเน้นฟิสิกส์ เคมี ชีวะ วิทย์พื้นฐาน เลข ส่วนสายศิลป์จะเน้นภาษา วรรณคดี สังคม ประวัติศาสตร์ คหกรรม แต่จะไม่มีภาษาที่3เหมือนของบ้านเรา

การเรียนภาษาที่3ในญี่ปุ่นนั้นจัดเป็นวิชาเลือกที่จะมีหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับโรงเรียน

ส่วนบางโรงเรียนที่ไม่แยกสายวิทย์ สายศิลป์ ให้เด็กเรียนทุกวิชาก็มี ส่วนมากพวกนี้จะเป็นโรงเรียนรัฐบาลดังๆ เพราะกลัวเด็กแอดมิชชั่นไม่ติด (อารมณ์ประมาณโรงเรียนเตรียมอุดมฯบ้านเรา)

ที่สำคัญ ญี่ปุ่นไม่มีค่านิยมแบ่งแยกว่าเด็กเก่งต้องเรียนวิทย์เหมือนบ้านเรา เค้าจะเรียนในสาขาที่มหาวิทยาลัยกำหนด เพราะฉะนั้นเด็กม.ปลายที่โน่นจะค่อนข้างเหมือนเด็กฝรั่ง คือเรียนเพื่อเข้ามหาวิทยาลัย

ทางเลือกของเด็กที่จบม.ปลายคือ 1) เข้ามหาลัย [เรียน4ปีขึ้นไป] 2) เข้าเรียนวิทยาลัยอาชีพ (อนุปริญญา) [เรียนแค่2ปีก็จบ เหมือนปวส.บ้านเรา]

คนญี่ปุ่นไม่มีค่านิยมว่าต้องจบปริญญาตรี ดังนั้นคนที่เลือกไปต่อวิทยาลัยอาชีพก็มีพอสมควร (เหมือนฝรั่งอีกนั่นแหละ)

 

คราวนี้ก็ถึงตาเราเล่าให้เพื่อนคนญี่ปุ่นฟัง ก็เล่าไปตามเนื้อผ้า แต่ก็มีสิ่งที่เค้าตกใจอยู่พอสมควรเหมือนกัน

  1. ค่านิยมว่าคนเรียนเก่งต้องเรียนสายวิทย์ => เราอธิบายไปว่าค่านิยมของไทย คนเก่งต้องเรียนหมอ เรียนวิศวะ อันนี้คนญี่ปุ่นก็พอเข้าใจ แต่เค้าบอกว่าประเทศเค้าไม่ค่อยคิดอย่างงั้น คนที่เรียนหมอคือคนที่อยากเป็นหมอจริงๆ
  2. สายศิลป์ภาษา บังคับเรียนภาษาที่3 => คนญี่ปุ่นบอก "น่าอิจฉาจุงเบย" เด็กหลายคนในประเทศเค้าก็อยากเรียนภาษาต่างประเทศ เราเลยบอกไปว่ามาตรฐานหลักสูตรศิลป์ภาษาที่ไทยในแต่ละโรงเรียนต่างกันนะ แต่ละโรงเรียนเปิดภาษาต่างกันด้วย และในศิลป์ญี่ปุ่น(ที่ทรายย้ายมาเรียนตอนม.5ขึ้นม.6)โรงเรียนทรายแทบไม่ได้สอนไรเลย ในขณะที่บางโรงเรียนไวยากรณ์แน่นเป๊ะ(แต่เด็กพูดไม่ได้) บางโรงเรียนไวยากรณ์ไม่แน่นแต่เด็กพูดเก่งเวอร์(ทำนองว่าได้บ้าง ดำน้ำบ้าง แต่กล้าพูด) บางโรงเรียนเก่งทั้งพูดเก่งทั้งไวยากรณ์(น่าอิจฉายิ่งนัก)
  3. ว่าด้วยศิลป์คำนวน => เพื่อนเราคนที่มากินข้าวด้วยกันจบศิลป์คำนวน นางพยายามอธิบายให้คนญี่ปุ่นฟัง แต่สรุปแล้วมันก็เหมือนๆกับหลักสูตรสายศิลป์ของญี่ปุ่นนั่นแหละ ก็เลยอธิบายให้เค้าฟังว่าเด็กที่เลือกสายนี้ ส่วนมากจะเรียนไปเพื่อสอบเข้า คณะบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์(เอกรัฐประศาสตนศาสตร์) โดย3คณะหลัง ศิลป์ภาษาก็สอบเข้าได้เหมือนกัน (แต่ศิลป์ภาษาเข้ารปศ.ไมได้นะ) บอกไปประมาณว่าคนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์เลยไม่ต้องเรียนอะ
  4. ว่าด้วยสายอาชีพ => พยายามจะอธิบายให้คนญี่ปุ่นฟังว่า คนไทยที่เลือกเรียนสายอาชีพคือคนที่ตั้งใจอยู่แล้วว่าจะทำอาชีพนั้น โดยจะมีการเรียนสายอาชีพในระดับม.ปลายเรียกว่า "ปวช." และ สายอาชีพในระดับอนุปริญญา เรียกว่า "ปวศ." เด็กที่เรียนม.ปลายธรรมดาจะไม่มีสิทธิ์เรียนต่อปวศ. คนญี่ปุ่นก็เออๆออๆไป(พยายามทำความเข้าใจสินะ)

เขียนบล๊อกเองก็เหมือนบ่นยาวเลยเนอะ (คนอ่านคงได้น้ำมากกว่าเนื้อ)

แต่จขบ.อยากเขียน ฮ่าๆ เผื่อใครสนใจไปเรียนต่อญี่ปุ่น เอาไว้เป็นความรู้ละกัน

 

ปล.เพื่อนญี่ปุ่นของเราทุกคน พูดไทยได้นะคะ ปกติจะคุยกันเป็นภาษาไทย เพราะเราไม่เก่งญี่ปุ่นพอที่จะคุยกับเค้า

 

[日本人へ]

一昨日、日本人の友達のパソコンに「Smiley*2学園」という学校のドラマCDをダウンロードしてあげるときに、日本の文系と理系について話した。友達が日本の学校を説明してくれた後で、私はタイの文系と理系を詳しく話した。

タイの理系は日本と同じです。物理学と化学と生物学と数学を勉強しなければならない。

タイの文系はタイ語と英語と選択外国語を勉強しなければならない。日本の文系では選択外国語の専門がないそうだね。大体選択外国語は日本語と中国語とフランス語とドイツ語です。タイの外国語の入学試験はこの4つの外国語だけあるけど、スペイン語とイタリア語とロシア語と韓国語はない。

でも、タイは数学の文系があるよ。多分、英語では、「Language-Math」って言うと思う。 このクラスは外国語を勉強しなくても、外国語のクラスよりも数学の専門の方が多いです。入学する時、このクラスは数学を受けなければならない。

ところで、タイでは、専門学のクラスもある。理系と文系を勉強したくない高校一年生は専門学を勉強できるよ。会計学やホテルマネジメントなどある。

タイ人の学生は医者になりたい人が多いから、理系の方が人気がある。

最後はSmiley*2学園と関係ないで、タイランドのことを話しちゃった。

おやすみなさい!




Create Date : 06 ตุลาคม 2564
Last Update : 6 ตุลาคม 2564 2:15:54 น.
Counter : 293 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณnewyorknurse, คุณนายแว่นขยันเที่ยว


AmeRan
Location :
ขอนแก่น  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]