: : : รีวิว ไปญี่ปุ่นเองกับเด็ก 3 ขวบ : : :
http://topicstock.pantip.com/family/topicstock/2012/04/N11962835/N11962835.html

พอดีกำลังจะไปญี่ปุ่นอีกรอบ เลยไปค้นดูข้อมูลและรูปเมื่อครั้งไปเที่ยวรอบก่อน เลยเอามาลงให้ดูกันซะเลยด้วยดีกว่า



ข้อแนะนำในการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศกับเด็ก

1. จัดตารางเที่ยวอย่าให้แน่น ให้หลวมๆเลยแหล่ะ เพราะเด็กเอาแน่เอานอนไม่ได้ เดี๋ยวหิว เดี๋ยวง่วง เดี๋ยวเมื่อย เดี๋ยวงอแง สารพัดจะช้า :D

2. รถเข็นจำเป็นมาก ต้องเอาไป เด็กไม่นั่ง ก็ไว้วางของก็ยังดี แต่รับรองได้นั่งแน่นอน เผื่อไว้เป็นที่นอนเวลาเด็กหลับด้วย

3. เสื้อผ้าจัดเตรียมไปให้เหมาะสมกับฤดูกาลที่จะไป ยิ่งถ้าไปหน้าหนาว ต้องเผื่อว่าเราจะเดินเที่ยวอยู่ด้านนอกตัวตึก จะเย็นเป็นพิเศษ

4. เตรียมยาที่กินประจำ และยาอื่นๆเผื่อไม่สบาย โดยเฉพาะของเด็ก เช่น แก้ไข้ แก้ท้องเสีย แก้ไอ ลดน้ำมูก แก้คัน ฯลฯ

5. พยายามหาข้อมูลต่างๆไว้ล่วงหน้า พวกตารางรถไฟ ขึ้นลงสถานีไหน กี่โมง ใช้เวลาเดินทางกี่นาที ต้องเปลี่ยนรถมั้ย ดูได้ที่ http://www.hyperdia.com/en/

6. โรงแรมที่พักหรือร้านอาหารต่างๆ เดินไปทางไหนยังไง ดูได้ที่ http://maps.google.com/ เลือก street view (ที่ลากรูปคนลงไปบนถนน) แล้วทำเหมือนเดินอยู่จริงๆ ต้องผ่านจุดสังเกตอะไรบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาหลง

7. Disney ตารางแสดงโชว์ต่างๆของแต่ละวัน อันไหนแสดงกี่โมง ปิดเปิดกี่โมง ดูได้ที่ http://www.tokyodisneyresort.co.jp/en/schedule/show/index.html




ทริปนี้เพื่อคนนี้คนเดียวเลยค่ะ ถ่ายกะรถเข็นคู่ใจ aprica candy น้ำหนักเบา พับง่าย เข็นง่าย แข็งแรงทนทานดีมาก














วันแรก

เดินทางอย่างเดียว เพราะเอาแบบไม่รีบ เผื่อเวลาไปเช็คอินและผ่านตม.ที่สนามบิน

3 ชั่วโมง (เผื่อแถวตม.ยาวตามข่าว) แต่ข้อดีสำหรับคนมีเด็กคือ ที่ตม.จะมีช่อง

พิเศษสำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพ แถวจะไม่ยาวมาก พอถึง

คิวเราก็เข็นเด็กเข้าไปเลย ไม่ต้องแกะออกมาจากรถเข็น คุณตม.เค้าสามารถเลื่อน

กล้องลงมาถ่ายรูปเด็กเองได้ค่ะ


เหลือเวลาก่อนเครื่องออกก็หาข้าวกินรองท้องไว้ก่อนเลยค่ะ กันเด็กโยเยเพราะหิว

ข้าว (ถ้ายังเหลือเวลาอีก ก็ช้อปปิ้งดิวตี้ฟรี อิอิ) แล้วก็พาเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อยค่ะ

เพราะห้องน้ำบนเครื่องบินแคบมาก Y_Y สายการบินจะเรียกให้เด็ก และผู้

ทุพพลภาพขึ้นเครื่องได้ก่อนค่ะ


ขึ้นเครื่องก็จัดการให้นั่งริมหน้าต่างเลยค่ะ จะได้ดูโน่นนี่เพลิน หลอกเด็กไปได้อีก

นิดนึง เวลาเครื่องขึ้นกับลง ให้หาอะไรให้เด็กดื่มหรือเคี้ยว เพื่อจะได้ไม่ปวดหูด้วยค่ะ

(แต่ถ้าหลับอยู่ก็ไม่ต้องปลุกนะคะ) ส่วนพ่อแม่ก็ถ้าเห็นลูกหลับก็รีบหลับเอาแรงค่ะ

เพราะต้องเหนื่อยกันอีกเยอะค่ะ


ไปถึงวันแรกก็ไม่ได้ทำอะไรค่ะ เดินทางไปโรงแรม เช็คอิน เก็บกระเป๋า หาข้าวเย็น

กิน แล้วก็นอนค่ะ เก็บแรงไว้เที่ยววันรุ่งขึ้น เพราะมาเที่ยวญี่ปุ่นเอง เดินและเดินและ

เดินเยอะมากกกกกกกค่ะ ถ้านั่งพักได้เมื่อไหร่รีบนั่งค่ะ (เช่น บนรถไฟ หรือตอนรอ

อะไรซักอย่าง) เพราะจะเมื่อยขามากค่ะ งานนี้ใส่ FitFlop ก็ยังไม่รอดเลยค่ะ





วันที่ 2 ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำค่ะ เพราะเราจะเก็บ Disney ไว้ไปวันธรรมดา คน

จะได้ไม่เยอะมาก


วันนี้พาไป Sunshine Aquarium and Planetarium อยู่ชั้น 10 ของตึก World

Import Mart ค่ะ ลงสถานี Ikebukuro แล้วเดินไปทางหมู่ตึก Sunshine City ค่ะ

(ตรงนี้มี Toys R Us ด้วยนะคะ)


ตรงนี้จะมี 4 ส่วนค่ะ
Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ (เปิด 10:00-20:00) ค่าเข้า 1,800 เยน
Planetarium ท้องฟ้าจำลอง (เปิด 11:00-20:00) ค่าเข้า 1,000 เยน
Observatory จุดชมวิว (เปิด 10:00-21:30) ค่าเข้า 620 เยน (มี sky deck ที่เป็นส่วน open air เปิดตอนวันเสาร์อาทิตย์ด้วยค่ะ)
Namja Town (เปิด 10:00-21:00) ค่าเข้า 300 เยน เป็นที่รวมร้านขายเกี๊ยวซ่า ไอศครีม และชูครีม ของร้านดังหลายร้านค่ะ



เลือกเข้าไปดูเฉพาะ aquarium ค่ะ เพราะลูกชายชอบดูปลา และมีแผนจะไปช้อปปิ้ง

Toys R Us ต่อ เข้าไปถึงก็ไปหยิบแผ่นพับก่อนเลยค่ะ จะมีบอกว่าอะไรอยู่ตรงไหน

โชว์มีกี่โมง จะได้วางแผนถูก ที่นี่จะทำทางเดินให้คนเดินไปทางเดียวค่ะ จะได้ไม่

ชนกันให้วุ่นวาย ก็จะมีโชว์ให้อาหารปลากระเบน โชว์ให้อาหารนกเพนกวิน โชว์

แสดงความสามารถพิเศษของแมวน้ำ




อันนี้ตู้ปลากระเบน








อันนี้ด้านนอก ข้างบนมีอ่างใสๆให้แมวน้ำอยู่








ต่อมาก็มาช้อปปิ้งที่ Toys R Us ค่ะ มาซื้อที่คาดผมรูปหูมิกกี้ไว้ล่วงหน้า เพราะว่าที่ขายอยู่ใน Disney ราคาจะแพงกว่ามากค่ะ :D

ของใช้เด็กอื่นๆก็มีขายนะคะ ไม่ใช่มีขายเฉพาะของเล่น แต่ราคาไปซื้อที่ Akachan Honpo (http://www.akachan.jp/) น่าจะถูกกว่าค่ะ






วันที่ 3 พาไป Ueno Zoo ลงสถานี Ueno แล้วอยู่ตรงข้ามสถานีเลยค่ะ ค่าเข้าผู้ใหญ่ 600 เยน เด็กโต 200 เยน เด็กเล็กฟรี เปิด 9:30 - 17:00 ปิดทุกวันจันทร์

ก็เหมือนเดิมค่ะ เข้าไปก็ไปหยิบแผ่นพับก่อนเลยค่ะ มีแผนที่ว่าสัตว์อะไรอยู่ตรงไหน

ก็ไปดูหมีแพนด้ากันค่ะ แล้วก็ ช้าง ลิง สิงโต ยีราฟ เพนกวิน ฟลามิงโก้ ดูไปเรื่อยเปื่อย







มีรถไฟโมโนเรลให้ขึ้นค่ะ แต่เนื่องจากไม่ฟรี เราจึงเลือกเดินเองค่ะ อิอิ






เดินไปโซนสำหรับเด็ก มีแพะให้จับ (มีเดินไปเดินมาเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องแย่งกัน)






มีไก่ให้อุ้ม (เด็กโตนะ เด็กเล็กก็ให้พ่ออุ้มไก่ให้แทน)

ที่นี่ดีนะ มีไม้กวาดให้เด็กๆคอยกวาดมูลสัตว์ด้วย ช่วยกันทำความสะอาด

จับกันเสร็จก็มีอ่างล้างมือเด็กพร้อมสบู่ให้ล้างกันเสร็จสรรพ




วันที่ 4 พักกันที่โรงแรมเชอราตัน แถว Disney ซื้อตั๋วรถไฟโมโนเรลสาย Disney Resort Line แบบ 3-day pass ราคา 1,100 เยน

ไว้เดินทางไปกลับโรงแรม ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ภายใน 3 วัน (เพราะกะจะไป Disney กัน 3 วัน) จะได้ไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วทุกครั้ง






ซื้อตั๋วเข้า Disney เด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบเข้าฟรี ผู้ใหญ่ซื้อแบบ 2-day pass

เลือกเข้า Disneyland 1 วัน กับ DisneySea 1 วัน ราคา 10,700 เยน

แล้วค่อยเพิ่มส่วนต่างอีก 3,100 เยน ก่อนจะออกจาก park ในวันที่ 2

ถ้าอยากจะมาอีกในวันที่ 3 (ในกรณีที่ตัดสินใจไม่ได้ว่าอยากมากี่วัน เพราะส่วนต่างเท่ากัน)



ก็เหมือนเดิมค่ะ เข้าไปก็ไปหยิบแผ่นพับกันก่อนเลย มีทั้งแผนที่และตารางเวลาโชว์

เวลาพาเหรด เวลาจุดพลุ และเนื่องจากวันนี้เราโอ้เอ้กันมาก ไปถึงกันค่อนข้างสาย

พอเข้าไปถึง ตารางที่จัดไว้ก็เลยรวนค่ะ ที่วางแผนไว้ว่าจะไปหยิบ Fast Pass กันก่อน

ก็เป็นอันไม่ได้ทำ เนื่องจากคนเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกก

จน Fast Pass เต็มไปจนถึงเวลาปิดเรียบร้อยแล้ว จึงไม่เหลือไว้ให้หยิบ

เห้อ ยอมแพ้คนญี่ปุ่นจริงๆเลยเรื่องนี้ ขนาดเลือกไปวันธรรมดาแล้วนะเนี่ย

ก็เลยต้องวางแผนกันใหม่ เลือกอันที่อยากไปจริงๆแล้วไปเข้าคิวรอกันเลย

ระหว่างรอคิวก็ถ่ายรูปเล่นกันไป เพราะรอกันนานเป็นชั่วโมงตลอด Y_Y ฝึกความอดทนของเด็กได้ดีมาก

(แต่คนญี่ปุ่นนี่ดีนะ เป็นระเบียบดีมาก ไป Disneyland ฮ่องกง ต้องเจอแซงเจอดันกันตลอด

ชอบให้เด็กมุดๆแซงไปก่อน แล้วผู้ใหญ่ก็เนียนว่าเดินไปตามเด็ก แต่ไปแล้วดันไปเลย ไม่กลับมาที่คิวตัวเอง -*-)


Disneyland จะมีอยู่ 6 โซนค่ะ
1. Adventureland
2. Westernland
3. Critter Country
4. Fantasyland
5. Toontown
6. Tomorrowland



อย่างแรกเราไปต่อคิวดูโชว์ชื่อ One Man’s Dream ที่โซน Tomorrowland ค่ะ

โชว์นี้จริงๆมีให้จับล็อตเตอรี่ว่าเราจะสามารถกลับมาดูรอบไหนได้

แต่เนื่องจากไม่ถูกรางวัล จึงต้องมาต่อคิวกันเองค่ะ

เพราะรอบแรก (รอบเดียวเท่านั้น) ที่จะไม่มีออกล็อตเตอรี่ ให้เข้าคิวรอได้เลย






พอออกมาก็ถึงเวลาไปจองที่นั่งดูพาเหรดได้ค่ะ (อนุญาตให้จองที่นั่งได้ก่อนพาเหรดเริ่ม 1 ชั่วโมง)

ก็ไปหาที่เหมาะๆนั่งรอ ระหว่างนี้ก็ไปซื้ออาหารมาทานด้วย จะได้ไม่เสียเวลาค่ะ

(คนที่ร้านขายอาหารเยอะอีกตามเคยค่ะ คุณพ่อหายไปเกินครึ่งชั่วโมงค่ะ กว่าจะกลับมาพร้อมอาหาร)


พาเหรดมาเค้าก็จะประกาศให้ช่วยพับรถเข็นเก็บ แล้ววางนอน จะได้ไม่บังคนด้านหลัง

คนที่นี่นั่งชมกันเรียบร้อยมากค่ะ ไม่มีอยู่ดีๆยืนขึ้นมา แล้วก็บังกัน ช่วงที่ไปเป็นธีมวันฮัลโลวีนค่ะ












ต่อจากนั้นก็ไปต่อคิวเพื่อถ่ายรูปกับมิกกี้สุดที่เลิฟของลูกชายที่โซน Toontown กันค่ะ

คิวยาว 2 ชั่วโมงค่ะอันนี้ มีเจ้าหน้าที่อยู่ตรงปลายแถวแจ้งเรียบร้อยค่ะ ก็รอกันไป

รอไป 1 ชั่วโมงก็มาถึงป้ายนี้ค่ะ ที่บอกว่ารอไปอีก 1 ชั่วโมงจากจุดนี้ -_-" พนักงานกะเวลาแม่นจริงๆ





และแล้วก็ถึงคิวได้ถ่ายรูปกับพี่มิกกี้ซะที :D






จากนั้นก็ไปเล่นเครื่องเล่นต่างๆค่ะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในโซน Fantasyland

เพราะเด็กเล็กเล่นได้หลายอย่าง เช่น Peter Pan (นั่งเรือบินลอยไปเรื่อยๆบนเมืองลอนดอน)

ม้าหมุน ถ้วยหมุน ช้างหมุน (ตระกูลหมุนทั้งหลาย)



สุดท้ายก็ไปจับจองที่ดูพาเหรดไฟตอนกลางคืนค่ะ (ช่วงนี้เด็กหลับรอค่ะ ไม่เสียเวลาดีมากลูกเอ๋ย อิอิ)

สวยงามมากกกกกกกค่ะ พาเหรดที่ญี่ปุ่นช่างคิดและสวยงามมากกว่าที่ฮ่องกงเยอะเลยค่ะ (แต่ฮ่องกงดีตรงคนน้อยกว่า รอคิวนานน้อยกว่า)









แล้วก็ดูพลุค่ะ อันนี้ฮ่องกงดีกว่าค่ะ อลังการกว่ามาก สมแล้วที่เป็นเมืองจีน

อันนี้รูปปราสาทตอนกลางคืนค่ะ







วันที่ 5 ไป DisneySea กันค่ะ มี 7 โซน

1. Mediterranean Harbor พาเหรดแสดงที่นี่จะเป็นเรือลอยมาในน้ำ
2. American waterfront
3. Port Discovery
4. Lost River Delta
5. Arabian Coast
6. Mermaid Lagoon
7. Mysterious Island



วันนี้ไปถึงเวลาเปิดพอดี เข้าไปถึงก็มีมิกกี้และมินนี่มาต้อนรับกันเลยค่ะ

(ระหว่างนี้คุณพ่อเดินไปหยิบ Fast Pass ค่ะ)







มิกกี้ไปแล้ว คุณพ่อยังไม่กลับมา เลยถ่ายรูปรอเล่นค่ะ






ติดต่อทีมงาน
ความคิดเห็นที่ 22

คุณพ่อกลับมาแล้ว เหนื่อยแฮ่กมาเลย บอกว่าที่นี่ใหญ่กว่า Disneyland มาก และคนก็น้อยกว่า

ไม่ต้องรีบไปหยิบ Fast Pass ก็ได้ ก็เลยสรุปว่าเดินไปเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ต้องวางแผนกันมาก

เลยจะไปถ่ายรูปกับพี่มิกกี้กันก่อน อยู่โซน Lost River Delta ไกลเลยนั่งเรือกันไป

แต่เนื่องจากคิวยาว เลยไปเข้าคิวถ่ายกับมินนี่แทน คล้ายๆกัน อิอิ






แล้วก็ไปโซน Mermaid Lagoon ไปดูโชว์นางเงือก Ariel แล้วไปเล่นพวกตระกูลหมุนทั้งหลาย ถ้วยหมุน ปลาปักเป้าหมุน

(โซนนี้อยู่กันนานมาก เพราะอยู่ในตึก ทำเหมือนว่าอยู่ใต้น้ำ เลยมืดๆเย็นๆดี ตอนนั้นไปข้างนอกอากาศร้อนมาก)



แล้วก็ไปเล่นรถไฟเหาะ Flounder's Flying Fish Coaster ที่เด็กสูง 90 cm ขึ้นได้พอดี ปรากฏว่าเด็กชอบมาก ขอขึ้นอีกรอบ






วันที่ 6 เป็นตั๋ววันที่ 3 เลือกได้ว่าจะไป Sea หรือ Land ก็เลยเลือกจะไปเก็บตก Disneyland ที่วันแรกไปแล้วไม่ค่อยได้เล่นอะไร เพราะคนเยอะ วันนี้คนน้อยเลยได้เล่นเยอะหน่อย



ดูโชว์มินนี่





แล้วก็ถ่ายรูปกับมิกกี้อีก









เล่นรถไฟเหาะ Gadget's Go Coaster ติดใจมาจากเมื่อวาน นั่งหน้าสุดเลย ชอบมาก

(ถ่ายรูปมามองไม่เห็น ตัวเล็กโดนบังมิดเลย)




อาหารสำหรับเด็ก ไข่ต้มรูปมิกกี้ทำยังไงกันนะ







วันที่ 7 ไปออนเซ็นที่ฮาโกเน่ค่ะ แช่น้ำพุร้อนอย่าง(ไม่)สงบ เพราะมีเด็กคอยป่วน อิอิ






อยู่ฮาโกเน่พักผ่อนอย่างเดียวค่ะ

วันที่ 8 ก็เดินทางกลับมาโตเกียวค่ะ

วันที่ 9 ไปศาลเจ้าเมจิ ถ่ายกับโทริ ตัวเล็กนิ๊ดเดียว






ตกเย็นพาไปจุดชมวิวที่ตึก Tokyo Metropolitan Government Building

( http://www.metro.tokyo.jp/ENGLISH/TMG/observat.htm )

เนื่องจากขึ้นฟรีค่ะ :D ลงสถานีชินจูกุค่ะ





วันที่ 10 วันสุดท้าย เก็บของกลับเมืองไทยค่ะ อันนี้วิวจากโรงแรมที่พักค่ะ เด็กนั่งรอพ่อแม่เก็บของ





Create Date : 13 กันยายน 2556
Last Update : 13 กันยายน 2556 1:18:05 น.
Counter : 3949 Pageviews.

1 comments
  
อยากพาลูกไปมากค่ะ
โดย: mariabamboo วันที่: 13 กันยายน 2556 เวลา:15:02:04 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

อ้อมแม่น้องวิน
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



กันยายน 2556

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30