Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
12 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

FICTION : ACADEMIA FANTASY #1

ตอนที่ 1

“ไทรอล...นายตื่นได้แล้ว จะนอนไปถึงไหนเนี่ย”

เสียงกังวานทุ้มดังขึ้นข้างๆหูไทรอล หนุ่มน้อยบิดตัวไล่ความขี้เกียจเบาๆ หยีตามองตามเสียงเรียก แล้วเอาหน้าซุกกลับเข้าไปใต้หมอนเหมือนแสดงว่าไม่สนใจจะทำตามที่เจ้าของเสียงบอก แรงบางอย่างดึงผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่เลื่อนลงไปจนหลุดจากตัว เสียงเล็กแหวดังขึ้นสำทับเหมือนย้ำคำพูดของเสียงทุ้มที่พูดแต่แรก

“พี่ไทรอล ตื่นๆ ไม่งั้นพวกเราจะไม่รอพี่แล้วนะ”

สัมผัสของมือเล็กๆที่ออกแรงดึงข้อเท้าจนร่างที่นอนเหยียดยาวเลื่อนตามผ้าห่มไป ทำให้ไทรอลลุกขึ้นมองหน้าเจ้าของเสียงสองเสียง

“ก็ขอนอนอีกนิดเดียว พี่นาทรอส ต้องเอายัยนี่มาปลุกเลยเหรอ”
“พี่ไม่ได้ให้จูเลียตเข้ามา น้องมันตามเข้ามาเอง แต่งตัวรอตั้งนานแล้วนายยังไม่ตื่น”

พี่ชายคนโตพูดยิ้มๆ มองไปทางน้องสาวคนเล็กที่ยืนหน้างอ ในมืออุ้มผ้าห่มสีขาวสะอาดที่เพิ่งดึงมาจากตัวไทรอลหมาดๆ ผมหยิกลอนล้อมกรอบหน้ายาว ตาคมเล็กหยีนั้นมองพี่ชายคนกลางดุๆ แล้วโยนผ้าห่มกลับไปคลุมร่างพี่ชายเหมือนเดิม

“ไหนพี่บอกว่าวันนี้ให้รีบตื่น เมื่อคืนบอกว่าจะพาไปฝึกให้ทำงานไงล่ะ”
“โห...ก็ไม่เห็นต้องไปเช้าขนาดนี้เลย เมื่อคืนมัวแต่วาดแผนที่อยู่จนดึกนี่นา พี่นาทรอสก็รู้ แล้วก็ยังมาปลุกอีก สองคนนี้นี่...”

พี่ชายคนโตไม่พูดอะไร เดินไปที่หน้ากระจกแล้วเอามือสางผมให้เข้ารูป ส่วนน้องสาวเดินตึงตังออกไปนอกห้อง มือกระชากประตูปิดปังใหญ่

“ลุกเถอะ อย่าให้จูเลียตโมโหเลย เดี๋ยวจะพาลอารมณ์เสียทั้งวัน”

ไทรอลลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบๆห้องแล้วหยุดสายตาอยู่ที่แผ่นหลังพี่ชาย ส่ายหัวในความช่างเอาอกเอาใจน้องของนาทรอส อาจเพราะว่ามีอยู่แค่สามคนพี่น้อง แม้อายุจะไม่ห่างกันเท่าไหร่และไม่มีความผูกพันใดๆทางสายเลือด แต่พี่ชายก็แบกเอาความรับผิดชอบทั้งหมดไว้ รวมไปถึงรับผิดชอบในความรู้สึกของน้องทั้งคู่อย่างไม่เคยละเลย
ไทรอลเองยังจำได้ดี วันหนึ่งเมื่อเก้าปีที่แล้ว ตอนที่เขานั่งกอดเข่าร้องไห้ซ่อนอยู่หลังต้นฉำฉาใหญ่หลังหมู่บ้านที่เขาเคยอยู่ เพราะครอบครัวของเขาถูกกวาดต้อนไปยังดินแดนใหม่ ในขณะที่เขาถูกคัดเลือกไว้เพื่อสร้างปราการปกป้องเมือง รอยยิ้มของชายหนุ่มวัย 15 ปีที่เดินจูงมือเด็กผู้หญิงตัวเล็กผอมโซเดินเอาขนมปังครึ่งก้อนมาส่งให้ ยังติดตาเขาอยู่ไม่เคยจางหาย

“กินซะก่อน กำลังหิวใช่มั้ย นายเป็นผู้ชายนะ ถ้าผู้ชายมัวแต่ร้องไห้ จะปกป้องผู้หญิงได้ยังไง”
“นายเป็นใคร”
แม้เสียงจะไม่เป็นมิตรนัก แต่ไทรอลก็รับขนมปังก้อนนั้นมา เพราะความรู้สึกไว้วางใจในรอยยิ้มนั้น ซึ่งเขาก็ยังไม่เข้าใจตัวเองจนบัดนี้ ว่าอะไรทำให้เขารู้สึกวางใจนาทรอสตั้งแต่แรก

“เราก็ต้องจากครอบครัวเหมือนนายน่ะแหละ นับจากนี้พวกเราต้องอยู่ด้วยกันแล้วนะ”
“แล้วคนอื่นๆล่ะ ไปกันหมดแล้วเหรอ”
“อืม...เค้าอยู่ที่นี่กันแค่คืนเดียว เราเองถูกเด็กนี่จับมือร้องไห้เดินตามตั้งแต่เมื่อคืน วันนี้ลุงที่เป็นหัวหน้ากองทหารเลยให้เราไปซ่อนในโรงนา จะได้ไม่ถูกกวาดต้อนไป พอดีมองจากช่องโรงนา...เราเห็นนาย”
“ทำไมล่ะ”
“ก็ไม่รู้สิ เค้าคงสงสารเราล่ะมั้ง อีกอย่าง เด็กนี่ก็ไม่ยอมไปไหน...แล้วก็ไม่ยอมกินอะไร”

ไทรอลผินตามองไปยังเด็กหญิง เธอมองตอบเขาด้วยสายตากร้าวแต่รื้นไปด้วยน้ำตา มือเล็กๆกุมมือของชายหนุ่มอีกคนแน่น อีกมือถือขนมปังแห้งแข็งอีกก้อน ที่ดูเหมือนจะประกบกับก้อนในมือเขาได้พอดี ชุดแซ็คผ้าเนื้อดีตัวเล็กนั้นบ่งบอกว่าเธอน่าจะมาจากตระกูลที่มีฐานะ เช่นเดียวกับชายหนุ่มใจดี เสื้อกางเกงแม้จะเริ่มมอมแมมไปด้วยฝุ่น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะเคยผ่านการซักรีดอย่างดีมาก่อน

“นายมาช่วยเราทำไม”
“ก็ไม่ทำไม ตอนนี้เหลือเรากันแค่สามคน ลุงลุคบอกว่าพวกทหารกระจอกพวกนั้นไม่ทันตรวจดู
หรอกว่ามีคนกี่คน ใครหายไปบ้าง ถ้าเราไม่เป็นที่สังเกตเกินไป”
“ลุงลุค?”
“ก็หัวหน้ากองทหารนั่นแหละ เค้าเคยรู้จักกับพ่อแม่เรามาก่อน”
“ดูท่าทางนายน่าจะรวย ไม่น่าจะโดนจับไว้เหมือนเรา”
“เราไม่ได้โดนจับหรอก เราตั้งใจจะอยู่ที่นี่เอง แล้วก็บังเอิญเจอเด็กนี่...กับนาย”
“เราชื่อไทรอล”
“อืม...เราชื่อนาทรอส ส่วนเด็กคนนี้...เอ่อ...”

เด็กหญิงยังคงไม่พูดอะไร แต่เริ่มเอาร่างเล็กไปหลบหลังพี่ชายเมื่อโดนไทรอลมอง แม้กระนั้น ตาเล็กเรียวคู่นั้นก็ยังมองไทรอลไม่วางตา บทสนทนาระหว่างเด็กหนุ่มสองคนดำเนินไปจนพอรู้จักกันบ้าง และในที่สุด นาทรอสก็เอ่ยปากชวนไทรอลมาอยู่ด้วยกันพร้อมกับเด็กผู้หญิงตัวเล็กตาดุจนถึงบัดนี้  ไทรอลเองไม่เคยรู้เหตุผลของการทิ้งครอบครัวแล้วอยู่ที่หมู่บ้านนี้ของนาทรอส เพราะเขาไม่เคยพูดอะไรให้ฟัง และไทรอลเองก็ไม่เคยสนใจจะถาม เพียงแค่ความผูกพันฉันท์พี่น้องที่ทั้งสามคนมีต่อกัน ไทรอลก็ไม่เคยนึกจะถามถึงความหลังของนาทรอสหรือจูเลียตเลยแม้แต่น้อย และสองคนนั้นก็ไม่เคยจะถามถึงอะไรที่เขาไม่เคยเล่าให้ฟัง

“ไปล้างหน้าล้างตาไป เดี๋ยวจะได้ไปตลาดในเมืองกัน”

เสียงทุ้มทำเอาไทรอลตื่นจากพวังค์  ลุกขึ้นจากเตียงพาร่างสูงออกไปล้างหน้า นาทรอสมองตามหลังน้องชายร่วมสาบานไป ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ กำจี้รูปสิงห์ที่ห้อยอยู่ที่คอแน่นจนเจ็บแปลบที่ฝ่ามือ...

จูเลียตมองร่างสูงที่เดินออกจากห้องนอนเพื่อไปเข้าห้องน้ำ คิ้วเรียวที่ขมวดแน่นตั้งแต่ก่อนออกมาจากห้องนอนพี่ชายคลายลง รอยยิ้มระบายเต็มหน้าเหมือนเด็กได้ของเล่น พี่ชายตาโตก็เหมือนรู้ เดินมาขยี้ผมน้องสาวเบาๆเป็นเชิงล้อ ไทรอลยังจำภาพครั้งแรกที่เด็กหญิงเอามือเล็กๆนั้นมาจับมือเขาได้ดี ไทรอลที่ดูเหมือนคนแปลกหน้า กลับได้รับความอบอุ่นจากเด็กหญิงที่ไม่เคยพูดกับเขาเลยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่อยู่ร่วมกันมาร่วมเดือน เด็กหญิงผอมโซพูดแต่กับเฉพาะนาทรอส และถึงกระนั้นก็แทบจะเรียกได้ว่า “พูดคำต่อคำ” จนวันหนึ่ง จูเลียตเดินไปเล่นอยู่ที่ป่าข้างหมู่บ้าน ฝูงหมาหิวที่เจ้าของถูกกวาดต้อนไปดินแดนใหม่วิ่งมารุมล้อมเธอจนเธอตกใจกลัวยืนนิ่งตัวสั่นอยู่ท่ามกลางหมาเหล่านั้น ไทรอลทั้งร้องตะโกนทั้งกวัดแกว่งไม้ยาวในมือเพื่อไล่ให้หมาออกไปจากเธอ เมื่อฝูงหมาไปจนหมด เธอร้องไห้โฮเหมือนความรู้สึกที่ถูกกำแพงกั้นทั้งหมดทะลักทลายออกมา หลังจากเขาปลอบเธอ แล้วจะเดินกลับบ้าน มือเล็กนั้นก็มาจับกระชับมือแน่น เพื่อให้เขาจูงมือกลับบ้าน ณ เวลานั้น เขาเลยรู้รับรู้ว่า ทำไมนาทรอสถึงทิ้งเจ้าของมือคู่นี้ไม่ได้ และจากวันนั้น ความรู้สึกของพี่น้องทั้งสามคนก็ผูกแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“น้องว่าจะซื้อที่ผ้าคาดผมสวยๆ ซื้อถุงมือให้พี่นาทรอส แล้วก็ซื้อปลอกมีดใหม่ให้พี่ไทรอลด้วย”

หญิงสาวเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆพร้อมกับตักอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว หลังจากที่พี่ชายทั้งคู่มาร่วมโต๊ะอาหาร พี่ชายสองคนยิ้มแล้วมองหน้ากัน

“เรารวยมาจากไหนนักหนา...พี่นาทรอสใช่ไหม ให้เงินไปใช้ฟุ่มเฟือยเนี่ย”
“เฮ้ย...ไม่ใช่แล้ว เค้าเก็บของเค้าเอง นายน่ะสิ เห็นได้เงินมาทีไรก็ใช้ไปอยู่เรื่อย”

หญิงสาวมองพี่ชายสองคนเถียงกันไปมาแล้วหัวเราะเสียงแหลมร่าเริง จริงๆก็ทั้งคู่นั่นแหละที่คอยเอาเงินให้เธออยู่ตลอด พี่ชายแต่ละคนกลัวว่าน้องจะน้อยเนื้อต่ำใจ พอเริ่มเป็นสาว พี่ชายเลยคอยเอาเงินจากการทำงานแบ่งมาให้เธอซื้อเสื้อผ้าเครื่องประดับอยู่ตลอดเวลา

“วันนี้พี่นาทรอสกับพี่ไทรอลสัญญาแล้วนะ ว่าจะพาน้องไปทำงานด้วย”
“ไม่ใช่จะให้ทำงานด้วย ให้ไปดูเวลาพี่ทำงานเท่านั้นแหละ” นาทรอสพูดยิ้มๆ
“ห้ามเกะกะด้วย”

ไทรอลเสริมเสียงดุ เรียกว่า ถ้านาทรอสเป็นกองปลุกปลอบน้อง ไทรอลก็เหมือนกองข่มขู่ ที่คอยปรามคอยดุและแกล้งหยอกจูเลียตอยู่เสมอนั่นแหละ

“รู้แล้วน่า.....”
“ให้มันจริงนะ...”
“ครับผ๊มมมมมมมมมม” หญิงสาวหัวเราะร่าเริง เอามือวันทยาหัตถ์เป็นเชิงล้อเลียน

เสียงหัวเราะดังก้องโต๊ะอาหารจากสามพี่น้องอีกครั้ง ขณะเดียวกันนาทรอสรู้สึกถึงความเย็นเยียบจากจี้เงินรูปสิงห์ที่สัมผัสอก แม้ใบหน้าจะระบายด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจอาบไปด้วยความกังวล.....ใกล้ถึงเวลาแล้ว....เวลาเหมาะสมที่เขาจะทำบางอย่างที่รอเวลามานาน มันคงไม่มีอะไรต้องกังวล หากเขาไม่มีน้องทั้งสองคน ไทรอลผู้เป็นเหมือนชีวิตและจูเลียตผู้เป็นเหมือนลมหายใจ.....






Free TextEditor




 

Create Date : 12 ตุลาคม 2552
1 comments
Last Update : 12 ตุลาคม 2552 2:58:46 น.
Counter : 1448 Pageviews.

 

เข้ามาเพราะสะดุดชื่อ ดาวทะเล ในFriends' blogs
ไม่ทราบเรารู้จักกันมาก่อนรึเปล่าคะ ลูกจิ้น


ปล.ลิ้งค์มาจากห้องต้นไม้จร้า

 

โดย: ณ ขณะหนึ่ง 25 มิถุนายน 2554 18:49:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ลูกจิ๊น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ลูกจิ๊น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.