Cause it's a bittersweet symphony, this life
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2556
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
19 ตุลาคม 2556
 
All Blogs
 

6. ตรวจร่างกาย




อย่างที่บอก
พอสอบว่ายน้ำเสร็จ เค้าก็บอกเลยว่าให้ไปตรวจร่างกายวันไหน
ของเราคือ อีก 2 วันหลังจากนั้นจ้า
แทบไม่มีเวลาเตรียมตัวอะไรใดๆ
แต่จะว่าไปมันก็ไม่มีอะไรให่เตรียมตัวนะ
ของอย่างงี้มันไม่มีอะไรเปลี่ยนอยู่แล้ว
แต่เห็นคนอื่นๆ เค้าก็แบบ งดเหล้า งดของมัน ของหวาน
กันมาเป็นอาทิตย์มาก่อนแล้ว




พอดีว่าเพิ่งมาอัพ เดือนตุลา
แต่ตรวจไปตั้งแต่เดือนมิถุนา
แล้วไม่ได้จดรายละเอียดใดๆไว้
จำไม่ค่อยได้จริงๆ > <
แต่ดีที่มีคุณ peterboi รีวิวไว้ในบอร๋ด thaicabincrew
ละเอียดมากๆๆ สุดยอดจริงๆ
พอเราไปอ่านแล้ว รายละเอียดแทบจะเหมือนกับปีเราทุกอย่าง
ใครต้องการข้อมูล ไปอ่านที่บอร์ดจะดีกว่า
ได้รายละเอียดที่ต้องรู้ครบเลย




เรื่องการตรวจร่างกาย เป็นเรื่องที่น่าปวดหัวสำหรับเรามาก
บอกตรงว่าเรากลัวรอบนี้ พอๆกับรอบสอบข้อเขียนเลย
เพราะไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
แล้วก็ไม่รู้จะทำตัวยังไงให้ผ่าน ไม่ผ่าน
อยู่ที่ร่างกายเราล้วนๆเลย
แต่คุณ peterboi บอกว่า ถ้าไม่ผ่านจะไม่เสียใจเลย
เพราะหมอต้องเห็นแล้วว่า สภาพร่างกายเรามันไม่เหมาะ
กับการขึ้นไปทำงานบนเครื่องบินจริงๆ
เพราะด้วยลักษณะงาน บวกกับ สภาพอากาศ บรรยากาศ
ออกซิเจนน้อย
ร่างกายเราจะทรุดโทรมเร็วกว่าอาชีพปกติอื่นๆ
ต้องร่างกายแข็งแรง ไม่อ่อนแอ ถึงจะเหมาะ





เราก็กลัวนะ
กลัวว่าถ้าเราไม่ผ่านขึ้นมา 
แปลว่าเราต้องจบความฝันการเป็นลูกเรือของเราเลยใช่ไหมเนี่ย
แต่มันก็ไม่เกี่ยวนะ
เพราะหลายๆคน อย่างเพื่อนที่เทรนด้วยกัน
ก็เคยตกของสายญี่ปุ่นทีนึง แล้วมาได้กาตาร์
อีกคนตกร่างกายเกาหลี แล้วมาได้ที่ กบท
อันนี้ก็แล้วแต่ที่ ก็งงๆว่าใครใช้อะไรยังไงในการวัด




ก็หาๆข้อมูล การตรวจร่างกาย
ย้อนเวบบอร์ดเก่าๆดู
เค้าบอกว่าการบินไทยคนตกกันน้อยมากๆๆๆๆๆ
แบบ ถ้าไม่เป็นโรคอะไรร้ายแรงจริงๆ
พวกโรคหัวใจ เอดส์ มะเร็ง ไรงี้ ไวรัสตับอักเสบงี้ ก็ไม่ต้องไปกลัวหรอก
ไม่เหมือนสายการบินอื่นๆ มีให้เครียดตั้งเยอะ
พวกเล็กๆน้อยๆ เช่น คลอเรสเตอรอล เลือดจาง กระดูกสันหลังคด
สำหรับเรา เรากลัวอยู่ 2 อย่าง
คือ กลัว กระดูกสันหลังคด กับ พาหะไวรัสตับอักเสบบี
พูดจริงๆว่า 2 อย่างนี้เราก็เพิ่งมารู้จักตอนหาข้อมูลสมัครแอร์นี่แหละ




เรื่องกระดูกสันหลัง เหมือนแต่ละสายการบินจะมีเกณฑ์ที่ไม่เท่ากัน
ว่าให้คดได้กี่องศา
เพราะถ้าไปบิน มีโอกาสจะคดขึ้นเรื่อยๆ 
จนปวดหลังทำงานไม่ไหวก็มี
ซี่งพวกนี้ก็เกิดจากการบอกต่อๆกันนะ ไม่มีอะไรชัดเจน
ไม่พิมบอกดีกว่า เพราะไม่ชัวในข้อมูล
แต่เหมือนประมาณว่า ถ้าไม่ถึง 10 องศาก็วางใจได้เลย
เราก็ไม่รู้ และอยากรู้มากๆ ว่าตัวเองคดกี่องศา
เพราะเห็นบอกว่าเค้าจะไม่บอกผลกับเรา
นอกจากว่าผ่านหรือไม่ผ่านแค่นั้น





วันถัดมาหลังจากว่ายน้ำ เราก็ไปxrayกระดูกสันหลังที่โรงพยาบาลเลยจ่ะ
พร้อมกับเจาะเลือดตรวจหาพาหะไวรัสตับอักเสบบี ไปด้วยเลย
เพราะเราไม่รู้เลยว่ามีภูมิคุ้มกันรึเปล่า
สรุปผลออกมา เห็นฟิล์มก็ดูว่ามันคดๆ เอียงๆนะ
หมอบอกว่าคดไม่เยอะ ไม่มีอะไร
เราก็ถามหมอว่ากี่องศาคะ หมอก็เอาไม้มาวัด
บอกประมาณ 13 องศา เราก็เอิ้วว เยอะอยู่นะ
แต่หมอบอกว่าไม่ส่งผลอะไรกับชีวิตเรานะ
แล้วเห็นมีบอกต่อๆ มาว่า การบินไทยให้คดได้เยอะมากๆ
แบบ 20 องศากว่า ไรงี้
แต่ก็ยังไม่สบายใจเท่าไหร่
อยากจะไปหาหมอจัดกระดูกเลยทีเดียว
(เคยไปมาแล้วด้วย แต่หลังจากนี้หลายเดือนอยู่ ห่วยอ่ะไว้เล่าให้ฟัง)
แต่พอตอนนี้ เราบอกได้เลยว่า
ยิ่งของการบินไทยนะ ไม่ต้องเครียด เรื่องตรวจร่างกายเลย
คนที่เครียดๆๆๆๆ กลัวไม่ผ่าน 
เช่น กระดูกคดเยอะๆ สูบบุหรี่จัดมาก เหนื่อยง่าย คลอเรสเตอรอลสูง
ที่เรารู้จักเนี่ย ผ่านทุกคนเลย
มีคนบอกว่าคนที่จะตก เค้าต้องรู้ตัวเองอยู่แล้วล่ะ ว่าจะตก
คนที่ไม่รู้ เครียด กลัว เนี่ย ก็ผ่านทุกคนนะ
อย่างของปีเรา เลขที่ขยับขึ้น (มาแทนคนที่ตก) น้อยมากจริงๆนะ
ตอนแรกเราเข้าใจว่าผ่าน 100 % ด้วยซ้ำ
แต่เพื่อนบอกมีคนตก
งั้นขอเปลี่ยนเป็น 99% ละกัน




เล่าซะยาว พิมเรื่องวันตรวจร่างกายดีกว่า
รอบเราแบ่งเป็นหลายวัน จำไม่ได้แล้วว่ากี่วัน
เรียงตามเลขที่ หญิงชาย แยกกัน
เราได้ตรวจวันที่  13 มิย 56 เค้านัดเวลา 7.45 
ที่สถาบันเวชศาสตร์การบิน แถวสะพานใหม่
แต่งชุดสุภาพไป  ไม่ต้องแบบพรีสกรีนนะ
ชุดสุภาพก็พอ แบบไหนก็ได้ ผมก็แค่รวบหางม้าพอ
ไปถึงปุ๊บ ซักแปดโมง ก็มีเจ้าหน้าที่เข้ามาบรีฟๆ แล้วก็มีเอกสารให้กรอก
พวกประวัติการเป็นโรคต่างๆ โรคอะไรไม่รู้เยอะแยะมากมาย
ก็ติ๊ก noๆๆๆ ไปให้หมด
แล้วก็จ่ายตัง 3650 บาท ก็ตรวจได้
อ้อ ลืมบอกไป ของที่เอาไปวันนี้ก็ บัตรประชาชน ปากกา รูป 2 นิ้ว 2 รูป
แล้วก็อดข้าวอดน้ำมาตั้งแต่ 2 ทุ่มเมื่อคืน
คนสายตาสั้นก็เอาแว่นกะคอนแทคไปตรวจการมองเห็น
ทั้งด้วยตาเปล่าและตอนใส่อุปกรณ์นะ




สำหรับการตรวจ เริ่มแรกเลยที่ทำพร้อมกัน ก็คือ เก็บปัสสาวะให้เค้า

แล้วก็เข้าคิวกันเจาะเลือด

หลังจากนั้นก็แบ่งๆกันไปตามฐาน กลุ่มละ 5 คน สลับฐานกันไป

หัวหน้ากลุ่มจะมีรายชื่ออยู่ในมือว่าต้องไปฐานไหนบ้าง

ส่วนฐานต่างๆ เท่าที่พอจำได้ มีดังนี้



  • ตรวจสายตา

ก็ให้เราไปอ่านตัวเลขสีๆ ดูว่าเราตาบอดสีรึเปล่า

แล้วก็ให้นั่งเก้าอี้ แล้วให้อ่านตัวเลขระยะไกล

ซึ่งเราแบบ สายตาสั้นนิดๆ เคยวัดเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว สั้น 75

ก็มองไกลๆไม่ชัด แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาในชีวิตมาก ไม่เคยใส่แว่นหรือคอนแทคมาก่อน

เค้าให้อ่านครั้งแรก ตัวเล็กเท่ามด เรามองไม่ออกเลยจริงๆเห็นเป็นภาพเบลอๆ

เราก็บอกเค้าว่ามองไม่ออกค่ะ เค้าก็บอกสายตาสั้นนะเนี่ย 

แล้วเค้าก็ปรับขนาดขึ้นเรื่อยๆจนอ่านออกในที่สุด



  • ตรวจการได้ยิน

อันนี้เค้าจะให้เข้าห้องเงียบ แล้วใส่หูฟัง ในหูฟังนั้นจะมีเสียงสัญญาณตุ๊ง เบาๆ

ถ้าเราได้ยินเสียงตุ๊งเมื่อไหร่ ให้เรากดปุ่มแปลว่าเราได้ยิน

ซึ่งเจ้าหน้าที่เค้าจะส่งสัญญาณตุ๊งมารัวๆ เราก็กดไปรัวๆ

แต่เสียงมันจะเบาๆหน่อย ต้องตั้งใจฟังให้ดี




  • x ray 

อันนี้ก็ไม่รู้ดูอะไร เดาว่าดูกระดูกสันหลัง ไม่ก็ปอด มั้ง

ก็ถอดเสื้อผ้าใส่เสื้อคลุม เข้าไปยืนให้เค้า x ray ก็เสร็จละ



  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

อันนี้ก็ถอดเสื้อผ้าอีก ใส่ชุดคลุม แล้วไปนอนข้างๆเครื่อง

ให้เค้าติดสายไฟกับตัวเราระโยงระยางไปหมด

มีที่แบบ คล้ายๆสายจั๊มรถที่เค้าเอาไปหนีบแบตเตอรี่รถอ่ะ

นี่เอามาหนีบตัวเราแทน

นอนๆให้เครื่องอ่านผล แปปเดียวก็เสร็จ

เจ้าหน้าที่ก็แกะสายไฟออก เป็นรอยแดงเลยจ้า แต่ไม่เจ็บนะ



  • ตรวจฟัน

อันนี้เข้าไปอ้าปากนอนให้หมอฟันดูปากเรา

ของเราหมอก็แบบ ไปอุดฟันซะนะคะ มีฟันผุ 2 ซี่ตรงนี้ๆ

แล้วก็บอกมีฟันคุดนะหาเวลาไปผ่านะคะ เสร็จละ



  • ตรวจความดัน

ก็ใส่ปลอกแขนวัดความดัน จนทก็บอกความดันปกติครับ

มีชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูงด้วย



  • พบแพทย์

เข้าคิวรอพบแพทย์ทีละคน

ก็มีการพูดคุยกันเล็กน้อยเช่นแบบ กินเหล้า สูบบุหรี่หรือเปล่า

แล้วก็ฟังเสียงชีพจร ให้เราเดินเท้าชิดดูการทรงตัว ให้ก้มให้ดูไรงี้ แปปเดียว



สรุปแต่ละฐานมีแต่คำว่าแปปเดียว

ซึ่งมันก็แปปเดียวจริงๆนะ ด้วยจำนวนคนที่เยอะด้วยแหละ ไม่เกินเที่ยงก็เสร็จ

แต่ขอบอกว่าสบายใจได้เลย

ผ่านอยู่แล้วถ้าไม่ได้เป็นเอดส์ไรงี้

แล้วก็รอผลไปยาวๆ เห็นบอกว่าถ้าใครมีปัญหาเค้าจะโทรเรียกไปรีเชคผลด้วย

ไม่รู้จริงเปล่า

ของเราก็ไม่มีใครโทรอะไรใดๆ

ก็รอวันที่ 16 กค ก็ประกาศผล ก็ผ่านกันหมดนะ

แต่เค้าไม่ได้บอกผลตรวจกับเราอ่ะ แหม่ตั้งสามพันกว่า

แต่ว่าผ่านเก๊าะโอเคแล้ว




อ้อๆ ก่อนหน้านี้ วันที่ 24 มิย มีอีกด่านนึงคือตรวจประวัติอาชญากรรม

ซึ่งไม่มีไรมาก เราคงไม่อัพเป็นอีกหน้านึง พูดถึงตรงนี้เลยละกันนะ

ก็วันนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมากมาย มาตรวจให้ที่การบินไทยเลย

แต่ใครติดธุระ จะไปตรวจเองที่สนงตำรวจวันอื่นๆก็ได้นะ แล้วส่งผลให้การบินไทยเอง

ไปถึงแต่เช้า เจ้าหน้าที่ก็จะมีใบให้กรอกประวัติ

แล้วก็พิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว

เสร็จก็กลับบ้านได้เลย แปปเดียวอีกแล้ว

ซึ่งอันนี้ก็บอกได้เลยว่าผ่านหมด ยกเว้นเคยทำอะไรร้ายแรงมากๆมา

หรือเคยเมาแล้วขับ อันนี้อาจจะเรื่องใหญ่อยู่ ตามกมรัฐวิสาหกิจ

แล้วเค้าก็บอกแต่แรกอยู่แล้ว ตั้งแต่วันว่ายน้ำแล้วว่า ใครเคยขึ้นโรงขึ้นศาล

คิดว่าอาจจะมีปัญหาอะไร ให้อยู่คุยกับเค้าวันนั้นเลย จะได้ดูเป็นเคสๆไป

อ้อ แล้วพวกแบบ ขับรถ รถชน ฝ่าไฟแดง ได้ใบสั่ง พวกนี้ไม่เกี่ยวนะจ้ะ

รอบนี้ไม่มีการประกาศผล ไปประกาศผลพร้อมการตรวจร่างกายทีเดียว 16 กคเลย




พอประกาศผล ทีนี้ก็คือเราได้เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแล้วล่ะ

ก็รอเทรนกันไป ตามเลขที่

ของเราห้อง 4 ได้เทรนวันที่ 19 สค

รุ่นเราแบ่งเป็น 12 ห้องเล็ก ห้องนึง ช 10 ญ 10

แต่ตอนเรียนจะเรียนเป็นห้องใหญ่ก็มี คือห้อง 1-2 , 3-4 เรียนด้วยกัน ไรงี้

วันแรกที่เรียกเทรนก็คือวันที่ไปเซ็นสัญญานี่แหละ

ที่สนญการบินไทย

แต่ช่วงเทรนก็จะไปมีชีวิตที่ศูนย์ลูกเรือตรงหลักสี่

ห้องนึงก็สลับกันไป สำหรับห้องเราเรียนเครื่องแอร์บัสก่อน 

แล้วจะให้ไปบินแล้วค่อยกลับมาเรียนเครื่องโบอิ้ง ถึงจะบินโบอิ้งได้

เทรนๆเกือบ 3 เดือนแล้วเค้าก็ให้บินเลย

บินเป็นเทรนนีอยู่ 6 เดือน (ระหว่างนี้มีการไปเรียนเพิ่ม เครื่องอีกแบบนึงด้วย)

แล้วจะมีการประเมินผลว่าผ่านโปรหรือไม่

ช่วงเทรนนีคือห้ามแลกสเกดนะ แล้วก็ถ้าลาป่วยโดนหักคะแนน




ไม่รู้จะอัพไรแล้ว

ก็ขอจบกระบวนการคัดเลือกไว้ที่หน้านี้เลยแล้วกัน

ก็ขอบคุณที่ติดตามนะ

ไม่รู้จะช่วยไรได้บ้างรึเปล่านะเนี่ย

แต่ขอให้ทุกคนโชคดีดั่งที่หวังไว้

ไม่ว่าจะสายการบินไหน

โอกาสหน้าก็ขอให้ได้บินด้วยกันนะ อิอิ













 

Create Date : 19 ตุลาคม 2556
0 comments
Last Update : 31 ธันวาคม 2556 18:05:02 น.
Counter : 4993 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


puppypat
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 21 คน [?]




Stand by me, nobody knows the way its gonna be
Friends' blogs
[Add puppypat's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.