Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 

เมื่อแองจี้บินกลับอเมริกา

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เราสองคนแม่ลูกจะต้องกลับอเมริกากันแล้ว หลังจากผัดวันประกันพรุ่งมาเป็นนานสองนาน ก็อีตอนขามาน่ะ แองจี้ยังแบเบาะ คลานก็ยังไม่เป็นเล้ย จับวางไว้ตรงใหนก็อยู่ที่เดิม แต่อีตอนขา กลับนี่สิ แองจี้กำลังหัดเดินอย่างเมามัน ไม่ยอมอยู่กับที่เลย เอาล่ะสิ แล้วสองคนแม่ลูกต้องเดินทางกันตามลำพัง มามี๊จะรับมือไหวมั๊ยล่ะเนี่ย

ก่อนเดินทางเราก็ต้องจัดกระเป๋าเดินทางกันก่อน




นี่ถ้าสามารถจับแองจี้ยัดใส่กระเป๋า โหลดไปใต้ท้องเครื่องบินได้ก็ดีสิเนาะ มามี๊จะได้ไปนั่งเหยี่ยดแข้งเหยียดขา จิบน้ำส้มคั้น ดูหนังซักเรื่องสองเรื่อง แล้วก็หลับยาวไปถึงอเมริกา ถึงแล้วก็ไปรับแองจี่้ที่สายพาน โอ๊ย อะไรชีวิตมันจะง่ายดายปานนั้น แต่ในความเป็นจริงที่ไม่ใช่หนังการ์ตูน มามี๊จะเอาหนูโหลดไปกะกระเป๋าไม่ด๊ายยยย (ถึงจะอยากซักปานใดก็ตาม) ยังไง เราสองคนแม่ลูกก็จะไม่มีวันพรากจากกัน เราจะเคียงข้างกันอยู่บนเครื่องบินตลอดเส้นทางจากเชียงใหม่ไปอเมริกา นับแล้วก็ประมาณยี่สิบชั่วโมงได้ จะมันขนาดใหน มาติดตามชมกัน

เริ่มจากไฟล์ทแรก อันนี้ชิวๆ ชั่วโมงเดียว จากเชียงใหม่ไปสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ค่าตั๋วถูก แต่ต้องเสียค่าโหลดกระเป๋าโครตแพงเลย คิดรวมแล้วแพงกว่าการบินไทยอีกแน่ะ แต่ก็จำต้องบิน เพราะเวลาเหมาะสมที่สุดที่จะไปต่อเครื่อง งานนี้ไม่ได้ซื้อตั๋วให้แองจี้ จ่ายแค่ค่าธรรมเนียม infantประมาณห้าร้อยบาท โชคดีที่ไฟลท์มีที่นั่งว่าง แองจี้เลยได้นอนหลับสบาย




หลับไปได้แป๊บเดียว ยังไม่ทันได้ฝันเห็นเลขเด็ดเลย แองจี้ก็ถูกปลุกให้ตื่นซะแล้ว เนื่องจากท่านได้เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยแล้ว จริงๆยังไม่ถึงหรอก ตัวสนามบินน่ะ ถึงแค่รันเวย์ซึ่งก็ไกลจากตัวอาคารลิบเลย มี Shuttle Bus มารอรับไปส่งที่ตัวอาคาร ถึงตอนนี้ คิดถึงสภาพความทุลักทุเลที่ต้องแบกเป้ใบใหญ่ๆหนึ่งใบ กระเป๋าสัมภาระเด็ก แล้วใหนยังจะลูกอีกหนึ่งคน รถเข็นอีกหนึ่งคัน ลงจากเครื่องบินไปขึ้นรถบัส นี่ยังดีนะ มีคุณยายกะพี่เจแปนมาด้วย ยังมีตัวช่วย ขึ้นมาบนรถบัสที่อัดแน่นเป็นปลากระป๋อง สายตาทุกคนมองเด็ก สตรี และคนชรา ด้วยความเห็นใจ แต่ ไม่ยักกะมีใครลุกให้นั่งซักกะคน เออออ คนไทยใจดีกันจริงๆๆๆๆ นับถือๆๆ
ถือเป็นการฝึกประสบการณ์การโหนรถเมล์ครั้งแรกในชีวิตของแองจี้น้อย อิ อิ แองจี้โหนไม่ถึง กอดขามามี๊เอาก็ด๊ายยย กอดซะแน่นเลย กลัวตก คริ คริ



หลังจากหอบหิ้วกันมาเช็คอินไฟล์ทต่อไปกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะโกอินเตอร์กันจริงๆซักที เฮ้อ คราวนี้แหละ สองคนแม่ลูกต้องเดินทางกันตามลำพัง แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว เราบินด้วยสายการบิน Eva Air เพราะชอบที่มีไฟล์ทบินตอนกลางคืน เดินทางกับเด็กเล็กควรเลือกบินไฟล์ทกลางคืนจะง่ายกว่าบินไฟล์ทกลางวันค่ะ ขอคอนเฟริ์ม



ภาพหลังจากเราผ่าน Immigration เข้าไปข้างใน เตรียมขึ้นเครื่อง


และแล้วก็ถึงเวลาขึ้นเครื่่องกันแล้ว วันนี้เราจะบินกันสองต่อ เที่ยวแรกจากกรุงเทพไปไทเป จากนั้นก็ต่อจากไทเป ไปซีแอทเทิลอีกทีนึง ส่วนตัวแล้ว ชอบบินแบบต่อเครื่องมากกว่าบินไฟล์ทยาวนะ เพราะมันมีความรู้สึกได้พัก ได้ไปเดินยืดเส้นยืดสาย อยู่บนเครื่องนานๆแล้วเป็นโรคเครียดอ่ะ
ไฟล์ทไปใต้หวันวันนี้ว่างมากๆ เนื่องจากเรากลับกันช่วงที่มีพวกเสื้อแดงประท้วงยึด กทม คาดว่านักท่องเที่ยวคงแห่ยกเลิกเที่ยวบินกันหมด แองจี้เลยได้เดินเล่นทั่วเครื่องบิน อยากนั่งตรงใหนก็นั่ง สบายจริงๆ




เครื่องขึ้นได้ซักพักเค้าก็เอาของฟรีมาแจก ภายในถุงประกอบไปด้วยของสมนาคุณคือ ผ้าอ้อมสองชิ้น เบบี้ไวพ์หนึ่งแพค แล้วก็กันเปื้อนสองชิ้น




แองจี้เห็นของฟรีก็ไม่รอช้า รีบรวบรวมพลังลมปราณ แล้วก็ อึอึ๊๊๊๊.......เบ่งหน้าดำหน้าแดง เพียงเพื่ออยากทดสอบว่า แพมเพิร์สฟรีนี่มันจะเป็นยังไงน๊า เฮ้อ จี้เอ๊ย เครื่องขึ้นสัญญานรัดเข็มขัดยังไม่ทันจะดับเลย ก่อเรื่องซะแล้ววววว ก็เลยต้องลากกันไปเปลี่ยนในห้องน้ำแคบๆของเครื่องบิน ใครที่จินตนาการไม่ออกว่ามันแคบขนาดนั้นจะไปนอนเปลี่ยนผ้าอ้อมกันได้ไง มาดูรูปกันค่ะ ว่าเราสามารถ อิ อิ




ออกจากห้องน้ำมาไม่ทันไร อาหารมาเสริฟทันที อาหารเด็กเค้าจะเสริฟก่อนอาหารทั่วไป เมนูของแองจี้มี มันบด ชีส แล้วก็ผักโขม



กินอิ่มแล้วเล่นต่อซักพัก ก็ถึงใต้หวันแล้ว เราใช้เวลาบินสามชั่วโมงกว่าเอง



ถึงสนามบินใต้หวัน เราก็ตรงดิ่งไปยัง Nursing room ถ้าใครเป็นแม่ลูกอ่อนมีโอกาสได้ไปสนามบินไทเป ขอแนะนำเลย ว่าอย่าพลาดห้องนี้ แต่งไว้น่ารักมาก Sanrio ทั้งห้อง มีผ้าอ้อมของSanrio ให้ฟรี มีทุกไซด์ แป้ง โลชั่น เบบี่ไวพ์ มีน้ำร้อน น้ำเย็นให้เสร็จสรรพ มีห้องให้นมลูก มี Changing table มี Clibให้นอน โอ๊ย คืนนี้อยากนอนซะห้องนี้แหละ ไม่อยากเดินทางต่อแล้ว และเราก็ไม่พลาดที่จะใช้บริการผ้าอ้อมฟรีอีกตามเคย ของฟรีอ่ะ ใครมั่งไม่ชอบ




หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัว เปลี่ยนชุด เปลี่ยนผ้าอ้อมให้แองจี้แล้ว ก็ได้เวลาไปขึ้นเครื่องไฟล์ทต่อไป ไทเป-ซีแอทเทิล คราวนี้บินยาว12ชั่วโมงเลย แต่เนื่องจากมันเป็นไฟลท์ดึก ห้าทุ่มที่ใต้หวัน ถ้าเป็นเมืองไทยก็สี่ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่แองจี้ง่วงเต็มแก่ พอเค้าเอาเปลมากางให้ แองจี้ก็หลับไปเลย หลับยาวจนถึงSeattleด้วยนะ ดีมากกกลูกรัก




ข้อเสียของการเดินทางกลางคืนแบบนี้คือ พอมาถึงที่อเมริกา มันก็เป็นตอนเย็นของที่นี่ ซึ่งก็คืิอตอนเช้าของเมืองไทย ดังนั้น พอมาถึงแล้วแองจี้ก็ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน จะเล่นอย่างเดียว แต่พอกลางวันก็จะเอาแต่หลับ เป็นอย่างนี้อยู่สามวันแน่ะ กว่าจะปรับตัวได้ ตอนนี้แองจี้ก็ปรับตัวได้เป็นที่เรียบร้อย เป็นสาวอเมริกันเต็มตัว ไว้ลุ้นกันต่อไปตอนเรากลับเมืองไทยกันอีกครั้ง ว่าแต่จะกลับเมืองไทยเมื่อใหร่กันอีกดี เอาไว้หายเหนื่อยก่อนนะ ค่อยเริ่มจองตั๋ว




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2553
2 comments
Last Update : 17 สิงหาคม 2553 5:44:32 น.
Counter : 660 Pageviews.

 

เข้ามาคนแรกเลย เขียนได้สนุกมากคะหนิง แองจี้ก็น่ารักสุด ไม่งอแงบนเครื่องเลย ผิดกะยัยแคทตอนกลับไปเมื่อ 4-5 เดือนก่อน เธอไม่ยอมนอนคะ หลับแป๊บเดียวก็ตื่น นังแม่เลยไม่เป็นอันได้นอน เหนื่อยมาก ๆ

 

โดย: girlinbrugge 21 กันยายน 2553 18:28:51 น.  

 

เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีกน๊ะ หรือสงสัยว่าจะได้เจออีกทีน้องเป็นสาวแล้วแน่ๆ ฮิฮิ

 

โดย: จุ๋ม IP: 115.67.177.215 8 ตุลาคม 2553 21:15:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Angela_cnx
Location :
Oregon United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Angela_cnx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.