โตเดี่ยว ... แล้วแต่อิสระจะพาไป
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
1 กรกฏาคม 2550
 
All Blogs
 

โมโม่ VII : Momo, walk with me - The end

ขอบคุณที่มาของเนื้อหาภาษาอังกฤษ
MOMO By Michael Ende
แปลโดย J.Maxwell Brownjohn


หลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่ถูกพูดถึงในหนังสือมันเหมือนกับบทสนทนาที่เรามีต่อกันเเละกันอย่างกับลอกกันมา ความประหลาดใจเกิดขึ้นในเเทบทุกหน้า ไม่เว้นเเม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เราถกเถียงกันในวันนั้น ที่สำคัญ มันทำให้ชั้นเข้าใจสิ่งที่เราคุยกันมากขึ้นจม …

ชั้นเพียงเเค่บอกเล่าถึงเรื่องราวมหัศจรรย์และความเหมือนกันของตัวละครกับบุคคลที่มีตัวตนจริงๆอย่างเราๆ เเต่ในหนังสือ ยังมีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับสาระของการใช้ชีวิตที่ผู้ใหญ่หลายๆคนควรเก็บไปคิดไม่มากก็น้อย

พออ่านมาถึงตัวอักษรตัวสุดท้าย ชั้นรู้สึกปริ่มๆในใจยังไงบอกไม่ถูก ถึงชั้นจะไม่ใช่พวกชอบอ่านหนังสือสำหรับเด็ก
เเต่โมโม่ก็ไม่ใช่เเค่นิทานอ่านเล่น ไม่เเปลกใจเลยว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ที่มีต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมัน ถึงได้ถูกแปลเป็นภาษาต่างๆกว่า 30 ภาษา และยังได้รับการยกย่องว่าเป็นคัมภีร์สำหรับการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่อีกด้วย

พิมพ์ครั้งแรกในเยอรมันเมื่อปี 2516 ก่อนชั้นเกิดเเค่ไม่กี่ปี
เมืองไทยมีโอกาสได้อ่านงานเขียนชั้นยอดเล่มนี้ครั้งเเรกเมื่อปี 2529 ถึงจะผ่านมา 30 กว่าปี เเต่เรื่องราวต่างๆกลับไม่ได้ดูล้าสมัยเลยเเม้เเต่น้อย ทุกอย่างในจินตนาการและความคิดของ Michael ในวันนั้น ยังปรากฎชัดเจนให้เราได้เห็นกันในทุกวันนี้

คืนนั้น … ตอนที่เราเถียงกันเรื่องความสวยงามของชีวิต และอิสระในการใช้ชีวิต
“โมโม่” ตอบโจทย์ที่ชั้นไม่เข้าใจ …

สมัยเด็ก เรามีความสดใสโดยไม่มีปัจจัยอื่นหรือความวุ่นวายต่างๆมาครอบงำ เรามีเวลาเต็มที่ เราใช้มันอย่างมีความสุข เราได้ทำอะไรที่เราอยากทำ แต่พอเราโตขึ้น กลับกลายเป็นว่าเรามีเวลาน้อยลง จนเราไม่เหลือเวลาที่จะได้ทำอย่างที่ใจต้องการ

ใครกำลังขโมยเวลาของเราไป????

นั่งถามตัวเองชัดๆว่าเวลามันถูกขโมยหรือเราเต็มใจให้มันโดนขโมย สภาพเเวดล้อมบีบบังคับ กดดันให้ชีวิตที่เคยมีความสุข กลายเป็นความห่อเหี่ยว หรืออะไรล่ะ ที่มันดูดกลืนรอยยิ้มไป แล้วเราจะปล่อยให้มันดูดกลืนต่อไปอย่างนั้นน่ะเหรอ????

สำหรับชั้นเเล้ว ที่ผ่านมาชั้นไม่เคยปล่อยให้ใครมาขโมยเวลาของชั้น เเต่เหมือนชั้นจะตัดสินใจให้เวลาเหล่านั้นกับมันไปเอง ชั้นเคยเผลอบ่นว่าเวลาเหลือน้อย … เเต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เหลือน้อยเลย มันก็เหลือเท่าที่ชั้นควรจะเหลือนั่นเเหละ เพียงเเต่ชั้นจัดสรรใช้มันอย่างผิดๆต่างหาก
วันที่ร่ำร้องหาอิสระ … ก็เป็นเพราะชั้นไม่รู้จักให้เวลาอิสระกับตัวเอง แต่ … ไม่ละ ชั้นเข้าใจเเล้ว ว่าชั้นจะเลือกใช้มันยังไง

โมโม่ ในชีวิตจริง และโมโม่ในหนังสือ ก็เป็นตัวอย่างที่มากพอที่จะให้ชั้นได้เรียนรู้ว่า ทำอะไรที่อยากทำซะทีได้เเล้ว … ถ้าความล่องลอยมันคือสิ่งที่ชั้นต้องการ ก็ปล่อยให้ตัวเองได้ล่องลอยซะบ้าง อย่ามัวเเต่อ้างว่าไม่มีเวลา หรือมัวเเต่ไปฟังคำใครว่า “จะเอาเวลาไปทำสิ่งไร้สาระทำไม”

มันไม่ใช่เรื่องไร้สาระเลย ถ้าเราคิดจะทำตามใจตัวเอง ถ้าให้เวลากับอิสระแล้วล่องลอยไปอย่างที่คิดที่ฝัน ก็คงถึงเวลาที่ควรจะจัดการทำมันซะที ดีกว่านั่งหนักเเน่นเเต่ยิ้มไม่ออกอยู่อย่างทุกวันนี้ ในขณะที่เวลาดีๆก็ค่อยๆหมดไป




 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2550
2 comments
Last Update : 3 กรกฎาคม 2550 13:32:50 น.
Counter : 367 Pageviews.

 

ค่ะ ไม่มีใครมาเม้น ขอเม้นมั่งค่ะ

 

โดย: yosita_yoyo 18 กรกฎาคม 2550 18:33:28 น.  

 

ผ่านไปสองปี เพิ่งเห็นคอมเม้นต์ ถ้าได้กลับมาดูอีกที อย่าโกรธกันนะคะที่เพิ่งตอบ ... ตอนนี้คงไม่มีใครเม้นต์แล้ว เพราะเจ้าของบล็อกชอบหายหัว :D

 

โดย: โตเดี่ยว (doggieyanky ) 17 สิงหาคม 2552 0:10:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


doggieyanky
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




โตเดี่ยว เที่ยวหมด
I'm not rich but people who i have met have made my heart so rich!!!
Friends' blogs
[Add doggieyanky's blog to your web]
Links
 
MY VIP Friend


 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.