Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 

แอบตกหลุมรักหมอคนนึงครับ

แอบตกหลุมรักหมอคนนึงอะครับ...

เรื่องราวระหว่างผมกับเธอมันเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่กี่วัน แต่ผมก็รู้สึกดีเวลาที่นึกถึงมัน อนาคตจะเป็นอย่างไรผมไม่รู้หรอก เพราะเราก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่เลย แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ผมก็จะยังรู้สึกดีๆกับเธอเสมอไม่เปลี่ยนเหมือนเช่นวันแรกที่เรารู้จักกัน เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ


เธอเป็นหมอ intern ปีที่ 2 ซึ่งทางจังหวัดจัดให้มาเข้าเวรในโรงพยาบาลที่ผมอยู่ เธอถูกส่งให้มาเข้าเวรที่นี่ พร้อมๆกับหมอผู้ชายอีกคน (ชื่อหมอคุง) ซึ่งเป็นรุ่นน้องคณะของเธอ (อายุน้อยกว่าเธอ 2 ปี) เนื่องจากที่โรงพยาบาลของผมไม่มีหมอประจำ (เนื่องจากช่วงกลางปีนี้ หมอลาออกพร้อมกันทีเดียว 3 คน และหาคนอื่นมาลงแทนไม่ทัน) ทางสาธารณสุขจังหวัดจึงจัดเวรให้หมอจากโรงพยาบาลอำเภออื่นๆมาเข้าเวรแทน สลับหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ


วันนั้นขณะที่ผมนั่งอยู่ที่ห้องพักเพื่อเคลียร์เอกสารและนั่งเล่นคอมฯอยู่พักหนึ่ง พอหายเหนื่อยผมก็เดินเข้ามาที่ห้องคลีนิกเพื่อจะดูว่ามีคนไข้มายื่นบัตรเพื่อรอคิวทำฟันอีกหรือเปล่า พอผมเปิดประตูห้องคลีนิก ผมก็เห็นเธอกำลังคุยทักทายและแนะนำตัวกับผู้ช่วยของผมอย่างเป็นกันเอง เมื่อเธอเห็นผมเดินเข้ามาในห้อง เธอก็ส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เธอเป็นหมอที่ท่าทางใจดี ยิ้มสวย เวลาที่เธอยิ้มจะเห็นฟันเขี้ยวข้างซ้ายนิดนึงมองแล้วน่ารักมีเสน่ห์มากๆ หน้าตาเธอออกหมวยๆ ผิวขาว เธอยิ้มกว้างให้ผมจนเห็นฟันขาว พร้อมกับยกมือไหว้ผมด้วย นาทีนั้นผมเขินทำอะไรไม่ถูกที่อยู่ดีๆหมอผู้หญิงน่ารัก อายุรุ่นราวคราวเดียวกันมายกมือไหว้ (เกิดปี 2524) ผมก็ยกมือไหว้ตอบเธอไปแบบเก้ๆกังๆนิดหน่อย แล้วเราก็คุยทักทายกันเล็กน้อย ผมแนะนำตัวไปว่าชื่อเต้ย เธอก็แนะนำบ้างว่าเธอชื่อไพลิน หรือเรียกว่าลินก็ได้ เพิ่งมาใหม่และแวะเข้ามาทักทาย แล้วเราก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อ ผมรู้สึกชื่นชอบในอัธยาศัยของหมอมาใหม่คนนี้จังแต่ก็ไม่ได้อะไร


ช่วงนั้นทางโรงพยาบาลที่ผมอยู่มีจัดแข่งกีฬาภายในพอดี และวันนั้นเป็นวันแข่งกีฬาภายในวันสุดท้ายของโรงพยาบาล (วันชิงชนะเลิศ) ผมลงทำโอทีถึงทุ่มเศษๆ ติดคนไข้หลาย case เลยไม่ได้ลงแข่งกีฬา พอทำคลีนิกเสร็จผมก็เดินออกจากห้อง ด้วยความหิวผมรีบเดินมาที่สนามกีฬา มีอาหารหลายอย่างที่แม่ครัวทำให้นักกีฬารวมทั้งคนดู แข่งกีฬาไปด้วยกินไปด้วยทำนองนั้น เดินมาถึงโต๊ะม้าหิน ก็มีพี่พยาบาล หมอคุง และหมอลิน นั่งอยู่ก่อนแล้ว ผมก็นั่งร่วมวงด้วย และทานอาหารจนอิ่ม ต่อด้วยผลไม้


มีจิ้งหรีดทอดอยู่จานนึงซึ่งผมไม่ได้แตะต้อง (เพราะกินไม่เป็นอะ) พี่พยาบาลถามว่าหมอเต้ยกินเป็นมั้ย ผมก็บอกไปว่ากินไม่เป็นครับ ส่วนหมอลินเธอกินแฮะ หยิบขึ้นมากินเฉยๆซะงั้นไม่สะทกสะท้าน ส่วนหมอคุงทำท่าเหมือนจะลองกินด้วยการหยิบจิ้งหรีดในจานขึ้นมาตัวหนึ่ง


คุง “พี่ลินรู้ได้ไงว่าตัวไหนเป็นตัวผู้ตัวไหนเป็นตัวเมีย”
ลิน “ไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าตัวไหนมีไข่ตัวนั้นก็ตัวเมียไง”
คุง “แล้วพี่ลินรู้ได้ไงว่าตัวไหนมีไข่”
ลิน “ก็ตัวที่ท้องมันป่องๆไง” (แล้วก็หยิบตัวที่ท้องป่องๆขึ้นมาตัวนึงให้เจ้าคุงขี้สงสัยดู)
คุง (ถามต่อ) “แล้วพี่ลินกล้ากินด้วยเหรอ จิ้งหรีดทอดเนี่ย มันมีขา มีปีก มีหนวดด้วย ยึ๋ย” ว่าแล้วก็ทำท่าทางขยะแขยง
ลิน “อื้ม อร่อยดีออก คุงไม่กินเพราะว่ามันมีขา มีปีก มีหนวดใช่มั้ยล่ะ” ว่าแล้วเธอก็ไม่รอช้า จัดการหยิบจิ้งหรีดผู้เคราะห์ร้ายตัวนั้น มาทำการเด็ดขา เด็ดปีก เด็ดหนวดออกจนหมด แล้วยื่นให้คุง
คุง “ไม่อ๊าววว พี่ลิน ยังไงผมก็ มมม...ไม่กินอะ เนี่ยมันมีขนด้วย” (ว่าเข้าไปนั่น)
ผม (นึกในใจ) อะไรว้า ลินเค้าอุตส่าห์แกะให้แล้วก็ยังไม่กิน ว่าแต่ว่าตลกดีนะเนี่ย อุตส่าห์นั่งเด็ดขาเด็ดปีกเด็ดหนวดด้วย แล้วทีนี้จะเด็ดขนต่อยังไง 555


ทันใดนั้น ลินก็ยื่นจิ้งหรีดตัวนั้นมาทางผมแทนแล้วพูดว่า “เต้ยลองกินดูมั้ยคะ อร่อยออก” (ทำหน้าตาเชิญชวนสุดฤทธิ์ ทั้งๆที่ไอตัวที่จะให้กินอะ มันน่าขยะแขยงสำหรับผมมั่กๆ)
ผม (นึกในใจ) ซวยแล้วตู เราไปเกี่ยวไรด้วยอ่า อยู่ๆก็ยื่นให้เรากินซะงั้น
แต่ผมก็ยื่นมือไปหยิบจิ้งหรีดทอดตัวนั้นจากมือของลิน แล้วก็ทำหล่นเอาดื้อๆ (ไม่ได้แกล้งทำหล่น แต่มันหล่นเองง่ะ) คิดในใจว่า เออก็ดีเหมือนกัน หล่นๆไปซะจะได้ไม่ต้องกิน 555
ลิน “ไม่เป็นไรๆๆค่ะ เดี๋ยวเอาตัวใหม่ให้ก็ได้” ว่าแล้วลินก็หยิบจิ้งหรีดทอดตัวใหม่ มาเด็ดขาเด็ดปีกเด็ดหนวด ทำเหมือนเดิมเด๊ะ แล้วยื่นมาให้ผมอีกครั้ง
ผม (คิดในใจ) ง่ะ...จนด้าย ตูต้องกินจริงๆหรอเนี่ย
แล้วก็แบมือรอรับ (กลัวหล่นอีก) ลินก็เอาให้ผมพลางชักชวนให้กินอีกครั้ง
ลิน “ลองกินดูค่ะ” (ยิ้มให้ด้วย)
ผมก็อ้าปากแล้วรีบเอาจิ้งหรีดตัวนั้นเข้าปากอย่างรวดเร็ว กะว่าจะกลืนรวดเดียวเลย
ลิน “ต้องเคี้ยวๆก่อนนะคะ อย่าเพิ่งรีบกลืน เดี๋ยวไม่ได้รสชาตินะ” แล้วยิ้มให้ผมอีก
ผมเองก็กลืนไม่ลงเหมือนกัน เลยต้องทำตามที่ลินบอก คือเอามาเคี้ยวๆก่อน รสชาติก็ออกมันๆดี แล้วก็รีบกลืน...เอื๊อก “กล้ากินได้ไงเนี้ย ไม่เอาแล้วๆๆกินตัวเดียวพอแล้วนะ”
แล้วเราก็คุยวิจารณ์เรื่องกีฬากัน ว่าใครเล่นเป็นยังไง สีไหนน่าจะได้แชมป์ จะมีโอกาสพลิกล็อกไหม เมื่อแข่งกีฬาจบเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านพัก วันนี้เป็นอีกวันนึงที่ผมได้รับประสบการณ์ในการกินอาหารแปลกใหม่ที่ไม่เคยกินมาก่อน 555 (นึกแล้วขำๆตัวเอง)


วันรุ่งขึ้นก็ต่างคนต่างทำงานของตัวเองไป ผมก็อยู่ห้องคลีนิกทันตกรรม รอรับคนไข้ตามปกติในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็รับคนไข้ที่นัดทำงานเฉพาะทางไว้ ส่วนลินกับคุงก็อยู่ห้องตรวจโรค ตรวจคนไข้ไปเรื่อยๆ เที่ยงกว่าๆโน่นถึงจะได้พักกัน เพราะคนไข้ค่อนข้างเยอะ


ตอนเย็นทันตแพทย์อีกคนในฝ่าย (ชื่อกอล์ฟ) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของผม ออกไอเดียว่าจะชวนคุงกับลินไปทานอาหารที่ร้านอาหารด้วยกัน ผมก็ตกลงในทันที (พลางนึกว่า ว้าว จะได้ไปร่วมวงทานอาหารกับลินด้วย แบบนี้คงได้คุยกันอีก) แล้วเราก็ได้ไปกัน ผมนั่งรถมากับกอล์ฟและลิน ก็คุยกันไปพลาง คุยกันเรื่องทำงานวันนี้เป็นยังไงบ้าง คุยเกี่ยวกับเรื่องโรงพยาบาลเราอยู่ในเมืองเล็กๆค่อนข้างเงียบไม่ค่อยมีอะไร ร้านอาหารก็มีน้อยและปิดร้านกันไว เรามาถึงร้านอาหารริมแม่น้ำโขง บรรยากาศใช้ได้ทีเดียว ก็เข้ามานั่ง แล้วสักพักคุงก็ขับรถมาถึง เราทั้งสี่คนก็สั่งอาหารมาทานกัน และนั่งคุยกันไปเรื่อยๆหลายเรื่อง กอล์ฟกับคุงจะเรียกลินว่าพี่ลินตลอด แต่ผมเห็นลินน่าจะอายุพอๆกันเลยลองถามปีเกิดดู
ผม “พี่ลินเกิดปีอะไรเหรอคับ เห็นกอล์ฟก็เรียกพี่ลินอะ”
ลิน “ลินเกิดปี 2524 ค่ะ”
ผม “อ้าว เกิดปีเดียวกันเลยนี่นา”
กอล์ฟ “เพิ่งรู้เหมือนกันเนี่ยว่าพี่ลินก็เกิดปีเดียวกัน แต่เรียกพี่จนติดปากแล้ว ก็ปิติบอกให้เรียกพี่ก็เลยเรียกมาตลอด (หมอปิติเคยอยู่ ร.พ. เดียวกับหมอกอล์ฟและสนิทกัน และหมอปิติก็เคยเรียนคณะและมหาวิทยาลัยเดียวกับลิน)
ผม “แล้วพี่ลินเกิดเดือนไหนคับ สงสัยเกิดต้นๆปีแน่เลย”
ลิน “ปิติชวนเรียกซะแก่เลย แต่ไม่เป็นไรหรอกเรียกไงก็ได้ค่ะ”
จริงๆแล้วผมถามปิติทีหลังว่าทำไมเรียกพี่ ปิติบอกว่าก็ลินเป็นรุ่นพี่คณะ เป็นเพื่อนกับพี่รหัส แต่เรียนไปช้าปีนึงเลยจบพร้อมๆกัน (เหมือนผมเลย แต่ผมก็เรียนช้าไป 3 ปีแน่ะ แต่บวกลบอายุแล้ว เท่ากันเลยทั้งผม กอล์ฟ ลิน และปิติ เกิดปีเดียวกันหมด)
เราทานข้าวเสร็จแล้ว พี่คนเสิร์ฟอาหารก็ยกลองกองมาให้โต๊ะผม (ไม่ได้สั่ง แต่เค้าคงเอามาแถมให้)
ลิน “มีลางสาดมาให้ด้วย”
คุง “ไม่ใช่ลางสาดพี่ลินอันนี้มันลองกองต่างหาก”
ลิน “อ้าวแล้วมันต่างกันยังไงเหรอลองกองกับลางสาด”
คุง “ดูที่เปลือกกับยางของมันมั้งพี่ลิน แต่ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นลองกองนะ ตอนนี้ลองกองถูกอะ ลองกองนราธิวาสไง”
ผม “ใช่ๆ น่าจะเป็นลองกองมากกว่า ตอนนี้ลองกองราคาถูก และรสชาติดีกว่าลางสาดนะ”
ลองกองถาดนั้นวางอยู่ใกล้ลินกับกอล์ฟมากกว่าเพื่อน ลินหยิบลองกองลูกหนึ่งส่งให้กับคุง แล้วหยิบอีกลูกนึงมาแกะเปลือกออก แล้วส่งลูกที่เพิ่งแกะนั้นมาให้ผม
ลิน “นี่ค่ะแกะแล้ว”
ผม “ขอบคุณครับ” และยื่นมือไปรับด้วยท่าทางเขินๆนิดหน่อย พลางคิดว่า (ดีจังมีแกะให้เราด้วยแฮะ)


... ทานอาหารมื้อนั้นเสร็จเราก็แยกย้ายกันกลับบ้านพัก สุดสัปดาห์นั้นกอล์ฟชวนผมไปเที่ยวในตัวเมืองอุบลฯ ส่วนคุงกับลินติดอยู่เวร ซึ่งน่าสงสารอะ เป็นหมอทั่วไปต้องขึ้นเวรเสาร์-อาทิตย์ด้วยตามแต่ที่เขาจัดให้ ส่วนหมอฟันอย่างผมกับกอล์ฟ ไม่เคยต้องขึ้นเวรในวันหยุดราชการแบบนี้เลย วันหยุดเราก็เลยหาโอกาสไปผ่อนคลายกัน เราไปทานอาหาร + ดูหนังเรื่องสายลับจับบ้านเล็ก + ร้องคาราโอเกะ และขับรถกลับมาพักที่บ้านพักโรงพยาบาลของหมอปิติ ซึ่งอยู่ห่างตัวเมืองอุบลฯ 60 กม. เราเข้าอุบลฯ 2 วัน ติดต่อกัน ผมอดคิดถึงลินไม่ได้ อยากให้ลินมาด้วยคงจะดีกว่านี้ ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง อยู่เวรเหนื่อยไหมนะ

วันอาทิตย์ผมขับรถไปส่งกอล์ฟในตัวจังหวัด กอล์ฟรับทำโอทีแทนหมอฟันในจังหวัดที่ลากลับไปรับปริญญา พร้อมกับทำเนียนขอเบอร์โทรของคุงกับลิน (กะว่ากลับไปจะลองโทรชวนลินไปนั่งรถเล่นด้วยกัน อิอิ) ผมส่งกอล์ฟแล้วก็ขับรถกลับโรงพยาบาลผม กลับมาถึงก็จัดแจงส่ง sms ไปหาลิน (เพื่อลองหยั่งเชิงดูก่อน)
sms ของผม (โดยใช้เบอร์หลักของผมซึ่งลินเองก็คงยังไม่รู้ว่าเป็นเบอร์ใคร) “เลิกเวรแล้ว ว่างๆนั่งรถไปเที่ยวกันมั้ยคับ”
และด้วยความเหนื่อยและเพลียเพราะเที่ยวเยอะ + นอนดึกมา 2 วัน ก็รีบอาบน้ำ พออาบเสร็จลินก็ยังเงียบอยู่ไม่ได้ตอบข้อความหรือโทรกลับมา (ก็คงจะงงด้วยแหละว่าเบอร์ใครแปลกๆ) ผมก็ทำใจกล้า (กล้าๆกลัวๆ) กดโทรไปหาลิน


ผม “สวัสดีครับลิน นี่เต้ยพูดนะครับ”
ลิน “อ๋อออ ค่ะ เต้ยเองเหรอว่าไงคะ”
ผม “ลินทำอะไรอยู่ครับยังอยู่ที่โรงพยาบาลมั้ย”
ลิน “กลับโรงพยาบาลจังหวัดแล้วค่ะ”
ผม “อ้าวเหรอครับ แล้วกลับยังไงครับ”
ลิน “นั่งมากับรถรีเฟอร์ (รถพยาบาลที่นำส่งคนไข้) ค่ะ เพิ่งออกเวร แล้วเต้ยอยู่ที่ไหน แล้วเป็นไงบ้างไปเที่ยวมาสนุกมั้ยคะ”
ผมก็ตอบลินไปว่าไปเที่ยวกับกอล์ฟและปิติมา 2 วัน แล้วก็บอกๆไปว่าคราวหน้าถ้ามีโอกาสก็ไปเที่ยวด้วยกันสิ ลินก็ตกลงว่าถ้ามีโอกาสก็จะไปนะ ผมก็เสียดายนิดๆที่กลับมาช้าไปหน่อย แต่คิดว่ายังไงเดี๋ยวก็ได้เจอกันอีก วันอาทิตย์นั้นผมหลับยาว ไม่ได้ออกไปไหนอีก มาตื่นอีกทีเอาตอนเย็นๆ


วันจันทร์ซึ่งเป็นวันรุ่งขึ้น ลินก็ยังไม่ได้กลับมาที่โรงพยาบาลผม ผมทำคลีนิกไปก็คิดถึงลินไป ว่างคนไข้ผมก็จะเดินแว๊บๆมาที่ห้องตรวจโรค เพื่อมองหาว่าวันนี้ลินมามั้ย แต่ก็ไม่เห็น เจอแต่คุงกับพี่หน่องหัวหน้าพยาบาลมาตรวจคนไข้แทนลิน พักเที่ยงผมก็แว๊บมาดูอีกเผื่อเจอจะได้ชวนไปทานข้าวข้างนอกกัน
พี่หน่อง “หมอเต้ยมาหาใครเหรอคะ”
ผม “อ๋อ ปะ...ปล่าวครับไม่ได้หาใคร” (แล้วก็ทำเนียนเดินหลบไปทางอื่นกลัวพี่หน่องจะสังเกตออก)


ค่ำวันนั้น ภาพของลินก็ยังวนๆอยู่ในหัวผม ผมตัดสินใจไม่โทรหาลินไม่ได้แล้ว อยากรู้จะเป็นไงก็เป็นกัน ลองคุยดูสักตั้งน่า ว่าแล้วก็กดมือถือโทรออกไป (โดยใช้อีกเบอร์นึงซึ่งลินไม่รู้หรอกว่าเป็นเบอร์ผม)
ผม (อึ๋ยรับด้วยอะ ทำไงดีๆๆ) “สะ..สวัสดีครับ หมอลินหรือเปล่าครับ”
ลิน “สวัสดีค่า (ลากเสียงนิดนึง) ใช่ค่ะพูดอยู่ ใครเหรอคะ”
ผมอ้ำอึ้งไปร่วมๆนาที ในใจคิดว่าถ้าบอกว่าเป็นเรา เค้าก็ต้องรู้สึกแปลกๆแน่เลยว่าทำไมโทรมา กลัวลินจะรู้ไต๋หมดว่าโทรไปเพราะอยากจะจีบเค้า ทำไงดีๆๆนะ ลินยังจำเสียงผมไม่ได้ (เปลี่ยนเบอร์โทรตลอด และเพิ่งคุยโทรฯกันแค่ครั้งเดียว) จนกระทั่งผมกลัวลินจะรำคาญเลยรวบรวมความกล้าอีกครั้งและบอกไปว่าผมเต้ยเองครับ ผมกลัวว่าลินจะไม่อยากคุยกับผมหรือเปล่านะ


ลิน “อ๋อออ เต้ยเองเหรอคะเนี่ย ไม่เห็นโชว์ชื่อเลยอะค่ะเลยจำไม่ได้”
ผม “คือว่าเต้ยไม่ได้ใช้เบอร์เมื่อวานโทรอะคับ แบบว่ามีหลายเบอร์คับ”
เราคุยกันเยอะพอสมควรหลายเรื่อง เรื่องเรียนต่อ เรื่องไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เรื่องเทคโนโลยีที่ผมสนใจ เรื่องราวต่างๆในชีวิตที่ผ่านมา ผมชวนคุยซักถามเรื่องของลินบ้าง
ผม “บ้านลินอยู่กรุงเทพฯเหรอ แถวไหนครับ”
ลิน “อยู่แถวบางซื่อค่ะ แถวบ้านลินมีคลีนิกหมอเยอะเลย เดินๆไปเดี๋ยวก็เจอเดี๋ยวก็เจอ มีคลีนิกของอาจารย์ที่คณะมาเปิดแถวบ้านลินด้วย แล้วบ้านเต้ยอยู่แถวไหนคะ”
ผม “อยู่ลาดพร้าวครับ ลินรู้จักมั้ย”
ลิน “ลาดพร้าวซอยไหนคะ”
ผม “ก็เข้าได้หลายซอยนะ ทางโชคชัย 4 ลาดพร้าว 55 ก็ได้ ลาดพร้าว 71 ก็เข้าได้ หรือเข้าทางเกษตรก็ได้ แบบว่าซอยมันทะลุถึงกันได้เยอะ อย่างเราเข้าซอยลาดพร้าว 80 ไปทะลุออกลาดพร้าว 48 ก็ยังได้เลย”


ครั้งนี้เราคุยได้ได้เยอะและนาน เรื่องอื่นๆบ้าง
ผม “เต้ยชอบไปเที่ยวตามสถานที่ธรรมชาติๆนะ ชอบถ่ายรูป เวลาไปเที่ยวก็แบกกล้องใหญ่ๆอันนึง”
ลิน “กล้อง DSR ป่าวคะ”
ผม “รู้จักด้วยเหรอ กล้อง DSLR น่ะ เต้ยเอาตังไปซื้อเลนส์เป็นหมื่นเลย”
ลิน “ขนาดนั้นเชียว แบบที่มันเปลี่ยนเลนส์ได้เหรอคะ”
ผม “ใช่ๆ ปกติไปเที่ยวคนเดียวก็มีแต่รูปถ่ายวิว ถ้าลินว่างไปเป็นนางแบบให้เต้ยถ่ายรูปลินบ้างดิ” (ผมถามทีเล่นทีจริง)
ลิน “เอาลินไปเป็นแบบ เดี๋ยวถ่ายออกมาเป็นภาพหลอนติดกล้องเต้ยหรอก”
ผม “ไม่เห็นเป็นไรเลย ดีออก”
เปลี่ยนเรื่องๆๆอีก ชวนลินคุยเรื่องไปเที่ยวบ้าง
ผม “ถ้ามีโอกาส เต้ยอยากไปเที่ยวมัลดีฟนะ”
ลิน “ไม่แพงแย่เหรอ ไปมัลดีฟอะค่ะ”
ผม “ก็ไม่เท่าไหร่นะ เต้ยเคยไปดูๆราคาแพคเกจ ก็ตกสามหมื่นกว่าบาทต่อหัวเอง พอๆกับเงินเดือนเดือนนึง”
ลิน “เหรอ แล้วไปได้กี่วันคะ”
ผม “ก็ 4 วัน 3 คืนนะ ราคานี้ก็รวมทุกอย่างแล้วทั้งที่พักและค่าตั๋วเครื่องบิน มัลดีฟก็อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ เอเชียใต้ เลยพม่าไปไม่ไกล แต่ถ้าอยากนอนรีสอร์ทหรูๆแบบคืนละหมื่น หรืออยากอยู่นานกว่านี้ ก็น่าจะอัพเกรดเพิ่มจากปกติได้นะ”
ผม “เมืองจีนก็น่าไป อยากไปที่ไม่ไกลก่อน”
ลิน “เมืองจีนเดี๋ยวแม่ลินก็จะไปนะ เต้ยสนใจไปกับแม่ลินมั้ยคะ”
ผมคิด (เอ้ย ทำไมอยู่ดีๆมาชวนเราไปกับแม่ตัวเองหว่า พูดเล่นพูดจริงเนี้ย)
ผม “ลางานไม่ได้อ่ะครับ ยังทำราชการไม่ครบ 6 เดือนเลย เค้าไม่ให้ลา แต่ก็อยากไปนะคับ”


เปลี่ยนเรื่องๆๆอีก เรื่องเรียนบ้าง
ผม “ลินจะเรียนต่อเฉพาะทางมั้ยครับ”
ลิน “ก็คิดอยู่เหมือนกันค่ะ”
ผม “ดีครับ เดี๋ยวนี้ถ้ามีโอกาสก็คงต้องเรียนแหละ คนอื่นเค้าก็เรียนกันเยอะ แต่ก็คงหนักตรงงานวิจัยนี่แหละ”
เรื่องเงินๆทองๆบ้าง
ผม “ถ้าได้เงินเดือนเดือนแรกจะให้พ่อกับแม่หมดเลย เดือนต่อๆไปจะให้เดือนละหมื่น ที่เหลือก็พยายามเก็บเอง ว่าโอเคมั้ยคับ”
ลิน “เงินเดือนลินให้แม่เก็บหมดเลย แล้วก็ค่อยๆขอมาใช้บ้าง”
ผมคิด (โห ดีมากๆเลยนะเนี่ย ลูกกตัญญูด้วย มีเท่าไหร่ให้แม่หมดแล้วค่อยขอออกมาใช้ เข้าท่าๆๆมากๆเลยแฮะผู้หญิงคนนี้ คิดดีกว่าเราอีก)


เรื่องทำประกันบ้าง
ผม “เนี่ยวันก่อนที่ลินเดินมาหาเต้ยที่ห้องพักแล้วเห็นเต้ยคุยกับพี่คนนึงอะ รู้มั้ยว่าเค้ามาทำไม” (วันก่อนผมนั่งคุยกับพี่ผู้หญิงที่มาชวนทำประกัน ลินเดินมาทำท่าเหมือนจะชวนผมออกไปทานข้าว แต่เห็นผมคุยกับแขกอยู่เลยไม่รบกวน ผมละเสียดายจริงๆเล๊ย)
ลิน “เค้ามาคุยอะไรเหรอคะ”
ผม “ก็มาชวนทำประกันอะสิคับ แต่เต้ยไม่ทำหรอก เพราะแม่ก็ทำอยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องส่งประกันอยู่เรื่อยๆ เต้ยว่าทำประกันมันขาดทุนอะ เค้าเอาเงินเราไปหมุนตั้ง 25-30 ปี ให้ดอกนิดเดียวเอง สมมุติเงินต้น 7 แสน พอครบ 25 ปี ได้ดอกมาแสนเดียวเอง ถอนก่อนก็ขาดทุนอีกทั้งๆที่เป็นเงินของเรา อีกอย่างสวัสดิการรักษาพยาบาลเราก็ไม่ค่อยได้ใช้หรอก ทำงานเป็นหมออยู่โรงพยาบาลอยู่แล้ว ยังไงถ้าเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุ ก็น่าจะได้สิทธิ์พิเศษอยู่นะ”
ลิน “ของลินก็มีทำอยู่แล้วที่นึงเหมือนกันค่ะ ก็เลยยังไม่ทำเพิ่ม”


เราคุยกันอีกเยอะมาก ผมสังเกตน้ำเสียงและการคุยของลิน ลินไม่พูดตัดบทผมก่อนเลย ผมชวนคุยลินก็คุยได้เรื่อยๆ ผมรู้สึกดีมากๆกับการคุยโทรฯครั้งนี้ ก่อนจะวางสายผมก็พูดไปว่า
ผม “แบบว่าที่เต้ยโทรมาหาลิน เพราะอยากคุยกับลินนะ ลินออกจะน่ารัก...”
ลิน “เอ้ยยย...”
ลิน “ถ้าว่างๆก็โทรมาคุยใหม่ได้นะคะ”
ผม “ดึกแล้ว (ตอนนั้นเกือบห้าทุ่ม) ลินไปนอนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะได้ตื่นไปทำงานเช้าๆนะ”
ลิน “Good night ค่ะเต้ย”
ผม “ครับผม ฝันดีนะครับ”
แล้วก็วางหูไป รวมเวลาโทรทั้งหมด 1 ชั่วโมงกว่าๆ และคืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับเลย หลับตาก็นึกถึงแต่ลินแฮะ


วันรุ่งขึ้น (วันอังคาร) ผมทำงานตามปกติ ลินเองก็ไม่ได้มา ก็ยังอยู่ที่โรงพยาบาลจังหวัดเหมือนเดิม ตอนค่ำสามทุ่มกว่าๆ ผมลองส่ง sms ไปหาลิน
sms ของผม “ลินทำอารัยอยู่คับ ^o^”
ลินส่ง sms ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วภายในเวลา 1 นาที
sms ของลิน “อยู่เวรบ่ายต่อดึกค่ะ Good Night”
ผมส่งไปอีกที “ดีจังตอบไว้ไว Good night เหมือนกันจ้า คนขยันอยู่เวรก็อย่านอนดึกมากน้า”
วันนี้ผมไม่ได้โทรไป (กลัวว่าโทรไปบ่อยเกินลินจะรำคาญมั้ย) เห็นลินตอบว่าอยู่เวรดึกด้วยก็เลยคิดว่ายังไม่โทรไปดีกว่า


ผมนั่งพิมพ์กระทู้ (12 ก.ย.) เรื่องราวที่เกี่ยวกับลินที่ผมเพิ่งรู้จักเธอได้แค่อาทิตย์เดียว แต่ก็ทำให้ใจผมหวั่นไหวได้ทุกครั้งที่นึกถึง รอยยิ้มกว้างเห็นฟันเขี้ยวที่ดูน่ารักและมีเสน่ห์เหลือเกิน สีหน้าท่าทางและลักษณะการพูดจาของเธอ รวมทั้งเสียงหวานๆที่ดูอ่อนโยนและเป็นมิตร ทำให้ผมตกหลุมรักเธอเข้าแล้วสิเนี่ย แล้วผมจะทำยังไงดีนะนับจากวันนี้




 

Create Date : 03 ตุลาคม 2550
22 comments
Last Update : 9 ตุลาคม 2550 17:14:28 น.
Counter : 978 Pageviews.

 

ต้องหาทางขึ้นจากหลุมรัก แล้วไปอยู่ในใจเธอแทนค่ะ

 

โดย: จูหน่านพ 3 ตุลาคม 2550 9:30:10 น.  

 

เอ่อ ลืมถามเธอมีแฟนหรือยังค่ะ หากยังก็สู้ต่อไปนะค่ะ

 

โดย: จูหน่านพ 3 ตุลาคม 2550 9:34:21 น.  

 

Cheer up ka, and good luck

 

โดย: Mudmee (Princess in the Blue ) 3 ตุลาคม 2550 10:00:52 น.  

 

ดูท่าทางคุณลิน เค้าก็มีใจให้อยู่นะคะ สู้ ๆ ค่ะ มีลุ้น

ถ้าคบกันไปนาน ๆ แล้วก็อย่าลืมนึกถึง
ช่วงที่คุณมีความรู้สึกดี ๆ แบบนี้ไว้นะคะ
ความรักจะได้หวานไปตลอด

 

โดย: BowKie 3 ตุลาคม 2550 10:12:51 น.  

 

โชคดีๆๆ

 

โดย: None of it 3 ตุลาคม 2550 11:31:44 น.  

 

โชคดีๆๆ

 

โดย: None of it 3 ตุลาคม 2550 11:31:45 น.  

 

น่ารักดีค่ะ
ขอให้สมหวังนะคะ

 

โดย: ไร่ปลายตะวัน 3 ตุลาคม 2550 12:49:18 น.  

 

อ๋อ จริงๆแล้วตอนนี้คบกันแล้วอะครับ แต่ที่เขียนลงบล็อกผมเขียนไว้ตั้งแต่ 12 ก.ย. นู้น (ข้อมูลไม่อัพเดท) เพิ่งเอามาใส่ในบล็อกน่ะครับ ขอบคุณทุก คห. ครับที่เข้ามาดู ^^

 

โดย: เต้ย (จข.บล็อก) IP: 125.26.126.52 4 ตุลาคม 2550 8:25:02 น.  

 

Good Luck In Love Krub

 

โดย: JazzLover 4 ตุลาคม 2550 22:30:16 น.  

 

โอ้ว จอร์จ คบกันเดือนเดียวเป็นแฟนกันแล้วหรือครับเนี่ย มีเคล็ดลับอะไรบอกกันหน่อยสิ

 

โดย: Killy IP: 58.10.158.32 4 ตุลาคม 2550 23:47:18 น.  

 

อาศัยความจริงใจ และกล้าๆบอกรักเค้าหน่อยอะครับ ถ้าเค้าพอมีใจอยู่บ้างก็คบกันได้เร็วนะครับผมว่า ตอนนี้ก็คบกันอยู่รู้สึกว่า Happy มากๆเลย ^^

 

โดย: เต้ย (จข.บล็อก) IP: 125.26.125.132 9 ตุลาคม 2550 17:09:48 น.  

 

กลับมาอ่านครับ ขอบคุณที่ตอบนะ ขออวยพรให้ความรักไปด้วยดี ไง ๆ เราก็เด็กมช.เหมือนกันนะครับ

 

โดย: Killy 11 ตุลาคม 2550 0:32:43 น.  

 

ไอสาด ลินต้องเป็นของกุ

 

โดย: ภพ IP: 124.157.209.226 21 พฤษภาคม 2551 11:56:06 น.  

 

เราก็แอบรักหมอคนนึงเหมือนกัน สุภาพน่ารักมาก และเค้าก็ช่วยชีวิตเราไว้ เรากลับมาบ้านก็ได้แต่คิดถึงหมอคนนี้ตลอดเลย เราคิดว่าเราได้แค่แอบชอบเค้าเท่านั้น

 

โดย: ปุ๊ก IP: 118.174.73.28 1 มิถุนายน 2551 16:37:13 น.  

 

โดนหมอมอชอหักอกอ่ะค่ะ โซแซดเรยยย ไม่กล้ามีแฟนแล้วว ทามไมคุณหมอใจร้ายจังเลยอ่ะ เฮ้อ เกิดมาเพิ่งจาเคยอกหัก เจ็บมากมาย อ่านแล้วอิจฉาคนอินเลิฟจังเลยเนอะ

 

โดย: TG_Cei ", IP: 124.157.238.121 9 กุมภาพันธ์ 2552 2:21:26 น.  

 

ตอนแรกที่อ่านจามาบอกว่าสู้ๆต่อไปนะคะ
แต่พออ่านคอมเม้นต์ด้านล่าง อ้อ คบกันเเล้วนิน่า อิอิ
ดีใจด้วยนะค๊าคุณหมอ

 

โดย: ^^ IP: 124.121.185.83 16 เมษายน 2552 15:01:06 น.  

 

ดีใจด้วยครับ ^^

 

โดย: วิดวะมอชอ IP: 118.172.152.26 20 สิงหาคม 2552 23:03:29 น.  

 

เอา ใจ ช่วย แต่งงาน เมื่อ ไร บอก นะ
อิอิอิอิอิ

 

โดย: beebeeman IP: 127.0.0.1, 124.120.143.175 14 มกราคม 2553 15:53:02 น.  

 

ได้เห็น comment ใน pantip ว่า จะลง ใต้ ยัง ไง
ก็รักษาตัวด้วยนะครับ

 

โดย: beebeeman IP: 127.0.0.1, 124.120.143.175 14 มกราคม 2553 15:55:24 น.  

 

congratulations !

 

โดย: ok IP: 124.120.106.106 10 มีนาคม 2554 7:58:10 น.  

 

แอบรักหมอ อยู่เช่นเดียวกันครับ แต่ผมมีเมียอยุ่แล้ว แต่ยังไม่มีลูก ทำไงดีครับ

 

โดย: ขุน IP: 49.49.199.53 20 มิถุนายน 2555 13:04:27 น.  

 

แฟนผมก็เป็นหมอฟันครับ คนก่อนก็เป็นหมอฟัน ก่อนหน้านู้นเป็นเภสัช ก่อนเภสัชเป็นพยาบาล ก่อนพยาบาลก็เป็นพยาบาล เห่อๆ

 

โดย: Ajukung IP: 49.230.137.163 5 กันยายน 2556 21:42:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


LimitBreak
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add LimitBreak's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.